JIL ก้าวไปสู่ความสว่าง

JIL ก้าวไปสู่ความสว่าง องค์การก้าวไปสู่ความสว่าง ทำพันธกิจสื่อเพื่อนำพระคริสต์สู่ปวงชน และนำปวงชนสู่คริสตจักร

27/05/2026

ในเวลานั้นเหล่าสาวกมาเฝ้าพระเยซูทูลว่า “ใครเป็นใหญ่ในแผ่นดินสวรรค์” พระเยซูจึงทรงเรียกเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมา ให้ยืนท่ามกลางเขา แล้วตรัสว่า “เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าพวกท่านไม่กลับใจเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ท่านจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้เลย” (มัทธิว 18:1-3)

สาวกหรือผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ยุคแรกๆ ต้องเผชิญกับการเบียดเบียนอย่างหนัก ทั้งจากแรงกดดันทางสังคม การเมือง และความยากลำบ...
27/05/2026

สาวกหรือผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ยุคแรกๆ ต้องเผชิญกับการเบียดเบียนอย่างหนัก ทั้งจากแรงกดดันทางสังคม การเมือง และความยากลำบากในการดำรงชีวิต ท่านยากอบเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อหนุนใจผู้เชื่อว่าการทดลองไม่ใช่จุดจบ แต่เปรียบเหมือนการถลุงแร่ทองคำ เพื่อให้สิ่งปลอมปนหลุดออกไปและเหลือแต่เนื้อทองที่บริสุทธิ์ อีกทั้งเมื่อผ่านการกดดันมาได้ก็จะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต สื่อถึงชัยชนะของการแข่งขันกีฬาหรือผู้ที่มีชัยชนะในสนามรบ มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศและชัยชนะที่ยั่งยืน ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็วและความกดดันถาโถมเข้ามาหลาย แทนที่เราจะมองว่าการทดลองคือ การถูกทำโทษ ขอให้เรามองว่าเป็น สนามฝึกซ้อมที่จะทำให้ความเชื่อและจิตใจของเราแข็งแรง ความอดทนจะเกิดขึ้นเมื่อเรามองที่เป้าหมาย และความอดทนเป็นกุญแจสำคัญไปสู่ชัยชนะแห่งชีวิตเรา

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นช่างปั้นผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์เข้ามาต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่ถ่อมลง ยอมรับว่าชีวิตของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์อันเปี่ยมด้วยความรักและสติปัญญาของพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดให้ข้าพระองค์มีความอดทนอันยิ่งใหญ่ ทั้งทางร่างกาย จิตใจและทางจิตวิญญาณ ขอพระองค์ประทานกำลังให้ข้าพระองค์ยืนหยัดอยู่ได้ในทุกสถานการณ์และเข้าสู่กระบวนการฝัดร่อน ของพระองค์ โปรดทรงฝัดร่อนสิ่งที่เป็นเพียงแกลบ สิ่งที่ไม่เป็นที่พอพระทัย และสิ่งที่เป็นส่วนเกินออกไปจากชีวิตของข้าพระองค์ ขอทรงถลุงและหลอมข้าพระองค์ เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมในใจถูกกำจัดออกไป จนเหลือเพียงเนื้อทองที่บริสุทธิ์และสะท้อนพระสิริของพระองค์ ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์ท้อถอยหรือละทิ้งความเชื่อกลางคัน แต่ขอทรงให้ข้าพระองค์มั่นใจว่าทุกความเจ็บปวดและทุกอุปสรรค เพื่อนำข้าพระองค์ไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง และได้รับมงกุฎแห่งชีวิตตามพระสัญญาของพระองค์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ข้าพระองค์กราบทูลอธิษฐานขอพระเมตตาจากพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คนที่อดทนต่อการทดลองใจก็เป็นสุข เพราะเมื่อปรากฏว่าผู้นั้นทนได้แล้ว เขาจะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต... - ยากอบ 1:12

อย่าท้อใจหรือสับสนเลย เพราะแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทรงควบคุมทุกสิ่งและทรงกระทำเพื่อประโยชน์ของเราอย่า...
26/05/2026

