22/03/2025
#โบสถ์หลังนี้ #ทำครั้งเดียวได้สามอย่าง ✨️
โบสถ์นี้เนื้อที่กว่า 5 ไร่ สร้างอยู่กลางป่ากลางเขา
ที่วัดสันติวนาราม อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
ด้วยบารมีของพ่อแม่ครูอาจารย์ผุ้ทรงคุณ
อย่างองค์ #หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร
ท่านปรารภว่าถ้าท่านไม่ทำโบสถ์
อย่าได้หวังว่าจะเห็นท่าน ท่านจะอยู่แต่ป่าแต่ดง
ท่านไม่โปรดความวุ่นวาย เพราะท่านรักความสงบ
" ... สมัยก่อนธรรมะพาเราเข้าป่า
แต่ว่าปัจจุบันโบสถ์พาเราเข้าเมือง ... "
ท่านเคยบอกไว้ ...
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ลูกศิษย์ได้เจอกับท่าน
และสร้างบุญใหญ่ร่วมกับท่าน
โบสถ์นี้ใช้งบประมาณการก่อสร้าง
ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเมื่อสร้างแล้วเสร็จว่ากันว่าจะเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
(จากการประเมินของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร)
ซึ่งปัจจุบันปัจจัยการก่อสร้างทั้งหมด
ก็มาจากศิษย์ที่ศรัทธาและญาติโยม
ที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา
หลวงปู่บุญส่งท่านปรารภว่าโบสถ์นี้ไม่ใช่ของท่าน
แต่เป็นของศิษย์ทุกคน และเป็นของศาสนา
หลายคนบอกว่าโบสถ์นั้นใหญ่
แต่จริง ๆ แล้วหากพิจารณาให้ลึกซึ้งนั้นจะเข้าใจว่า
" .. โบสถ์นี้ที่ว่าใหญ่ เมื่อเทียบกับศาสนา
ที่ดำรงคงอยู่มาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกว่า 2,500 ปี แล้วนั้น
จะเห็นว่าโบสถ์หลังนี้เล็กเพียงนิดเดียว ... "
ท่านปรารภว่าการสร้างโบสถ์นี้อานิสงส์มันมาก
เพราะว่าเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา
เมื่อเราไม่อยู่แล้ว ตายจากโลกนี้ไปแล้ว
แต่โบสถ์นี้มันก็ยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน
อาจจะอยู่อีกเป็นร้อยปี พันปี
ให้คนรุ่นหลังต่อไปได้ศึกษา
ได้เห็นว่า ณ ดินแดนแห่งนี้
เคยมีพุทธศานาที่รุ่งแรืองขนาดไหน
และปรากฎศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
ท่านไม่ได้สอนให้ฟุ่มเฟือยนำเงินมาทำบุญ
ไม่ได้สอนให้มองข้ามการละ การปล่อยวาง
แต่ถ้าทุกคนปล่อยวางและไม่สร้างอะไรไว้
คิดแต่เพียงว่าต้องวางต้องละกันเสียหมด
ไม่มีใครเสียสละที่จะสร้างอะไรไว้
ต่อไปวันหน้าหน้าศาสนาก็จะไม่เหลืออะไร
หลักฐานทางศาสนาก็คงเหลือแต่ในหนังสือ
และตำราเพียงเท่านั้น
ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมท่านถึงต้องสร้าง ต้องทำ
ด้วยหวังเพียงเพื่อจะต่อยอด
สืบทอดอายุของพระพุทธศาสนา
และให้ทุกคนได้บุญได้กุศลร่วมกันนั่นเอง
นี่คือเหตุผลของท่าน และท่านก็พิจารณาดีแล้ว
ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเป็นอานิสงส์และอนุสรณ์
แห่งความดีของเราทุกคน เป็นผลแห่งบุญ
ที่เราได้ทำทิ้งไว้ สร้างไว้กับอุโบสถหลังนี้
โบสถ์หลังนี้มีความสำคัญขนาดไหน
เอาเป็นว่าในปัจจุบันนั้น
เจ้าหน้าที่ของทางกรมศิลปากร
ได้เข้ามาร่วมควบคุมและช่วยดูแล
เรื่องการก่อสร้างแล้ว
โดยเฉพาะในเรื่องของศิลปกรรมความงดงาม
ความวิจิตรตระการตา
เพราะว่ามันเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่
และงดงามทั้งศาสตร์และศิลป์
โดยท่านที่เข้ามาช่วยดูแล
และควบคุมนั่นก็คือ "อ.ก่อเกียรติ ทองผุด"
นายช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร
ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบ
" พระเมรุมาศ" ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดยิ่งใหญ่นั่นเอง
ฉะนั้นแล้วถือได้ว่าโบสถ์หลังนี้
มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้าง
ทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่และควรค่าแก่การบูชา
ด้วยว่าเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่น
และศรัทธาอย่างแรงกล้าของศิษยานุศิษย์
โดยมีพ่อแม่ครูอาจาร์ผู้ทรงคุณ
อย่างองค์หลวงปู่บุญส่ง
ท่านได้ประกอบเหตุแห่งกุศลนำร่องให้กับทุกคน
