วัดสุขโขวนาราม

วัดสุขโขวนาราม เพจนี้ดูแลโดยฆราวาสน้อมถวายบูชาคุณพระรัตนตรัย

สถานที่แห่งนี้ได้รับเอกสารขออนุญาตสร้างวัดจากทางจังหวัดแล้วเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ปัจจุบันเอกสารการอนุญาตตั้งวัดแล้ว และกำลังดำเนินการ ขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เป็นลำดับต่อไป ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดกำหนด ซึ่งปัจจุบันวัดมีองค์ประกอบศาสนกิจ พร้อมแล้ว เช่น การมีพระภิกษุจำพรรษาครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ มีอาคารทางศาสนา เช่นอุโบสถ,วิหาร,ศาลา,กุฏิ,โรงครัว,ห้องน้ำ และอื่นๆ

ประวัติโดย

สังเขปมีผู้มีจิตศรัทธา ตระกูลสุขโข บริจาคที่ดินจำนวน 12 ไร่ เพื่อพัฒนาและดำเนินการเริ่มสร้างวัดน้อมถวายเป็นพุทธบูชา จึงเป็นที่มาขอชื่อสถานที่ สุขโขวนาราม แห่งนี้ขึ้น พร้อมชาวบ้านชุมชนหมู่ที่ 10 คุ้มกกโกและชุมชนใกล้เคียงร่วมกันสร้างและพัฒนาให้เป็นวัดขึ้นถวายในบวรพระพุทธศาสนาสืบเนื่องต่อไป

**************************

ขอเชิญพุทธศาสนิกชน
ร่วมบุญสร้างวัดใหม่,วิหารพร้อมลานประทักษิณ
,บุญถมดินและบุญอื่นๆ
ณ.สำนักสงฆ์สุขโขวนาราม(ธ) (วัดประจำหมู่10)
ต.ชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น
สามารถร่วมบุญได้ที่
ชื่อบัญชีหลวงตาสุภัทธ์ ปุญฺญาคโม
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาชนบท
เลขบัญชี 6412301763 ออมทรัพย์
หรือร่วมงานบุญ ณ.สำนักสงฆ์แห่งนี้โดยตรง

https://goo.gl/maps/PSZkQ4RxqVK2

27/05/2026
27/05/2026

🚀 ถอดรหัสลับพระพุทธเจ้า... เช็กระดับจิตคุณอยู่ขั้นไหน? "สะเก็ด เปลือก กระพี้ หรือแก่น" พร้อมสูตรลัดเรียนธรรมะอย่างไรให้บรรลุอรหันต์ไวที่สุด! ⚖️ นักปฏิบัติธรรมสายตรงทุกท่านเคยสับสนไหมครับ? เวลาคุยกับเพื่อนนักปฏิบัติ บางคนบอกต้องทำสมถะ (สมาธิ) อย่างเดียว บางคนบอกต้องลุยวิพัสสนา (ปัญญา) เท่านั้น จนกลายเป็นเรื่องถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น

วันนี้ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสดับรับฟังโอวาทธรรมคำสอนที่จะช่วย "ปลดล็อก" ทุกความสงสัยจากหลวงพ่อ ที่จะมาเคลียร์ชัดๆ เลยว่า แท้จริงแล้วสมถะกับวิปัสสนานั้นแยกกันไม่ได้! เปรียบเหมือน "คนเพาะกำลังกาย" กับ "อาวุธที่คมกล้า" ที่ต้องทำงานคู่กัน พร้อมชำแหละพิมพ์เขียวการวัดระดับความดีในพระพุทธศาสนาว่า จิตของคุณก้าวข้ามผ่านสะเก็ดและเปลือก เข้าถึง "แก่นแท้" ที่ระลึกชาติและรู้ที่ไปที่มาของคนตายได้แล้วหรือยัง? ใครอยากรู้วิธีกดสูตรลัดหนีนรก ดับมานะกิเลสตัวเลว และเช็กเกณฑ์บรรลุธรรมใน 7 วัน ต้องอ่านธรรมทานบทนี้ให้จบเลยครับ 🚀

#บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

💡 เรื่อง: อานิสงส์การเจริญพระกรรมฐาน และเกณฑ์วัดระดับคุณธรรม โดยหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง

ผู้ถาม :- “คำว่า สมถกรรมฐาน กับ วิปัสสนากรรมฐาน มีความหมายแตกต่างกันอย่างไรครับ?”

หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง :- “สมถะนี่เป็นจุดเริ่มต้นทำจิตให้เป็นสมาธิ ท่านมีความหมายว่าทำจิตให้สงบจากนิวรณ์ 5 สำหรับวิปัสสนาเป็นการใช้ปัญญา พิจารณาร่างกาย เพื่อตัดกิเลส มันต่างกันตรงนี้

การทำจิตให้เป็นสมาธิ ก็เพื่อไม่ให้จิตวุ่นวาย เมื่อจิตไม่วุ่นวายแล้ว ก็ใช้ปัญญาพิจารณา คือยอมรับนับถือกฎของความเป็นจริง เกิดมาแล้วมันก็ต้องแก่ เมื่อทรงชีวิตอยู่มันก็ป่วยไข้ไม่สบาย มีการพลัดพรากจากของรักของชอบใจ เมื่อมีชีวิตอยู่ต้องมีการนินทาสรรเสริญ กระทบกระทั่ง และในที่สุดเราก็ตาย นี่เป็นของธรรมดา ถ้าอาการอย่างนี้มันเกิดขึ้นกับเรา เราจะไม่หวั่นไหวในอารมณ์ ถือว่ามันเป็นธรรมดาของการเกิด”

ผู้ถาม:- “สมถะนี่ตัดกิเลสได้ไหมครับ…?”
หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “ยังตัดกิเลสไม่ได้ แต่ว่าระงับได้”

ผู้ถาม:- “มันแตกต่างกันอย่างไรครับ…?”
หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “คำว่าระงับ ก็เปรียบเหมือนกับเรามีสัตว์ร้ายอยู่ตัวหนึ่ง ถ้ามันจะกัดเรา วิธีระงับ ก็คือจับมันมัดหรือกดมันไว้ ไม่ให้ทำร้าย ส่วนคำว่าตัดหรือวิปัสสนาญาณนั้น ก็หมายถึงฆ่าสัตว์ร้ายนั้นไม่ให้มีฤทธิ์ต่อไป เข้าใจไหม…?”

ผู้ถาม:- “ครับ ทีนี้กระผมได้ยินมาจากคุยกันกับพวกนักปฏิบัติ นักสมถะบอกว่า สมถะก็ตัดกิเลสได้ ปัญญาไม่เกี่ยว ส่วนพวกเจริญวิปัสสนาญาณนั้นบอกว่า วิปัสสนาญาณเป็นส่วนที่ตัดกิเลสได้ สมถะไม่เกี่ยว ไม่จำเป็นจะต้องเจริญสมถะก็ได้ เลยไม่รู้ว่าความเห็นของฝ่ายไหนที่ถูก”

หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “ก็เป็นไปตามความเห็นของเขา อาตมาเคยคุยมาหลายราย มีอยู่รายหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รถไฟ ท่านบอกว่า สมัยก่อนผมเจริญสมถะจนกระทั่งมีจิตสงบมาก แต่มาตอนหลัง เห็นว่าไม่เป็นการตัดกิเลสได้ เลยเจริญวิปัสสนาอย่างเดียว ก็เลยบอกกับท่านว่า ถึงแม้จะเจริญวิปัสสนาอย่างเดียว ก็ต้องมีสมถะร่วมด้วย คืออันดับแรก จะต้องมีจิตเรียบร้อยในด้านศีล และประการที่สอง เวลาที่ใชัปัญญาพิจารณาเพื่อการตัดกิเลสนี่นะ เวลานั้นอารมณ์อื่นไม่เข้ามารบกวน ไอ้ตัวที่อารมณ์ไม่เข้ามารบกวน หรือไอ้ตัวที่สงบจากอารมณ์อื่น มันเป็นสมถะหรือท่านเรียกว่าสมาธิ ซึ่งมันมีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ท่านจึงเข้าใจ”

