05/06/2026
#ความเพียร
คุณพรพรรณ พิมพ์จากหนังสือ "ประตูสู่สภาวะใหม่"
ท่านอสังคะเป็นพระอริยะชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดรูปหนึ่ง มีชีวิตในคริสต์ศตวรรษที่สี่ ท่านได้หลีกเร้นไปปฏิบัติธรรมในเขตป่าเขา โดยน้อมเอาพระศรีอริยเมตไตรย์เป็นอารมณ์กรรมฐาน ด้วยความหวังอย่างแรงกล้าว่า ภาพนิมิตของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้จะปรากฏแก่ท่าน และเปิดเผยธรรมแก่ท่าน
เป็นเวลาหกปีที่ท่านอสังคะบำเพ็ญสมาธิภาวนาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง แต่นิมิตของพระศรีอริยเมตไตรย์ก็หาได้ปรากฏแก่ท่านไม่ แม้ในความฝัน ท่านจึงท้อแท้มากและคิดว่าคงไม่มีวันพบพระศรีอริยเมตไตรย์ ดังนั้นท่านจึงละทิ้งการปฏิบัติและออกจากสำนัก
ท่านเดินไปตามถนนไม่นาน ก็พบชายผู้หนึ่งกำลังขัดแท่งเหล็กใหญ่ด้วยแถบไหม ท่านอสังคะจึงเดินเข้าไปหาชายผู้นั้น และถามว่า กำลังทำอะไร
"ข้าพเจ้าไม่มีเข็มสักเล่ม ข้าพเจ้าจึงฝนเข็มจากแท่งเหล็กนี้" เขาตอบ
ท่านอสังคะจ้องหน้าเขาด้วยความงงงวย ถึงแม้ชายผู้นี้จะสามารถฝนเข็มได้ ภายในเวลา100ปี แต่จะมีประโยชน์อะไรเล่า? ท่านคิด แล้วพูดกับตัวเองว่า
"ดูสิ ผู้คนยอมลำบากลำบนทำสิ่งที่ไร้สาระ เราเองกำลังทำสิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริง คือ การปฏิบัติธรรม แต่กลับไม่มีความเพียร" ท่านจึงหันหลังกลับ และไปบำเพ็ญสมาธิภาวนาต่อ
สามปีผ่านไป ก็ยังไม่เห็นภาพนิมิตจากพระศรีอริยเมตไตรย์แม้แต่น้อย
"ทีนี้เรารู้แล้ว เราไม่มีวันสำเร็จแน่" ท่านคิด ดังนั้นท่านจึงเลิกปฏิบัติ ขณะที่เดินถึงหัวเลี้ยว ก็พบหินก้อนใหญ่สูงเสียดฟ้า ที่เชิงหินก้อนนั้นมีชายผู้หนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการขัดหินด้วยขนนกชุบน้ำ
"ท่านกำลังทำอะไรอยู่?" ท่านอสังคะถาม
"หินก้อนนี้ใหญ่มากจนบดบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ส่องมาที่บ้านของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เลยพยายามจัดการมัน"
ท่านอสังคะงงงวยในความเพียรที่ไม่ย่อหย่อนของชายผู้นั้น แล้วเกิดละอายใจที่ท่านไม่มีความเพียร จึงกลับไปปฏิบัติต่อ
สามปีผ่านไปอีก กระนั้นแม้แต่ฝันดีก็ไม่ปรากฏ ท่านจึงตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายว่า ไม่มีหวังแน่แล้ว จึงยุติการปฏิบัติ เวลาผ่านไป ตอนบ่าย ท่านก็พบสุนัขตัวหนึ่งนอนข้างถนน มันมีเพียงขาหน้าสองข้าง ลำตัวส่วนล่างทั้งหมดกำลังเน่าและเต็มไปด้วยหนอน แม้มันจะน่าส่งสาร แต่ก็ยังเห่าคนเดินผ่าน และพยายามกัดโดยกระเสือกกระสนไปตามพื้นด้วยขาสองข้างที่ยังดีอยู่
ความกรุณาที่แจ่มชัดและไม่อาจทนทานได้ท่วมท้นจิตใจท่านอสังคะ ท่านจึงเฉือนเนื้อของท่านเองมาชิ้นหนึ่ง และยื่นให้สุนัขตัวนั้นกิน แล้วท่านก็ก้มลงดึงหนอนที่กำลังกัดกินตัวมัน แต่ทันใดนั้นท่านก็นึกได้ว่า ท่านอาจจะทำให้หนอนเจ็บปวด หากท่านดึงด้วยนิ้ว ท่านพบว่าวิธีเดียวที่จะดึงหนอนออกมาได้ คือ ใช้ลิ้น ท่านอสังคะจึงคุกเข่ากับพื้น มองกลุ่มหนอยยั้วเยี้ยน่าขยะแขยง แล้วปิดตา ท่านโน้มกายเข้าหาและแลบลิ้นออกมาสัมผัส ต่อมาที่ท่านรู้สึกก็คือ ลิ้นของท่านแตะถูกพื้น ท่านจึงเปิดตาและเงยหน้าขึ้น สุนัขตัวนั้นหายไป สิ่งที่มาแทนที่ คือ พระศรีอริยเมตไตรย์ที่แผ่รัศมีรอบตัวท่าน
"ในที่สุด เหตุใดพระองค์จึงไม่ปรากฏพระวรกายให้ข้าพเจ้าเห็นก่อนหน้านี้?" ท่านอสังคะกล่าว พระศรีอริยเมตไตรย์กล่าวเบาๆ "ไม่จริงดอกที่ว่าเราไม่เคยปรากฏให้ท่านมาก่อน เราอยู่กับท่านตลอดเวลา แต่อกุศลกรรมของท่านบดบังไม่ให้ท่านเห็นเรา 12ปีที่ท่านปฏิบัติธรรมได้สลายกรรมไปทีละน้อยๆ กระทั่งในที่สุด ท่านก็สามารถเห็นสุนัข เป็นเพราะกรุณาที่แท้จริงออกมาจากใจของท่าน สิ่งบดบังทั้งหลายจึงได้ปาสนาการไปหมดสิ้น ท่านจึงสามารถเห็นเราต่อหน้าด้วยตาท่านเอง หากท่านไม่เชื่อว่าเราพูดจริง ก็ให้ท่านวางเราบนไหล่ท่าน และดูว่ามีใครบ้างที่เห็นเรา"
ท่านอสังคะวางพระศรีอริยเมตไตรย์บนไหล่ขวา และเดินไปยังตลาด ท่านถามทุกคนว่า "อาตมาแบกอะไรอยู่ที่ไหล่?"
"ไม่เห็นมี" คนส่วนใหญ่ตอบแล้วรีบเดินต่อไป มีเพียงหญิงชราคนเดียวซึ่งกรรมเบาบางไปนิดหน่อยตอบว่า "ท่านกำลังแบกซากศพสุนัขเน่าเหม็นอยู่ ก็เห็นมีเท่านี้"
ในที่สุดท่านอสังคะก็เข้าใจได้ว่า อานุภาพอันไม่มีประมาณของกรุณาได้ขัดเกลาและเปลี่ยนแปลงกรรมของท่าน ทำให้ท่านเป็นภาชนะที่เหมาะแก่ภาพนิมิตและคำสอนของพระศรีอริยเมตไตรย์ แล้วพระศรีอริยเมตไตรย์ก็พาท่านอสังคะไปยังสวรรค์ และเปิดเผยหลักธรรมอันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของพุทธศาสนาแก่ท่าน...