พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เผยแผ่ประวัติปฏิปทา หลักธรรมคำสอน พระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และประชาสัมพันธ์งานบุญต่างๆ

"...มีเกิดต้องมีตาย มีหนุ่มต้องมีแก่มีสุขต้องมีทุกข์ มีดีใจมีเสียใจ มีโง่มีฉลาดมีดีมีชั่ว มีได้ก็มีเสีย โลกเป็นอยู่เช่นน...
21/06/2026

"...มีเกิดต้องมีตาย มีหนุ่มต้องมีแก่
มีสุขต้องมีทุกข์ มีดีใจมีเสียใจ มีโง่มีฉลาด
มีดีมีชั่ว มีได้ก็มีเสีย โลกเป็นอยู่เช่นนี้
อดทนไปเถอะ เกิดมาแล้วอย่าเมาว่าได้เกิดเกินไป
คนเมาเกิดมาตาย ต้องทิ้งความชั่วเอาไว้แก่ผู้อื่น
ผู้มารู้จักเกิด มารู้จักตาย ต้องฝากความดีเอาไว้แก่โลก..."

หลวงปู่จาม มหาปุญโญ
วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

“กามราคะนี่ เป็นกิเลสตัวหยาบหนาที่สุด ถอดถอนยากที่สุด ถ้าผู้ใดละกามกิเลสออกไปจากจิตใจของตนเองได้แล้ว พระนิพพานธรรมธาตุ ก...
21/06/2026

“กามราคะนี่ เป็นกิเลสตัวหยาบหนาที่สุด ถอดถอนยากที่สุด ถ้าผู้ใดละกามกิเลสออกไปจากจิตใจของตนเองได้แล้ว พระนิพพานธรรมธาตุ ก็จะปรากฏให้ผู้นั้นได้เห็นต่อหน้า”

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
วัดป่าสัมมานุสรณ์ อ.วังสะพุง จ.เลย

๏ ประวัติและปฏิปทา พระอาจารย์คำมี  สุวัณณสิริ ๏      วันนี้วันที่ ๒๑ มิถุนายน​ ๒๕​๖​๙ เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของท่านพระอาจ...
21/06/2026

๏ ประวัติและปฏิปทา พระอาจารย์คำมี สุวัณณสิริ ๏
วันนี้วันที่ ๒๑ มิถุนายน​ ๒๕​๖​๙ เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของท่านพระอาจารย์คำมี สุวัณณสิริ วัดสามัคคีธรรม อ.พังโคน จ.สกลนคร รำลึก ๓๙ ปี อาจาริยบูชาคุณ "พระกัมมัฏฐานปราบผีแห่งยุค" ในขบวนพระป่าสายท่านพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตและพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ท่านพระอาจารย์คำมี สุวัณณสิริ เป็นพระกรรมฐานที่มีปฏิปทาการดำเนิน “พิเศษ” ไปจากหมู่คณะทั้งหลายอยู่เรื่องหนึ่งคือ สงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนให้เลิกนับถือบูชาผีสางนางไม้อย่างได้ผลชะงัดเอกอุ ดูเหมือนจะมีศิษย์ในสายนี้คือพระอาจารย์คำมีองค์เดียวที่ต้องทำหน้าที่ปราบผีสงเคราะห์ประชาชนให้พ้นจากภัยของผี ๆ มากกว่าพระกรรมฐานองค์อื่น ๆ ในสายเดียวกันนี้เท่าที่เคยทราบมา เป็นที่ลือลั่นโด่งดัง เป็นกรณีพิเศษอย่างที่ยากใครจะทำได้ทัดเทียมท่านในยุคนี้ ถ้าเป็นฆราวาสก็จะถูกเรียกขานยกย่างว่าเป็น “หมอผี” ผู้ยิ่งใหญ่ แต่พระอาจารย์คำมีไม่ได้เป็นหมอผี !

ถึงกระนั้นท่านก็ยิ่งใหญ่เหนือหมอผีทั้งหลาย ท่านพระอาจารย์คำมี ไม่มีกลมนตร์เสกเลขยันต์ของไสยศาสตร์ ท่านมีอยู่อย่างเดียวคือ พุทธมนต์พระปริตร เป็นอาวุธในการกำราบปราบภูตผีปิศาจ ที่ได้ผลอย่างเฉียบขาด ! ท่านพระอาจารย์คำมีแสดงเหตุผลในการกำราบปราบผีตอนหนึ่งว่า...

ได้ถือเอา “สัจจะ” เป็นบารมี ทำการสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนที่นับถือผีสางต่าง ๆ ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติอันเกิดจากการกระทำของพวกผี

การขับผีไล่ผีนี้ อัตตโน (อาตมา) ถือเป็นงานขั้นต้นของการสอนพระพุทธศาสนาให้กับประชาชนส่วนที่นับถือผีเท่านั้น ยังไม่ได้สอนถึงขั้นสมาธิภาวนาฝึกจิตละเอียดลออวิปัสสนาแต่ก็ได้พยายามสอดแทรกเรื่อง การให้ทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา ไปด้วยเป็นส่วนน้อย ทั้งนี้โดยพิจารณาดูตามพื้นฐานจิตใจของชาวบ้านเป็นเกณฑ์

เรื่องของผีปิศาจเป็นเรื่องใหญ่ บัณฑิตนักปราชญ์ปัญญาชน อาจจะปฏิเสธเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องเหลวงไหลหลอกลวง ผีสางไม่มี แต่ไม่ว่านักปราชญ์จะปฏิเสธไปจนโลกแตก ในส่วนประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังจะเชื่อถือเรื่องผีสางไปจนโลกแตกอีกเช่นเดียวกัน !

อัตตโนทำการขับไล่ผีถือเป็นการกระทำของสายเมตตาบารมี อนุเคราะห์สงเคราะห์ประชาชนโดยตรง ซึ่งเป็นภาระอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะประชาชนผู้ได้รับทุกขภัยจากผีเป็นผู้ขอร้องให้อัตตโนช่วยเหลือพวกเขานั่นเอง

การกระทำของอัตตโน จึงเป็นการช่วยบรรเทาทุกข์บำรุงสุขประชาชนผู้มีกรรมมีเวร ตามคติความเชื่อถือยึดถือของพวกเขา รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือสงเคราะห์แผ่เมตตาทำบุญอุทิศให้แก่เปรตชนผู้ล่วงลับไปแล้วที่ไปผุดไปเกิดในแดนสุคติยังไม่ได้เพราะเปรตชนเหล่านั้นยังมีกรรมดำติดข้องอยู่ เปรตชนที่ว่านี้หมายถึงพวกผีปีศาจต่าง ๆ ที่รังควานชาวบ้านนั่นแหละ

อัตตโนได้ช่วยเหลือแก้ไขให้ประชาชนที่ถูกผีสางรังควาน โดยวิธีสวดพุทธมนต์พระปริตร และให้คนเจ็บไข้ได้ป่วยทำบุญอุทิศแจกทานส่งไปให้เจ้ากรรมนายเวรผู้เคยเกี่ยวข้องกันในอดีต

ส่วนคนที่ไม่เจ็บป่วยที่พักอาศัยร่วมชายคาบ้านเดียวกันนั้น อัตตโนก็ให้มีการป้องกันภัยอันตรายไว้ ด้วยการแนะนำให้พวกเขาถือศีลถือธรรม รับเอาพระไตรสรณคมน์เป็นสรณะที่พึ่งอันประเสริฐ ไม่ให้ถือมงคลตื่นข่าวให้เลิกนับถือผีสางนางไม้อย่างเด็ดขาด !

