วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ วัดในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย ก่อตั้งโดยพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) และครูบาอาจาย์สายกรรมฐานในขณะนั้นอาทิเช่นหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ หลวงปู่จาม มหาปุญโญเป็นต้น ในปีพุทธศักราช 2490 โดยแต่เดิมเป็นวัดร้าง ในข้อมูลวัดร้างเก่ามีชื่อเรียกว่าวัดหญ้าผ้าขาว (ย่าผ้าขาว) และวัดกุญชร พบหลักฐานเป็นแนวอิฐโบราณ เศษกระเบื้องเครื่องเคลือบโบราณ อายุประมาณตั้งแต่ 400 - 600 ปี
ต่อมาหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโรจึงได้เริ่มสร้างเสนาสนะต่างๆ ขึ้นมา ด้วยพลังศรัทธานั้นเอง ” วัดสันติธรรม ” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นโดยอาศัยกำลังศรัทธาของศานุศิษย์ ท่านพระญาณสิทธาจารย์ (สิม พุทฺธาจาโร) พร้อมกับ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ และหลวงปู่หลอด ปโมทิโต และได้ทำพิธีเปิดป้ายเป็นการชั่วคราวขึ้น เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ให้ชื่อว่า “ วัดสันติธรรม นครเชียงใหม่ ”
ในวันเปิดป้าย ผู้ใหญ่ได้อาราธนา และเชิญให้มาร่วมงาน คือ ฝ่ายสงฆ์มี (๑) ท่านพระครูพิศาลขันติคุณ (เจ้าคุณเทพสารเวที) วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ฝ่ายฆราวาสมี (๑) พลตรีหลวงกัมปนาทแสนยากร ข้าหลวงภาค (๒) ขุนไตรกิตติยานุกูล ข้าหลวงประจำจังหวัดเชียงใหม่ (๓) ข้าหลวงยุติธรรม (๔) นายจรัส มหาวัจน์ ศึกษาภาค (๕) ร.ต.อ. สุจินต์ หิรัญรักษ์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (๖) นายวิชาญ บรรณโสภิษฐ์ (๗) นายเฉลิม ยูปานนท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่
มีพุทธศาสนิกชน ไปร่วมงานประมาณ ๒๐๐ คน พรรษาแรกนี้ มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาคือ พระภิกษุ ๑๑ รูป สามเณร ๙ รูป
การก่อสร้างพระอุโบสถ วัดสันติธรรม นั้นได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ก่อนจะมาสำเร็จบริบูรณ์ลงในปี พ.ศ. 2513 รวมเป็นเวลา 18 ปี ซึ่งพระอุโบสถวัดสันติธรรมหลังนี้ มีความกว้าง 14 เมตร ยาว 28 เมตร สูงจากพื้นดิน 30 เมตร
ทั้งนี้พระอุโบสถหลังดังกล่าวสำเร็จได้ด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังใจของหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร พร้อมทั้งแรงสนับสนุนของคณะศิษย์และศรัทธาวัดสันติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบาสิกาผู้มีแรงศรัทธาอันแก่กล้า ได้ทำการยืนหยัดต่อสู้ด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดเป็นต้นมา จนกระทั่งสร้างอุโบสถสำเร็จ โดยมิได้ปลีกตนเองออกห่างแม้แต่ระยะใดระยะหนึ่ง และได้มีส่วนรับรู้ร่วมงานอย่างเสมอมาอุบาสิกาผู้นี้คือ คุณนิ่มนวล สุภาวงศ์
อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจที่จั่วหัวไว้ตั้งแต่แรกเริ่มซึ่งก็คือ พิพิธภัณฑ์พระธาตุบูรพาจารย์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพิ่งสร้างเสร็จกันมาใหม่ๆ ภายในพิพิธภัณฑ์สาธุชนทั้งหลายสามารถเข้าไปสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันต์ธาตุ พระธาตุพระสุปฏิปันโน กว่า 200 รายการได้
สำหรับชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์เป็นห้องหนังสือ ที่ทำการจัดเก็บและรวบรวมหนังสือให้เป็นระบบ พร้อมเปิดรับบริจาคหนังสือธรรมะเพื่อการศึกษาค้นคว้าด้านธรรมะสำหรับพระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไป ส่วนศาลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ คาดว่าคงเสร็จสมบูรณ์แล้ว และปัจจุบันสามารถใช้ปฏิบัติกิจสงฆ์ได้แล้ว เช่น เป็นที่ฉันภัตตาหารเช้า แสดงธรรม ประชุม จัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น
ส่งท้ายด้วยศาสนสถานอีกแห่งอันเป็นองค์เจดีย์ที่วางตัวอยู่หลังพระอุโบสถวัดสันติธรรม ลักษณะของเจดีย์ดังกล่าวรูปทรงคล้ายกับเจดีย์เหลี่ยมที่วัดเจดีย์เหลี่ยม เวียงกุมกาม