หลวงปู่ท่านเริ่มต้นประกอบเหตุให้กับทุกคน
ได้สร้างบุญสร้างกุศลกันแล้ว
หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับศรัทธาสาธุชนแล้ว
ที่จะสานต่อกับสิ่งที่เป็นคุณค่าทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่ว่านี้
มีน้อยทำน้อย มีมากทำมาก
ไม่ต้องให้ตัวเองลำบาก
ทำกันตามกำลังศรัทธาของตัวเอง
หลวงปู่ท่านไม่เคยบอกให้ลูกศิษย์
ท่านเดือดร้อนเพราะการทำบุญ
แต่ท่านจะบอกให้ทำด้วยปัญญาและการพิจารณา
แล้วอานิสงส์มันจะเกิดขึ้นมาเอง
นั่นแหละที่จะเรียกว่า "บุญ"
ปีนี้หลวงปู่บุญส่งท่านอายุ 81 ปี แล้ว
แต่ท่านยังไม่ได้หยุด ยังตะลอน ๆ
ด้วยการนั่งรถยนต์
ออกรับกินนิมนต์ไปทั่วประเทศ ขึ้นเหนือ ล่องใต้
ภาคอีสาน ตะวันตก ตะวันออก
หรือว่าที่ไหน ๆ ท่านก็ไปหมด
เพราะว่าท่านจะนำบุญนำกุศลไปให้
กับศิษยานุศิษย์ที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ
ท่านใดได้เจอกับหลวงปู่
ไม่ว่าสถานที่ไหน ๆ ก็ร่วมบุญกับท่านได้
เพราะนี่คือบุญใหญ่อย่างที่ได้กล่าวไป
และทำกับพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
หรือว่าหากจะร่วมบุญกับองค์ท่าน
ผ่านการโอนปัจจัยในทุก ๆ เดือน
สำหรับการสร้างโบสถ์นี้ ก็สามารถทำได้
ด้วยเพราะปัจจุบันยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว
ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถร่วมบุญกับท่านได้
*** โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญ
สร้างอุโบสถได้ที่ *** บัญชีวัดโดยตรง ***
1.บัญชีธนาคาร : กรุงเทพ
สาขา : นายายอาม
เลขที่บัญชี : 440 - 0 - 35641 - 8
ชื่อบัญชี : พระบุญส่ง จำลองรักษ์
2.บัญชีธนาคาร : กรุงไทย
เลขที่บัญชี : 237 - 0 - 22734 - 6
ชื่อบัญชี : พระบุญส่ง จำลองรักษ์
3.บัญชีพร้อมเพย์ ธนาคาร : กรุงเทพ
061 - 4 - 24146 - 0
โบสถ์หลังนี้แม้เพียงร่วมบุญ
อานิสงส์นั้นก็ครอบคคลุมทุกอย่างแล้ว
เรียกว่า 3 in 1
เพราะโบสถ์หลังนี้รวมไว้
ทั้งโบสถ์ วิหาร และเจดีย์
แต่คนกลับเข้าใจว่าคือโบสถ์อย่างเดียว
แต่จริง ๆ แล้วนั้นรวมไว้ทั้ง 3 อย่าง
ด้านในคือ "โบสถ์" มีพระประธาน
ไว้ทำสังฆกรรม สำหรับภิกษุ
ส่วนด้านนอกคือ "วิหาร" ที่ยกพื้นสูงขึ้นมา
ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะทำบุญ
และชั้นบนสุดของโบสถ์นี้ก็คือระเบียงคด
และมี "เจดีย์" อยู่ด้านบน
ซึ่งยอดของเจดีย์นั้น
ห่อหุ้มด้วยทองคำแท้เหลืองอร่าม
หลายกิโลกรัมที่เกิดจากศรัทธา
ของสาธุชนที่นำมาถวาย
(ที่เป็นสีทอง ๆ อยู่บนยอดตามภาพ)
คิดดูแล้วกันว่าอานิสงส์มันมากเพียงใด
สำหรับการถวายทอง
สำหรับหล่อยอดของเจดีย์ที่ว่านี้
โดยอานิสงส์การทำบุญถวายทองคำนั้น
ก็มีปรากฎกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกแล้ว
กล่าวคือทำบุญโบสถ์ในแต่ละครั้ง
ก็จะได้ครบ ทั้ง โบสถ์ วิหาร ลานเจดีย์
ในครั้งเดียวนั่นเอง
ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้
กับความจริงของมหาอุโบสถ
ของวัดสันติวนารามหลังนี้
ซึ่งหลวงปู่ท่านปรารภว่า
ทำทีเดียวก็ให้ครบไปเลย
โดยถือว่าเป็นความลึกซึ้งและแยบคายเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะให้ศิษยานุศิษย์ได้กุศลบุญโดยถ้วนทั่วกัน
โดยสาธุชนยังสามารถร่วมบุญ
กับหลวงปู่ท่านได้อยู่เรื่อย ๆ
คนส่วนใหญ่จะเข้าใจเพียงว่าทำบุญกับท่าน
ได้แค่โบสถ์
แต่จริง ๆ แล้วอานิสงส์นั้น
มันครอบคลุมเลยทีเดียว
ด้วยว่าท่านสร้างทั้ง 3 อย่าง นั่นเอง
หลวงปู่ท่านเคยบอกไว้ว่า
" จำไว้นะ .. โบสถ์เราเสร็จเมื่อใด...คนทั้งหลายที่มาช่วยในโบสถ์หลังนี้
ให้อธิษฐานเอาเองเถิด...จะสำเร็จตามปรารถนาทุกอย่าง ที่ไม่เกินกฎแห่งกรรม ..."
ถึงวันนั้นทุก ๆ คน ทุก ๆ ท่าน
ก็ร่วมโมทนาโดยพร้อมเพียงก็แล้วกัน
กับบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ...
#สาธุอนุโมทนาบุญนะครับ
#น้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า
Cr.ขอบคุณเจ้าของภาพ