Tangpa เพจนี้มีไว้อธิบายหรือทำความเข้าใจระหว่างศาสนา และศึกษา เปรียบเทียบความแตกต่างทางความเชื่อด้วยเหตุผล

การโต้ตอบต่อไปนี้ เกิดขึ้นจากการที่ผมได้โพสต์ถามเกี่ยวกับเรื่องฐานทัพของอเมริกาในเหล่าประเทศอาหรับทั้งหลายว่าทำตามนะบีจร...
03/08/2026

การโต้ตอบต่อไปนี้ เกิดขึ้นจากการที่ผมได้โพสต์ถามเกี่ยวกับเรื่องฐานทัพของอเมริกาในเหล่าประเทศอาหรับทั้งหลายว่าทำตามนะบีจริงหรือ เหล่าบรรพชนยุคสะลัฟทำเช่นนั้นเอาไว้จริงมั้ย ซึ่งผมได้คัดลอก Comment ของคนที่โปรรัฐอาหรับสะละฟี่ท่านนี้เอาไว้ให้ทุกคนได้พิจารณากันครับ

1
Comment : ท่านนบีมูฮัมมัดﷺในช่วงเเรกของการเผยเเพร่อิสลาม ท่านอยู่ถายใต้การคุ้มครองดูเเลจากลุงซึ่งคือ อบูตอลิบที่เป็นกาเฟร

Tangpa : แล้วลุงของท่านนะบีเป็นศัตรูกับมุสลิมไหมล่ะครับ ลุงของท่านนบีช่วยท่านนบีแต่มืออีกข้างกำลังทำลายมุสลิมด้วยหรือเปล่าล่ะครับ หรืออยู่เบื้องหลังในการฆ่าล้างมุสลิมหรือเปล่าล่ะครับ ส่วนอเมริกาคบสะละฟี่ซาอุฯ แต่เป็นผู้ทำร้ายมุสลิมกลุ่มอื่นนี่ครับ เขาเป็นผู้ที่ส่งอาวุธและอยู่เบื้องหลังการช่วยเหลือให้ยิวฆ่าล้างพี่น้องปาเลสไตน์และปั่นป่วนตะวันออกกลางนี่ครับ หรือคุณกำลังจะบอกว่าสถานะของอเมริกาในการคบกับซาอุฯนั้นเป็นเช่นเดียวกับลุงของท่านนบี คุณกำลังโกหกนะครับ ลุงของท่านนบีปกป้องท่านนบีจากศัตรูเพราะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด จึงเป็นการปกป้องที่บริสุทธิ์ไม่หวังผล แต่อเมริกาทำทีปกป้องซาอุฯก็เนื่องด้วยผลประโยชน์และเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากการคบซาอุฯในการทำลายมุสลิมกลุ่มอื่นครับ

2
Comment : หลังจากลุงเสีย ท่านเดินทางไปตออีฟด้วยจุดประสงค์ 2 อย่าง คือ 1. เชิญชวนพวกเขาเข้ารับอิสลาม และ2.เมื่อพวกเขารับอิสลามเเล้วจะได้ขอความคุ้มครองจากพวกเขาในการปกป้องจากการโดนชาวมักกะรังเเก ดังนั้นเเม้เเต่ตัวท่านนบีﷺยังต้องการความคุ้มครองจากมนุษย์

Tangpa : แล้วท่านนะบีขอความคุ้มครองจากมนุษย์ประเภทไหนล่ะครับ ข้อนี้คุณก็ยืนยันเองนะครับว่าท่านนะบีขยายศาสนาและได้ขอให้กลุ่มที่หันมาสู่อิสลามช่วยคุ้มครองและช่วยเหลือท่านนะบี ซึ่งมันสื่อให้เห็นว่ามนุษย์ที่ท่านนะบีขอความช่วยเหลือนั้นคือมนุษย์ผู้ที่เป็นมุสลิมหรือเป็นมนุษย์ที่เขาไม่คิดจะทำร้ายมุสลิมหรือมีนโยบายต่อต้านอิสลาม แล้วอเมริกาเข้ากับบริบทนี้ในจุดไหนล่ะครับ

3
Comment : ตอนที่ท่านอพยพไปมะดีนะห์ ท่านอบูบักรได้ว่าจ้างคนนำทางซึ่งไม่ใช่มุสลิม ในสถานการณ์ที่ชาวมักกะกำลังตามล่าตัวท่านนบีﷺเพื่อสังหารเเละตั้งรางวัลนำจับไว้สูงมาก เเต่พวกท่านก็ยังไว้วางใจคนที่ไม่ใช่มุสลิมทำภาระกิจที่เสี่ยงเเละสำคัญ

Tangpa : แล้วกาเฟรคนที่ท่านอบูบักรว่าจ้างให้นำทางท่านนะบีนั้นเขาคิดร้ายต่อท่านนบีหรือคิดร้ายต่อมุสลิมหรือเปล่าล่ะครับ มือข้างหนึ่งเขากำลังช่วยท่านนบีแต่อีกมือหนึ่งเขากำลังฆ่ามุสลิมคนอื่นด้วยไหมล่ะครับ ผมไม่เคยได้ยินว่าเขาฆ่ามุสลิมนะครับ ส่วนอเมริกานั้นคบสะละฟี่แต่คิดร้ายต่อมุสลิมนี่ครับ รัฐอเมริกาเป็นศัตรูของมุสลิม เป็นศัตรูของอิสลามนี่ครับ อเมริกาเป็นมิตรกับอิสลามหรือเป็นมิตรกับมุสลิมตรงไหนครับ นอกจากพวกสะละฟี่อย่างพวกคุณที่รับประโยชน์จากการปกป้องคุ้มครองของอเมริกาจึงมองไม่เห็นในจุดนี้ครับ

4
Commentต : ตอนที่ท่านนบีﷺไปถึงมะดีนะห์ ท่านได้เข้าไปทำสัญญาในการอยู่ร่วมกันของชาวมะดีนะห์กับชาวยิว 3 ตระกูล ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลต่อชาวมะดีนะห์ในด้านเศรษฐกิจการเมืองเเละสังคม อีกทั้งยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการยุแย่ให้เกิดสงครามระหว่างเผ่าเอาส์ เเละคอจรอจมาเป็นร้อยปี เเต่ท่านนบีก็ยังไปทำสัญญากับเขา

Tangpa : เช่นเดิมครับ แล้วยิวสามตระกูลนั้นเขาคิดร้ายต่อท่านนะบีหรือคิดร้ายต่อมุสลิมขณะที่ท่านนะบีไปอยู่ที่มาดีนะห์หรือเปล่าล่ะครับ แล้วก่อนหน้าที่ท่านนะบีมาถึง เผ่าเอาส์เป็นมุสลิมหรือยังล่ะครับ ถ้าเรื่องเกิดก่อนหน้านั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับอิสลามนี่ครับ และเมื่อท่านนะบีมาก็มีการทำสัญญา แล้ววันนี้ซาอุฯทำสัญญาอะไรที่บ่งบอกถึงสันติภาพในโลกมุสลิมดังเช่นท่านนะบีทำบ้างครับ ท่านนบีอยู่ร่วมกับยิวสามตระกูลแต่ท่านนะบีไม่ได้เป็นทาสของพวกเขาเหมือนดังที่วันนี้ซาอุฯเป็นทาสของอเมริกา กลัวอเมริกายิ่งกว่ากลัวอัลเลาะห์ ซ้ำร้ายวันนี้ผู้รู้ซาอุฯยังมาบอกว่าผู้ที่ปกป้องดินแดนตัวเองอย่างฮามาสนั้นเป็นผู้ก่อการร้าย ไหนล่ะครับตามนบี และอเมริกาเคยทำสัญญาสงบศึกฉบับไหนที่เขาทำตามบ้าง หลอกให้คนอื่นหลงดีใจว่าจะมีการเจรจาสันติภาพแต่สุดท้ายก็ฉวยโอกาสโจมตีก่อนจะมีการเจรจาเสมอ กับฮามาสที่กรุงโดฮาประเทศกาตาร์ และกับอิหร่านที่เพิ่งจะมีให้เห็นคุณตาบอดหรือไงครับ

5
Comment : หลังสงครามคอยบัรกับชาวยิว ท่านนบีเเต่งงานกับลูกสาวชาวยิวหัวหน้าเผ่าคือท่านหญิง ซอฟียะฮ์ ซึ่งถ้ายิวไม่ดีไปซะหมดทำไมท่านนบีเเต่งงานด้วย เเละโดยสถานนะเเล้ว ภรรยาของท่านนบีคือเเม่ของผู้ศรัทธาดังนั้น มุสลิมทุกคนมีเเม่หนึ่งท่านที่เป็นชาวยิว

Tangpa : แล้วผมเคยบอกว่ายิวชั่วทุกคนตอนไหนครับ ลองหาประโยคที่ผมพูดว่ายิวชั่วทุกคนดูสิครับ เรามุ่งเน้นไปที่ยิวไซออนนิสต์ครับ และคุณไม่เห็นหรอครับว่ามียิวที่เขาไม่ใช่ไซออนนิสต์ออกมาต่อต้านพวกไซอ้อนนิสต์ ตาคุณไม่ได้บอดแต่ใจคุณมันบอดครับ ยิวทุกคนไม่ใช่คนเลวครับ แต่ยิวไซออนนิสต์เป็นคนเลว พวกมันกำลังทำลายล้างพี่น้องมุสลิม และมีรัฐบาลอเมริกาอยู่เบื้องหลังหรือเป็นคนอุ้มชูหรือเคียงข้างยิวไซออนนิสต์ แล้วทำไมซาอุดิอาระเบียถึงไม่เลือกคบยิวที่ดีหรือคบคนที่ไม่เกี่ยวกับยิวไซออนนีสต์ล่ะครับ คุณมีความรู้แต่ดันไม่รู้จักวิเคราะห์ คุณมีสมองแต่ไม่รู้จักใช้สติปัญญาครับ เสียของที่อัลเลาะห์สร้างมาครับ

6
Comment: ช่วงท้ายชีวิตท่านนบีﷺได้นำมุสลิมเดินทางไปทำอุมเราะฮที่มักกะจนเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นจนนำไปสู่การทำสนธิสัญญาฮุดัยบิยะ ซึ่งเป็นการทำสัญญาของท่านนะบีกับพวกมุชรีกีนศรัตรูอิสลาม เเละสัญญานั้นมุสลิมเสียเปรียบหลายอย่าง เช่นถ้าชาวมักกะห์เข้ารับอิสลามเเล้วเดินทางไปมะดีนะห์ ทางมะดีนะห์ต้องส่งตัวกลับ เเต่ถ้ามุสลิมออกจากอิสลามหนีมา มักกะห์ไม่ต้องส่งตัวกลับ เเม้กระทั้งไม่ยอมให้ท่านนบีเขียนว่าท่านคือ"ศาสนทูตของอัลลอฮฺ"ลงในสัญญา เเต่ท่านก็ทำ สรุปนี้คือตัวอย่างทั้งหมดที่ท่านนบีทำทั้งกับคนกาเฟร คนธรรมดา ศรัตรูอิสลาม เเละชาวยิว ซึ่งเกิดขึ้นจริงในชีวประวัติของท่าน แล้ว การอ้างว่าสลัฟทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ไปเอามาจากใหนครับ สิ่งที่คุณอ้างมันไม่มีอยู่จริงเลยนอกจากการมโนขึ้นมาจากอารมณ์ของตัวเองทั้งสิ้น หวังว่าสิ่งที่ผมเขียนจะให้ประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่าน

Tangpa: สรุปว่านะบีนั้นคบกับทั้งคนที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม แต่ทุกคนที่ท่านคบ ณ เวลานั้นไม่ใช่ผู้ที่จ้องจะทำลายล้างอิสลามหรือข่มเหงมุสลิม หรือไม่อยู่เบื้องหลังในการทำลายล้างอิสลามหรือมุสลิม และการคบของนะบีนั้นก็ไม่ได้ทำให้ใครคนหนึ่งคนใดในกลุ่มกาเฟรเข้มแข็งขึ้นเพื่อที่เขาจะใช้โอกาสในความเข้มแข็งนั้นกลับมาข่มเหงมุสลิม ท่านนบีคบกับคนเหล่านั้นเพราะว่าพวกเขามีประโยชน์ต่อสังคมมุสลิม และมีประโยชน์ต่อการงานของอิสลาม ไม่ใช่มีประโยชน์ต่อท่านนะบีเอง แต่ทุกวันนี้ที่ซาอุดิอาระเบียกำลังคบกับอเมริกาผู้ซึ่งกำลังทำลายล้างพี่น้องมุสลิมหรือมีส่วนในการหยิบยื่นอาวุธให้คนอื่นฆ่าพี่น้องมุสลิม การคบของซาอุดิอาระเบียเป็นการเอื้อให้ฝ่ายศัตรูเข้มแข็งขึ้นและเขาใช้ความได้เปรียบตรงนี้กลับมาทำลายมุสลิม และซาอุดิอาระเบียไม่ได้คบเพื่อประโยชน์ของศาสนาแต่คบเพื่อผลประโยชน์ดุนยาของตัวเอง

ทุกคนสามารถพิจารณาได้ด้วยตัวเองครับ ว่าสิ่งที่คนๆนี้ท่านนี้คอมเม้นต์นั้น แตะความจริงมากแค่ไหน

31/07/2026
ถ้าเป็นมุสลิมแล้วพูดแบบนี้  เขาจะหาว่าโง่เขลา หรือไม่ก็อวดรู้ หมิ่นอุละมาผู้รอบรู้ในการตีความ ใช้ปัญญานำหลักการ ใช้อารมณ...
30/07/2026

ถ้าเป็นมุสลิมแล้วพูดแบบนี้ เขาจะหาว่าโง่เขลา หรือไม่ก็อวดรู้ หมิ่นอุละมาผู้รอบรู้ในการตีความ ใช้ปัญญานำหลักการ ใช้อารมณ์นำอัลกรุอ่าน ต้องให้คนนอกมาพูดและตั้งข้อสังเกตุเอง มุสลิมจะได้อ้าปากค้าง จะได้รู้ว่าคนที่อ่านคัมภีร์แห่งวิทยปัญญาทุกวันนั้น เวลาเจอคำถามแบบนี้ ทำหน้ายังไง อ่านคัมถีร์ที่เต็มไปด้วยวิทยปัญญาแต่กลับไม่สามารถเป็นผู้นำแห่งวิทยปัญญา หนักยิ่งกว่านั้น กลับเป็นผู้ขวางวิทยปัญญา

เมื่อมีการเรียกร้องว่า..."ให้มุสลิมวางความขัดแย้งลงก่อน แล้วหันหน้าเข้าหากันมั้ย เพราะไม่ว่าจะเรียกชื่อไหน เราก็มุสลิมภา...
29/07/2026

เมื่อมีการเรียกร้องว่า..."ให้มุสลิมวางความขัดแย้งลงก่อน แล้วหันหน้าเข้าหากันมั้ย เพราะไม่ว่าจะเรียกชื่อไหน เราก็มุสลิมภายใต้ศรัทธาเดียวกัน"

พวกเขาบอกว่า..."ไม่ได้ เพราะนะบีบอกว่าจะต้องแตกออกเป็น 73 กลุ่ม ถ้ารวมกันก็จะเท่ากับว่านะบีพูดไม่จริง จะบอกว่านะบีโกหกหรอ"

แต่...พวกเขาก็พูดว่า..."จะรวมเข้าด้วยกันจากอากีดะห์ที่ต่างกันไม่ได้" และพวกเขาคือกลุ่มที่อยู่บนแนวทางสะลัฟ มีอากีดะห์ที่ถูกต้อง มีหลักฐานรับรอง จึงประกาศเชิญชวนให้ผู้คนละทิ้งแนวทางทั้งหลายแล้วมาอยู่บนแนวทางนี้ มาเป็นกลุ่มก้อนบนแนวทางนี้

คำถามต่อไปจึงมีอยู่ว่า แล้วถ้าผู้คนปล่อยทิ้งแนวทางของตัวเองมาอยู่บนแนวทางของคุณหมด ก็ไม่มี 73 กลุ่มนะสิ ไม่เท่ากับนะบีโกหกเหมือนที่คุณว่ารึไง

เมื่อใครเรียกร้องได้สำเร็จก็เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะให้ร้ายนะบี แล้วทำไมไม่หยุดเรียกร้อง แล้วก้มหน้าก้มตาทำของใครของมันไป หรือสนับสนุนให้แตกกันมากๆ จะได้สมจริงดั่งที่นะบีกล่าวไว้ นะบีจะได้ไม่พูดโกหก

พวกเขาก็จะบอกว่า..."ไม่ได้ การต่อสู้เพื่อสัจธรรมคือวาญิบ คือการงานของนะบี คือแนวทางของสะลัฟ เราจะรวมกันได้ก็ต่อเมื่อรวมกันบนมันฮัจญ์ของสะลัฟ เราจึงต้องสู้กับพวกหลงผิดบิดอะอ์ พวกจ้องโค่นล้มผู้นำ พวกแนวทางก่อการร้ายคอวาริจญ์ หรือพวกหมิ่นอุละมา"

พอปะทะกันจนแตกมากๆ ก็มีคนบอกว่า..."หยุดขัดแย้งได้แล้ว หยุดอ้างกันสักที แล้วร่วมกันหันหน้าเข้าหาศัตรูที่กำลังคืบเข้ามาได้มั้ย"

พวกเขาก็พูดเช่นเดิมว่า..."ไม่ได้ เพราะนะบีบอกไว้ว่าเราจะแตกกันเป็น 73 กลุ่ม" จะบอกว่านะบีโกหกรึไง

จากนั้น..ตัวเองก็ประกาศทุกวันว่าต้องขจัดพวกแนวคิดที่หลงผิดให้หมดไป แล้วเชิญชวนผู้คนสู่แนวทางสะลัฟ กลับเข้าสู่วงจรเดิม วนลูปอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ

สรุปคือเขาไม่ยอมให้คนอื่นเรียกร้องการรวม แต่ผูกขาดการเรียกร้องเสียเอง สุดท้ายนะบีก็คงหมิ่นเหม่ที่จะเป็นผู้โกหกต่อไป

ไม่อยากเชื่อว่าวิธีนี้จะถูกใช้โดยคนที่อ้างตัวว่าเป็นมุสลิม แถมยังอ้างว่าเป็นมุสลิมที่ยอดเยี่ยมกว่ากลุ่มไหนๆ มุสลิมมาถึงจุดนี้แล้วหรือ

08/06/2026

ยิ่งไกล้ความจริง หลุมพรางยิ่งแยบยลและมีมาก คนใหม่ควรฟังข้อมูลหลายด้านครับ อย่ายึดแต่ฟังคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ระวังพวกเราจะถูกหลอกดึงไปเป็นมวลชนเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มโดยการอ้างแนวทางที่ดีเลิศ

“พวกยะฮูดไม่ได้กลัวสิ่งใด นอกจากการที่มุสลิมหวนกลับสู่แนวทางซะลัฟ” หรือ “แนวทางซะลัฟคือแนวทางที่พวกยะฮูดหวาดกลัวที่สุด” ...
04/06/2026

“พวกยะฮูดไม่ได้กลัวสิ่งใด นอกจากการที่มุสลิมหวนกลับสู่แนวทางซะลัฟ” หรือ “แนวทางซะลัฟคือแนวทางที่พวกยะฮูดหวาดกลัวที่สุด” ประโยคหรือโพสต์เช่นนี้เคยผ่านหูผ่านตากันบ้างมั้ยครับ ถ้าคนที่ติดตามสะละฟี่ก็คงได้ผ่านหูผ่านตากันบ้าง ซึ่งมันคือความจริงครับ เพราะนะบีและลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดมีแต่ชนะยิว ขับไล่ยิว เอายิวเป็นทาส แต่สะละฟี่ในวันนี้หนังคนละม้วนครับ

โพสต์ประเภทนี้ที่มาจากกลุ่มที่อ้างซะลัฟในปัจจุบันนั้น จริงๆแล้วพวกเขาต้องการปลุกความขลังให้ตัวเองครับ หรือพูดอีกนัยคือ พยายามจะบอกโลกว่ากลุ่มตัวเองคือกลุ่มที่ยะฮูดกลัวที่สุด แต่ภาพแห่งความจริงในวันนี้ก็คือ สะละฟี่เป็นพวกที่กลัวยะฮูดที่สุด จึงนิ่งกับไซอ้อนนิสต์ได้ขนาดนี้ ถึงขั้นที่ทรัมป์บอกว่าผู้นำรัฐสะละฟี่จูบก้นตัวเอง จึงไม่รู้ว่าพวกเขานิยามตัวเองกันยังไงถึงปล่อยให้ทรัมป์หยามกันขนาดนี้ และต่อให้จะหยามกันขนาดนี้ กลุ่มนี้ก็ไม่กล้าเอาทรัมป์ขึ้นมาประณามหรือแขวะเหมือนที่พวกเขาแสดงความห้าวต่อมุสลิมด้วยกันเอง

เข้าใจอยู่ว่าพวกเขาพยายามจะอิงตัวเองไปหาภาพลักษณ์ที่แข็งกร้าวต่อเย็วในอดีต แต่สุดท้ายก็แค่เอาซะลัฟมาอ้างครับ แท้จริงพวกเขาแข็งกร้าวแต่กับมุสลิม เพราะที่ผ่านมาเรายังไม่เคยเห็นสะละฟี่ทำสิ่งใดให้เย็วกลัวเลยครับ
ไม่มีสงครามยุคใหม่ครั้งไหนที่รัฐอาหรับสะละฟี่กล้าเผชิญกับเย็ว หรือเป็นผู้นำในการกำราบยะฮูด แต่มิวายพวกเขาพยายามสร้างภาพทุกทาง อันไหนเด่นดังก็พยายามเอาตัวเองเอนไปหา แม้แต่การสวมหมวกดอกเห็ดแบบตอลิบันก็มาจากเหตุผลนี้ พวกเขาพยายามทำให้ผู้คนเข้าใจว่าตัวเองแกร่งดั่งตอลิบัน หรืออาจจะนิยามว่าตัวเองคือตอลิบันในประเทศไทยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาจะแกร่งดั่งตอลิบันจริงหรอครับ การจะแกร่งจริง เข้มแข็งจริง เขาวัดกันที่การกระทำ ไม่ใช่วัดกันที่ฝีปากหรือเอาเครื่องแบบคนอื่นมาใส่เพื่อกลบเกลื่อนความขลาดของตัวเอง

สะละฟี่จะเหมือนตอลิบันได้ไงครับ ในเมื่อตอลิบันสู้กับอเมกาผู้ก่อความวุ่นวายในโลกมุสลิม แต่สะละฟี่คบกับอเมกาที่เป็นผู้ก่อกวนในแผ่นดินในฐานะผู้บ่อนทำลาย
ตอลิบันต่อสู้ผู้รุกรานและผู้อธรรมดั่งชาวซะลัฟอยู่ในสนามรบ แต่สะละฟี่ต่อสู้กับมุสลิมด้วยลิ้นและคีย์บอร์ดอยู่ในห้องแอร์ และแม้จะอ้างจะโยงหลักศรัทธาก็ไม่มีประโยชน์ครับ เพราะคนที่มีศรัทธาคือคนที่เหมือนตอลิบัน ไม่ใช่คนที่เอาหมวกตอลิบันมาใส่ครับ
คนขลาด คนรักดุนยา และคนรับใช้ระบอบนั้น ไม่ว่าจะพยายามปั้นตัวเองด้วยสิ่งใดก็ไม่อาจได้ภาพความเข้มแข็งครับ

ซะลัฟมีความเข้มแข็ง เป็นเรื่องจริงครับ นั่นหมายความว่าตรงไหนกลุ่มไหนที่ยึดตามซะลัฟจริงๆจะต้องเข้มแข็ง ผลลัพธ์ต้องตรงกัน แต่ทำไมรัฐอาหรับสะละฟี่ทั้งหลายจึงอ่อนแอถึงขั้นไม่สามารถปกป้องตัวเองจนต้องยอมให้ฐานทัพศัตรูของอัลลอฮ์มาเฝ้าบ้าน
ตามซะลัฟกันยังไงถึงตามไปถึงอเมริกาที่ยะฮูดเป็นผู้ควบคุม เข้มแข็งกันยังไงทำไมถึงไปติดกับยะฮูด พอกางประวัติศาสตร์ซะลัฟมาดู ปรากฏว่าหนังคนละม้วนเลยครับ

ซะลัฟส่วนมากรับใช้ศาสนาแต่สะละฟี่รับใช้ระบอบ
ซะลัฟผู้มีอากีดะห์ที่ถูกต้องต่อสู้กับพวกอธรรม ไม่ว่าจะเป็นพวกมุชริกีน เย็ว หรือคริสต์ก็ตาม แต่สะละฟี่อ้างหลักศรัทธาซะลัฟแล้วใช่วิธีการของชัยตอนมาฟาดฟันใส่มุสลิมด้วยกัน แต่กลับไม่แตะต้องเย็วและอเมกาที่กำลังทำร้ายมุสลิม ด้วยเหตุนี้สะละฟี่จึงเอื้อประโยชน์ให้เย็วและเมกา ต่างจากซะลัฟที่ทำประโยชน์ให้อิสลาม
ก็ไม่รู้ว่าพวกเขามองซะลัฟยังไงทำไมถึงมองไม่ออกว่าซะลัฟแตกต่างจากตัวเอง

ถ้าสะละฟี่แข็งกร้าวต่อเย็วและอเมกาได้เท่ากับกร้าวต่อบิดอะห์...ถ้าแข็งได้เท่ากับแข็งต่ออิควาน...ถ้าแข็งได้เท่ากับแข็งต่อชีอะห์....หรือแข็งได้เท่ากับการแข็งต่อมุสลิมกลุ่มไหนๆ เราคงหมดข้อกังขาต่อพวกเขาไปแล้วครับ
แต่แม้แต่เสียงที่มีต่อสองชาติชั่วนี้ของสะละฟี่ก็ยังคงฟังอ่อนปวกเปียก และเราแทบจะไม่เห็นพวกเขาประจานถึงสองคนชั่วนี้อย่างจริงจังเหมือนอย่างที่พวกเขาอ้างว่าตักเตือนแต่เสียดสีนินทามุสลิมเป็นปีๆ การสร้างภาพหรือวาทกรรมยะฮูดกลัวสะละฟี่ในวันนี้ จึงเป็นแค่ราคาคุยครับ

นี่ยังไม่รวมคำกล่าวที่อ้างว่าสะละฟี่ปลอดภัยที่สุด รอบรู้ที่สุด รัดกุมที่สุด ถ้าเป็นในอดีตก็จริงครับ แต่ไม่ใช่กับสะละฟี่ในวันนี้ เพราะภาพที่เราเห็นคือสะละฟี่นำหลักการมาสร้างความปลอดภัยให้ตัวเองแต่เอื้อให้ศัตรูได้เปรียบ แล้วสร้างภัยให้มุสลิมกลุ่มอื่นที่เห็นต่างหรือไม่ยอมรับการอ้างของสะละฟี่ แบบนี้แล้วอะไรคือความปลอดภัยล่ะครับ

ที่คุณปลอดภัยนั้น ไม่ได้เกิดจากความเข้มแข็งที่เอาศัตรูอยู่หมัดเหมือนซะลัฟในอดีต แต่คุณปลอดภัยจากการที่คุณยอมสยบหรือยอมจูบก้นคนอื่น หรือมีประโยชน์กับคนพวกนั้น เขาจึงละเว้นคุณหรือเลี้ยงคุณไว้เพื่อใช้เป็นหมากสร้างความแตกร้าวให้โลกมุสลิม หรือเก็บคุณไว้เชือดเป็นตัวสุดท้าย หรือจริงๆคุณอาจเป็นพวกมันด้วยซ้ำ

หรือคุณจะกล่าวว่าที่ว่าปลอดภัยคือปลอดภัยจากบาป ปลอดภัยจากนรก อันนี้ยิ่งไม่แน่ครับ ห่างไกลจากบิดอะห์ก็จริง แต่ดันฝ่าฝืนในข้อที่อธรรมต่อพี่น้องมุสลิม บิดเบือนและกล่อมให้คนเชื่อว่าการเมืองไม่เกี่ยวกับศาสนาทั้งที่ศาสนาและการเมืองของอิสลามเป็นเรื่องเดียวกัน...เห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของอุมมะห์...นำหลักการมาตีความปกป้องผู้นำของตัวเองอย่างสุดโต่งหลังจากที่โค่นผู้นำคนก่อนหน้า แต่กลับคบกับชาติชั่วที่โค่นผู้นำประเทศอื่นมากมาย...สร้างความคลุมเครือเพื่อคงความแตกแยกไว้...เอื้อประโยชน์แก่เย็วและอเมกา ทำให้มุสลิมอ่อนแอเสียเปรียบ เสียเลือดเสียเนื้อ ไม่ฆ่าตรงๆแต่มือเปื้อนเลือดโดยทางอ้อม...คบศัตรูของอัลลอฮ์ที่พระองค์กล่าวไว้ชัดเจนในอัลกุรอ่าน
แบบนี้เอาอะไรมาปลอดภัยครับ แต่ก็นั้นแหละ ผมลืมคิดไปว่าพวกคุณคือพวกตามซะลัฟด้วยฝีปาก จึงเข้มแข็งด้วยฝีปาก เพราะฉะนั้น จึงทำให้คนในกลุ่มเชื่อว่าจะปลอดภัยด้วยฝีปากเช่นกัน ส่วนจะปลอดภัยจริงหรือไม่นั้น มีแต่พระเจ้าที่รู้ครับ

ในส่วนที่ “รอบรู้ที่สุด” นั้น ก็ทำให้เรางงว่า คุณรอบรู้ประสาอะไร ทำไมถึงไม่รู้ว่าการคบกับคนพวกนี้จะก่อให้เกิดปัญหา
ทำไมถึงไม่รู้ว่าปัญหาความขัดแย้งของชาติมุสลิมที่ตะวันออกกลางตลอดมาคือเกมที่เย็วและอเมกาวางหมากเอาไว้
ทำไมคุณถึงไม่รู้ว่าตั้งแต่อิรักบุกอิหร่าน อิรักบุกคูเวท หรือข้ออ้างอาวุธร้ายหรือกลุ่มก่อการร้ายใดๆของชาติชั่วเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเกมการปูทางเพื่อให้ฐานทัพอเมกาได้เข้ามาตั้งในประเทศสะละฟี่ทั้งหลายเพื่อปกป้องยิว
ทำไมคุณถึงไม่รู้ว่านะบีและซะลัฟรังเกียจคนชั่วพวกนี้และไม่คบคนพวกนี้
ทำไมคุณถึงไม่รู้ว่าศาสนาต้องลำดับเหตุการณ์ ณ เวลาหนึ่งๆ ทำไมขณะที่มีพี่น้องมุสลิมเลือดอาบอยู่ข้างๆคุณถึงไม่รู้ว่ามันคือเวลาที่ต้องช่วย มันคือเวลาที่จิตสำนึกต้องทำงาน เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น พอมีมุสลิมอีกคนเข้าไปช่วย ทำไมคุณถึงห้ามทางอ้อมด้วยการตะโกนใส่คนอยากช่วยว่า อากีดะห์คุณแม่นรึยัง ถ้ายังก็อย่าเพิ่งริอาจช่วย เอาตัวเองให้รอดก่อน
พฤติกรรมแบบนี้หรือคือผู้รอบรู้ ถ้ารอบรู้แบบนี้ผมขอเป็นคนโง่ดีกว่าครับ และเมื่อย้อนอดีตไปหานะบี ปรากฏว่าโกหกทั้งเพ นะบีรักมุสลิมและไม่ทอดทิ้งมุสลิมแม้แต่คนเดียว

รอบรู้มากแต่กลับไม่รู้ว่ามุชริกีนไม่อาจทำฮัจญ์ได้ ตัวเองเป็นคนป่าวประกาศเองว่าชีอะห์ไม่ใช่มุสลิม แต่ปล่อยชีอะห์วิ่งทั่วมัสยิดหะรอม แล้วอ้างว่าเพราะไม่รู้ว่าใครคือชีอะห์(แต่ก็อ้างว่าสะละฟี่รอบรู้)
ไม่มีความรู้แม้แต่จะหาวิธีการมากลั่นกรองมุชรีกีนหรือใช้การทำฮัจญ์มากดดันพวกนี้ พอเราเปิดหลักการและย้อนไปหาซะลัฟ ปรากฏชัดเจนว่า แม้ในยุคนั้นที่ไม่มีสื่อโซเชียล อะบูบักก็ประกาศห้ามมุชริกีนเข้าสู่มัสยิดหะรอม ซะลัฟแท้กับผู้อ้างซะลัฟต่างกันฉะนี้นี่เอง

พูดถึงความรอบรู้นี้ก็ยังสงสัยต่อว่า สะละฟี่ผู้ที่นิยามว่าได้รับฮิกมะห์กว่าใครๆจากอัลลอฮ์ ทำไมถึงคิดไม่ออกว่าคริสต์และเย็วจ้องทำลายล้างอิสลาม สมัยซอฮาบะห์ก็มีให้เห็น สงครามครูเสดก็มีให้เห็น แล้วทำไมไม่ตื่น ทำไมจึงไม่เรียนรู้มาตรการป้องกันตัวเอง ทำไมไม่เรียนรู้วิธีสร้างอาวุธสร้างความเข้มแข้งด้วยวิทยปัญญาจากอัลลอฮ์ด้วยคนที่เป็นมุสลิมเอง
อิหร่านไม่ใช่สะละฟี่ยังรู้ ยังเข้าใจและเตรียมพร้อมสรรพกำลังด้วยมันสมองของพวกเขา แล้วกับสะละฟี่ที่อ้างว่ามีฮิกมะห์กว่าใครๆทำไมถึงไม่ทำ หรือว่ายากจนอย่างนั้นหรือ แล้วตอนที่คุณจนชีอะห์รวยหรือยัง อัฟกานิสถานรวยหรือยัง แล้วตอนที่อิหร่านถูกคว่ำบาตรคุณถูกคว่ำบาตรด้วยมั้ย
ชีอะห์สามารถสร้างองค์ความรู้ด้านอาวุธป้องกันประเทศภายใต้มาตรการคว่ำบาตรตลอด 30 40 ปีมานี้ เกาหลีเหนือที่ไม่รู้แม้แต่การละหมาด ยึดลัทธิบูชาบุคคล และถูกคว่ำบาตรเช่นเดียวกับอิหร่านยังมีมันสมองและหาทุนทำอาวุธนิวเคลียร์ได้ ปากีฯเองก็ยังทำได้ แล้วทำไมรัฐสะละฟี่ผู้ที่มีอิสระในการเรียนรู้ มีอิสระในการค้าขายจนร่ำเงินรวยทองจึงไม่สามารถเรียนรู้ที่จะสร้างอาวุธเฉกเช่นนั้นได้ แล้วคุณเอาเงินไปใช้ทำอะไรจนไม่สามารถสร้างอาวุธได้
อย่าบอกนะว่าเอาเงินไปจ่ายดาอีทำงานศาสนา เพราะตลอดชีวิตผมเห็นแต่มิชชั่นนารีลุยแดดตากฝนมาสอนว่าพระเจ้าเป็นสาม ดาอีไว้เคราใส่โต๊ปสักคนยังไม่เคยเห็นหน้า รู้จักคำว่าอิสลามและมุสลิมก็ตอนมีข่าวบินลาเดนถล่มตึกเวิร์ดเทรดจนกระฉ่อนทั่วโลกนี่แหละ

เพราะฉะนั้น รัฐสะละฟี่ รัฐเตาฮีดเอาเงินไปทำอะไรหมด แล้วเอาสมองไปคิดอะไรจนไม่มีเวลามาศึกษาองค์ความรู้เรื่องอาวุธ
หรือจะอ้างว่าศาสนาห้ามไม่ให้สร้างอาวุธที่ร้ายแรง งั้นคงต้องเอาหลักฐานมากางกันหน่อย ว่าอัลลอฮ์ได้ห้ามไม่ให้มุสลิมสร้างอาวุธที่เหนือกว่าศัตรูไว้ตรงไหนในอัลกุรอ่าน
หลักการ 1 ชีวิตแลก 1 ชีวิตก็ย่อมเข้าใจได้ว่าอัลลอฮ์มีความเที่ยงธรรม ถ้าอัลลอฮ์ไม่อนุมัติให้มุสลิมสามารถที่จะสร้างอาวุธที่ทัดเทียมกับศัตรูได้ พระองค์จะเป็นพระเจ้าที่ยุติธรรมตามพระนามของพระองค์ได้ยังไง ไม่เคยปรากฏหลักฐานว่าการป้องกันตัวเองนั้นต้องจำกัดประเภทของอาวุธ และพอศึกษากลับไปในอดีตก็ไม่เคยเจอว่านบีสู้กับศัตรูที่ถือดาบด้วยท่อนไม้ ไม่เคยปรากฎว่านบีห้ามไม่ให้ใช้ธนูกับศัตรูที่ใช้ธนู ไม่เคยปรากฎว่าศัตรูขี่ม้าแล้วนบีให้มุสลิมวิ่งเท้าเปล่า นบีไม่เคยห้ามให้มุสลิมใช้อาวุธที่ด้อยกว่าฝ่ายศัตรู นบีบอกด้วยซ้ำว่าสงครามคือเล่ห์พราง สามารถใช้กลยุทธ์ หรือชั้นเชิงที่เหนือกว่าซึ่งก็ต้องรวมอาวุธด้วย แล้วทำไมวันนี้สะละฟี่ถึงอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร ตามซะลัฟกันยังไงทำไมถึงถอดเขี้ยวเล็บทิ้งหมด

ทุกวันนี่ใครๆเขาก็รู้ว่าสะละฟี่อ่อนแอและไม่มีความรู้จนถูกหลอกให้ซี้ออาวุธของอเมกาที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริงมาใช้ ไร้ซึ่งวิสัยมัศน์จนถูกหลอกให้ไปดึงฐานทัพของอเมกามาอยู่ในบ้าน(หรือถ้ายึดตามดำรัสของอัลลอฮ์ในอัลมาอิดะห์:51 รัฐสะละฟี่เป็นส่วนหนึ่งของพวกนั้นมาแต่แรกด้วยซ้ำ) แล้วฐานทัพเหล่านั้นก็ถูกใช้เป็นหน่วยสอดแนมโลกมุสลิม แต่กระนั้นสะละฟี่ยังหลอกตัวเองต่อไป

ส่วนในเรื่องหลักการนั้น ถ้ารู้จริงคงไม่มาถึงจุดนี้ เห็นรู้แต่ความผิดของคนอื่นและที่จะเอามาอ้างมาอวยตัวเอง แต่ไม่เห็นรู้ความผิดของตัวเองเลย และเรื่องสามัญก็พึ่งพากลุ่มอื่นหรือชาติตะวันตกมาวางรากฐาน แต่วันนี้ กลับบอกว่าตัวเองคือกลุ่มที่รอบรู้และเต็มไปด้วยฮิกมะห์ คิดว่าใครจะเชื่อล่ะครับ เพราะฉะนั้น หยุดอวยตัวเองแล้วกลับสู่โลกของซะลัฟที่แท้จริงได้แล้วครับ

สะละฟี่ กลุ่มที่อ้างว่ายึดหลักการ "ห้ามโค่นล้มผู้นำ ไม่ว่าผู้นำจะเลวแค่ไหน" แต่กลับคบกับชาติชั่วที่อยู่เบื้องหลังการโค่น...
02/06/2026

สะละฟี่ กลุ่มที่อ้างว่ายึดหลักการ "ห้ามโค่นล้มผู้นำ ไม่ว่าผู้นำจะเลวแค่ไหน" แต่กลับคบกับชาติชั่วที่อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มผู้นำของประเทศอื่นมากมาย

เราต่างก็รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการโค่นล้มผู้นำลิเบีย ผู้นำตูนิเซีย ผู้นำอียิปต์ และผู้นำอิรักอย่างซัดดัมฮุสเซ็น หรือคาเมเนอีผู้นำอิหร่านที่เพิ่งถูกสอยไป ก็ล้วนแล้วแต่มีอเมริกาอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ถ้าพวกเขาปลุกปั่นคนในชาติของประเทศหนึ่งๆให้โค่นล้มผู้นำตัวเองไม่ได้ พวกเขาก็จะหาข้ออ้างนำกำลังเข้าไปโค่นล้มผู้นำของประเทศนั้น อย่างเช่นที่ทำกับผู้นำอิรัก ผู้นำเวเนซูเอลา ผู้นำอิหร่าน และที่กำลังจะเกิดกับคิวบา

