19/02/2026
อิหม่ามนะวะวีย์ : อุละมาอ์ผู้ยืนหยัดต่อภาษีสงครามที่ไม่เป็นธรรม
“ขายทองของพระชายาก่อน
แล้วค่อยมาขอเงินประชาชน!”
เมื่ออิหม่ามอันนะวะวีย์ถูกสุลต่านขับไล่
เพราะปกป้องคนยากจน
ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง
เมื่อรัฐขาดงบประมาณ
ใครมักเป็นฝ่ายถูกขอให้ “เสียสละ”?
คำตอบมักหนีไม่พ้นประชาชน
ภาษีเพิ่ม เงินอุดหนุนลด กองทุนพิเศษถูกเปิดขึ้น
แต่คำถามสำคัญคือ…
ผู้นำเสียสละก่อนหรือยัง?
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
ย้อนกลับไปศตวรรษที่ 13 ณ ดามัสกัส แผ่นดินชาม (ซีเรียในปัจจุบัน)
โลกอิสลามกำลังถูกคุกคามจากกองทัพมองโกล
หลังจากแบกแดดถูกทำลาย
ความหวาดกลัวปกคลุมทั่วภูมิภาค
ขณะนั้นผู้ปกครอง คือ
สุลต่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์มัมลุก
อัล-ซอฮีร ไบบาร์ส
นักรบผู้มีชื่อเสียงจากการต่อต้านครูเสดและมองโกล
สงครามต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก
แต่คลังหลวง (บัยตุลมาล) แทบว่างเปล่า
สุลต่านจึงต้องการออกภาษีพิเศษจากประชาชน
โดยอ้างเหตุ “ญิฮาดเพื่อป้องกันแผ่นดิน”
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มาตรการนี้ได้รับการยอมรับ
จำเป็นต้องมี “ฟัตวา” จากบรรดาอุละมาอ์ (นักวิชาการศาสนา)
อุละมาอ์หลายท่านลงนามรับรอง
แต่มีชื่อหนึ่งที่หายไป
ท่านคือ นักวิชาการผู้ทรงอิทธิพลแห่งดามัสกัส
อีหม่ามนะวะวีย์
#การเผชิญหน้าที่กลายเป็นตำนาน
เมื่อถูกเรียกเข้าเฝ้า
อิหม่ามอันนะวะวีย์ ผู้มีชีวิตเรียบง่าย เสื้อผ้าธรรมดา
และไม่สะสมทรัพย์สิน ยืนต่อหน้าสุลต่านโดยไม่หวั่นไหว
สุลต่านถามว่า
“เหตุใดท่านไม่ลงนาม?
เราต้องการเงินเพื่อปกป้องแผ่นดิน”
อิหม่ามตอบอย่างสงบแต่หนักแน่นว่า
“ข้าพเจ้าเห็นในวังของท่านมีทาสและบริวารสวมเครื่องประดับทองคำมากมาย
หากท่านขายสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด นำเงินเข้าคลังหลวง
และเมื่อมันหมดไปแล้ว
เมื่อนั้นข้าพเจ้าจะออกฟัตวาอนุญาตให้เก็บจากประชาชน”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางราชสำนัก
สาระสำคัญของท่านคือ
ผู้นำต้องเสียสละก่อน
จึงจะมีสิทธิ์เรียกร้องจากประชาชน
สุลต่านโกรธและสั่งเนรเทศอิหม่ามออกจากดามัสกัส
ท่านจึงเดินทางกลับบ้านเกิดที่เมืองนะวา (Nawa) โดยไม่ลังเล
มีบันทึกว่า แม้สุลต่านจะโกรธ
แต่เขาไม่กล้าประหารท่าน
เพราะรู้สึกเกรงขามในความสัตย์และความยำเกรงต่อพระเจ้า
ทั้งสองถึงแก่อสัญกรรมในปี ค.ศ. 1277
อำนาจของสุลต่านจบลงพร้อมชีวิต
แต่ผลงานของอิหม่ามอันนะวะวีย์
เช่น Riyadh al-Salihin และ Al-Arba'in al-Nawawiyyah
ยังคงถูกศึกษาและอ่านมาจนถึงวันนี้
#บทเรียนสำหรับวันนี้
เรื่องราวนี้สะท้อนคำถามสำคัญในทุกยุคสมัย :
เมื่อประเทศเผชิญวิกฤต ใครควร “รัดเข็มขัด” ก่อน?
ประชาชนผู้มีรายได้จำกัด?
หรือผู้นำผู้มีทรัพย์สินและสิทธิพิเศษมากมาย?
อิหม่ามอันนะวะวีย์สอนเราว่า
ผู้นำที่แท้จริง คือผู้ที่หิวก่อนประชาชน
และอิ่มเป็นคนสุดท้าย
ไม่ใช่ผู้ที่เรียกร้องความเสียสละจากประชาชน
ในขณะที่ตนเองยังดำรงชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย
เรื่องนี้จึงมิใช่เพียงประวัติศาสตร์
แต่คือกระจกสะท้อนศีลธรรมของผู้นำทุกยุคทุกสมัย
والله أعلم
อ้างอิง
อิบนุกะษีร, Al-Bidayah wa al-Nihayah
อัล-ซะฮะบี, Siyar A‘lam al-Nubala’
Taj al-Din al-Subki, Tabaqat al-Shafi‘iyyah al-Kubra