อย่าท้อใจหรือสับสนเลย เพราะแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทรงควบคุมทุกสิ่งและทรงกระทำเพื่อประโยชน์ของเราอย่างแน่นอน

จงพิจารณาพระราชกิจของพระเจ้า สิ่งใดๆที่พระองค์ทรงกระทำให้คดอยู่แล้ว ใครจะเหยียดสิ่งนั้นๆ ให้ตรงได้เล่า เมื่อเวลามีความเจริญก็จงชื่นชมยินดี แต่เมื่อถึงเวลาอับจนก็จงพินิจพิจารณา พระเจ้าทรงบันดาลให้มีทั้งสองอย่างเพื่อมนุษย์จะไม่ค้นได้ว่า เมื่อเขาล่วงไปแล้วจะมีอะไรมา - ปัญญาจารย์ 7:13-14

ความจริงข้อหนึ่งที่ทำให้คริสเตียนมีสันติสุขและความมั่นใจคือ ความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกสิ่ง ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะได้รับความสบายใจจากการรู้ว่าพระเจ้าจะทรงช่วยเหลือเรา หรือแม้กระทั่งทรงช่วยเราให้พ้นจากปัญหาและทรงทำให้ชีวิตของเรากลับมามีความสุขอีกครั้ง

ทว่า หากปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นยังคงดำเนินต่อไป หากพระเจ้าไม่ทรงตอบคำอธิษฐานและทรงประทานพรให้เรามีชีวิตที่สงบสุขและรุ่งเรือง เราย่อมเกิดความสับสน และบางทีอาจถึงขั้นรู้สึกผิดหวังหรือคับข้องใจ เราจะตั้งคำถามขึ้นมาว่า หากพระเจ้าทรงเป็นผู้ควบคุมดูแลทุกสิ่งจริง เหตุใดพระองค์จึงไม่ทรงช่วยเราให้พ้นจากปัญหาและความยากลำบากทั้งปวง เหตุใดพระเจ้าจึงไม่ทรงทำให้สิ่งต่างๆ ในชีวิตของเราที่บิดเบี้ยวอยู่นั้นกลับคืนสู่ความถูกต้องและราบรื่น

เหตุผลที่เราประสบปัญหาในการทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะเรามองข้ามประเด็นสำคัญไปเสีย นั่นคือ บางทีความยากลำบากที่เรากำลังเผชิญอยู่อาจเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้าที่มีต่อเรา เป็นเครื่องมือที่พระองค์ทรงใช้เพื่อประทานพระพรแก่เราในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้ว การบ่นตัดพ้อหรือการวิงวอนขอร้องใดๆ จากฝ่ายเรา ก็ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระเจ้ากำลังทรงกระทำอยู่นั้นได้เลย

ในช่วงเวลาที่เลวร้ายยากลำบาก เราควรวางใจอย่างแท้จริงในความรัก พระปัญญา และแผนการของพระองค์ที่ทรงมีต่อเรา เพราะพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทรงควบคุมทุกสิ่งอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถมีสันติสุขและมีความสุขได้ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ เราสามารถอดทนด้วยใจสงบ และรอคอยด้วยความหวังที่จะเรียนรู้ว่าพระเจ้ากำลังสอนอะไรเราผ่านสิ่งเหล่านั้น และรวมถึงเฝ้ารอที่จะเห็นว่าพระเจ้าจะทรงใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของเราอย่างไร

#ในวันที่ลำบาก
#พระเจ้าทรงควบคุมทุกสิ่ง

ในสมัยพระคัมภีร์เดิมเรือนหรือที่อาศัยไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อาคารหรือตัวบ้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่หมายถึงวงศ์ตระ...
26/05/2026

