27/08/2026
หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร กล่าวถึงหลวงปู่ดู่ - หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
หากใครเคยปรามาสท่านให้ไปขอขมา เพื่อป้องกันนรก
เรื่องราวที่นำมาบอกเล่านี้ขอให้เข้าใจก่อนว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นราว ๓๐ – ๔๐ ปีก่อน มัยนั้นท่านฤาษีลิงดำยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เคารพดังเช่นทุกวันนี้ กลับกันท่านออกมาเทศเรื่องสมาธิในแนวติดฤทธิ์ คือ พูดเรื่องอภินิหารประหนึ่งเป็นของง่าย นิพพานใครก็ไปได้ง่ายจนน่าแปลกใจ ผู้ฅนในสมัยนั้นส่วนหนึ่งยังตำหนิคำสอนของท่านอยู่ไม่น้อยเลย สมัยนั้นครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐานหลายรูปยังนึกติ หรือคิดอยากพบหลวงพ่อฤาษีเพื่อทดสอบภูมิธรรมของท่านก็ยังมี รวมถึงศิษย์หรือผู้เคารพพระป่าหลายท่านยังนึกติ เรียกว่ารู้สึกไม่เคารพหลวงพ่อฤาษีลิงดำว่า **ท่านอวดฤทธิ์** พาลคิดติท่านถึงขั้นว่าเกินเลยรุนแรงทีเดียว กล่าวกันจริง ๆ เวลานั้นผู้ฅนที่เชื่อท่านก็มีมาก แต่ผู้ที่ไม่เชื่อก็มีมากเช่นกัน เรื่องที่เล่านี้เป็นเรื่องเก่าขอให้เข้าใจก่อนดังนี้
เมื่อราวสามสิบกว่าปีก่อนศิษย์หลวงปู่เดินหนกลุ่มหนึ่ง ศิษย์กลุ่มนี้ก่อนมาพบหลวงปู่เดินหน เคยเป็นศิษย์พระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น เป็นศิษย์พระอาจารย์ฝั้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เคยเดินทางไปกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในสายนี้หลายรูปมี หลวงปู่ขาว, พระอาจารย์จวน, หลวงปู่ชอบ, หลวงปู่ดูลย์, หลวงปู่ชอบ ฯลฯ ท่านที่เป็นต้นเรื่องนี้ชื่อ คุณชลัย เรืองวิเศษ เป็นผู้คุ้นเคยกับพระป่าสายกรรมฐาน ครูบาอาจารย์ในสายนี้โดยมากเรียบร้อยการเทศน์ไม่โลดโผน ต่อเมื่อมาได้ยิงเรื่องราวของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านจึงไม่เลื่อมใสหรือให้ความสนใจด้วยไม่ถูกจริต แต่เพื่อนฝูงในที่ทำงานที่เดียวกันกับคุณชลัยเขานับถือ มักเล่าเรื่องของหลวงพ่อฤาษีลิงดำให้ฟังต่าง ๆ ชมว่าเก่งอย่างนั้นอย่างนี้