ผู้ถาม:- “ก็เป็นอันว่า ทั้งสองอย่าง จะต้องร่วมกันแยกกันไม่ได้ใช่ไหมครับ…?”
หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “ใช่ ถ้าจะเจริญวิปัสสนาญาณอย่างเดียว แต่ขาดสมถะก็ไปไม่รอด ท่านเปรียบไว้แบบนี้นะว่า สมถะ นี่ก็เหมือนกับคนที่เพาะกำลังกายให้แข็งแรง ส่วน วิปัสสนาญาณ ก็เหมือนกับอาวุธที่คมกล้า ถ้าคนไม่มีแรงหยิบอาวุธ จะฆ่าข้าศึกได้ไหม…?”

ผู้ถาม:- “ไม่ได้แน่ๆ ครับ”
หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “เพราะฉะนั้น ทั้งสมถะและวิปัสสนา 2 อย่างนี้จะต้องคู่กัน นี่เป็นแบบของพระพุทธเจ้านะ”

ผู้ถาม:- “การเจริญสมถะก็ดี เจริญวิปัสสนาญาณก็ดี จะต้องปฏิบัติในเรื่องศีลไหมครับ…?”
หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “คือการทำสมถะหรือสมาธิก็ดี วิปัสสนาก็ดี ทั้งหมดนี้ จะต้องประกอบด้วยเหตุ 3 ประการร่วมกัน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าศีลไม่บริสุทธิ์ จิตก็ไม่เป็นสมาธิ ถ้าศีลบริสุทธิ์แล้ว จิตจึงเกิดสมาธิ เมื่อจิตสงบจากอารมณ์ต่างๆ ปัญญามันจึงจะเกิด มันต้องร่วมกัน 3 อย่าง”

ผู้ถาม:- “หลวงพ่อครับ การนั่งวิปัสสนากรรมฐาน บางคนก็ว่าพุทโธ บางคนก็สัมมาอรหัง บางคนก็ว่า เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ ฯลฯ จะเอา อย่างไหนเป็นที่แน่นอนครับ… ?”
หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง:- “แน่นอนทุกอันน่ะโยม ใช้ได้หมด ไม่ผิดหรอก ยังมีมากกว่านี้ สุดแล้วแต่เขาจะใช้เพื่อความเหมาะสม... คำภาวนานี่มันไม่แน่นอน เอาอะไรก็ได้ มันสำคัญที่อารมณ์ตั้งใจ จะใช้อะไรก็ได้... สิ่งสำคัญคือเราอย่าคิดว่าวัดนั้นสู้เราไม่ได้ วัดเราสู้วัดเขาไม่ได้ เอาอะไรไปเป็นเครื่องวัด ถ้าอารมณ์ยังมีอย่างนี้อยู่ แสดงว่าจิตเลวมาก ถ้าจิตมันเลว จะดีอย่างไร การปฏิบัติ อย่าชูงวงเข้าบ้าน คือ อย่าโอ้อวดเขา อย่านั่งให้เขาเห็น การทำสมาธิเพื่ออวดคน นั่งปั๊ปตรงนี้ คนเดินผ่านไปผ่านมามันจะได้เห็น นี่เป็นอุปกิเลส ไม่ได้อะไรเลย”

[เช็กระดับความดีตามเกณฑ์พระพุทธเจ้า]

สะเก็ดความดี: ไม่สนใจในจริยาของคนอื่น ดูแต่ว่าเราทำถูกไหม และไม่ทำเพื่อโอ้อวดเขา

เปลือกความดี: มีศีล 5 บริสุทธิ์ครบถ้วน, จิตไม่ตกเป็นทาสของนิวรณ์ 5, และจิตแผ่เมตตา-พรหมวิหาร 4 อย่างเต็มที่ตลอดเวลา

กระพี้ความดี: สามารถทำปุพเพนิวาสานุสสติญาณให้เกิดขึ้น คือระลึกชาติได้

แก่นความดี: สามารถทำทิพพจักขุญาณ (จุตูปปาตญาณ) ให้เกิดขึ้น รู้เห็นภพภูมิและที่ไปที่มาของคนและสัตว์ตายแล้วไปไหนได้ชัดเจน

หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง กล่าวสรุปว่า... ถ้าทำได้ถึงขนาดนี้จนจิตคล่องดีแล้ว ถ้าฝึกวิปัสสนาญาณ ถ้าบารมีแก่กล้าคือมีกำลังเข้มข้น ก็จะเป็นอรหันต์ภายใน 7 วัน ถ้ามีกำลังจิตปานกลางจะเป็นอรหันต์ภายใน 7 เดือน ถ้าขี้เกียจที่สุดเป็นอรหันต์ภายใน 7 ปี!

[หลักสูตรพิเศษในพระพุทธศาสนา 4 อย่าง]

สุกขวิปัสสโก: ไม่ต้องการฤทธิ์เดช ทำแบบสบายๆ เรียบๆ จิตใจไม่ชอบจุกจิก มีจิตเป็นสุขและมีกำลังตัดกิเลสได้

เตวิชโช (วิชชาสาม): มีญาณ 8 อย่าง (เช่น ทิพพจักขุญาณ, ระลึกชาติได้, รู้เรื่องอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน, รู้ยถากรรมมุตาญาณ) สำหรับคนที่อยากรู้อยากเห็น

ฉฬภิญโญ (อภิญญาหก): แสดงอิทธิฤทธิ์ได้ มีหูทิพย์ ตาทิพย์

ปฏิสัมภิทัปปัตโต: มีความสามารถคลุมวิชชาสามและอภิญญาหกทั้งหมด มีความเป็นทิพย์ของจิตและมีความฉลาดรอบรู้ทุกอย่าง

[เครื่องวัดระดับความเป็นพระอริยบุคคล]

พระโสดาบัน และ พระสกิทาคามี: วัดด้วยการละสังโยชน์ 3 ข้อ คือ สักกายทิฏฐิ (รู้ตัวว่าจะต้องตายและไม่ประมาท), วิจิกิจฉา (ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า), และมีศีล 5 บริสุทธิ์

พระอนาคามี: วัดด้วยการละสังโยชน์เพิ่มอีก 2 ข้อ คือ ละกามราคะ (ไม่ยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสระหว่างเพศ) และละปฏิฆะ (ไม่มีความโกรธ ความพยาบาท)

พระอรหันต์: วัดด้วยการละสังโยชน์ครบ 10 ข้อ (ละรูปราคะ, อรูปราคะ, มานะ, อุทธัจจะ, และอวิชชา ตัดความโง่ทิ้งไปทั้งหมด)

ส่วนคำว่า "นิพพานสูญ" นั้น หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ท่านเคลียร์ชัดว่า... ในพระไตรปิฎกไม่มีคำว่านิพพานสูญ นิพพานนี้ไม่สูญ แต่คนที่จะไปนิพพานได้ "กิเลสต้องสูญ" คำว่าสูญแปลว่าว่าง นิพพานเป็นธรรมว่างอย่างยิ่ง หมายความว่าคนที่จิตว่างจากความชั่วทั้งหมด จึงจะเห็นและไปอยู่นิพพานได้นั่นเอง!

📖 แหล่งที่มา: คัดลอกจากหนังสือ "หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม" ฉบับพิเศษ เล่ม 1 หน้า 48-59 โดยหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

💬 [Action Plan วันนี้: สลัดอุปกิเลส มุ่งสู่แก่นความดี]
อ่านโอวาทธรรมคำสอนสรุปแก่นพระกรรมฐานบทนี้จบแล้ว มาร่วมใจลอกเปลือก ลอกสะเก็ดความชั่ว แล้วก้าวเข้าสู่แก่นแท้ของพุทธศิษย์ไปพร้อมกันนะครับ! วันนี้มาสร้างอาจิณกรรมฝ่ายกุศลร่วมกันง่ายๆ 2 ข้อ:

คอมเมนต์ประกาศเป้าหมายจิต: ร่วมพิมพ์คอมเมนต์ตอกย้ำอารมณ์กุศลหนีนรก "ศีลบริสุทธิ์ จิตเกาะพระรัตนตรัย ไม่เพ่งโทษใคร มุ่งตรงสู่พระนิพพาน"

