Lanna Amulet พระเครื่อง เครื่องราง

เหรียญหล่อปั๊มโบราณหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรภิมุข) กทม. เป็นเหรียญรูปไข่สร้างประมาณปี 2473 เนื่องในโอกาสฉลองอายุคร...
01/07/2024

เหรียญหล่อปั๊มโบราณหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรภิมุข) กทม. เป็นเหรียญรูปไข่สร้างประมาณปี 2473 เนื่องในโอกาสฉลองอายุครบ 6 รอบ สันนิษฐานว่าสร้างไม่มากนัก เป็นเหรียญหล่อปั๊ม มีหูห่วงเชื่อมแบบหูปลิง รุ่นแรก ของหลวงพ่อ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนของท่านนั่งขัดสมาธิ ครองจีวรเฉวียงบ่า พาดผ้าสังฆาฏิคาดรัดประคดอก

29/08/2023
สงกรานต์นี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข
14/04/2023

สงกรานต์นี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข

หากจะพูดถึงเหรียญพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย แล้วพลาดการพูดถึงเหรียญหลวงพ่อกลั่นธมฺมโชโต แห่งวัดพระญาติการ...
13/04/2023

หากจะพูดถึงเหรียญพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย แล้วพลาดการพูดถึงเหรียญหลวงพ่อกลั่นธมฺมโชโต แห่งวัดพระญาติการาม (หรือในอดีตเรียกว่า วัดพบญาติ) อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ละก็ถือว่าผิด เพราะเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการามจัดเป็นเหรียญลำดับที่ 1 ในเบญจภาคีเหรียญพระเกจิอาจารย์เมืองไทยเลยทีเดียว

พระพุทธชินราชอินโดจีนคำขวัญที่ว่า สงครามมักก่อเกิดวีรบุรุษ แต่คงใช้กับเมืองไทยไม่ได้ คำขวัญของคนไทย คงต้องว่า สงครามมักก...
23/03/2023

พระพุทธชินราชอินโดจีน
คำขวัญที่ว่า สงครามมักก่อเกิดวีรบุรุษ แต่คงใช้กับเมืองไทยไม่ได้ คำขวัญของคนไทย คงต้องว่า สงครามมักก่อเกิดพระดัง ไม่มีสมัยไหน ที่คนไทยจะตื่นตัวและเกิดเลือดรักชาติมาก เท่าสมัยสงครามอินโดจีน อาจจะเป็นว่าคนไทย คงเก็บกดที่ถูก พวกฝรั่งมังค่า มากดขี่ยึดแผ่นดินบางส่วนของเราไป เมื่อจอมพลป.ประกาศสงครามกับฝรั่งเศส เพื่อเรียกร้องดินแดนคืน ทำให้กระแสรักชาติช่วงนั้นรุนแรงมาก แม้แต่พระเกจิอาจารย์ ก็ตื่นตัว อยากจะช่วยบ้านเมือง จึงมีการสร้างพระเครื่องขึ้นมากมาย เฉพาะที่กรุงเทพฯวัดใหญ่ๆเช่น วัดสุทัศน์ วัดชนะสงคราม วัดราชบพิตฯ แม้แต่ที่วัดดอนศาลา พระอาจารย์เอียดก็สร้างพระขึ้นมาแจกในยุคนั้นเช่นกัน

พระพุทธชินราชอินโดจีน

เมื่อปี ๒๔๘๓ กลิ่นอายสงครามได้กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคอินโดจีน หลายประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม ประเทศไทยก็คือหนึ่งในนั้น ทั้งๆ ที่พยายามหลีกเลี่ยงทุกวิถีทาง เพราะรัฐบาลและคนไทยต่างก็รู้ดีว่า ผลพวงจากสงครามท้ายที่สุดแล้วก็จะเหลือแค่เพียง “ความสูญเสีย” ในภาวะสงครามสิ่งที่เป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยก็คือ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์-พระคู่บ้านคู่เมือง” แต่สำหรับทหารที่ต้องอยู่แนวหน้า “พระเครื่อง” ถือเป็นมงคลวัตถุคู่กายที่หลายคนต้องพกพาหาติดตัวไป

ด้วยเหตุนี้เอง ชาวไทยในแนวหลัง นำโดย “พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย” จึงตัดสินใจดำเนินงานสร้าง “พระพุทธชินราช” จำลองขนาดบูชาขึ้นมา พร้อมทั้ง พระพุทธชินราชขนาดเล็กแบบหล่อที่สามารถคล้องคอได้ ซึ่งแต่เดิมเป็นความตั้งใจของ ๒ สมาคมพุทธฯ คือ “พุทธธรรมสมาคม” และ “ยุวพุทธศาสนิกธรรม” แต่ต้องระงับเรื่องค้างไว้ตั้งแต่ปี ๒๔๘๓ เพราะเกิดสงครามอย่างหนัก และเมื่อสงครามอินโดจีนสงบลง ในปี ๒๔๘๕ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย จึงเดินหน้าสานงานสร้าง “พระพุทธชินราช” อย่างจริงจัง

พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี ๒๔๘๕ ได้ประกอบพิธี เททองหล่อ ที่วัด พระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ในวันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ ตรงกับวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕ ก่อนที่คณะกรรมการ พุทธสมาคมจะมากราบทูล ขอพระเมตตา ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) วัดสุทัศนเทพวราราม ในเรื่องการประกอบพิธีพุทธาภิเษก

ทั้งนี้พระองค์ทรงพระเมตตาให้คณะกรรมการพุทธสมาคมนำพระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม ในวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ โดยมีท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) เป็นองค์ประธาน และท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) เป็นแม่งานผู้ดำเนินการ พร้อมทั้งได้ ทำพิธี เททองหล่อพระตามตำรับตำราการสร้างพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศน์อย่างถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์

พิธีพุทธาภิเษกที่จัดขึ้นในเวลานั้นถือว่ายิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ จนเป็นที่กล่าวขวัญมาถึงทุกวันนี้ เพราะพระคณาจารย์ ทั่วประเทศแ ละพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นได้มอบแผ่นพระยันต์ พร้อมทั้งเดินทางมาร่วม เมตตาอธิษฐานจิต กันอย่างมากมาย

การสร้างพระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี ๒๔๘๕ พล.ร.ต.หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกพุทธสมาคมและคณะกรรมการ กำหนดไว้ให้สร้างเพียงแค่ ๒ แบบ คือ พระบูชา และ พระเครื่อง โดยได้กรมศิลปากรเข้ามาช่วยดูแลการหล่อและออกแบบพิมพ์พระ พระบูชา ที่จัดสร้างในคราวนี้ได้จำลองแบบจากองค์พระพุทธชินราช วัดใหญ่ เมืองพิษณุโลก โดยใช้กรรมวิธีการหล่อเป็นพระขัดเงา จากหลักฐานบันทึก การสร้าง ได้ระบุไว้ว่า

“พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในครั้งนี้มีขนาดหน้าตักค่อนข้างใหญ่ ก่อนจะส่งไป ให้ทุกจังหวัด ทั่วเมืองไทยไว้สักการบูชา และถ้าประชาชนคนไหน ปรารถนา อยากได้ พระบูชาไว้เป็น ส่วนตัว ต้องแจ้งความจำนงเป็น ลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้ง ส่งเงินค่าจัดสร้างองค์ละ ๑๕๐ บาท ไปให้คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ช่างจัดสร้าง ตามจำนวนที่แจ้งความจำนงไว้เท่านั้น”

ในส่วนของ พระเครื่อง คณะผู้ดำเนินงานได้ใช้กรรมวิธี ๒ แบบ คือ “หล่อ” และ “ปั๊ม” พระหล่อ จัดสร้างประมาณ ๙๐,๐๐๐ องค์ เป็นพระเนื้อโลหะผสม โดยมีทองเหลือง เป็นหลัก แต่สุดท้าย คัดเหลือ สภาพสมบูรณ์ ๘๔,๐๐๐ องค์ ซึ่งให้ความหมายเท่ากับพระธรรมขันธ์

เสน่ห์ของพระเครื่องพระพุทธชินราชแบบหล่อจะอยู่ที่ผิวพระและโค้ดใต้ ฐาน จะตอกเป็นรูปตรา “ธรรมจักร” และ “อกเลา” ซึ่งอกเลานี้ได้คัดลอกแบบ มาจากรูปอกเลาที่ติดอยู่หน้าบานประตูพระวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) จ. พิษณุโลก

พระพุทธชินราชแบบหล่อนี้ในตอนแรกได้หล่อ “อกเลานูน” ติดไว้บริเวณใต้ฐานพระ แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นก้นเรียบ แล้วใช้วิธีตอกโค้ดแทนจนครบ ๘๔,๐๐๐ องค์ ดังนั้นพระในส่วนที่เหลือจึงไม่ได้ตอกโค้ด

ในส่วนของราคาทางพุทธสมาคม นำออกให้เช่า บูชาองค์ละ ๑ บาท ถ้าองค์ไหนที่สภาพ สวยสมบูรณ์ราคาจะอยู่ที่ ๑.๕๐ บาท สำหรับพระพุทธชินราชแบบปั๊มได้ทำเป็นเหรียญลักษณะคล้ายใบเสมา ด้านหน้าเป็น รูปพระพุทธชินราชมีซุ้มเรือนแก้ว ส่วนด้านหลัง เป็นรูปอกเลา สร้างเป็น เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน ๓,๐๐๐ เหรียญ ราคาค่าบูชาเหรียญละ ๕๐ สตางค์ สำหรับเหรียญรุ่นนี้ อนาคตจะกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดเหรียญยอดนิยม ของวงการ

ราคาพระพุทธชินราชเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ปี ๒๕๐๐ ที่วัดยังมีให้เช่าอยู่บางพิมพ์ในราคา ๑๐ บาท ปี ๒๕๑๐ ราคาที่วัดเพิ่มเป็น ๒๐-๒๕ บาท และคาดว่าน่าจะจำหน่ายหมดในปี ๒๕๒๐ ในราคา ๑๐๐ บาท พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ทำพิธีในวันที่ ๑กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๕ที่วัดสุทัศน์ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชแพ เป็นองค์ประธาน และท่านเจ้าคุณศรี สนธิ์ เป็นแม่งาน และมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมนั่งปรกปลุกเสก ๑๐๘ องค์ ดังมีรายนามดังต่อไปนี้

๑. สมเด็จพระสังฆราช แพ วัดสุทัศน์

๒. ท่านเจ้าคุณศรี สนธิ์

๓. หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา

๔. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก

๕. หลวงปู่นาค วัดระฆัง

๖. หลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู

๗. หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว

๘. หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง

๙. หลวงพ่อแช่ม วัดตากล้อง

๑๐. หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว

๑๑. หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด

๑๒. หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ

๑๓. หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง

๑๔. หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ

๑๕. หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา

๑๖. หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ

๑๗. หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก

๑๘. พระพุทธโฆษาจารย์ เจริญ วัดเทพศิรินทร์

๑๙. หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่

๒๐. หลวงพ่อติสโส อ้วน วัดบรมนิวาส

๒๑. สมเด็จพระสังฆราช ชื่น วัดบวรนิเวศ

๒๒. พระพุฒาจารย์นวม วัดอนงค์

๒๓. หลวงพ่อเส็ง วัดกัลยา

๒๔. หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้

๒๕. หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ

๒๖. หลวงพ่อเล็ก วัดบางนมโค

๒๗. หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ

๒๘. หลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้

๒๙. หลวงพ่ออาจ วัดดอนไก่ดี

๓๐. หลวงพ่อกลิ่น วัดสะพานสูง

๓๑. สมเด็จพระสังฆราช อยู่ วัดสระเกศ

๓๒. หลวงพ่อเชย วัดเจษฎาราม

๓๓. หลวงพ่อปาน วัดเทพธิดาราม

๓๔. หลวงพ่อเซ็ก วัดทองธรรมชาติ

๓๕. หลวงพ่อเจีย วัดพระเชตุพน

๓๖. หลวงพ่อเผื่อน วัดพระเชตุพน

๓๗. หลวงพ่อหลิม วัดทุ่งบางมด

๓๘. หลวงพ่อแพ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก

๓๙. หลวงพ่อสอน วัดพลับ

๔๐. หลวงพ่อเฟื่อง วัดสัมพันธวงศ์

๔๑. หลวงพ่อบัว วัดอรุณ

๔๒. หลวงพ่อนาค วัดอรุณ

๔๓. หลวงพ่อปลั่ง วัดคูยาง

๔๔. หลวงพ่อชุ่ม วัดพระประโทน

๔๕. หลวงพ่อสนิท วัดราษฎร์บูรณะ

๔๖. หลวงพ่อเจิม วัดราษฎร์บูรณะ

๔๗. หลวงพ่อสุข วัดราษฎร์บูรณะ



๔๘. หลวงพ่ออาคม สุนทรมา วัดราษฎร์บูรณะ

๔๙. หลวงพ่อดี วัดเทวสังฆาราม

๕๐. หลวงพ่อประหยัด วัดสุทัศน์

๕๑. หลวงพ่อปลอด วัดหลวงสุวรรณ

๕๒. หลวงพ่ออิ่ม วัดชัยพฤกษ์มาลา

๕๓. หลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก

๕๔. หลวงพ่อทอง วัดดอนสะท้อน

๕๕. หลวงพ่อครุฑ วัดท่อฬ่อ

๕๖. หลวงพ่อกลีบ วัดตลิ่งชัน

๕๗. หลวงพ่อทรัพย์ วัดสังฆราชาวาส

๕๘. หลวงพ่อแม้น วัดเสาธงทอง

๕๙. หลวงปู่รอด วัดวังน้ำว

๖๐. หลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม

๖๑. หลวงพ่อเส็ง วัดประจันตาคาม

๖๒. หลวงพ่อพิศ วัดฆะมัง

๖๓. หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก

๖๔. หลวงพ่อหมา วัดน้ำคือ

๖๕. หลวงปู่จันทร์ วัดบ้านยาง

๖๖. หลวงปู่เหมือน วัดโรงหีบ

๖๗. หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัว

๖๘. หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง

๖๙. หลวงพ่อปลื้ม วัดปากคลองมะขามเฒ่า

๗๐. หลวงพ่อแนบ วัดระฆัง

๗๑. หลวงพ่อเลียบ วัดเลา

๗๒. หลวงพ่อพักตร์ วัดบึงทองหลาง

๗๓. หลวงพ่อสอน วัดลาดหญ้า

๗๔. หลวงปู่เผือก วัดโมรี

๗๕. หลวงพ่อผิน วัดบวรนิเวศ

๗๖. หลวงพ่อเจียง วัดเจริญธรรมาราม

๗๗. หลวงพ่อทองอยู่ วัดประชาโฆษิตาราม

๗๘. หลวงพ่อไวย์ วัดดาวดึงส์

๗๙. หลวงพ่อกลึง วัดสวนแก้ว

๘๐. หลวงพ่ออ่ำ วัดวงฆ้อง

๘๑. หลวงปู่จันทร์ วัดคลองระนง

๘๒. หลวงพ่ออ๋อย วัดไทร

๘๓. หลวงพ่อศรี วัดพลับ

๘๔. พระอาจารย์เชื้อ วัดพลับ

๘๕. หลวงพ่อพริ้ง วัดบางประกอก

๘๖. หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ

๘๗. หลวงพ่อพริ้ง วัดราชนัดดา

๘๘. หลวงพ่อขำ วัดตรีทศเทพ

๘๙. หลวงพ่อหนู วัดปทุมวนาราม

๙๐. หลวงพ่อทองคำ วัดปทุมคงคา

๙๑. หลวงพ่อเจียง วัดเจริญสุธาราม

๙๒. หลวงพ่อกรอง วัดสว่างอารมณ์

๙๓. หลวงพ่อเนียม วัดเสาธงทอง

๙๔. หลวงพ่อบุญ วัดอินทราราม

๙๕. หลวงพ่อเปลี่ยน วัดบึง

๙๖. หลวงพ่อฉ่ำ วัดท้องคุ้ง

๙๗. หลวงพ่อพรหมสรรอด วัดบ้านไพร

๙๘. หลวงปู่จันทร์ วัดโสมนัสวิหาร

๙๙. หลวงพ่อโสม วัดราษฎร์บูรณะ

๑๐๐. หลวงพ่อบุตร วัดบางปลากด

๑๐๑. หลวงพ่อโต วัดบ้านกล้วย

๑๐๒. หลวงพ่อทองอยู่ วัดบางหัวเสือ

๑๐๓. หลวงพ่อวงศ์ วัดสระเกศ

๑๐๔. พระอาจารย์พงษ์ วัดกำแพง

๑๐๕. พระอธิการชัย วัดเปรมประชา

๑๐๖. หลวงปู่รอด วัดเกริ่น

๑๐๗. หลวงพ่อเที่ยง วัดบางหัวเสือ

๑๐๘. หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยมA พุทธลักษณะ ตาหมวกแก๊ป ริ้วจีวรจะลึกคมชัดกว่าพิมพ์B จะมีเนื้อเกินด้านล่างจุดกลมๆ...
22/03/2023

รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยมA
พุทธลักษณะ ตาหมวกแก๊ป ริ้วจีวรจะลึกคมชัดกว่าพิมพ์B จะมีเนื้อเกินด้านล่างจุดกลมๆระหว่างมือทั้งสองข้างจะเป็นติ่ง ใบหน้าอวบใหญ่(แก้มซาลาเปา) เศียรบาตรคว่ำ หน้าแข้งด้านล่างเป็นสันคมชัดเจน เป็นหลักการในการพิจารณาเบื้องต้นนะครับ หวังว่าท่านจะส่องหาพระแท้กันได้นะครับ

ยักษ์วัดละมุด เบญภาคีท้าวเวสสุวรรณสยาม      ตำนานเครื่องราง ที่ภูติผี ปิศาจที่ไหน เห็นเป็นต้องขยาด สิ่งอัปรีย์จัญไร สิ่ง...
12/03/2023

ยักษ์วัดละมุด เบญภาคีท้าวเวสสุวรรณสยาม
ตำนานเครื่องราง ที่ภูติผี ปิศาจที่ไหน เห็นเป็นต้องขยาด สิ่งอัปรีย์จัญไร สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ยังต้องถอยหนี แถมดีด้านการค้า การขาย ธุรกิจ รุ่งเรือง
กล่าวกันว่า อำนาจพุทธคุณทางด้านขับไล่เสนียดจัญไร ภูติผี ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าอำนาจของ " ไม้ครู หลวงปู่ภู (ลูกศิษย์สมเด็จโต) "
แต่ยักษ์ วัดละมุด จะหายากกว่ามากมีหลายคำบอกเล่าของที่มา บ้างก็ว่า เป็นของอาจารย์ ทิว พระภิกษุชาวเขมร ที่เก่งทางเวทมนต์คาถา ได้ธุดงค์มาจากเขมรมาอยู่ที่วัดนี้ก่อน บ้างก็ว่า เป็นของหลวงพ่อดำเอง และบ้างก็ว่า เป็นของที่ออกมาจากเจดีย์โบราณ
ท้าวเวสสุวรรณของสำนักนี้ อายุเก่าร้อยปี เป็นเนื้อตะกั่วผสมดีบุก หล่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในแกะเป็นรูปท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร เป็นเครื่องรางที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่เหมือนใคร ผู้สร้างออกแบบได้อย่างลงตัวและสวยงาม แต่ก็แฝงไว้ด้วยความขลังของพุทธานุภาพ
ตามประวัติจากการสอบถามหลวงพ่อมนตรี เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ว่ากันว่าเป็นของหลวงพ่อดำ เจ้าอาวาสวัดละมุด เพราะมีประวัติจารึกไว้ ท่านเป็นอาจารย์พระเกจิหลายองค์ที่ล้วนมีชื่อเสียง โดงดัง
ด้านพุทธคุณ
เป็นเลิศโดดเด่นใช้ได้ดีทางด้านป้องกันคุณไสย และป้องกันภูตผี ปีศาจ สัมภเวสี เสนียดจัญไร ได้อย่างชะงัก ผู้ใดพกพายักษ์ วัดละมุดไว้ข้างกาย ภูตผี ปีศาจจะไม่มีวันรบกวน ไม่ว่าจะดุจะเฮี้ยนขนาดไหน และยังเป็นมหาอุด คงกระพัน แคล้วคลาด พุทธคุณสุดยอดจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นเครื่องรางที่คน ต่างยกนิ้วให้ ว่าเป็นของสุดยอด
ในอดีต เครื่องราง ยักษ์ วัดละมุด ถือเป็นเครื่องรางยอดนิยม ของคนอยุธยา ที่แสวงหามาติดตัวประจำตน เพื่อป้องกันตัวจาก อันตรายต่างๆ ป้องกันสิ่งอัปมงคล เสนียดจัญไร

รูปหล่อหลวงปู่คำบุ วัดกุดชมภู(วัดวิหารเจดีย์ศรีชมพู หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต)
03/03/2023

รูปหล่อหลวงปู่คำบุ วัดกุดชมภู(วัดวิหารเจดีย์ศรีชมพู หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต)

พระสมเด็จวัดระฆัง เกศบัวตูม
01/03/2023

พระสมเด็จวัดระฆัง เกศบัวตูม

เหรียญรุ่น 2 ลป.โต๊ะ เนื้อทองแดง บล็อควงเดือน (นิยม) ปี 2511 ความเป็นมา: เหรียญรุ่นสอง คุณคงศักดิ์ เป็นผู้สร้างมี ๒ พิมพ...
24/01/2023

เหรียญรุ่น 2 ลป.โต๊ะ เนื้อทองแดง บล็อควงเดือน (นิยม) ปี 2511
ความเป็นมา:
เหรียญรุ่นสอง คุณคงศักดิ์ เป็นผู้สร้างมี ๒ พิมพ์
เนื่องจากตอนที่ปั๊มเหรียญ จมูกหลวงปู่ดูไม่คมชัด
เมื่อปั๊มได้ไม่กี่เหรียญพิมพ์บริเวณจมูกได้สึกและแบนลง
จึงมีการปรับแก้พิมพ์โดยการแกะพิมพ์ใหม่ แต่ก็พบปัญหาเดียวกัน
เมื่อปั๊มได้ครบจำนวน ๒,๕๑๑ เหรียญ ก็นำไปชุบผิวไฟเกือบทั้งหมด
บางเหรียญเมื่อชุบแล้วผิวจะออกคล้ายกับผิวนาค
เหรียญรมดำมี ๓๐๐ เหรียญ ซึ่งส่วนมากจะมีจมูกโด่งสวย
ส่วนเนื้อนวโลหะมี ๓ เหรียญ ซึ่งเป็นเหรียญลองพิมพ์
คุณคงศักดิ์ ได้ถวายเหรียญหลวงปู่ ๒,๐๐๐ เหรียญ
อีก ๕๐๐ เหรียญ ได้เก็บไว้เพื่อแจกลูกค้าของเขา
และเก็บไว้ส่วนตัว ๑๑ เหรียญ และ ๒,๐๐๐ เหรียญนั้น
หลวงปู่ได้นำมาแจกมิได้ออกจำหน่าย
จำนวนสร้าง:
๑. เนื้อทองแดงรมดำ จำนวน ๓๐๐ เหรียญ
(เหรียญรมดำเป็นเหรียญที่ปั๊มระยะแรกๆจมูกหลวงปู่ยังโด่งสวยงาม)
๒. เนื้อทองแดง จำนวน ๒,๒๑๑ เหรียญ

พุทธคุณ:
โดดเด่นทางด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม

เหรียญสี่เหลี่ยมพัดยศ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลองออกปี2473 เหรียญสี่เหลี่ยมพัดยศ (ออกวัดบางนมโค) หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง สิ่งสำคัญเห...
21/01/2023

เหรียญสี่เหลี่ยมพัดยศ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

ออกปี2473 เหรียญสี่เหลี่ยมพัดยศ (ออกวัดบางนมโค) หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง สิ่งสำคัญเหรียญต้องคมชัดเป็นธรรมธรรมชาติ ข้อมูลที่จะดูเหรียญ ที่สร้างในปี พ.ศ.2450-2500

กะไหล่ทอง เปียกทอง
กะไหล่ คือกรรมวิธีการเคลือบโลหะด้วย “ทองคำหรือเงิน” โดยการใช้ปรอทมาละลายทองคำหรือเงิน ให้เป็นของเหลว แล้วทาลงบนโลหะที่ต้องการจะเคลือบ จากนั้นก็ไล่ปรอทออกโดยการใช้ความร้อน จะพบการกะไหล่ในงานต่างๆเช่น พานกะไหล่เงิน พานกะไหล่ทองคำ สร้อยสังวาลกะไหล่ทองคำ เป็นต้น

การกะไหล่ทองคำแตกต่างจากการชุบด้วยทองคำ เพราะการกะไหล่ทองคำจะใช้น้ำหนักทองคำมากกว่า และจะต้องนำทองคำมาผสมกับปรอททำให้ทองคำละลายกลายเป็นของเหลวแล้วจึงนำไปเคลือบบนผิวของโลหะที่จะกะไหล่ ส่วนการชุบทองเป็นการชุบเคลือบผิวโลหะด้วยไฟฟ้า ซึ่งทุกวันนี้ไม่มีช่างทำงานกะไหล่ทองแล้ว เนื่องจากต้องทำงานกับสารปรอทซึ่งเป็นสารพิษที่ร้ายแรง ถ้าสูดดมมากๆจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย งานกะไหล่ทองที่หลงเหลืออยู่จึงเป็นงานเก่าที่สะสมไว้ นอกจากจะพบในข้าวของเครื่องใช้ต่างๆแล้ว ยังพบวิธีการทำกระไหล่ทอง อย่างแพร่หลายในวงการพระเครื่อง ร่วมกับการเปียกทอง และการชุบทอง ซึ่งคุ้นเคยกันดีสำหรับนักสะสมพระเครื่องโดยพระเครื่องที่ผ่านกรรมวิธีกะไหล่ทอง จะมีลักษณะผิวทองบางๆ และมักติดไม่ทั่วองค์พระ ส่วนที่ถูกสัมผัสจะเห็นผิวสีขาวจากตะกั่วที่ทาก่อนเป่าแผ่นทองติดลงไป

การเปียกทอง เป็นกรรมวิธีการใช้ความร้อนทำให้ตะกั่ว ซึ่งมีจุดหลอมเหลวต่ำละลายผสมกับทองคำที่ตะไบให้เป็นผงละเอียด จากนั้นนำมาทาเข้ากับผิวพระเครื่องที่ต้องการทำผิวให้เป็นทองคำ เมื่อทาเสร็จแล้วใช้ไฟเป่าไล่โลหะตะกั่วออกเหลือแต่เนื้อทองคำติดอยู่ที่ผิวพระ การเปียกทองทองนี้ทำกันมาตั้งแต่ปี 2450แล้วค่อยๆหายไป จนปี 2500 ก็ไม่พบวิธีการเปียกทองอีกเลย พระเปียกทองนั้นจะมีลักษณะของทองคำเข้มข้นและติดแน่นทั่วองค์ มีสีขาวของตะกั่วอยู่น้อยหรือไม่มีปรากฏอยู่เลยตามองค์พระ

#ศึกษาพระแท้ ไปกับสหพันธ์พระเครื่องไทยนานาชาติ (IAF)

#พระแท้แท้ที่องค์พระ

#ข้อมูลมีไว้ศึกษาเพื่อวิเคราะห์องค์พระ

#ข้อมูลจะเป็นประโยชน์กับผู้ศึกษา ไม่ต้องนั่งเทียนตัดสิน

พระสมเด็จเกศไชโย 7ชั้น   เป็นพระสมเด็จเกศไชโย7ชั้นที่ได้รับความนิยมสูง เนื้อมวลสารจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พิมพ์เป็นสิ่งท...
19/01/2023

พระสมเด็จเกศไชโย 7ชั้น
เป็นพระสมเด็จเกศไชโย7ชั้นที่ได้รับความนิยมสูง เนื้อมวลสารจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พิมพ์เป็นสิ่งที่สำคัญในการพิจารณาความสมบูรณ์ขององค์พระ ส่วนที่เสริมความสมบรูณ์ไปอีกคือคราบแป้งรองพิมพ์ จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งพลิกด้านหลังมา กรอบจะไม่เป็นสี่เหลี่ยมล้วน จะมีการหักมุมทั้งสี่ด้าน เป็นจุดที่ช่วยให้ท่านพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง

#ขอให้มีความสุขกับการส่องพระ

#พระแท้แท้ที่องค์พระ

#ศึกษาพระแท้ไปกับ สหพันธ์พระเครื่องไทยนานาชาติ(IAF)

#ความรู้มีไว้เพื่อแบ่งปัน

ที่อยู่

สันทราย
Chiang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lanna Amuletผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท