เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ สถานที่สักการะ

YMCA Bangkok กว่า 117 ปี เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย

ค่ายเยาวชน YMCA กรุงเทพฯ จัดขึ้นครั้งแรก เมษายน 2497 เป็น Resident Camp แห่งแรกในประเทศไทย โดยมี อ. โฟลค์เนอร์ ผู้บุกเบิกกิจจกรรมค่ายพักแรม จากต้นแบบค่ายพักแรม YMCA แคนนาดา ใช้เวลากว่า 11 ปี จนได้กิจกรรมค่ายYMCA แบบฉบับของไทย เป็นต้นแบบของหลายๆค่ายในประเทศ ไม่ว่าจะระบบค่าย ระบบดูแลชาวค่าย ระบบกิจกรรม ระบบต่างๆภายในค่าย ถูกสั่งสมและถ่ายทอดประสบการณ์จากอาสาสมัครมากความสามารถ รุ่นสู่รุ่น ผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 60 ปี ค่ายเยาวชน YMCA กรุงเทพ มีพร้อมทั้งองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการจัดการค่าย กิจกรรม และการดูแลความปลอดภัยของชาวค่ายทุกคนเป็นอย่างดีเป้าหมายจุดมุ่งหมายการจัดค่ายพักแรมเยาวชน ของ สมาคม YMCA กรุงเทพฯ และทุก YMCA บนโลกใบนี้คือ พัฒนาบุคคลหญิงชายโดยเฉพาะเด็ก เยาวชนและคนหนุ่มสาว ในด้าน ร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา โดยใช้กิจกรรม มิตรภาพ และสิ่งเวดล้อมที่เอื้ออำนวย เป็นสือกลางในการพัฒนา
ในปีนี้ สมาม YMCA กรุ่งเทพฯ มีอายุครบ 110 ปี เราก็ยังยืนหยัดทำงานเพื่อเด็ก เยาวชน และสังคมต่อไป

ขอเชิญทุกท่านติดตามข่าวสาร กิจกรรม และเรื่องราวของ YMCA ต่อได้ที่💙 YMCA Thailandhttps://www.facebook.com/profile.php?id=...
02/07/2026

ขอเชิญทุกท่านติดตามข่าวสาร กิจกรรม และเรื่องราวของ YMCA ต่อได้ที่

💙 YMCA Thailand
https://www.facebook.com/profile.php?id=61558249381000

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามที่ผ่านมา แล้วพบกันที่บ้านหลังใหม่ 💙

🎉กิจกรรมสอนภาษาอังกฤษชุมชนอ่อนนุชชั้นเรียนเด็กไทยและเมียนมาร์ ถึงฝนจะตกหนักเด็กๆยังตั้งใจมาเรียนและสนุกกับกิจกรรมกับคูณค...
22/06/2026

🎉กิจกรรมสอนภาษาอังกฤษชุมชนอ่อนนุชชั้นเรียนเด็กไทยและเมียนมาร์ ถึงฝนจะตกหนักเด็กๆยังตั้งใจมาเรียนและสนุกกับกิจกรรมกับคูณครู เด็กๆสนุกกันมากๆ

เทคนิค QFT (Question Formulation Technique) เป็นกระบวนการสอนแบบเป็นลำดับขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อฝึกให้ผู้เรียนรู้จักการตั...
22/06/2026

เทคนิค QFT (Question Formulation Technique) เป็นกระบวนการสอนแบบเป็นลำดับขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อฝึกให้ผู้เรียนรู้จักการตั้งคำถามด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึก

เป็นเจ้าของการเรียนรู้ (Ownership) และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง, โดยครูจะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ตั้งคำถามมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในกระบวนการแทน

กระบวนการ QFT มีขั้นตอนสำคัญ 6 ขั้นดังนี้ครับ:

ขั้นที่ 1: การออกแบบจุดเน้นในการตั้งคำถาม (QFocus)

ครูจะเป็นผู้กำหนดหัวข้อหรือสิ่งกระตุ้นเพื่อให้ผู้เรียนใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งคำถาม ซึ่งอาจเป็นข้อความ รูปภาพ หรือสื่อเสียง โดยมีเงื่อนไขว่า QFocus ต้องไม่ใช่คำถามของครู แต่เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดประเด็นสงสัยด้วยตนเอง

ขั้นที่ 2: การผลิตคำถาม (Produce Questions)

นักเรียนร่วมกันตั้งคำถามให้ได้มากที่สุดโดยใช้กฎเหล็ก 4 ข้อ เพื่อสร้างกระบวนการคิดแบบหลากหลาย (Divergent Thinking) ดังนี้

