พุทธมงคล

พุทธมงคล ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก พุทธมงคล, พุทธสถาน, อ. เมืองปทุมธานี, Bangkok.

ร้านพุทธมงคล ยินดีให้บริการสมาชิกทุกท่าน สนใจติดต่อสอบถาม แลกเปลี่ยน รับเช่า ให้เช่า พระเครื่อง เครื่องราง เผยแพร่ ภาพวัตถุมงคล ประวัติ ประสบการณ์ สาย
- หลวงพ่อเกษม เขมโก จ. ลำปาง
- หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ
- พระเกจิเก่าเชื้อสายรามัญ (มอญ) ในจังหวัด ปทุมธานี

ติดต่อผ่าน LINE ที่ ID:putamongkol

โอนเงิน ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
สาขา : บางกระดี (ปทุมธานี)
เลขบัญชี : 329-5-45878-1

เหรียญข้าวหลามตัดรุ่นแรก พระธรรมนุสารี (สว่าง ธัมมโชโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ผู้เป็นพระอาจารย์ หลวงปู่นาค พระพิมลธ...
11/05/2022

เหรียญข้าวหลามตัดรุ่นแรก พระธรรมนุสารี (สว่าง ธัมมโชโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ผู้เป็นพระอาจารย์ หลวงปู่นาค พระพิมลธรรม วัดอรุณฯ กทม. หลวงปู่เหมือน นนทสร วัดนาวง ปทุมธานี เหรียญรุ่นนนี้ ไม่ทันท่าน จัดสร้างปี 2538 เกจิที่มาร่วม พุทธาภิเษก มี หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ,หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ , หลวงพ่อสุรินทร์ วัดบางกระดี่,หลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า. เท่าที่จำได้

พระครูณาญอุทัย(หารย์)วัดสะแก ลูกศิษย์หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ อยุธยา
17/04/2021

พระครูณาญอุทัย(หารย์)วัดสะแก ลูกศิษย์หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ อยุธยา

วิธีแต่งภาพพระเครื่ง2เครดิตการเผยแพร่ ของคุณบอล อุทัยhttp://youtu.be/YWnmGt2BF_Y
14/11/2015

วิธีแต่งภาพพระเครื่ง2
เครดิตการเผยแพร่ ของคุณบอล อุทัย

http://youtu.be/YWnmGt2BF_Y

วิธีแต่งภาพพระเครื่อง2 ตามแบบของ บอล อุทัย

วิธีแต่งภาพพระเครื่อง1เครดิตการเผยแพร่ของ คุณบอล อุทัยhttp://youtu.be/1usuD7fjrM8
14/11/2015

วิธีแต่งภาพพระเครื่อง1
เครดิตการเผยแพร่ของ คุณบอล อุทัย

http://youtu.be/1usuD7fjrM8

วิธีแต่งภาพพระเครื่อง ตามแบบของ บอล อุทัย

รูปถ่ายขาวดำ ปี2512 หลวงพ่อเกษม เขมโก จ.ลำปาง องค์นี้พิเศษ หลังจารตัวนะ ด้วยมือหลวงพ่อเกษม นานๆๆ จะพบสักรูป องค์นี้ไปนิม...
18/10/2015

รูปถ่ายขาวดำ ปี2512 หลวงพ่อเกษม เขมโก จ.ลำปาง องค์นี้พิเศษ หลังจารตัวนะ ด้วยมือหลวงพ่อเกษม นานๆๆ จะพบสักรูป องค์นี้ไปนิมนต์มาจากแดนไกล ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดลำปาง เดินทางจังหวัดปทุมธานีไป เป็นระยะทางประมาณ 800 กว่า กิโลเมตร ขอโชว์อย่างเดียวก่อนนะครับ

ก่อนอื่นผมออกตัวก่อนนะครับ ผมไม่มีนามปากาอะไรทั้งสิ้น ทำให้ไม่สามารถบรรยายแต่ภาพได้ละเอียดเหมือน นักเลงคีย์บอร์ดทั่วไป เ...
06/05/2015

ก่อนอื่นผมออกตัวก่อนนะครับ ผมไม่มีนามปากาอะไรทั้งสิ้น ทำให้ไม่สามารถบรรยายแต่ภาพได้ละเอียดเหมือน นักเลงคีย์บอร์ดทั่วไป เพราะผมมีอาชีพจับปลายหัวแร้งบัดกรี แต่มีใจรักในพระเครื่องบ้านเกิดตัวเอง และเจอผุ้ใหญ่ใจดีได้อนนุญาติให้ ถ่ายรูปพระมาให้แนวทางศึกษา ผมเลยขออนุญาติ ลงโชว์เป็นแนวทางการศึกษา่ และเป็นการเผยแพร่ความรู้และการอนุรักษ์ พระเครื่องของจังหวัดปทุมธานีบ้านเกิดตัวเอง เผื่อ เพื่อนๆๆท่านใหนได้มีโอกาสพบเจอในวันข้างหน้า จะไม้ได้พลาดโอกาสทองครับ
คุณภาพของภาพ อาจจะไม่ค่อยชัดเจนสดใสเท่าไร ถ่ายแบบบ้านๆๆ ตามสไตร์เด็กช่างครับ

ประมวลภาพหลวงปู่อรรถ ก่อนละสังขาร และพิธีจัดงานท่านแบบโบราณชาวมอญ      ชาวรามัญที่จังหวัดปทุมธานีมีพิธีการเผาศพพระภิกษุแ...
01/05/2015

ประมวลภาพหลวงปู่อรรถ ก่อนละสังขาร และพิธีจัดงานท่านแบบโบราณชาวมอญ
ชาวรามัญที่จังหวัดปทุมธานีมีพิธีการเผาศพพระภิกษุแปลกว่าในท้องถิ่นอื่นก็ คือ ในพิธีการนี้มีจุด "ลูกหนู" ด้วย "ลูกหนู" นี้พูดให้เข้าใจง่ายก็จรวดสมัยโบราณ นั่นเอง มีพลังงานการวิ่งด้วยแรงระเบิดผลักดันของดินปืน แต่ไม่ระเบิดตัวเอง ถ้าเป็นทางภาคอิสานเขาก็ใส่หางด้วยไม้ไผ่ทั้งลำ และจุดขึ้นท้องฟ้าไม่มีเป้าหมายเรียกว่า "บ้องไฟ" จุดเพื่อเป็นการเบิกท้องฟ้าให้ฝนตกตามฤดูกาลก่อนการทำนาเล็กน้อย เป็นประเพณีคล้ายการแรกนาขวัญของภาคกลาง ส่วนลูกหนูในงานเผาศพพระมอญนี้ไม่มีหางเมื่อจุดแล้วให้วิ่งไปตามสายลวดเล็กขนาดใหญ่ซึ่งขึงไว้เพื่อให้ชนเป้าหมายคือปราสาทหรือเมรุซึ่งสร้างด้วยไม้ไผ่โลงจำลองที่กลางนาหลังวัด
"ลูกหนู" นี้ที่ทางวัดมอญต่างๆๆ จะทำมาช่วยงานศพ วัดหนึ่งเยกว่าสายหนึ่งโดยจะมีลูกหนูหรือจรวดโบราณสายละจำนวน 12 ลูก แล้วแต่จะเป็นศพพระภิกษุซึ่งบรรดาวัดอื่นเคารพมากก็มีลูกหนูมากสาย การนำลูกหนูมายังวัดที่มีงานนี้จะมีการแห่แหนกันมาสนุกสนานตามอัธยาศัย เมื่อมาถึงสถานที่จะจุดที่เตรียมไว้แล้ว คือขึงสายลวดสลิงไว้ครบตามจำนวนวัดหรือสายที่มา การจุดนั้นจะให้สัญญานจุดที่ละสายโดยจุดครั้งละหนึ่งลูกเรียงลำดับตามสายแต่แรกจนถึงสายสุดท้ายแล้วขึ้นต้นใหม่เวียนไปจนหมดลูกหนู หรือปราสาทจะพังทลายไฟใหม้ แต่ส่วนมากมักปรากฏ ลูกหนูไม่ใคร่หมด แต่ถ้าหากว่าลูกหนูลูกใดของสายใดชนปราสาทหรือทำลายอะไรได้จะมีรางวัลเป็นเงินมีค่าต่างๆ กันให้แก่สายนั้นๆๆ พร้อมกับกลองยาวก็จะเชียร์กันเป็นเอิกเกริก เมื่อเสร็จพิธีการจะมีข้อทำนายว่าถ้ายอดปราสาทล้มเข้ามาทางวัดหมายความว่าปีหน้าต้องมีงานจุดลูกหนูกันอีก ถ้านอกไปนอกวัดก็หมดเรื่อง งานศพที่มีลูกหนูนี้จะมีในฤดูแล้งเพราะภูมิประเทศอำนวยให้ทุกประการ ถ้าหากไปเที่ยวหรือยืนดูการจุดลูกหนูนี้มีควรระวังคือต้องดูด้านหลัง เป็นจุดที่ปลอดภัยกว่า ถ้าหากไปยืนดูด้านข้างเคยปรากฏว่าเมื่อขณะจุดลูกหนูวิ่งไปตามสายนั้นได้เกิดระเบิดขึ้นกลางสายทำให้มีคนตายและบาดเจ็บได้เสมอ ฉะนั้นควระวังเพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย

ประวัติย่อ หลวงปู่เหมือน นนฺทสร วัดนาวง (โรงหีบ) ต.หลักหก อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี                เกิด                       ...
28/12/2014

ประวัติย่อ หลวงปู่เหมือน นนฺทสร วัดนาวง (โรงหีบ) ต.หลักหก อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี

เกิด วันพุธ เดือน 11 ปีมะโรง พ.ศ.2423 เป็นบุตรของ นายเนียม นางน้อย เนียมน้อย

อุปสมบท ปี 2443 ณ พัทธสีมาวัดเทียนถวาย

มรณภาพ วันที่ 17 ธันวาคม 2502

รวมสิริอายุ 80 ปี 59 พรรษา


หลวงปู่เหมือน นนฺทสร เจ้าเป็นอาวาส วัดนาวง (โรงหีบ) องค์ที่ 2 ต.หลักหก อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี

นามเดิม เหมือน เนียมน้อย ชาตะวันพุธเดือน 11 ปีมะโรง พ.ศ.2423 บุตรนายเนียม นางพ่วง ภูมิลำเนา บ้านบางพัง ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

เมื่ออายุครบอุปสมบท ได้เข้าบรรพชาอุปสมบทในสำนักพระธรรมมนุสารี (สว่าง) วัดเทียนถวาย เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เป็นพระอุปัชฌายะ เจ้าอธิการเนตร วัดบางกฎีไทย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูธัญญะเขตต์ เขมากร (หลวงพ่อช้าง) วัดเขียนเขตต์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่ในสำนักพระ-ธรรมนุสารี วัดเทียนถวาย ผู้เป็นพระอุปัชฌายะ ได้ศึกษาเล่าเรียนในทางสมณกิจพอควรแก่กาลสมัยแล้ว ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ ณ ที่สำนักวัดโพธิ์ทองบน ได้อยู่แลช่วยเจ้าอาวาส(ท่านอาจารย์เล็ก) ปฏิบัติพระศาสนา และปฏิสังขรณ์อารามตลอดมา

ขณะนั้น ทางวัดนาวง (โรงหีบ) เจ้าอาวาส (พระอธิการชื่น) ได้มรณะภาพลง ขาดผู้ปกครองดูแลวัด พระธรรมานุสารี ผู้เป็นพระอุปัชฌายะได้เห็นอัธยาศัยอันดี ของท่าน (หลวงปู่เหมือน) จึงได้ส่งท่านให้ไปเป็นผู้ปกครองดูแลวัด ตั้งแต่ราวปี 2457 เป็นต้นมา

เมื่อท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ได้จัดการอบรมสั่งสอนภิกษุสามเณรและศิษย์ตลอดจนอุบาสกอุบาสิกาให้อยู่ในธรรมวินัยของแต่ละเพศ และได้ปฏิสังขรณ์ก่อสร้างกุฏิตลอดจนกระทั่งถนนหนทางภายในบริเวณวัดให้เป็นที่เจริญเรื่อยมา โดยความอุปถัมภ์ของ หลวง-นาวาเกนิกร (ซิวเม๋ง โปษยจินดา) ผู้เป็นเจ้าของจัดสร้างขึ้น อนึ่งวัดนี้เมื่อผู้เป็นเจ้าของสิ้นชีพไปแล้ว บุตรและธิดาก็ได้อุปถัมภ์เรื่อยมา แม้หลวงปู่เหมือนจะได้ปฏิสังขรณ์และก่อสร้างวัตถุสิ่งใดภายในวัด บุตรและธิดาของผู้เป็นเจ้าของก็ได้บริจาคทรัพย์ร่วมด้วยเป็นจำนวนมากดังที่ปรากฎอยู่ทุกวันนี้ เป็นต้นว่า ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ถนนเทคอนกรีต และโรงเรียนประถมศึกษา สถานที่เหล่านี้สำเร็จขึ้นมาได้ก็เพราะว่า เกิดจากปัจจัยของหลวงปู่เหมือน และบุตร ธิดาของผู้เป็นเจ้าของตลอดกระทั่งศิษย์และท่านที่เคารพนับถือทั้งหลายด้วย

อนึ่ง หลวงปู่เหมือน เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ได้ตั้งอยู่ในคุณธรรม มีเมตตา กรุณา เป็นนิจต่อบุคคลและสัตว์ทั่วไปกอบด้วยท่านเป็นผู้มีวิชาทางไสยศาสตร์ และแพทย์แผนโบราณ ได้ใช้วิชานี้รักษาบุคคลทุกเพศวัยที่ป่วยเป็นไข้มาหาท่านๆก็รักษาให้ด้วยจิตเมตตาโดยสม่ำเสมอ ไม่มีอคติ แต่ชีวิตของท่าน ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไป เพราะเป็นธรรมดาของสังขารย่อมตกอยู่ในไตรลักษณ ต่อมาท่านก็ได้ เริ่มอาพาธเรื่อยๆมาแม้จะมีแพทย์ปัจจุบันและแผนโบราณที่ดีก็ไม่ทำให้ท่านหายได้ ท่านก็ได้ถึงแก่มรณภาพลงในคืนวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2502 เวลา 23.30 น. ด้วยอาการอันสงบ ที่วัดนาวง ต.หลักหก อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี ท่านได้อยู่ในสมณเพศ 59 พรรษา รวมอายุของท่านได้ 80 ปี
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา ปลอดภัย แคล้วคลาด คงกระพัน

ที่มา ประวัติย่อหลวงปู่ ที่วิหาร วัดนาวง จ.ปทุมธานี

พระครูเกษมนวกิจ(หลวงพ่อเต้า), วัดเกาะวังไทร นครปฐมท่านนั้น ฤานาม หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร นครปฐม ซึ่งหลวงพ่อเงิน วัดดอน...
13/07/2014

พระครูเกษมนวกิจ(หลวงพ่อเต้า), วัดเกาะวังไทร นครปฐม


ท่านนั้น ฤานาม หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร นครปฐม ซึ่งหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ยังยกย่องว่า
"ท่านเต้า วัดเกาะวังไทร เขาเป็นเต้าทอง ไม่ใช่เต้าปูน"
ท่านเกิดเมื่อ ๒๐ ก.ย. ๒๔๕๑ บวชเมื่อ ๒ พ.ค. ๒๔๗๒ มรณะ วันที่ ๒๑ พ.ค. ๒๕๓๕ (วันพฤหัสบดี แรม ๕ คํา
เดือน ๖) เวลา ๐๖.๐๐ น. ที่โรงพยาบาลศิริราช สิริรวมอายุได้ ๘๔ ปี ๘ เดือน ๖๒ พรรษา

พระสหธรรมิก ที่สนิทสนมเป็นพิเศษ ทั้งอายุพรรษาอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน มีหลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม ,
หลวงพ่อหลิว วัดไร่แตงทอง
หลวงพ่อเต้ามรณะเป็นรูปแรก(ศพท่านไม่เน่าหลังจากเก็บไว้ ๑๐๐ วัน แล้ว)
ตามมาด้วยหลวงพ่อแช่ม(ทางวัดเก็บอยู่ในโลงไม่ได้เผาเหมือนหลวงพ่อเงิน
ถามคนที่วัดท่านบอกว่าศพไม่เน่าเหมือนกัน) และหลวงพ่อหลิวเป็นรูปสุดท้าย
"หลวงพ่อเต้า" เป็นพระที่มีศีลาจารวัตรน่าเคารพเลื่อมใส
ท่านไม่เคยติดยึดลุ่มหลงในยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ยึดติดในลาภสักการะ
ตลอดชีวิตของท่านมีแต่การสงเคราะห์ช่วยเหลือ ให้ความร่วมมือกับหน่วยราชการและประชาชนโดยตลอด
จะมีกี่คนที่ทราบว่า หลวงพ่อขายที่ดินอันเป็นมรดกส่วนตัวของท่าน
เพื่อนำเงินมาสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังใหญ่ของวัดเกาะวังไทร
ความไม่ติดยึดลุ่มหลงในยศถาบรรดาศักดิ์ของหลวงพ่อ ความมักน้อยสันโดษ
ยิ่งเพิ่มพูนศรัทธาแก่ผู้เคารพนับถือทวีคูณยิ่งขึ้น สังฆสาวกของพระตถาคตรูปนี้ กราบได้ ไหว้ได้
อย่างสนิทใจ
*** ในเรื่องนี้แม้แต่พระเถระผู้ใหญ่ของ จ.นครปฐม เป็นต้นว่า พระศรีรัตนโมลี วัดเสถียรรัตนาราม
รองเจ้าคณะ จ.นครปฐม พบเห็นหลวงพ่อเต้าที่ใด พระเดชพระคุณท่านจะกราบแทบเท้า หลวงพ่ออยู่เสมอ
แสดงให้เห็นถึงความเคารพอย่างสูงสุด คนที่ไปหาท่าน นั่งที่ขั้นบันไดเสมอเหมือนกันหมด
ในเรื่องเครื่องรางของขลังนั้น ถ้าอยู่ใกล้ๆมือท่านแล้ว หลวงพ่อแจกไม่อั้น ไม่สนใจเรื่องกำไรขาดทุน

บิดาท่านชื่อ นายบุญ มารดาท่านชื่อ นางฮวย ห้วยหงส์ทอง

บรรพชาอุปสมบท

ณ พัทธสีมาวัดตาก้อง ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

พระครูอุตตรการบดี (สุข) วัดห้อวยจระเข้ ตำบลพระปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นพระอุปัชฌาย์

หลวงพ่อแช่ม อินทโชโต วัดตาก้อง ตำบลตาก้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นพระกรรมวาจารย์

พระใบฎีกาล้ง วัดห้วยจระเข้ ตำบลพระปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นพะอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่า \\"เขมโก\\"
หลวงพ่อเต้า (พระครูเกษมนวกิจ) หรือหลวงพ่อเต้า เขมโก ซึ่งมีฉายาเหมือนหลวงพ่อเกษม เขมโก
และที่แปลกกว่านั้น คือ หน้าตาของท่านทั้งสองละม้ายคล้ายคลึงกันมาก
สิ่งที่ท่านไม่ชอบก็คือ การประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของตนเอง โดยเปรียบเทียบว่า "ไม่ใช่พลุ
ไม่ต้องมาจุดให้ ดังแล้วก็เงียบหายไป" หรือไม่ก็พูดแทงใจตรงๆว่า "คนสมัยนี้หน้าคนไม่ยอมใส่
เที่ยวไปเอาหน้าม้ามาใส่แทน" และคอยพรําสอนศิษย์เสมอว่า "เรามาแต่ตัว
เมื่อตายไปอะไรก็ถือติดมือไปไม่ได้ มีแต่ความดีที่เคยทำไว้ พอจะให้คนเขานึกถึงได้บ้าง"

ปลุกเสกนํามนต์ร้องเป็นเสียงจิ้งจก มีเรื่องเล่าสืบมาว่าหลวงพ่อแช่มได้ครอบวิชา
นํามนต์ร้องไห้ไว้ให้หลวงพ่อเต้า เรื่องนี้ศิษย์รุ่นเก่าๆทราบดี เพราะเคยเจอมากับตัวเอง เล่ากันว่า

*** บาตรนํามนต์ของหลวงพ่อ เมื่อสงัดคนจะมีเสียงจุ๊ๆๆ เหมือนจิ้งจกทัก ดังมาจากข้างใน
ผู้เป็นศิษย์ใกล้ชิดก็รีบไปดู คิดว่าจิ้งจกจะตกลงไป กินนําแล้วพลาดตกลงไป
หากไม่ไปเอาขึ้นก็จะตายในบาตรนํามนต์ หลวงพ่อจะต้องทำใหม่ ปรากฏว่าไปดูใกล้ๆ
ชะโงกไปดูเอาไฟฉายส่องก็ไม่เห็นจิ้งจกสักตัว แต่เสียงดังจุ๊ๆ ก็ยังคงมีอยู่แล้วก็ค่อยๆ หายไป

บางบ้านตักนํามนต์ของหลวงพ่อไปใส่ขันไว้ที่บ้านก็มีเสียงจุ๊ๆ ดังมาจากภาชนะเหมือนกัน
และตุ่มนํามนต์ใหญ่ที่หนาหลวงพ่อศิลาแลง(หลวงพ่อแดง พระพุทธรูปศักสิทธิ์ ประจำวัด)
อันเป็นตุ่มนํามนต์กลางที่ผู้คนจะพากันไปตักกลับบ้าน หากหลวงพ่อเต้าไม่อยู่วัด
เพราะหลวงพ่อทำไว้เป็นส่วนกลาง เสียงจุ๊ๆ จะดังขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดวันตลอดคืน
ไปค้นหาดูเถอะไม่มีจิ้งจกสักตัว และเสียงไม่ได้ดังมาจากฝา หรือเพดาน
แต่ดังมาจากบาตรและตุ่มนํามนต์จริงๆ

ที่นับว่าเล่าลือกันอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือในงานพุทธาภิเษก ในวัดใหญ่แห่งหนึ่งในนครปฐม
มีพระเกจิอาจารย์ร่วมนั่งปรกกันมาก เจ้าภาพตั้งบาตรนํามนต์ไว้หน้าอาสนะ
ที่พระเกจิอาจารย์จะนั่งปรกปลุกเสก และจุดเทียนนํามนต์เอาไว้ที่ปากบาตร

พอพิธีเริ่มไปได้ไม่นาน ฝนก็ตั้งเค้าลมกระโชกมาอย่างรุนแรง เทียนนํามนต์ในที่บาตร
ของพระเกจิที่นั่งปรกถูกลมพัดดับหมด
*** เหลือแต่เพียงเทียนที่ปากบาตรนํามนต์หน้าหลวงพ่อเต้า
ยังไม่ดับและเปลวไฟตั้งตรงเหมือนไม่โดนลมพัดอีกด้วย
หลวงพ่อเต้านั้นท่านมีฌาณสูง และในการนั่งปรกทุกครั้ง หลวงพ่อจะกำหนดจิตนั่งปรกเป็นเวลานาน
เรียกว่าไม่มีพักยกหลับตาเข้าฌาณแล้วนิ่งอยู่อย่างนั้น จนเวลาผ่านไปตามที่หลวงพ่อกำหนด
ท่านก็จะออกจากฌาณเหมือนตั้งนาฬิกาปลุก ไม่ต้องไปยุ่งกับท่าน
แม้พระเกจิส่วนใหญ่จะกลับกันหมดแล้ว แต่ถ้าไม่ถึงเวลาที่กำหนดไว้ในงาน หลวงพ่อก็จะนั่งอยู่อย่างนั้น
จนถึงเวลาจะออกจากฌาณ

นางกวักของหลวงพ่อ นั่งโยกตัวไปมา เหมือนมีชีวิต บางท่านพบว่ากำลังลุกขึ้นเดินด้วยซ้ำ
เสกเสากระทู้ปักกลางวัด คนมายิงนกยิงปลาภายในวัด ปาฏิหาริย์ปืนยิงไม่ออก

ประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับปาฏิหาริย์นั้น มีประจักษ์พยาน และมีหลักฐานยืนยันได้ แต่หลวงพ่อกลับบอกว่า


