วัดเขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

วัดเขาทอง  อ.พยุหะคีรี  จ.นครสวรรค์ สื่อสารทางพระพุทธศาสนา
(288)

19/02/2026
11/06/2024

รับเจ้าคณะตำบลเขาทอง

ศาลาหลวงพ่อเดิม,กุฎิต้น,ตลาดนัดที่สนามวัด
03/02/2022

ศาลาหลวงพ่อเดิม,กุฎิต้น,ตลาดนัดที่สนามวัด

บริเวณวัดเขาทอง(วัดสุวรรณคีรีท่าโขลง)
02/02/2022

บริเวณวัดเขาทอง(วัดสุวรรณคีรีท่าโขลง)

23/06/2021

๑. ชื่อวัดเขาทองสังกัด (  ) มหานิกาย ( ) ธรรมยุตตั้งอยู่บ้าน เขาทอง เลขที่ ๑๘๕ หมู่ ๔ ตำบลเขาทอง
อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ รหัสไปรษณีย์ ๖๐๑๓๐ โทร.๐๕๖๓๕๖๑๘๒
นามเจ้าอาวาสพระครูนิภาธรรมวงศ์ ฉายา อริยวํโส นามเดิม ประเทือง เพชรผึ้ง
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒

กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ….. เดือน ….……… พ.ศ. …….
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๓ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๒๒๕
ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาครั้งแรก เมื่อวันที่ ๕ เดือน เมษายน พ.ศ ๒๒๒๖
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลัง เมื่อวันที่ ๒๔ เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๖
ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาครั้งหลัง เมื่อวันที่ ๒๐ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๗
ประวัติวัดเขาทอง
๑.วัดเขาทอง เดิมชื่อ วัดสุวรรณคีรีท่าโขลงที่ได้ชื่อวัดสุวรรณคีรีท่าโขลง คือ บรรพบุรุษได้ขนานนามไว้แต่เดิม จึงได้เรียกติดปากสืบทอดต่อ ๆ กันมาเป็นเวลาช้านานวัดสุวรรณคีรีท่าโขลง ได้เปลี่ยนชื่อว่าวัดเขาทองในสมัยพระครูนิรันดร์ศีลคุณดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสทางคณะสงฆ์ได้มาตรวจการ และคณะสงฆ์ได้พิจารณาเห็นว่า ชื่อวัดสุวรรณคีรีท่าโขลงนี้ไม่ตรงกับชื่อหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านชื่อว่าหมู่บ้านเขาทอง ตำบลเขาทอง ดังนั้น ทางคณะสงฆ์จึงได้ตั้งชื่อให้เสียใหม่ว่า วัดเขาทอง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ชื่อวัดทางราชการจึงได้ชื่อว่า วัดเขาทอง และชื่อที่ชาวบ้านเรียกหรือชื่อเดิม วัดสุวรรณคีรีท่าโขลง(วัดใหญ่) สังกัดมหานิกาย อยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ตำบล ย่านมัทรี อำเภอ พยุหะคีรี จังหวัด นครสวรรค์ ภาค ๔
ที่ดินและที่ธรณีสงฆ์

