วัดกระบกเตี้ย Wat Krabok Tia.ฉะเชิงเทรา

วัดกระบกเตี้ย Wat Krabok Tia.ฉะเชิงเทรา องค์กรทางศาสนามิได้หวังผลใดๆ เพื่อเผยแพร่กิจกรรมทางศาสนาเช่นศิลสมาธิและหลักคำสอนทางศาสนา ..

24/05/2026

ได้เวลานาคเข้าพระอุโบสถวัดกระบกเตี้ยแล้วขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพในครั้งนี้ด้วย
#วัดกระบกเตี้ย

24/05/2026

ชมกันต่อ
งานบวชวัดกระบกเตี้ยขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพในครั้งนี้ด้วย
#วัดกระบกเตี้ย

🟣มติมหาเถรสมาคม มติที่ พิเศษ ๒/๒๕๖๙ การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนาถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จ...
18/05/2026

🟣มติมหาเถรสมาคม มติที่ พิเศษ ๒/๒๕๖๙
การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา
ถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล
แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

💠มติมหาเถรสมาคม มติที่ พิเศษ ๒/๒๕๖๙
การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา
ถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล
แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

เห็นชอบให้วัดทุกวัดในราชอาณาจักร
และวัดไทยในต่างประเทศ ดำเนินการ ดังนี้

๑. ให้วัดทุกวัดในราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ
จัดพิธีทำบุญตักบาตร พิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา
ถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล
แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
ในวันพุธที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
และเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

๒. ให้วัดทุกวัดในราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ
จัดให้มีการเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา
ถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล
แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
หลังสวดมนต์ทำวัตรเย็นทุกวันเสาร์ ตลอดพุทธศักราช ๒๕๖๙
และเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง

๓. ให้สวดบท “สุทิตาปรมราชินีวรทานคาถา”
ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตามมติมหาเถรสมาคม มติที่ ๑๔๕/๒๕๖๙
ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ต่อท้ายการสวดมนต์ทำวัตรเย็นทุกวันตลอดเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙
และต่อท้ายการเจริญพระพุทธมนต์ตามข้อ ๑ และข้อ ๒
.

"...ในสังคมไทยทุกวันนี้ มีข้ออภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานชี้วัด "ความดี" ว่าควรมีขอบเขตหรือนิยามเช่นไร จนเกิ...
18/05/2026

"...ในสังคมไทยทุกวันนี้ มีข้ออภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานชี้วัด "ความดี" ว่าควรมีขอบเขตหรือนิยามเช่นไร จนเกิดคำถามว่าการประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดีจริง และการจะระบุว่าหมู่ใดคณะใดควรได้รับยกย่องว่าเป็นหมู่คณะแห่งคนดี ควรใช้มาตรฐานใดเป็นสิ่งบ่งบอกได้อย่างถูกต้องแท้จริง อันที่จริงคำตอบสำหรับข้ออภิปรายนี้ไม่ใช่เรื่องยากในทางพระพุทธศาสนา เพราะสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเฉลยคำตอบไว้แล้วว่า "สีลํ กิเรว กลฺยาณํ" แปลความว่า "ท่านว่าศีล เป็นความดี"

เบญจศีล เป็นศีลอย่างน้อยที่สุดสำหรับฆราวาส จัดเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของมนุษย์ สังคมใดมีสมาชิกหมู่มากเป็นผู้รักษาศีล ๕ สังคมนั้นย่อมประสบความสงบสุขอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าปุถุชนคนใดรักษาศีล ๕ ได้อย่างบริสุทธิ์เป็นปรกติ บุคคลผู้นั้นย่อมใกล้ชิดกับความเป็นอริยบุคคลระดับพระโสดาบัน อันเป็นการปิดกั้นอบายภูมิได้โดยสิ้นเชิง..."

#พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประธานแก่การประชุมสรุปผลการดำเนินงาน
โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕
๗ กันยายน ๒๕๖๐

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#เบญจศีล #เป็นศีลอย่างน้อยที่สุดสำหรับฆราวาส #จัดเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของมนุษย์

การยอมโง่ในสายตาคนอื่น แต่เพื่อความสบายใจเรา และไม่กระทบกระเทือนกัน นั่นเป็นอุบายที่ฉลาดของเรา แม้ในสายตาคนอื่นจะว่าโง่ ...
18/05/2026

การยอมโง่ในสายตาคนอื่น
แต่เพื่อความสบายใจเรา และ
ไม่กระทบกระเทือนกัน
นั่นเป็นอุบายที่ฉลาดของเรา
แม้ในสายตาคนอื่นจะว่าโง่
แต่ตัวเราก็ฉลาด
รู้หลบรู้หลีกรู้ผ่อนสั้นผ่อนยาว
อย่างนี้เป็นทางของคนดีและนักปราชญ์ชมเชย
แม้คนโง่จะตำหนิก็ตาม
ยังสู้ปราชญ์ชมไม่ได้

การอยู่ร่วมคนมีกิเลส
ย่อมมีการกระเทือนขัดแย้งบ้าง
เป็นธรรมดา
เพราะเรื่องทำนองนี้
คนประเภทนี้มีอยู่ทุกวงการ
หลีกได้ยากมาก
กรุณาหลีกด้วยอุบาย
แห่งความฉลาดของเราเอง
ก็พอสู้ได้ทนได้
ไม่ต้องคิดจะหลีกจากเขา_ไปทำงานที่อื่น.

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
คัดจากหนังสือ เมตตาธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถ ณ วัดประชาน...
16/05/2026

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถ ณ วัดประชานิยม อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถ ณ วัดประชานิยม อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
เมื่อเสด็จฯ ถึงวัดประชานิยม ณ ที่นั้น นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ แล้วเสด็จเข้าระเบียงพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานประวัติความเป็นมาของการก่อสร้างพระเจดีย์ศรีมิ่งเมือง และขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถวัดประชานิยม จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธีตัดหวายลูกนิมิต ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม ทรงปิดทอง ทรงตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถ และทรงโปรยเหรียญลงในหลุมลูกนิมิต พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ แล้วทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระสัพพัญญูไตรโลกนาถ พระประธานประจำพระอุโบสถ ทรงกราบ เสร็จแล้ว ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา
จากนั้น เสด็จฯ ไปยังระเบียงพระอุโบสถ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณในการจัดสร้างพระอุโบสถ เฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก ตามลำดับ เสร็จแล้ว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ ในโอกาสนี้ พระธรรมวชิรนิวิฐ (บัวศรี ชุตินฺธโร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดประชานิยม ถวายพระไพรีพินาศ เนื้อทองแดง พร้อมจารึกข้อความว่า “สมโภชพระเจดีย์ 2569“ ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว สนามกีฬามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังท่าอากาศยานร้อยเอ็ด อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จฯ กรุงเทพมหานคร
ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ มาทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถ ณ วัดประชานิยม ในวันนี้ มีราษฎรจำนวนมากจากจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมีและแสดงออกด้วยความจงรักภักดี กับทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ มูลนิธิกาญจนบารมี ร่วมกับกองแพทย์หลวง และโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ นำหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านม และหน่วยคัดกรองมะเร็งนรีเวช มาทำการตรวจรักษาให้แก่สตรีกลุ่มเสี่ยง และด้อยโอกาส รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ และประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางที่เสด็จฯ ผ่านมีการฟ้อนรำภูไทกาฬสินธุ์ ตั้งแต่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์จนถึงวัดประชานิยม ซึ่งมีนางรำจำนวนกว่า 2,000 คน จากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รวมทั้งจากสถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ กับชุดเครื่องดนตรีโปงลางกว่า 100 ลาง ฟ้อนรำและบรรเลงรับเสด็จ เพื่อถวายการต้อนรับและเฉลิมพระเกียรติในการเสด็จฯ ในครั้งนี้
วัดประชานิยม อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2499 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดประชานิยม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และได้ดำเนินการก่อสร้างพระเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ โดยชั้นที่ 1 เป็นพระอุโบสถ มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างและศิลปะร่วมสมัยที่วิจิตรบรรจง ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 12 ปี เพื่อเป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ถวายเป็นพระพุทธบูชา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนา ทรงเลื่อมใสศรัทธาในหลักธรรมคำสอน โดยทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะสืบสาน รักษา ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยพระราชศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา ทรงสืบทอดประเพณีทางพระพุทธศาสนา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในพระราชพิธี และวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา มาโดยตลอด ทรงยึดมั่นในพระรัตนตรัย พรั่งพร้อมด้วยพระปัญญาอันสามารถเข้าพระราชหฤทัยในพระสัทธรรม และทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อน้อมนำไปปฏิบัติ ส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป

ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร : ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช (ทรงเป็นใหญ่ในสงฆ์ทั้งปวง) ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลท...
16/05/2026

ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร : ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช (ทรงเป็นใหญ่ในสงฆ์ทั้งปวง) ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) พระราชทานสถาปนาเป็นพระองค์แรก

หลังจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (สุวฑฺฒนมหาเถร) สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ ตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก พระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทยได้ว่างลง และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันพุธที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

ครั้นรัชกาลปัจจุบัน ในพุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในเวลานั้น จึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานให้ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตราที่ ๗ ซึ่งบัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามสนองพระบรมราชโองการ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงพระปรมาภิไธยที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ก่อนรับพระบรมราชาภิเษก ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เป็นพระเถระผู้เจริญในสมณคุณยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ สมบูรณ์ด้วยศีลสมาจารวัตร รัตตัญญูมหาเถรกรณธรรม ดํารงสถาพรอยู่ในสมณพรหมจรรย์ตลอดมาเป็นเวลาช้านาน กับทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงคุณานุคุณ ทั้งต่อเฉพาะพระองค์และกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธจักรและราชอาณาจักรอย่างไพศาล จึงมีพระบรมราชโองการ โปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รับ “พระตราสกลคณาธิเบศร” เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ดังความปรากฏในประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๕ ข ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ความตอนหนึ่งว่า

“...สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นผู้เจริญยิ่งด้วยพรรษายุกาล รัตตัญญูมหาสถาวีรธรรม ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ เป็นอจลพรหมจริยาภิรัต ดํารงมั่นในไตรสิกขามิได้เสื่อมถอย มีจริยาการสํารวมเรียบร้อย ไม่หวั่นไหวต่อโลกามิส เป็นคุรุฐานียบัณฑิต ผู้มีกิตติประวัติอันผ่องแผ้ว สงเคราะห์พุทธบริษัท ปกครองคณะสงฆ์ เป็นอุปัธยาจารย์ของมหาชนมากมาย มีศิษยานุศิษย์แพร่หลายไพศาล เป็นที่เคารพสักการแห่งมวลพุทธศาสนิกบริษัททั่วสังฆมณฑล ตลอดจนประชาราษฎรทั่วไป สมควรจะได้สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานาธิบดีแห่งสังฆมณฑล เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแห่งพระบวรพุทธศาสนาสืบไป...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ และในวันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เข้าถวายฎีกาอาราธนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ การนั้น เมื่ออาลักษณ์อ่านประกาศพระบรมราชโองการจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงคุกพระชงฆ์ลงประทับแทบพื้นพระอุโบสถ สองพระหัตถ์ทรงประคองพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏอันมีฐานานุศักดิ์สูงสุด ทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์ลงบนพระหัตถ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงผายพระหัตถ์ทั้งสองเหนือพานแก้ว ทรงรับน้ำพระมหาสังข์แล้วทรงยกพระหัตถ์ขึ้นลูบสรงพระเศียร ปรากฏเป็นภาพของสองพระประมุขผู้เป็นหลักชัยแห่งพุทธจักรและอาณาจักร ที่ประทับอยู่ในใจ ยังความปีติยินดีแก่เหล่าพุทธศาสนิกชนและประชาชนชาวไทยสืบมาจนปัจจุบัน

