วัดถ้ำโพงพาง

วัดถ้ำโพงพาง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่น่าเ

หลวงปู่บุญมา ปภากโร วัดถ้ำโพงพาง"เทพเจ้าแห่งความเมตตา" พระเถระมากบารมี รัชกาล ที่ 4 ทรงมอบพระคาถาศักดิ์สิทธิ์"หลวงปู่บุญ...
03/08/2016

หลวงปู่บุญมา ปภากโร วัดถ้ำโพงพาง
"เทพเจ้าแห่งความเมตตา"
พระเถระมากบารมี รัชกาล ที่ 4 ทรงมอบพระคาถาศักดิ์สิทธิ์

"หลวงปู่บุญมา ปภากโร" พระอริยสงฆ์ที่ปล่อยวางละแล้วซึ่งกิเลสตัณหา ถือสันโดษ มักน้อย พูดน้อย ถ่อมตน มีเมตตาธรรมสูง เป็นพระผู้มีแต่ให้ หากใครได้ไปกราบไหว้หรือได้สัมผัสใกล้ชิดท่าน จะมีความรู้สึกว่าท่านมีความเมตตาอย่างสูง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง อนุเคราะห์ช่วยเหลือทุกคนเท่าเทียมกันหมด สมแล้วกับสมญานาม "หลวงปู่บุญมา เทพเจ้าแห่งความเมตตา" วัดถ้ำโพงพาง ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร
หลวงปู่บุญมา ถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2469 ตรงกับปีขาลขึ้น 12 ค่ำ เดือน 1 (อ้าย) อัฏฐศก จ.ศ.1288 (ร.ศ.145) อธิมาส (เดือน 8 สองหน) ณ บ้านโคกสะบ้าหนึ่ง หมู่ที่ 4 ต.นาบินหลา อ.เมือง จ.ตรัง
เมื่ออายุได้ 15 ปี เข้าบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดใกล้บ้าน และศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และในขณะที่บวชเณรได้ 5 พรรษา มีอายุครบ 20 ปีบริบุูรณ์ ต้องเข้ารับการคัดเลือกทหาร และจับได้ใบดำต้องรับราชการทหารอยู่ 2 ปี หลังปลดประจำการได้ครองเรือนตามวิสัยฆราวาส จนมีอายุได้ 25 ปี จึงอุปสมบทที่วัดปากจ่า ต.ควนโส อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2494 โดยมีพระครูพิทักษ์ธรรมคุณ (เลี่ยม จันทสโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์พร้อม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์คล้าว กตปุญโญ เป็นพระอนุสาวสนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ปภากโร" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ทำแสงสว่างให้เจิดจ้า"
หลวงปู่บุญมาได้จำพรรษาและศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดปากจ่า จนสอบได้นักธรรมตรี โท เอก ตามลำดับ และได้ฝึกปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์เกลื่อน วัดชายนา จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาได้เดินทางมาศึกษาวิชาวิปัสนากรรมาฐานที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ จนถึงปี พ.ศ.2500 ได้ติดตามพระอาจารย์แป้น ธัมมสโร ออกธุดงควัตรเป็นเวลา 3 ปี จนมีวิชาแก่กล้าจึงขอลาพระอาจารย์แป้น เพื่อธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ลงภาคใต้ ไปภาคเหนือ อิสาน และธุดงค์เข้าประเทศพม่า ลาว เขมร เป็นต้น ในช่วงเวลาธุดงค์อยู่ทางภาคใต้ ได้ฝากตัวเป็นศิษย์และศึกษาวิชาจากหลวงพ่อคล้าย วัดสวนขันด้วย
อนึ่งในช่วงที่ท่านเดินธุดงค์ไปที่เขาชัยสน จ.พัทลุง ในคืนหนึ่งขณะนั่งสมาธิได้นิมิตเห็น ในบริเวณป่าเขาที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่งนี้มีเหวลึก ในเหวนั้นมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์และเจดีย์อยู่ รุ่งเช้าท่านจึงเดินทางไปดูตามนิมิตก็เห็นเป็นจริงตามนั้น
อีกครั้งหนึ่งหลังจากท่านนั่งสมาธิตามปกติ เมื่อจิตหยั่งลงสู่สมาธิเป็น “เอกจิต” แล้ว ท่านได้เห็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จมาหา โดยพระองค์ได้ตรัสกับท่านว่า “ท่านบุญมา มาอยู่ที่นี่แล้ว ไม่รู้อะไรดอกหรือ”ท่านได้ถวายพระพรถามไปว่า “มหาบพิตรมีอะไรดี ก็ขอบอกแก่อาตมาบ้าง” พระองค์ตรัสว่า “ถ้าอย่างนั้นก็คอยจดจำไว้ให้ดี ฉันจะบอกให้ คาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันได้ใช้มาตั้งแต่ยังผนวชเป็นพระภิกษุอยู่” ในนิมิตนั้นท่านได้เห็นแผ่นป้ายหินชนวนขนาดใหญ่สีดำ รัชกาลที่ 4 ได้เขียนพระคาถาให้ท่องจำซึ่งมีทั้งหมด 11 พระคาถา มีชื่อว่า “รัตตนัตตะยะปะภาวาภิยาจะนะคาถา” พระองค์ทรงใช้มาตั้งแต่ครั้งผนวชอยู่ที่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) และเมื่อทรงย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ก็ทรงใช้เจริญภาวนามา จนถึงวันที่ทรงลาผนวชออกมาครองราชย์ และใช้ภาวนาสวดมนต์จนถึงวันสุดท้ายของพระชนม์ชีพ
ทั้งนี้ หลวงปู่บุญมาท่านได้ยึดพระคาถาของรัชกาลที่ 4 มาเป็นแนวปฏิบัติควบคู่ไปกับปฏิปทาของพระอาจารย์คือ หลวงปู่สงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนโดยทั่วไป
หลวงปู่บุญมาได้เดินธุดงค์มาถึงปี พ.ศ.2506 ได้เดินธุดงค์มาถึงวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย อ.เมือง จ.ชุมพร จึงได้เข้ากราบนมัสการหลวงปู่สงฆ์ และได้สนธนาธรรมกับหลวงปู่สงฆ์ จนเกิดความเลื่อมใสในบารมีธรรมของหลวงปู่สงฆ์เป็นอย่างมาก จึงฝากตัวเป็นศิษย์อยู่ศึกษาวิชากับหลวงปู่สงฆ์ เป็นเวลา 3 เดือน หลวงปู่สงฆ์จึงแนะนำให้หลวงปู่บุญมาหยุดเดินธุดงค์ และให้อยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำโพงพาง ซึ่งเป็นวัดร้างแต่มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การวิปัสนากรรมฐาน อยู่ที่อ่าวทุ่งมะขาม ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ด้านหน้าติดชายทะเลมีธรรมชาติที่สวยงาม ด้านหลังติดเชิงเขา มีถ้ำธรรมชาติอยู่ 2 แห่ง ซึ่งวัดนี้หลวงปู่สงฆ์เคยมาจำพรรษาวิปัสนากรรมฐานภายในถ้ำของวัดนี้ เพื่อให้หลวงปู่บุญมาช่วยพัฒนาวัดเพื่อเป็นเสาหลักให้ชาวบ้านได้ยึดเหนี่ยว หลวงปู่บุญมาจึงรับปากตกลงที่จะจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ จวบจนปัจจุบัน
ในด้านวิชาอาคมท่านได้รับการถ่ายทอดจากหลวงปู่สงฆ์ และไปฝากตัวเป็นศิษย์ของพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน
ส่วนการสร้างวัตถุมงคล หลวงปู่บุญมาได้จัดสร้างวัตถุมงคลมาแล้วหลายรุ่น ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ เป็นที่กล่าวขานว่าดีทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย คงกระพันชาตรี คุ้มครองป้องกันภัย ค้าขายเจริญรุ่งเรือง

"บุญมา คงคูณ" เป็นชื่อและสกุลเดิมของ หลวงปู่บุญมา ท่านเป็นชาวเมืองตรัง งถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๖๙ ตรง...
03/08/2016

"บุญมา คงคูณ" เป็นชื่อและสกุลเดิมของ หลวงปู่บุญมา ท่านเป็นชาวเมืองตรัง งถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๖๙ ตรงกับปีขาลขึ้น ๑๒ ค่ำเดือนอ้าย เมื่ออายุ ๑๕ ปี ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดใกล้บ้านและได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่อง ๕ปี จนกระทั่งได้เข้าสอบธรรมสนามหลวงในระดับนักธรรมตรี, โทและเอกตามลำดับ

ในขณะบวชเณรได้ ๕ พรรษา มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ต้องเข้ารับการคัดเลือกทหารและจับได้ใบดำต้องรับราชการทหารอยู่ ๒ ปี หลังปลดประจำการได้ครองเรือนตามวิสัยฆราวาสจนมีอายุได้ ๒๕ปี จึงอุปสมบทที่วัดปากจ่า ต.ควนโส อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ ในด้านวิชาอาคมท่านได้ศึกษาเล่าเรียนและได้รับการถ่ายทอดจากหลวงปู่สงฆ์ จากนั้นไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ แห่งวัดสวนขัน นครศรีธรรมราช

หลวงปู่บุญมา ได้เริ่มสร้างวัตถุงคล เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๒จนได้รับความนิยมจากศิษยานุศิษย์ทั้งไทยและชาวต่างประเทศ เช่น เสือหล่อกวัก, เหรียญเสมารุ่นแรก, รูปเหมือน ฯลฯ วัตถุมงคลของท่านศิษยานุศิษย์ได้นำไปพกพาอาราธนาติดตัวเกิดอภินิหารปรากฏการณ์เรื่องแคล้วคลาดปลอดภัยเมตตามหานิยมขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรและสิ่งที่เป็นอัปมงคลตรงกันข้ามกับเพิ่มพูนในเรื่องของลาภผลพูนทวีมั่งมีศรีสุข จนเป็นเครื่องศรัทธายึดเหนียวกับศิษยานุศิษย์กับประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาจนถึงทุกวันนี้

วัดสุวรรณคูหาวารีวง (วัดถ้ำโพงพาง) วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณสุดอ่าวทุ่งมะขามทางทิศตะวันตก บ้านทุ่งมะขาม ต.หาดทรายรีครับ บรรยา...
03/08/2016

วัดสุวรรณคูหาวารีวง (วัดถ้ำโพงพาง) วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณสุดอ่าวทุ่งมะขามทางทิศตะวันตก บ้านทุ่งมะขาม ต.หาดทรายรีครับ บรรยากาศในวัดถือว่าความเป็นธรรมชาติยังมีอยู่เหลือเฟือ ด้านหน้าวัดติดกับทะเล ส่วนหลังวัดติดหน้าผา ป็นเขตพื้นที่ดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จุดเด่นของวัดนี้เห็นทีจะเป็น เจ้าอาวาส พระครูบุญมา ปภากโร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดชุมพร และจังหวัดใกล้เคียง ท่านเป็นพระนักปฏิบัติ ปัจจุบันอายุท่าน83ปีแต่ก็ยังรักษาศีลได้เป็นอย่างดี ท่านยังคงฉันมื้อเดียว และถือมังสวิรัติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการทำบุญกับพระที่เป็นพระแท้ๆ
จุดเด่นอีกจุดก็คงจะเป็นเพราะที่ตั้งของวัดนี้ ซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ชอบชื่นชมธรรมชาติ และวิถีของชาวประมงพื้นบ้านและความอุดมสมบูร์ของป่าที่อยู่ด้านบนภูเขาของหลังวัดเห็นได้จากฝูงค่างแว่น ที่มักลงมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกันบ่อยๆ และบางที่หากคุณโชคดี ก็อาจจะได้เห็นปลาโลมาเผือก กระโดดโชว์ตัวให้เห็นอย่างจะๆที่หาดด้านหน้าของวัด

ที่อยู่

บ้านทุ่งมะขาม ต. หาดทรายรี
Chumphon
86120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดถ้ำโพงพางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์