06/02/2026
5.เชมา שָׁמַע (ออกเสียงว่า ชูห์-มา)
คำนี้เป็นคำแรกในบทสวดเชมา (Shema) จากพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-9 ซึ่งชาวยิวออร์โธดอกซ์และคริสเตียนหลายคนท่องกันเป็นประจำ นอกจากนี้ยังเป็นข้อที่พระเยซูทรงอ้างถึงเมื่อถูกถามว่าพระบัญญัติข้อใดสำคัญที่สุด
เฉลยธรรมบัญญัติ 6:4-9
4 “โอ คนอิสราเอล จงฟังเถิด (เชมา) พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์เท่านั้นทรงเป็นพระเจ้าของเรา
5 ท่านจงรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสุดกำลังของท่าน
6 และจงให้ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน
7 และท่านจงสอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน และจงพูดถึงถ้อยคำเหล่านั้นเมื่อท่านนั่งอยู่ในบ้าน เดินอยู่ตามทาง นอนลงหรือลุกขึ้น
8 จงเอาถ้อยคำเหล่านี้ผูกไว้ที่มือของท่านเป็นหมายสำคัญ และคาดไว้ที่หน้าผากของท่านเป็นสัญลักษณ์
9 และจงเขียนถ้อยคำเหล่านี้ไว้ที่เสาประตูบ้าน และที่ประตูของท่าน
เพื่อฟังหรือจงฟังให้ดี
โดยทั่วไปแล้วคำว่า เชมา (Shema) แปลว่า “ได้ยิน” โมเสสใช้คำว่าเชมาใช้เพื่อดึงความสนใจของชาวอิสราเอลให้จดจ่ออยู่กับพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และตามด้วยการบอกพวกเขาว่าชีวิตของพวกเขาควรเป็นพยานที่ได้เดินทางร่วมกับพระเจ้านั้นเป็นอย่างไร
ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมคำว่าเชมายังแปลได้อีกว่า
• การรายงาน
• การมีชื่อเสียงที่ดี
• การบอกกล่าวข่าวสาร
• การส่งเสียงดัง และคำพูด
จำเป็นต้องมีการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาคำนี้โดยคำนึงถึงบริบท คำนี้จะมีความหมายมากกว่าแค่การรวมกันของคำเหล่านั้น ในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 6 เชมา เป็นคำสั่งไม่เพียงแต่ให้ฟังพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้นแต่ยังต้องปฏิบัติตามด้วย ดังนั้น ความหมายของเชมาทำให้เราต้องใส่ใจศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอยู่เสมอและใช้เวลาอธิษฐานกับพระองค์ เพื่อที่เราจะได้ยินพระวจนะของพระองค์ตั้งแต่แรก จากนั้นเราต้องซึมซับสิ่งที่พระองค์ตรัส ไม่ใช่เพียงแค่อ่านหรือฟังแล้วลืม เราต้องจำได้ และเมื่อจำเป็นก็ต้องเชื่อฟังและนำไปใช้ในชีวิตของเรา
ยากอบ 1.22-25
22 แต่จงเป็นผู้ประพฤติตามพระวจนะไม่ใช่เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น มิฉะนั้นจะเป็นการหลอกตัวเอง
23 เพราะถ้าใครเป็นเพียงผู้ฟังพระวจนะและไม่ใช่ผู้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตนเองในกระจกเงา
24 เพราะว่าเมื่อเห็นแล้วก็จากไป และลืมในทันทีว่าตนเองเป็นอย่างไร
25 แต่ผู้ที่พินิจพิจารณาธรรมบัญญัติอันสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นธรรมบัญญัติแห่งเสรีภาพและตั้งมั่นในธรรมบัญญัตินั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่ฟังแล้วก็ลืม แต่เป็นผู้ที่ประพฤติตาม ผู้นั้นจะได้รับความสุขในการประพฤติของตน