ในสมัยพระคัมภีร์เดิมเรือนหรือที่อาศัยไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อาคารหรือตัวบ้านที่เป็นสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่หมายถึงวงศ์ตระกูล มรดก และความมั่นคงของชีวิตทั้งหมด เรือนของคนชั่วร้ายคือ คนที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยการเอารัดเอาเปรียบ ไม่เกรงกลัวพระเจ้า หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่ชอบธรรม แม้ภายนอกบ้านอาจจะดูใหญ่โตหรูหรา แต่พระคัมภีร์บอกว่ามีคำสาปแห่งความเสื่อมสลายเกิดขึ้นตามมาแน่นอน แต่ที่อาศัยของคนชอบธรรมที่ดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัย แม้ที่อาศัยอาจจะเป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆ หรือกระท่อม แต่พระเจ้าทรงอำนวยพระพร และพระพรนี้คือ สันติสุข ความชื่นชมยินดี และความมั่นคงที่เงินซื้อไม่ได้ ดังนั้น พระพรของพระเจ้าในที่อาศัยของคนชอบธรรม อาจไม่ได้หมายถึงการมีสมบัติมหาศาลเสมอไป แต่หมายถึงความสงบสุข ความสามัคคีของคนในครอบครัวที่รักและให้อภัยกัน มีความพอใจ มีความสุขในสิ่งที่มีและขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงสถิตอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ ข้าพระองค์ขออัญเชิญพระองค์เสด็จเข้ามาเป็นประธานและเป็นเจ้าของบ้านเรือนของข้าพระองค์ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงประทานที่พักอาศัยและครอบครัวให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่ข้าพระองค์ ขอทรงให้บ้านหลังนี้เป็นที่อาศัยของคนชอบธรรม ขอทรงชำระทุกพื้นที่ในบ้านและทุกจิตใจในครอบครัวให้พ้นจากการอธรรมทั้งปวง หากมีสิ่งใดที่ไม่เป็นที่พอพระทัย ไม่ว่าจะเป็นท่าที ความคิด หรือการกระทำ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงตักเตือนและทรงนำเราไปสู่การกลับใจ เพื่อให้บ้านของเราพ้นจากคำสาปแช่งและการแตกสลายที่เกิดจากทางของคนอธรรม ขอพระอวยพรของพระเจ้าทรงเทลงมาเหนือครัวเรือนของข้าพระองค์ ขอทรงให้มีสันติสุข ความรัก และความสามัคคีธรรมผูกพันคนในบ้านไว้ด้วยกัน ขอทรงให้บ้านนี้เป็นที่คนเหนื่อยล้าจะได้พักสงบและเป็นที่พระนามของพระเจ้าจะได้รับการยกย่องเชิดชูอยู่เสมอ ขอทรงปกป้องบ้านเรือนของข้าพระองค์ให้พ้นจากภยันตรายและอิทธิพลของความชั่วร้ายทั้งปวง และขอทรงให้เราทุกคนในบ้านดำเนินชีวิตด้วยความสัตย์ซื่อต่อพระองค์ เพื่อให้พระพรของพระเจ้าดำรงอยู่กับวงศ์ตระกูลของข้าพระองค์เสมอไป ข้าพระองค์อธิษฐานทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คำสาปของพระเจ้าอยู่บนเรือนของคนชั่วร้าย แต่พระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่ที่อาศัยของคนชอบธรรม - สุภาษิต 3:33

อย่าลังเลที่จะอธิษฐาน แต่จงอธิษฐานด้วยความมั่นใจ พระเจ้าทรงฟังและทรงอยู่ใกล้เราในทุกช่วงเวลาข้าพเจ้ารักพระเจ้า เพราะพระอ...
25/05/2026

อย่าลังเลที่จะอธิษฐาน แต่จงอธิษฐานด้วยความมั่นใจ พระเจ้าทรงฟังและทรงอยู่ใกล้เราในทุกช่วงเวลา

ข้าพเจ้ารักพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงและคำวิงวอนของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเงี่ยพระกรรณฟังข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจะทูลพระองค์ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ - สดุดี 116:1-2