โดยเล่าว่าเมื่อสตรีมีครรภ์เข้าพิธีเป่ายันต์เกราะเพชรแล้วหากลูกในท้องเป็นชาย ยันต์นี้จะติดกะโหลกศีรษะเด็กนั้นออกจากท้องแม่มาเห็นชัดเจน เล่าอภินิหารมากมายทั้งยังนำเทปบันทึกเสียงเทศน์ และหนังสือของหลวงพ่อฤาษีมาฝากให้ศึกษา แต่คุณชลัยไม่ได้สนใจเชื่อถือแต่อย่างใด เพราะยิ่งฟังเรื่องที่ท่านเทศน์ยิ่งไม่อยากสนใจ เพราะท่านเทศน์แต่เรื่องเห็นเทพเทวดา คุยกับเทวดา เห็นพระพุทธเจ้า ไปแดนนิพพาน ไปแดนสวรรค์ ดูเกินจริงไม่นับถือเลย เพื่อนผู้นี้ยังนำพระเครื่องของหลวงพ่อฤาษีมามอบให้หลายองค์ รวมถึงพระบูชาของหลวงพ่อปานแบบพระแก้วใส ซึ่งปลุกเสกโดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ คุณชลัยเมื่อได้รับพระมาก็นำไปวางไว้ที่ภายในห้องทำงาน ไม่สนใจนำกลับบ้านไปบูชาแต่อย่างใด
เรื่องราวขอท่านฤาษีลิงดำผ่านไปนานนับสิบปี คุณชลัยก็ไม่ได้สนใจลืมเลือนไปและไม่เคยสนใจไปกราบท่าน หรือสอบถามครูบาอาจารย์ที่ตนเคารพถึงหลวงพ่อฤาษี เพราะความที่มีอคติในใจเลยไม่สนใจ จวบจนวันที่คุณชลัยเกษียณ อายุงาน ต้องย้ายของออกจากห้องทำงาน จึงได้ขนเอาพระที่อยู่ในที่ทำงานมาฝากไว้ที่อาศรมหลวงปู่เดินหน ถนนประชาชื่น ด้วยความที่ห้องพระที่บ้านพักของตนไม่มีที่วาง ต่อมาเมื่อหลวงปู่เดินหนท่านมาประทับทรงในวันหนึ่ง คุณชลัยจึงกราบเรียนขออนุญาตว่า ตนขอนำพระบูชามาฝากไว้ที่อาศรมของหลวงปู่ก่อนระยะหนึ่ง หลวงปู่ท่านนิ่งอยู่ครู่หนึ่งท่านหันมากล่าวกับคุณชลัยว่า
หลวงปู่ : พระที่นำเอามานั้นมีหลายองค์นี่ แต่มีพระแก้วซึ่งเป็นรูปพระสงฆ์ กับพระพุทธรูปสีแก้วใสอีกองค์ ทั้งยังมีพระปูนซีขาวปิดทองเป็นพระสงฆ์องค์ไม่ใหญ่นัก พระทั้ง ๓ องค์นี้เป็นพระดีมาก มีกระแสรุนแรงสว่างไสวเจิดจ้าดีมาก เอ็งขึ้นไปหยิบลงมาหน่อยซิเอาลงมา พระสามองค์นี้ไปไว้แอบ ๆ ข้างบนไม่ได้ ให้เอามาไว้ข้างล่างนี่ หลวงปู่ท่านชี้มือไปที่ห้องพระบนศาลาเรือนไทข้างห้องทรง ห้องพระนี้เป็นห้องพระด้านล่างสำหรับศิษย์มากราบไหว้รูปหล่อหลวงปู่ ส่วนห้องพระด้านบนตึกเป็นห้องพระใหญ่ที่เก็บพระบูชาต่าง ๆ ทั่วไป
คุณชลัยได้ฟังคำสั่งก็รีบขึ้นไปห้องพระชั้นบน เพื่อหยิบพระบูชาลักษณะตามที่หลวงปู่สั่ง ได้พระมาแล้วก็นำมาให้หลวงปู่ท่านดูว่าใช่ที่ท่านกล่าวถึงหรือไม่ หลวงปู่ท่านชี้นิ้วให้หยิบพระส่งมาให้ท่านว่าเป็นองค์ใดบ้าง เมื่อได้พระทั้งสามองค์มาครบแล้วท่านนำพระทั้ง ๓ องค์มาวางตรงหน้าท่าน แล้วหลวงปู่ท่านกล่าวว่า
หลวงปู่ : พระทั้งสามองค์นี้ปลุกเสกโดยพระสงฆ์ ๒ รูปต่างสำนักกัน ซึ่งพระทั้งสองรูปนี้เป็นพระสงฆ์ที่มีบารมีสูงทั้งคู่ พระรูปหนึ่งเป็นพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณบารมีสูงมาก บำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธกาลนานนับพันปีผ่านมาหลายชาติภพ ส่วนพระสงฆ์อีกรูปเป็นพระโพธิสัตว์บารมีสูงมากเช่นกัน พระทั้งสองนี้เป็นพระรุ่นหลังท่านมากก็จริง แต่เป็นพระดีมากทั้งนอกและใน
อันความดีนอกนั้นหมายถึง **เขามีวิชาดี มีความรู้ทำได้จริงทุกทาง** อันความดีในนั้นหมายถึง **พระสงฆ์ทั้งสองนี้ต่างบรรลุธรรมขั้นสูงทั้งคู่**
พระสงฆ์ทั้งสองรูปนี้เป็นพระแท้บริสุทธิ์ทั้งนอกใน แต่กระนั้นพวกเจ้าอาจยังมีความสงสัยว่า ที่หลวงปู่ให้อัญเชิญพระทั้งสามองค์นี้มาทำไม? ในเมื่อพระที่มีอยู่ในห้องพระก็มากมายเป็นร้อยองค์ แต่ที่ให้อัญเชิญท่านลงมาเพราะว่าผู้เสกเขาเสกเป็น ด้วยเขาอัญเชิญบารมีพระพุทธเจ้ามาทุกพระองค์ และพระพุทธเจ้าท่านเสด็จมารับรู้ด้วยพระองค์เอง ทั้งยังแผ่บารมีประสิทธิ์ลงให้ด้วย
และยังมีพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ท่านก็เสด็จมาหมด พระอรหันต์มาครบทุกองค์ แม้นพระอริยะที่รอการสำเร็จอรหันต์นิพพาน ซึ่งอยู่ในโลกวิญญาณพรหมต่าง ๆ ท่านก็มากันครบเต็มพรึบหมด !! ที่ท่านมาก็เพื่อมาเสกพระดังกล่าวเรียกว่ามาประสิทธิ์ให้จนครบทุกทาง พระบูชาทั้งสามองค์นี้จึงเป็นพระสำคัญมาก เป็นของวิเศษในไตรภพเป็นที่เคารพบูชาทั้งมนุษย์, พรหม, เทพเทวดา, ภูติ, และวิญญาณทั้งหลาย
พระทั้งสามองค์นี้หากตั้งบูชาในสถานที่แห่งใดก็ตาม หากมีเทพผ่านมาต้องแวะลงกราบ เทพที่อยู่ในสถานที่นั้นก็ต้องมากราบพระทั้งสามองค์นี้ไม่มีขาด พวกกายทิพย์ต่าง ๆ ไม่ว่าภูติ หรือนาค และวิญญาณทั้งหลายก้ต้องมากราบบูชาพระ ๓ องค์นี้อยู่เนืองนิตย์ ด้วยในโลกวิญญาณเขาเห็นปรุโปร่ง เขารู้ว่าการได้กราบไหว้บูชาสิ่งมงคลเช่นนี้ถือว่าเป็นบุญเป็นสิ่งดี พระทั้งสามนี้หากตั้งบูชาในบ้านบารมีของท่านจะแผ่ทั่วบริเวณ ภูตผีปีศาจอสุรกาย เขาเข้ามาในอาณาเขตไม่ได้ แต่เขาจะเห็นลำแสงที่พุ่งจากองค์พระ เขาเห็นแค่นั้นก็จะไหว้สาธุในบารมีของพระพุทธองค์ก็นับว่าได้บุญสมควรแก่เขา เพราะวิญญาณประเภทนี้สร้างกุศลยาก ต้องอาศัยอนุโมทนาบุญหรือเขาอุทิศเรียกมารับ จัดว่าน่าสงสารมากวิญญาณเหล่านี้ เขาจึงทำได้เพียงไหว้ลำแสงที่พุ่งออกจากพระพุทธรูปทำได้เท่านี้
หลวงปู่จึงให้อัญเชิญพระทั้งสามองค์นี้เอามาได้ที่ห้องบูชาด้านล่าง เพื่อให้ศิษย์ที่มากราบหลวงปู่ได้กราบพระทั้งสามองค์นี้จะเกิดมงคลยิ่ง ๆ ขึ้นไป แม้นพระทั้งสามองค์ดูว่าเล็ก แต่ความศักดิ์สิทธิ์นั้นยิ่งใหญ่มากประมาณ จะหาคำเปรียบเทียบไม่ได้เลยในความสูงส่งวิเศษนั้น ของที่ว่าสมเด็จพระสมณะโคดมพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันประสิทธิ์ว่าสูงในสามโลก
