วัดหาดสองแคว

วัดหาดสองแคว เพจวัดหาดสองแคว ตำบลท่าคล้อ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีโดยชาวบ้านหาดสองแคว มิใช่เพจทางการของวัดหาดสองแคว

04/04/2026

แม้จะเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่เส้นทางของ Warren Buffett ประธานบริษัท Berkshire Hathaway กลับเริ่มต้นจากจุดที่เรียบง่ายอย่างการให้อิสระ
หลายคนอาจมองว่าการที่เขาประสบความสำเร็จในฐานะนักลงทุน เป็นเพราะเขาเดินตามรอยพ่อที่เป็นเจ้าของบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ในความเป็นจริง Buffett กลับย้ำชัดว่า ความสำเร็จมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ของเขานั้น เกิดขึ้นได้เพราะพ่อของเขาไม่เคยสร้างแรงกดดันให้เขาต้องเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็นเลย
ในสารคดี “Warren Buffett: A Life and Legacy” ของ CNBC เขาเล่าว่าพ่อของเขาให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก โดยมักจะหยิบยกปรัชญาจากเรียงความชื่อดัง “Self-Reliance” ของ Ralph Waldo Emerson มาสอนใจเสมอว่า
------------------------

“พลังที่สถิตอยู่ในตัวตนของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งใหม่ตามธรรมชาติ และไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้างนอกจากตัวเขาเอง และตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้จนกว่าจะได้ลองทำ”

------------------------
แนวคิดนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ Buffett ค้นพบว่า ความต้องการและความฝันของเขานั้นแตกต่างจากพ่อ และเขาก็ได้ส่งต่อบทเรียนเลิศล้ำนี้ให้กับลูกๆ ของเขาว่า “จงมองหางานที่คุณจะยอมทำ แม้ว่าคุณจะไม่จำเป็นต้องทำเพื่อเงินเลยก็ตาม”
สำหรับบางคน การค้นพบสิ่งที่รักอาจเกิดขึ้นเร็วเหมือน Buffett ที่เริ่มหลงใหลในการหาเงินตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากการเดินขายหมากฝรั่งไปจนถึงการส่งหนังสือพิมพ์ และซื้อหุ้นตัวแรกตั้งแต่อายุ 11 ปี
แต่สำหรับคนทั่วไปที่ยังไม่เจอ เหตุผลของการมีชีวิตอยู่ หรือ Raison d’être บัฟเฟตต์ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่า การค้นหางานที่ใช่ต้องอาศัยการลองผิดลองถูก และเขายอมรับว่าในโลกแห่งความเป็นจริง เงื่อนไขทางเศรษฐกิจอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราต้องทำงานบางอย่างเพื่อประทังชีวิตไปก่อน
อย่างไรก็ตาม ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2021 บัฟเฟตต์ยังคงให้กำลังใจคนรุ่นใหม่เสมอว่าอย่าได้ล้มเลิกการค้นหา เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราพบงานที่เรารักจนลืมเรื่องเงินเดือน เมื่อนั้นเราจะไม่รู้สึกว่ากำลังทำงานอีกต่อไป
นอกจากตัวงานแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เขาเน้นย้ำคือ ผู้คนที่คุยเลือกเดินด้วย เขา เชื่อว่าชีวิตของคนเราจะก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มคนที่คบหาสมาคม ดังนั้นจงพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนที่มีคุณภาพ คนที่คุณชื่นชม และคนที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน

04/04/2026

พระทัพพมัลลบุตรบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่ 7 ขวบ แม้ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วแต่กรรมเก่าที่เคยทำไว้ตามมาส่งผล ทำให้ถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องที่ไม่จริงหลายคดี

กรรมในอดีตนั้นพระทัพพมัลลบุตร เล่าว่า "ในกัปที่ 91 จากภัทรกัปนี้ พระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ครั้งนั้น เราเป็นผู้มีจิตขัดเคืองได้กล่าวตู่สาวกของพระพุทธเจ้าผู้สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว (พระอรหันต์) ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์"

คดีร้ายแรงที่พระทัพพมัลลบุตรถูกใส่ร้าย ได้แก่ "ข่มขืนภรรยาของเจ้าวัฑฒลิจฉวี" โดยเจ้าวัฑฒลิจฉวีนั้น เป็นสหายของพระเมตติยะและพระภุมมชกะ วันหนึ่ง เจ้าวัฑฒลิจฉวี เข้าไปหาพระเมตติยะและพระภุมมชกะแล้วกล่าวว่า ผมไหว้ขอรับ ภิกษุทั้งสองรูปมิได้ทักทายปราศรัย แม้ไหว้ครั้งที่สองและครั้งที่สาม ภิกษุทั้งสองรูปก็มิได้ทักทายปราศรัย

เจ้าวัฑฒลิจฉวี กล่าวว่า ผมผิดอะไรต่อพระคุณเจ้าอย่างไร ทำไม พระคุณเจ้าจึงไม่ทักทายปราศรัยกับผม. ภิกษุทั้งสองตอบว่า ท่านวัฑฒะ พวกอาตมาถูกพวกพระทัพพมัลลบุตรเบียดเบียนอยู่ ท่านยังเพิกเฉยได้ (ครั้งหนึ่ง พระเมตติยะและพระภุมมชกะ ไปกิจนิมนต์ที่พระทัพพมัลลบุตรจัดให้ แต่ท่านเป็นพระบวชใหม่ และทำบุญให้ทานมาน้อย เจ้าภาพจึงไม่ศรัทธาและถวายภัตตาหารไม่ประณีตอย่างที่คาดหวัง พระทั้ง 2 รูปจึงเข้าใจผิดคิดว่าพระทัพพมัลลบุตรยุยงเจ้าภาพ)

เจ้าวัฑฒลิจฉวี กล่าวว่า ผมจะช่วยเหลืออย่างไร ขอรับ. พระเมตติยะและพระภุมมชกะ กล่าวว่า ท่านวัฑฒะ ถ้าท่านเต็มใจช่วย วันนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องให้พระทัพพมัลลบุตรสึก. เจ้าวัฑฒะลิจฉวี กล่าวว่า ผมสามารถจะช่วยได้ด้วยวิธีไหน

พระเมตติยะและพระภุมมชกะ กล่าวว่า ท่านวัฑฒะ ท่านจงเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วกราบทูลว่า ภรรยาของหม่อมฉัน ถูกพระทัพพมัลลบุตรประทุษร้าย (ข่มขืน) พระพุทธเจ้าข้า

เจ้าวัฑฒลิจฉวี จึงเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบทูลอย่างนั้น พระพุทธองค์จึงรับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์แล้วทรงสอบถามท่านพระทัพพมัลลบุตรว่า เธอยังระลึกได้หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมตามที่เจ้าวัฑฒลิจฉวีนี้กล่าวหา. ท่านพระทัพพมัลลบุตร กราบทูลว่า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า

แม้ครั้งที่สอง... แม้ครั้งที่สาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอบถามว่า เธอยังระลึกได้หรือว่า เป็นผู้ทำกรรมตามที่เจ้าวัฑฒลิจฉวีนี้กล่าวหา ท่านพระทัพพมัลลบุตร กราบทูลว่า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนทัพพะ บัณฑิตย่อมไม่กล่าวแก้คำกล่าวหาอย่างนี้ ถ้าเธอทำ จงบอกว่าทำ ถ้าไม่ได้ทำ จงบอกว่าไม่ได้ทำ. ท่านพระทัพพมัลลบุตร กราบทูลว่า ตั้งแต่ข้าพระพุทธเจ้าเกิดมาแล้ว แม้ในความฝันก็ยังไม่รู้จักเสพเมถุน จะกล่าวไยถึงเมื่อตื่นอยู่เล่า พระพุทธเจ้าข้า (พระทัพพมัลบุตร บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่ 7 ขวบ ท่านจึงกราบทูลว่า พระองค์ย่อมทรงทราบว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า)

จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์จงคว่ำบาตรเจ้าวัฑฒลิจฉวี คือ อย่าให้คบกับสงฆ์ โดยให้สงฆ์ประชุมกัน เมื่อมีมติเป็นเอกฉันท์แล้ว พระอานนท์ได้เข้าไปยังนิเวศน์ของเจ้าวัฑฒลิจฉวี แล้วกล่าวว่า ท่านวัฑฒะ สงฆ์คว่ำบาตรแก่ท่านแล้ว ท่านคบกับสงฆ์ไม่ได้ พอเจ้าวัฑฒลิจฉวีทราบว่า สงฆ์คว่ำบาตรแก่เราแล้ว เราคบกับสงฆ์ไม่ได้แล้ว ก็สลบล้มลง ณ ที่นั้นเอง

ขณะนั้น ญาติของเจ้าวัฑฒลิจฉวี กล่าวว่า ท่านวัฑฒะ อย่าเศร้าโศกไปนักเลย แล้วพาเจ้าวัฑฒลิจฉวีพร้อมด้วยบุตรภรรยา มิตร อำมาตย์ และญาติๆ เข้าไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซบศีรษะลงแทบพระบาทของพระพุทธองค์แล้วกราบทูลว่า โทษได้มาถึงหม่อมฉันแล้วเพราะความโง่ ที่ได้โจทพระคุณเจ้าทัพพมัลลบุตร ด้วยศีลวิบัติอันไม่มีมูล พระพุทธเจ้าข้า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า ท่านได้เห็นโทษที่ได้โจททัพพมัลลบุตรด้วยศีลวิบัติอันไม่มีมูลโดยความเป็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม เราขอรับโทษนั้นของท่าน การที่ท่านเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไปนี้เป็นความเจริญในอริยวินัย ฯ จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์จงหงายบาตรแก่เจ้าวัฑฒลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้

โดยมีพิธีกรรม มีดังนี้ ให้เจ้าวัฑฒลิจฉวีนั้นเข้าไปหาสงฆ์ กราบเท้าภิกษุทั้งหลาย แล้วกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า สงฆ์คว่ำบาตรแก่ข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าคบกับสงฆ์ไม่ได้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ ขอการหงายบาตรกะสงฆ์ ... แม้ครั้งที่สอง ...แม้ครั้งที่สาม ฯ เมื่อสงฆ์มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่มีใครคัดค้าน พระภิกษุตัวแทนสงฆ์ จึงกล่าวว่า บาตรอันสงฆ์หงายแล้วแก่เจ้าวัฑฒลิจฉวี คือ ทำให้คบกับสงฆ์ได้ ชอบแก่สงฆ์เหตุนั้นสงฆ์จึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ ฯ

ข้อคิด คำอธิบาย และอ้างอิง

1. ผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องไม่จริงทั้งๆที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ให้รู้ว่าเป็นกรรมเก่าที่ตนเคยทำไว้ ให้อดทน เพราะแม้พระอรหันต์ก็หนีกรรมที่เคยทำไว้ไม่พ้น แต่ก็พอแก้ไขได้ด้วยการทำบุญต่างๆ เช่น ให้ทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ แล้วอุทิศให้แก่คู่กรรมคู่เวรบ่อยๆ จะช่วยค่อยๆผ่อนหนักให้เบาได้บ้าง

2. กรณีนี้แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้ว่า พระทัพพมัลลบุตรไม่ได้ข่มขืนภรรยาของเจ้าวัฑฒลิจฉวี เพราะท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่ 7 ขวบ แต่เมื่อมีคดีความเกิดขึ้นก็ต้องประชุมสงฆ์ สอบสวน ตามขั้นตอน เพื่อเป็นตัวอย่างให้พระภิกษุยุคหลังได้ถือเป็นแบบในการปฏิบัติ

3. จะเห็นว่า แม้ในสมัยพุทธกาลก็มีการใส่ร้ายกันรุนแรงถึงขนาดปรับอาบัติปาราชิกและหวังจะให้พระสึก จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ยุคนี้จะมีคนประสงค์ร้ายและกล่าวหาพระภิกษุได้ จึงต้องมีการสอบสวนกันอย่างเป็นธรรม จะด่วนสรุปโดยใช้ศาลเตี้ยไม่ได้ ผู้ที่จะสอบสวนก็ต้องมีความรู้ในเรื่องศีล เรื่องอาบัติของพระภิกษุเป็นอย่างดี จะเอาฆราวาสที่รักษาศีล 5 ยังไม่ได้และไม่รู้เรื่องพระวินัยของพระภิกษุมาสวบสวนไม่ได้เด็ดขาด

4. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 72 หน้า 255 - 266, เล่ม 9 หน้า 38 - 44

08/03/2026

เชิดชูเกียรติ "น้องแป้ง" นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย เพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์
6 มีนาคม 2569 : โรงพยาบาลมหาสารคาม โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง พร้อมสดุดีในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของ น.ส.ประวีนา สมพร นิสิตชั้นปีที่ 1 หลักสูตรดุริยางคศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อายุ 20 ปี ผู้ได้มอบโอกาสแห่งชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคหัวใจ ตับ ไต และดวงตา นับเป็นผู้บริจาครายที่ 4 ของปีงบประมาณ 2569 และยังถือเป็นรายแรกของโรงพยาบาลมหาสารคามที่สามารถบริจาคหัวใจได้
ขณะที่ "น้องแป้ง" ประสบอุบัติเหตุจราจร เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ส่งผลให้มีภาวะเลือดออกในสมอง อาการอยู่ในภาวะวิกฤตและไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์ได้ให้การดูแลอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งอธิบายอาการและพยากรณ์โรคแก่ญาติอย่างครบถ้วน ซึ่งครอบครัวได้แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมา ทีมประสานงานการรับบริจาคอวัยวะ (Transplant Coordinator Nurse : TCN) ได้เข้าเจรจาขอรับบริจาคอวัยวะและดวงตา โดยครอบครัวของผู้ป่วยได้ตัดสินใจยินยอมด้วยจิตเมตตาอันยิ่งใหญ่ พร้อมประสานงานกับสภากาชาดไทยเพื่อประเมินอวัยวะที่สามารถนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้ ซึ่งพบว่าสามารถบริจาคหัวใจ ตับ ไต และดวงตา จำนวน 2 ดวง
สำหรับการผ่าตัดเก็บอวัยวะ ดำเนินการเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. โดยความร่วมมือของทีมแพทย์จากหลายสถาบัน ได้แก่ ทีมผ่าตัดหัวใจ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ทีมผ่าตัดตับและไต จากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ทีมจัดเก็บดวงตา จากโรงพยาบาลมหาสารคาม
ขณะที่ภารกิจครั้งนี้ ถือเป็นการผ่าตัดหัวใจผู้บริจาคเพื่อส่งต่อผู้รับเป็นครั้งแรกของจังหวัดมหาสารคาม และสำเร็จลุล่วงได้ด้วยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งทีมแพทย์ พยาบาล ห้องผ่าตัดและวิสัญญี ทีมขนส่งอวัยวะและดวงตา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่อำนวยความสะดวกนำขบวนส่งอวัยวะไปยังสนามบิน เพื่อให้สามารถนำอวัยวะไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอคอยการปลูกถ่าย ณ โรงพยาบาลรามาธิบดีได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังมีการประสานทีมนำส่งร่างผู้บริจาคกลับภูมิลำเนา จังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับการตัดสินใจของครอบครัวผู้บริจาคในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการมอบชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยอีกหลายชีวิต นับเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่สะท้อนถึงคุณค่าของความเมตตา ความรัก และการให้ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง
ขอบคุณเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลมหาสารคาม
#มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #บริจาคหัวใจ #สภากาชาดไทย #บริจาคอวัยวะ #โรงพยาบาลมหาสารคาม #ไทยรัฐนิวส์โชว์

12/11/2025
27/10/2025

ที่อยู่

บ้านหาดสองแคว ตำบลท่าคล้อ
Kaeng Khoi
18110

เบอร์โทรศัพท์

+66846582075

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดหาดสองแควผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท