วัดนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู หัวหิน St.Theresa Catholic Church Hua Hin

วัดนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู หัวหิน St.Theresa Catholic Church Hua Hin มิซซาวันเสาร์ 18.20 น. วันอาทิตย์ มี 3 รอบ 7.00 น.และ 9.00 น. มิซซาภาษาอังกฤษ 10.30 น.

26/05/2026

พระเจ้าที่รัก...
ในวันที่ผู้คนต่างมีบาดแผล
โปรดช่วยให้คำพูดของลูก
เป็นความอบอุ่นมากกว่าความเจ็บปวด

และ
ทำให้หัวใจของลูก
สงบมากพอ
ที่จะรับฟังผู้อื่นด้วยความรัก

26/05/2026
26/05/2026

🔵 #คริสต์คำคม | เสริมกำลัง ด้วยคำคริสต์
คำคมโดย... นักบุญฟิลิป เนรี
ฉลองวันที่ 26 พฤษภาคม ของทุกปี 💬

“จงร่าเริงยินดีเถิด แต่อย่าทำบาป”

(Be cheerful but do not sin.)

ชวนแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต / ข้อคิดที่ได้รับ
จากการอ่านคำคมนักบุญวันนี้ด้วยกันครับ 📝

26/05/2026

ฉลองนักบุญ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม
#นักบุญฟิลิป เนรี พระสงฆ์
St. Philip Neri, Priest

ฟิลิป เนรี (ปี ค.ศ.๑๕๑๕-๙๕) เป็นผู้ก่อตั้งคณะ Oratory ท่านเกิดในเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากพบประสบการณ์กลับใจในปี ๑๕๓๓ ท่านก็ละทิ้งอาชีพค้าขายที่กำลังรุ่งเรือง เดินทางไปโรม ท่านศึกษาผลงานของนักบุญโทมัส อไควนัส แล้วกลับมาทำงานประกาศพระวรสารกับชายหนุ่มที่ทำงานในธนาคารและร้านขายของในเมืองฟลอเรนซ์ โดยท่านกระตุ้นให้พวกเขาดูแลช่วยเหลือคนป่วยในโรงพยาบาลและออกเยี่ยมวัดต่างๆ ในโรมพร้อมกับท่าน ในปี ๑๕๔๔ ขณะเยี่ยมสุสานใต้ดิน ท่านได้รับภาพนิมิตเห็นดวงไฟลอยเข้าปากและขยายขนาดหัวใจของท่าน ร่องรอยนี้ปรากฏบนร่างกายท่านไปจนตลอดชีวิต

ท่านบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ๑๕๕๑ ใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มพระสงฆ์สังฆมณฑลที่ San Girolamo della Carita ท่านจะใช้เวลานานในการฟังสารภาพบาปและให้คำแนะนำชีวิตจิต ท่านและพระสงฆ์ที่เป็นศิษย์ ๕ คนเริ่มใช้สถานที่บริเวณปากคูหาของ San Girolamo เพื่อประชุมผู้มีความเชื่อโดยการสั่นระฆัง พวกเขาใช้ชีวิตอยู่รวมกันภายใต้การแนะนำของท่าน แต่ไม่ได้ถือปฏิญาณ กลุ่มพวกท่านได้พัฒนาจนกลายเป็นคณะนักบวชชื่อ Oratory ซึ่งได้รับการรับรองโดยเพื่อนของท่าน พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ ๘ ในปี ๑๕๗๕ ท่านและสหายนำรูปแบบชีวิตใหม่ของนักบวชด้วยการผสมผสานเข้ากับชีวิตผู้อภิบาลและภารกิจของพระศาสนจักร พวกท่านสนับสนุนให้ฆราวาสเทศน์ประกาศ ให้มีการเล่นละครจากเนื้อหาพระคัมภีร์ และส่งเสริมการแต่งบทเพลงศาสนา ท่านเสียชีวิตในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๑๕๙๕ และได้รับการประกาศเป็นนักบุญในปี ๑๖๒๒

25/05/2026

ภาวนาพระเมตตาประจําวัน - 25/5/2569

24/05/2026

เช้าวันใหม่
อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ
แต่ยังเต็มไปด้วยโอกาสเสมอ

พระเจ้ามักซ่อนความงดงามไว้
ในช่วงเวลาธรรมดา
ที่เราเกือบมองข้ามไป

24/05/2026

ฉลองนักบุญ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม
นักบุญเบดา ผู้น่าเคารพ นักปราชญ์ของพระศาสนจักร
St. Bede the Venerable, Priest and Doctor of the Church

เบดา (ปี ค.ศ.๖๗๓-๗๓๕) เป็นนักประวัติศาสตร์คนสำคัญที่สุดของพระศาสนจักรอังกฤษ ท่านยังเป็นบุคคลสำคัญที่ผดุงรักษาวัฒนธรรมคลาสสิคกับวัฒนธรรมคริสตศาสนา ท่านเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของนักวิชาการ

ท่านเกิดใกล้เมืองซันเดอร์แลนด์ ได้รับการศึกษาตั้งแต่อายุ ๗ ขวบโดยอธิการของอารามนักพรต คือ Benedict Biscop และ Ceolfrith ซึ่งภายหลัง ท่านได้เขียนประวัติชีวิตของทั้งสอง ท่านเข้าอารามนักพรตที่เมือง Jarrow และอยู่ที่อารามนั้นจนตลอดชีวิต

ท่านบวชเป็นสังฆานุกรเมื่ออายุ ๑๙ ปีและบวชเป็นพระสงฆ์เมื่ออายุ ๓๐ ปี ท่านอุทิศตัวในการศึกษาพระคัมภีร์และค้นคว้างานด้านวิชาการ ท่านเป็นผู้ทำให้การใช้ A.D. (Anno Domini ภาษาละติน แปลว่า ปีขององค์พระผู้เป็นเจ้า) เป็นที่นิยมสำหรับการนับยุคของคริสตชน ผลงานความสำเร็จสำคัญสุดของท่าน คือ หนังสือชื่อ Ecclesiastical History of the English People ซึ่งท่านเขียนสำเร็จในปี ๗๓๑ หนังสือเล่มนี้ได้รับการอ่านแพร่หลายในอังกฤษและทั่วทวีปยุโรป และกลายเป็นงานคลาสสิคที่ยังคงตีพิมพ์และศึกษากันจนปัจจุบัน ชีวิตประจำวันของท่านไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นอะไรมากนัก ท่านแทบจะไม่เดินทางไปไหน แต่ทำหน้าที่ในอารามอย่างซื่อสัตย์และทุ่มเทกับงานด้านวิชาการ ภายหลังท่านเสียชีวิต ผู้คนยกย่องเคารพอย่างสูง พระสันตะปาปาเลโอ ที่ ๑๓ ประกาศให้ท่านเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรในปี ๑๘๙๙ ท่านเป็นนักบุญชาวอังกฤษคนเดียวที่ได้รับตำแหน่งนี้

24/05/2026

🟢 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 25 พ.ค. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านนะครับ 📖

ชวนเขียนพระวาจาวลีที่ประทับใจ / แบ่งปัน
ข้อคิดที่ได้รับจากพระวาจาด้วยกันครับ 📝

ระลึกถึงพระนางมารีย์ พระมารดาของพระศาสนจักร

------------------------------
#หนังสือปฐมกาล (ปฐก. 3:9-15,20)
------------------------------

องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ ตรัสถามว่า “ท่านอยู่ไหน” มนุษย์ทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าได้ยินเสียงของพระองค์ในสวน ก็กลัวเพราะข้าพเจ้าเปลือยกายอยู่ จึงได้ซ่อนตัว” พระองค์ตรัสถามว่า “ใครบอกท่านว่าท่านเปลือยกายอยู่ ท่านได้กินผลจากต้นไม้ที่เราห้ามมิให้กินนั้นแล้วหรือ”

มนุษย์ทูลตอบว่า “หญิงที่พระองค์ประทานให้อยู่กับข้าพเจ้าได้ให้ผลจากต้นไม้แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงกิน” องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสกับหญิงว่า “ท่านทำอะไรไป” หญิงทูลตอบว่า “งูหลอกลวงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงกิน”

องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจึงตรัสกับงูว่า “เพราะเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจงถูกสาปแช่ง ในบรรดาสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าทั้งปวง เจ้าจะต้องใช้ท้องเลื้อยไปตามพื้นดิน และกินฝุ่นเป็นอาหารทุกวันตลอดชีวิต

เราจะทำให้เจ้าและหญิงเป็นศัตรูกัน ให้ลูกหลานของเจ้าและลูกหลานของนางเป็นศัตรูกันด้วย เขาจะเหยียบหัวของเจ้า และเจ้าจะกัดส้นเท้าของเขา” มนุษย์เรียกภรรยาของตนว่า “เอวา” เพราะนางเป็นมารดาของผู้มีชีวิตทั้งหลาย

------------------------------
#พระวรสารนักบุญยอห์น (ยน. 19:25-34)
------------------------------

เวลานั้น พระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ข้างไม้กางเขนของพระองค์พร้อมกับน้องสาวของพระนาง มารีย์ภรรยาของเคลโอปัส และมารีย์ชาวมักดาลา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นพระมารดาและศิษย์ที่รักยืนอยู่ใกล้ๆ จึงตรัสกับพระมารดาว่า “แม่ นี่คือลูกของแม่” แล้วตรัสกับศิษย์ผู้นั้นว่า “นี่คือแม่ของท่าน” ตั้งแต่เวลานั้น ศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางเป็นมารดาของตน

หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว จึงตรัสว่า “เรากระหาย” พระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นจริงด้วย ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวจนเต็มวางอยู่ ทหารจึงใช้ฟองน้ำชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบ ยื่นถึงพระโอษฐ์ พระเยซูเจ้าทรงจิบน้ำองุ่นเปรี้ยว แล้วตรัสว่า “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” พระองค์ทรงเอนพระเศียร สิ้นพระชนม์

วันนั้นเป็นวันเตรียมฉลอง ชาวยิวไม่ต้องการให้ศพค้างอยู่บนไม้กางเขนในวันสับบาโต เพราะวันสับบาโตวันนั้นเป็นวันฉลองยิ่งใหญ่ เขาจึงขออนุญาตปีลาตให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงและนำศพไป บรรดาทหารทุบขาคนทั้งสองคนซึ่งถูกตรึงพร้อมกับพระองค์

เมื่อทหารมาถึงพระเยซูเจ้าและเห็นว่า พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงมิได้ทุบขาของพระองค์ แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกาย โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที

------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------

ณ ต้นไม้ในสวนนั้นอาดัมและเอวาทำให้ชีวิตเราเปลือยเปล่าหมดสิ้นศักดิ์ศรีการเป็นลูกของพระเจ้า แต่ ณ ต้นไม้แห่งกางเขน พระเยซูเจ้าทรงห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าของเราด้วยศักดิ์ศรีการเป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้าได้รับชีวิตนิรันดร เป็นทายาทสวรรค์ มีที่ทางจะไปในพระศาสนจักรบนโลกนี้จนถึงเมืองสวรรค์ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก

แต่พระองค์ต้องเปลือยเปล่าบนไม้กางเขนเสียสละพระชนมชีพเพื่อการนี้ ให้เราจะหมดสิ้น ไม่มีอะไรจะให้แล้วยังให้แม่ของพระองค์แก่เรา การเสด็จกลับคืนพระชนมชีพก่อเกิดพระศาสนจักรให้เรามีที่พักพิงหลบภัย มีแม่พระ พระนางมารีย์เป็นมารดาที่อบอุ่นให้เราพึ่งพาพึ่งพิง

24/05/2026

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน วันสมโภชพระจิตเสด็จลงมาเป็นความสมบูรณ์ของเทศกาลปาสกา เพราะพระเยซูผู้กลับคืนชีพทรงเข้ามาในความกลัวของบรรดาศิษย์ และประทานพระจิตแห่งสันติสุขแก่พวกเขา สันติสุขนี้เกิดจากการให้อภัยและนำเราไปสู่การให้อภัยคนอื่น

➡️ ทรงชี้ พระจิตทำให้ศาสนจักรเป็นตัวเอกในการประกาศพระวรสาร ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์รักษา พระจิตแห่งความจริงจะปกป้องเราจากการแบ่งพรรคแบ่งพวกและการหน้าไหว้หลังหลอก

➡️ ทรงย้ำ พระจิตเปิดประตูศาสนจักรให้พร้อมต้อนรับทุกคน แม้แต่กับคนที่ปิดประตูใส่พระเจ้า ใส่คนอื่น หรือปิดประตูใส่ความสุขในการมีชีวิตอยู่

➡️ ทรงเชิญทุกคนภาวนาเพื่อคาทอลิกในจีนและตะวันออกกลาง โดยวันนี้ ตรงกับวันภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน และตรงกับวันระลึกถึงแม่พระองค์อุปถัมภ์คริสตชน ซึ่งได้รับความเคารพศรัทธาอย่างยิ่งที่สักการะสถานเช่อซาน เมืองเซี่ยงไฮ้

Photo: Vatican Media

________

ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาสมโภชพระจิตเสด็จลงมา ภายในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยพระวรสารวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่บรรดาศิษย์เก็บตัวอยู่ในห้องชั้นบนเพราะความกลัว แต่พระเยซูผู้กลับคืนชีพเสด็จมายืนท่ามกลางพวกเขา และตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน” และประทานพระจิตแก่พวกเขา

สำหรับใจความสำคัญของบทเทศน์ พระสันตะปาปาแบ่งปัน 3 ประการว่าพระจิตคือสันติภาพ พันธกิจ และความจริง ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้

1. พระเยซูเข้ามาในความกลัว และเปลี่ยนห้องที่ปิดตายให้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่

พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า วันสมโภชพระจิตเสด็จลงมาคือความสมบูรณ์ของเทศกาลปาสกา เพราะพระเยซูผู้กลับคืนชีพไม่ได้อยู่ห่างจากบรรดาศิษย์ที่กลัวและปิดตัวเอง แต่พระองค์เข้ามายืนท่ามกลางพวกเขา ประทานสันติสุข และเป่าลมพระจิตเหนือพวกเขา

“บรรดาศิษย์ปิดตัวอยู่ในห้องชั้นบนและถูกความกลัวครอบงำ แต่พระเยซูเสด็จมายืนท่ามกลางพวกเขา แม้ประตูจะปิดอยู่ ... พระเยซูคริสต์ทำสิ่งนี้พร้อมกับตรัสว่า ‘สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน’ จากนั้น พระองค์เป่าลมพระจิตเหนือพวกเขา ... สถานที่เลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายและสถานที่เกิดการทรยศได้รับการแปรเปลี่ยนไป … ดังนั้น วันสมโภชพระจิตเสด็จลงมาจึงเป็นทั้งวันฉลองปาสกา และวันฉลองพระกายของพระคริสต์ เพราะโดยพระหรรษทาน เราทุกคนได้ถูกทำให้เป็นพระกายนั้นร่วมกัน” พระสันตะปาปาตรัส

2. พระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือพระจิตแห่งสันติภาพ

จากนั้น พระสันตะปาปาย้ำว่า สันติภาพของพระจิตเริ่มจากการให้อภัยของพระเยซู พระองค์คือคนที่ถูกมนุษย์ทรยศ ตัดสินลงโทษ และตรึงกางเขน แต่พระเยซูกลับประทานสันติภาพและการให้อภัยแก่เรา เพื่อให้เรานำการคืนดีนี้ออกไปสู่โลก

“พระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือพระจิตแห่งสันติภาพ ... สันติภาพนี้เกิดจากการให้อภัย และนำเราไปสู่การให้อภัย สันติภาพนี้เริ่มจากการให้อภัยที่พระเยซูเองประทานให้ พระองค์ผู้ซึ่งเราทรยศ ตัดสินลงโทษ และตรึงกางเขน” พระสันตะปาปาตรัสสอน

3. พระจิตส่งศาสนจักรออกไปประกาศพระวรสาร

พระสันตะปาปายังสอนว่า พระจิตของพระเยซูคือพระจิตแห่งพันธกิจ พระเยซูตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “พระบิดาส่เรามาอย่างไร เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปอย่างนั้น” ดังนั้น ศาสนจักรทั้งมวลจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่เฝ้าปกป้องรักษาพระวรสาร แต่ต้องเป็นผู้ประกาศและเป็นพยานถึงพระวรสารด้วยชีวิต

“พระจิตของพระเยซูผู้กลับคืนชีพคือพระจิตแห่งพันธกิจ ... บรรดาอัครสาวกเริ่มประกาศพระเยซู ผู้ถูกตรึงกางเขนและกลับคืนชีพ ... งานแรกของพระจิตในเราคือความเชื่อที่เราประกาศว่า ‘พระเยซูคือพระเจ้า’ ความเชื่อนี้มีชีวิตและแสดงออกในความดีทุกอย่าง ในกิจเมตตาและคุณธรรมทุกประการ”

“เราเป็นผู้ร่วมงานของพระวรสารอย่างแท้จริง ศาสนจักรทั้งมวลคือตัวเอกของพระวรสาร ไม่ใช่เพียงผู้เฝ้ารักษาพระวรสารเท่านั้น ... แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความดีความชอบหรือสิทธิพิเศษของเราเอง แต่เพราะพระวาจาของพระเจ้า ผู้ชำระคนบาปให้ศักดิ์สิทธิ์ รักษาคนโรคเรื้อน และเปลี่ยนผู้ที่ปฏิเสธพระองค์ให้เป็นอัครสาวก” พระสันตะปาปาตรัส

4. พระจิตแห่งความจริงปกป้องเราจากการแบ่งพวกและความหน้าไหว้หลังหลอก

บิช็อปแห่งกรุงโรมชี้ว่า พันธกิจของศาสนจักรเริ่มจากการประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าและมนุษย์ เพราะพระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือ “พระจิตแห่งความจริง” ผู้สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันและปกป้องเราจากคนที่จะมาทำลายความเข้าใจและความเป็นหนึ่งเดียวกัน

“พันธกิจนี้เริ่มต้นด้วยการประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าและมนุษย์ เพราะพระจิตของพระผู้กลับคืนชีพคือ ‘พระจิตแห่งความจริง’ ... พระจิตตรัสผ่านบรรดาประกาศก ส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวในความจริงเสมอ … พระจิตปกป้องเราจากทุกสิ่งที่ขัดขวางความเข้าใจนี้ รวมถึงการแบ่งพวก การหน้าไหว้หลังหลอก และกระแสโลกที่บดบังแสงสว่างของพระวรสาร” พระสันตะปาปาตรัสสอน

5. พระจิตเปิดประตู และช่วยโลกให้รอดพ้นจากสงครามด้วยความรัก

หลังมิสซาจบลง พระสันตะปาปาทรงนำสวดราชินีสวรรค์ ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร พระองค์ย้ำว่า “พระจิตทรงเปิดประตู” เปิดให้เราเข้าถึงพระเจ้า เปิดศาสนจักรให้ต้อนรับทุกคน และเปิดหัวใจมนุษย์ให้ชนะความเห็นแก่ตัว ความไม่ไว้วางใจ และอคติ

“หากไม่มีไฟของพระจิต ศาสนจักรจะยังคงถูกขังอยู่ในความกลัว หวาดหวั่นต่อความท้าทายของโลก ปิดตัวอยู่กับตนเอง และด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถเข้าสู่การเสวนากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้ พระจิตทรงเปิดประตูของศาสนจักร เพื่อให้ศาสนจักรเป็นบ้านที่ต้อนรับและให้ที่พักพิงแก่ทุกคน รวมถึงผู้ที่ปิดประตูต่อพระเจ้า ต่อผู้อื่น ต่อความหวัง และต่อความยินดีในการมีชีวิต” พระสันตะปาปาตรัสย้ำ

6. ภาวนาเพื่อคาทอลิกในจีนและตะวันออกกลาง

หลังการสวดราชินีสวรรค์ พระสันตะปาปาเชิญชวนทุกคนภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน ในวันภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน พร้อมฝากชุมชนคริสตชนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เลบานอน และตะวันออกกลางไว้กับแม่พระ องค์อุปถัมภ์คริสตชนด้วย

พระสันตะปาปาตรัสว่า “วันนี้เป็นวันภาวนาเพื่อศาสนจักรในประเทศจีน และตรงกับวันระลึกถึงแม่พระองค์อุปถัมภ์คริสตชน ซึ่งได้รับความเคารพศรัทธาอย่างยิ่งที่สักการะสถานเช่อซาน เมืองเซี่ยงไฮ้ … ขอให้คำเสนอวิงวอนของราชินีแห่งสวรรค์ ช่วยให้ชุมชนผู้มีความเชื่อในประเทศจีนได้รับพระหรรษทานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน และประทานกำลังแก่ทุกคนในการเป็นพยานถึงพระวรสารท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังและสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อขอวอนขอสันติสุขนิรันดรสำหรับผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในเหมืองทางตอนเหนือของประเทศจีน”

“ให้เราฝากชุมชนคริสตชนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เลบานอน และทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังทนทุกข์เพราะสงครามไว้กับแม่พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ องค์อุปถัมภ์คริสตชนด้วย” พระสันตะปาปาตรัสปิดท้าย

 #สมโภชพระจิตเจ้าวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2026 คุณพ่อเทพรัตน์ ปิติสันต์ เจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซา เป็นประธานในพิธีบูชาขอบ...
24/05/2026

#สมโภชพระจิตเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2026 คุณพ่อเทพรัตน์ ปิติสันต์ เจ้าอาวาสวัดนักบุญเทเรซา เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณโอกาสสมโภชพระจิตเจ้า

"พระพรพระจิตมีหลายประการ แต่มีพระจิตเจ้าองค์เดียว" (1คร 12:4)

24/05/2026

พระเจ้าที่รัก...
เมื่อหัวใจของลูกเต็มไปด้วยความกลัว
โปรดให้พระจิตของพระองค์
นำความสงบกลับมาอีกครั้ง
โปรดจุดแสงเล็กๆ ในหัวใจของลูก
ให้กลับมามีความหวัง
และอบอุ่นพอที่จะแบ่งปันผู้อื่น

ที่อยู่

ซอยหัวหิน 88
Hua Hin
77110

เบอร์โทรศัพท์

032 511 329

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู หัวหิน St.Theresa Catholic Church Hua Hinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์