Masjid Haroon Masjid Haroon was founded in 1901 by Hajji Yusuf Bin Sheikh Haroon Bafadal and later on registered under the Royal Act of Islamic Mosques in the year 1947

โอกาสในการรับรู้ข่าวสารจากคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดฮารูณ
การเดินทางท่องเที่ยวชมศาสนสถานและชุมชนท้องถิ่นกว่า 100ปี กลางใจ
กทม
อ่านบทความทางสังคม และ ศาสนา โดยคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒ
รับรู้ความเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาชุมชนฮารูณ

05/06/2026

คุตบะฮฺวันศุกร์มัสยิดฮารูณ
อาวุโสที่เคารพ พี่น้องผู้ร่วมศรัทธาที่รักทั้งหลาย
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569

ความสิ้นหวังเป็นภาระหนัก แต่ความเมตตาของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى นั้นยิ่งใหญ่กว่า และไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดไปมากแค่ไหน การให้อภัยของพระองค์ก็ยังคงยิ่งใหญ่กว่าเสมอ เราอาจทำผิดพลาดมามากมายในชีวิต ขออภัยโทษจากอัลลอฮฺ แล้วก็กลับไปทำผิดอีก บางครั้งเราทำบาปจนเหนื่อยแล้ว แต่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى จะไม่ทรงเหนื่อยในการให้อภัย

พ่อแม่ของเราบางคนบางครั้งอาจโกรธลูกมากจนพลั้งปากไปว่า “วันนี้ฉันกับเจ้า ไม่ใช่พ่อลูกกัน” ส่วนแม่ก็อาจจะบอกว่า “ฉันไม่เคยมีลูกอย่างเจ้า” แต่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ยังคงเรียกเราอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ยาอิบาดีย์” โอ้บ่าวของข้าเอ๋ย...

ซูเราะฮฺ อัซซุมัร 39 อายะฮฺ 53

۞ قُلْ يَـٰعِبَادِىَ ٱلَّذِينَ أَسْرَفُوا۟ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ لَا تَقْنَطُوا۟ مِن رَّحْمَةِ ٱللَّهِ ۚ
إِنَّ ٱللَّهَ يَغْفِرُ ٱلذُّنُوبَ جَمِيعًا ۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلْغَفُورُ ٱلرَّحِيمُ
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย! บรรดาผู้ละเมิดต่อตัวของพวกเขาเอง

พวกท่านอย่าได้หมดหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอภัยความผิดทั้งหลายทั้งมวล แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ”

ดังนั้นผู้ใดทำให้บรรดาบ่าวของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ต้องสิ้นหวังในความเมตตาของพระองค์หลังจากนี้ ผู้นั้นก็ได้ปฏิเสธคัมภีร์ของอัลลอฮฺแล้ว มนุษย์ต้องใช้กระบวนการเปลี่ยนผ่านทางจิตวิญญาณ เพื่อไปสู่จุดแห่งการเคารพรัก ภักดี และมีความยำเกรงในพระองค์ ขั้นตอนนี้คือการพยายามกับหัวใจในเรื่องอิหม่าน การเปลี่ยนแปลงสังคมในยุคสุดท้ายนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่นำเอารูปแบบที่ท่านนบีมุฮำมัด صلى الله عليه وسلم พยายามกับบรรดาซอฮาบะฮฺมาใช้ พวกเขาเหล่านั้น จากสภาพที่โง่เขลา งมงาย ได้กลายเป็นกลุ่มชนที่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ยกย่องว่าดีเลิศที่สุดเท่าที่เคยมีมนุษย์มา

ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 3 อายะฮฺ 110
كُنتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِٱلْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ ٱلْمُنكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِٱللَّهِ
“พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดีเลิศซึ่งถูกส่งมาเพื่อมนุษยชาติ

โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ และศรัทธาต่ออัลลอฮฺ”