แต่พระนี้พระพุทธเจ้าทุกกัปเสด็จมาประสิทธิ์ครบหมด สิ่งวิเศษสูงเยี่ยงนี้สมควรแก่การบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้ได้กราบไหว้เป็นมงคลนัก พระนี้แม้นเทพเทวดาผ่านมายังต้องแวะเวียนมากราบ จะผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้ต้องไหว้นะพระที่สูงขนาดนี้ เอามาไว้ห้องพระข้างล่างนี้ให้ทุกฅนเขาได้กราบด้วยดีมาก
นี้คือคำที่หลวงปู่เดินหนเคยกล่าวถึงพระบูชาทั้งสามองค์ พระแก้วใสสององค์แรกเป็นพระพุทธรูปบูชาของวัดท่าซุง มีเขียนอยู่ที่ฐานพระว่าศิษย์หลวงพ่อปาน อีกองค์เป็นพระแก้วใสรูปหลวงพ่อปาน อีกองค์เป็นพระพุทธรูปของวัดท่าซุง เสกโดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ส่วนพระปู่ขาวปิดทององค์ที่สามทราบว่าปลุกเสกโดยหลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา ซึ่งคุณชลัยเมื่อได้มาก็ไม่เคยได้สนใจ ด้วยเป็นพระใหม่เขาให้มาก็เก็บ ๆ ไว้ไม่สนใจ เพราะไม่ได้นับถือหรือสนใจทั้งหลวงพ่อฤาษีและหลวงปู่ดู่
ในช่วงท้ายคุณชลัยถามหลวงปู่ว่า **ท่านฤาษีลิงดำนี้เป็นพระดีหรือเจ้าค่ะหลวงปู่ เพราะเห็นท่านเทศน์ว่าไปสวรรค์ ไปนิพพาน ท่านคุณกับเทวดาได้จริงหรือเจ้าค่ะหลวงปู่**
หลวงปู่ตอบว่า ..เขาไม่ได้อวด แต่ที่เขาพูดดูง่ายเพราะเขาทำได้ และทำได้เป็นปกติ จึงพูดไปดูเป็นเรื่องธรรมดา เขาไม่ผิดวินัย เขาทำได้จริงนี่ ให้ว่าจะอวดคุณไม่มีในตนอย่างไร? ในเมื่อเขาทรงอารมณ์อยู่ในสภาวะธรรมและทำได้จริง พระรูปนี้เก่งมากนะ ไปกราบขอขมาโทษจากท่านซะ เพราะเป็นกรรมนะ ที่ผ่านมาพวกเธอไม่ได้มาถามหลวงปู่ จึงไม่ได้ตอบชี้แจงให้รู้ว่าท่านเป็นอย่างไร แต่วันนี้มาถามเลยบอกให้รู้ และควรรีบไปขอขมาซะโดยเร็ว นรกทั้งนั้น คิดติเตียนพระอริยะเจ้าแค่นี้ก็บาป มันเป็นมโนกรรมรุงแรงนะพระอริยะ ไปกราบขอขมาซะ หรือตั้งจิตขอขมาท่านที่หน้ารูปท่านก็ได้
เรื่องที่หลวงปู่เดินหนพูดตอบนี้ คุณชลัยตกใจมาก เพราะตนเองลืมเลือนเรื่องราวนี้ไปแล้ว เพราะเวลาผ่านมานานนับหลายปี ว่าตนเคยติเตียนหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาก่อน เมื่อหลวงปู่ทักเรื่องนี้จึงรับปากว่าจะรีบขอขมาท่าน ภายหลังศิษย์ของหลวงปู่เดินหนทุกฅน ทั้งตัวข้าพเจ้าเองที่ต่างได้ฟังเรื่องราวในวันนั้น จึงได้ทราบว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำกับหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ทั้งสองท่านเป็นพระดีบารมีสูงส่งมาก เพราะหลวงปู่เดินหนบอกว่า **ท่านเป็นพระดี** จึงนำเรื่องราวในอดีตที่เคยรับรู้ผ่านมา นำมาเล่าสู่กันฟังพอให้ทราบกันดังนี้
เขียน / เรียบเรียง โดย : ฅนขลัง คลังวิชา