แม้ผู้นำเหล่านั้นจะเป็นผู้ที่เผด็จการหรือมีข้อบกพร่อง แต่เมื่อถูกโค่นล้มแล้วประเทศชาติกลับวุ่นวายกว่าเดิม ทรัพยากรในชาติถูกสูบ กลุ่มก่อการร้ายระบาด ไร้ซึ่งเสถียรภาพทางเมือง กลายเป็นรัฐล้มเหลว สุดท้ายตกอยู่ในการควบคุมของตะวันตก

ชาติอเมกาเลวร้ายขนาดนี้ ชั่วขนาดนี้ แต่รัฐอาหรับสะละฟี่ไม่เคยที่จะถอนความสัมพันธ์กับชาตินี้ ยังคงมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ไม่ว่าจะมิติทางเศรษฐกิจ การเมืองหรือความมั่นคง เราจึงเห็นชาติอาหรับซะละฟี่เหล่านี้มีฐานทัพของชาติที่ชอบโค่นผู้นำประเทศอื่นเต็มไปหมด คำถามคือพวกเขาต้องการอะไร ทำไมกลุ่มนี้ถึงสอนให้ยึดมั่นในหลักการที่ย้อนแย้งกับพฤติกรรมของตัวเองอย่างชัดเจน

ทีคนอื่นเรียกร้องให้มีการปกครองที่ดี เรียกร้องให้ปรับปรุงภาวะผู้นำ หรือถวิลหาระบอบอดีตเพราะละเหี่ยกับความเหลวของพวกเขา พวกเขาก็ออกมาตะโกนว่า “จ้องโค่นล้มผู้นำ พวกเอาอารมณ์นำหลักการ ใช้สติปัญญานำอัลกุรอ่าน พวกโง่เขลาเบาปัญญา” ทำเหมือนรู้และเข้าใจหลักการอย่างยอดเยี่ยม ทำเหมือนบริสุทธิ์ใจต่อศาสนาอย่างหมดจด แต่พอมาดูที่พฤติกรรม กลับปรากฎว่าเป็นมิตรสนิทกับผู้ที่มีส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการโค่นล้มผู้นำประเทศอื่นอย่างไม่รู้สึกกระดาก และส่วนมากก็เป็นการโค่นผู้นำของประเทศมุสลิมที่รายรอบรัฐสะละฟี่ทั้งนั้น

การกระทำแบบนี้มันก็เหมือนคุณออกมาสอนคนว่ากินเหล้ามันไม่ดีแต่ตัวเองก็อยู่ในวงเหล้ากับคนกินเหล้าทุกวัน ถ้าแม้แต่เรื่องเหล้า ต่อให้เราจะไม่ดื่มศาสนาก็ยังไม่อนุญาตให้เราร่วมอยู่ในวงได้ เรื่องการไม่อนุญาตให้โค่นล้มผู้นำที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ ยิ่งห้ามไม่หนักกว่านั้นหรอ
หลักการชัดเจน แบบอย่างของนะบีชัดเจน แล้วทำไมสะละฟี่ทำได้ หรือแค่ยึดหลักการมาบังหน้า หรือแค่เรียกร้องเพื่อทำให้ภาพตัวเองสวยงามในหมู่คนที่ไม่สนใจการเมืองหรือคนที่ไม่ทันคิด เช่นนั้นเราจะคิดได้หรือไม่ว่าที่ผ่านมาสะละฟี่เป็นส่วนหนึ่งหรือมีส่วนร่วมในการโค่นล้มผู้นำเหล่านั้นหรือไม่ เพราะก็เหลือแต่ประเทศสะละฟี่ที่ยังรอดอยู่

สะละฟี่อ้างอิงตัวเองอย่างเข้มข้นในการกลับสู่บรรทัดฐานของซะลัฟ สอนคนอื่นให้เคารพหลักการแต่ไม่สำเหนียกถึงการกระทำของตัวเอง เหมือนดั่งอุปมาอุปไมยที่ผมเคยอ่านเจอในคัมภีร์ไบเบิลเมื่อครั้งที่ยังเป็นคริสเตียนที่นะบีอีซากล่าวแก่พวกผู้นำและอุละมาของพวกยิวว่า “พวกหน้าซื่อใจคด เห็นผงที่อยู่ในตาของอื่น แต่กลับไม่รู้สึกถึงซุงทั้งท่อนที่ฝังอยู่ในตาของตัวเอง” ประโยคนี้สั้นๆแต่คม และณ เวลานี้ คงไม่มีใครเหมาะกับประโยคนี้มากกว่าสะละฟี่อีกแล้ว

ข้อที่ 5 การกระทำของกลุ่มนี้ยังประโยชน์แก่ศัตรูของโลกมุสลิม กลุ่มนี้ดูผิวเผินคือกลุ่มที่นำการเรียกร้องสู่เตาฮีด มีอากีดะ...
16/05/2026

ข้อที่ 5
การกระทำของกลุ่มนี้ยังประโยชน์แก่ศัตรูของโลกมุสลิม กลุ่มนี้ดูผิวเผินคือกลุ่มที่นำการเรียกร้องสู่เตาฮีด มีอากีดะห์ที่ถูกต้อง เป็นกลุ่มที่แข็งกร้าวต่อบิดอะห์ และแสดงความตออัตต่อผู้นำ(ของพวกเขา แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จะตออัตต่อผู้นำที่ไม่อยู่ในกลุ่มของตัวเองหรือเปล่า) พวกเขารู้ว่าเหล่านี้คือจุดแข็ง แต่ความจริงอยู่ที่อัลลอฮ์ พระองค์ทรงรู้จิตใจคน
ถ้าเราสังเกตดีๆ พวกเขาใช้ความได้เปรียบที่กล่าวมา
สร้างรอยร้าวและความขัดแย้งที่ยังประโยชน์กับผู้ที่กำลังทำลายอิสลาม และพวกเขาเองก็กำลังคบกับผู้สร้างความเสียหายเหล่านั้นอยู่
ทำไมคนที่มีเตาฮีดและอากีดะห์ที่ถูกต้องกลับไปคบกับศัตรูของอัลลอฮ์ที่ถูกบัญญัติชัดเจนอยู่ในคัมภีร์ ทำไมแนวทางนี้ถึงเอื้อให้พี่น้องมุสลิมถูกผู้อื่นอธรรมในทุกๆวัน ทำไมผู้ที่นิยามตัวเองว่าถูกต้องตามแบบฉบับของซะลัฟกลับเป็นผู้ที่เพิกเฉยต่อมุสลิมตัวน้อยๆที่ถูกเย็วฆ่าทุกวัน ซะลัฟเป็นคนเช่นนี้หรือ หรือพวกเขาไส่ร้ายซะลัฟ หรือมันถูกวางแผนมาแต่แรก

อิสลามมีความชัดเจนและยากเกินกว่าที่คนนอกจะทำลายและบิดเบือนใช่มั้ย จึงต้องใช้ความเป็นมุสลิมทำลายมุสลิมจึงจะสำเร็จ ด้วยการนำหลักการมานำเสนอด้วยท่าทียั่วยุ ก้าวร้าว โอ้อวด ไร้มารยาท ปนอคติ และเกลียดชัง เพื่อให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวด ตกต่ำ หมั่นไส้ จนอยากจะตอบโต้มากกว่าจะรับฟัง และในขณะเดียวกันพวกตัวเองก็ฝ่าฝืน แหลกเหลว ดุนยา แต่ก็แถหลักการมาครอบ ทำจนคนอื่นละเหี่ยกับพฤติกรรมนี้แล้วเริ่มตั้งท่าถาโถมใส่ ก็เข้าทางชัยตอนพอดี เมื่อซัดกันจนแหลก คนนอกเหล่านั้นก็มาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ สำเร็จตามแผน
แม้ตอนแรกพวกเขาจะประกาศเตาฮีด จะประกาศชนบิดอะห์ จะสร้างแนวคิดปกป้องผู้นำ แต่เมื่อเกิดความแตกแยกและขัดแย้งจนคนนอกเข้ามายึดครองหรือครอบงำได้ คนนอกจะนำฟิตนะห์มาทำลายเตาฮีด จะนำเสรีภาพมาทำลายอากีดะห์ และนำประชาธิปไตยมาอ้างเพื่อทำลายผู้นำและระบอบการปกครอง สุดท้ายมุสลิมก็แพ้ รู้ตัวอีกทีก็เสียทุกอย่าง เรามันโง่เอง หรือที่จริงพวกเขาเห็นมันตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าเห็นตั้งแต่แรกเริ่มแล้วยังทำก็แสดงว่าพวกเขาเป็นใคร

หัวใจในการประกาศศาสนาคือเตาฮีด แต่หัวใจของแผนการยึดครองและครอบงำของอีกฝ่ายคือการทำให้มุสลิมแตกแยกกันจากหลักฐานที่ชัดเจนด้วยคนของเราเอง ภาพจากฝั่งศัตรูจึงออกมาประมาณว่า “คุณจะประกาศเตาฮีดก็ประกาศไปเถอะ แต่ก็อย่าลืมทำให้มุสลิมแตกกันให้เราด้วยนะ” ภาพที่เราเห็นทุกวันนี้จึงประหนึ่งพวกเขาแค่ประกาศเรื่องเตาฮีดมาบังหน้าเท่านั้น เหมือนการประกาศเตาฮีดให้ผู้คนเข้าสู่อิสลามนั้นเป็นแค่ผลพลอย ส่วนเป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่แท้จริงในการประกาศก็คือปกป้องผลประโยชน์และอำพรางตัวตนของตัวเอง เพราะถ้าผู้คนโฟกัสไปที่การงานดาวะห์สู่เตาฮีด ก็จะทำให้สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คน หรือทำให้ผู้คนเห็นใจหรือเห็นด้วยกับแนวทางของพวกเขา ได้มวลชนคนใหม่ที่จะเอามาปลูกฝังความเกลียดชังและยังได้ใจมวลชนคนเดิมมาเพิ่ม เพราะนะบีเริ่มศาสนาจากการประกาศเตาฮีด จึงเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะเชื่อว่าการประกาศเตาฮีดคืองานที่ดีโดยไม่ต้องสงสัย ผมก็หนึ่งในนั้น และเมื่อผู้คนโฟกัสไปที่เตาฮีดจนไม่สังเกตุสิ่งที่พวกเขาสอดแทรกเข้ามา รู้ตัวอีกทีผู้คนก็ถูกฝังหัวให้ส่งต่อความอคติและความเกลียดชังต่อกันจนร้าวลึก ยากที่จะรวมเป็นหนึ่งได้ เมื่อต่างก็ถูกปลูกฝังให้ภาคภุมิใจในแนวทางของตน ถูกปลูกฝังอคติและเกลียดชังต่อกัน ความแตกแยกก็คงทนอยู่กับมุสลิมให้คนนอกมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แค่นั้นเอง

เหตุที่ทำให้เรามองแบบนี้ ก็เพราะว่า ขณะที่พี่น้องมุสลิมในกาซ่ากำลังถูกกระทำนั้น พวกเราเรียกร้องให้พวกเขาหยุดกัดคนอื่น หยุดสัมพันธ์กับศัตรู หยุดการค้าขายที่จะเอื้อให้กับศัตรูเข้มแข็ง แล้วก็ช่วยออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องมุสลิม แต่พวกเขากลับบอกว่า "เราเป็นใคร อากีดะห์ของเราแม่นหรือยัง ถ้าอากีดะห์ของคุณยังไม่แม่น เตาฮีดยังไม่ได้ ยังไม่โอเค ให้คุณสนใจตัวเองก่อนที่จะไปสนใจคนอื่นมั้ย หน้าบ้านตัวเองเต็มไปด้วยชีริก เต็มไปด้วยบิดอะห์ ริอาจหาญไปเรียกร้องช่วยกาซ่า ทำไมไม่จัดการเรื่องหน้าบ้านของตัวเองก่อน"
ก็งงเหมือนกันว่า ทำไมพวกเขาจะต้องเอาเรื่องเตาฮีดมาเบี่ยงเบนหรือว่ามาปิดกั้นการที่เรารู้สึกสงสารหรืออยากจะช่วยเหลือพี่น้องมสุลิมอยากจะเรียกร้องให้กับพี่น้องปาเลสไตน์

เตาฮีดคือสิ่งสำคัญมาก แต่เราก็จะต้องเรียงลำดับความสำคัญ ณ เวลาหนึ่งๆว่าเหตุการณ์ใดควรที่เราจะมุ่งไปหา บริบทใดที่เราควรที่จะจัดการกับมันก่อน ทำไมพวกเขาจะต้องเอาอากีดะห์เอาเรื่องเตาฮีดมาบล็อคหรือมาหยุดยั้งไม่ให้เราเรียกร้องเพื่อปาเลสไตน์
สิ่งเหล่านี้มันชวนให้น่าสงสัย ว่าแท้จริงการประกาศเตาฮีดของพวกเขานั้นก็เพื่อที่จะรอวันนี้หรือเปล่า รอวันที่จะเบี่ยงเบนเช่นนี้ รอวันที่จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วจะได้ใช้อากีดะห์ที่ตัวเองสั่งสมบทบาทมาตลอดหรือว่าเตาฮิดที่ตัวเองประกาศชูมาตลอดนั้นมาเบี่ยงเบนความสนใจของมุสลิมหรือหยุดการรวมตัวของมุสลิมเพื่อให้พวกของตัวเองได้ประโยชน์หรือมีชัย ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเอาการงานนี้มาอ้างฟอกขาวให้ตัวเอง แต่คิดหรือว่าจะง่ายขนาดนั้น

คนกลุ่มนี้ พวกเขาฉลาด ชูอากีดะห์นำหน้า แต่ที่จริงพวกเขาก็มีอากีดะห์ไม่ต่างจากคนอื่น หรือคนอื่นก็มีอากีดะห์ไม่ต่างไปจากเขา แต่พวกเขาจะสรรหาคำมาผูกขาดอากีดะห์หรือแนวทางของนะบีที่คนอื่นก็ยึดถืออยู่ให้ผู้คนเข้าใจว่าตัวเองมีความต่างที่อยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง ใครก็ตามที่ไม่ยอมรับหรือไม่ยอมประกาศตัวชัดเจนด้วยชื่อของพวกเขาและตามพฤติกรรมของพวกเขา พวกเขาจะไม่ยอมรับและป้ายสีคนเหล่านั้นด้วยชื่อเสียงที่เสียหายต่างๆนาๆ

และเนื่องจากกลุ่มนี้สร้างรากฐานที่มั่นคงมากได้แล้ว จึงมีอิทธิพลในการใช้ภาพลักษณ์ของผู้รู้และค่อนข้างจะผูกขาดการตีความตัวบท เราจึงเห็นภาพในแบบว่า แทนที่จะมีการปรับปรุงการประพฤติปฏิบัติตัวของพวกเขาให้เข้ากับหลักการ แต่กลับตีความหรือขยายความตัวบทศาสนาให้เข้ากับพฤติกรรมของตัวเองแทน
หลายครั้งที่พวกเขายกหลักฐานแค่บางส่วนมาตอบโต้กับเรา หลายๆอย่างเราจึงรู้สึกว่าขัดแย้งกัน และบ่อยครั้งที่เราเห็นพวกเขาสอนอย่างทำอย่าง ถ้าพลาดก็โยนความโง่ให้คนอื่น แล้วใช้ภาพลักษณ์ของผู้รู้ฟอกขาวให้ตัวเอง ทำให้คนนั้นเข้าใจผิดว่าที่ตัวเองมองเห็นว่ามันย้อนแย้งก็เพราะไม่มาศึกษาจากพวกเขา เท่าที่ได้สัมผัสมา แทบจะไม่มีทางที่พวกเขาจะผิดหรือบกพร่อง พวกเขาจะมีหลักฐาน มีข้ออ้าง มีเหตุผลให้ตัวเองเป็นผู้สะอาดอยู่เสมอ

อย่างที่บอกไว้ว่ากลุ่มนี้ใช้เตาฮีดนำหน้า และอ้างว่าตัวเองยึดถืออยู่บนพื้นฐานความเข้าใจศาสนาเหมือนอย่างชาวซะลัฟ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกตัวเองว่ากลุ่ม ซะละฟี่ ซึ่งการใช้ชื่อนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการจูงใจคนให้ตาม แต่ถ้าเราสังเกตุดีๆพวกเขาไม่ได้ตามทุกเรื่อง ทุกด้าน ทุกแง่มุม ส่วนใหญ่พวกเขาตามซะลัฟในเรื่องหลักศรัทธาและสิ่งที่จะใช้ปกป้องผลประโยชน์ อำนาจ และผู้นำของพวกเขาได้เท่านั้น เช่นในเรื่องการเมือง พวกเขาจะพูดแค่ว่ามุสลิมต้องไม่ประท้วงผู้นำ ต้องเชื่อฟังผู้นำไม่ว่าผู้นำจะเลวแค่ไหน แต่หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงบริบทหรือคุณสมบัติของตัวผู้นำว่า ต้องอย่างไร แบบไหนถึงจะตามซะลัฟ แต่เนื่องจากสังคมปัจจุบันเกิดฟิตนะห์และอุตริกรรมมากมายทางหลักศรัทธา เพราะฉะนั้น แม้ว่าพวกเขาจะยึดจะเน้นแค่หลักศรัทธามาบดขยี้ กลุ่มอื่นก็หมดแรงต้านแล้วครับ

แต่ความจริงก็คือการตามหลักศาสนาไม่ใช่เราตามแค่ 70-80% ไม่ใช่เราตามได้แค่ดีกว่าคนอื่นแล้วมาบอกว่าเราคือมาตรฐาน นี่ต่างหากล่ะครับคือสิ่งที่ผมต้องการสื่อให้ผู้คนเข้าใจ พวกเขาอาจจะทำตัวว่าเคร่งในเรื่องของการปฏิบัติและหนักแน่นในหลักศรัทธา แต่คุณมีดีตรงนั้นโดยไม่สนใจใจความของหลักการศาสนาในข้ออื่นไม่ได้ครับ และการปฏิบัติตัวได้เคร่งได้ดีกว่าคนอื่นนั้น มันไม่ได้มอบความชอบธรรมให้คุณสามารถทำความเลวหรือละเลยข้ออื่นได้ครับ
ยกตัวอย่างเรื่องของกาซ่าและฐานทัพของอเมริกาครับ การที่คุณศรัทธาได้ดีกว่าคนอื่นๆ มันไม่ทำให้คุณมีความชอบธรรมในการคบกับศัตรูของอัลเลาะห์ คุณไม่มีสิทธิ์เอาจุดเด่นตรงนี้มารู้สีกว่าการเพิกเฉยต่อพี่น้องกาซ่าคือสิ่งที่ชอบธรรม เพราะถ้าเราอธิบายไม่ได้ว่าแล้วอเมริกามันต่างกับอิหร่านหรือชีอะห์ตรงไหน อเมริกาดีกว่าอิหร่านตรงไหน อเมริกาช่วยเหลือมุสลิมตรงไหน คุณก็ฝ่าฝืนสิ่งที่พระเจ้าห้ามไว้แล้วครับ

อเมริกาฆ่าพี่น้องมุสลิมมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม อเมริกาคือประเทศมหาอำนาจที่อ้างเสรีประชาธิปไตย ใช้ทั้งเล่ห์เหลี่ยม ใช้อาวุธ ใช้ทุนนิยม ใช้สิ่งมอมเมาทั้งหลายแหล่มาทำลายพี่น้องมุสลิม พวกเรากลายเป็นผู้ก่อการร้ายเพราะว่าอเมริกาปั้นคำนี้ พวกเขาสร้างหนังแนวนี้มาประณามมุสลิมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายให้โลกรู้ไม่ใช่หรอครับ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอเมริกาคือลูกหรือไม่ก็พ่อของอิดซาเอลที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของอัลเลาะห์ ศัตรูของอัลเลาะห์ก็คือศัตรูของมุสลิม แล้วเราคบกับศัตรูของพระเจ้าได้ไงครับ ขอหลักฐานจากซะลัฟหน่อย เรื่องนี้ไม่มีข้ออ้างไม่มีข้อแม้ครับ เพราะถ้าประเทศที่ยากจนและอ่อนแอกว่าอย่างอัฟกานิสถานนั้นเขาไม่คบอเมริกาเขาก็ยังอยู่ได้ แถมตอนนี้อเมริกากำลังมีส่วนทำลายมุสลิม เช่นนี้ เราก็ไม่เหลือความชอบธรรมที่จะยกเหตุผลใดๆมาอ้างครับ