ในหนังสือมุวัฏเฏาะอ์ ของอิมามมาลิก บินอะนัส رحمة الله عليه เป็นหนึ่งในบันทึกหะดีษ และนิติศาสตร์ (ฟิกฮฺ) เล่มแรก ๆ ในโลกอิสลาม และเก่าแก่ที่สุด ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักวิชาการทุกสำนักคิดว่าเป็นตำราอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด ในหนังสือนั้นท่านกล่าวไว้ว่า “ไม่มีสิ่งใดจะปฏิรูปประชาชาติในยุคสุดท้ายนี้ได้ นอกจากสิ่งที่ท่านนบี صلى الله عليه وسلم นำมาปฏิรูปในยุคเริ่มต้นของอิสลาม” นั่นคือกระบวนการที่ท่านนบีมุฮัมมัด صلى الله عليه وسلم ตัรบียะฮฺ อบรม สั่งสอนเหล่าซอฮาบะฮฺ มันคือขั้นตอนพื้นฐานที่ท่านใช้ในการสร้างศรัทธาที่มั่นคงได้อย่างไม่สั่นคลอน
ท่านนบีมุฮัมมัด صلى الله عليه وسلم ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เรื่องศรัทธา (อีมาน) ก่อนการเรียนรู้กุรอาน บรรดาซอฮาบะฮฺ (เช่น จุนดุบ อิบนุ อับดิลลาห์) รายงานว่า “พวกเราอยู่กับท่าน

นบี ในวัยใกล้เข้าสู่วัยรุ่น และพวกเราเรียนรู้เรื่องศรัทธา (อีมาน) ก่อนที่จะเรียนรู้กุรอาน จากนั้นพวกเราจึงเรียนรู้คัมภีร์กุรอาน และความศรัทธาของพวกเราก็เพิ่มพูนขึ้น” พวกเขาสร้างศรัทธาอย่างแรงกล้า ยากีนในการมีอยู่ของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى และความยิ่งใหญ่ของพระองค์ก่อน แนวทางการสอนเช่นนี้ทำให้บรรดาสหายของท่านพัฒนาความเชื่อมั่นภายในอย่างลึกซึ้งในอัลลอฮฺ (เตาฮีด) พัฒนาความเชื่อมั่นในโลกหน้า ซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปเป็นการอิบาดะฮฺที่อุทิศตน มีความมั่นคง และมีคุณธรรมที่งดงามในที่สุด

ซูเราะฮฺอัลบัยยินะฮฺ 98 อายะฮฺ 8
جَزَآؤُهُمْ عِندَ رَبِّهِمْ جَنَّـٰتُ عَدْنٍۢ تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ خَـٰلِدِينَ فِيهَآ أَبَدًۭا ۖ رَّضِىَ ٱللَّهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا۟ عَنْهُ ۚ ذَٰلِكَ لِمَنْ خَشِىَ رَبَّهُۥ
“การตอบแทนของพวกเขา ณ ที่พระเจ้าของพวกเขาคือสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร

เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล

อัลลอฮฺทรงปิติต่อพวกเขา และพวกเขาก็ยินดีในพระองค์

นั่นสำหรับผู้ที่กลัวเกรงพระเจ้าของพวกเขา”

ด้วยเหตุนี้ อีมานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สำคัญที่สุด ด้วยอีมาน หัวใจของคนเราจะสงบสุข จิตวิญญาณจะอิ่มเอม ความสุขจะเพิ่มพูน ความเศร้าจะจางหาย ความกังวลและความทุกข์จะหมดไป และเขาจะได้ลิ้มรสความหวานชื่นของชีวิต ด้วยอีมาน คนเราสามารถเผชิญกับภาระ ปัญหา และความยากลำบากของชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสุรา การพนัน หรือยาเสพติด ดังนั้นพวกเขาจึงนอนหลับด้วยความสงบในจิตใจ และพวกเขาก็ทำงานหนักในกิจการทางโลกของตน โดยมีอีมาน (ศรัทธา) เป็นอาวุธ ด้วยอีมาน คนเราจะรู้จักจุดเริ่มต้นและจุดจบของตน และมั่นใจในวิธีที่จะกลับไปหาพระเจ้าของตน

ท่านนบีมุฮัมมัด صلى الله عليه وسلمไม่เพียงแต่เชิญชวนผู้คนให้เข้ารับอิสลามเท่านั้น แต่ท่านยังอบรมดูแลพวกเขา หล่อหลอมพวกเขา และเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นผู้ศรัทธาที่ฮัก (แท้) เป็นแสงสว่างนำพาความศรัทธาไปทั่วโลก บรรดาสหายของท่านศาสดาไม่ได้มีไว้เพื่อให้เราชื่นชมจากระยะไกล หรือจากตำราที่อยู่บนหิ้ง พวกเขามีไว้เพื่อเป็นแบบอย่างของเรา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความศรัทธาสามารถปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่เรียนรู้ไว้ประดับสมองเท่านั้น ซูเราะฮฺ อัลฟัตฮฺ 48 อายะฮฺที่ 28
مُّحَمَّدٌۭ رَّسُولُ ٱللَّهِ ۚ وَٱلَّذِينَ مَعَهُۥٓ أَشِدَّآءُ عَلَى ٱلْكُفَّارِ رُحَمَآءُ بَيْنَهُمْ ۖ
“มุฮัมมัดเป็นรอซูลของอัลลอฮฺ และบรรดาผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาเป็นผู้เข้มแข็งกล้าหาญต่อพวกปฏิเสธศรัทธา เป็นผู้เมตตาสงสารระหว่างพวกเขากันเอง”

นอกจากนี้ อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ยังทรงเป็นพยานถึงความจริงใจ (บริสุทธิ์ใจ) ของพวกเขาในระหว่างการปฏิญาณตนที่ใต้ต้นไม้ในครั้งสนธิสัญญาฮุดัยบิยะฮฺ ซูเราะฮฺ อัลฟัตฮฺ 48 อายะฮฺที่ 18

لَّقَدْ رَضِىَ ٱللَّهُ عَنِ ٱلْمُؤْمِنِينَ إِذْ يُبَايِعُونَكَ تَحْتَ ٱلشَّجَرَةِ فَعَلِمَ مَا فِى قُلُوبِهِمْ فَأَنزَلَ ٱلسَّكِينَةَ عَلَيْهِمْ وَأَثَـٰبَهُمْ فَتْحًۭا قَرِيبًۭا

“โดยแน่นอน อัลลอฮฺทรงโปรดปรานต่อบรรดาผู้ศรัทธาขณะที่พวกเขาให้สัตยาบันแก่เจ้าใต้ต้นไม้ (ที่ฮุดัยบิยะฮฺ) เพราะพระองค์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่มีอยู่ในจิตใจของพวกเขา พระองค์จึงได้ทรงประทานความสงบใจลงมาบนพวกเขา และได้ทรงตอบแทนให้แก่พวกเขาซึ่งชัยชนะอันใกล้นี้”

The Department of Religious Affairs, in collaboration with a network of three religions – Buddhism (Wat Muang Kae), Isla...
27/03/2026

The Department of Religious Affairs, in collaboration with a network of three religions – Buddhism (Wat Muang Kae), Islam (Haroon Mosque), and Christianity (Assumption Cathedral, Bang Rak) – in Bang Rak District, Bangkok, organized an interfaith dialogue on Thursday, March 26, 2026, at Haroon Mosque, Bang Rak District. The aim was to promote mutual understanding between religions and drive the community towards a sustainable multicultural society.

Mr. Chaiyapol Suk-iam, Director-General of the Department of Religious Affairs, presided over the ceremony.

23/01/2026

คุตบะฮฺมัสยิดฮารูณ
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพ วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569

หลังจากเดือนรอญับ เดือนต้องห้าม ก็จะตามมาด้วยเดือนชะอฺบาน ซึ่งอยู่ก่อนเดือนรอมฎอนอันทรงคุณค่าที่หลายคนรอคอย ในขณะที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจกับเดือนรอมฎอนที่ใกล้เข้ามา เราไม่ควรละเลยเดือนชะอฺบาน แต่ควรต้อนรับเดือนนี้ในฐานะที่เป็นเดือนที่มีความโดดเด่นเช่นกัน ซูเราะฮฺ 35 ฟาฏิร อายะฮฺที่ 29

“แท้จริง บรรดาผู้อ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และดำรงการละหมาด และบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา โดยซ่อนเร้นและเปิดเผย เพื่อหวังการค้าที่ไม่ซบเซา (ขาดทุน)”

โองการนี้ส่งเสริมการค้าขายกับพระเจ้าที่ได้กำไรผ่านการทำความดี ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่เน้นย้ำในเดือนชะอฺบาน

ซูเราะฮฺ 61 อัซซอฟ อายะฮฺที่ 10-11

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ข้าจะชี้แนะแนวทางแก่พวกเจ้าไหมเล่า ถึงการค้าที่จะช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวด” “นั่นคือพวกเจ้าต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ และต่อสู้ดิ้นรนในทางอัลลอฮฺ ด้วยทรัพย์สินของพวกเจ้าและชีวิตของพวกเจ้า นั่นเป็นการดียิ่งสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้”

โองการนี้ชี้ให้เห็นถึงธุรกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างศรัทธาและการกระทำดี ที่นำมาซึ่งการรอดพ้น ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายทางจิตวิญญาณของเดือนชะอฺบาน

ในเดือนชะอฺบานนี้ บรรดานักวิชาการได้ย้ำเตือนให้เราเพิ่มพูนการปฏิบัติศาสนกิจ เช่น การเตาบะฮฺสำนึกผิด ดังที่ท่านนบีมุฮัมมัด صلى الله عليه وسلمได้แสดงไว้อย่างงดงาม โดยหวังว่าเราจะสามารถเพิ่มการปฏิบัติศาสนกิจของเราให้มากที่สุดได้ในเดือนรอมฎอน

สิ่งสำคัญ 3 ประการของเดือนชะอฺบานที่เราควรทราบ:

1. ทิศกิบลัตถูกเปลี่ยนในวันที่ 15 ชะอฺบาน

นักวิชาการส่วนใหญ่มีทัศนะว่า วันที่ 15 ชะอฺบาน เป็นวันที่มีการเปลี่ยนทิศกิบลัต (ทิศในการละหมาด) ในยุคแรกเริ่มของอิสลาม ทิศกิบลัตจะหันหน้าไปทางบัยตุลมักดิส ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ตั้งของมัสยิดอัลอักซอ จนกระทั่งอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَىٰ ทรงลงโองการมาใน ซูเราะฮฺที่ 2 อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 144 แก่ท่านนบีมุฮัมมัด صلى الله عليه وسلم ประมาณ 2 เดือนหลังจากการฮิจญเราะฮฺ

“แท้จริงเราเห็นใบหน้าของเจ้าแหงนไปในฟากฟ้าบ่อยครั้ง แน่นอนเราให้เจ้าผินไปยังทิศที่เจ้าพึงใจ ดังนั้นเจ้าจงผินใบหน้าของเจ้าไปทางมัสยิดิลฮะรอมเถิด และที่ใดก็ตามที่พวกเจ้าปรากฏอยู่ ก็จงผินใบหน้าของพวกเจ้าไปทางทิศนั้น (เพื่อละหมาด)”

2. เดือนชะอฺบานเป็นเดือนที่การกระทำต่างๆ ถูกยกขึ้นทูลต่ออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَىٰ

ท่านศาสดา มุฮัมมัด صلى الله عليه وسلمกล่าวว่า:
ذلِكَ شَهْرٌ يَغفُلُ النَّاسُ عنهُ بينَ رجبٍ ورمضانَ، وَهوَ شَهْرٌ تُرفَعُ فيهِ الأعمالُ إلى ربِّ العالمينَ، فأحبُّ أن يُرفَعَ عمَلي وأَنا صائمٌ
“เดือนนี้เป็นเดือนที่ผู้คนมักละเลย ระหว่างเดือนรอญับและเดือนร่อม่าฎอน เป็นเดือนที่การกระทำทั้งหลายจะถูกนำไปทูลต่อผู้อภิบาลแห่งโลกทั้งผอง และฉันก็ปรารถนาให้การกระทำของฉันถูกนำไปทูลต่อผู้อภิบาลในขณะที่ฉันถือศีลอด”

(สุนัน อัน-นาซาอี)

ท่านศาสดา صلى الله عليه وسلمได้เพิ่มการปฏิบัติศาสนกิจโดยการถือศีลอดมากกว่าเดือนอื่นๆ (นอกเหนือจากเดือนรอมฎอน)

เราทุกคนทราบดีว่า อิบาดะฮฺเป็นสิ่งดี แต่บางอย่างถ้าทำในเวลาที่ถูกห้ามก็จะกลายเป็นไม่ดีไปโดยปริยาย ยกตัวอย่าง การละหมาด ก็มีเวลาห้ามละหมาด การถือศีลอดก็เช่นกัน การถือศีลอดในช่วงครึ่งหลังของเดือนชะอฺบานนั้นไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นสิ่งที่มักรูหฺหรือฮะรอม เว้นแต่ผู้ที่มีนิสัยถือศีลอดเป็นประจำอยู่แล้ว นบี صلى الله عليه وسلمไม่แนะนำให้เราเจาะจงไปถือศีลอด 1 หรือ 2 วันก่อนเข้ารอมฎอน หรือก่อนดูเดือน ถ้าไม่มีความจำเป็นเช่น ถือศีลอดใช้ หรือปกติเป็นคนที่ถือศีลอดมาเป็นประจำอยู่ก่อนแล้ว เช่นนี้ถือว่ายกเว้นให้กระทำได้ แต่ถ้าไม่ได้ถือศีลอดเลยตั้งแต่เข้าชะอฺบานมา หลังจากวันที่ 15 ชะอฺบานไปแล้ว ก็ไม่ควรที่จะหักโหมไปถือศีลอดสุนัตอีก เพราะอาจทำให้ป่วยและพลาดจากศีลอดภาคบังคับในเดือนร่อม่ะฎอนได้

3. เดือนชะอฺบานเป็นเดือนที่โองการคำสั่งให้ซอลาวาตถูกประทานลงมา

ตามโองการที่ 56 จากซูเราะฮฺอัล-อะหฺซาบ ถูกประทานลงมาแก่ท่านนบี صلى الله عليه وسلمในเดือนชะอฺบาน บรรดานักวิชาการจึงได้ย้ำเตือนเราอยู่เสมอให้เพิ่มการประสาทสันติสุขและคำอำนวยพรแด่ท่านนบี صلى الله عليه وسلمให้มากขึ้นตามโองการนี้ ซูเราะฮฺที่ 33 อัล-อะหฺซาบ อายะฮฺที่ 56

“แท้จริงแล้ว อัลลอฮ์และเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ประทานพรแก่ท่านนบี โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงประทานพรและสันติสุขแก่ท่านนบีอย่างมากมายเถิด”

ความสำคัญและเหตุการณ์อันเป็นมงคลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเดือนชะอฺบานนั้น ถือเป็นสิ่งกระตุ้นให้เราเพิ่มพูนการทำความดี เช่น ตื่นมาละหมาดกิยามุลลัยลฺ (ตะหัจญุด) ถือศีลอด ซิกรุ่ลลอฮฺ (รำลึกถึงอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَىٰ) หรือแม้แต่การขอดุอาอฺ (ขอพร)

ยิ่งไปกว่านั้น ชะอฺบานยังบอกเราอีกว่าเดือนรอมฎอนอันจำเริญที่ทุกคนรอคอย กำลังจะมาถึงแล้ว!

ที่อยู่

25 OLD CUSTOMS HOUSE Lane, NEW ROAD 36, BANGRAK
Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66814888154

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Masjid Haroonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Masjid Haroon:

ทางลัด

แชร์

ประเภท