ศรัทธาธรรม

ศรัทธาธรรม การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง

02/10/2025

↩️ การทวนย้อนกลับ..คืนสู่ธรรมชาติ ที่เรียกว่า..นิพพาน
----

"...เมื่อมีกายคตาสติ จิตจะเริ่มวางความปรุงแต่งเป็นชั้น ๆ ไป
.จะเริ่มหลุดจากอารมณ์ที่มันหนา
พวกยึดติดคิดลบ โกรธ เซ็ง นอยด์ เศร้าโศกเสียใจ
พวกนี้มันเป็นชั้นเป็นเลเยอร์ที่หนาเป็นกำแพง คือ แบบข้างนอกเลยกว่าจะเข้าสู่แกนใน
กะเทาะตรงนี้ก่อนด้วย "กายคตาสติ"

พอสงบ เคยคุ้นกับความสงบมากขึ้น
ก็เหลือแต่ความเป็นรูปนาม

เห็นไหม ตอนแรกอยู่กับอารมณ์ยึดติดกับลบ
มาอยู่กับกุศลมีสติต่อเนื่อง
จิตสงบมันก็เคยคุ้นเคยกับความสงบ
ซึ่งตรงนี้ก็ยังมีตัวตนอยู่

แม้กระทั่งอารมณ์ความรูปนาม
ก็ยังมีตัวตนอยู่
มันต้องผ่านอีกสเต็ปนึง
เขาเรียกว่า "เห็นพระไตรลักษณ์"
มันเป็นการค่อย ๆ ทวนย้อนกลับ

"วงจรปฏิจจสมุปบาท"
จะทวนย้อนกลับขึ้นมาทั้งหมด
เพื่อมาเห็นความจริง
.จิตจะตั้งมั่นแล้วก็เห็นความจริง
จะดับความปรุงแต่งลง
จิตต้องเห็นพระไตรลักษณ์
นี่สำคัญมากนะ

เพราะว่าจิตที่ยังเห็นแล้วก็ยึด..
เห็นแล้วก็ยึด..
ดูรู้ เห็นอะไรก็ยึด..
เพราะว่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "วิชชา"

เหมือนขาดความรู้ว่า..
สรรพสิ่งมันไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่ใช่ตัวตน
ดังนั้น ข้อมูลใหม่ที่ต้องป้อนเข้าไป
นอกจากสภาพปรมัตถ์แล้ว
คือ "ไตรลักษณ์"

มันต้องเห็นสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ข้างนอก..แต่คือข้างใน
จะมีอิมแพคเยอะสุดเพราะ
สิ่งที่ยึดถือ มันยึดถือที่กายและใจ

การกลับมาเห็นความจริง
พระไตรลักษณ์ของกายและใจ
มันจะสลายความยึดมั่นถือมั่นทั้งหมดลง

ก็เห็นความจริงของรูปนามกายและใจกายมันก็เปลี่ยนแปลงเสื่อมสลายสภาพเย็นร้อนไหว
เปลี่ยนแปลงเสื่อมสลายไป
เป็นแค่ความเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนไป

ความสุข ความทุกข์ ความปวด
ความเมื่อย ความนึกคิด
ความจำได้หมายรู้
ความสงบ ไม่สงบ
พอใจ ไม่พอใจ
ผ่องใส ขุ่นมัว สภาพรับรู้ ก็เกิดดับเปลี่ยนแปลงเสื่อมสลาย

ต้องมาเห็นสภาพรับรู้ที่เกิดดับด้วยเพราะว่า...ความเห็นผิดมันไม่อยู่ที่กาย.ความเห็นผิดมันอยู่ที่ใจ
ความทุกข์มันอยู่ที่ไหน..ใจ
ความผิดพลาดอยู่ที่ไหน..ใจ

ดังนั้น มันต้องกลับมาเห็น.."ใจ" ด้วยนะ
ใจ..ที่เป็นผู้รู้ ผู้สังเกตเนี่ยแหละ
เปลี่ยนแปลงเสื่อมสลาย ไม่ใช่ตัวตนนั่นเอง