สุดท้ายนี้จึงฝากถามผู้รู้ว่าการตามนะบีและเหล่าบรรพชนซะลัฟนั้น ตามเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งได้หรือ หรือตามแค่ครึ่งหนึ่ง หรือเราต้องพยายามดำรงอยู่ให้ครบในทุกด้าน
1. ด้านการิบาดะห์ต่อพระผู้เป็นเจ้า
2. ด้านกิจการศาสนา
3. ด้านการเมืองการปกครอง
4. ด้านเศรษฐกิจและการค้า
5. ด้านการใช้ชีวิต ครอบครัว และสังคม

แล้วสะละฟี่ล่ะครับ ดำรงอยู่ในด้านใดบ้าง ครบใช่มั้ยครับ หรือดำรงแค่บางส่วนแล้วที่เหลือเดี๋ยวให้ผู้รู้เอาวิชาการ เอาเหตุผลมาแก้ให้
เรื่องนี้ขออย่าเอาวิชาการ อย่าเอาเหตุผล แต่ขอให้ยกหลักฐานมา ให้สมกับเป็นผู้ตามซะลัฟให้เราหายข้องใจหน่อยครับ

ข้อที่ 4 จากที่เราสังเกตุพฤติกรรมของกลุ่ม เหมือนแนวทางของพวกเขาจะตั้งธงความแตกแยกมาตั้งแต่แรก การจะทำให้แตกแยกฐาวรได้นั้...
15/05/2026

ข้อที่ 4
จากที่เราสังเกตุพฤติกรรมของกลุ่ม เหมือนแนวทางของพวกเขาจะตั้งธงความแตกแยกมาตั้งแต่แรก การจะทำให้แตกแยกฐาวรได้นั้น ต้องนำหลักการมาฟาดฟันกันเอง การประกาศเตาฮีดและแนวทางซะลัฟนั้น จึงได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้พวกเขามีความน่าเชื่อถือและเกิดความชอบธรรมในการบดขยี้มุสลิมที่ไม่อยู่ในกลุ่ม

การเรียกร้องสู่เตาฮีดนั้น คือสิ่งที่ใครก็คิดว่าน่าจะทำให้มุสลิมเข้มแข็ง สะอาด บริสุทธิ์ แต่ในบริบทของความเป็นจริง พฤติกรรมการนำเสนอเตาฮีดและแนวคิดอื่นๆของพวกเขา กลับสร้างรอยร้าวและความสับสนมากมายแก่ผู้คน โดยสังเกตุได้จากคำพูดหรือพฤติกรรมของพวกเขาที่ทำให้เรามองเห็นความย้อนแย้งและความคลุมเครือหลายอย่างที่ไม่อยากจะเชื่อว่ามาจากแนวทางซะลัฟ เช่น
1. เมื่อมีการเรียกร้องว่า..."ให้มุสลิมวางความขัดแย้งลงก่อนแล้วหันหน้าเข้าหากันมั้ย เพราะไม่ว่าจะเรียกชื่อไหนเราก็มุสลิมภายใต้ศรัทธาเดียวกัน"
กลุ่มนี้บอกว่า..."ไม่ได้ เพราะนะบีบอกว่าจะต้องแตกออกเป็น 73 กลุ่ม ถ้ารวมกันก็จะเท่ากับว่านะบีพูดไม่จริง จะบอกว่านะบีโกหกหรอ"
แต่พวกเขาก็บอกว่า..."จะรวมเข้าด้วยกันจากอากีดะห์ที่ต่างกันไม่ได้" และพวกเขาคือกลุ่มที่อยู่บนแนวทางซะลัฟ มีอากีดะห์ที่ถูกต้อง มีหลักฐานรับรอง จึงประกาศเชิญชวนให้ผู้คนละทิ้งแนวทางทั้งหลายแล้วมาอยู่บนแนวทางนี้ มาเป็นกลุ่มก้อนบนแนวทางนี้

คำถามต่อไปจึงมีอยู่ว่า แล้วถ้าผู้คนปล่อยทิ้งแนวทางของตัวเองมาอยู่บนแนวทางของคุณหมด ก็ไม่มี 73 กลุ่มนะสิ ไม่เท่ากับนะบีโกหกเหมือนที่คุณว่าหรือไง สรุปคือเขาไม่ยอมให้คนอื่นเรียกร้องการรวม แต่ผูกขาดการเรียกร้องเสียเอง สุดท้ายนะบีก็คงหมิ่นเหม่ที่จะเป็นผู้โกหกต่อไป

เมื่อใครเรียกร้องได้สำเร็จก็สุ่มเสี่ยงที่จะให้ร้ายนะบี แล้วทำไมไม่หยุดเรียกร้องแล้วก้มหน้าก้มตาทำของใครของมันไป หรือสนับสนุนให้แตกกันเยอะๆจะได้สมจริงดังที่นะบีกล่าว นะบีจะได้ไม่โกหก พวกเขาก็จะบอกว่า..."ไม่ได้ การต่อสู้เพื่อสัจธรรมคือวาญิบ คือการงานของนะบี คือแนวทางของสะลัฟ เราจะรวมกันได้ก็ต่อเมื่อรวมกันบนมันฮัจญ์ของสลัฟ เราจึงต้องสู้กับพวกหลงผิดบิดอะอ์ พวกจ้องโค่นล้มผู้นำ พวกแนวทางก่อการร้ายคอวาริจญ์ หรือพวกหมิ่นอุละมา"
พอปะทะกันจนแตกมากๆ ก็มีคนบอกว่า..."หยุดขัดแย้งได้แล้ว หยุดอ้างกันสักที แล้วหันหน้าเข้าหาศัตรูที่กำลังคืบเข้ามาได้มั้ย"
พวกเขาก็พูดเช่นเดิมว่า..."ไม่ได้ เพราะนะบีบอกว่าเราจะแตกกันเป็น 73 กลุ่ม" แล้วตัวเองก็ประกาศทุกวันว่าต้องขจัดพวกแนวคิดที่หลงผิดให้หมดไป แล้วเชิญชวนผู้คนสู่แนวทางซะลัฟ กลับเข้าสู่วงจรเดิม วนลูปอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ

คำถามคือ ทำไม 2 ประโยคที่ขัดแย้งกันในตัวเองถึงได้ถูกกลุ่มนี้ยึดถือเอาไว้ และทำไมพวกเขาถึงไม่สนใจเจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้าที่ชัดเจนว่าพระองค์ไม่ประสงค์ให้มุสลิมแตกกัน

2. ในเรื่องที่คล้ายๆ กันกับเรื่องนี้ (ซึ่งก็คือเรื่องที่กลุ่มนี้บอกว่ามุสลิมรวมไม่ได้เพราะจะต้องแตกออกเป็น 73 กลุ่ม และตัวเองคือกลุ่มที่อยู่บนแนวทางที่ถูกต้องนั้น) ในขณะเดียวกันก็เอาคลิปของ ดร. ซากิร ไนซ์ ที่บอกว่ามุสลิมนั้นไม่มีชีอะห์ไม่มีซุนหนี่ มีแค่มุสลิม เอามาปล่อยให้ผู้คนสับสน สิ่งนี้ดูยังไงก็ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน มันก็เลยทำให้เราเข้าใจว่า พอคนที่มีชื่อเสียงอย่าง ดร. ซากิร ไนซ์ มาพูด พวกเขากลับอยู่เฉยๆแล้วยังยอมรับด้วยกับการที่เอาคลิปของท่านมาลงในช่องของตัวเอง แต่กับคนทั่วไปที่ตั้งคำถามว่าทำไมต้องมีกลุ่ม ทำไมต้องมีชื่อต่อเติมท้าย เราไม่ควรแบ่งแยกหรือเรียกชื่อกันต่างๆนา พวกเขากลับบอกว่า..."ไม่ได้ เพราะการตั้งชื่อหรือต่อเติมชื่อนั้น เป็นการจำแนกระหว่างผู้ถูกต้องกับพวกหลงทาง คือการแสดงความชัดเจนของกลุ่มที่จะได้ขึ้นสวรรค์ ไม่งั้นจะสับสน แล้วผู้คนจะเลือกกลุ่มที่ถูกต้องได้ไง"
และการที่พวกเขาพูดแซะพูดแขวะและเรียกชื่อกลุ่มนั้นกลุ่มนี้นั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขายอมรับว่ามีกลุ่ม และกลุ่มอื่นนั้นไม่ใช่กลุ่มของตัวเอง แต่คลิปของ ดร.ซากิร ไนซ์ ยังคงโลดแล่นในช่องของพวกเขา
และหากเราเน้นเค้นหลักฐานจากอดีตว่าแล้วชื่อเหล่านี้ กลุ่มเหล่านั้นมีอยู่ในสมัยนะบีมั้ย ก็จะมีประโยคที่ว่า "เราไม่ใด้ใช้ชื่อสะละฟี่เป็นชื่อกลุ่มแต่ใช้เพื่อบ่งชี้ถึงแนวทางของตัวเอง"
แต่บ่อยครั้งเหลือเกินที่พวกเขาพูดว่า "พวกเราสะละฟี่" ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเจตนาที่ใช้ชื่อนี้เพื่อสื่อเป็นชื่อกลุ่ม

