Seventh Day Adventist Church Chanthaburi Thailand

Seventh Day Adventist Church Chanthaburi Thailand Seventh Day Adventist Chantaburi - Thailand

16/12/2023

เมื่อมนุษย์พูดภาษาเดียวกัน

The race of Faith
12/08/2023

The race of Faith

SUNDAY, MARCH 12วันอาทิตย์ ให้พระเจ้ามาก่อนอ่าน 2 พงศาวดาร 20:1-22 เราได้รับหลักการฝ่ายจิตวิญญาณที่สำคัญอะไรจากเรื่องนี้...
12/03/2023

SUNDAY, MARCH 12
วันอาทิตย์ ให้พระเจ้ามาก่อน

อ่าน 2 พงศาวดาร 20:1-22 เราได้รับหลักการฝ่ายจิตวิญญาณที่สำคัญอะไรจากเรื่องนี้ ไม่ว่าเรากำลังเผชิญกับความยากลำบากใดก็ตาม

ในช่วงที่ใกล้สิ้นสุดรัชกาลเยโฮชาฟัท ยูดาห์ถูกรุกราน เยโฮชาฟัทเป็นบุรุษผู้กล้าหาญและองอาจ เขาได้เสริมกำลังกองทัพและสร้างป้อมเมืองเป็นเวลาหลายปี เขาเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูทุกฝ่าย กระนั้น ในวิกฤตครั้งนี้เขาก็ไม่ได้วางใจในพละกำลังของตน แต่วางใจในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า เขาตั้งตนแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า และประกาศให้มีการอดอาหารทั่วทั้งยูดาห์ ประชาชนทั้งหมดมาชุมนุมกันที่ลานพระวิหารที่ซาโลมอนเคยอธิษฐานว่า หากต้องเผชิญกับอันตราย พวกประชากรจะมารวมตัวกันที่นี่ ชายยูดาห์ทุกคนยืนอยู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้าพร้อมกับภรรยาและลูก ๆ พวกเขาอธิษฐานขอให้พระเจ้าทำให้ศัตรูสับสนเพื่อพระนามของพระองค์จะได้รับเกียรติ จากนั้นกษัตริย์ก็อธิษฐาน “พวกข้าพระองค์ไม่มีฤทธิ์เดชที่จะต่อสู้คนมากมายนี้ ที่กำลังมาต่อสู้กับข้าพระองค์ทั้งหลาย พวกข้าพระองค์ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร แต่ดวงตาของข้าพระองค์ทั้งหลายเพ่งมองที่พระองค์” (2 พงศาวดาร 20:12)

หลังจากที่เขาเหล่านั้นอุทิศตนต่อพระเจ้าในทำนองนี้แล้ว พระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาเหนือคนของพระเจ้า และเขากล่าวว่า “อย่ากลัว และอย่าท้อแท้เพราะคนมากมายเหล่านี้เลย เพราะการรบนั้นไม่ใช่เรื่องของท่านแต่เป็นของพระเจ้า... ท่านทั้งหลายไม่ต้องต่อสู้ในการรบครั้งนี้ โอ ยูดาห์ และเยรูซาเล็ม จงเข้าประจำที่ ยืนนิ่งและมองดูชัยชนะของพระยาห์เวห์เพื่อพวกท่าน” (2 พงศาวดาร 20:15-17)

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น กษัตริย์ทรงเรียกประชาชนให้มาชุมนุม โดยมีคณะนักร้องประสานเสียงชาวเลวีอยู่ข้างหน้าเพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า แล้วทรงตักเตือนประชาชาน “จงวางใจในพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย แล้วท่านจะได้รับความมั่นคง จงเชื่อบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ แล้วท่านจะได้รับความสำเร็จ” (2 พงศาวดาร 20:20) จากนั้นคณะนักร้องเริ่มร้องประสานเสียง และศัตรูก็ทำลายกันและกัน และ “ไม่มีสักคนเดียวที่รอดไปได้” (2 พงศาวดาร 20:24) คนยูดาห์ใช้เวลาสามวันรวบรวมของที่ริบได้จากการสู้รบ และในวันที่สี่พวกเขาก็เดินทางกลับมายังกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย

แน่นอนว่า พระเจ้าผู้ทรงช่วยพวกเขาให้รอดคือพระเจ้าองค์เดียวกับที่เรารักและนมัสการ และฤทธิ์อำนาจของพระองค์ก็ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้เช่นเดียวกับในยุคนั้น ความท้าทายของเราคือ การวางใจในพระองค์และให้พระองค์ทรงนำ

อ่าน 2 พงศาวดาร 20:20 พระคัมภีร์ข้อนี้ให้ความหมายพิเศษแก่ชาวเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสอย่างไร

SATURDAY, MARCH 11การจัดการในเวลาแห่งความทุกข์ยากอ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้2 พงศาวดาร 20:1-22; 1 พงศาวดาร ...
11/03/2023

SATURDAY, MARCH 11
การจัดการในเวลาแห่งความทุกข์ยาก

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้

2 พงศาวดาร 20:1-22; 1 พงศาวดาร 21:1-14; 2 เปโตร 3:3-12; 1 ยอห์น 2:15-17; วิวรณ์ 13:11-17

ข้อควรจำ
“จงถวายเครื่องบูชาคือการขอบพระคุณแด่พระเจ้า และแก้บนของเจ้าต่อองค์ผู้สูงสุด และจงร้องทูลเราในวันยากลำบาก เราจะช่วยกู้เจ้า และเจ้าจะถวายเกียรติแก่เรา” (สดุดี 50:14, 15)

บางครั้งดูเหมือนว่าโลกของเรากำลังหมุนออกนอกวงโคจร มีทั้งสงคราม การนองเลือด อาชญากรรม การผิดศีลธรรม ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การทุจริตทางการเมือง และอื่น ๆ แต่ละบุคคลและครอบครัวถูกกระตุ้นให้นึกถึงความอยู่รอดของตนเองก่อน เช่นนั้นแล้ว ในช่วงเวลาที่ไม่มั่นคงนี้คนส่วนใหญ่จึงแสวงหาความปลอดภัย ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้

ความเหน็ดเหนื่อยกับชีวิตดึงความสนใจในแต่ละวันของเราไป เราใช้เวลาและความคิดอย่างมากไปกับหนี้ที่ต้องจ่าย ลูก ๆ ที่ต้องเลี้ยง และทรัพย์สินที่ต้องดูแลรักษา และแน่นอนว่า เราจำเป็นต้องมีเครื่องนุ่งห่ม อาหาร และที่อยู่อาศัย พระเยซูตรัสถึงความจำเป็นพื้นฐานเหล่านี้ในคำเทศนาบนภูเขาและตรัสว่า “แต่ว่าพระบิดาของพวกท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการสิ่งทั้งปวงนี้ แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้” (มัทธิว 6:32, 33)

ท่ามกลางช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อเราต้องพึ่งพาพระเจ้ามากกว่าที่เคย เราควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมตามหลักการของพระคัมภีร์

FRIDAY, MARCH 10วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติมนางเอลเลน จี. ไว้ท์เขียนหัวข้อสำคัญ 2 บทเกี่ยวกับการแบ่งสรรทรัพย์สินของเรา “ถึงพ่...
10/03/2023

FRIDAY, MARCH 10
วันศุกร์ ศึกษาเพิ่มเติม

นางเอลเลน จี. ไว้ท์เขียนหัวข้อสำคัญ 2 บทเกี่ยวกับการแบ่งสรรทรัพย์สินของเรา “ถึงพ่อแม่ที่ (ชราและ) มั่งคั่ง” ในหนังสือ คำพยานสำหรับคริสตจักร, vol. 3, หน้า 116-130 และ “พินัยกรรมและมรดก” ในหนังสือคำพยานสำหรับคริสตจักร, vol. 4, หน้า 476-485

นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่กล่าวถึงการวางแผนมรดกในหนังสือ Counsels of Stewardship, หน้า 323-335 นางเอลเลน จี. ไว้ท์ เขียนไว้ด้วยว่า “มีหลายคนเลื่อนการวางแผนออกไปจนกว่าพวกเขาใกล้จะสิ้นใจ ถ้าพวกเขาเป็นคริสเตียนที่แท้จริง พวกเขาจะทำในขณะที่ยังมีชีวิตแข็งแรงอยู่ พวกเขาจะอุทิศตนและทรัพย์สินแด่พระเจ้า และในขณะที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของพระองค์ พวกเขาก็จะพึงพอใจในหน้าที่ของตน ด้วยการเป็นผู้ดำเนินการเองพวกเขาสามารถปฏิบัติตามคำร้องเรียกของพระเจ้า แทนที่จะยกความรับผิดชอบนี้ให้แก่ผู้อื่น” (เอลเลน จี. ไว้ท์, คำพยานสำหรับคริสตจักร, vol. 4, หน้า 480) “ด้วยการเป็นผู้ดำเนินการเอง” นางเอลเลน จี. ไว้ท์ต้องการสื่อถึงอะไร ในการทำพินัยกรรมโดยทั่วไป ผู้ทำพินัยกรรมจะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อแบ่งทรัพย์สินหลังจากที่เขาเสียชีวิตตามความประสงค์ของตนตามที่แสดงไว้ในพินัยกรรม หากคุณเป็นผู้จัดการเอง คุณเพียงแบ่งทรัพย์สินของคุณได้เองในขณะที่คุณยังมีชีวิตอยู่ โดยการกระทำเช่นนั้น คุณจะพึงพอใจที่ได้เห็นผลและรู้ว่าคุณกำลังจัดการกับพระพรที่พระเจ้ามอบหมายให้คุณอย่างเหมาะสม

สำหรับคริสเตียนแล้ว การเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์เป็น “ความหวังอันสูงสุด” เราทุกคนล้วนจินตนาการว่า การได้เห็นพระเยซูเสด็จมาบนฟ้าสวรรค์นั้นจะยอดเยี่ยมเพียงใด เราอยากที่จะได้ยินคำว่า “ดีแล้ว” แต่ถ้าเราต้องพักผ่อนก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมาล่ะ หากเราปฏิบัติตามพระประสงค์ที่พระองค์เปิดเผยแก่เราแล้ว เราก็จะพึงพอใจในปัจจุบันนี้ที่ได้เห็นงานดำเนินไปข้างหน้าเพราะความพยายามของเรา เนื่องจากการวางแผนมรดกของเรา เรารู้ว่างานจะดำเนินต่อไปหลังจากที่เราไม่อยู่แล้ว

คำถามเพื่อการอภิปราย

แม้ว่าในตอนนี้เราสามารถสะสมทรัพย์สมบัติในสวรรค์ได้ แต่ไม่เหมือนกับการพยายามหาหรือ “ซื้อ” หนทางสู่ความรอดอย่างไร

เราควรเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในสิ่งที่เรามี ณ ตอนนี้ ในขณะเดียวกันเราก็ควรฉลาดเฉลียวด้วย เราเคยได้ยินผู้คน โดยเฉพาะพวกที่ชอบกำหนดเวลา เรียกร้องให้เราบริจาคเงิน เพราะจะมีเหตุการณ์นั้นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันนั้นวันนี้ และเงินของเราจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นตอนนี้ให้เรามอบเงินให้กับพันธกิจของคนเหล่านั้น เราจะแยกแยะระหว่างกลอุบายนี้กับหนทางในการใช้เงินเพื่อพันธกิจของพระเจ้าที่ถูกต้องได้อย่างไร

THURSDAY, MARCH 09วันพฤหัสบดี มรดกฝ่ายจิตวิญญาณแม้เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าชีวิตบนโลกนี้จะเป็นอย่างไรหากมนุษย์ไม่ทำบาป แต...
09/03/2023

THURSDAY, MARCH 09
วันพฤหัสบดี มรดกฝ่ายจิตวิญญาณ

แม้เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าชีวิตบนโลกนี้จะเป็นอย่างไรหากมนุษย์ไม่ทำบาป แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้ได้อย่างแน่นอนคือ โลกนี้คงไม่มีการเก็บกักตุนไว้เพื่อตนเอง ไม่มีความโลภ ไม่มีความยากจน ไม่มีสิ่งที่ก่อให้เกิดภัยต่าง ๆ ขึ้นบนโลกของเราตั้งแต่ที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ความรู้สึกเป็นเจ้าของในสิ่งที่เราทำงานหามาได้ และถ้าเราทำงานด้วยสัตย์ซื่อ สิ่งที่หามาได้ก็เป็นของเราโดยชอบธรรม แต่กระนั้นความคิดเช่นนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงชีวิตในโลกที่ล้มลงในบาป อย่างไรก็ตามท้ายที่สุด ไม่ว่าเราจะมีหรือไม่มีทรัพย์สินมากมาย มีสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่เราควรจดจำไว้เสมอ

อ่านข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ อะไรคือใจความสำคัญหลักของข้อพระคัมภีร์ทั้งหมดนี้ และใจความสำคัญนั้นส่งผลต่อการที่เราใช้สิ่งของทางวัตถุที่พระเจ้าประทานแก่เราอย่างไร (สดุดี 24:1, ฮีบรู 3:4; สดุดี 50:10; ปฐมกาล 14:19; โคโลสี 1:15-17)

เราเป็นผู้ดูแลและจัดการทรัพย์สินที่พระเจ้าทรงมอบหมายแก่เรา กล่าวคือ พระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่งและพระองค์คือผู้ประทานชีวิตและการดำรงอยู่แก่เรา รวมถึงพละกำลังในการมีทุกสิ่ง ดังนั้น จึงสมเหตุสมผลที่จะเข้าใจว่า เมื่อเราเสร็จจากการงานทุกอย่างที่พระเจ้ามอบหมายแก่เราแล้วนั้น และเราได้ดูแลครอบครัวเรียบร้อยแล้ว เราควรคืนส่วนที่เหลือแก่พระองค์

“การทำงานรับใช้พระเจ้า คุณกำลังสะสมทรัพย์สมบัติสำหรับตนเองไว้ในสวรรค์ ทุกสิ่งที่คุณสะสมไว้เบื้องบนนั้นปลอดภัยจากภัยพิบัติและการสูญหาย และยังกลายเป็นนิรันดร์และยั่งยืน” “[และ] จะถูกจดไว้ในบันทึกของคุณในอาณาจักรแห่งสวรรค์” (เอลเลน จี. ไว้ท์, Counsels on Stewardship, หน้า 342)

การให้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์มากมาย เช่น

ผู้ให้สามารถเห็นผลของการให้ได้จริง เช่น การสร้างโบสถ์ใหม่ คนหนุ่มสาวในวิทยาลัย ทุนเพื่อการประกาศข่าวประเสริฐ เป็นต้น
พันธกิจหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะได้รับประโยชน์ในขณะที่มีความจำเป็นมากที่สุด
ไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวหรือเพื่อนหลังจากที่คุณเสียชีวิตแล้ว
เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครอบครัวในเรื่องของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความรักต่อผู้อื่น
ช่วยลดหย่อนภาษีมรดก
รับประกันว่าสิ่งที่คุณมอบให้จะนำไปใช้ยังหน่วยงานที่คุณต้องการ (โดยที่ศาลหรือญาติพี่น้องที่ไม่พอใจไม่สามารถเข้ามาแทรกแซง)
เป็นแบบอย่างให้เห็นว่าจิตใจของผู้มอบเปลี่ยนจากความเห็นแก่ตัวเป็นเห็นแก่ผู้อื่น
เป็นการสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์

WEDNESDAY, MARCH 08วันพุธ การให้เมื่อใกล้สิ้นใจเราเรียนรู้หลักการอะไรจากข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้เกี่ยวกับวิธีที่เราควรจัดกา...
08/03/2023

WEDNESDAY, MARCH 08
วันพุธ การให้เมื่อใกล้สิ้นใจ

เราเรียนรู้หลักการอะไรจากข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้เกี่ยวกับวิธีที่เราควรจัดการเงิน

1 ทิโมธี 6:17, 2 โครินธ์ 4:18, สุภาษิต 30:8, ปัญญาจารย์ 5:10

เงินอาจมีอิทธิพลอย่างมากกับมนุษย์ ซึ่งอาจนำคนจำนวนมากไปสู่ความพินาศ ใครบ้างที่ไม่เคยได้ยินข่าวที่ผู้คนทำสิ่งเลวร้ายเพียงเพราะเงิน ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีเงินอยู่แล้วมากมาย

จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเราสามารถเอาชนะความพยายามของศัตรูซึ่งเอาสิ่งที่เป็นพระพรไปจากเรา (ทรัพย์สินทางวัตถุ) และเปลี่ยนให้เป็นคำสาปแช่ง

ในบริบทของการเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินที่ดีด้วยการวางแผนไว้ก่อนการเสียชีวิตนั้น ยังมีสิ่งล่อลวงที่อันตรายอย่างหนึ่งที่ผู้คนอาจเผชิญคือ การเก็บสะสมทรัพย์สินไว้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยให้เหตุผลที่ต้องเก็บสะสมว่า “เมื่อฉันตาย เงินทั้งหมดนี้ฉันจะได้บริจาค” แม้การทำเช่นนี้จะดีกว่าการใช้จ่ายให้หมดไปในตอนนี้ (เศรษฐีคนหนึ่งบอกว่า ชีวิตนี้ดำเนินไปอย่างถูกต้องแล้วก็ต่อเมื่อเขารู้ว่ามีเงินเก็บสำหรับทำงานศพ) เราควรทำในสิ่งที่ดีกว่านี้

“ข้าพเจ้าเห็นว่ามีหลายคนไม่สนับสนุนงานการรับใช้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยกล่าวภายใต้จิตสำนึกว่า พวกเขาจะบริจาคเมื่อตายแล้ว คนเหล่านี้ไม่มีความเชื่อและวางใจในพระเจ้า ไม่กล้าที่จะบริจาคในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่การบริจาคหลังจากที่ตายแล้วนั้นมิใช่สิ่งที่พระคริสต์ประสงค์ให้ผู้ติดตามพระองค์ทำตาม ซึ่งไม่ควรให้เป็นข้อแก้ตัวให้กับความเห็นแก่ตัวของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ บรรดาผู้ที่ยึดทรัพย์ของตนไว้จนวาระสุดท้ายยอมจำนนต่อความตายมากกว่าสนับสนุนงานการรับใช้ การสูญเสียอาจเกิดขึ้นอยู่เสมอ ธนาคารล้มละลาย ทรัพย์สินถูกยึดในหลากหลายรูปแบบ หลายคนมีเป้าหมายที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง แต่พวกเขาล่าช้าจนสายเกินไป และซาตานพยายามกันไม่ให้เงินเหล่านี้เข้าสู่คลังของพระเจ้า เงินสูญหายไปก่อนที่จะกลับคืนสู่พระเจ้า และซาตานก็ดีใจที่เป็นเช่นนั้น” (เอลเลน จี. ไว้ท์, คำพยานสำหรับคริสตจักร, vol. 5, หน้า 154)

เหตุใดเราต้องใช้พระพรทางวัตถุที่เราได้รับอย่างรอบคอบ

TUESDAY, MARCH 07วันอังคาร เริ่มจากความจำเป็นส่วนตัวในสมัยพันธสัญญาเดิม ลูกหลานชนชาติอิสราเอลจำนวนมากเป็นชาวนาและคนเลี้ย...
07/03/2023

TUESDAY, MARCH 07
วันอังคาร เริ่มจากความจำเป็นส่วนตัว

ในสมัยพันธสัญญาเดิม ลูกหลานชนชาติอิสราเอลจำนวนมากเป็นชาวนาและคนเลี้ยงแกะ ดังนั้น พระพรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้จึงอยู่ในรูปภาษาของการทำสวนไร่นาและเลี้ยงสัตว์ ตัวอย่างเช่น สุภาษิต 3:9, 10 พระเจ้าตรัสว่า ถ้าเราสัตย์ซื่อทางการเงินต่อพระองค์ “ยุ้งของเจ้าจะเต็มบริบูรณ์” ซึ่งในปัจจุบันคริสเตียนจำนวนมากไม่มียุ้งฉาง ดังนั้น เราจึงเข้าใจได้ว่า พระเจ้าจะอวยพรการงานหรือธุรกิจของเราหากเราเต็มใจปฏิบัติตามและเชื่อฟังพระองค์

อ่าน สุภาษิต 27:23-27 คุณจะตีความ “จงรู้ความทุกข์สุขของฝูงแพะแกะของเจ้าให้ดี” ในแง่ของการดำเนินชีวิตคริสเตียนในยุคปัจจุบันว่าอย่างไร

ไม่ว่าพระคัมภีร์จะเตือนคนมั่งคั่งไม่ให้เหยียบย่ำคนจนหรือโลภในความมั่งคั่งของตนมากเพียงใด แต่พระคัมภีร์ก็ไม่เคยประณามความมั่งคั่งหรือความพยายามของผู้คนในการได้มาซึ่งความร่ำรวย แน่นอนว่าต้องไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยทุจริตหรือจากการกดขี่ข่มเหงผู้อื่น อันที่จริง ข้อพระคัมภีร์สำหรับวันนี้ในสุภาษิตบ่งชี้ว่า เราควรขยันหมั่นเพียรในเรื่องการเงินเพื่อเราจะได้มีเพียงพอสำหรับตนเองและครอบครัว “จะมีนมแพะพอเป็นอาหารแก่เจ้า เป็นอาหารแก่ครอบครัวของเจ้า และเป็นเครื่องยังชีพแก่สาวใช้ของเจ้า” (สุภาษิต 27:27)

เราจะเรียบเรียงพระคัมภีร์ข้อนั้นให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างไร เราอาจจะถอดความได้ว่า “จงตรวจตราบันทึกทางการเงินและกำหนดสถานะทางการเงินของคุณ” หรือ “จัดทำงบแสดงฐานะการเงินและทำความเข้าใจอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของคุณ” ในบางครั้งระหว่างปีที่คุณยังมีรายได้ อาจให้ตรวจสอบพินัยกรรมหรือเอกสารอื่น ๆ ของคุณ บันทึกทรัพย์สินปัจจุบันและปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันตามความจำเป็น เอกสารต่าง ๆ เช่น พินัยกรรมหรือการจัดการมรดกควรมีการจัดการแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรหรือปัญหาสุขภาพที่ทำให้คุณไม่สามารถทำการตัดสินใจได้ว่าทรัพย์สินของคุณควรตกอยู่กับใคร แนวคิดคือ การวางแผนล่วงหน้าว่าทรัพย์สินของคุณจะดำเนินต่อไปอย่างไร หากเมื่อคุณไม่ใช่เจ้าของมันอีกต่อไป

กล่าวโดยสรุปได้ว่า การดูแลทรัพย์สินที่พระเจ้าอวยพรแก่เราให้ดีนั้น ไม่ได้ต้องทำในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการหลังจากที่เราจากไปด้วย ถ้าพระเจ้ายังไม่เสด็จกลับมาในช่วงชีวิตของเรา วันหนึ่งเราจะต้องจากโลกนี้ไป แต่ทรัพย์สินทางวัตถุของเราจะยังคงอยู่ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเพียงใด ดังนั้น ตอนนี้จึงขึ้นอยู่กับเราที่จะจัดเตรียมพระพรที่เราได้รับนั้นให้เป็นพรแก่ผู้อื่นต่อไปและเพื่อความก้าวหน้าในงานของพระองค์

“เพราะความมั่งคั่งไม่ยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์” (สุภาษิต 27:24) เหตุใดเราจึงต้องพิจารณาถึงเรื่องเหล่านี้

MONDAY, MARCH 06วันจันทร์ คุณจะเอาไปด้วยไม่ได้เลยมีคนเคยถามผู้ประกาศศาสนาชื่อดังอย่าง บิลลี่ แกรแฮม ในครั้งที่เขามีอายุม...
06/03/2023

MONDAY, MARCH 06
วันจันทร์ คุณจะเอาไปด้วยไม่ได้เลย

มีคนเคยถามผู้ประกาศศาสนาชื่อดังอย่าง บิลลี่ แกรแฮม ในครั้งที่เขามีอายุมากแล้วว่า (ตอนนี้บิลลี่อยู่ในช่วงอายุ 60 ปี) อะไรที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดเกี่ยวกับชีวิต บิลลี่ตอบว่า “ความสั้นของชีวิต”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชีวิตนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก

ข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้สอนเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์บนโลกนี้ว่าอย่างไร สดุดี 49:17; 1 ทิโมธี 6:6, 7; สดุดี 39:11; ยากอบ 4:14; ปัญญาจารย์ 2:18-22

ไม่เพียงแต่ชีวิตที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อคุณตาย คุณจะไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้เลย นอกจากคุณความดีที่คุณเคยสะสมมา (หรือลักษณะนิสัย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) “เพราะเมื่อเขาตาย เขาจะเอาอะไรไปไม่ได้เลย” (สดุดี 49:17) ซึ่งหมายความว่า เขาหรือเธอจะต้องทิ้งทรัพย์สินไว้ให้คนอื่นได้รับ ใครจะได้รับ แน่นอนว่า ขึ้นอยู่กับแผนการที่เตรียมไว้ล่วงหน้า

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มีมรดกติดตัว แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่ทำงานมาหลายปี ได้สะสมทรัพย์สมบัติไว้บางส่วนบ้าง ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากที่คุณตายจะเกิดอะไรขึ้นกับสมบัติเหล่านี้ ซึ่งเป็นคำถามที่สำคัญมากที่เราควรพิจารณา สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สมบัติในบั้นปลายชีวิตไม่ว่าจะมากหรือน้อยเพียงไร การวางแผนมรดกนั้นอาจเป็นการดูแลทรัพย์สินของพระเจ้าเป็นอย่างสุดท้ายที่เราจะทำได้ คือการจัดการสิ่งที่พระเจ้าอวยพรแก่เราอย่างรอบคอบ ถ้าคุณไม่มีการวางแผนมรดกของคุณในรูปแบบของพินัยกรรมหรือคำสั่งเสีย กฎหมายของรัฐอาจเข้ามามีส่วนในการจัดการทรัพย์สินของคุณ (ขึ้นอยู่กับว่าคุณอาศัยอยู่ที่ไหน) ถ้าคุณตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ อำนาจศาลส่วนใหญ่จะส่งต่อทรัพย์สินของคุณให้กับญาติของคุณ ไม่ว่าพวกเขาจะต้องการหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะใช้เงินให้เกิดประโยชน์หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าคุณต้องการให้ส่วนหนึ่งของทรัพย์สินแก่บุคคลนั้นหรือไม่ก็ตาม คริสตจักรจะไม่ได้รับอะไรเลย แต่ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ใช่ คุณก็จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า

แนวทางง่ายที่สุด เราสามารถบอกได้ว่า เนื่องจากพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่ง (ดูใน สดุดี 24:1) จึงสมเหตุสมผลที่จะสรุปจากมุมมองในพระคัมภีร์ได้ว่า เมื่อเราเสร็จสิ้นจากสิ่งที่พระเจ้ามอบให้เราแล้ว หลังจากที่เราดูแลความต้องการของคนที่เรารักแล้ว เราควรคืนสิ่งเหล่านั้นให้กับพระองค์พระผู้ทรงเป็นเจ้าของโดยชอบธรรม

อย่างที่เราทราบกันว่า ความตายนั้นเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยไม่คาดคิด อาจจะเกิดขึ้นวันนี้ก็เป็นได้ หากคุณต้องจบชีวิตลงในวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่คุณรัก และจะเกิดอะไรขึ้นกับทรัพย์สมบัติของคุณ ทรัพย์สินของคุณจะถูกแบ่งสรรปันส่วนตามที่คุณต้องการหรือไม่

SUNDAY, MARCH 05วันอาทิตย์ เศรษฐีโง่อ่าน ลูกา 12:16-21 ข้อพระคัมภีร์นี้เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร พระเจ้าทรงตำหนิเศรษฐีโง่อ...
05/03/2023

SUNDAY, MARCH 05
วันอาทิตย์ เศรษฐีโง่

อ่าน ลูกา 12:16-21 ข้อพระคัมภีร์นี้เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร พระเจ้าทรงตำหนิเศรษฐีโง่อย่างไร และเรื่องนี้สอนอะไรเราถึงทัศนคติที่เรามีต่อสิ่งที่เราเป็นเจ้าของ

แม้บทเรียนที่ได้รับจะกว้างกว่านี้ บางคนอาจแย้งว่า นี่เป็นเรื่องราวที่พระเยซูทรงเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ควรทำในวัยเกษียณ กล่าวคือ หากบุคคลใดลาออกจากงานเพื่อใช้ทรัพย์สินที่สะสมไว้กับตัว เขาคนนั้นควรระวังและตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การทำงานหนักหรือร่ำรวย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นและอาจจะรวยขึ้นด้วยซ้ำ ปัญหาอยู่ที่ทัศนคติต่อทรัพย์สมบัตินั้น คำที่เขากล่าวว่า “จิตใจเอ๋ย เจ้ามีทรัพย์สมบัติมากเก็บไว้พอหลายปี จงอยู่สบาย กิน ดื่ม และรื่นเริงเถิด” (ลูกา 12:19) แสดงให้เห็นปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนี้

“เป้าหมายของชายผู้นี้ไม่ได้สูงไปกว่าบรรดาสัตว์เดรัจฉานที่ต้องพินาศ เขาดำเนินชีวิตราวกับว่าไม่มีพระเจ้า ไม่มีสวรรค์ ไม่มีชีวิตในอนาคต ราวกับว่าทุกสิ่งที่เขามีเป็นของตัวเขาเอง และเขาไม่ได้เป็นหนี้อะไรพระเจ้าหรือมนุษย์เลย” (เอลเลน จี. ไว้ท์, อุทาหรณ์จากคำสอนของพระคริสต์, หน้า 257, 258)

ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ถ้าเราคิดถึงแต่ตัวเองเพียงอย่างเดียวและละเลยความต้องการของผู้อื่นและงานของพระเจ้า เราก็กำลังดำเนินตามแบบอย่างของเศรษฐีโง่คนนี้ ไม่มีข้อบ่งชี้ใดในคำอุปมาของพระเยซูที่กล่าวว่า เศรษฐีคนนั้นเกียจคร้านหรือไม่ซื่อสัตย์ ปัญหาอยู่ที่วิธีที่เขาใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานแก่เขา เนื่องจากเราไม่รู้วันตายของเรา เราควรเตรียมพร้อมเสมอโดยดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้าแทนที่จะดำเนินชีวิตด้วยความเห็นแก่ตัว

ภาพทั่วไปในพระคัมภีร์คือ บุคคลหนึ่งควรทำงานและยังคงทำประโยชน์ตราบเท่าที่เขาหรือเธอสามารถทำได้ อันที่จริง เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้เขียนหนังสือคำพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งดาเนียลและวิวรณ์ทั้งสองมีอายุ 80 ปีเมื่อเขียนงานเสร็จ ซึ่งเขาทั้งสองอยู่ในช่วงเวลาที่คนมีอายุเฉลี่ยประมาณ 50 ปี นางเอลเลน จี. ไว้ท์ ตีพิมพ์หนังสือที่รู้จักกันดีและเป็นที่รักมากของหลาย ๆ คน เช่น หนังสือผู้พึงปรารถนาแห่งปวงชน ในช่วงที่เธอมีอายุหลังจาก 70 ปี ตราบใดที่เรามีสุขภาพดี อายุไม่ควรหมายถึงการที่เราหยุดทำประโยชน์และทำความดี

พระเยซูทรงแนะนำผู้ที่รอคอยการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ว่า ไม่เพียงแต่ให้เฝ้าคอยเท่านั้น แต่ให้ยังคงทำงานต่อไปด้วย (มัทธิว 24:44-46)

เราจะหลีกเลี่ยงการตกหลุมพรางเช่นเดียวกับชายคนนี้ได้อย่างไร ไม่ว่าเราจะอายุเท่าใดหรือมีเงินมากเท่าใดก็ตาม จงถามตัวเองว่า “ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”

SATURDAY, MARCH 04การให้คืนอ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้ลูกา 12:16-21; ปัญญาจารย์ 2:18-22; สุภาษิต 27:23-27; ...
04/03/2023

SATURDAY, MARCH 04
การให้คืน

อ่านข้อพระคัมภีร์สำหรับบทเรียนสัปดาห์นี้

ลูกา 12:16-21; ปัญญาจารย์ 2:18-22; สุภาษิต 27:23-27; 2 โครินธ์ 4:18; ปัญญาจารย์ 5:10, 12; โคโลสี 1:15-17

ข้อควรจำ

“และข้าพเจ้าได้ยินเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า ‘จงเขียนไว้เถิดว่า ตั้งแต่นี้ไป คนทั้งหลายที่ตายในองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เป็นสุข’ และพระวิญญาณตรัสว่า ‘จริงอย่างนั้น พวกเขาจะได้หยุดพักจากการตรากตรำของเขา เพราะการงานที่พวกเขาได้ทำนั้นจะติดตามเขาไป’ ” (วิวรณ์ 14:13)

เมื่อเราใกล้ถึงวัยเกษียณ เป้าหมายทางการเงินของเราเปลี่ยนแปลงไปสู่การเก็บทรัพย์สินของเราโดยคาดหมายว่าจะใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิต การเปลี่ยนจากวัยทำงานไปสู่การเกษียณอายุอาจเป็นประสบการณ์ที่ทำให้จิตใจบอบช้ำเป็นอย่างมาก ในแง่ของการเงิน อะไรคือวิธีที่ดีที่สุดที่เราควรทำ

เมื่อผู้คนอายุมากขึ้น โดยธรรมชาติแล้วมักเริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคต ความกลัวที่พบบ่อยที่สุดคือ ตายเร็วเกินไป (ก่อนที่จะได้ดูแลครอบครัว) อายุยาวเกินไป (อายุยืนจนใช้เงินเก็บจนหมด) ความเจ็บป่วย (ทรัพย์สินทุกอย่างอาจหมดไปในคราวเดียวเพราะการรักษา) และความพิการทางจิตใจหรือความพิการทางร่างกาย (ใครจะดูแลเรา)

นางเอลเลน จี. ไว้ท์ แสดงความคิดเห็นต่อความกลัวเหล่านี้ว่า “ความกลัวทั้งหมดล้วนมีต้นกำเนิดมาจากซาตาน... ถ้าพวกเขาทำตามคำแนะนำของพระเจ้า บั้นปลายชีวิตของพวกเขาคงจะเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขที่สุด... พวกเขาควรละความวิตกกังวลและวางภาระลง และใช้เวลาของตนอย่างมีความสุขเท่าที่จะมีได้ และพร้อมที่จะก้าวสู่สวรรค์” (เอลเลน จี. ไว้ท์, คำพยานสำหรับคริสตจักร, vol. 1, หน้า 424)

สัปดาห์นี้เราจะทบทวนคำแนะนำของพระเจ้าสำหรับช่วงบั้นปลายชีวิต มีอะไรบ้างที่เราควรทำและหลีกเลี่ยง และเราควรปฏิบัติตามหลักการใด

ที่อยู่

9/4 Thanon Chanthanimit 5 Soi 15 Chantanimit 5 Soi 15 Moo 8
Chanthaburi
22000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Seventh Day Adventist Church Chanthaburi Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Seventh Day Adventist Church Chanthaburi Thailand:

แชร์