คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม ก่อตั้งอย่างเป็นรูปธรรมปี ค.ศ. 1976 โดย พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1976 เพื่อเลื่อกตั้งเลขาธิการและจัดตั้งอนุกรรมการบริหารงานด้านต่างๆ ขณะเดียวกันได้แต่งตั้งให้ คุณพ่อสำราญ วงศ์เสงี่ยม ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ และจัดให้งานเหล่านี้สังกัดในงานพิธีกรรม ปัจจุบัน พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิชเป็นประธาน และคุณพ่ออันโตนีโอ วาลแซ็กกี เป็นเลขาธิการ

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ปีที่ 50 แห่งพระพรและความรักของพระเจ้า พระคุณเจ้าเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื...
06/09/2026

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ปีที่ 50 แห่งพระพรและความรักของพระเจ้า พระคุณเจ้าเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม

🗓️ 7 กันยายน 2026

🎉 สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด
แด่พระคุณเจ้าเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี
ประมุขแห่งสังฆมณฑลสุราษฏร์ธานี🎉

27/08/2026

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงสอน การปฏิรูปพิธีกรรมของสังคายนาวาติกัน ที่ 2 เกิดขึ้นเพราะศาสนจักรไม่ต้องการให้คริสตชนมาร่วมพิธี “เหมือนคนแปลกหน้าหรือผู้ชมที่นั่งเงียบๆ” แต่ต้องเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ภาวนา และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

➡️ ทรงย้ำ การปฏิรูปพิธีกรรมไม่ได้หมายถึงการทิ้งธรรมประเพณีของศาสนจักร ตรงกันข้าม การปรับพิธีกรรมบางส่วนเกิดขึ้นเพื่อทำให้มรดกที่ได้รับการส่งต่อมา สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายขึ้นสำหรับคริสตชนในแต่ละยุค

➡️ ทรงอธิบาย ในพิธีกรรมมีทั้งส่วนที่มาจากพระเจ้าและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ กับส่วนที่มนุษย์กำหนดขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัย หากสิ่งนั้นไม่เหมาะสมหรือไม่ช่วยให้คริสตชนเข้าใจและมีส่วนร่วมในพิธีกรรมอีกต่อไป

➡️ ทรงเตือน การปฏิรูปพิธีกรรมไม่ได้หมายความว่าแต่ละคนจะทำอะไรก็ได้ เพราะพิธีกรรมไม่ใช่ความชอบส่วนตัว แต่เป็นการฉลองของศาสนจักรทั้งหมด บิช็อปและสงฆ์จึงมีหน้าที่ดูแลให้พิธีกรรมเคารพกฎของศาสนจักร พร้อมรักษาความเรียบง่ายและสง่างาม

Photo Credit: Vatican Media

__________

ช่วงสายวันพุธที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงออกมาพบปะคริสตชนและสอนคำสอนในการเข้าเฝ้าทั่วไป ซึ่งจัดในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ พระสันตะปาปาทรงสอนคำสอนตอนสุดท้ายเกี่ยวกับธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ (Sacrosanctum Concilium) พร้อมอธิบายว่า เพราะเหตุใดบรรดาผู้นำศาสนจักรในสังคายนาวาติกัน ที่ 2 เห็นว่าศาสนจักรจำเป็นต้องปฏิรูปพิธีกรรม ซึ่งใจความสำคัญของบทเทศน์สอน Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้

1. คริสตชนต้องมีส่วนร่วมในพิธีกรรม ไม่ใช่มาร่วมพิธีแบบคนแปลกหน้าไม่มีส่วนร่วม

พระสันตะปาปาทรงเริ่มต้นด้วยการหยิบยกคำพูดของคาร์ดินัล โจวานนี่ บัตติสต้า มอนตินี่ (พระสันตะปาปา พอล ที่ 6) ที่อธิบายว่า พิธีกรรมเป็นทั้งภาษาที่ถ่ายทอดคำสอนของพระเจ้า และเป็นเสียงของมนุษย์ที่พูดกับพระเจ้า ดังนั้น คริสตชนที่มาร่วมพิธีจึงไม่ควรเป็นเพียงคนที่มานั่งอยู่ตรงนั้น แต่ต้องเข้าใจและมีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

พระสันตะปาปา ตรัสว่า “คริสตชนไม่สามารถและไม่ควรอยู่เงียบๆ หรือมานั่งฟังแบบไม่มีส่วนร่วมอีกต่อไป การที่ร่างกายของพวกเขาอยู่ในพิธี แต่จิตใจกลับไม่ได้อยู่ด้วย เป็นสิ่งที่ไปด้วยกันไม่ได้”

“ศาสนจักรปรารถนาอย่างยิ่งว่า เมื่อคริสตชนเข้าร่วมธรรมล้ำลึกแห่งความเชื่อนี้ พวกเขาไม่ควรอยู่ในพิธีเหมือนคนแปลกหน้าหรือผู้ชมที่นั่งเงียบๆ ตรงกันข้าม พวกเขาควรเข้าใจพิธีและบทภาวนา รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และมีส่วนร่วมในกิจการศักดิ์สิทธิ์ด้วยความศรัทธาอย่างเต็มที่”

2. พิธีกรรมเป็นสิ่งที่มีชีวิต ปรับเปลี่ยนได้ การปฏิรูปพิธีกรรมไม่ได้ทิ้งธรรมประเพณี

จากนั้น พระสันตะปาปาอธิบายว่า หนึ่งในเหตุผลของการปฏิรูปคือ ต้องการให้คริสตชนเข้าถึงพระคัมภีร์ บทภาวนา และความหมายของพิธีกรรมได้มากขึ้น เพราะพิธีกรรมไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งมาตลอดประวัติศาสตร์ แต่มีการพัฒนาและปรับรูปแบบตามความต้องการของแต่ละยุคอยู่เสมอ

“พิธีกรรมเป็นสิ่งที่มีชีวิต ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา พิธีกรรมจึงมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อำนาจสั่งสอนของศาสนจักรได้ปรับรูปแบบของพิธีกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละยุคสมัย”

“ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่สังคายนาวาติกัน ที่ 2 ซึ่งเคารพมรดกของธรรมประเพณีอย่างสูงสุด และก็เพราะต้องการทำให้มรดกนั้นเข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น จึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงหนังสือพิธีกรรมต่างๆ” พระสันตะปาปาทรงอธิบาย

3. ในพิธีกรรมมีบางอย่างเปลี่ยนไม่ได้ แต่ก็มีบางอย่างที่จำเป็นต้องปรับตามยุคสมัย

พระสันตะปาปายังอธิบายสิ่งสำคัญที่หลายคนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปฏิรูปพิธีกรรมว่า ศาสนจักรไม่ได้มองว่าทุกอย่างในพิธีกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมีทั้งส่วนที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้และไม่สามารถเปลี่ยนได้ กับส่วนที่มนุษย์กำหนดขึ้น ซึ่งสามารถปรับได้เมื่อกาลเวลาหรือสถานการณ์เปลี่ยนไป

พระสันตะปาปาตรัสว่า “พิธีกรรมประกอบด้วยส่วนที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ กับส่วนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนหลังนี้ไม่เพียงสามารถเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น แต่ควรได้รับการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป หากมีสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของพิธีกรรมเข้ามาปะปน หรือหากสิ่งเหล่านั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป”

4. การปฏิรูปพิธีกรรมไม่ได้หมายความว่าแต่ละคนจะทำอะไรก็ได้

พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ย้ำอย่างหนักแน่นว่า การปฏิรูปพิธีกรรมของสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่มีรากฐานจากสิ่งที่พระสันตะปาปาหลายองค์เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนสังคายนา ไม่ว่าจะเป็นการปรับพิธีสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ หรือการทำให้ข้อกำหนดต่างๆ ในหนังสือพิธีกรรมเรียบง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม พระองค์เตือนว่า หลังสังคายนาเกิดการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องในบางส่วนของศาสนจักร เพราะมีการนำหลักการของการปฏิรูปไปใช้เกินขอบเขตหรือเข้าใจผิด และบางกรณียังคงเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน

“การปฏิรูปพิธีกรรมที่ได้รับการส่งเสริมโดยสังคายนาวาติกัน ที่ 2 หยั่งรากอย่างมั่นคงอยู่ในธรรมประเพณีที่มีชีวิตของศาสนจักร การเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้องยังช่วยให้เราปฏิเสธการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเกิดขึ้นในบางส่วนของศาสนจักรภายหลังสังคายนา และน่าเสียดายที่บางครั้งยังคงเกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้ เมื่อหลักการบางอย่างที่เป็นพื้นฐานของการปฏิรูปถูกนำไปใช้จนเกินขอบเขตหรือถูกเข้าใจผิด” พระสันตะปาปาตรัสอธิบาย

5. พิธีกรรมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการฉลองของศาสนจักรทั้งหมด

ช่วงท้าย พระสันตะปาปาทรงย้ำว่า พิธีกรรมไม่ใช่กิจการส่วนตัวของสงฆ์ คนประกอบพิธี หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการฉลองของศาสนจักรทั้งหมด เพราะฉะนั้น บิช็อปและสงฆ์จึงมีหน้าที่สำคัญในการรักษาพิธีกรรมให้เป็นไปตามกฎของศาสนจักร พร้อมกับทำให้พิธีกรรมนั้นเรียบง่าย สง่างาม และช่วยให้คริสตชนพบกับพระเจ้าอย่างแท้จริง

“พิธีกรรมต่างๆ ไม่ใช่กิจการส่วนตัว แต่เป็นการเฉลิมฉลองของศาสนจักร ซึ่งเป็น ‘ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียว’ ... ดังนั้น พิธีกรรมต่างๆ จึงเป็นเรื่องของศาสนจักรทั้งหมด พิธีกรรมแสดงให้เห็นความเป็นศาสนจักรและส่งผลต่อศาสนจักรทั้งหมด”

“ดังนั้น หน้าที่สำคัญอันดับแรกของบรรดาผู้อภิบาล ทั้งบิช็อปและสงฆ์แต่ละคน คือการดูแลรักษาและส่งเสริมพิธีกรรมที่เคารพกฎเกณฑ์ของพิธีกรรม และในขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่ายอย่างสง่างาม ... พิธีกรรมเช่นนี้ยังจะเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการประกาศพระวรสาร เป็นเครื่องมือแห่งพระหรรษทาน ซึ่งช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะถวายตัวเอง และเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและเป็นหนึ่งเดียวกันเองอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น” พระสันตะปาปาทรงสอนในตอนท้าย

ประชุมคณะกรรมการหนังสือมิสซาจารีตโรมัน วันที่ 14-16 กรกฎาคม 2026
15/07/2026

ประชุมคณะกรรมการหนังสือมิสซาจารีตโรมัน วันที่ 14-16 กรกฎาคม 2026

ประชุมสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2026 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ณ บ้านผู้หว่าน อ.สาม...
14/07/2026

ประชุมสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2026 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ณ บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม

12/06/2026

ประกาศสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ที่ สสท. 058/2026

เรื่อง การน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สู่อ้อมพระหัตถ์องค์พระผู้เป็นเจ้า

บรรดาบาทหลวง นักบวชชายหญิง และคริสตชนคาทอลิกไทยทุกท่าน
ตามที่ปวงชนชาวไทยได้รับทราบประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2026 เวลา 19.48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษา 47 ปี ยังความโศกเศร้าอาดูรและความอาลัยยิ่งแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตลอดจนคริสตชนคาทอลิกในประเทศไทย

สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในนามของพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสตชนชาวไทย ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความวิริยอุตสาหะเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติมาโดยตลอด ทั้งยังทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณ เกื้อหนุนกิจการของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทยเสมอมา พระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชน จะสถิตอยู่ในความทรงจำของคริสตชนคาทอลิกไทยสืบไป

สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย จึงขอประกาศกำหนดให้ทุกสังฆมณฑลและวัดคาทอลิกทั่วราชอาณาจักร ได้ร่วมใจกันน้อมถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังต่อไปนี้

1. การภาวนาอุทิศถวาย: ขอเชิญชวนบรรดาคริสตชนชาวไทย ร่วมใจกันสวดภาวนาวอนขอพระกรุณาคุณจากองค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดรับดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่านให้ได้พักผ่อนตลอดนิรันดร์ ในบรมสุขแห่งพระราชัยของพระองค์

2. การถวายบูชาขอบพระคุณ: ให้วัดคาทอลิกทุกแห่งในทุกสังฆมณฑล ภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านในบทภาวนาเพื่อมวลชนในพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์เป็นพิเศษ โดยพร้อมเพรียงกัน

สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ขอร่วมวอนขอพระเมตตาจากองค์พระเป็นเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ โปรดประทานการพักผ่อนตลอดนิรันดร์แด่ดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และโปรดประทานพระพรแห่งความบรรเทาพระราชหฤทัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในช่วงเวลาแห่งโทมนัสยิ่งนี้

ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 2026

(อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์)
ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

27/05/2026

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ การปฏิรูปพิธีกรรมต้องรักษาธรรมประเพณีที่ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงพิธีกรรมต้องทำเพื่อความดีของศาสนจักร ไม่ใช่จะเพิ่ม จะตัด หรือแก้ไขตามความคิดของตนเอง

➡️ ทรงสอน ศาสนจักรเป็นสิ่งมีชีวิต พิธีกรรมจึงเติบโตและพัฒนาได้ ส่วนธรรมประเพณีกับความก้าวหน้าไม่ใช่ศัตรูกัน เพราะธรรมประเพณีเป็นความจริงที่มีชีวิต มันจึงมีหลักการของการพัฒนาและความก้าวหน้าอยู่ในตัวเอง

➡️ ทรงแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครน ย้ำ สงครามไม่แก้ปัญหา แต่เพิ่มความทุกข์และความเกลียดชัง

Photo Credit: Vatican Media

_____________

ช่วงสายวันพุธที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงเป็นประธานในการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน โดยวันนี้ พระสันตะปาปายังสอนเกี่ยวกับ “ธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์” (Sacrosanctum Concilium) ในเรื่อง “การปฏิรูปพิธีกรรม ธรรมประเพณีและการพัฒนา” ซึ่ง Pope Report เรียบเรียงใจความสำคัญมาให้ดังนี้

1. ศาสนจักรเป็นสิ่งมีชีวิต พิธีกรรมจึงเติบโตและพัฒนาได้

พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการยกคำสอนของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 12 เพื่ออธิบายว่า ศาสนจักรไม่ใช่สิ่งหยุดนิ่ง แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโต พัฒนา และปรับตัวได้ ซึ่งรวมถึงเรื่องพิธีกรรมด้วย

“ศาสนจักรเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย และในฐานะสิ่งมีชีวิต แม้ในเรื่องพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ศาสนจักรก็เติบโต พัฒนา ปรับตัว และปรับให้เข้ากับความจำเป็นและสถานการณ์ของกาลเวลา ตราบใดที่คำสอนของศาสนจักรยังถูกต้องครบถ้วน” พระสันตะปาปา ตรัสย้ำ

2. พิธีกรรมคือชีวิตของศาสนจักร

พระสันตะปาปาอธิบายว่า การฟื้นฟูพิธีกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการฟื้นฟูชีวิตทั้งหมดของศาสนจักร เพราะพิธีกรรมไม่ใช่เพียงรูปแบบภายนอก แต่เป็นที่ที่ศาสนจักรแสดงตัวตนผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

พระสันตะปาปา เลโอ ยกคำพูดของพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 มากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “การฟื้นฟูพิธีกรรมเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับการฟื้นฟูชีวิตทั้งหมดของศาสนจักร เพราะศาสนจักรไม่เพียงประกอบพิธีกรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงตัวตนของตนในพิธีกรรม ดำรงชีวิตจากพิธีกรรม และรับพลังสำหรับพันธกิจของตนจากพิธีกรรม”

3. ธรรมประเพณีกับความก้าวหน้าไม่ใช่ศัตรูกัน

จากนั้น พระสันตะปาปาชาวอเมริกัน ทรงอ้างอิงคำพูดของพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 เพื่อย้ำว่า ธรรมประเพณีไม่ใช่สิ่งตายตัว และความก้าวหน้าก็ไม่ใช่การทิ้งอดีต แต่ทั้งสองต้องเดินไปด้วยกันในศาสนจักรที่มีชีวิต

พระสันตะปาปาตรัสว่า “ธรรมประเพณีและความก้าวหน้ามักถูกมองเหมือนเป็นคนละขั้ว ทั้งที่จริงแล้วทั้งสองอย่างเดินไปด้วยกันได้ ธรรมประเพณีเป็นความจริงที่มีชีวิต ดังนั้นจึงมีหลักการของการพัฒนาและความก้าวหน้าอยู่ในตัวเองด้วย”

4. การปฏิรูปพิธีกรรมต้องไม่ใช่การเปลี่ยนตามใจใคร

พระสันตะปาปาอธิบายว่า ในพิธีกรรมมีทั้งส่วนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะพระเจ้าทรงตั้งขึ้น และส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งอาจต้องปรับตามกาลเวลา หากไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของพิธีกรรมอีกต่อไป

“ส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ ไม่เพียงแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น แต่ควรต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หากมีสิ่งใดที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติภายในของพิธีกรรมแทรกเข้ามา หรือสิ่งเหล่านั้นไม่เหมาะสมกับพิธีกรรมอีกต่อไป” พระสันตะปาปาทรงย้ำ

พระสันตะปาปาจากคณะออกัสติเนี่นนยังย้ำด้วยว่า การปรับปรุงพิธีกรรมต้องทำเมื่อจำเป็นจริง ๆ เพื่อความดีของศาสนจักร และต้องทำอย่างรอบคอบ ส่วนการปฏิรูปต้องไม่สร้างความสับสน

“เมื่อความดีของศาสนจักรเรียกร้องให้ปรับพิธีกรรม การปรับนั้นต้องทำอย่างรอบคอบ และรูปแบบใหม่ที่นำมาใช้ควรเติบโตต่อจากรูปแบบเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่เกิดขึ้นแบบตัดขาดจากธรรมประเพณี”

“คำสอนของสังคายนาวาติกัน ที่ 2 จึงเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงความสับสนในหมู่ผู้มีความเชื่อ และไม่สนับสนุนให้ใครเพิ่ม ตัดออก หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งใดในเรื่องพิธีกรรมด้วยความคิดริเริ่มของตนเอง” พระสันตะปาปาย้ำอย่างหนักแน่น

5. ส่งความห่วงใยต่อยูเครน พร้อมย้ำ สงครามไม่แก้ปัญหา

หลังการสอนคำสอน พระสันตะปาปาทรงกล่าวถึงสงครามในยูเครน ซึ่งมีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับทุกคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากการโจมตีครั้งล่าสุด ซึ่งมุ่งเป้าไปยังประชาชนทั่วไปด้วย

“พ่อกำลังติดตามสงครามในยูเครนด้วยความห่วงใย สงครามซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พ่อต้องการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับทุกคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากการโจมตีครั้งล่าสุด ซึ่งมุ่งเป้าไปยังพลเรือน สงครามไม่แก้ปัญหา มีแต่ทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น สงครามไม่สร้างความมั่นคง มีแต่เพิ่มความทุกข์และความเกลียดชัง ที่ใดมีขีปนาวุธและโดรนตกลงมา ที่นั่นความหวังถูกบดขยี้ บ้านเรือนและสถานที่สรรเสริญพระเจ้าถูกทำลาย และชีวิตผู้บริสุทธิ์ต้องจบสิ้นลง”

07/05/2026

สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ขอร่วมโมทนาคุณพระเจ้าและแสดงความยินดีกับสังฆมณฑลเชียงใหม่

เนื่องด้วย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประกาศแต่งตั้ง

คุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต

เป็นพระสังฆราชองค์ใหม่แห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่

สภาพระสังฆราชฯ ร่วมใจภาวนาเพื่อพระสังฆราชใหม่และพันธกิจภายใต้การอภิบาลของท่าน

7 พฤษภาคม ค.ศ. 2026

ที่อยู่

Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม:

ทางลัด

แชร์