มีบางคนลังเลที่จะอธิษฐาน เพราะกลัวว่าตนอาจอธิษฐานผิดวิธีจนทำให้พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย หรือคิดว่าพระองค์คงไม่ทรงฟังคำอธิษฐานของคนบาป ในขณะที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนักคือ พระเจ้าทรงรักเราอย่างมาก และทรงปรารถนาจะฟังคำอธิษฐานของเราอย่างแท้จริง พระองค์ไม่ได้ทรงกำหนดว่าเราต้องใช้ถ้อยคำพิเศษใดๆ ต้องอธิษฐานในสถานที่พิเศษ หรืออยู่ในท่าทางพิเศษใดๆ เราสามารถพูดคุยกับพระองค์ได้ทุกที่ ทุกเวลา และในทุกวิธี เพราะสิ่งที่พระเจ้าทรงให้ความสำคัญคือ สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของเรา เมื่อเราเข้ามาหาพระองค์ด้วยจิตใจชอกช้ำและสำนึกผิด พระองค์ทรงยอมรับและทรงฟังเรา (สดุดี 51:17)

เมื่อคนเก็บภาษีอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดพระเมตตาแก่ข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปเถิด” พระเจ้าทรงให้เขาเป็นคนชอบธรรม (ลูกา 18:13) เมื่อเปโตรเดินบนน้ำแล้วเริ่มจม ท่านเพียงร้องว่า “พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” และพระเยซูก็ทรงช่วยท่านไว้ (มัทธิว 14:30) แม้แต่โจรบนไม้กางเขนก็เพียงอธิษฐานว่า “พระเยซูเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในแผ่นดินของพระองค์” และพระเยซูทรงสัญญาว่า วันนั้นเขาจะได้อยู่ในสวรรค์กับพระองค์ (ลูกา 23:42)

หากพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานที่เรียบง่ายเหล่านี้ แน่นอนว่าพระองค์ก็ทรงได้ยินทุกคำอธิษฐานที่เราทูลขอต่อพระองค์เช่นกัน เพราะฉะนั้น ขอให้เราอธิษฐานต่อพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่ ด้วยความมั่นใจว่า พระองค์จะทรงเงี่ยพระกรรณฟังเราและทรงตอบเราแน่นอน

#อธิษฐานเสมอ
#พระองค์ทรงฟัง

25/05/2026

[พระเยซูตรัสว่า] “ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า จงรักคนสนิท และเกลียดชังศัตรู ฝ่ายเราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน ทำดังนี้แล้วท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม (มัทธิว 5:43-45)

ในสมัยโบราณ สังคมอิสราเอลให้ความสำคัญกับเรื่องพันธสัญญาและความสัตย์ซื่อเป็นอย่างมาก คนอธรรมในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงฆาตกรเ...
25/05/2026

ในสมัยโบราณ สังคมอิสราเอลให้ความสำคัญกับเรื่องพันธสัญญาและความสัตย์ซื่อเป็นอย่างมาก คนอธรรมในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงฆาตกรเสมอไป แต่หมายถึงคนที่ขาดความรับผิดชอบ คนที่เห็นแก่ตัว การยืมแล้วไม่คืน สะท้อนถึงใจที่อกตัญญูและทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจในชุมชน ส่วนคนชอบธรรมคือ คนที่ดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะอวยพรให้เขามีเหลือเฟือ ผลที่ตามมาคือ เขาสามารถให้ได้โดยไม่กลัวว่าจะขาดแคลน เพราะเขารู้ว่าแหล่งทรัพยากรของเขามาจากพระเจ้า การคืนเงินหรือของที่หยิบยืมตรงตามกำหนด เป็นการสร้างเครดิตและพยานที่ดีในฐานะคริสเตียน การไม่เอารัดเอาเปรียบ การมีใจที่กว้างขวาง เป็นลักษณะของบุคคลที่พระเจ้าทรงพอพระทัย อย่าใช้ชีวิตเกินตัวจนต้องยืมแล้วไม่จ่ายคืน ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงตนเองและของพระเจ้าด้วย

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นแหล่งพระพรทั้งปวง ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์สำหรับหยาดเหงื่อและกำลังที่พระองค์ทรงประทานให้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตในทุกๆ วัน ข้าพระองค์ทูลขอการทรงเลี้ยงดูที่มาจากพระองค์ ขอโปรดทรงอวยพรในน้ำมือของข้าพระองค์ให้มีกินมีใช้ไม่อดอยาก และทรงประทานสติปัญญาในการบริหารจัดการทรัพยากรที่พระองค์ทรงฝากไว้ให้ข้าพระองค์ดูแลอย่างรอบคอบ เพื่อที่ข้าพระองค์จะมีชีวิตที่พอเพียงและพึ่งพาตนเองได้ จะได้ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินหรือเบียดเบียนผู้อื่น ขอพระองค์ทรงเปลี่ยนหัวใจของข้าพระองค์ให้ขยายกว้างออกไป ขออย่าทรงให้ข้าพระองค์เป็นเพียงผู้ที่รับไว้เพื่อตนเองเท่านั้น แต่ขอทรงให้ข้าพระองค์มีใจที่กว้างขวางและมีมากพอที่จะหยิบยื่นและแจกจ่าย ไปยังผู้ที่ขัดสนและลำบากกว่าข้าพระองค์ ขอให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นท่อพระพรที่ไหลไปสู่ผู้อื่น เพื่อให้พระนามของพระองค์ได้รับพระเกียรติผ่านความสัตย์ซื่อและความเมตตาที่ข้าพระองค์ได้ดำเนินนั้น ข้าพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คนอธรรมขอยืมและไม่จ่ายคืน แต่คนชอบธรรมนั้นใจกว้างขวางและแจกจ่าย - สดุดี 37:21

การรับใช้ผู้อื่นไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาสที่เราจะส่งต่อความรักของพระเยซูคริสต์ เมื่อเรารับใช้ด้วยความรัก หัวใจของเราก็กำลัง...
24/05/2026

การรับใช้ผู้อื่นไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาสที่เราจะส่งต่อความรักของพระเยซูคริสต์ เมื่อเรารับใช้ด้วยความรัก หัวใจของเราก็กำลังสะท้อนถึงพระทัยของพระองค์

เมื่อพระองค์ทรงล้างเท้าเขาทั้งหลายแล้ว พระองค์ก็ทรงฉลองพระองค์ และประทับลงตรัสกับเขาว่า "ท่านทั้งหลายเข้าใจ ในสิ่งที่เราได้กระทำแก่ท่านหรือ ฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระอาจารย์ของท่านได้ล้างเท้าของพวกท่าน พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว เพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย เมื่อท่านรู้ดังนี้แล้วและท่านประพฤติตาม ท่านก็เป็นสุข - ยอห์น 13:12, 14-15, 17

เราทุกคนต่างชื่นชอบการได้รับพระพรจากพระเจ้า การได้อ่านถ้อยคำในพระคัมภีร์ที่เผยให้เห็นถึงหลากหลายวิถีทางที่พระเจ้าทรงอวยพรเรานั้น นำมาซึ่งความอุ่นใจ ความมั่นใจ และความเปี่ยมสุขแก่เรา ในพระธรรมตอนนี้ พระเยซูคริสต์ทรงบอกเราว่า เราจะได้รับพระพรเมื่อเราปรนนิบัติรับใช้พี่น้องร่วมความเชื่อในพระคริสต์ของเรา ในจุดนี้ เราจะมองเห็นถึงพระพรที่เกิดขึ้นถึงสองทาง กล่าวคือ พี่น้องเหล่านั้นได้รับพระพรผ่านทางการกระทำของเรา และตัวเราเองก็ได้รับพระพรจากการทำตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ด้วยการถ่อมใจลงเพื่อรับใช้พวกเขา

เราเป็นสาวกของพระเยซู และสาวกเรียนรู้โดยการฟังคำสอนของพระอาจารย์ และจากการสังเกตแบบอย่างของพระองค์ หลังจากได้ยินและได้เห็นแล้ว สาวกก็ต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาปฏิบัติตามในชีวิตจริง พระเยซูทรงแสดงให้เห็นว่าการถ่อมใจเพื่อรับใช้กันและกันนั้น เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคริสเตียนตามวิถีปกติ เช่นเดียวกับที่พระเยซูทรงรับใช้เหล่าสาวกของพระองค์ และทรงดูแลรับใช้เราในทุกวัน เราเองก็ต้องรับใช้กันและกันเช่นเดียวกัน

เราไม่ควรมองการรับใช้ผู้อื่นว่าเป็นภาระหรือหน้าที่ต้องฝืนทำที่น่าเหนื่อยใจ เพราะเมื่อพระเยซูทรงล้างเท้าให้เหล่าสาวก ทั้งที่พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระอาจารย์ของพวกเขา พระเยซูทรงสำแดงให้เห็นถึงพระทัยของพระเจ้า พระเจ้าทรงเป็นความรัก และพระองค์ทรงแสดงความรักนั้นออกมาด้วยการรับใช้พวกเรา ดังนั้น ในฐานะประชากรของพระเจ้าและสาวกของพระเยซู เราจึงควรเดินตามแบบอย่างของพระองค์ ด้วยการแสดงความรักที่เราได้รับจากพระองค์ ผ่านการรับใช้พระเจ้าและผู้อื่นด้วยใจถ่อมและเต็มใจ

#รับใช้ด้วยความรัก
#สะท้อนถึงพระเจ้า

22/05/2026

แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า (2 โครินธ์ 12:9)

มีแนวคิดทางความเชื่อมากมายสอนว่า มนุษย์ต้องพยายามทำดี ต้องบำเพ็ญเพียร หรือต้องรักและเอาใจพระที่ตนเองศัทธาก่อน เพื่อที่จะ...
22/05/2026

มีแนวคิดทางความเชื่อมากมายสอนว่า มนุษย์ต้องพยายามทำดี ต้องบำเพ็ญเพียร หรือต้องรักและเอาใจพระที่ตนเองศัทธาก่อน เพื่อที่จะได้รับความเมตตาหรือความรักตอบแทนจากพระนั้น แต่ความรักที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นที่ความพยายามของมนุษย์ แต่เริ่มที่การริเริ่มของพระเจ้าก่อน ไม่ใช่การดูที่ว่าเรารักพระเจ้ามากแค่ไหน แต่ให้ดูที่การที่พระเจ้าทรงยอมส่งพระบุตรมาเพื่อไถ่บาปให้เรา ในขณะที่เรายังเป็นคนบาปและไม่ได้รักพระองค์เลยด้วยซ้ำ ในสังคมปัจจุบันที่มักจะเน้นเรื่องเงื่อนไข ด้วยคำว่า “ ถ้า... ถึง...” ทำให้หลายคนกดดันตัวเองว่า ต้องรักพระเจ้าให้มากพอหรือ ต้องเป็นคนดีให้มากพอ เพื่อพระเจ้าจะรักเรา แต่ความจริงคือ พระเจ้าทรงรักเราและได้รับความรักนั้นอย่างเต็มร้อย หน้าที่ของเราคือ ยอมรับ และให้ความรักนั้นเข้าสู่ใจเราและส่งต่ออื่นต่อไป แม้ในวันที่คนรอบข้างไม่น่ารัก เพราะเราไม่ได้ใช้ความรักอันจำกัดของเราเองแต่ใช้ความรักของพระเจ้าที่ไหลผ่านเรา ความรักในทางพระเจ้าไม่ใช่การปีนบันไดของมนุษย์เพื่อไปหาพระองค์ แต่เป็นพระเจ้าเป็นบันไดที่หย่อนลงมาจากสวรรค์เพื่อมารับเรา ความรักของเราที่มีต่อพระเจ้าเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองต่อความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นความรัก ข้าพระองค์เข้ามาพึ่งพิงในพระคุณความรักของพระองค์ ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงรักข้าพระองค์ก่อน ทรงเลือกและเรียกข้าพระองค์ไว้ แม้ในวันที่ข้าพระองค์ยังไม่รู้จักพระองค์เลยด้วยซ้ำ ขอพระองค์ทรงประทานสติปัญญาและเปิดตาใจของข้าพระองค์ ให้ได้สัมผัสและเข้าใจถึงความลึกซึ้งของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ที่พระองค์ทรงมีต่อข้าพระองค์ ขอให้รักแท้นี้ยึดเหนี่ยวจิตใจของข้าพระองค์ไว้ ขอทรงโปรดเปลี่ยนหัวใจของข้าพระองค์ให้เหมือนพระทัยของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถรักผู้อื่นก่อนได้เหมือนที่พระองค์ทรงรักข้าพระองค์ก่อน ขอให้ข้าพระองค์มีความเมตตา มีใจที่ให้อภัย และพร้อมที่จะหยิบยื่นความดีงามให้กับผู้อื่น โดยไม่รอคอยการตอบแทน หรือรอให้เขาทำดีต่อข้าพระองค์ก่อน ขอให้ความรักของพระเจ้าที่อยู่ในใจข้าพระองค์ เป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้ข้าพระองค์เป็นพระพรแก่คนรอบข้างในทุกๆ วัน และขอให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นหลักฐานที่เป็นพยานถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์เสมอไป ข้าพระองค์อธิษฐานทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา...1 ยอห์น 4:10

ขอบพระคุณพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ทรงเป็นทางเดียวที่นำเราเข้าไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระบิดาในโบราณกาลพระเจ้าได้ตร...
21/05/2026

ขอบพระคุณพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ทรงเป็นทางเดียวที่นำเราเข้าไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระบิดา

ในโบราณกาลพระเจ้าได้ตรัสด้วยวิธีต่างๆ มากมายแก่บรรพบุรุษของเราทางพวกผู้เผยพระวจนะ แต่ในวาระสุดท้ายนี้พระองค์ได้ตรัสแก่เราทั้งหลายทางพระบุตร ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงตั้งให้เป็นผู้รับสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นมรดก พระองค์ได้ทรงสร้างกัลปจักรวาลโดยพระบุตร พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนพระสิริของพระเจ้า และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกันกับพระองค์ และทรงผดุงโลกไว้ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ทรงชำระบาปแล้ว ก็ได้ประทับ ณเบื้องขวาของพระเจ้าเบื้องบน - ฮีบรู 1:1-3

ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นพระเจ้าได้ เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ ในสมัยพันธสัญญาเดิม พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระองค์เองแก่ประชากรของพระองค์เพียงบางส่วน โดยการตรัสผ่านทางผู้เผยพระวจนะเป็นครั้งคราว ต่อมา พระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์ในพระเยซูคริสต์ และทรงสำแดงพระองค์เองแก่ผู้คนอย่างสมบูรณ์ ในพระเยซู ผู้คนได้เห็นภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์ของพระเจ้า และได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์โดยตรง พวกเขาสามารถมองเห็นพระสิริของพระเจ้าด้วยตาของพวกเขาเอง ได้ประจักษ์ถึงการกระทำอันทรงฤทธิ์และเปี่ยมด้วยความรักของพระเจ้าที่มีต่อคนบาป ได้สัมผัสถึงการแตะต้องทางกายจากพระเจ้าผ่านพระหัตถ์ของพระเยซู และได้ยินพระเจ้าทรงตรัสด้วยถ้อยคำที่พวกเขาเข้าใจได้โดยปราศจากความหวาดกลัว

พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าในสภาพมนุษย์ ดังนั้น ทุกสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับพระเจ้าจึงสามารถเรียนรู้ได้ผ่านทางพระวจนะ การกระทำ และพระลักษณะของพระเยซู แม้เราจะไม่สามารถเข้าใจพระเจ้าได้ทั้งหมด แต่ยิ่งเรารู้จักพระเยซูอย่างลึกซึ้งใกล้ชิดมากเท่าใด เราก็จะยิ่งเข้าใจพระบิดาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะพระเยซูและพระบิดาทรงเป็นหนึ่งเดียวกัน ยิ่งเราเข้าใกล้พระเยซูมากเท่าใด เราก็ยิ่งเข้าใกล้พระบิดามากขึ้นเท่านั้น โดยผ่านการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระเยซูได้ทรงไถ่บาปทั้งหมดของเรา และทรงเปิดหนทางให้คนบาปอย่างเราได้กลับมาหาพระบิดา เพราะพระเยซูทรงประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดาในสวรรค์ เราจึงมั่นใจได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าอย่างแท้จริง และทุกคนที่วางใจในพระองค์ย่อมได้รับพระพร

#ทางเดียว
#ความสัมพันธ์ที่ดี

ที่อยู่

29/186 Soi Cheangwattana 14, Toong Song Hong
Lak Si
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ JIL ก้าวไปสู่ความสว่างผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์