05/06/2026
ทำไมเราเป็นคริสเตียนแล้ว ยังต้องอธิษฐานอีก?
ข้อพระคัมภีร์หลัก
“จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” (1 เธสะโลนิกา 5:17)
หลายคนอาจสงสัยว่า "เมื่อเราเชื่อพระเยซูแล้ว ได้รับความรอดแล้ว พระเจ้าก็ทรงรู้ทุกสิ่งอยู่แล้ว ทำไมเรายังต้องอธิษฐานอีก?"
คำตอบคือ การอธิษฐานไม่ใช่เพียงการขอสิ่งต่าง ๆ จากพระเจ้า แต่เป็นการดำเนินชีวิตในความสัมพันธ์กับพระเจ้า
1. เราอธิษฐานเพราะพระเจ้าทรงต้องการความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ศาสนา
เมื่อเราเป็นคริสเตียน เราไม่ได้เป็นเพียงผู้เชื่อในหลักคำสอน แต่เราเป็น "บุตรของพระเจ้า"
ลูกที่รักพ่อแม่ย่อมพูดคุยกับพ่อแม่เสมอ
ถ้าลูกไม่เคยพูดคุยกับพ่อแม่เลย ความสัมพันธ์ก็จะห่างเหิน
เช่นเดียวกัน
การอ่านพระคัมภีร์ คือ พระเจ้าตรัสกับเรา
การอธิษฐาน คือ เราพูดกับพระเจ้า
ความสัมพันธ์จะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อมีการสื่อสารทั้งสองทาง
คำสอน พระเจ้าไม่ได้ต้องการเพียงให้เรารู้จักพระองค์ แต่ต้องการให้เราใกล้ชิดพระองค์ทุกวัน
2. เราอธิษฐานเพราะเรายังต้องพึ่งพาพระเจ้า
พระเยซูตรัสว่า
“ถ้าแยกจากเราแล้ว ท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย” (ยอห์น 15:5)
แม้เราได้รับความรอดแล้ว แต่เรายังดำเนินชีวิตอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วย
ปัญหา
ความกดดัน
การทดลอง
ความบาป
มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะสิ่งเหล่านี้ด้วยกำลังของตนเอง
การอธิษฐานคือการประกาศว่า
"ข้าพระองค์ต้องการพระองค์"
คนที่หยุดอธิษฐานมักเริ่มพึ่งพาตัวเอง
แต่คนที่อธิษฐานสม่ำเสมอจะเรียนรู้ที่จะพึ่งพาพระเจ้ามากขึ้น
3. เราอธิษฐานเพื่อรับกำลังฝ่ายวิญญาณ
พระเยซูทรงอธิษฐานอยู่เสมอ
แม้พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า
ก่อนเริ่มพันธกิจ พระองค์อธิษฐาน
ก่อนเลือกสาวก พระองค์อธิษฐาน
ก่อนถูกตรึงกางเขน พระองค์อธิษฐาน
ถ้าพระเยซูยังทรงอธิษฐาน
เรายิ่งจำเป็นต้องอธิษฐานมากเพียงใด
การอธิษฐานทำให้
จิตใจเข้มแข็ง
มีสติปัญญา
มีสันติสุข
มีกำลังต่อสู้กับการทดลอง
4. เราอธิษฐานเพราะพระเจ้าทรงทำงานผ่านคำอธิษฐาน
พระเจ้าทรงมีฤทธิ์อำนาจเหนือทุกสิ่ง
แต่พระองค์ทรงเชิญชวนให้ลูกของพระองค์มีส่วนร่วมในแผนการของพระองค์ผ่านการอธิษฐาน
พระคัมภีร์กล่าวว่า
"คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมมีพลังและเกิดผล" (ยากอบ 5:16)
เมื่อคริสเตียนอธิษฐาน
พระเจ้าทรงเปลี่ยนสถานการณ์
ทรงเปิดประตู
ทรงรักษา
ทรงนำคนมาหาพระองค์
หลายครั้งพระเจ้าทรงทำงานเพื่อตอบสนองต่อคำอธิษฐานของประชากรของพระองค์
5. เราอธิษฐานเพื่อให้ใจของเราเปลี่ยนแปลง
หลายคนคิดว่าการอธิษฐานมีไว้เปลี่ยนพระทัยพระเจ้า
แต่บ่อยครั้งการอธิษฐานเปลี่ยนใจของเรา
เมื่อเราเข้าใกล้พระเจ้า
ความคิดของเราเปลี่ยน
ทัศนคติของเราเปลี่ยน
ความต้องการของเราเปลี่ยน
เราจะเริ่มมองโลกเหมือนที่พระเจ้าทรงมอง
และยอมรับน้ำพระทัยของพระองค์ได้มากขึ้น
6. เราอธิษฐานเพราะพระเยซูทรงเป็นแบบอย่าง
พระเยซูทรงใช้เวลามากมายในการอธิษฐาน
หลายครั้งพระองค์เสด็จไปยังที่สงบตามลำพัง
สิ่งนี้สอนเราว่า
ชีวิตที่มีฤทธิ์เดชต่อหน้ามนุษย์ เริ่มต้นจากชีวิตที่คุกเข่าต่อหน้าพระเจ้า
คนที่รับใช้มาก แต่ไม่อธิษฐานมากพอ จะเหนื่อยล้า
แต่คนที่อธิษฐานมาก จะมีพลังในการรับใช้
คำเตือนสำหรับคริสเตียน
อันตรายที่สุดไม่ใช่การไม่มีงานรับใช้
แต่อันตรายที่สุดคือ
ทำงานเพื่อพระเจ้า แต่ไม่มีเวลาอยู่กับพระเจ้า
รับใช้ทุกสัปดาห์ แต่ไม่อธิษฐาน
สอนพระคัมภีร์ แต่ไม่แสวงหาพระเจ้า
ทำกิจกรรมมากมาย แต่หัวใจห่างจากพระองค์
พระเจ้าต้องการตัวเรา มากกว่าผลงานของเรา
ข้อหนุนใจ
บางคนอาจคิดว่า
"ฉันอธิษฐานไม่เก่ง"
พระเจ้าไม่ได้มองหาคำพูดที่สวยงาม
พระองค์ทรงมองหาหัวใจที่จริงใจ
แม้เพียงคำอธิษฐานสั้น ๆ ว่า
"พระเจ้าข้า โปรดช่วยข้าพระองค์"
พระองค์ก็ทรงได้ยิน
พระเจ้าทรงยินดีเมื่อบุตรของพระองค์เข้ามาหาพระองค์เสมอ
สรุป
เรายังต้องอธิษฐานแม้เป็นคริสเตียนแล้ว เพราะ
เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้า
เพื่อแสดงการพึ่งพาพระองค์
เพื่อรับกำลังฝ่ายวิญญาณ
เพื่อร่วมมือกับพระเจ้าในแผนงานของพระองค์
เพื่อให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลง
เพราะพระเยซูทรงเป็นแบบอย่างให้เรา
ความรอดทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้า แต่การอธิษฐานทำให้เราสนิทกับพระเจ้า
คริสเตียนที่เข้มแข็งไม่ใช่คนที่รู้เรื่องพระเจ้ามากที่สุด แต่คือคนที่ใช้เวลาอยู่กับพระเจ้ามากที่สุดผ่านการอธิษฐานและพระวจนะของพระองค์.