3. กลุ่มนี้ใช้ปากประกาศอย่างดังว่า ชีอะห์ไม่ใช่มุสลิม แต่มือกลับเปิดประตูให้กาเฟรอย่างชีอะห์เข้าสู่มัสยิดหะรอม พอเราตั้งคำถามว่า "ถ้าชีอะห์ไม่ใช่มุสลิม" แล้วปล่อยให้พวกเขาไปทำฮัจญ์ได้ยังไง"
ก็มีการแก้ว่า "ที่บอกว่าชีอะห์ไม่ใช่มุสลิมนั้น ตัดสินแต่เฉพาะหลักการและผู้นำ แต่ไม่รวมชาวบ้านหรือผู้ตาม"
จากนั้นพอโดนถามต่อว่า "ถ้าเช่นนั้น ผู้ตามของต่างศาสนิกโดยเฉพาะชาวคัมภีร์ก็ต้องไปทำฮัจญ์ได้ด้วยสิ เพราะเขาก็ตามแต่ผู้นำ”
ก็แก้ต่อว่า “กาเฟรนั้นมีหลายแบบ กาเฟรแบบชีอะห์สามารถเข้าไปทำฮัจญ์ได้"
แต่ที่ตัวเองประกาศก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดให้ชัดเจนว่ากาเฟซประเภทไหนที่ทำฮัจญ์ได้หรือไม่ได้ ได้แต่พูดเหมาว่า "ชีอะห์เป็นกาเฟรๆๆๆ" อย่างเดียว ก็เลยงงว่า มีด้วยหรอ กาเฟรที่ได้รับการยกเว้นให้เข้าไปทำฮัจญ์

เมื่อเป็นแบบนี้ก็มองได้มุมเดียวก็คือ อยากจะให้กลุ่มอื่นยับเยินแต่ก็ยังอยากได้ประโยชน์จากการทำฮัจญ์ของกลุ่มนั้น จึงต้องคงความคลุมเครือนี้เอาไว้ ถ้ามีคนตั้งคำถามกับการกระทำของตัวเองก็จัดแจงแก้ตัวตามสูตรไป ไม่ยอมรับความผิดใดๆทั้งสิ้น

ข้อที่ผมนำมากล่าวนี้ เพราะมีคนที่แสดงตัวเป็นสะละฟี่มาโต้ตอบประเด็นนี้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าหลายคนคงเจอพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ พวกเขาลื่นยิ่งกว่าปลาไหลครับ ถ้าคนของตัวเองไปคอมเม้นต์แล้วไม่มีใครจับไต๋ได้หรือเถียงไม่ขึ้น เถียงไม่ทัน พวกเขาก็บอกว่า "นี่ไง ก็เราของจริง มีหลักฐาน"
แต่ถ้าเราตั้งคำถามชนได้ หรือเอาคนนั้นมาพาดพิงถึงแนวคิดของสะละฟี่ พวกเขาจะบอกว่า "มันไม่แฟร์ ตัดสินสะละฟี่ที่คนๆเดียวได้ไง อารมณ์ชัดๆ"
แต่ความจริงที่เราเจอก็คือ คนที่แสดงตัวว่าเป็นสะละฟี่แทบทุกคนมีแนวคิดและการแสดงออกไปในทางเดียวกัน สื่อว่ามาจากเบ้าเดียวกัน และในความเป็นจริงแล้วพวกเขาคือนักโต้ตอบที่ฉกาจฉกรรจ์ยิ่ง พวกเขาตัดสินคนอื่นได้แต่คนอื่นตัดสินพวกเขาไม่ได้ ใครพูดแตะพวกเขาๆจะต้องลุกขึ้นมาปะทะหรือโต้ตอบทันควัน และมีการอ้างสารพัด แต่ผลลัพธ์มันต่างจากชาวซะลัฟ เราจึงกังขากับสะละฟี่มากมาย

4. กลุ่มนี้อ้างว่ายึดหลักการที่ห้ามโค่นล้มผู้นำ แต่กลับคบกับชาติที่อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มผู้นำของประเทศอื่นมากมาย
เราต่างก็รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการโค่นล้มผู้นำลิเบีย ผู้นำตูนิเซีย ผู้นำอียิปต์ และผู้นำอิรักอย่างซัดดัมฮุสเซ็น หรือคาเมเนอีผู้นำอิหร่านที่เพิ่งถูกสอยไป ก็ล้วนแล้วแต่มีอเมริกาอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ถ้าพวกเขาปลุกปั่นคนในชาติของประเทศหนึ่งๆให้โค่นล้มผู้นำตัวเองไม่ได้ พวกเขาก็จะหาข้ออ้างนำกำลังเข้าไปโค่นล้มผู้นำของประเทศนั้น อย่างเช่นที่ทำกับผู้นำอิรัก ผู้นำเวเนซูเอลา ผู้นำอิหร่าน และที่กำลังจะเกิดกับคิวบา
แม้ผู้นำเหล่านั้นจะเป็นผู้ที่เผด็จการหรือมีข้อบกพร่อง แต่เมื่อถูกโค่นล้มแล้วประเทศชาติกลับวุ่นวายกว่าเดิม ทรัพยากรในชาติถูกสูบ กลุ่มก่อการร้ายระบาด ไร้ซึ่งเสถียรภาพทางเมือง กลายเป็นรัฐล้มเหลว สุดท้ายตกอยู่ในการควบคุมของตะวันตก ชาติอเมกาเลวร้ายขนาดนี้ ชั่วขนาดนี้ แต่รัฐอาหรับสะละฟี่ไม่เคยที่จะถอนความสัมพันธ์กับชาตินี้ ยังคงมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ไม่ว่าจะมิติทางเศรษฐกิจ การเมืองหรือความมั่นคง เราจึงเห็นชาติอาหรับซะละฟี่เหล่านี้มีฐานทัพของชาติที่ชอบโค่นผู้นำคนอื่นเต็มไปหมด คำถามคือพวกเขาต้องการอะไร ทำไมกลุ่มนี้ถึงสอนให้ยึดมั่นในหลักการที่ย้อนแย้งกับพฤติกรรมของตัวเองอย่างชัดเจน

ทีคนอื่นเรียกร้องให้มีการปกครองที่ดี เรียกร้องให้ปรับปรุงภาวะผู้นำ หรือถวิลหาระบอบอดีตเพราะละเหี่ยกับความเหลวของพวกเขา พวกเขาก็ออกมาตะโกนว่า “จ้องโค่นล้มผู้นำ พวกเอาอารมณ์นำหลักการ ใช้สติปัญญานำกุรอ่าน พวกโง่เขลาเบาปัญญา” ทำเหมือนรู้และเข้าใจหลักการอย่างยอดเยี่ยม ทำเหมือนบริสุทธิ์ใจต่อศาสนาอย่างหมดจด แต่พอมาดูที่พฤติกรรม กลับปรากฎว่าเป็นมิตรสนิทกับผู้ที่มีส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการโค่นล้มผู้นำประเทศอื่นอย่างไม่รู้สึกกระดาก และส่วนมากก็เป็นการโค่นผู้นำของประเทศมุสลิมที่รายรอบตัวเองทั้งนั้น

การกระทำแบบนี้มันก็เหมือนคุณออกมาสอนคนว่ากินเหล้าไม่ดีแต่ตัวเองก็อยู่ในวงเหล้ากับคนกินเหล้าทุกวัน ถ้าแม้แต่เรื่องเหล้า ต่อให้เราจะไม่กินไม่ดื่มศาสนาก็ยังไม่อนุญาตให้เราเข้าร่วมอยู่ในวง เรื่องการไม่อนุญาตให้โค่นล้มผู้นำที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประชาชาติ ยิ่งห้ามไม่หนักกว่านั้นหรอ
หลักการชัดเจน แบบอย่างของนะบีชัดเจน แล้วทำไมสะละฟี่ทำได้ หรือแค่ยึดหลักการมาบังหน้า หรือแค่เรียกร้องเพื่อทำให้ภาพตัวเองสวยงามในหมู่คนที่ไม่สนใจการเมืองหรือคนที่ไม่ทันคิด เช่นนั้นเราจะคิดได้หรือไม่ว่าที่ผ่านมาสะละฟี่เป็นส่วนหนึ่งหรือมีส่วนร่วมในการโค่นล้มผู้นำเหล่านั้นหรือไม่ เพราะก็เหลือแต่ประเทศสะละฟี่ที่ยังรอดอยู่

สะละฟี่อ้างอิงตัวเองอย่างเข้าข้นในการกลับสู่บรรทัดฐานของซะลัฟ สอนคนอื่นให้เคารพหลักการแต่ไม่สำเหนียกถึงการกระทำของตัวเอง เหมือนดั่งอุปมาอุปไมยที่ผมเคยอ่านเจอในคัมภีร์ไบเบิลเมื่อครั้งที่ยังเป็นคริสเตียนที่นะบีอีซากล่าวแก่พวกผู้นำและอุละมาของพวกยิวว่า “พวกหน้าซื่อใจคด เห็นผงที่อยู่ในตาของอื่น แต่กลับไม่รู้สึกถึงซุงทั้งท่อนที่ฝังอยู่ในตาของตัวเอง” ประโยคนี้สั้นๆแต่คม และณ เวลานี้ คงไม่มีใครเหมาะกับประโยคนี้มากกว่าสะละฟี่อีกแล้ว

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมองเห็นแบบนี้มั้ย แต่ผมเห็นแบบนี้ ผมจึงตั้งคำถามว่า คนกลุ่มนี้ต้องการความแตกแยกตั้งแต่แรกหรือเปล่า แล้วทำไมจึงต้องตั้งธงแบบนั้น มีใบสั่งจากใคร ใครอยู่เบื้องหลัง ใครได้ประโยชน์จากการแตกแยกนี้ ใครได้ประโยชน์จากความอ่อนแอของมุสลิมส่วนมาก ถ้ามีการตั้งธงให้แตกแยกเอาไว้แต่แรกจริง เช่นนี้ ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีไหนหยุดความแตกแยกพวกเขาก็จะไม่ยอม คุณมาทางซ้ายพวกเขาจะไปทางขวา คุณตามเขาไปทางขวาเขาจะโยกไปซ้าย พวกเขาจะไม่ยอมรวมและสมานกับคุณ และแม้คุณจะบอกว่าตัวเองมีอากีดะห์เหมือนชาวซะลัฟ พวกเขาก็จะไม่ยอมหากพวกเขาควบคุมความคิดและการกระทำของคุณไม่ได้ พวกเขาจะไม่ยอมแต่จะยัดเยียดให้คุณเป็นอย่างอื่นแทน วิธีการนี้ฟังดูคุ้นๆใช่มั้ยครับ

ข้อที่ 5.......

ที่อยู่

แม่ริม
Chiang Mai
50180

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tangpaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์