แชร์ต่อเพื่อกระจายประทีปปัญญา: กดแชร์ส่งต่อโพสต์นี้ออกไปให้กว้างขวางที่สุด เพื่อช่วยเป็นคู่มือและแผนที่การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง คุ้มครองใจกัลยาณมิตรท่านอื่นไม่ให้หลงทางเถียงกัน

อารมณ์จิตชินอยู่กับความดีเมื่อไหร่ วิมานแก้วพระนิพพานก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยรักษาดวงจิตทุกท่านให้ทรงฌานในกุศล แข็งแรงปลอดภัย และเข้าถึงบรมสุขพระนิพพานเทอญ! สงบเย็นปล่อยวาง เดินหน้าเข้าสู่แก่นความดีไปด้วยกันนะครับวิมานแก้วสว่างจ้าแดนนิพพานสุกสว่างดั่งเพชรทิพย์✨

27/05/2026

⚒️ ถูกตะปูและกระดูกผี 🦴

ผู้ถาม : "นมัสการหลวงพ่อด้วยความเคารพ หนูเคยถูกตะปู ขณะนี้ได้ออกไปหมดแล้ว ต่อมาอีกระยะหนึ่งก็ถูกกระดูกผี ที่ส้นเท้าปวดมาก ข้อศอกด้วย จะทำอย่างไรดีให้ออกไปให้หมด และมีวิธีป้องกันการถูก 'คุณไสย ลมเพลมพัด' ได้อย่างไรเจ้าคะ ?"

หลวงพ่อ : "เดี๋ยวก่อน...ที่ออกมาก่อนทำไงถึงออก ไปทำที่เดิมเขาออกได้นะ คือหมอคนไหนเขาเคยรักษา ก็รักษากับคนนั้น เขาเอาออกได้ ในการที่ป้องกันไสยศาสตร์นี่ ความจริงยันต์เกราะเพชรทั้งเกราะก็ป้องกันได้นะ แต่ว่าจะนับถือจริงหรือเปล่า...เท่านั้นแหละ ถ้านับถืออย่างเคร่งครัด ขอยืนยันว่าไสยศาสตร์ทำไม่ได้แน่"

( จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ
เล่มที่ ๑๑ หน้าที่ ๑๐ ของวัดท่าซุง )

🚩 ขอเชิญฝึกปฏิบัติธรรมในกลุ่ม
" นิพพานชาตินี้" ทางออนไลน์ "
💎 เพื่อก้าวเข้าสู่พระอริยบุคคล
ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป
📝 ฝึกให้ฟรีไม่มีการเรียกเก็บ
ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
( #สอนธรรมะออนไลน์ฟรี)

ช่องทางสมัคร เข้าร่วมฝึกปฏิบัติธรรม
👉 https://lin.ee/gWKFjQE
https://linktr.ee/Nirvana.Way

#องค์หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ #กลุ่มนิพพานชาตินี้

27/05/2026

พระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน พระธรรมวินัย ก็อันเดียวกัน ให้เอาจริงเอาจังนะ

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

เพจ : ตามรอยธรรมหลวงตามหาบัว

27/05/2026

คนพาลเมื่อบาปยังไม่ให้ผล เขาหัวเราะเริงร่า เมื่อบาปนั้นติดตามมาให้ผล เขาก็ร้องไห้น้ำตานองหน้า

โอวาทธรรมคำสอน หลวงพ่อสมภพ โชติปัญโญ

อดีตชาติหลวงพ่อฤาษี 13 ชาติ..ที่เกิดตั้งแต่สมัยโยนกนครจนถึงรัตนโกสินทร์... #ลงมาเกิดเพื่อรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น และเพื่อช่...
27/05/2026

อดีตชาติหลวงพ่อฤาษี 13 ชาติ..
ที่เกิดตั้งแต่สมัยโยนกนครจนถึงรัตนโกสินทร์...
#ลงมาเกิดเพื่อรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น
และเพื่อช่วยเหลือคนไทย และช่วยให้พระพุทธศาสนา
มีอายุครบ 5000 ปี เรื่อง อดีตชาติหลวงพ่อฤาษี 13 ชาติ
ที่เกิดตั้งแต่สมัยโยนกนคร จนถึงรัตนโกสินทร์
ลงมาเกิดเพื่อรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น
และเพื่อช่วยเหลือคนไทย
และช่วยให้พระพุทธศาสนามีอายุครบ 5000 ปีนี้

ผมอ่านพบข้อมูลจาก กลุ่มพุทธภูมิ
ซึ่งนำข้อมูลมาจาก คุณปานิสรา ศิลางาม ซึ่
งย่อตอนนี้มาได้กระชับดีมาก เข้าใจง่าย
ถ้าท่านใดต้องการอ่านฉบับเต็ม
ผมลงเพจที่จะค้นหาไว้ให้แล้วในตอนท้ายเนื้อหามีอยู่ว่า

นำเรื่องราวของ หลวงพ่อวัดท่าซุง
ในการเกิด 13 วาระตั้งแต่สมัยโยนกนคร
จนถึงรัตนโกสินทร์ ลงมาเกิดเพื่อรวมไทยให้เป็นปึกแผ่น
และเพื่อช่วยเหลือคนไทย และช่วยให้พระพุทธศาสนา
มีอายุครบ 5000 ปี ตามพุทธทำนาย
ถ้าอยากอ่านให้ครบก็ไปหา หนังสือเรื่องจริงอิงนิทานพิเศษมาอ่าน
หลวงพ่อพูดได้ละเอียดและลึกซึ้งกว่านี้มาก
อันนี้เราบอกคร่าวๆนะ เกิดเป็นใครบ้างก็ลองอ่านดู

#วาระที่ 1 เกิดเป็นพระเจ้ามังราย รัชกาลที่ 2 แห่งโยนกนคร เป็นลูกชายพระเจ้าอชุตราช ในชาตินั้นท่านเป็นผู้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่ดอยตุง โดยการนำมาของพระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์

#วาระที่ 2 เกิดสมัยโยนก เป็นเณรน้อยอายุ 7 ปีทรงฌานสมาบัติ แต่ได้ถูกขอมดำกระทำย่ำยี เวลานั้นขอมดำมายึดเมืองโยนกนครได้แล้ว แล้วทำการกดขี่ข่มเหงรังแกคนไทยเณรจึงเข้าฌานสมาบัติ ตั้งจิตอธิษฐานว่า เกิดคราวหน้าขอให้ได้เกิดมาเป็นคนไทย และได้ช่วยคนไทยทุกแง่ทุกมุม
มิไม่ใช่เฉพาะการรบ การเศรษฐกิจ การปกครอง แม้แต่การรบทุกอย่างให้ครบถ้วน ให้คนไทยพ้นจากความเป็นทาส "พอตั้งจิตอธิษฐานก็ไม่ถอนจากฌานสมาบัติ ก็นั่งทรงฌานอย่างนั้นจนตาย แล้วไปเกิดเป็นพรหม ชั้นที่ 11

#การเกิดครั้งที่3 หลังจากตายจากเณรน้อย ไปเป็นพรหมชั้นที่11ได้เพียง1ปีเศษ ก็ลงมาเกิดเป็น "พระเจ้าพรหม มหาราช" เป็นโอรสของพระเจ้าพังคราช รัชกาลที่ 37 ในสมัยโยนกนคร มีพี่ชายชื่อทุกภิขะ( บริเวณพระธาตุจอมกิตติ ดอยตุง เป็นเขตเมืองโยนกนคร) เกิดพร้อมสหชาติที่เป็นพรหม เทวดา ลงมาเกิดพร้อมกัน 250คน ทั้ง250คน เกิดเป็นผู้ชายทั้งหมด พรหมอีกองค์นึงเกิดเป็นช้างประกายแก้ว ช้างคู่บารมีพระเจ้าพรหม ลงมาเกิดเพื่อกู้ชาติให้พ้นความเป็นทาสจากขอมดำ และทำสำเร็จด้วย ทุกวันนี้วันอาสาฬหบูชาที่วัดท่าซุงก็มีการแห่ชัยชนะพระเจ้าพรหมทุกๆปี

#การเกิดในวาระที่4 หลังจากที่ตายจากการเป็นพระเจ้าพรหมสมัยโยนก แล้วเข้าฌาณตาย กลับไปเป็นพรหม เวลาผ่านไปอีก 800 ปีลงมาเกิดเป็นพระร่วงโรจนฤทธิ์ ตอนเด็กมีนามว่าอรุณกุมาร เป็นผู้ที่มีฤทธิ์มาก มีวิชาอาคม มีวาจาสิทธิ์ สามารถเสกขอมให้เป็นหินได้ และขยายอาณาเขตของประเทศไทย (ตอนนั้นยังไม่เป็นเทศไทย )กว้างใหญ่ไพศาล ยึดมอญ พม่าขอมไว้ได้หมด อาณาจักรยาวเหยียด เวลานั้นคือก่อนเมืองสุโขทัย 700 ปีเศษ ก่อนหน้าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ 700ประมาณปีเศษ

#วาระที่5 เกิดเป็น"พ่อขุนศรีเมืองมาน"( เป็นพ่อของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ แห่งอณาจักรสุโขทัย)ตายจากพระร่วงโรจนฤทธิ์ก็เข้าฌานตาย กลับไปเป็นพรหมเช่นเดิม กลับมาเกิดวาระที่5 เป็นพ่อขุนศรีเมืองมาน มีสหชาติเกิดมาด้วยคือ พ่อขุนน้าวนําถมลงมาช่วยกู้ชาติไทยจากขอมดำ ขยายอาณาเขตประเทศไทยไปถึงสิงคโปร์ มีภรรยาชื่อพรรณวดีศรีโสภาศ เป็นเมียเอก และมีเมียราษฏร์อีก 29 คน พอเมียเอกตาย ก็บวชไม่สึกอีกเลย เข้าฌานตายแล้วไปเกิดเป็นพรหมตามเดิม

#วาระที่6 "ขุนหลวงพระงั่ว" รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาคนไทยเกิดแบ่งเป็น 2 พวก จึงต้องลงมาเกิด
เพื่อรวมไทยให้เป็น1เดียว ลงมาเกิดในราชวงศ์อู่ทอง
เป็น"ขุนหลวงพระงั่ว" มาปลุกจิตสำนึกคนไทย
ให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ จึงนิมนต์พระสงฆ์มาร่าง
"ไตรภูมิพระร่วง" ไตรภูมิพระร่วง พระร่วงไม่ได้ทำท่าน
เป็นเพียงแต่ศาสนูปถัมภ์ไตรภูมิพระร่วง
เป็นการร่วมมือกันระหว่างสุโขทัยและกรุงศรี
และยังได้ร่วมกันสร้างพระพุทธชินราชพระพุทธชินสีห์
และพระศรีศากยมุนีขึ้นมาเป็นมิ่งขวัญของเมืองไทย
เป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าประเทศไทย
จะทรงตัวได้ด้วยเหตุ 3 อย่างด้วยกัน
คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พระพุทธชินราช หมายถึง พระมหากษัตริย์
พระพุทธชินสีห์ หมายถึง พระศาสนา
พระศากยมุนี หมายถึง ชาติ
การสร้างครั้งนี้ก็เป็นหน้าที่ของท้าวโกสีย์สักกะเทวราช
ให้พระวิษณุกรรมมาช่วย ขุนหลวงพระงั่ว
ได้มารวมสุโขทัยกับอยุธยาเป็นประเทศเดียวกัน

#เกิดวาระที่7 ต่อมาลงมาเกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงศรีอยุธยา
ครั้งนี้เป็นลูกชาวบ้าน แต่เป็นลูกมหาเศรษฐี มีแม่ชื่อปิ่นทอง
พ่อชื่อกองแก้ว ท่านเองเป็นลูกชายชื่ออำไพ
ลงมาช่วยคน ให้เงินให้ทอง ให้ที่ทำกิน
ช่วยการเกษตร ช่วยทุกสิ่งทุกอย่าง ให้การศึกษา
จนคนไทยเป็นปึกแผ่นแน่นหนาพอ
ประชาชนมีความสุข และท่านก็ตายไปเกิดเป็นพรหมตามเดิม

#วาระที่ 8 เกิดมาในตระกูลของแม่ทัพสมเด็จพระพันวสา
คือสมเด็จพระอินทราธิราช มีนามว่า "ขุนไกร"
( #ขุนแผน) เป็นอันว่าชาตินี้ขุนแผนต้องรวบรวมไทย
อาศัยที่มีวิชาการมาก เป็นนักรบเก่ง
ล่องหนหายตัวได้ สะเดาะกลอนได้
ทำหุ่นพยนต์ได้ ทำอะไรได้แปลกๆ
การยกทัพไปก็ไม่ต้องใช้กำลังคนมาก
ก็สามารถจะสู้ข้าศึกได้

#วาระที่ 9 เกิดมาเป็นลูกกษัตริย์ มีนามว่าพระบรมไตรโลกนาถ
เมื่อพระบรมไตรโลกนาสวรรนคต
ก็ไปเป็นพรหมตามเดิมไม่ช้าไม่นานก็ต้องเสด็จลงมาเกิดอีก

#วาระที่10 เกิดสมัยพระนารายณ์ ท่านลงมาเกิดเป็น"ขุนเหล็ก"
หรือพระยาโกษาเหล็ก เกิดควบคู่กับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
รุ่นราวคราวเดียวกัน เป็นเพื่อนเล่นกัน ขุนเหล็กมีน้องชาย
ชื่อว่าขุนปาน หรือพระยาโกษาปาน ทั้งสองพระองค์
เป็นที่ไว้วางใจของสมเด็จพระนารายณ์มาก
#บั้นปลายชีวิตลากิจราชการไปจำศีลเจริญภาวนาวิปัสสนาญาณ
ให้ทาน ตายจากเจ้าพระยาโกษาเหล็ก
ก็เข้าฌานกลับไปเป็นพรหมตามเดิม
( #ท่านไม่ได้ตายตามประวัติศาสตร์เขียนไว้หรอกนะ)

#วาระที่11 ลงมาเกิดมาเป็นขุนดาบคู่ใจของพระเจ้าตากสินมหาราช
คือพระยาศรีสิทธิสงคราม อยู่ในกองทัพหลวงประจำองค์
พระเจ้าตากสินมหาราชสมัยกรุงธนบุรีก่อนกรุงศรีจะแตก
เป็นกำนันจัน ชื่อว่า #จันหนวดเขี้ยว เป็นที่รักของประชาชน
ต่อมาค่ายบางระจันแตก
#นายจันหนวดเขี้ยวไม่ได้ตายไปตามประวัติศาสตร์ที่เขียน
นายจันหนวดเขี้ยวจึงมารวมกำลังกับพระเจ้าตากสินกู้ชาติ
ต่อมาพระเจ้าตากสินจึงเปลี่ยนชื่อให้จากกำนันจัน
มาเป็นพระยาศรีสิทธิสงคราม ประจำกองทัพหลวง
(ด้วง- นายจันหนวดเขี้ยว- พระยาศรีสิทธิสงคราม -เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก-และ #สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็คือคนๆเดียวกัน เพียงแต่ว่า หน้าที่การงานและตำแหน่งมันต่างวาระ ทำให้ชื่อต่างกัน แต่ก็คือคนๆเดียวกันนั่นเอง)

#วาระที่12 มาเกิดเป็น รัชกาลที่๕ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ สร้างคุณประโยชน์ใหญ่ไว้มากมายต่อแผ่นดิน

#วาระที่13 ชาติสุดท้ายเกิดมาเป็นหลวงพ่อพระราชพรหมยานวัดท่าซุง ไปนิพพานเรียบร้อยแล้ว

หนังสือเรื่องจริงอิงนิทานพิเศษ หลวงพ่อฤาษี หาอ่านได้จากที่นี่ครับ

#ข้อมูลจาก กลุ่มพุทธภูมิ
(ขออนุญาตนำมาเผยแผ่เป็นธรรมทานค่ะ)

26/05/2026

ที่อยู่

วัดสุขโขวนาราม(ธ) หมู่ที่ 10 คุ้มกกโก ตำบลชนบท
Khon Kaen
40180

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00
เสาร์ 07:00 - 17:00
อาทิตย์ 07:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66635031955

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดสุขโขวนารามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท