วัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี

วัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี ดูแลเพจโดย พระครูวินัยธรโชคชัย อภิธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าคลองกุ้ง เจ้าคณะตำบลจันทนิมิต เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี (ธรรมยุต)
(1)

บารมีท่านพ่อลี บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ณ วัดป่าคลองกุ้ง สมัยท่านพ่อลีทำให้ผมนึกถึงเวลาที่ลูกศิษย์ลูกหาของ ท่านพ่อลี ธมฺมธโ...
13/04/2023

บารมีท่านพ่อลี บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์
ณ วัดป่าคลองกุ้ง สมัยท่านพ่อลี

ทำให้ผมนึกถึงเวลาที่ลูกศิษย์ลูกหาของ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร มาร่วมแสดงมุทิตาจิตต่อท่านพ่อลี ในช่วงเวลาคล้ายวันเกิดและเทศกาลสงกรานต์
ถ้าจะพูดถึงท่านพ่อลีของพวกเราแล้ว ท่านพ่อเป็นพระอริยะสงฆ์ที่ไม่เคยหยุดอยู่เฉย ท่านพ่อลีมีกิจนิมนต์เยอะมาก เดินทางบ่อยมากขึ้นเหนือลงใต้ อีสานตะวันออกตะวันตกมิได้ขาด โดยเฉพาะช่วงหลังๆแทบไม่ได้หยุดพักเลยทำให้ลูกศิษย์สายจันทบุรีและสายต่างๆที่มีความนับถือและระลึกถึงท่านพ่อ เป็นห่วงท่านพ่อเป็นอันมาก

เวลาที่วัดป่าคลองกุ้งมีงานหรือท่านพ่อลีเดินทางกลับมาถึงที่วัดป่าคลองกุ้ง จะมีผู้คนหลั่งไหลมานมัสการท่านพ่อมิได้ขาดสาย แน่นขนัดทั้งวัดเลยทีเดียว ดังที่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนเคยเล่าไว้ว่า ท่านพ่อลีท่านเป็นที่นับถือมากฉันเคยตามไปวัดป่าคลองกุ้งหนหนึ่ง พอท่านกลับถึงวัด ไม่ว่าจะคหบดี พ่อค้า ข้าราชการ คุณหญิง คุณนายประชาชนทั่วไปไม่รู้มาจากไหนมากมายนัก ลุมล้อมท่านจนมองไม่เห็นเลยอย่างกับมีเรื่องมีราวใหญ่โตอะไร ท่านพ่อลียังไม่ทันได้เข้ากุฏิเลยต่างคนต่างร้องบอกท่านพ่อช่วยประพรมน้ำมนต์ให้หน่อย

ท่านพ่อลีท่านเก่งมาก ท่านใช้เด็กวัดไปเอากระป๋องตักน้ำมาตั้งแล้วสั่งให้เอา"กาคำ"(สิ่งของชนิดหนึ่งทำจากหญ้าคาเหลาไปออกตัดปลายให้ยาวเท่าๆกันตากแดดพอให้แห้งมาดๆทำเป็นกำมัดรวมกัน พระสงฆ์ใช้สำหรับประพรมน้ำมนต์) ท่านพ่อลีมีพลังจิตแข็งท่านใช่กาคำจุ่มน้ำในกระป๋องแล้วประพรมออกไปเลยไม่ต้องท่องมนต์อันใด อันนี้ฉันเชื่อว่าท่านกำหนดไปพร้อมกันหายากนะพระสงฆ์ที่จะทำได้แบบนี้ ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน กล่าวไว้

การแสดงมุทิตาจิตต่อท่านพ่อลีเนื่องในวันครบรอบวันเกิดหรือในวันสงกรานต์ของเหล่าศิษยานุศิษย์ จะมีการจัดเตรียมงานกันล่วงหน้าโดยความร่วมมือระหว่างกรรมการวัดและลูกศิษย์ ต้องปลูกอัฒจันทร์ขึ้นเป็นวงกลม ตรงกลางมีที่สำหรับนั่งบนอัฒจันทร์สามารถเดินวนขึ้นลงได้ ตรงกลางจะอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อยสำหรับให้ท่านพ่อลีนั่งตรงกลาง ระหว่างอัฒจันทร์ที่ยกสูงขึ้นจะมีรางน้ำพญานาคโยงจากข้างบนลงสู่เก้าอี้ตรงกลาง นางพญานาคนี้ทำจากไม้ไผ่ผ่ากลางแกะขั้นปล่องกลางออก เพื่อเวลารดน้ำท่านพ่อลี
น้ำจะไหลจากรางพญานาคตกสู่ท่านพ่อเอง

เมื่อถึงเวลาทางวัดก็จะจัดเตรียมน้ำสำหรับสรงท่านพ่อ ก็จะใช้น้ำอบลอยด้วยดอกไม้มงคลต่างๆ ในช่วงแรกกำหนดจัดงานมีระยะเวลา 3 วันแต่ลูกศิษย์ลูกหาหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ทั้งสายเหนือสายใต้ในกรุงเทพก็มาทำให้ต้องเพิ่มเวลาเป็น7วันแต่ก็ยังไม่เพียงพอจนสุดท้ายไปจบที่ 15 วัน เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์ทั่วถึงกันกับลูกศิษย์ทุกสาย บรรยายกาศในงานเต็มไปด้วยลูกศิษย์ที่มาแสดงมุทิตาจิตต่อท่านพ่อลีด้วยความเคารพและศรัทธาอย่างมาก ถือว่าเป็นงานใหญ่มากเลยที่เดียวรวมคนทุกชนชั้นเข้าด้วยกัน

"โอวาทที่ท่านพ่อลีให้เป็นประจำในงานนี้คือขอบใจญาติโยมที่มาแสดงมุทิตาจิตต่อฉัน ขอความสำเร็จ สำเร็จ สำเร็จจงมีแก่ทุกคน"ท่านพ่อลีท่านไม่เคยเลือกว่าศิษย์คนไหนมีมากมีน้อย ขอให้มีศีลมีธรรมและมีศรัทธาต่อท่านถือว่าทุกคนเท่ากัน "เข้าถึงท่านได้หมด"

วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันคล้ายวันมรณภาพหลวงปู่ถวิล จิณณธัมโม รำลึก ๓๘ ปี อาจาริยบูชาคุณ #หลวงปู่ถวิล ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่...
12/04/2023

วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันคล้ายวันมรณภาพหลวงปู่ถวิล จิณณธัมโม รำลึก ๓๘ ปี อาจาริยบูชาคุณ

#หลวงปู่ถวิล ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถร , ท่านพ่อลี ธัมมธโร และเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโทฺ ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก

ประวัติหลวงปู่ถวิล จิณณธัมโม แห่งวัดธรรมหรรษาราม บ้านยางระหง จ.จันทบุรี

ท่านพระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโม เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๓ ปีวอก อันเป็นปีที่ สมเด็จพระศรีพัชรรินทราบรมราชินีนาถ (พระราชมารดาของ รัชกาลที่ ๖ และ รัชกาลที่ ๗ ) เสด็จสวรรคต
ณ ที่ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี สมัยเด็กท่านเติบโตมาท่ามกลางป่าเขาเรือกสวนผลไม้ อาทิ เงาะ ทุเรียน สมัยเป็นฆราวาสก่อนที่จะได้เข้ามาบวช หนุ่มถวิล ได้ไปรับใช้ชาติบ้านเมืองเป็นทหารออกทำศึกกับข้าศึกที่เมืองเชียงตุง ครั้นพอปลดประจำการ ท่านจึงมีสภาพเป็น "ทหารผ่านศึก" เขาปล่อยให้กลับบ้าน แต่ทางการมาส่งแค่ จ.ลำปาง เท่านั้น

ท่านพระอาจารย์ถวิล เล่าเชิงขบขันว่า "อาตมามองหารถไม่มีก็เลยต้องออสตีน" จากลำปางจนถึงบางกอก โน้นสมัย...นายควง อภัยวงศ์ อ.ปรีดี พนมยงค์ จากกรุงเทพฯเดินเรื่อยมาถึงเมืองชล-ระยองบุกป่าฝ่าดงไปทะลุเอาที่จันทบุรี พอมาถึงก็เข้าวัดป่าคลองกุ้งเลย ป่วยเป็นไข้ป่า เล่นเอาเกือบตาย ได้ท่านพ่อลี ธัมมธโร (วัดอโศการาม) มาดูอาการไข้ แล้วเอายาให้กิน ภายหลังจากหายโรคแล้วก็เดินทางกลับบ้าน

ครั้นไปถึงบ้านมารดาและญาติๆ ลงมติว่าจะให้หนุ่มถวิลบวช แต่ทุกคนก็ได้ยินคำปฏิเสธจากหนุ่มถวิลว่า "ไม่บวช" ยังไงก็ไม่บวช มารดาพี่น้องทุกคนต่างอ่อนอกอ่อนใจไปตามๆกัน จึงพากันไปนมัสการ ท่านพ่อลี ที่วัดป่าคลองกุ้งให้ช่วยเหลือ ท่านพ่อลี จึงมีจดหมายเรียกตัวหนุมถวิลให้ไปหาที่วัด หนุ่มถวิลมีความเคารพในองค์ท่านพ่อลีมากจึงไม่ขัดขืน เดินทางมาที่วัด บรรดาญาติโยมก็มากันเต็มศาลาเหมือนนัดกันไว้ ท่านจึงพูดว่าเจ้าต้องบวช "ไม่มากก็น้อย เจ้าจะต้องบวช" ก็เลยต้องฝืนใจรับปากไปว่าบวชก็บวช ครั้นถึงวันอุปสมบท หนุ่มถวิลก็ได้รับความเมตตาจากท่านพ่อลี จัดการบวชให้ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๙ โดยมีพระอมรโมลี วัดจันทนาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร วัดป่าคลองกุ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูพิพัฒน์วิหารการ วัดจันทนาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ วัดคลองกุ้ง อ.เมือง จ.จันทบุรี ได้รับฉายาว่า " จิณณธัมโม" ท่านตั้งใจว่าจะขอบวชเพียง ๓ เดือนเท่านั้น

พระอาจารย์ถวิล ท่านมีวาสนาได้อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์อันประเสริฐอย่างท่านพ่อลี ครั้นเมื่อครบ ๓ เดือนท่านจึงเข้าไปกราบเรียนกับท่านพ่อลี เพื่อลาสิกขาบท แต่ท่านพ่อลี ท่านเล็งรู้ด้วยญาณว่า ...พระถวิล เกิดมาเพื่อรับใช้พระพุทธศาสนา ท่านจึงพูดว่า เฮ้ย...ไปบุกป่าเสียก่อน ฝึกสมาธิสัก ๒ เดือนแล้วค่อยมาลาใหม่ ในที่สุด พระอาจารย์ถวิลจึงจำใจปฏิบัติตาม โดยท่านพ่อลีสั่งให้ท่านพระอาจารย์เฟื่อง เป็นผู้นำพระอาจารย์ถวิล แบกกรด สะพายบาตร เข้าป่า นับว่าเป็นอุบายให้เข้าถึงธรรมะของพ่อแม่ครูบาอาจารย์

ท่านพระอาจารย์เฟื่องได้พาพระอาจารย์ถวิลไปปักกลดในป่าช้าแห่งหนึ่งมีศพคนตายขึ้นอืดพองไปทั้งตัว ส่งกลิ่นอย่างขนาดหนัก อาจารย์เฟื่องท่านว่า " เอาตรงนี้แหละ กลางวันก็หอม กลางคืนก็หอม" พอปักกลดเรียบร้อย ท่านก็ให้เดินจงกรม หลังจากเดินจงกรมแล้ว ก็นั่งสมาธิต่อ จิตเกิดรวมขนาดหนัก รู้สึกตัวเองนั่งแข็งเป็นเหล็ก มีสติทุกขณะจิต ดูเหมือนเต็มเปี่ยมในทุกอริยาบถ

พระอาจารย์เฟื่องและพระอาจารย์ถวิลบุกป่าฝ่าดงไปหลายแห่ง ต่างเร่งบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ไม่เคยทิ้งอริยาบถใดให้เคลื่อนจากองค์ภาวนา บัดนี้พระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโม ได้พบของดีแล้ว ความคิดที่อยากจะสึกออกไปใช้ชีวิตทางโลกดูเหมือนจะลืมไปเสียแล้ว จิตใจมีแต่ความอิ่มเอิบ เบิกบานในศีล สมาธิ และปัญญาที่ได้ และเมื่อธุดงค์กลับมาที่วัดป่าคลองกุ้งก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องที่จะขอลาสึกอีกเลย

ต่อมาภายหลังจากออกพรรษาแล้ว บรรดาศิษย์ของท่านพ่อลี ได้ปรารภกันถึงกิตติศัพท์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และครั้นพอได้ยินชื่อเท่านั้นก็เกิดมีความรู้สึกศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง จึงเข้าไปกราบลาท่านพ่อลี เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าจะไปกราบพระอาจารย์มั่นที่สกลนคร แต่ท่านพ่อลี พูดเพียงประโยคเดียวว่า "ยังไม่ให้ไป"

พระอาจารย์ถวิล จึงต้องอยู่ศึกษาปฏิบัติธรรมที่วัดคลองกุ้งต่อไป และเมื่อได้โอกาสท่านและคณะอีก ๔ องค์ ก็ได้เข้าไปขออนุญาตอีกเป็นครั้งที่ ๒ ท่านพ่อลีพิจารณาแล้วจึงได้อนุญาต จากนั้นท่านพ่อลี ได้กล่าวอบรมเมตตาสั่งสอนแนวทางการดำเนินชีวิตในป่าดงพงไพร ที่เต็มไปด้วยอันตรายนานาชนิด โดยให้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

จากนั้นคณะธุดงค์ก็ได้เริ่มออกเดินทางผ่านทางระยอง-ชลบุรี-กรุงเทพฯ แต่ละแห่งพักอยู่ไม่เกิน ๒ วัน ถึงกรุงเทพฯ ก็ได้ไปพักที่บ้านตระกูล "ว่องวานิช" แล้วเดินทางมุ่งหน้าไปภาคอีสานด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ขอเพียงได้กราบเท้าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สักครั้งเดียวก็พอใจแล้ว

พระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโม กล่าวไว้ว่า การเดินธุดงคกรรมฐานต้องอาศัยสติ เดิน ยืน นั่ง นอนต้องมีสติมันจึงจะบังเกิดผลแห่งการภาวนา ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯถึงโคราช ๑๗-๑๘ วันเข้ารายงานตัวที่วัดป่าสาละวัน ซึ่งเป็นศูนย์พระกรรมฐานและได้พบพระผู้ใหญ่หลายๆ องค์ จากนั้นก็ออกเดินธุดงค์มุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี พักอยู่ที่ จ.อุดรธานี ๒-๓ วัน ก็ไปต่อ

แต่การเดินธุดงค์แบบไม่ค่อยจะรู้หนทาง จึงเป็นเหตุให้คณะธุดงค์ของพระอาจารย์ถวิล หลงป่าไปทะลุยัง อ.วานรนิวาส แถวๆ บ้านกูดแฮด อนึ่งเวลาก็จวนเจียนจะเข้าพรรษา จึงต้องอยู่จำพรรษาที่ อ.วานรนิวาส เสีย ๑ พรรษา ในระหว่างที่จำพรรษาที่นั่น ก็ได้มีโอกาสพบกับท่านพระอาจารย์อุ่น และท่านพระอาจารย์อุ่น ได้นำคณะของท่านพระอาจารย์ถวิล มาอยู่จำพรรษากับหลวงปู่กงมา จิรปุญโญ อีก ๑ พรรษา

หลวงปู่อว้าน เขมโกเล่าสมัยท่านเป็นเด็กได้กราบหลวงปู่มั่น และท่านพระอาจารย์ถวิล
ท่านพระอาจารย์มั่นที่ได้พบตอนเด็ก
อาตมาออกโรงเรียนแล้ว ก็ได้ติดตาม หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ ไปกราบ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ ที่วัดป่าบ้านหนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) ไปพักที่นั่น ๓ คืน พักกับหลวงปู่กงมา พอไปถึงท่านพระอาจารย์มั่นบ่นเกี่ยวกับ พระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโม ซึ่งท่าน เอาปูนซีเมนต์หุ้มต้นเสากันมดไม่ให้ขึ้น ท่านบ่นแล้วบ่นเล่าว่า “ไม่ดีๆ”

เช้ามา หลวงปู่กงมาก็พาหมู่ทุบแล้วก็ทำใหม่ พระอาจารย์ถวิลก็มาช่วยทำอีกอย่างเก่า ท่านพระอาจารย์มั่นท่านเดินดูตามลูกกรงส่องมาดู ท่านว่า “ท่านถวิล มันเฮ็ดหยังคือไก่เขี่ยเนี่ย” ท่านพูดให้พระอาจารย์ถวิลองค์เดียว ตอนอาตมาเป็นเด็กก็ได้ยิน ได้ช่วยท่านก่อปูนด้วย แต่ไม่รู้จักความหมาย

ต่อเมื่ออาตมาเข้ามาบวชคราวนี้ ก็ได้นำคำพูดคำนั้น มาศึกษาดู แปลว่ายังไง ก็พระอาจารย์ถวิลท่านเก่งทางปูน ท่านเป็นช่างปูน แต่ทำให้ท่านพระอาจารย์มั่นติแล้วติเล่า นำมาศึกษาดู ก็ได้ความว่า...ท่านเตือนสติ ท่านให้มีสติสำรวม ส่งจิตไปอื่นไม่ได้ แล้วถ้าส่งจิตไปเพื่อความสวยความงามนั้นไม่ได้ ท่านพระ อาจารย์มั่นอนุญาตให้ทำได้ ถ้าทำเพื่อให้แข็งแรง ทนทาน ตั้งอยู่ได้นาน แต่ถ้าจะเพ่งเพื่อความสวยความงามไว้อวด คนอื่นอย่างนั้นไม่ได้

ท่านพระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโมมีอะไรๆ ที่พิเศษอยู่มาก แต่ท่านไม่พูด ไม่กล้าที่จะพูดอวดใคร ท่านว่า "เรื่องลี้ลับในพระศาสนานี้มีจริง ต้องปฏิบัติเองจึงจะรู้" ..ภายหลังจากพระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโมอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ก็มีเหตุการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้นคือ …ท่านทั้งสองเหมือนเป็นดังคู่ทดสอบพลังจิตซึ่งกันและกัน ซึ่งก็เป็นผลแห่งพระกรรมฐานนั่นเอง

วันหนึ่ง หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ท่านนั่งสมาธิ ท่านนั่งไปอยู่ชั่วครู่ ก็มีอาการตัวลอยขึ้น ร่างกายทุกส่วนเหมือนไร้น้ำหนัก ตัวท่านลอยขึ้นๆจากพื้นประมาณหนึ่งเมตรเห็นจะได้ แล้วค่อยๆวนเวียนไปรอบๆ ห้องปฏิบัติพระกรรมฐาน การลอยตัวได้ขณะที่นั่งสมาธิ พระอาจารย์ถวิล ก็ไม่น้อยหน้ากว่ากัน ท่านสามารถนั่งจนตัวลอยไปรอบๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว

"เมื่อผู้ใดได้ฝึกสอนอบรมจิตใจให้แก่กล้าแล้ว รับรองว่าต้องได้ผล ปัจจุบันนี้เกรงว่าจะไม่เอาจริงและไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาปล่ะซิ จึงเที่ยวก่อกรรมกันไม่ว่างเว้นครั้นพอมีภัยจวนตัวเข้า ก็พึ่งหาพระ ก็กรรมมันไล่ถึงตัวแล้วใครจะไปช่วยได้เล่า..."ธรรมะของ หลวงปู่ถวิล จิณณธัมโม (พระครูอรัญญาภิรัต) วัดธรรมหรรษาราม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

เมื่อบั้นปลายชีวิตท่านพระอาจารย์ถวิล จิณณธัมโม อาพาธ จิตท่านบรรลุธรรมถึงขั้นอนาคามีผลแล้วแต่ติดอยู่แค่นั้น พิจารณาไปไหนต่อไม่ได้ จึงได้เขียนจดหมายกราบเรียนหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ไปที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี หลวงตามหาบัวท่านก็เมตตาเขียนจดหมายสอนข้อธรรมตอบกลับมาให้ท่านพระอาจารย์ถวิล ได้พิจารณาข้อธรรมขั้นที่สูงขึ้นไป

หลวงปู่ถวิล จิณณธัมโม มรณภาพลงด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๘ สิริอายุ ๖๖ ปี ๒๙ วัน พรรษา ๔๐

คัดลอกจากนิตยสารโลกทิพย์ ฉบับที่ ๔๙ ปีที่ ๔ เดือนมกราคม(ฉบับหลัง) ๒๕๒๘ ; สัมภาษย์โดย คุณดำรงค์ ภู่ระย้า หมายเหตุ เนื้อหาประวัติมีจำนวนมาก แอดมินท่องถิ่นธรรมคัดลอกย่นย่อมาเพียงบางส่วนจากข้อมูลหน้า ๑๒ - ๓๙

วันที่ ๑๓ เมษายนเป็นวันคล้ายวันมรณภาพของหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี รำลึก ๑๒ ปี อาจาริยบูชาคุณ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งวั...
12/04/2023

วันที่ ๑๓ เมษายนเป็นวันคล้ายวันมรณภาพของหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี รำลึก ๑๒ ปี อาจาริยบูชาคุณ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งวัดเทพธารทอง ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ท่านเป็นพระภิกษุชาวเขมรที่ได้อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาแสวงหาโมกขธรรมในภาคตะวันออก และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ท่านพ่อลี ธัมมธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าคลองกุ้ง

หลวงปู่พิศดู ท่านเป็นพระที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ ออกรุกขมูลอยู่ตามราวป่าเป็นวัตร ท่านเป็นภิกษุผู้มีพลังจิตและมีเมตตาธรรมสูง เป็นที่เคารพรักของชาวภาคตะวันออก โดยเฉพาะเขตจันทบุรี ตราด

หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี ท่านเกิดวันเสาร์ ปีกุน เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๖ ที่ ต.เกาะปอ อ.เกาะกง จ.ปัจจันตคีรีเขตร์ (ปัจจุบันคือ จ.กําปอต ประเทศกัมพูชา)

โยมบิดาท่าน,ชื่อ อี้ โยมมารดาชื่อ เพี้ยะ เป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศเขมร ท่านมีพี่น้อง ๓ คน คือ
๑. หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี
๒. นายแหงน สิงหพันธ์
๓. นางเพื่อน สิงหพันธ์
เนื่องจากบิดามารดาท่านมีอาชีพจารหนังสือขาย ทําให้หลวงปู่ มีนิสัยรักการอ่านเขียน สามารถเขียนภาษาขอม-ไทย ได้ตั้งแต่เด็กๆ ชอบไปเที่ยวเล่นในวัด และช่วยงานในวัดเป็นประจํา เมื่ออายุได้ ๗-๘ ปี บิดามารดาจึงส่งท่านมาศึกษาเล่าเรียนกับท่านอาจารย์ลีที่วัดนั้น โดยท่านสามารถสวดมนต์และปฏิบัติภาวนา วิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น ได้อย่างชํานาญ

เมื่ออายุได้ราว ๑๔ ปี ในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ท่านได้บวชเป็นสามเณร ซึ่งในขณะนั้น บิดามารดาท่านเสียชีวิตไปแล้ว และกําลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และสงครามอินโดจีน หลังจากบวชได้เพียง ๕ วัน ก็ต้องอพยพหนีภัยสงครามมายังประเทศไทย พร้อมกับญาติพี่น้อง และคณะสงฆ์ ซึ่งมีท่านพระครูบัวตูมรัตนสาคร พระอุปัชฌาย์อาจารย์ เป็นหัวหน้าคณะ โดยได้แวะพักที่เขาวงก่อนจะเดินทางมาอยู่ที่ วัดคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

ท่านได้เริ่มเรียนรู้มนต์คาถาต่างๆ ที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้ อาทิ คาถาโคมแก้ว คาถาเจริญคุณ คาถาลายลักษณ์ เป็นต้น อยู่ที่วัดนี้ได้ราว ๓ เดือนก็เริ่มออกธุดงค์ไปตามป่าแถบเทือกเขาบรรทัด จ.ตราด

ในปี พ.ศ.๒๔๘๗ ท่านมีอายุ ๒๑ ปี พํานักอยู่ที่วัดเขาแก้ว ท่านเจ้าคุณวินัยบัณฑิต เจ้าคณะจังหวัดตราด ได้ทําหนังสือส่งตัวฝาก มายังท่านพ่อลี ธัมมธโร เจ้าอาวาสวัดป่าคลองกุ้ง อ.เมือง จ.จันทบุรี ท่านพ่อลี จึงทําการบวชให้ท่านในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๗ ณ อุโบสถวัดจันทนาราม โดยมีพระอมรโมลี วัดจันทนาราม อ.เมือง จ.จันทบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านพ่อลี ธัมมธโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ สังกัดธรรมยุติกนิกาย แล้วอยู่จําพรรษา ณ วัดป่าคลองกุ้ง ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นตรี นวกภูมิ และสามารถสวดพระปาฏิโมกข์ได้ภายในเวลา ๑๕ วัน

ท่านได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้ครูบาอาจารย์ และศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับท่านพ่อลี ธัมมธโรหลายปี จนมีความชํานาญเชี่ยวชาญอย่างมาก ด้วยนิสัยรักความสงบและสันโดษ หลวงปู่จึงมักจะออกธุดงค์ไปตามป่าต่างๆ มากกว่าการอยู่จําพรรษาในวัด ท่านธุดงค์ไปทั่วทุกภาค อาจจะมีแวะพักที่ใดนานหลายเดือนบ้าง แต่ถ้ารู้สึกไม่สงบ ท่านก็จะจากที่นั้นไป

ปี พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่ได้มาพักอยู่ที่วัดเขาสุกิมได้ระยะหนึ่ง หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ได้ส่งท่านไปดูแลวัดเนินดินแดง ซึ่งในขณะนั้นไม่มีพระจําพรรษาอยู่ ท่านอยู่ที่วัดนี้จนถึงปลายปี รวมระยะเวลา ๑๑ เดือน ก็ไปจําพรรษาที่วัดเขาน้อย ท่าแฉลบบ้าง วัดป่าคลองกุ้งบ้าง จนกระทั่งได้มีคําสั่งให้มาอยู่ที่วัดเทพธารทอง รักษาการเจ้าอาวาสวัด เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๒ เดิมวัดเทพธารทองนี้เป็นป่าธรรมชาติ มีสัตว์ป่า อาทิ เสือ ช้าง กวาง ไก่ป่า เป็นต้น เข้ามาอาศัยและหากินเป็นประจํา

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๑ ท่านเจ้าของที่ดิน คือ นายปฐม และนางเกสร หอมหวล ได้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินแปลงนี้เพื่อสร้างวัดเป็นจํานวน ๑๐ ไร่ สิ่งปลูกสร้างยังมีไม่มาก มีเพียงกุฏิไม้ยกพื้นหลังใหญ่ และกุฏิเล็กๆ อีก ๑-๒ หลังเท่านั้น ภายหลังลูกศิษย์ได้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างเสนาสนะต่างๆ ดังเช่น ศาลาหอฉัน โบสถ์วิหาร กุฏิหลังเล็กๆ พระเจดีย์ธัมมจารีสุขังเสติ เพิ่มเติมขึ้นมา โดยยังรักษาต้นไม้น้อยใหญ่ภายในวัดไว้ดังเดิม ด้วยหลวงปู่ ท่านรักต้นไม้ รักความเป็นธรรมชาติ เพราะให้ความร่มรื่น ร่มเย็นมาก

ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ จังหวัดจันทบุรีได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ มีฝนตกหนัก และเกิดรอยแตกบนภูเขา ดินและหินบนเขาคิชฌกูฏไหลลงมาถล่มบ้านเรือน เรือกสวน และสถานีตํารวจ จนพังเสียหายไปเป็นจํานวนมาก

ในคราวนั้นได้เกิดเหตุอันน่าอัศจรรย์กับวัดเทพธารทอง จนเป็นที่ร่ำลือกันอย่างมาก ด้วยด้านหลังวัดนั้นมีลําธารไหลผ่านมาจากเขาคิชฌกูฏ ในขณะเกิดเหตุมีทั้งดินโคลน หินใหญ่น้อย และต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่ ไหลถล่มลงมาจากเขา แต่วัดเทพธารทองแห่งนี้กลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย เนื่องจากมีต้นไม้ขนาดใหญ่ไหลลงมาขวางทางน้ำเอาไว้ ทําให้วัดปลอดภัย ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนหน้านั้นหลวงปู่ได้เคยบอกกับชาวบ้านที่มาทําบุญแล้วว่าจะมีภัย แต่ไม่มีใครเชื่อ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ก็มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศพากันมาที่วัด บ้างก็มาดู เพราะอยากรู้อยากเห็น บ้างก็เกิดศรัทธา มากราบนมัสการเป็นลูกศิษย์ท่านนับแต่นั้นมา

หลวงปู่ท่านเป็นพระผู้เปี่ยมด้วยเมตตา สมถะ และเรียบง่าย ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ไม่สะสมวัตถุสิ่งของ แม้กระทั่งปัจจัยที่มีผู้ถวายท่านด้วยศรัทธา ท่านก็มักจะนํามาแจกจ่ายให้กับผู้ที่มากราบ ท่านเสมอๆ ถ้าเป็นธนบัตรใบละ ๑๐ หรือ ๒๐ บาท ท่านก็จะบอกว่า ให้เป็นนายสิบ หรือถ้าใบละ ๑๐๐ ก็ให้เป็นนายร้อย เป็นต้น แม้วัตถุ สิ่งของอื่นๆ ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ท่านก็แจกจ่ายให้ ไม่เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตน โดยท่านจะพูดเสมอว่า “ให้คนที่ควรให้” ฉะนั้นใครที่ได้รับสิ่งของใดจากหลวงปู่จึงพากันเก็บรักษาไว้อย่างดี ถือเป็นมงคลของชีวิต ปัจจัยที่ท่านได้รับมา ท่านได้เก็บรวบรวมไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลพระปกเกล้า ก่อนที่ท่านจะอาพาธในปี พ.ศ.๒๕๕๓

ในด้านวัตรปฏิบัติของหลวงปู่นั้น ท่านมีอุปนิสัยรักสันโดษ สมถะเรียบง่าย ชอบความเงียบสงบเป็นธรรมชาติ ไม่ชอบสิ่งที่ปรุงแต่ง แม้กระทั่งการสั่งสอนธรรมของท่าน ก็ไม่เทศน์ยืดยาว ท่านชอบพูด เพียงสั้นๆ หรืออาจเทศน์เป็นคํากลอนสอนใจ สุดแต่ใครจะจดจํา ตรงกับใจที่ติดอยู่ หรือรับฟังแล้วน้อมเข้าสู่ใจและนําไปปฏิบัติตาม หลวงปู่ท่านจะรู้วาระจิตของผู้ที่ไปกราบท่าน ดังนั้นในบางคราวท่านจะพูดคุยดีกับคนๆ หนึ่ง แต่จะดุกับคนอีกคนหนึ่ง ท่านเรียกว่าเป็นการสอบอารมณ์ คนที่ถูกดุ ท่านบอกว่าไม่ได้ดุคน แต่ดุกิเลส แม้ท่านไม่นิยมเทศน์สอนยืดยาว แต่ท่านก็มีเมตตากับผู้ที่มากราบไหว้เสมอ

บ่อยครั้ง จะเห็นผู้ที่มาด้วยความทุกข์มากมาย มาขอให้ท่านชี้แนะแนวทางธรรมเพื่อคลายทุกข์ แล้วลากลับไปด้วยความสุขใจ อิ่มเอมใจด้วยพรอันประเสริฐจากหลวงปู่ว่า “สุคะโต” เสมอๆ

หลายท่านคงจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสงบเย็น เป็นสุขในใจ ในยามที่ก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณวัดแห่งนี้ ลืมความทุกข์ ความวุ่นวาย ในชีวิตต่างๆ ไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยกระแสแห่งธรรม บารมีธรรมขององค์หลวงปู่พิศดู ที่ครอบคลุมทั่วอาณาบริเวณวัดเทพธารทอง

ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หลวงปู่ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ด้วยอาการบวมน้ำตามร่างกาย เหตุเพราะโปรตีนในเลือดต่ำ ต่อมามีอาการปอดติดเชื้อ จึงได้ย้ายไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ จนกระทั่งวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ น. ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ อันเป็นวันสงกรานต์ หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี ได้ละสังขารลงอย่างสงบ สิริอายุ ๘๔ ปี ๒ เดือน ๖๕ พรรษา

พระเดชพระคุณหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี สังกัดธรรมยุติกนิกาย พระอริยเจ้าผู้รู้ราตรีกาลอันยาวไกล เพชรน้ำหนึ่งแห่งบูรพาภาค อริยสงฆ์ เนื้อนาบุญของโลก พระผู้เป็นยิ่งกว่าครูบาอาจารย์ของศิษย์ทุกคน ที่พวกเราท่านทั้งหลาย สามารถยอกรประนมก้มลงกราบ ท่านได้ด้วยความเคารพบูชาอย่างสูงสุดเสมอ และจะสถิตย์อยู่ในดวงใจ และความทรงจําตราบชั่วนิรันดร์กาล

คัดลอกมาจากหนังสืออนุสรณ์งานถวายเพลิงสรีรสังขารหลวงปู่พิศดู ธัมมจารี

อายุวัฒนมงคลครบ ๖๘ ปี ๒ เมษายน ๒๕๖๖ #พระอาจารย์บุญธรรม สุทฺธิญาโณ (ครูบาโก) พระสุปฏิปันโน แห่งวัดคลองแจง ตำบลสะตอน อำเภอ...
12/04/2023

อายุวัฒนมงคลครบ ๖๘ ปี
๒ เมษายน ๒๕๖๖
#พระอาจารย์บุญธรรม สุทฺธิญาโณ (ครูบาโก)
พระสุปฏิปันโน แห่งวัดคลองแจง
ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรี ศิษย์ในองค์พระเดชพระคุณ พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) อดีตประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม และหลวงปู่คำพันธ์ คมฺภีรญาโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองแจง

เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๖ คณะศิษย์ยานุศิษย์ และคณะสงฆ์วัดคลองแจงได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคลครบ ๖๘ ปี
น้อมถวายบูชาอาจริยคุณ
แด่ พระอาจารย์บุญธรรม สุทฺธิญาโณ (ครูบาโก) เจ้าอาวาสวัดคลองแจง โดยมี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี
คณะสงฆ์ คณะศิษย์ยานุศิษย์จำนวนมาก ร่วมถวายมุทิตาสักการะในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

การนี้ พระอาจารย์บุญธรรม สุทฺธิญาโณ (ครูบาโก) ได้เมตตาตักบาตร ถวายภัตตาหาร แด่สามเณร จำนวน ๒๑ รูป ณ วัดคลองแจง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี โดยสามเณร จำนวน ๒๑ รูป ได้รับการบรรพชา เฉลิมพระเกียรติถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเทพฯ ระหว่างวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๖ ณ วัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี

 #เจริญพระพุทธมนต์ พิธีพุทธาภิเษก รูปเหมือนหลวงปู่พิศดู ธมฺมจารี รุ่น ๑๐๐ ปี ณ วัดเทพธารทอง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี #ประ...
12/04/2023

#เจริญพระพุทธมนต์
พิธีพุทธาภิเษก รูปเหมือนหลวงปู่พิศดู ธมฺมจารี รุ่น ๑๐๐ ปี ณ วัดเทพธารทอง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

#ประธานฝ่ายสงฆ์
พระราชธรรมเมธี
เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี

พระครูวิบูลธรรมานุศาสน์
เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี (ธ)

พระครูพิสิฐสรธรรม
เจ้าอาวาสวัดเทพธารทอง

#ประธานฝ่ายฆราวาส
พลเรือตรี สมรภูมิ จันโท
รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

ดร.ศิวัสสา จันโท

พลเรือตรี อุทาน คล้ายภูผึ้ง
รองผู้ว่าฝ่ายทหาร

คุณพรทิพย์ แฝงยงค์

คุณถนอมทรัพย์ ลี้เลิศรัชบดี
ประธานศาลหลักเมืองจันทบุรี

คุณณัฐติการ ลี้เลิศรัชบดี

คุณมิกา มิ่งขวัญ

สงกรานต์...ดีงามสงคราม...สูญเสีย !ดังนั้น สงกรานต์นี้ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ขอพร ขอโทษ ขออภัย ขออโหสิกรรมต่อท่านเถิดผู้ใหญ่แ...
12/04/2023

สงกรานต์...ดีงาม
สงคราม...สูญเสีย !

ดังนั้น สงกรานต์นี้ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ขอพร ขอโทษ ขออภัย ขออโหสิกรรมต่อท่านเถิด

ผู้ใหญ่แท้ พร้อมที่จะให้อภัย พร้อมที่จะอโหสิ
ความดีงาม จะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน

อย่าไปก่อสงคราม !
คือ อย่าได้ตั้งจิตริษยาอาฆาตใคร ยิ่งท่านเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้มีพระคุณยิ่งต้องตระหนัก มีแต่เสียกับเสีย

เรามีเวลาอยู่บนโลกนี้ สั้นแสนสั้น อย่าประมาทในการทำความดี

เพราะไม่รู้ว่า สงกรานต์ปีหน้า เราจะยังคงมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ?

#ธรรมะมีทำนอง

 #อานิสงส์แห่งการถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ)ในวันสงกรานต์ สิ่งหนึ่งที่คนไทยนิยมทำกันนอกจากการละเล่นสาดน้ำ หรือ ทำบุ...
12/04/2023

#อานิสงส์แห่งการถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ)

ในวันสงกรานต์ สิ่งหนึ่งที่คนไทยนิยมทำกันนอกจากการละเล่นสาดน้ำ หรือ ทำบุญไหว้พระ รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่แล้วนั่นคือ "การสรงน้ำพระ" ซึ่งการสรงน้ำพระ ศาสนาพุทธ ใช้คำว่า "ถวายเครื่องเถราภิเษก" (สรงน้ำพระ) ถ้าตั้งใจสรงน้ำพระ มีจิตศรัทธาให้พระวรกายของพระพุทธเจ้าสะอาดปราศจากมลทินแล้ว ผลที่เห็นได้ทันที คือทำให้เราเป็นผู้มีความสดชื่น เย็นกายเย็นใจ ไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจ สุขกายสบายใจ หรือ อิ่มเอมใจ

#ตำนานอานิสงส์ถวายเครื่องเถราภิเษก

ในกาลครั้งนั้นองค์สมเด็จพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร พร้อมภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป พระเจ้าปเสเสนทิโกศล พร้อมด้วยมหาอำมาตย์ทั้งหลาย ได้นำ เครื่องสักการะทั้งหลาย เข้าไปสู่พระเชตะวันมหาวิหาร ถวายอภิวาท แด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันบุคคลใดกระทำสักการะบูชาสรงเถราภิเษก แก่สงฆ์ ด้วยใจเลื่อมใสศรัทธา จะได้ผลอานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า

องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค เจ้าจึงตรัสว่า

ดูกรมหาราช บุคคลใด มีความเชื่อในคุณพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการ ในเมื่อปรารถนาอันใด ก็จะสม ความมุ่งมาตรปรารถนา ทุกประการ การทำเถราภิเษกนี้ได้ทำกันสืบ ๆ มาในครั้งพุทธเจ้าก่อน ๆ

แล้วพระองค์ทรงแสดงสืบต่อไปว่า ในกาลครั้งนั้นเป็นสมัยครั้งศาสนาของพุทธเจ้าเมธังกร ยังมี พระยาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวิชัยยะ ได้เสวยสมบัติ ในเมืองสารนครประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ มีเถระองค์หนึ่งชื่อว่าอุสสา เป็นอันเตวาสิกแห่งพุทธเจ้าเมธังกร พระยาวิชัยยะ ได้ทอดพระเนตรเห็น พระมหาเถระเข้ามาในเมือง พระยาวิชัยยะก็มีใจศรัทธาเลื่อมใส ในอิริยาบถ ของพระมหาเถระ เจ้าเสด็จไปต้อนรับนิมนต์ให้ไปสู่ปราสาทของพระองค์ แล้วก็จัดแจง สรงเถราภิเษกด้วยน้ำหอม เสร็จแล้วถวายภัตตาหาร ตั้งความปรารถนาว่า ปวงชนทั้งหลายที่อยู่ใน ขอบเขตขัณฑเสมา ขอจงตั้งอยู่ใน โอวาทคำสอน ของพระองค์ ทุกเมื่อ และขอให้ข้าพระองค์ได้พ้นจากทุกข์ภัยเวร ข้าศึกศัตรูทั้งหลายด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ในอนาคตกาลโน้นเทอญ

พระมหาเถระเจ้า ก็ได้อนุโมทนา แห่งพระยาวิชัยยะ แล้วถวายพระพรทิพย์ ๑๐ ประการ ลากลับไปสู่ สำนักแห่งพระมหาเถระเจ้า พระยาวิชัยยะได้รับพร แห่งพระมหาเถระ แล้วมีจิตยินดีรื่นเริงบันเทิงใจ ต่อบุญกุศลของพระองค์ที่ทรงกระทำไว้ ครั้นจุติจากโลกแล้วก็ไปอุบัติ อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตพิภพ มีวิมานทองสูง ๒๒ โยชน์ มีนางเทพอัปสรแสนหนึ่งเป็นบริวาร ครั้นสิ้นชีพเทวบุตรแล้ว ได้ไปเกิดเป็นเจ้าพระสิริตะ เสริมสร้างบารมีให้แก่กล้าขึ้นไป ได้มาเกิดเป็น องค์พระตถาคต เดี๋ยวนี้แล

คำขอขมาพระรัตนตรัย (ก่อนสรงน้ำพระ)   โย โทโส โมหะจิตเตนะ,  พุทธัสมิง ปะกะโต มะยา, ขะมะถะเม กะตัง โทสัง, สัพพะปาปัง วินัส...
12/04/2023

คำขอขมาพระรัตนตรัย
(ก่อนสรงน้ำพระ)
โย โทโส โมหะจิตเตนะ,
พุทธัสมิง ปะกะโต มะยา, ขะมะถะเม กะตัง โทสัง, สัพพะปาปัง วินัสสันตุ.
โย โทโส โมหะจิตเตนะ, ธัมมัสมิง ปะกะโต มะยา, ขะมะถะเม กะตัง โทสัง, สัพพะปาปัง วินัสสันตุ.
โย โทโส โมหะจิตเตนะ, สังฆัสมิง ปะกะโต มะยา, ขะมะถะเม กะตัง โทสัง, สัพพะปาปัง วินัสสันตุ.

ขอนอบน้อมพระรัตนตรัย, ที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด,
กรรมอันใด, ที่ข้าพเจ้าได้ประพฤติล่วงเกิน,
ต่อพระรัตนตรัย, คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์,
ด้วยอำนาจแห่งความหลง, หรือด้วยความพลั้งเผลอ,
ข้าพเจ้ากราบขอขมากรรมนั้น, ต่อพระรัตนตรัย,
และจะสำรวมระวังต่อไป, ขอพระรัตนตรัยได้โปรด,
งดโทษ และอำนวยพรให้ข้าพเจ้าด้วยเทอญ.

วันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๖น้อมรำลึกในโอกาสครบ ๑๖๓ ปี วันประสูติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ...
12/04/2023

วันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
น้อมรำลึกในโอกาสครบ ๑๖๓ ปี วันประสูติ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ มนุสฺสนาโค) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

๏ ลำดับพระอิสริยยศ
พ.ศ. ๒๔๒๔ ทรงเข้าแปลพระปริยัติธรรมได้ ๕ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๒๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเป็น "พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส" และเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ในธรรมยุติกนิกาย (ขณะมีพระชนมายุ ๒๓ พรรษา)
พ.ศ. ๒๔๓๖ ได้รับโปรดเกล้าเพิ่มพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระราชาคณะ #เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต มีราชทินนามว่า "พระเจ้าน้องยาเธอ #กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส สุนทรพรตวิสุทธิพรหมจรรย์ วิมลศีลขันธ์วรธรรมยุตติ์ ศรีวิสุทธิคณะนายก สาสนดิลกธรรมานุวาทย์ บริสัษยนารถสมณุดมบรมบพิตร"
๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้รับสถาปนาเลื่อนพระอิสริยยศเป็น "พระเจ้าน้องยาเธอ #กรมหลวงวชิรญาณวโรรส สุนทรพรตวิสุทธิพรหมจรรย์ วิมลศีลขันธ์ธรรมวรยุต ศรีวิสุทธิคณนายก สาสนดิลกธรรมานุวาทย์ บริสัษยนารถสมณุดมบรมบพิตร"
พ.ศ. ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก เลื่อนพระอิสริยยศจากกรมหลวงขึ้นเป็น #กรมพระยา มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ศรีสุคตขัตติยพรหมจารี สรรเพชญรังศีกัลยาณวากย์ มนุษยนาคอเนญชาริยวงษ์ บรมพงศาธิบดี จักรีบรมนาถประนับดา มหามกุฏกษัตรราชวรางกูร จุฬาลงกรณ์ปรมินทรสูรครุฐานิยภาดา วชิราวุธมหาราชหิโตปัธยาจารย์ ศุภศีลสารมหาวิมลมงคลธรรมเจดีย์ สุตพุทธมหากวี ตรีปิฏกาทิโกศล เบญจปฎลเศวตฉัตร ศิริรัตโนปลักษณมหาสมณุตมาภิเษกาภิษิต วิชิตมารสราพกธรรมเสนาบดี อมรโกษินทรโมลีมหาสงฆปรินายก พุทธศาสนดิลกโลกุตมมหาบัณฑิตย์ สิทธรรถนานานิรุกติประติภาน มโหฬารเมตตาภิธยาศรัย พุทธาทิรัตนตรัยสรณารักษ์ เอกอัครมหาอนาคาริยรัตน์ สยามาธิปัตยพุทธบริษัทเนตร สมณคณินทราธิเบศสกลพุทธจักรกฤตโยปการ มหาปาโมกขประธานสถาวีรวโรดม บรมนาถบพิตร"

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า ให้เรียกพระนามพระราชวงศ์ ซึ่งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆมณฑล "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า" โดยพระองค์ได้เปลี่ยนคำนำพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็น "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส" #เพื่อเฉลิมพระเกียรติเป็นพระองค์แรก

๏ สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงประชวรเป็นพระวัณโรคมาช้านาน แพทย์ได้ถวายพระโอสถ ประคับประคองโดยเต็มกำลังเป็นลำดับมา ในที่สุดก็สิ้นพระชนม์ ด้วยพระอาการอันสงบ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ เวลา ๐๔.๓๕ น. สิริพระชันษาได้ ๖๑ พรรษา ๓ เดือน ๒๐ วัน เสด็จอยู่ในผนวช ๔๒ พรรษา

"ความดี ความชั่ว ความบริสุทธิ์ ย่อมเกิดจากตัวของเราเอง พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า กรรมเป็นของๆ ตน ข้อนี้ท่านตรัสไว้ถูกตรงไม่ม...
11/04/2023

"ความดี ความชั่ว ความบริสุทธิ์ ย่อมเกิดจากตัวของเราเอง พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า กรรมเป็นของๆ ตน ข้อนี้ท่านตรัสไว้ถูกตรงไม่มีข้อเถียงเลย"

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร

🙏🏻"บุญกุศล ถ้าทำให้ต่อเนื่องได้จะดี จะทำมากทำน้อยก็ได้ เมื่อมีโอกาสก็ให้ทำไปตามกำลัง"🙏🏻"ถ้าไม่มีเงิน หรือข้าวของที่จะทำบ...
11/04/2023

🙏🏻"บุญกุศล ถ้าทำให้ต่อเนื่องได้จะดี จะทำมากทำน้อยก็ได้ เมื่อมีโอกาสก็ให้ทำไปตามกำลัง"

🙏🏻"ถ้าไม่มีเงิน หรือข้าวของที่จะทำบุญ ก็ให้ สาธุๆๆ อนุโมทนากับคนที่เขาทำ ก็ได้บุญเหมือนกัน"

🙏🏻"แค่ภาวนา พุท-โธ ก็ได้บุญแล้ว ไม่ต้องลงทุนอะไร พุท-เข้า ,โธ-ออก บอกทางบุญ"

หลวงปู่พิศดู ธมฺมจารี
อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพธารทอง จ.จันทบุรี

ที่อยู่

Chantaburi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี:

แชร์