พอเห็นอนิจจังมากขึ้น
ที่จะเก็บข้อมูลอนัตตามันเป็นเรื่องที่ยาก และยากถ้าจิตไม่มีพื้นฐานเรื่องอนิจจังเลย
บอกให้เลยว่า จะงงตึ้บเลยแหละนะ
จะงงเลยว่า ไม่ใช่ตัวตนยังไง ?
.จิตต้องเก็บข้อมูลเรื่องอนิจจังมากพอ
มันต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงของสังขาร คือ กายและใจ
แล้วก็สรรพสิ่งภายนอกมากพอ
จิตจะเริ่มเปลี่ยนข้อมูลใหม่
ข้อมูลใหม่จะรู้ว่า
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมันไม่เสถียร
จะเริ่มรู้จัก "ทุกขลักษณะ"

พอเรียนรู้เก็บข้อมูล
เรื่องความเป็นทุกข์ลักษณะ
จิตจะเริ่มเห็นว่า..
สรรพสิ่งมันบังคับไม่ได้
เพราะว่ามันเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่บังคับไม่ได้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
นั่นแหละ.."อนัตตา"

มันเริ่มมันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของมันอย่างงั้น
แล้วก็จะเห็นว่า มันไม่ได้มีเจ้าของ
มันเป็นของธรรมชาติ
นี่คือแง่มุมของอนัตตาทั้งหมด
เป็นสภาพของที่มันว่างเปล่า
จากผู้ยึดถือ

คือต้องเห็นอนัตตามากพอ
มันจะสลายความยึดถือเลย
มันจะเห็นเลย..
พอรู้ขึ้นมา..ยึดถือ
รู้แล้ว..ก็ยึดถือ
รู้แล้ว..ก็ยึดถือแบบนี้

มันจะเห็นเลย..
สิ่งที่ยึดถือมันเป็นอนัตตา.. ก็ปล่อย
พอปล่อยภายนอก
ก็ปล่อยภายใน

ผู้รู้ผู้ยึดถือก็ปล่อยได้
พอปล่อย.. ก็ว่าง
แล้วว่างตรงนี้ ไม่ใช่เข้าไปทำจิตว่างมันเกิดจากการเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา..
แล้วจิตเกิดการวางรูปนามลง
วางเองนะ ไม่ได้มีผู้ปล่อยด้วย

แต่ว่า ถ้าไปทำจิตว่าง
มันจะมีผู้เข้าไปทำ
อันเนี้ยมันเป็นอารมณ์ในรูปฌาน

เมื่อเห็นอนัตตา..
ไม่ใช่ว่าแค่เห็นว่า ที่มันยึด มันไม่ใช่ตัวตน มันไม่ใช่แค่นั้น
จิตเริ่มแกะ "อริยสัจ" เพราะว่า
เก็บข้อมูลเรื่องอนัตตามาพอแล้วจะเห็น "อิทัปปัจจยตา"

ยังไงก็ต้องเข้าไปเห็นกฎธรรมชาติ อย่าลืมนะว่า ผู้ที่ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วเกิดการรู้แจ้งตามต้องตรัสรู้ธรรมเดียวกัน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า..
พระพุทธองค์จะตรัสรู้ หรือไม่ตรัสรู้ก็ตาม กฎธรรมชาติมีอยู่
พระพุทธองค์ตรัสรู้กฎความจริงของธรรมชาติ
ยังไงก็ต้องเข้าไปเห็นกฎธรรมชาติ

เมื่อเห็นอนัตตาแจ่มแจ้งแล้ว
ก็เข้าไปเห็นกฏธรรมชาติเลย
สรรพสิ่งเกิดแต่เหตุ
เกิดแต่เหตุ..
เกิดแต่เหตุทั้งหมด

มันเป็นเพียงโลกใบนี้
มันเป็นแค่กระแสของการเปลี่ยนแปลง
เป็นกระแสของเหตุปัจจัยส่งผล
นี่คือแก่นธรรมเลยนะ

สรรพสิ่งมีแค่เหตุปัจจัยธรรมชาติ
สรรพสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัยทั้งหมด

โลกใบนี้และจักรวาลเป็นไปตามเหตุปัจจัยทั้งหมด
สร้างเสื่อมสลาย สร้างเสื่อมสลายเพราะว่าอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ
เดี๋ยวก็จะมีเกิดขึ้นมาใหม่อีก
เดี๋ยวก็เกิด เกิด ดับ ดับ เพราะเป็นไปตามกฎธรรมชาติ

นี่ พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้กฎธรรมชาติ
พระตถาคตจะอุบัติขึ้นหรือไม่อุบัติขึ้นก็ตามกฎธรรมชาติดำรงอยู่
เป็นกฎที่ตายตัวเป็นธรรมดา
แล้วเป็น "ธรรมนิยาม"

สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง
สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์
ธรรมทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน

มันเป็นกฎสากล
เพราะสรรพสิ่งเป็นไปตาม "อิทัปปัจจยตา" ที่เรียกว่า "กฎธรรมชาติ"

เมื่อเข้าใจกฎธรรมชาติ
จะเห็นอริยสัจ
มันจะเข้าใจเลย.. #ทุกข์เกิดแต่เหตุ
ไม่มีผลใดไม่มีเหตุเป็นที่มา

ทุกข์ในใจมาแต่เหตุ
นี่ อริยสัจเลย
จิตจะล็อกเป้าอริยสัจเลย
จะแกะเลยนะทีนี้

พอเห็นกฎธรรมชาติ
มันจะเห็นเหตุเลย
เห็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งหมดเลย
และเหตุแห่งทุกข์นั้น
เขาเรียกว่า "สมุทัย"
แตกมิติออกมาที่เรียกว่า
"ปฏิจจสมุปบาท" นั่นเองนะ..."
🧘ธรรมบรรยาย โดย พระวรินทร นิททโร
☀️เช้าวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม​ 2568
#กายคตาสติ #ไตรลักษณ์ #อนิจจัง #อนัตตา #กฏธรรมชาติ #อิทัปปัจจยตา #ปฏิจจสมุปบาท #อริยสัจ #นิพพาน #เลิกทุกข์ #พระวรินทรนิททโร

02/10/2025

🤯 "ฟุ้งซ่านคิดมาก" ขณะเจริญกรรมฐาน แก้อย่างไร ?
---

"...ฟุ้งซ่านคิดมาก
ใครคิดมากหาสงบไม่เจอเลย
ก็มีอุบายในการที่จะช่วยนะ

หลักใจ คือ โยมหากรรมฐานที่ถนัด
เช่น อานาปานสติ
ใช้ลมหายใจระลึก
ลมหายใจแค่แตะ ๆ

พอมีความคิดเกิด มันฟุ้งจังเลย
โยมอย่าไปไล่ดับมัน
นี่ ทำไมมันฟุ้งจังเลย
ก็มีสติรู้ลมหายใจไปเรื่อย ๆ

หนึ่ง . . ไม่ไปไล่ดับความคิด
ไม่ไปรำคาญความคิด
แล้วก็ไม่ไปดึงกลับ

อันนี้ คือ มิติการปฏิบัติ
เช่น ดูลมหายใจอยู่
คิดแล้ว ดึงกลับดีกว่า
อย่าไปทำแบบนี้ เพราะมันแก้ยาก
. หรือไม่ ไปเห็นความคิดมาเป็นลูก
แล้วก็ไปยิง เหมือนคนที่ปาลูกโป่ง
ไปงานวัด แล้วก็ปาลูกโป่ง
ความคิดมาแล้ว ก็ไปยิงเปรี้ยง
โอ้โห ฉันจัดการความคิดได้แล้ว
โยมอย่าทำแบบนี้นะ มันแก้ยาก

ถ้าเข้าช่องแบบนี้
อาศัยกรรมฐานที่ถนัด
จะพุทโธก็ได้ อานาปานสติก็ได้
ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องอยากสงบ
ไม่ต้องอยากดับความฟุ้ง
ทำไปเรื่อย ๆ
มันจะหาย มันก็หาย
ไม่หาย ก็ไม่หาย

แล้วเวลามีสติระลึกขึ้นมา
ก็มีสติระลึก
แล้วก็รู้สึกตัวที่ลมหายใจขึ้นมาใหม่
ไม่ดึงกลับ อย่าไปดึงกลับ
อย่าทำแบบนี้

คือ เมื่อคิด ไปดึงกลับ กระชากแบบนี้
ใครชอบทำกระชากจิตมา
ดึงกลับ อย่าไปดึงกลับนะ
เดี๋ยวจะแก้ยาก

มีสติ แล้วก็รู้สึกตัวขึ้นมาใหม่
รู้สึกถึงลมหายใจ
หรือไม่ รู้สึกถึงกายขึ้นมาใหม่

วันนี้เรารู้สึกพื้นฐานแล้ว
คือสภาพเย็นทั่วกาย ไหวทั่วกาย
ไม่เข้าไปไล่ดับความคิด
อย่าเห็นความคิดเป็นผู้ร้าย
เป็นศัตรูที่เข้าต้องไปจัดการ

สอง . . ถ้ามันฟุ้งมากจริง ๆ
ระลึกลมหายใจแล้ว
เออ ยอมดีกว่า อยากฟุ้ง ก็ฟุ้งไป
ยอม ปล่อยวางน้อ ปล่อยวางน้อ

สาม . . เพิ่มกำลังสติให้ต่อเนื่องมากขึ้น
แล้วก็รู้สึกตัวให้ต่อเนื่อง
รู้สึกถึงกายให้ต่อเนื่อง
รู้สึกถึงลมหายใจให้ต่อเนื่อง

มีสติในลมหายใจให้ต่อเนื่อง
มีสติรู้สึกตัวให้ต่อเนื่องกันไป
เพิ่มความเข้มข้นในการเจริญสติ
เดี๋ยวความฟุ้งมันก็ค่อย ๆ หายไป
. หรือไม่ ถ้าใครบริกรรม
ก็พุทโธ พุทโธ ให้ต่อเนื่อง
อันนี้ขึ้นอยู่กับกรรมฐานที่ถนัด
กรรมฐาน.. โยมต้องหาด้วยตัวเอง..."

#ฟุ้งซ่าน #คิดมาก #นั่งสมาธิ #กรรมฐาน #จัดการ #สติ #เลิกทุกข์ #พระวรินทรนิททโร

วันเข้าพรรษา 2568 ตรงกับวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 และสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดื...
09/07/2025

วันเข้าพรรษา 2568

ตรงกับวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 และสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 รวมระยะเวลา 3 เดือนที่จะต้องจำพรรษาอยู่ใดที่หนึ่ง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และปฏิบัติตามกิจของสงฆ์

ประวัติวันเข้าพรรษา มีที่มาอย่างไร

ในสมัยพุทธกาลตอนต้น พระพุทธเจ้ายังไม่ได้มีการกำหนดให้พระสาวกจำพรรษาที่ใดที่หนึ่ง แต่เนื่องจากในช่วงฤดูฝนเป็นฤดูกาลที่ชาวบ้านทำไร่ ทำนา ทำให้ภิกษุสงฆ์ที่เดินธุดงค์เหยียบย่ำต้นกล้า และสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกมาหากิน จนไร่นาของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติพระวินัยใหม่ในที่ประชุมสงฆ์ โดยให้ภิกษุสงฆ์จำพรรษาตลอด 3 เดือนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

การเข้าพรรษาตามพระวินัยมี 2 แบบ

ได้แก่

เข้าพรรษาแรก เรียกว่า “ปุริมพรรษา” เริ่มตั้งแต่ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงกลางเดือน 11

เข้าพรรษาหลัง เรียกว่า “ปัจฉิมพรรษา” เริ่มตั้งแต่ แรม 1 ค่ำ เดือน 9 ถึงกลางเดือน 12 สำหรับพระภิกษุสงฆ์ที่ต้องเดินทางไกล หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถเข้าพรรษาแรกได้...........

วันเข้าพรรษาถือเป็นวันที่มีความสำคัญต่อทั้งภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ดังนี้

ไร่ นา พืชผลที่ชาวบ้านปลูกไว้ ตลอดจนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกมาหากินไม่ได้รับความเสียหาย และเจริญเติบโต พร้อมให้เก็บเกี่ยวผลผลิต
พุทธศาสนิกชนจะได้ทำบุญ บำเพ็ญกุศล

ภิกษุสงฆ์จะได้หยุดพักผ่อนร่างกาย หลังจากเดินธุดงค์เผยแผ่ศาสนามาเป็นระยะเวลานาน

ภิกษุสงฆ์จะได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเต็มที่

เป็นโอกาสดีที่บุตรหลานที่ถึงวัยบวชจะได้เข้าพิธีบวชเรียน

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติในวันเข้าพรรษา 2568

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติในวันเข้าพรรษา ได้แก่ การถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น ถวายหลอดไฟ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ไม้ขีด ร่ม นอกจากนี้ ยังนิยมถวายเทียนพรรษา เพื่อให้ภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาได้ใช้จุดไฟ เพื่อสร้างแสงสว่างในการอ่านพระธรรม หรือศึกษาคัมภีร์ แต่เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไป จึงถวายหลอดไฟแทน แต่ประเพณีการถวายเทียน หรือแห่เทียนพรรษายังคงปฏิบัติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ในเช้าวันเข้าพรรษาจะมีการทำบุญ ตักบาตร ตลอดจนฟังธรรมเทศนา ส่วนในช่วงเย็นหรือค่ำจะมีการเวียนเทียนรอบพระอุโบสถอีกด้วย

#เข้าพรรษา #2568
#ตักบาตร #ทําบุญตักบาตร
#ฟังธรรมะ #เพจ #ศรัทธา #ธรรมะ

มนุษย์ที่เกิดมาใช้กรรม...เค้าจะไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไรมนุษย์ที่ยังไม่เริ่มต้นสร้างบารมี...เค้าจะละเลยไม่สนใจมนุษย์ผู้เร...
04/07/2025

มนุษย์ที่เกิดมาใช้กรรม...
เค้าจะไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร

มนุษย์ที่ยังไม่เริ่มต้นสร้างบารมี...
เค้าจะละเลยไม่สนใจ

มนุษย์ผู้เริ่มต้นบารมีน้อย สะสมมาน้อย...
เค้าจะตรวจสอบบุญบารมีไม่ได้
รู้เพียงแต่ว่า ไม่เบียดเบียนใครก็พอ

มนุษย์ผู้มีบารมีปานกลาง...
เค้าจะระลึกได้และเริ่มตั้งอธิษฐาน
ด้วยความเพียรอดทน
เพื่อสร้างสะสมวาสนบาารมีทั้ง10...ให้จงได้

มนุษย์ผู้มีบารมีมาก...
เค้าจะมีบารมีติดตัว ติดใจ เตือนตนเป็นเครื่องระลึก
เค้าจะหยั่งถึงตรวจสอบและทำโดยไม่หยุด ไม่ถอย...
เพื่อความเต็มพร้อมซึ่งบารมีอันเต็มบริบูรณ์

เธอผู้เกิดมาแล้ว
เมื่อทุกข์ยาก...แล้วเข้าหาธรรมทันที
เธอย่อมมีทางกระแสธรรมนำพาเธอให้เจริญ
เธอจึงพบบุญบารมี...ที่บำเพ็ญมานับภพมิถ้วน
เธอจึงพบอริยทรัพย์...ที่เป็นมงคลติดตัวมาเกิด

เธอจึงมีศรัทธา
มีศีลหิริโอตตัปปะ
มีธรรมานุสติ มีความเสียสละ มีปัญญาเป็นต้นเสบียง...
ที่จะหยั่งถึงพร้อมตรวจสอบบุญบารมีที่เธอสะสมมา

สิ่งไหนไม่เต็ม สิ่งไหนบกพร่อง สิ่งไหนยังมีน้อย
เธอจึงเร่งเสริมบารมีให้เต็มพร้อมสมบูรณ์

#บารมีพรหมปัญโญ #เพจ #ศรัทธา

สิ่งใดที่อยู่เหนือ "การควบคุม"สิ่งนั้นกำลังสอนให้เรา "ปล่อยวาง"ชีวิตนี้ หากไม่รู้จัก "วาง" มันลงบ้าง มันก็ "จะทุกข์" อยู...
14/06/2025

สิ่งใดที่อยู่เหนือ "การควบคุม"
สิ่งนั้นกำลังสอนให้เรา "ปล่อยวาง"

ชีวิตนี้ หากไม่รู้จัก "วาง" มันลงบ้าง มันก็ "จะทุกข์" อยู่อย่างนี้

ทุกข์! ที่คาดหวัง
ทุกข์! ที่อยากมีอยากได้
ทุกข์! ที่เกิดจาก "กามกิเลส" ทั้งมวล
เราต้องรู้จัก "ประมาณตน" อะไรที่มันนอกเหนือ "การควบคุม" ของเรา มันให้ทุกข์กับเราเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ทั้งรัก,ทั้งชัง, ทั้งคาดหวัง, ทั้งคนเกลียด,ทั้งคนชื่นชอบ,เยินยอ, ดูหมิ่นดูแคลนเหล่านี้

กำลังสอนให้เรา "รู้จักวาง" อย่างหลง อย่าเหลิง เพราะเป็น "สิ่งภายนอก" ที่เราควบคุมไม่ได้
เมื่อควบคุมไม่ได้ใจเราต้องรู้จัก "วางให้เป็น" อย่าแบก
"เปลี่ยน" คนอื่นมันยาก "เปลี่ยนตัวเอง" ง่ายกว่า

คนที่ "ยอมรับ" กับทุกข์แล้วเข้าใจในสิ่งที่เป็น คนนั้นแหละคือ "คนที่มีความสุข"

ทุกข์ กับ สุข มัน (เป็น) ของคู่กัน
เหมือนกลางวันกลางคืน
เหมือนขาวกับดำ
เหมือนหัวกับก้อย
คนที่ "วาง" ได้ทั้งทุกข์และสุข
คนนั้นแหละคือคนที่รู้จักและเข้าถึง
สุขที่เป็น "บรมสุข" เอย

#หลวงตาม้าวิริยธโร

ความโกรธที่ต้องโต้ตอบด้วยนามกวนอิม      " หากมีผู้มากด้วยโทสะ         ได้ภาวนาแลบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์        พวกเข...
14/06/2025

ความโกรธที่ต้องโต้ตอบด้วยนามกวนอิม

" หากมีผู้มากด้วยโทสะ
ได้ภาวนาแลบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์
พวกเขาย่อมไกลห่างจาก โทสะ "

แน่นอนพิษสุดท้าย คือ พิษจากโทสะ
พวกเรามักรู้ตัวได้ดีเวลาโกรธ แต่พวกเราหยุดไม่ได้

พวกเราโกรธเคืองเพื่อสิ่งใด
พวกเราแค้นกันเพื่อสิ่งใด
ยิ่งมักโกรธ ร้อนใจ สุดท้ายไฟนรกก็เผาใจเราเอง

#โอมมาณีแปะหมี่ฮง
#นำโมกวนซีอิมผ่อสัก

https://www.facebook.com/share/1Bq12pcC1e/
03/02/2025

https://www.facebook.com/share/1Bq12pcC1e/

บุญต่อลมหายใจ ซื้อถังอ๊อกซิเจน 30 ถัง เหลือ 17 ถัง
เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลแม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
ถังละ 4590 บาท หรือทำบุญตามกำลังศรัทธา

บุญต่อลมหายใจให้ผู้อื่น

ธ.กสิกรไทย 0872122842
ชื่อบัญชี: กองทุนซื้อเครื่องแพทย์วัดหนองก๋าย

มาที่วัดหนองก๋าย ต.สันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โทร. (053) 374095-6 มือถือ 0837893642

รับพร-รับใบอนุโมทนาบัตร- ส่งหลักฐานการโอนเงิน ได้ทางไลน์วัดหนองก๋าย @ watnonggai

รับพร-รับใบอนุโมทนาบัตร- ส่งหลักฐานการโอนเงิน ได้ทางอีเมล [email protected]

รับพร-รับใบอนุโมทนาบัตร- ส่งหลักฐานการโอนเงิน ได้ทางอีเมล [email protected]

#หลวงพ่อใหญ่ชัยมงคล
#วัดเชียงใหม่
#วัดหนองก๋าย
#ทำบุญ
#สายมูต้องแชร์
#วัดหนองก๋ายเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
#ถวายภัตตาหาร

ธรรมจักรคือ ...1.ชื่อปฐมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์, เรียกเต็มว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร2.เครื่องหมายทางพระ...
26/01/2025

ธรรมจักรคือ ...

1.ชื่อปฐมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระปัญจวัคคีย์, เรียกเต็มว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร

2.เครื่องหมายทางพระพุทธศาสนา
เป็นรูปวงล้ออย่างล้อเกวียน มีซี่ ๘ ซี่หรือ ๑๒ ซี่


#หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

จักร 4 หลักธรรม 4 ประการ
ที่นำบุคคลไปสู่ความเจริญ ประกอบด้วย

1. ปฏิรูปเทสวาสะ หมายถึง
การอยู่ในประเทศอันเหมาะสม

2. สัปปุริสูปสังเสวะ หมายถึง การคบสัตบุรุษ การเข้าไปคบกับคนดี ผู้มีสัปปุริสธรรม7

3. อัตตสัมมาปณิธิ หมายถึง การตั้งตนไว้ชอบ ตั้งอยู่ในสุจริต 3 ได้แก่
กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต

4. ปุพเพกตปุญญตา หมายถึง ความเป็นผู้มีบุญได้กระทำไว้ก่อน

ทความ เรื่อง “ธรรมจักรในพระพุทธศาสนาเถรวาท” นี้ มีวัตถุประสงค์ ๒ ประการคือ ๑) เพื่อศึกษาธรรมจักรในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ๒) เพื่อศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธรรมจักรที่มีต่อสังคมไทย

ผลการศึกษา พบว่าคำว่า “จักร” หมายถึง ล้อ เช่น ล้อเกวียน ล้อรถ จักรเกิดขึ้นแก่ผู้มีบุญบารมี เช่น จักรแก้วของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นต้น จักรมี ๕ อย่าง คือ จักรไม้ จักรแก้ว ธรรมจักรอิริยาบถจักร และ สัมปัตติจักร ต่อมาพระพุทธองค์ทรงนำธรรมจักรมาใช้ในทางความดีงาม การแสวงปัญญา และการพัฒนามนุษย์ ผลการศึกษายังพบว่า คำว่า “ธรรมจักร”
มีความหมาย ๒ อย่าง ความหมายแรก หมายถึง วงล้อแห่งธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงหมุน คือธรรมะที่ทรงประกาศ คือความดีงาม ความร่มเย็นเป็นสุข และความหมายที่สอง หมายถึง ดินแดนที่วงล้อแห่งธรรมนั้นหมุนไปถึง ซึ่งกลายเป็นดินแดนแห่งธรรม ในพุทธศาสนาใช้คำว่าจักรแยกไปอีกเป็น ๔ ประเภทคือ ๑) รัตนจักร ๒) ธรรมจักร ๓) ลักขณจักร ๔) ภวจักร

ผลการศึกษาด้านอิทธิพลของธรรมจักรที่มีต่อสังคมไทย พบว่า ๑) ด้านจริยศาสตร์
ใช้แทนความหมายของอริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมจักร ๑๒ ซี่ เป็นสัญลักษณ์ของอาการ ๑๒ ของอริยสัจ และธรรมจักร ๑๖ ซี่ หมายถึง ญาณ ๑๖ เป็นต้นซึ่งเป็นหลักการปฏิบัติของชาวพุทธ
๒) ด้านสุนทรียศาสตร์ ธรรมจักรมีความงามทางด้านศิลปะแก่ผู้พบเห็น ทำให้มีการปรับรูปแบบแตกต่างกันออกไป ๓) ด้านวัฒนธรรมและประเพณี ธรรมจักรเปรียบเสมือนเครื่องหมายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาสนาอย่างหนึ่งซึ่งให้การนับถือ

#ด้านสังคม วิทยาเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นพุทธ

#ธรรมจักร
#สาธุ
#เพจศรัทธาธรรม

ที่อยู่

23 ม. 3 ต. สันทราย อ. สารภี
Chiang Mai
50140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศรัทธาธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์