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ จำนวน ๓๘ ไร่ ๓ งาน ๑๖ ตารางวา มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน คือ โฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๐๑๙๘
มีอานาเขตดังนี้ ทิศเหนือยาว ๑๕๔ วา จดที่ ทางสาธารณประโยชน์
ทิศใต้ยาว ๑๔๗ วา จดที่ ทางสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันออกยาว ๖๗๕ วา จดที่ ทางสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตกยาว ๑๒๕.๕ วา จดที่ ทางสาธารณประโยชน์
ที่ธรณีสงฆ์ มีจำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ทั้งสิ้นจำนวน ๑ งาน ๗๗ ตารางวา ที่ตำบล เขาทอง อำเภอ พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินคือ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๖๘๔ เลขที่ดิน ๓๖๓
ลักษณะที่ดินโดยทั่วไปของบริเวณวัด
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป ของวัดเขาทองหรือเดิมเรียกว่าวัดสุวรรณคีรีท่าโขลงนั้นเป็นพื้นดิน ทรายแดงแบบกวดตากุ้ง แต่ปัจจุบันได้มีการนำดินที่อื่นมาถมใหม่เพราะมีการก่อสร้างบ้านเรือน ชาวบ้านได้ก่อสร้างบ้านแล้วนำดินมาถมให้สูงขึ้นทำให้น้ำนั้นไหลเข้ามาในวัด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องนำดินมาถมที่เพราะวัดต่ำลงเนื่องจากวัดอยู่กลางชุมชน จึงต้องนำดินจากที่อื่นมาถมเพื่อให้สูงขึ้นและในปัจจุบันได้ทำการเทปูนและลาดยางเป็นส่วนใหญ่จึงไม่มีที่ดินให้เห็นในสถาพเดิม
ประวัติความเป็นมาของการตั้งวัด
จากประวัติ ที่พอจะสืบค้นได้ เริ่มจากบรรพบุรุษของชาวเขาทองนั้นแต่ก่อนได้อพยพ (จากการสันนิฐานว่าน่าจะมาจากเมืองหนึ่งซึ่งปัจจุบันเรียกว่านนทบุรี เพราะในพื้นที่แห่งนี้มีชาวมอญและประเพณีสืบต่อกันมายาวนานมาก) ซึ่งสาเหตุที่ต้องอพยพมานั้นเกิดจากชาวจีนในที่นั้นไล่ที่อยู่เพราะชาวจีนในสมัยนั้นต้องการที่อยู่จึงเบียดเบียนชาวมอญ ส่วนชาวมอญนั้นเป็นกลุ่มชนที่รักสงบ จึงได้เดินทางออกจากพื้นที่นั้นประมาณ ๒๐ ครอบครัว ได้เดินทางโดยเรือขึ้นมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงพื้นที่อุดมสมบูรณ์จึงตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้ (ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่ายางตาล) ในพื้นที่ตั้งถิ่นฐานนั้นเป็นที่ราบต่ำถึงช่วงฤดูฝนของทุกปีน้ำมักจะท่วมเสมอจึงทำให้ชาวมอญต้องย้ายถิ่นฐานจากที่อยู่เดิมเดินข้ามฝากมาอยู่อีกฝั่งซึ่งเป็นภูเขาสูง น้ำไม่สามารถท่วมได้จึงตั้งถิ่นฐานกันที่แห่งนี้(ปัจจุบันเรียกว่าหมู่บ้านเขาทอง) ได้อาศัยอยู่จนเริ่มตั้งหมู่บ้านขึ้น จากนั้นจึงได้ตั้งวัดขึ้นโดยเฉพาะชาวมอญถ้าจะตั้งถิ่นฐานใหม่ก็จะต้องมีเสาหงษ์ทุกครั้ง และตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพื่อรำลึกถึงบ้านเมืองที่มา เมืองนั้นก็คือ เมืองหงสาวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของชาวมอญ ภายหลังเสาหงษ์นั้นได้ผุและโค่นตามกาลเวลาเพราะทำด้วยไม้แก่นและชนรุ่นหลังมิได้สืบทอดพิธีการตั้งเสาหงษ์จึงเก็บไว้ในที่ ๆ เหมาะสม (ณ ปัจจุบันเสาหงษ์นั้นได้เก็บรักษาไว้ที่กุฏิสงฆ์) ซึ่งจะมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นชาวมอญ จะ เห็นได้ว่าการก่อสร้างอุโบสถนั้น จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะจะต้องระลึกถึงเมืองหงสาวดี(ยืนยันได้ว่าที่นี้ เป็นศิลปะของชาวมอญโดยแท้จริง) และอุโบสถหลังเก่านั้นดำเนินการสร้างตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครสามารถสืบค้นหลักฐานได้ เฉพาะอุโบสถหลังเก่านั้นมีความกว้าง ๘ เมตร และยาว ๑๘ เมตรเศษเป็นเสาไม้แก่น กำแพงก่อด้วยอิฐสูงจากพื้นดินประมาณ ๑ เมตรเศษ และฝาผนังทำด้วยเสือลำแพนกันฝน หลังคามุงด้วยกระบู้ (ปัจจุบันนี้เรียกว่ากระเบื้อง) เป็นหลังคาชั้นเดียวตามแบบสมัยโบราณ ส่วนพระประธานในอุโบสถหลังเก่านั้น เป็นพระแบบสมัยสุโขทัย ปรางสะดุ้งมารหน้าตักกว้าง ๔๐ นิ้ว เป็นพระหน้านาง ซึ่งหล่อด้วยเนื้อทองสัมฤทธิ์ (พระศรีสุวรรณบงกช) พระประธานในอุโบสถมีประวัติความเป็นมาว่า พระประธานในอุโบสถนั้น พระเจ้าอู่ทองได้ย้ายมาจากเมืองสุโขทัยจะเสด็จไปยังที่ตั้งกรุงใหม่ ณ กรุงศรีอยุธยาได้เสด็จโดยทางบกและได้บรรทุกพระพุทธรูปองค์นี้มาบนหลังช้างกับกองทัพนี้ด้วยครั้นเสด็จมาถึง ณ หมู่บ้านเขาทองและพักแรมใต้ต้นมะเดื่อทางทิศใต้ของหนองใหญ่ หน้าวัดสุวรรณคีรีท่าโขลงเวลานั้นเป็นเวลาพลบค่ำจึงหยุดพักแรม แล้วจึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปลงจากหลังช้างเมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปลงเรียบร้อยแล้ว ให้พวกควาญช้างทั้งหลายนำช้างไปกินน้ำที่หนองใหญ่ (ปัจจุบันนี้หนองใหญ่ได้ทำการบูรณะเป็นที่เก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สระแก้ว ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัด) โดยเฉพาะในตอนกลางคืนได้มีช้างป่าลงมากินน้ำในหนองน้ำนี้เป็นประจำ จึงมีประวัติว่าทางทิศใต้ของวัดเป็นทางช้างในตอนกลางคืน พอควาญช้างได้นำช้างลงกินน้ำในหนองน้ำนี้แล้วไม่เกิดสาเหตุใดขึ้นไม่มีใครทราบได้ ช้างที่ตามเสด็จทุกเชือกที่ลงมากินน้ำในหนองน้ำสามารถขึ้นมาได้ยกเว้นแต่ช้างพระที่นั้งนั้นเพียงเชือกเดียวที่ไม่สามารภขึ้นจากหนองน้ำได้ เมื่อสุดความสามารถของควาญช้างแล้ว ควาญช้างก็ได้ไปกราบทูลให้พระมหากษัตริย์ทรงทราบ พระองค์ก็เสด็จไปดูด้วยพระองค์เอง ถึงแม้ว่าพระองค์จะทำประการใดช้างก็ไม่ยอมขึ้นจากหนองน้ำ เวลานั้นชาวบ้านได้ออกมาดูช้างเชือกนั้นแล้วได้พูดว่า “ช้างติดหล่ม” ในที่สุดพระองค์ก็ได้ตรัสกับประชาชนว่า “มีใครที่สามารถนำช้างเชือกนี้ขึ้นมาได้บ้าง” หัวหน้าหมู่บ้านในสมัยนั้นได้กราบทูลแก่พระหมากษัตริย์ว่า “ข้าพเจ้ามีลูกสาวที่เป็นคนทรงอยู่คนหนึ่ง เมื่อเจ้าเข้าทรงแล้วอาจจะนำช้างพระที่นั่งขึ้นมาได้กระมัง” ดังนั้นพระองค์จึงตรัสกับหัวหน้าหมู่บ้านให้ไปรับลูกสาวมาทำพิธี เมื่อลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านเดินทางมาถึงหนองน้ำนั้นพระมหากษัตริย์จึงได้ทรงอนุญาตให้ลูกสาวของ หัวหน้าหมู่บ้านลงไปช่วยช้างที่ติดหล่มอยู่ในหนองน้ำเมื่อถึงตัวช้างก็ใช้ด้ายสาสินธ์ผูกกับงวงช้าง แล้วจึงจูงช้างขึ้นมาจากหนองน้ำได้อย่างง่ายดายพระมหากษัตริย์ทรงเห็นดังนั้นจึงตรัสว่า “น่าเหลือเชื่อ” ควาญช้างก็รับช้างนั้นไปผูกไว้กับเสาตลุงค์ เสาตุลงค์นั้นยังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ( ติดกับกำแพงวัดทางทิศตะวันตกของวัด) ตามข้อสันนิฐานแล้วเสาตุลงค์คงเปลี่ยนไปหลายคราวและการเปลี่ยนเสาตุลงค์ครั้งใด ก็จะทำไว้ ณ ที่เดิมทุกครั้ง พอรุ่งเช้า ก่อนที่พระองค์จะเสด็จไปกรุงศรีอยุธยา จึงเรียกหัวหน้าหมู่บ้านมาเข้าเฝ้าที่หน้าวัดสุวรรณคีรีท่าโขลง (ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดเขาทอง ตามชื่อหมู่บ้าน) พระมหากษัตริย์ตรัสว่า “เราจะให้พระพุทธรูปไว้บูชาประจำวัดหนึ่งองค์” พระพุทธรูปองค์นั้น หน้าตักกว้าง ๔๐ นิ้ว หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ปางสะดุ้งมารเป็นพระหน้านางมีชื่อว่าพระศรีสุวรรณบงกช (ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ได้ถูกผู้ร้ายใจบาปตัดเศียรไป และในขณะนี้ได้หล่อเศียรใหม่แล้ว) อุโบสถหลังเก่าได้ชำรุดทรุดโทรมเกินที่จะบูรณะแล้ว จึงได้ดำเนินการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ มีความกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๘.๘๐ เมตร หลังจากนั้นจึงรื้อถอนพระอุโบสถหลังเก่าแล้วก็สร้างวิหารบูรพาจารย์แทนที่เดิม•
ลำดับเจ้าอาวาส
รูปที่ ๑ นาม ไม่ปรากฏ พ.ศ. ๒๑๗๖ ถึง พ.ศ. ๒๑๙๖
รูปที่ ๒ นาม หลวงพ่อกุน พ.ศ. ๒๓๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๓๔๕
รูปที่ ๓ นาม ไม่ปรากฏ พ.ศ. ๒๓๔๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๒๐
รูปที่ ๔ นาม พระอธิการพรม พ.ศ. ๒๔๒๐ ถึง พ.ศ. ๒๔๓๐
รูปที่ ๕ นาม พระอธิการเฮง พ.ศ. ๒๔๓๑ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๘
รูปที่ ๖ นาม พระครูนิรันดร์ศีลคุณ พ.ศ. ๒๔๔๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๔
รูปที่ ๗ นาม พระอธิการทอง พ.ศ. ๒๔๙๔ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๑
รูปที่ ๘ นาม พระอธิการทอง ฐิตสุทธิ พ.ศ. ๒๕๐๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๑
รูปที่ ๙ นาม พระครูนิวัฐธรรมาภินันท์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๒
รูปที่ ๑๐ นาม พระครูนิภาธรรมวงศ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึง พ.ศ. ปัจจุบัน

29/07/2020

ที่อยู่

ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์
Khao Thaung
60130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดเขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วัดเขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์:

แชร์

ประเภท