ตั้งคำถามให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ห้ามหยุดเพื่อพูดคุย ตัดสิน หรือตอบคำถามเหล่านั้นในระหว่างนี้
จดบันทึกทุกคำถามตามที่พูดออกมาเป๊ะๆ โดยไม่มีการแก้ไข
เปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคคำถาม
ขั้นที่ 3: การปรับปรุงคำถาม (Improve Questions)

นักเรียนเรียนรู้ที่จะจัดประเภทและวิเคราะห์คุณภาพของคำถาม

💡จำแนกประเภทคำถาม: แยกเป็นคำถามปลายปิด (Closed-ended)
และคำถาม ปลายเปิด (Open-ended)
🏮วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย: อภิปรายว่าคำถามแต่ละแบบให้ข้อมูลที่มีความลึก
หรือคุณภาพต่างกันอย่างไร
🔦ฝึกเปลี่ยนประเภท: ทดลองเปลี่ยนคำถามจากปลายปิดเป็นปลายเปิด
และจากปลายเปิดเป็นปลายปิด เพื่อทำความเข้าใจผลลัพธ์ของข้อมูลที่จะได้รับ

ขั้นที่ 4: การจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize Questions)

นักเรียนเลือกคำถามที่สำคัญที่สุดตามเกณฑ์ที่ครูกำหนด (เช่น เลือกคำถามที่อยากสำรวจต่อมากที่สุด 3 ข้อ) ซึ่งขั้นตอนนี้จะฝึกการคิดแบบรวบยอด (Convergent Thinking)

ขั้นที่ 5: การตัดสินใจในขั้นต่อไป (Next Steps)

ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนว่าจะนำคำถามที่ได้ไปใช้อย่างไรต่อ เช่น ใช้เป็นหัวข้อในการทำโครงงาน วิทยาศาสตร์, การเขียนเรียงความ หรือใช้เปิดประเด็นในการสนทนาแบบโซเครตีส (Socratic Seminar)

ขั้นที่ 6: การสะท้อนการเรียนรู้ (Reflect)

ขั้นตอนสุดท้ายคือให้นักเรียนทบทวนว่าตนเองได้เรียนรู้อะไรจากกระบวนการนี้บ้าง เพื่อสร้างทักษะการคิดเกี่ยวกับกระบวนการคิดของตนเอง (Metacognitive) และสามารถนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ในสถานการณ์อื่นๆ ได้ในอนาคต

ประโยชน์ที่ได้รับ: เทคนิค QFT ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน จัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และทำให้นักเรียนเข้าถึงเนื้อหาได้ลึกซึ้งและรวดเร็วกว่าการรอให้ครูเป็นผู้ถามเพียงอย่างเดียว

❇️Alpha อัลฟ่า 20260622

เทคนิค 5W1H (Who, What, Where, When, Why, How) เข้ากับขั้นตอนการสอนแบบ 5Es เพื่อกระตุ้นการสืบเสาะหาความรู้และช่วยให้นักเ...
15/06/2026

เทคนิค 5W1H (Who, What, Where, When, Why, How) เข้ากับขั้นตอนการสอนแบบ 5Es เพื่อกระตุ้นการสืบเสาะหาความรู้และช่วยให้นักเรียนจัดระบบความคิดได้อย่างเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. การสร้างความสนใจ (Engagement)

ครูสามารถใช้ 5W1H เพื่อกระตุ้นความยากรู้อยากเห็นและดึงความรู้เดิมของนักเรียนออกมา

🎯 วิธีการ: นำเสนอสถานการณ์ ภาพ หรือวิดีโอ (QFocus) แล้วใช้คำถาม เช่น "เกิด อะไร ขึ้น (What)" หรือ "ทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น (Why)" เพื่อให้ผู้เรียนตั้งประเด็นที่สนใจ
🎉เทคนิคเสริม: ครูอาจใช้ "การ์ดคำถาม WH Question" แปะไว้ที่ผนังเพื่อให้เด็กมีทิศทางในการเริ่มต้นตั้งคำถามด้วยตนเอง
2. การสำรวจและค้นหา (Exploration)

ในขั้นนี้ 5W1H จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างในการรวบรวมข้อมูลจากการลงมือปฏิบัติ

🎯วิธีการ: ให้นักเรียนใช้คำถาม 5W1H เป็นแนวทางในการบันทึกผลการสังเกต เช่น:
🧭Who: ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกิจกรรมนี้
🧭Where/When: เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไร
🧭How: สิ่งนี้ทำงานอย่างไร หรือเราจะทดสอบสมมติฐานนี้ได้อย่างไร
3. การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)

5W1H เป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมในการสรุปใจความสำคัญและอธิบายสิ่งที่ค้นพบ

🎯วิธีการ: ครูให้นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมาเรียบเรียงโดยตอบคำถามให้ครบทุกมิติ เพื่อสร้างเป็น "ใจความสำคัญ" ของบทเรียน
🧭ตัวอย่าง: หากสอนเรื่องนิทานหรือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ นักเรียนสามารถสรุปได้ว่า ใคร (Who) ทำอะไร (What) ที่ไหน (Where) เมื่อไร (When) เพราะเหตุใด (Why) และผลเป็นอย่างไร (How)
4. การขยายความรู้ (Elaboration)

ครูใช้คำถามเพื่อให้นักเรียนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่
🎯วิธีการ: ใช้คำถามเชิงวิเคราะห์และคาดคะเน เช่น:
🧭How: เราจะนำความรู้นี้ไปแก้ปัญหาอื่นได้อย่างไร
🧭Why: ทำไมคำตอบนี้ถึงยังใช้ได้ในสถานการณ์ใหม่
🧭What if: จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเงื่อนไขเปลี่ยนไป (เป็นการขยายขอบเขตจาก What เดิม)
5. การประเมินผล (Evaluation)

ใช้ 5W1H เพื่อให้ผู้เรียนสะท้อนการเรียนรู้ (Self-reflection) และประเมินตนเอง

🎯วิธีการ: ครูตั้งคำถามปลายเปิดเพื่อเช็กความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เช่น:
🧭Why: ทำไมนักเรียนจึงเลือกใช้วิธีนี้ในการหาคำตอบ
🧭What: สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร
🧭How: นักเรียนมีวิธีการเรียนรู้เรื่องนี้อย่างไร และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร
ประโยชน์ของการใช้ร่วมกัน: การนำ 5W1H มาใช้ในห้องเรียน 5Es จะช่วยเปลี่ยนบทบาทจากครูที่คอยบอกคำตอบ เป็นผู้อำนวยความสะดวกที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการอ่านจับใจความสำคัญให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Okuma โอกูม่า 20260615

🎉กิจกรรมสอนภาษาอังกฤษชุมชนอ่อนนุชชั้นเรียนเด็กไทยและเมียนมาร์ เด็กมีส่วนร่วมกันทุกคนและสนุกสนานกันมาก
15/06/2026

🎉กิจกรรมสอนภาษาอังกฤษชุมชนอ่อนนุชชั้นเรียนเด็กไทยและเมียนมาร์ เด็กมีส่วนร่วมกันทุกคนและสนุกสนานกันมาก

กลยุทธ์การตั้งคำถาม เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและการคิดเชิงวิพากษ์ในศตวรรษที่ 21 โดยมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ กระบวนก...
10/06/2026

กลยุทธ์การตั้งคำถาม เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและการคิดเชิงวิพากษ์ใน
ศตวรรษที่ 21 โดยมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5Es และ วิธีการตั้ง

การจัดการเรียนการสอนแบบ 5Es (The 5Es of Inquiry-Based Learning) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยฝึกให้ผู้เรียนรู้จักค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการทางความคิดและเหตุผล

1. การสร้างความสนใจ (Engagement)

บทบาทครู: สร้างบรรยากาศที่น่าสนใจ กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียน โดยการตั้งคำถามกระตุ้นความคิดเพื่อดึงความรู้เดิมหรือแนวคิดของผู้เรียนออกมา
บทบาทนักเรียน: ตั้งใจเรียนและร่วมกันถามคำถามในประเด็นที่สงสัยหรือสนใจ เช่น "ทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น" เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่บทเรียนใหม่

2. การสำรวจและค้นหา (Exploration)

บทบาทครู: ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำงานร่วมกัน สังเกตและฟังการโต้ตอบกันระหว่างนักเรียน ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และให้เวลาผู้เรียนในการคิดทบทวนข้อสงสัยต่างๆ
บทบาทนักเรียน: ลงมือปฏิบัติและคิดอย่างอิสระภายในขอบเขตกิจกรรม ทดสอบการคาดคะเนและสมมติฐาน พยายามหาทางเลือกในการแก้ปัญหา และบันทึกการสังเกตเพื่อลงข้อสรุป

3. การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)

บทบาทครู: ส่งเสริมให้ผู้เรียนอธิบายแนวคิดหรือให้คำจำกัดความด้วยคำพูดของตนเอง โดยใช้หลักฐานและประสบการณ์เดิมมาประกอบการอธิบายให้กระจ่าง
บทบาทนักเรียน: อธิบายการแก้ปัญหาหรือคำตอบที่ซับซ้อน ตั้งใจฟังคำอธิบายของเพื่อนและคิดวิเคราะห์ตาม พร้อมทั้งถามคำถามในสิ่งที่เพื่อนได้อธิบายไป

4. การขยายความรู้ (Elaboration)

บทบาทครู: สนับสนุนให้นักเรียนนำความรู้และทักษะที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ หรือขยายความรู้ให้กว้างขวางขึ้น และถามคำถามเพื่อให้ผู้เรียนสรุปแนวคิดที่ได้
บทบาทนักเรียน: นำเสนอกิจกรรมหรือโครงงานร่วมกับเพื่อนๆ เพื่ออธิบายสิ่งที่ได้เรียนรู้และแนวทางการต่อยอดความรู้
5. การประเมินผล (Evaluation)

บทบาทครู: สังเกตนักเรียนในการนำทักษะใหม่ไปใช้ ประเมินความรู้และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้การถามคำถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงออกถึงความเข้าใจ
บทบาทนักเรียน: ประเมินความก้าวหน้าด้วยตนเอง ตอบคำถามปลายเปิดโดยใช้หลักฐานและคำอธิบายที่ยอมรับมาแล้ว และตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบความรู้ในขั้นต่อไป
โดยสรุปแล้ว ในห้องเรียนแบบ 5Es ครูจะมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเตรียมสื่อและออกแบบกิจกรรม ส่วนนักเรียนคือผู้ที่ลงมือสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดทักษะและสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง

📖 Okuma โอกูม่า 20260610

🎉วันนี้กิจกรรม YMCA Bangkok กับเด็กๆ ที่อ่อนนุชน้องๆ สนุกมากๆ กับการเรียน มีส่วนร่วมกันทุกคนเลย
29/05/2026

🎉วันนี้กิจกรรม YMCA Bangkok กับเด็กๆ ที่อ่อนนุชน้องๆ สนุกมากๆ กับการเรียน มีส่วนร่วมกันทุกคนเลย

🏆 เคล็ดลับสอนเด็กกล้าแสดงออกและกล้าพูด💡สนับสนุนให้แสดงออก เปิดโอกาสให้สร้างสรรค์งานศิลปะหรือเล่นตามจินตนาการ🤹ฝึกฝนการเล่...
27/05/2026

🏆 เคล็ดลับสอนเด็กกล้าแสดงออกและกล้าพูด

💡สนับสนุนให้แสดงออก เปิดโอกาสให้สร้างสรรค์งานศิลปะหรือเล่นตามจินตนาการ

🤹ฝึกฝนการเล่าเรื่อง ชวนเล่าเรื่องสั้นๆหรือสิ่งที่พบเจอมาแบ่งปันกัน

🧑‍💻เล่นบทบาทสมมุติ จำลองสถานการณ์ต่างๆเพื่อฝึกการพูดคุยและเผชิญหน้า

👏ให้คำชมเชยเชิงบวก ชื่นชมความพยายามแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย

🎉สร้างความมั่นใจ เน้นย้ำว่าการลองทำสิ่งใหม่ๆเป็นเรื่องที่ดี

🫅เด็กกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก คือเด็กที่มีความมั่นใจ

❇️Alpha อัลฟ่า 20260527

👫 วิธีเลี้ยงลูกให้เหมือนเป็นเพื่อน   🎊 ถ้าหลักการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและไว้ใจกัน 1. ฟังอย่างเข้าใจและจริงใจ ครับฟั...
19/05/2026

👫 วิธีเลี้ยงลูกให้เหมือนเป็นเพื่อน

🎊 ถ้าหลักการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและไว้ใจกัน

1. ฟังอย่างเข้าใจและจริงใจ ครับฟังความคิดเห็นไม่ตัดสินไม่ขัดจังหวะ

2. ให้พื้นที่และอิสระที่เหมาะสมให้ลูกตัดสินใจและเรียนรู้ความผิดพลาด

3. สื่อสารอย่างเปิดกว้างและซื่อสัตย์แบ่งปันความรู้สึกเรื่องราวและความคิด

4. ทำกิจกรรมสนุกๆร่วมกันสร้างเวลาที่มีคุณภาพเล่นเกมไปเที่ยว

5. เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันเข้าใจความรู้สึกและยอมรับในตัวตนของลูก

📖 Okuma โอกูม่า 20260519

ที่อยู่

BTS Ekkamai
Klong Toey

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ YMCA Bangkok โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ สถานที่สักการะ

ส่งข้อความของคุณถึง YMCA Bangkok:

ทางลัด

แชร์