"อิทธิปาฏิหาริย์ไม่ใช่วิถีทางของการดับทุกข์ ดั่งที่พระพุทธองค์ท่านสอนไว้
อิทธิปาฏิหาริญ์ไม่สามารถทำให้พ้นทุกข์ได้ ศีล สมาธิ ปัญญา
เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารได้"
"หลวงพ่อเต้า" เป็นพระที่สมถะ พูดน้อย คมในฝัก จึงเข้าตำราที่ว่า "ของจริงนิ่งเป็นใบ้
ของพูดได้ของไม่จริง" ปฎิปทางดงามจนเป็นที่เลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น

การปฎิบัติธรรมตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เคร่งครัดยิ่งนักเรื่องความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยนี้ ประจักษ์ปละประทับใจผู้ได้พบเห็น
ทั้งต่อหน้าและลับหลังญาติโยม ศีลาจารวัตรของท่านสะอาดบริสุทธิ์

สมณสารูปของหลวงพ่อ ผู้ใดพบเห็ฯเป็นต้องศรัทธา รูปร่างของหลวงพ่อผอมสูง ผิวดำแดง กร้านแกร่ง
แต่แฝงไว้ด้วยความอดทน เข้าตำรา "สัตว์พี ฤาษี ผอม" ความอดทนและเพียรอย่างยอดเยี่ยมของหลวงพ่อ
เป็นผลานิสงส์จากการธุดงค์วัตรรอนแรมตามป่าเขาลำเนาไพรมาอย่างโชกโชนนั่นเอง

ดวงตาของหลวงพ่อ เป็นแระกายด้วยตบะเดชะแห่งมหาอำนาจ แต่เปี่ยมด้วยความเมตตา ผิวพรรณวรรณะของท่าน
ดูแล้วผุดผ่อง มีสง่าราศีด้วยบุญบารมีทั้งๆ ที่หลวงพ่อไม่ได้สรงน้ำ
แต่ไม่เคยปรากฎร่องรอยคราบเหงื่อไคลความสกปรกให้พบเห็น เป็นที่น่าอัศจรรย์นัก
"หลวงพ่อเต้า" เป็นตัวอย่างของภิกษุสงฆ์ผู้มีความมักน้อย ถือสันโดษอย่างจริงจัง
ผู้เขียนกล้าเอาเกียรติเป็นประกันว่า หลวงพ่อเป็นพระที่ไม่สะสมและปรุงแต่ง
ในกุฏิของท่านไม่พบของมีค่าเกินความจำเป็ฯของสมณเพศ บริขารปัจจัยต่างๆของหลวงพ่อก็คือ

เสื่อผืน หมอนใบ และผ้าไตรจีวรสีกรักเก่าๆ

ไม่เคยจำวัดในห้องนอนที่มีฟูกหนาๆหมอนนิ่มๆ

ที่จำวัดเดิมที เป็นเตียงผ้าใบแบบพับได้เก่าคร่ำคร่า ตั้งแอบไว้หลังโต๊ะรับแขก
ในกุฎิตรงที่ท่านนั่งรับแขกนั่นเอง

หลวงพ่อท่านยึดว่า ความสุขสบายของกายสังขารเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ เกิดกิเลส เกิดตัณหา มีอุปทาน
ไม่สามารถหลุดพ้นจากสภาวะจิตใจทางใฝ่ต่ำ ซึ่งเป็ยข้าศึกต่อเพศบรรพชิต

"เรามาแต่ตัว เมื่อตายไปอะไรก็ถือติดมือไปไม่ได้ มีแต่คสามดีที่เคยทำไว้
พอจะให้คนเขานึกถึงได้บ้าง"

เป็นคำพูดและคติธรรมที่หลวงพ่อบอกกล่าวกับผู้เขียนอยู่เสมอๆดังนั้น ไม่ว่าจะเป็ฯวิทยุโทรทัศน์ โทรศัพท์
หรืออุปกรณ์อำนวยความสุขสบายอื่นใด หลวงพ่อยกให้เป็นสาธารณประโยชน์ทั้งหมด

ตู้เย็นเก่าๆในกุฎิ แทนที่จะแช่น้ำ แช่อาหารการกินเพื่อความอร่อยลิ้น กลับกลายเป็นแช่ผลไม้
แช่เนื้อสัตว์ เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงสิงสาราสัตว์สารพัดชนิด ที่คนนำมาถวายท่าน
ซึ่งท่านก็สงเคราะห์เลี้ยงไว้บริเวณหน้ากุฎิจนเต็มไปหมด

หลวงพ่อท่านบอกว่า บรรดาสัตว์ที่คนนำมาถวายนี้ ถ้าเลี้ยงไว้ในเขตอภัยทาน
ย่อมปลอดภัยกว่าที่จะปล่อยให้ไปผจญภัยตามเวรตามกรรม

สัตว์เลี้ยงของหลวงพ่อทุกตัว จะเชื่องไม่ดุร้าย ทั้งนี้ด้วยอานุภาพจากความเมตตาของหลวงพ่อ
ซึ่งลงทุนขึ้นรถเมล์ไปตลาดนครปฐมด้วยตัวของท่านเอง เพื่อซื้ออาหารมาเลี้ยงสัตว์
และท่านจะเป็ฯผู้ให้อาหารสัตว์ด้วยตัวของท่านเอง ตลอดระยะเวลาที่กายสังขารของท่านยังแข็งแรงสมบูรณ์

ในช่วงปีพ.ศง 2534 จนถึง 2535 กายสังขารของหลวงพ่อร่วงโรยไปตามวัย
ความชราภาพและความเจ็บไข้เริ่มเข้ามาเยือน คณะกรรมการวัดตลอดจนศิษย์
จึงปราถนาที่จะให่หลวงพ่อได้มีห้องจำวัดเป็นสัดส่วน
เพื่อมที่ท่านจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ตามคำสั่งของแพทย์ ดังนั้น
จึงได้กั้นห้องติดมุงลวดภายในบริเวณกุฎิรับแขกของท่าน แล้วซื้อเตียงไม้มาถวายมีเบาะเล็กๆเก่าๆ
ปูเตียงสำหรับเป็นที่จำวัด นั่นแหละหลวงพ่อจึงได้มีเวลาพักผ่อนอย่างพอเพียง

หลวงพ่อเต้า" เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ยอดพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองนาม
เจ้าตำรับวิชามหาอุดและคงกระพันชาตรี ผู้ทรงคุณวิเศษในการย่นระยะทาง ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคม
การลงอักขระเลขยันต์ การปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ตลอดจนการเจริญวิปัสสนากรรมฐานจากหลวงพ่อแช่มโดยตรง
หลวงพ่อแช่มรักและไว้ใจหลวงพ่อเต้ามาก ขนาดให้ทำหน้าที่ลงอักขระเลขยันต์แทน
แม้ขณะนั้นหลวงพ่อเต้าจะยังบวชได้ไม่ถึง 5 พรรษา

หลังจากอุปสมบท

"หลวงพ่อเต้า" อยู่ปฎิบัติรับใช้หลวงพ่อแช่ม ที่วัดตาก้องอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เลี้ยงวัวให้
ต้มน้ำร้อนน้ำชา ปัดกวาด เช็ดถูกุฎิ และทุกๆเรื่องที่หลวงพ่อแช่มท่านใช้สอย พร้อมทั้งศึกษาพระธรรมวินัย
อักขระเลขยันต์ทางไสยเวทวิทยา ตลอดจนิปัสสนากรรมฐานจากหลวงพ่อแช่ม

นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจากสำนักนางสาว แภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
ในสมัยที่หลวงพ่อคง เป็ฯเจ้าอาวาส อีกด้วย
หลวงพ่อเต้า" ออกเดินธุดงค์เพื่อบำเพ็ญเพียรให้สมาธิแกร่งกล้า โดยให้รุกขมูลไปทางพิจิตร ลพบุรี
พิษณุโลก นครสวรรค์ สุโขทัย เชียงราย และขึ้นไปแถบชายแดนพม่า ฝ่าฟันอุปสรรคอันตรายรอบด้าน
ทั้งจากภูติผีปีศาจ สิงสาราสัตว์ ภัยจากธรรมชาติ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เนื่องจากต้องผ่านป่าดงดิบจริงๆ
และเป็นการเดินธุดงค์วัตรอย่างแท้จริง

หลวงพ่อเล่าเรื่องประสบการณ์ธุดงค์ให้ฟังว่า บางครั้งเดินหลงเข้าไปในป่าดงดิบ ไม่มีบ้านผู้คนอาศัย
อดข้าวอดน้ำอยู่หลายวัน ต้องอธิฐานขอฉันใบไม้เป็นอาหารยังชีพ บางครั้งต้องใช้บาตรหุงข้าวฉันเอง
มิฉะนั้นต้องอดตายในป่า

ขณะเดินไปถึงเขาวงพระจันทร์จังหวัดลพบุรี พักปักกลดอยู่ มีเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ปรากฏให้เห็น
แต่ไม่ได้ทำอันตรายท่าน เพราะหลวงพ่อได้แผ่เมตตาตลอดเวลา แต่ที่สำคัญก็คือหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง
ท่านได้นั่งสมาธิอธิฐานจิตติดตามคุ้มครองป้องกันภัยให้ด้วย เรื่องนี้หลวงพ่อเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า
ขณะที่ท่านเจริญสมาธิ หรือกำลังสวดมนต์ จะเห็นหลวงพ่อแช่มวัดตาก้อง มาเดินดูใหล้ๆกลด
แล้วก็หายไปอานิสงฆ์จากการเดินธุดงค์ ทำให้หลวงพ่อมีสมาธิจิตมั่นคง
มีพลังจิตอันทรงปาฎิหารย์ได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย
งานพุทธาภิเษกแทบทุกงาน ซึ่งหลวงพ่อก็เต็มใจรับอารธนานิมนต์นั่งปรกปลุกเสก
ซึ่งหลวงพ่อก็เต็ฒใจรับอารธนานิมนต์เป็นพิเศษ แม้สังขารร่วงโรยไปตามกาลเวลา
แต่ในใจของท่านกลับยิ่งแข็งแกร่ง ท่านจะนั่งขัดสมาธิอย่างสง่างาม อกผายไหล่ผึ่ง หลังตั้งตรงดุจคันทวน
สมาธิแน่วแน่ ไม่มีการเผลอหลับคอพับคออ่อน ไม่มีเอียงซ้ายเอียงจขวา และไม่มีการกลับก่อนเวลา
หากยังไม่ดับเทียนชัยเป็นไม่เลิก จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาต่อผู้พบเห็ฯยิ่งนัก
พิธีพุทธาพิเษกครั้งสำคัญๆที่วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสุทัศนเทพวราราม
หรือวัดพระศรีรัตนศาสดารามจะต้องมีหลวงพ่อเข้าร่วมพิธีทุกครั้ง

"หลวงพ่อเต้า"
เป็ฯพระคมในฝักจริงๆสังเกตจากงานพุทธาภิเษกเท่าที่ผู้เขียนเป็นศิษย์ติดตามอย่างใกล้ชิด
ถ้ามีคนรุมล้อมมนัสการท่านมากๆ ท่านจะไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดชอะไรได้แต่นั่งยิ้มๆ แต่ถ้าคนน้อยๆ
หรืออยู่กันตามลำพัง อยากได้อะไรหลวงพ่อทำให้ทั้งนั้น ทั้งนี้เพราะท่านไม่ต้องการโอ้อวดคุณวิเศษต่างๆ
ที่หลวงพ่อท่านเป็นเลิศในเรื่องของไสยเวทย์ มีผู้คนพบเห็นเป็นพยานในทธิฤทธิ์บุญฤทธิ์ของหลวงพ่อ

พระเครื่อง พระบูชา ตลอดจนอิทธิมงคลของหลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร มีทุกรูปแบบทั้ง ตะกรุด ผ้ายันต์
พระกริ่ง รูปหล่อเหมือน เหรียญรูปเหมือน พระเนื้อดินเผา พระเนื้อผง พุทธคุณ ภาพถ่าย พระปิดาตาเนื้อผง
และ เนื้อเมฆพัด ฯลฯ

อิทธิมงคลวัตถุของหลวงพ่อ ลง้วนแล้วครบวงจรของความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์
จากพลังจิตและพุทธาคมอันเอกอุดมจากตำรับตำราของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง
ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทให้หลวงพ่อซึ่งเป็นศิษย์เอกอย่างหมดสิ้น

ประสบการณ์จากอิทธิมคลวัตถุของหลวงพ่อ ปรากฎความมหัศจรรย์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ จนเป็นเรื่องปกติ
ทั้งด้านแคล้วคลาดจากอันตราย อยู่ยงคงกะพัน มหาอุด เมตตามหานิยม

"หลวงพ่อเต้า"
เป็นพระเกจิออาจารย์ที่ยึดคติโบราณณาจารย์ในการสร้างอิทธิมงคลวัตถุสมัยที่ท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
ท่านจะลงอักขระเลขยันต์ตามสูตรสนธิด้วยมือของท่านเอง ไม่ว่าจะเป็ฯผ้ายันต์ ตะกรุด
รวมทั้งพระเครื่องเนื้อดินโป่ง ทุกองค์จะเป็นลายมือซึ่งท่านบรรจงจารไว้อย่างสวยงาม อักขระคาถาอาคมต่าง
หลวงพ่อจะเขียนเป็นหนังสือขอมตัวบรรจง สมัยหนุ่มๆ จัดว่าท่านมีลายมือสวยทีเดียวล่วงศุ่วัยชรา
มือของท่านจะสั่น ลายมือโย้ไปเย้มา แต่ก็มีความแม่นยำไม่คลาดเคลื่อน เส้นยันต์ไม่ขาด
อักขระไม่ทับตารายันต์

หลวงพ่อไม่นิยมวิธีปั๊มอักขระเพื่อลงยันต์ ยกเว้นระยะหลังท่านชราภาพมาก จึงยอมให้ใช้ยันต์ปั๊ม
แต่ถ้าผู้เขียนอยู่ใกล้ๆ ท่านจะใช้ให้ลงอักขระเลขยันต์แทนท่าน ไม่ว่าจะเป็ฯยันต์หัวเสาปลูกบ้าน
ยันต์หล่อพระ หรือยันต์วางศิลาฤกษ์ คาถาที่ใช้ลงอักขระเลขยันต์ จะเป็ฯบารมีสามสิบทัศน์
พระเจ้าสิบหกพระองค์ อิติปิโสแปดทิศ แล้วมักจะต่อท้ายหรือล้อมด้วยนวหรคุณ พระเจ้าห้าพระองค์ ฯลฯ
สุดแท้แต่ท่านจะสั่งให้เขียน เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ท่านจะตรวจสอบ
จากนั้นจึงจะปลุกเสกตามตำรับเวทย์วิทยาคมของท่าน เป็นอันใช้ได้
ในเรื่องของการปลุกเสกวัตถุมงคล หลวงพ่อนิยมที่จะปลุกเสกเดี่ยวมากกว่าแบบมวยหมู่

ในการจัดสร้างวัตถุมงคลนั้น หลวงพ่อจะพิถีพิถันมาก ตัวอย่างเช่น การสร้างพระพิมพ์โมคคัลลาน์สารีบุตร
เนื้อดินโป่งผสมผงพุทธคุณ อันเป็นการสร้างวัตถุมงคลรุ่นแรกของท่านประมาณปี 2496
ท่านได้รวรวมดินโป่งซึ่งถือเป็ฯมวลสารกายสิทธิ์ มีเทพยดาอารักษ์คุ้มครอง
โดยเก็บจากป่าดงดิบแถวจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ดินอุดรูหนู รูปู ตามเคล็ด วิชามหาอุด
จากนั้นนำมาบดจนละเอียด แล้วผสมกับผงพระพุทธคุณและว่าน 108

เมื่อเริ่มเข้าพรรษา หลวงพ่อจะดเนินการสร้างพระเครื่อง โดยนำผงดินโป่งที่ผสมผงพุทธคุณแล้ว
ผสมใส่น้ำมนต์ที่ปลุกเสกลงไป แผ่ดินโป่งที่ผสมแล้วออกเป็นแผ่น เขียนยันต์ ตามตำรับของหลวงพ่อแช่ม
วัดตาก้อง ปลุกเสกด้วยโองการมหาทะมื่นและชินบัญชรคาถา เอาน้ำมนต์รดลงไป แล้วลบยันต์ทิ้ง เขียนขึ้นใหม่
ปลุกเสก แล้วลบทิ้ง ทำอย่างนี้จนครบ 108 ครั้ง เรียกว่า "ลบถม"

กรรมวิธีการต่อไปก็คือ หลวงพ่อจะกดพิมพ์พระเองตลอด จนเสร็จพิธี หลวงพ่อจะจารหลังองค์พระด้วยตนเองทุกองค์
ลักษณะของยันต์และอักขระที่จารจะเป็นตัวเฑาว์มหาอุด นะอุณาโลมคงกะพันชาตรี และนะแคล้วคลาด เป็นหลัก
จากนั้นก็จะปลุกเสกตลอดไตรมาส
ในช่วงสมัยที่ "หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม" ซึ่งถือเป็นพระอาจารย์รุ่นพี่
และวัดดอนยายหอมก็อยู่บริเวณใกล้เคียงกันกับวัดเกาะวังไทร ดังนั้น
พระพิมพ์เนื้อดินโป่งผสมผงพุทธคุณในรุ่นแรก จึงได้รับอธิษฐานจิตปลุกเสกโดยหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ด้วย
(ประมาณ พ.ศ.2497-249

โดยข้อเท็จจริงแล้ววัตถุมงคลพระเครื่องเนื้อดินโป่ง หลวงพ่อท่านพร้อมที่จะนำพระเครื่องเนื้อดินโป่ง
อิทธิมงคลรุ่นแรกของท่าน แจกให้รุ่นศิษย์ แต่หลวงพ่อเป็นผู้มีคารวะธรรมต่อพระอาจารย์ (หลวงพ่อล้ง
พระอนุสาวนาจารย์ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเกาะวังไทร) ท่านจึงเก็บพระพิมพ์เนื้อดินโป่งไว้เงียบๆ
กระทั่งปี พ.ศ. 2499 เมื่อหลวงพ่อล้งไปรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้
และหลวงพ่อเต้าได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการณ์ในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเกาะวังไทรแทน
ท่านจึงเริ่มเผยแพร่วัตถุมงคลรุ่นแรกของท่าน

ประสบการณ์วัตถุมงคลทุกรุ่นของหลวงพ่อเต้า ย่อมเป็นที่ทราบและรู้อยู่แก่ใจของผู้ได้พบเห็น
ซึ่งถือเป็นปัจจัตตัง
(นำมากจากเวปไซค์ครับ ด้วยความเคารพและศรัทธา หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร)

หลวงพ่อหร่ำ เกสโร พระเกจิดัง'สามโคก'  จ.ปทุมธานี'หลวงพ่อหร่ำ เกสโร' วัดกร่าง ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นพระเกจิ...
13/07/2014

หลวงพ่อหร่ำ เกสโร พระเกจิดัง'สามโคก' จ.ปทุมธานี

'หลวงพ่อหร่ำ เกสโร' วัดกร่าง ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังยุคเก่าที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธามาอย่างยาวนาน

เป็นเจ้าตำรับพระขุนแผนเมืองปทุม มีนามเดิมว่า หร่ำ เกิดที่บ้านบางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุม ธานี เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2415
ในช่วงวัยเยาว์ ศึกษาภาษาไทยและภาษาบาลีกับหลวงพ่อนอม ที่วัดกร่าง หลังจากนั้นได้บรรพชา
อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ อุปสมบทที่วัดกร่าง มีหลวงพ่อหิน วัดสวนมะม่วง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อนอม วัดกร่าง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อกันต์ วัดกร่าง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เกสโร
หลังอุปสมบท อยู่จำพรรษาที่วัดกร่าง ศึกษาด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานจากหลวงพ่อนอม ซึ่งเป็นพระผู้เชี่ยวชาญในด้านกัมมัฏฐานและวิทยาคม ซึ่งพระอาจารย์นอมเป็นสหายธรรมกับหลวงพ่อกลั่น ธัมมโชโต วัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา
เวลาหลวงพ่อกลั่นท่านเข้ามากรุงเทพฯ จะต้องแวะวัดกร่าง เพื่อสนทนาธรรมกับหลวงพ่อนอมเสมอ
หลวงพ่อกลั่นอ่อนอาวุโสกว่าหลวงพ่อนอม นอกจากนี้ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ก็ยังเคยมาศึกษาวิชากับหลวงพ่อนอมที่วัดกร่างด้วย
บั้นปลายชีวิตหลวงพ่อนอมได้ไว้ใจให้ หลวงพ่อหร่ำลงตะกรุดโทนและถวายให้ท่านปลุกเสกกำกับ พร้อมกับบอกญาติโยมว่า "ถ้าต้องการได้ตะกรุดโทนล่ะก็ ไม่ต้องมาหาฉัน เพราะฉันหูตาไม่ดีแล้ว ให้ท่านหร่ำเขาลงและปลุกเสกให้ ส่วนถ้าจะให้ฉันปลุกเสก ก็ค่อยเอามาให้ตอนหลังก็ได้ ท่านหร่ำเขาก็เสกได้เหมือนฉันนั่นแหละ"
ครั้นเมื่อหลวงพ่อนอมมรณภาพ หลวงพ่อกันต์ ที่เป็นคู่สวดของหลวงพ่อหร่ำก็ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน แต่ไม่นานก็ลาสิกขาไป ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอาราธนาหลวงพ่อหร่ำ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกร่างสืบแทน
หลวงพ่อหร่ำเป็นพระที่ชาวบ้านเคารพเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมาก ใครเป็นอะไร เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปให้ท่านช่วยรักษา ท่านก็จะกรุณาเมตตารักษาให้จนหายดี โดยใช้สมุนไพรต่างๆ ซึ่งท่านมีความรู้ความชำนาญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้ไปให้ท่านช่วยทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรม และอาบรดให้ ต่างสำเร็จสมประสงค์ทุกรายไป
หลวงพ่อหร่ำยังออกท่องธุดงค์เป็นประจำ โดยได้นำพระกรุเก่าที่ได้จากการธุดงค์มาบรรจุไว้ในวัดกร่างที่มีผู้พบแตกกรุตอนหลัง ซึ่งต่างคิดว่าหลวงพ่อหร่ำท่านสร้างไว้ แต่ความจริงแล้วหลวงพ่อไปนำพระเหล่านี้จากกรุเก่าที่ท่านธุดงค์มาบรรจุไว้
ด้านวัตถุมงคล ท่านได้สร้างไว้ให้แก่ศิษย์หลายอย่าง เช่น ตะกรุดโทนที่เด่นในเรื่องมหาอุด, ผ้ายันต์ รูปถ่ายขาว-ดำ, พระเนื้อดินเผาพิมพ์พระขุนแผนใบพุทรา, พระพิมพ์เม็ดบัว, พระพิมพ์เม็ดน้อยหน่า ฯลฯ
แต่ที่โดดเด่นเป็นที่เลื่องลือ คือ พระขุนแผนใบพุทรา หลวงพ่อหร่ำได้จัดสร้างขึ้นด้วยเนื้อดินผสมผงและว่านมหาเสน่ห์ มีทั้งส่วนผสมของพระกรุต่างๆ เนื้อพระสีขาวขุ่นแบบพระบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี
พระขุนแผนใบพุทรานี้ท่านได้สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2460 และได้ปลุกเสกหลายพรรษาจนมั่นใจในพุทธคุณ แล้วได้นำมาบรรจุกรุในพระเจดีย์ด้านหน้าพระวิหาร กลายเป็นวัตถุมงคลที่ชาวเมืองปทุมต่างเสาะแสวงหามาไว้ในครอบครอง
หลวงพ่อหร่ำเป็นพระ ที่มีอายุยืนยาว จนถึงวัย 88 ปี พรรษา 68 มรณภาพ ด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2504

ที่อยู่

อ. เมืองปทุมธานี
Bangkok
12000

เบอร์โทรศัพท์

+66859513388

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พุทธมงคลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง พุทธมงคล:

แชร์

ประเภท