ต่อมาในการบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนั้น ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวาย “พัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย” เป็นพระเกียรติยศพิเศษแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พัดเล่มนี้ เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี) ต้นสกุล บุรณศิริ สร้างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช เพื่อพระราชทานถวายแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ครั้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดยศพิเศษเล่มนี้แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร ครั้งเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ทรงสถาปนาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดยศแฉกงานเล่มนี้แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น

ลุถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร และต่อมาได้พระราชทานถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ตามลำดับ

พัดแฉกงาประดับพลอยเล่มนี้ จึงถือเป็นพัดยศที่พระราชทานถวายเฉพาะแด่สกลมหาสังฆปริณายกบางพระองค์ในคณะธรรมยุต ที่ทรงเคารพนับถือเป็นพิเศษยิ่งเท่านั้น

พระเกียรติยศพิเศษอีกประการหนึ่ง คือ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดอาราธนาให้สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานสงฆ์ในทุกช่วงพระราชพิธี เช่น การจุดเทียนชัย การเจริญพระพุทธมนต์ การถวายอดิเรกครั้งปฐมฤกษ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอาทิ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขั้นตอนสำคัญในการสรงพระมุรธาภิเษก กล่าวคือ ภายหลังจากสรงน้ำสหัสธาราแล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน ถวายน้ำพระพุทธมนต์ ด้วยพระครอบพระกริ่งรัชกาลที่ ๔ ที่พระปฤษฎางค์ และถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระครอบยันต์เดิมรัชกาลที่ ๔ ที่พระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประจักษ์พยานเหล่านี้จึงเป็นเครื่องแสดงพระราชศรัทธาอย่างยิ่งต่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมดังราชทินนามวรรคหนึ่ง ซึ่งปรากฏเป็นพระเกียรติยศพิเศษเฉพาะพระองค์ว่า “ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร” คือ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระราชศรัทธาพระราชทานสถาปนาเป็นพระองค์แรกในรัชกาล

ร่วมน้อมถวายสักการะและเรียนรู้รอยทางธรรมในซีรีส์พิเศษชุด "๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช" พบกัน ทุกวันศุกร์ ณ เพจ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#วัดราชบพิธ #ธรรมะจากพระนาม

❖ เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก...
16/05/2026

❖ เราทั้งหลายเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติแล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง แต่ละชีวิตก็ย่อมที่จะเดินไปตามกรรมวิบากของตนที่ได้กระทำไว้ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต

--- สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ---

#วันนี้วันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือนหก(๖) ปีมะเมีย
#วันธรรมสวนะ
ทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม รักษาศีล เจริญภาวนา ทำใจให้บริสุทธิ์ ณ วัดใกล้บ้าน

“วัยแห่งชีวิตทุกคนร่นเข้ามาอยู่ทุกเมื่อ กาลเวลาไม่เคยรีรอใคร เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทุกคนจงตั้งตนเป็นคนขยันในการกระทำตนให้เ...
14/05/2026

“วัยแห่งชีวิตทุกคนร่นเข้ามาอยู่ทุกเมื่อ กาลเวลาไม่เคยรีรอใคร เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทุกคนจงตั้งตนเป็นคนขยันในการกระทำตนให้เป็นประโยชน์ เพื่อบรรลุความไพบูลย์ในชีวิตได้สมปรารถนา”

--- พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑

วันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดยถือเป็น วันหยุดราชการ วันพืชมงคล เป็นวันที่ประกอบ พระราช...
13/05/2026

วันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดยถือเป็น วันหยุดราชการ

วันพืชมงคล เป็นวันที่ประกอบ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทยในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก

พิธีการสำคัญ:พระราชพิธีพืชมงคล :
● พิธีสงฆ์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
● พิธีพราหมณ์ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

การพยากรณ์และเสี่ยงทาย :
จะมีการเสี่ยงทายโดยใช้ พระโค (ปีนี้คือ "พระโคพอ" และ "พระโคเพียง" ) เลือกกินอาหาร ๗ อย่าง และการเสี่ยงทายผ้านุ่งของพระยาแรกนา เพื่อทำนายปริมาณน้ำฝน และ ความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลในปีนั้น
#วันพืชมงคล

ฝากไว้ให้คิด“งานหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเป็นหลักงานวัด เจ้าอาวาสเป็นหลักแต่ทั้งสอง ต้องอาศัยแรงกันและกัน❗ถ้าก้าวก่ายกัน มีแต...
11/05/2026

ฝากไว้ให้คิด
“งานหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเป็นหลัก
งานวัด เจ้าอาวาสเป็นหลัก
แต่ทั้งสอง ต้องอาศัยแรงกันและกัน
❗ถ้าก้าวก่ายกัน มีแต่ปัญหา”
⚖️ หลักกฎหมาย & โครงสร้างที่ควรรู้
1️⃣ สถานะของ “วัด”
เมื่อวัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย
➡️ วัดมีสถานะเป็น นิติบุคคล
➡️ เป็น สมบัติของพระศาสนา (ไม่ใช่ของบุคคลหรือชาวบ้าน)
อยู่ภายใต้
📜 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505
2️⃣ อำนาจของ “เจ้าอาวาส”
ได้รับแต่งตั้งจากคณะสงฆ์
เป็น ผู้มีอำนาจบริหารวัดโดยตรง
กิจกรรมใดในวัด
➡️ ต้องได้รับ “ความเห็นชอบจากเจ้าอาวาส”
มีอำนาจแต่งตั้ง
➡️ “ไวยาวัจกร” (ผู้ช่วยงานวัดฝ่ายฆราวาส)
3️⃣ บทบาทของ “ผู้ใหญ่บ้าน”
เป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองของหมู่บ้าน
ดูแลความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายบ้านเมือง
❌ ไม่มีอำนาจบริหารวัด
❗ไม่ควรก้าวก่ายกิจของสงฆ์
💰 เรื่องการเงินของวัด (สำคัญมาก)
การเปิดบัญชี / รับ-จ่ายเงิน
➡️ ต้องอยู่ในความรับรู้ของ “เจ้าอาวาส”
เพราะ
➡️ เจ้าอาวาสต้องเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อมีการตรวจสอบ
🚫 ตัวอย่างพฤติกรรมที่ “เสี่ยงผิดกฎหมาย”
ฆราวาสจัดงานกฐิน/ผ้าป่าเอง
❌ ไม่แจ้งเจ้าอาวาส
❌ บริหารเงินกันเอง
➡️ เข้าข่าย
ผิดธรรมเนียม
ผิดจารีต
และอาจ “ผิดกฎหมาย”
📌 เปรียบเสมือน:
“ใช้วัดเป็นสถานที่ทำธุรกิจส่วนตัว”
🤝 หลักอยู่ร่วมกัน “บ้าน + วัด”
🏡 วัดจะดี เพราะบ้านช่วย
🛕 บ้านจะสวย เพราะวัดขัดเกลา
🔄 ต่างฝ่ายต่างเกื้อกูลกัน
❗ถ้าขัดแย้งกัน = เสียหายทั้งสองฝ่าย
✨ สรุปสั้นที่สุด
🛕 “วัด” = เจ้าอาวาสเป็นหลัก
🏡 “หมู่บ้าน” = ผู้ใหญ่บ้านเป็นหลัก
🤝 “ความร่วมมือ” = สิ่งจำเป็น
❌ “การก้าวก่าย” = จุดเริ่มของปัญหา
📌ถวายเป็นธรรมทาน แชร์ได้เลย ยินดีและอนุโมทนาด้วยครับ
สาธุ 🙏 สาธุ 🙏 สาธุ 🙏
#เครดิตจากเพจ:งานพระศาสนา เพื่อบุญกิจ

ที่อยู่

วัดกระบกเตี้ย
Chachoengsao
24160

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00
เสาร์ 07:00 - 17:00
อาทิตย์ 07:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66650301516

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดกระบกเตี้ย Wat Krabok Tia.ฉะเชิงเทราผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์