วิธีการของอัตตโนนี้ นับว่าเป็นการแก้ไขให้ถูกทาง ผลจึงปรากฏเห็นกับตาว่า.. คนเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะถูกภูตผีกระทำได้หายป่วยหมดสิ้นเป็นจำนวนมาก และยังทำให้พวกชาวบ้านเลิกละการนับถือผีสิ้นเชิงหันมานับถือพระพุทธศาสนากันมากขึ้นอย่างกว้างขวาง อันนี้เป็นปฏิปทาการดำเนินมาของอัตตโน โดยที่อัตตโนไม่มีกลมนตร์เสกเลขยันต์ไสยศาสตร์แต่ประการใดเลย

อัตตโนก็ได้แต่อาศัยพุทธมนต์พระปริตรของพระพุทธเจ้าด้วยความสัตย์จริงและประกอบกับศีล สมาธิ พละ อินทรีย์ อย่างเต็มสติกำลังเท่านั้น ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน อันนี้แหละจึงขอบอกกล่าวไว้เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ที่มีเชาวน์ปัญญา จะได้ศึกษาบำรุงขวัญประชาชนให้เชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาสืบต่อไปชั่วกาลนาน

• #ชีวประวัติและปโปทา
ท่านพระอาจารย์คำมี (พระครูสีภูมานุรักษ์) นามสกุล “สุวรรณศรี” ท่านถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๓ เวลา ๒๔.๐๐ น. แรม ๘ ค่ำ เดือน ๔ ปีวอก โทศก (วันศุกร์) ที่บ้านบก หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อนายเคน สุวรรณศรี มารดาชื่อนางดี สุวรรณศรี มีพี่น้องร่วมท้องกัน ๙ คน โดยท่านพระอาจารย์คำมี สุวัณณสิรี (พระครูศรีภูมานุรักษ์) เป็นบุตรคนโต

• #สายโลหิต

ต้นตระกูลปู่ย่าตาทวดของพระอาจารย์คำมี มาจากบ้านหนองไหล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี และมาจากบ้านก่อ ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

เดิมทีผู้เป็นตาย้ายมาจากบ้านหัวเรือ ตำบลหัวเรือ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเชื้อสายติดตาม “พระวอ” มาจากหนองบัวลำภู สมัยลี้ภัยไปอยู่บ้านดู่ บ้านแกเขตนครจำปาศักดิ์

ต่อมาพระวอถูกฆ่าตายในสนามรบ ท้าวทิดพรหม ท้าวคำผง ท้าวก่ำได้พากันอพยพจากนครจำปาศักดิ์ขึ้นมาตามลำน้ำมูล มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอนมดแดงฝั่งห้วยแจะระแมดงอู่ผึ้ง ที่นี้ต่อมาได้นามว่า “เมืองอุบลฯ”จนทุกวันนี้

ท้าวทิดพรหมได้ถูกสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าเมืองนามว่า “พระยาปัฏทุมราบวงศ์ษา” เมื่อประมาณพ.ศ. ๒๓๒๐

ฝ่ายท้าวนาคและท้าวแสนโคตรได้แยกตัวออกไป
ท้าวนาคออกไปตั้งบ้านขึ้นที่บ้านหัวเรือในราว พ.ศ. ๒๓๒๘ ส่วนบ้านหนองไหล ท้าวแสนโคตรเป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน

ส่วนบ้านก่อมี ท้าวแสนโทเป็นผู้นำในการก่อตั้งขึ้น บ้านหนองขอนก็มีท้าวแสนเพียเป็นผู้นำในการก่อตั้งขึ้น บ้านหนองขอนก็มีท้าวแสนเพียเป็นผู้นำในการก่อตั้งขึ้น และบ้านประอาวก็มีท้าวแสนนามเป็นหัวหน้าก่อตึ้งขึ้น

• #วัยเยาว์

ตอนเป็นเด็กชายคำมีครั้งปฐมวัยก็เหมือนเด็กชนบทบ้านนอกทั่วไป คือช่วยเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย เมื่อถึงฤดูทำนาก็ช่วยไถนาบ้าง ช่วยดำนาบ้าง เมื่อถึงคราวไปโรงเรียนก็ไปตามปกติ

การทำงานนั้น สิ่งที่เด็กชายคำมีไม่ชอบอย่างมากคือการดำนา เพราะนาในถิ่นนั้นเป็นดินทรายเมื่อทรายถูกน้ำมันจะแน่นกดไม่ลงง่าย ๆ เวลาเอาต้นกล้าลงปักดำก็จะต้องกดแรง ๆ ถ้ากดไม่แรงเมื่อยกขึ้นต้นกล้าก็จะลอยตามขึ้นมา การดำนาในพื้นดินแน่นแข็งนับเป็นความลำบากมากต้องก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตลอดเวลา ตากแดดกรำฝนวันแล้ววันเล่าจนกว่าจะเสร็จจากการทำนา

ด้วยความทุกข์จากกการทำนานี้เอง ทำให้สมองน้อย ๆ ของเด็กชายคำมีคิดหาทางที่จะหนีไปให้พ้นจากสภาพการทำนา

ในที่สุดก็มองเห็นว่าไปอยู่วัดดีกว่าไม่ต้องทำนา

ได้คิดเรื่องไปอยู่วัดถึง ๒ ปี จึงได้ตัดสินใจบอกพ่อว่า อยากจะไปอยู่วัดแต่พ่อไม่ยินยอมตามเพราะเห็นอายุน้อยอยู่

• #เดินหน้าเข้าวัด

ต่อมาตอนเรียนอยู่ชั้น ป.๓ วันหนึ่งได้ไปเที่ยวที่วัดพร้อมกับเพื่อน พระเณรในวัดที่คุ้นเคยสนิทสนมชักชวนให้อยู่วัดด้วยกัน ก็เลยลองนอนค้างคืนอยู่ที่วัดดูบ้าง

อยู่วัด ๓-๔ วันสบายใจมีความสุขดีไม่ยอมกลับบ้าน เลยถูกแม่ตามไปถามว่าอยากจะอยู่วัดแน่จริงหรือ ? เด็กชายคำมีก็ยืนยันว่าชอบอยู่วัด แม่จึงมองตัวเด็กชายคำมีให้อยู่วัดกับเจ้าอาวาสอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

วัดนั้นคือวัดบ้านบก ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ ก่อนที่แม่จะกลับบ้านได้พูดกำชับเสียงเด็ดขาดว่า

“เมื่อต้องการอยู่วัด ก็จงอยู่วัดตลอดไป อย่าได้กลับบ้านเป็นอันขาด !”

• #ใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์

เด็กชายคำมีอยู่วัดมาจนกระทั่งเรียนจบ ป.๔ แล้วจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ที่อุโบสถวัดศรีบุญเรือง บ้านบก ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี พระอุปัชฌาย์อ่อน สิริจันโท วัดบ้านก่อเป็นพระอุปัชฌาย์

อนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๑ วันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เวลาประมาณ ๑ ทุ่ม ได้บรรพชาเป็นสามเณรธรรมยุติกนิกายที่วัดสุปัฏนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี พระศรีธรรมวงศาจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ บรรพชาแล้วอยู่จำพรรษาที่วัดสุปัฏนาราม ๑ ปี

อุปสมบทเป็นมหานิกายที่วัดอุโบสถบ้านก่อ ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๒ โดยมี พระอาจารย์อ่อน สิริจันโท เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านก่อ ๑ พรรษา

อุปสมบทเป็นพระธรรมยุตที่วัดศรีเมือง จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๘๓.โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ สมัยเป็น พระครูวิชัยสิงฆกิจ เป็นพระอุปับฌาย์ และพระใบฎีกานาค วัดศรีเมืองเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ ท่านพระมหาอินทร์ ถิรเสวี วัดศรีเมือง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
สำเร็จญัตติจตุตถกรรมเวลา ๕.๐๓ น.

อุปสมบทครั้งที่ ๒ (กระทำทัฬหิกรรม) ที่วัดศรีเมืองวัดเดิมเมื่อบวชครั้งก่อน เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๓ โดยมี พระครูวิชัยสังฆกิจ (ต่อมาเป็นพระธรรมไตรโลกาจารย์) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระใบฏีกานาค เป็นพระกรรมวาจาจารย์ สำเร็จญัตติจตุตกรรม เวลา ๑๕.๐๗ น

• #ลำดับวัยชีวิตการศึกษา

ก่อนจะบรรพชาอุปสมบทได้รับการศึกษาขึ้นประถมเมื่ออายุ ๑๒ เข้าเรียนที่วัดบ้านก่อ ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลฯ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เรียกว่าเข้าเรียนเมื่ออายุมากไปหน่อย เรียนอยู่ ๔ ปี จึงจบชั้นประถม ๔

ก่อนบรรพชาเป็นสามเณรได้เป็นศิษย์วัดอยู่ ๒ ปี ตอนเป็นศิษย์วัด พระอาจารย์บังคับให้เรียนบทสวดมนต์น้อยและมนต์กลาง รวมทั้งท่องพระติโมกข์ตามแบบโบราณหรือแบบมุขปาฐะ เรียนอักษรตัวธรรมไปด้วย มนต์น้องและมนต์กลางเรียนจบ แต่พระปาติโมกข์ไม่จบ

บรรพชาเป็นสามเณรแล้วได้เรียนนักธรรม สามารถสอบนักธรรมตรีได้ในนั้นและท่องปาติโมกข์จบใน ๓ เดือน

ปี พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๕ ได้ติดตามท่านพระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านค้อ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตโต เคยอยู่จำพรรษามาก่อน

ในระยะ ๒ พรรษานี้พระภิกษุคำมีได้เร่งความเพียรอย่างมากแต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ไม่คุ้มค่าที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจลงไป การปฏิบัติธรรมเพื่อมรรคผลนี้ไม่ใช่ของง่ายเลย ยากเย็นแสนเข็ญจริง ๆ

• #ธุดงค์เดี่ยวเที่ยววิเวก

ปี พ.ศ.๒๔๘๖ พระภิกษุคำมี สุวัณณสิริ ได้กราบลาท่านพระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโมออกไปเที่ยววิเวกแต่เพียงลำพังรูปเดียว แบกกลดสะพายบาตรขึ้นเขาภูพานข้ามเขาลงห้วยไปตามประสา

ได้พักอยู่ถ้ำนาสี เขตอำเภอหนองบัวลำภู (ปัจจุบันขึ้นอยู่ในเขตอำเภอสุวรรณคูหา) บำเพ็ญภาวนาอยู่ถ้ำนาสีพอสมควร จึงออกแสวงวิเวกไปทางจังหวัดเลย ในขณะเดินทางไปนี้บางวันก็มีโยมชาวบ้านขอร่วมทางไปด้วย เพราะทางเปลี่ยวน่ากลัวอันตราย

เดินทางอยู่ ๖ วัน จึงเข้าเขตจังหวัดเลย จำได้ว่าเดือน ๓ ปีนั้นวันมาฆบูชาได้ไปร่วมทำพิธีมาฆบูชาที่วัดศรีสะอาดในเมืองเลย

พักอยู่ ๓ วัน จึงได้เดินทางต่อไปยังถ้ำผาปู่ทำความเพียรอยู่ในถ้ำนี้ประมาณ ๒๐ วัน จึงเดินทางกลับเข้าเมืองเลยอีก เข้าร่วมพิธีเผาศพท่านพระครูอดิศัยคุณาธาร เจ้าคณะจังหวัดเลยในสมัยนั้น จากนั้นได้เดินทางไปทำความเพียรอยู่ถ้ำผาบิ้งช่วงระยะเมษาหน้าแล้ง ทำความเพียรอยู่ถ้ำผาบิ้งรูปเดียวตามลำพัง ๑ เดือน มีความเบาสบายทั้งกายและจิต ได้ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นภายในจิตทั้งที่ไม่เคยรู้มาก่อน เกิดความปีติปราโมทย์ซาบซึ้งในพระศาสนาสุดที่จะพรรณนา

ลงมาจากถ้ำผาบิ้งพักอยู่บ้านน้ำอ้อมและวัดบ้านหล้า อำเภอวังสะพุง นานพอสมควร แล้วจึงแสวงวิเวกขึ้นภูกระดึงเพราะนิสัยชอบภูเขาสูง ๆ เห็นว่าเมื่อขึ้นไปสูง ๆ แล้ววิเวกวังเวงเบาโหวงเบิกบานใจคล้ายอยู่บนวรรค์ แต่ปีนั้นอากาศบนภูกระดึงหนาวเย็นมาก อยู่ได้ ๔-๕ วันก็ต้องลงจากภูกระดึง แสวงวิเวกมาถึงเขตขอนแก่นใช้เวลา ๕ วัน

การเที่ยวธุดงค์ขึ้นภูกระดึงแล้วลงมาที่ขอนแก่นนี้มีเด็กลูกศิษย์ไปด้วย ๒ คน อยู่บ้านน้ำอ้อม เข้าเขตขอนแก่นพักอยู่วัดป่าชัยวันเดือนเศษ ได้ความคิดควรจะเดินทางไปศึกษาข้อวัตรปฏิบัติกับท่านอาจารย์คำดี ปภาโส แต่ก็เป็นห่วงลูกศิษย์ ๒ คนจึงได้เดินทางกลับบ้านน้ำอ้อมเพื่อส่งเด็ก

ขณะนั้นจวนจะเข้าพรรษาเลยตัดสินใจอยู่จำพรรษาที่ถ้ำผาบิ้ง มีพระอยู่ด้วยกัน ๒ รูปมีอายุพรรษาเท่ากันคือ ๓ พรรษา

ในช่วงพรรษานี้ที่ถ้ำผาบิ้งได้คิดว่าจะเร่งความเพียรให้หนักขึ้นกว่าเดิมเท่าที่เคยทำมาขอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้คุณธรรมภายในจิตใจ สิ่งไดที่เห็นว่าจะเป็นเครื่องขัดข้องในการทำความเพียรจะพยายามตัดลงไป

เริ่มต้นระยะแรกได้อดนอนและผ่อนอาหาร ๗ วันจึงฉันอาหารครั้งหนึ่งและเดินจงกรมทุกวันได้กระทำความเพียรอย่างนี้แต่ธรรมะก็ไม่เกิดขึ้นกับจิตใจ จนกระทั่งผ่านมาถึงเดือน ๑๐ วันเพ็ญ เกิดจับไข้มาลาเรียหนาวสั่นงันงกอยู่ทั้งวันเกือบจะมรณภาพอยู่ในถ้ำผาบิ้ง แต่ยังพอมีวาสนาบารมีอยู่บ้าง ออกพรรษาอาการไข้ป่ามาลาเรียจึงทุกเลาลง แต่ก็ไม่ได้หายขาดไป เป็นไข้ป่าเรื้อรังอยู่ต่อมาถึง ๓ ปี จึงหายขาด

• #๓พรรษากับหลวงปู่คำดี_ปภาโส

ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ได้เข้าไปจำพรรษาที่ถ้ำกวาง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นกับท่านพระอาจารย์คำดี ปภาโส ได้รับการศึกษาอบรมจากท่านอยู่เป็นเวลาถึง ๓ ปี คือปี ๒๔๘๗-๒๔๘๙

แต่ปลาย ๒๔๘๘ นั้นได้แยกจากท่านไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำภูสุวรรณ บ้านหนองบัวน้อย เมืองเก่า อำเภอภูเวียง

ปี พ.ศ.๒๔๘๙ ไปอยู่ที่ป่าช้าบ้านหนองคู บ้านโพนงามเมืองใหม่

ถึงแม้ว่าจะแยกจากพระอาจารย์คำดีไปอยู่คนละป่า แต่พระภิกษุคำมีก็มารับฟังการอบรมและลงปาติโมกข์กับพระอาจารย์คำพี ปภาโส อยู่ทุกกึ่งเดือนตลอด ๓ พรรษาทั้งเป็นพระปาฏิโมกข์ให้ท่านด้วย

ระยะ ๓ พรรษาดังกล่าวนี้พระภิกษุคำมี สุวัณณสิริ ปฏิบัติเจริญความเพียรได้รับความสงบภายในจิตพอสมควร เกิดธรรมปีติมีทิฐิมานะอวดตัวเองขนาดจะแสดงภูมิความรู้ที่เกิดขึ้นกับตนให้คนอื่นรู้ด้วย มีข้าวของอะไรก็อยากจะแจกจ่ายยกให้ผู้อื่นหมดแบบพระเวสสันดร ดีแต่ว่าไม่มีข้าวของอะไร ปีติแบบนี้มักจะเป็นกับผู้ได้รับรสชาติอัศจรรย์อันเกิดจากสมาธิแต่ก็ไม่เป็นกันเสมอไปทุกคน

เมื่อเกิดทิฐิมานะอวดตัวเองขึ้นเช่นนี้ครูบาอาจารย์ก็ได้ช่วยแก้ไข ด้วยการเตือนสติให้รู้สึกตัว ให้ใช้ปัญญาพิจารณาอรรถธรรมทั้งปวงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เมื่อได้รับการเตือนสติอยุ่เสมอทิฐิมานะตัวนี้ก็สงบไปในที่สุด

• #เมตตาต่อชาวเขา

ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้กลับมาร่วมงานฉลองอุโบสถวัดบุญญานุสรณ์ บ้านหนองวัวซอ อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรฯ จากนั้นได้ไปเยี่ยมกราบเคารพครูบาอาจารย์ทางหนองคาย แล้วจึงกลับไปจำพรรษาที่วัดป่าศรัทธาราม บ้านห้วยทรายคำ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

ในพรรษานี้ปฏิบัติหนักไปทางให้การอบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่ชาวบ้าน ครั้งแรกตั้งใจจะเจริญภาวนาเพื่อประโยชน์ส่วนตนให้ได้มากที่สุด แต่ก็อดสงสารชาวบ้านในถิ่นนั้นไม่ได้ พวกเขาเป็นชาวภูเขาไม่ค่อยจะรู้เรื่องศีลธรรมเท่าใดนัก เป็นคนป่าคนเขาจริง ๆ ด้วยเหตุนี้เองพระอาจารย์คำมี (ตอนนี้แก่พรรษาและแก่การเจริญกรรมฐานเป็นพระอาจารย์แล้ว) จึงได้ลดละการเจริญภาวนาของตนเองหันมาสอนผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของคนทั้งหลาย

ทั้ง ๆ ที่ท่านถ่อมตัวว่า ตนเองยังมีความรู้น้อยสอนตนเองไม่ได้ แต่ก็พยายามสอนคนอื่นอย่างเต็มสติปัญญา

• #น้อมนำให้เป็นสัมมา

ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ พระอาจารย์คำมีได้ไปจำพรรษาที่บ้านบิดามารดา คือวัดโพธิศรีบุญเรือง บ้านบก ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลฯ

ในพรรษานี้ได้ทำงานใหญ่ทางพระศาสนาด้วยการเทศนาสงเคราะห์ญาติโยมชาวบ้ายอย่างเอาจริงเอาจัง ให้เลิกนับถือภูตผีต่างๆ เช่น การบูชาผีปู่ตา ผีบ้านผีเรือน ผีฟ้าผีแถน ผีทุ่งนาตาแฮก ที่บรรพบุรุษชาวบ้านเป็นต้นเค้ารากเหง้านับถือสืบทอดกันมาอย่างยึดมั่นเหนียวแน่น แสดงพระธรรมเทศนาให้เห็นถึงคุณประโยชนอันประเสริฐของพระพุทธศาสนา คือ มรรคผล นิพพาน ขอให้ชาวบ้านเลิกละการนับถือผีเสียโดยสิ้นเชิงให้หันมานับถือคุณพระรัตนตรัยแทนการนับถือผี

แรก ๆ ชาวบ้านญาติโยมมีปฏิกิริยาไม่ยอมเพราะมีความเกรงกลัวอำนาจภูตผีอยู่เป็นอันมาก แต่พระอาจารย์คำมีก็พยายามเทศน์ให้ญาติโยมชาวบ้านได้เข้าในแก่นหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างกว้างขวาง ยกเอาพระไตรปิฎกตอนสำคัญ ๆ ถูกรสนิยมชาวบ้านมาเทศน์ให้ฟังให้เข้าใจง่าย ๆ ตามพื้นความรู้ของชาวบ้าน เช่น เรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องการทำบุญสุนทาน การรักษาศีล และการทำสมาธิภาวนา ปรากฏว่าในที่สุดชาวบ้านก็ยอมละทิ้งมิจฉาทิฐิความเห็นเก่า ๆ หันมายอมรับนับถือคุณพระรัตนตรัยกันหมดทั้งหมู่บ้าน

• #ไม่หมองเศร้าเพราะเข้าถึงธรรม

ออกพรรษาแล้ว ปลายเดือนมกราคม พ.ศ.๒๔๙๓ ได้พาครอบครัวของโยมพ่อแม่และน้อง ๆ บางคนอพยพขึ้นมาทางสกลนคร เพราะเห็นว่าบ้านบก ตำบลหนองไข่นกทำมาหากินลำบาก ดินก็ไม่ดี ทำเลที่ทำกินก็แคบเข้าทุกวัน คนเกิดมากเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน เห็นว่าทางสกลนครมีที่ดินว่างเปล่ามากพอที่จะแยกย้ายกันทำมาหากินได้สะดวกสบาย

เมื่ออพยพมาถึงสกลนครแล้วได้ไปอยู่กันที่บ้านหนองบัว ตำบลแร่ อำเภอพังโคน อยู่มาได้ ๒ ปี โยมพ่อได้ถึงแก่กรรมลง ด้วยโรคผิดอากาศอย่างแรง ในช่วงเดือน ๖ ต่อเดือน ๗ รวมอายุของโยมพ่อได้ ๕๗ ปีเศษ

ต่อมาอีกไม่กี่เดือน โยมแม่ก็ถึงแก่กรรมลงอีกด้วยโรคป่วยเรื้อรัง รวมอายุได้ ๕๒ ปีเศษ การสูญเสียโยมพ่อโยมแม่ทำให้พระอาจารย์คำมีเสียกำลังใจอยู่ไม่ย้อย แต่ท่านก็สามารถปล่อยวางได้ด้วยหลักธรรมปฏิบัติ ส่วนน้อง ๆ ของท่านจำนวน ๕ คน เป็นหญิง ๒ เป็นชาย ๓ นั้น ท่านได้ให้พวกน้องชายบวชเป็นสามเณร ส่วนน้องผู้หญิงให้บวชเป็นชีทั้งหมด

• #เพียรทำอยู่ถึง ๑๓ ปี

ปี พ.ศ.๒๔๙๘ ท่านพระอาจารย์คำมี สุวัณณสิริ ได้ไปตั้งวัดขึ้นที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ชื่อวัดศรีสว่างแดนดิน

เหตุที่จะได้ตั้งวัดนี้ขึ้นนั้นสืบเนื่องมาจาก ท่านพระเดชพระคุณพระธรรมเจดีย์(จูม พนฺธุโล) อดีตเจ้าคณะมณฑลอุดรธานีได้มีบัญชาให้พระอาจารย์คำมีไปตั้งวัดธรรมยุตขึ้นในเขตสุขาภิบาลอำเภอสว่างแดนดิน พระอาจารย์คำมีจึงได้วางแผนผังสร้างวัดตามบัญชา นับเป็นวัดแรกของการสร้างวัดที่พระอาจารย์คำมีต้องใช้ความมุมานะอดทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่คอยทำให้เกิดอุปสรรคขัดขวางในการสร้างวัดธรรมยุตขึ้นในอำเภอนี้ ท่านได้ต่อสู้บุกบั่นอยู่ที่นี่ถึง ๑๓ ปี คือตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ถึง ๒๕๑๐

ในช่วงเวลา ๑๓ ปีของการก่อสร้างพัฒนาวัดศรีสว่างแดนดินนี้ มีเหตุการณ์ประหลาดพิสดารที่ควรจะนำมากล่าวไว้พอเป็นแนวทางสังวรสำหรับสาธุชนนักพัฒนาจะได้ถือเป็นบทเรียนเอาไว้ระมัดระวังตนเอง

เรื่องมีอยู่ว่า ประเดิมเริ่มแรกก็ถูกพระสงฆ์เจ้าถิ่นในอำเภอสว่างแดนดินแอนตี้ คือไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วยกับพระอาจารย์คำมีเพราะมีความรังเกียจว่าเป็นพระป่า

งานบุญใดที่ญาติโยมชาวบ้านนิมนต์ไปฉันอาหารในบ้าน ถ้าหากมีพระป่าได้รับนิมนต์ไปร่วมด้วยแล้ว พระสงฆ์เจ้าถิ่นจะไม่ยอมไปร่วมด้วยเด็ดขาด แถมยังพูดเสียดสีกระทบกระแทกพระป่าอยู่เสมอ พระสงฆ์เจ้าถิ่นพยายามกีดกันรังเกียจพระอาจารย์คำมีทุกวิถีทาง

เมื่อเป็นเช่นนี้อติเรกลาภของพระอาจารย์คำมีซึ่งเป็นพระป่าก็ขัดสนลง พลอยทำให้พระหนุ่มเณรน้อยในวัดของท่าน ต้องได้รับความอดอยากยากไร้ไปด้วย แต่พระอาจารย์คำมีก็เฝ้าปลุกปลอบให้กำลังใจ ปฏิบัติธรรมต่อไปอย่าได้ท้อถอย

ท่านบอกว่า พวกเราเคยกินข้าวกินปลามากันตั้งแต่เกิดแล้ว เมื่อมันจะอดอยากก็ให้มันอดอยากไปเถิด จงหัวเราะเยาะเย้ยความอดอยากและความทุกข์ อย่ากลัว อย่ายอมแพ้ ให้พวกเรายึดถือการประพฤติพรหมจรรย์เป็นใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด !

• #พญาแร้งคอคำทำเหตุ

๗-๘ เดือนผ่านไป ท่ามกลางกระแสกดดันรังเกียจของพระสงฆ์เจ้าถิ่นที่มีต่อพระป่านั้น ก็มีเหตุประหลาดเกิดขึ้นที่อำเภอสว่างแดนดินถิ่นนั้นคือ

มีพญาแร้งคอคำ ๒ ตัวใหญ่บินมาจับเสาธงที่หน้าสถานีตำรวจอำเภอสว่างแดนดิน ทำให้ผู้คนชาวบ้านร้านตลาดแตกตื่นพากันมาขับไล่ให้หนีเพราะถือว่าอีแร้งลงจับที่ใดเหตุเสนียดจัญไรย่อมเกิดขึ้นที่นั่น !

พญาแร้งคอคำตัวใหญ่ทั้งคู่นิ่งเฉย ไม่ยอมหนีไปไหน ไม่แสดงอาการหวาดกลัวผู้คนขับไล่เลย วางเฉยเหมือนกับว่าสถานีตำรวจแห่งนั้นเป็นรังของมันอย่างนั้นแหละทำให้ตำรวจทั้งโรงพักและครอบครัว ตลอดจนชาวบ้านร้านตลาดพากันหวาดหวั่นพรั่นพรึงว่าจะเกิดเอาเพศเหตุร้ายขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงพากันไปหาหมดมดหมอดูให้ทำนายทายทัก

หมอดูทำนายว่าจะปล่อยให้พญาแร้งใหญ่คอคำทั้งคู่จับอยู่ที่หน้าโรงพักต่อไปไม่ได้เป็นอันขาดเพราะไม่เป็นสิริมงคลด้วยประการทั้งปวง ฉะนั้นจะต้องไปนิมนต์พระสงฆ์องค์เจ้ามาทำพิธีสวดมนต์ขับไล่

สำหรับพระที่จะนิมนต์มานั้นจะต้องมีพระกรรมฐานอยู่วัดป่า คือ พระอาจารย์คำมีร่วมด้วย ! ส่วนพระสงฆ์องค์อื่นไม่มีทางที่จะสะเดาะเคราะห์ขับไล่เสนียดจัญไรอาเพศครั้งนี้ได้เลยต้องเป็นท่านพระอาจารย์คำมี สุวัณณสิริ สวดพระปริยัตรจึงจะล้างอาถรรพณ์สำเร็จในครั้งนี้ !

ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนจึงพร้อมใจกันมานิมนต์พระอาจารย์คำมีให้ไปร่วมสวดมนต์ขับไล่พญาแร้งคอคำร่วมกับพระสงฆ์เจ้าถิ่น

ท่านพระอาจารย์คำมีนึกในใจว่าเมื่อไปถึงแล้วพระสงฆ์เจ้าถิ่นจะต้องแสดงความไม่พอใจพากันเดินหนีลงจากบ้านไปเหมือนทุกครั้งเพราะมีความรังเกียจเราผู้เป็นพระป่าเจริญวิปัสสนา

แต่ปรากฏว่า.. พระสงฆ์เจ้าถิ่นที่ได้รับนิมนต์มาสวดขับไล่พญาแร้งคอคำไม่มีปฏิกิริยาแสดงความรังเกียจเหมือนแต่ก่อนยอมให้พระอาจารย์คำมีเข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ขับไล่เสนียดจัญไรครั้งนี้แต่โดยดีและพญาแร้งคอคำทั้งสองตัวก็บินหนีไปด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัยทำให้ชาวสว่างแดนดินปีติยินดีทั่วหน้ากัน

หลังจากพญาแร้งคอคำทั้งคู่หนีไปแล้ว เหตุการณ์ทุกอย่างก็เป็นปกติ แต่พอถึงสิ้นปีก็เกิดฮือฮาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีสว่างแดนดินต่างก็ได้เลื่อนยศมีความดีความชอบไปตาม ๆ กันตามความสำคัญของหน้าที่การงาน ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า พญาแร้งคอคำทั้งคู่นำเอาสิริมงคลมาให้โรงพักตำรวจและครอบครัว

• #ชาวนานักเลงปืน

อนึ่งในปีเดียวกันนี้ ตอนฤดูฝนน้ำได้ท่วมทางที่พระป่าจะไปบิณฑบาตทำให้พระเณรวัดป่าศรีสว่างแดนดินจะไปบิณฑบาตลำบากเพราะไม่มีสะพานข้ามลำห้วย พวกญาติโยมจึงช่วยกันโค่นต้นไม้ลงพาดข้ามลำห้วยเพื่อให้พระเณรเดินไต่ขอนไม้พลาดตกน้ำตกท่าเปียกโชกกันอยู่เสมอ

ญาติโยมจึงได้ช่วยกันทำสะพานชั่วคราวขึ้นให้พระเณรข้ามไปบิณฑบาต และได้ตัดลิดรอนกิ่งไม้ไผ่ตามคันนาที่ขวางทางออกเสียบ้าง เพื่อให้พระเณรเดินไต่คันนาได้สะดวก ทำให้เจ้าของนาโกรธแค้นได้ทำการรื้อสะพานข้ามห้วยทิ้งไป แถมยังท้าทายด่าว่าพระเณรในวัดในมาต่อสู้กัน ถ้าขืนพระเณรเดินบนคันนาของแกอีก แกจะเอาปืนยิงให้ตายหมดทุกองค์ !

ทำให้พระอาจารย์คำมีและญาติโยมไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดเจ้าของนาจึงมีความรังเกียจพระป่าได้ถึงปานนี้ ?

ต่อมาประมาณ ๓ เดือนโยมคนที่ขู่ว่าจะยิงพระวัดป่าให้ตายถ้าขืนเดินไต่คันนาไปบิณฑบาตอีกนั้น วันหนึ่งแกเอาปืนสั้นซึ่งเป็นปืนเถื่อนทำเองมาเล่นอยู่ในกระท่อมนา พอดีมีคนเดินมาแกเข้าใจว่าเป็นตำรวจจะมาจับปืนเถื่อนของแก จึงรีบเอาปืนสั้นกระบอกนั้นยัดเข้าซ่อนในกระเป๋ากางเกง

เกิดอุบัติเหตุนิ้วมือไปถูกไกปืนเข้าลั่นโป้งสนั่นท้องทุ่ง ลูกกระสุนไปถูกอวัยวะเพศพวงสวรรค์ของแกเองขาดกระจุยเลือดไหลเหมือนท่อน้ำแตก ร้องลั่นโวยวายด้วยความกลัวตาย

คืนนั้นคนถูกปืนเลือดไหลไม่หยุด รักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น ในที่สุดก็ถึงแก่ความตายในคืนนั้นน่าอนาถ

พระอาจารย์คำมีได้ทราบข่าวนี้ด้วยความสลดสังเวช ท่านเองไม่ได้โกรธเคืองโยมคนนี้เลยมีแต่แผ่เมตตาให้เป็นปรกติ เหตุที่ปืนลั่นถูกแกตายเห็นจะเป็นเหตุบังเอิญเสียมากกว่า

แต่เมื่อเหตุมันมาประจวบเหมาะกันเข้า กรณีแกด่าว่าท้าทายจะเอาปืนยิงพระเณร ครั้นแล้วแกก็ถูกปืนตัวเองตายเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่ชวนให้ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันไปตามประสาชาวโลกว่า

บุคคลใดใครก็ตาม หากคิดชั่วร้ายต่อพระกรรมฐานที่ปฏิบัติเอามรรคผลนิพพานแล้วไซร้ บุคคลผู้นั้นจะต้องถูกเทวดาฟ้าดินลงโทษทันตาเห็นในชาตินี้ ไม่ต้องรอในชาติหน้าให้เสียเวลา

(ทัศนะจากผู้เขียน-ผู้เรียบเรียง : สิทธา เชตวัน) ใคร่ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ว่า.. เหตุที่ชายผู้นี้ทำปืนลั่นใส่อวัยวะเพศตัวเองขาดกระจุยเลือดไหลไม่หยุดถึงแกความตาย น่าจะเกิดจากวิบากกรรมเก่าในอดีตของแกตามมาให้ผลโดยตรง

ส่วนกรณีที่แกห้ามพระเณรวัดป่าไม่ให้เดินบนคันนาไปบิณฑบาตนั้น อาจเนื่องจากอกุศลกรรมชั่วกำลังครอบงำชีวิตจิตใจของแกทำให้แกมีโมหะหลงผิด คิดเกลียดชังขัวขวางพระเณรไม่ให้บิณฑบาต

กรรมที่แกขัดขวางท้าทายจะยิงพระเณรจึงเป็นเพียงกรรมเข้ามาแสดงประกอบ ถึงแกไม่ทำลายสะพานและไม่ได้ห้ามพระเณรบิณฑบาตแกก็จะต้องตายโหงอยู่แล้วด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งในระยะนั้น !

สรุปแล้วเป็นเรื่องของวิบากกรรมเก่าในอดีตชาติไล่ติดตามมาทันแล้วให้ผล ไม่ใช่เกิดจากกรรมปัจจุบันส่วนน้อย กรรมปัจจุบันเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น !

• #วุ่นไปทั่วเมือง

หลังจากพญาแร้งคอคำลงมาเกาะเสาธงโรงพักสว่างแดนดิน เรื่องราวสงบสันติไปแล้วเกือบปีก็มีพญาแร้งคอคำอีกตัวหนึ่งจะเป็นตัวเก่าหรือตัวใหม่ไม่มีใครทันได้สังเกต

ขณะที่บินผ่านบ้านนายอำเภอสว่างแดนดิน พญาแร้งลึกลับตัวนี้ได้ขับถ่ายอุจจาระลงมาจากอากาศ บังเอิญคุณนายภรรยาของนายอำเภอทำธุระอยู่กลางแจ้งที่หน้าบ้าน อุจจาระเจ้ากรรมของพญาแร้งได้ตกลงมาเรี่ยราดถูกศีรษะภรรยานายอำเภออย่างจังส่งกลิ่นเหม็นสกปรกเลอะเทอะเสื้อผ้า สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้คุณนายเป็นอย่างยิ่ง

ครั้นวันต่อม พญาแร้งลึกลับตัวนี้ได้บินกลับมาเกาะจับที่บ้านพักนายอำเภออีก นายอำเภอและภรรยาจึงได้ทำบุญบ้านนิมนต์พระอาจารย์คำมีและพระภิกษุสงฆ์วัดอื่น ๆ ให้มาทำพิธีเจริญพุทธมนต์ขับไล่อาเพศเหตุเนียดจัญไร

เหตุการณ์ก็สงบสันติไม่มีเหตุร้ายใด ๆ เกิดขึ้นด้วยอานุภาพพระพุทธมนต์

เอาอีแล้ว ! ต่อมาอีก ๒-๓ เดือนพญาแร้งตัวหนึ่งก็บินมาจับเกาะหลังคาบ้านพักศึกษาธิการอำเภอสว่างแดนดิน ร้อนถึงพระอาจารย์คำมีต้องไปเจริญพระปริตรขับไล่เหตุอาเพศอีก

ต่อมาอีกไม่กี่วันพญาแร้งก็บินไปจับหลังคาบ้านพักอดีตปลัดอำเภอสว่างแดนดินเข้าให้อี พระอาจารย์คำมีวัดป่าศรีสว่างแดนดินก็ไปเจริญพระปริตรขับไล่อุปาทานความหวาดกลัวของชาวบ้านให้ผ่อนคลายลง

เพราะคราวนี้ชาวบ้านร้านตลาดเกิดขวัญเสีย หวาดกลัวเหตุร้ายจะเกิดขึ้นในบ้านในเมืองเอาจริง ๆ เนื่องจากพญาแร้งวนเวียนบินมาจับหลังคาบ้านข้าราชการซ้ำ ๆ ซาก ๆ แสดงเจตนาอันลีกลับชวนให้สะพรึงกลัว

• #กำราบผีอหังการ

หลังจากเจริญพุทธมนต์ขับไล่อาเพศเหตุวิปริตของสัตว์ปีกคือพญาแร้งคอคำไปได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุขึ้นอีกคราวนี้เป็นเรื่อง “ผี” เข้าสิงคนใจตลาดสว่างแดนดิน

ผีตนนี้ดุร้ายอาละวาดมาก หมอผีกี่คนต่อกี่คนมาทำการขับไล่ไม่สำเร็จสักราย แถมยังท้าทายหมอผีทั้งหลายด้วยประการต่าง ๆ ให้มาสู้กัน นับว่าผีเข้าเจ้าสิงรายนี้แก่กล้าอานุภาพเอาเรื่อง ไม่มีใครปราบได้ ทำให้คนเจ็บที่ถูกเข้าสิงอ่อนแรงลงทุกขณะทำท่าจะตาย ชาวบ้านร้านตลาดและผู้เฒ่าผู้แก่ได้ปรึกษากันแล้วเห็นว่า เห็นมีแต่ท่านพระอาจารย์คำมี วัดป่าศรีว่างแดนดินเท่านั่นที่จักสามารถกำราบปราบผีเข้าเจ้าสิงได้ เพราะอนุภาพของศีล สมาธิ ปัญญา ของพระกรรมฐานนั้นมีอานุภาพยิ่งใหญ่เหนือกว่าไสยศาสตร์

เมื่อพระอาจารย์คำมีได้รับการนิมนต์ไป ท่านก็ทำน้ำพระพุทธมนต์ให้คนเจ็บดื่มและอาบ

เท่านั้นเองคนเจ็บก็หายเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผีที่เข้าสิงก็ไปจ้อยไม่กล้ากลับมาเข้าสิงอีกเลย

ครั้นต่อ ๆ มาเมื่อมีชาวบ้านร้านตลาดถูกผีเข้าเจ้าสิง รายไหนรายนั้นเป็นต้องร้อนถึงพระอาจารย์คำมีถูกอาราธนานิมนต์ไปเจรจากับผีทุกทีไป คนอื่นพูดกับผีไม่รู้เรื่อง ผีจะยอมพูดด้วยและยอมพ่ายแพ้กับท่านพระอาจารย์คำมีเท่านั้น คนอื่นผีไม่กลัว

• #สมณศักดิ์

พ.ศ. ๒๕๑๐ วันที่ ๕ ธันวาคม ได้รับสัญญาบัตรพัดยศที่ “พระครูศรีภูมานุรักษ์” ชั้นตรีรักษาการตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอพรรณนานิคม-วาริชภูมิ-(ธรรมยุต)
พ.ศ.

ขอเชิญร่วมโครงการธรรมะสัญจรวัดป่ากรรมฐาน ครั้งที่ 2 จำนวน 9 วัด ในวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา-ขอนแก่น ...
20/06/2026

ขอเชิญร่วมโครงการธรรมะสัญจรวัดป่ากรรมฐาน ครั้งที่ 2 จำนวน 9 วัด ในวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา-ขอนแก่น (เดินทางโดยรถปรับอากาศ 2 ชั้น)
จัดโดย : ชมรมญาติธรรม พุทธธรรมกรรมฐาน

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

1. วัดแสงธรรมวังเขาเขียว ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา (พระอาจารย์โสภา สมโณ)
2. วัดป่าทรัพย์ทวี ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา (หลวงปู่กัณหา สุขกาโม)
3. วัดป่ารัตนวัน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา (พระอาจารย์ฟิลลิป ญาณธัมโม)
4. วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (หลวงปู่อุทัย สิริธโร)
5. วัดป่าภูหายหลง ต.วังกะทะ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (พระอาจารย์ประพันธ์ อนาวิโล)
6. วัดเขาวันชัยนวรัตน์ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (หลวงพ่อโสภา อุตตโม)
7. วัดป่าพิทักษ์ธรรม ต.นิคมสร้างตนเอง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา (หลวงพ่อคำผอง ฐิตปุญโญ)
8. วัดอรัญพรหมมาราม ต.วังไม้แดง อ.ประทาย จ. นครราชสีมา (หลวงพ่อสามดง จันทโชโต)
9. วัดป่าโพธิวิโรจน์ ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น (หลวงพ่อบุญจันทร์ เขมปัตโต)

🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷🌷

🔔 กำหนดการ 🔔

🗓️ วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569 🗓️

เวลา 05.30 น. ลงทะเบียน ณ ลานจอดรถสวนสาธารณะริมห้วยม่วง ถ.แจ้งสนิท ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
เวลา 06.00 น. รถออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
เวลา 14.00 น. ถึงวัดแสงธรรมวังเขาเขียว ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา , นมัสการพระอาจารย์โสภา สมโณ, สักการะพระมหาเจดีย์ศรีแสงธรรมวิสุทธิมงคล , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 16.00 น. ออกเดินทางไปวัดป่าทรัพย์ทวี ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เวลา 17.00 น. ถึงวัดป่าทรัพย์ทวี ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา, นมัสการหลวงปู่กัณหา สุขกาโม, เก็บสัมภาระเข้าที่พัก , ทำภารกิจส่วนตัว
เวลา 19.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น, รับฟังพระธรรมเทศนา , นั่งสมาธิภาวนา , ถามตอบปัญหาธรรมะ , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 20.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

🗓️ วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม 2569 🗓️

เวลา 05.00 น. ตื่นนอน ทำภารกิจส่วนตัว
เวลา 06.00 น. ตักบาตรหลวงปู่กัณหา สุขกาโม และคณะสงฆ์วัดป่าทรัพย์ทวี, รับประทานอาหารเช้าที่วัด
เวลา 09.30 น. ออกเดินทางไปวัดป่ารัตนวัน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เวลา 10.00 น. ถึงวัดป่ารัตนวัน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา , นมัสการพระอาจารย์ฟิลลิป ญาณธัมโม , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 11.30 น. ออกเดินทางไปวัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เวลา 12.30 น. ถึงวัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา , นมัสการหลวงปู่อุทัย สิริธโร , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 14.00 น. ออกเดินทางไปวัดป่าภูหายหลง ต.วังกะทะ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา , แวะพักรับประทานอาหารริมทาง
เวลา 15.00 น. ถึงวัดป่าภูหายหลง ต.วังกะทะ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา , นมัสการพระอาจารย์ประพันธ์ อนาวิโล , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 16.30 น. ออกเดินทางไปวัดเขาวันชัยนวรัตน์ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เวลา 18.00 น. ถึงวัดเขาวันชัยนวรัตน์ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา , นมัสการหลวงพ่อโสภา อุตตโม , เก็บสัมภาระเข้าที่พัก , ทำภารกิจส่วนตัว
เวลา 19.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น, รับฟังพระธรรมเทศนา , นั่งสมาธิภาวนา , ถามตอบปัญหาธรรมะ , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 20.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

🗓 วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569 🗓️

เวลา 05.00 น. ตื่นนอน ทำภารกิจส่วนตัว
เวลา 06.30 น. ตักบาตรหลวงพ่อโสภา อุตตโม และคณะสงฆ์วัดเขาวันชัยนวรัตน์ , รับประทานอาหารเช้าที่วัด
เวลา 09.30 น. ออกเดินทางไปวัดป่าพิทักษ์ธรรม ต.นิคมสร้างตนเอง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
เวลา 12.00 น. ถึงวัดป่าพิทักษ์ธรรม ต.นิคมสร้างตนเอง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา , นมัสการหลวงพ่อคำผอง ฐิตปุญโญ, ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 13.15 น. ออกเดินทางไปวัดอรัญพรหมมาราม ต.วังไม้แดง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา
เวลา 15.00 น. ถึงวัดอรัญพรหมมาราม ต.วังไม้แดง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา , นมัสการหลวงพ่อสามดง จันทโชโต , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 16.15 น. ออกเดินทางไปวัดป่าโพธิวิโรจน์ ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น
เวลา 17.15 น. ถึงวัดป่าโพธิวิโรจน์ ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น , นมัสการหลวงพ่อบุญจันทร์ เขมปัตโต , ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
เวลา 18.30 น. ออกเดินทางกลับจังหวัดอุบลราชธานี
เวลา 23.00 น. ถึงจังหวัดอุบลราชธานี โดยสวัสดิภาพ

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

📌 รับจำนวน 45 คน เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น (แอร์)
📌 ค่าเดินทาง บุคคลทั่วไป 2,000 บาท / นักศึกษา 500 บาท

📣📣📣 ผู้สนใจ ติดต่อที่ 📣📣📣

☎️☎️☎️ สอบถาม : โทร. 086-4017809 , 085-104-0838

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

✅ ท่านสามารถชำระค่าเดินทางได้ 2 วิธี โดย

1. ติดต่อชำระด้วยตัวเอง ได้ที่ : นายชัยวัฒน์ ป้อมพิทักษ์ หรือ โทร. 085-104-0838
2. โอนมาที่ : ธนาคารเพื่อการเกษตร เลขที่บัญชี 020243438783 ชื่อบัญชี ชัยวัฒน์ ป้อมพิทักษ์ ท่านที่ชำระค่าเดินทางแล้ว กรุณาส่งหลักฐานการโอนมาทางข้อความ เฟซบุ๊ก เพจ : ชมรมญาติธรรม พุทธธรรมกรรมฐาน หรือ ส่งหลักฐานการโอนทางไลน์ผู้รับสมัคร

🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻🌻

หมายเหตุ : ท่านกรุณาชำระค่าเดินทางภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ท่านโทรมาสมัคร มิฉะนั้นถือว่าท่านสละสิทธิ์
🌐 ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก : ชมรมญาติธรรม พุทธธรรมกรรมฐาน

"นัตถิ ปัญญาสมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มีพระพุทธเจ้าท่านสอน ถ้าปัญญาเกิดขึ้นเหมือนแสงอาทิตย์ แสงอาทิตย์เกิดขึ้นแหง...
20/06/2026

"นัตถิ ปัญญาสมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี
พระพุทธเจ้าท่านสอน ถ้าปัญญาเกิดขึ้นเหมือนแสงอาทิตย์ แสงอาทิตย์เกิดขึ้นแหงนมองตรงนู้นตรงนี้ก็เห็นหมด กลางคืนเห็นไหมล่ะ มันมืดมันจะเห็นอะไรล่ะมองไป จิตใจก็เหมือนกันถ้าจิตใจสะอาด จิตใจเป็นกุศล การกระทำบาปไม่อยากจะทำหรอก"

โอวาทธรรม : หลวงปู่บุญชู ฐิตคุโณ
วัดป่าโพธิญาณ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

" บุญกุศลเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจ เป็นที่พึ่งของเรา สมัยก่อนคนจะแต่งงานกัน ผู้ชายมักจะต้องอายุมากกว่าผู้หญิง แต่ในยุคปัจจ...
20/06/2026

" บุญกุศลเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจ เป็นที่พึ่งของเรา สมัยก่อนคนจะแต่งงานกัน ผู้ชายมักจะต้องอายุมากกว่าผู้หญิง แต่ในยุคปัจจุบันสมัยนี้ไม่ได้สนใจตรงนี้แล้ว และคนที่ไม่แต่งงานไม่มีคู่ครองก็มีมาก บางคนอยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง แต่มัวหาเงินทำงานรวยเป็นร้อยเป็นพันล้าน ทั้งที่ตัวเองตัวคนเดียว แล้วตายไปจะเอาไปให้ใคร ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ใช้แค่ตอนนี้ พอตายไปหมดสิทธิ์ทันที สมบัติที่มีตกเป็นของใครไม่รู้ ถ้ามาหาความรู้ศึกษาให้ดีตามสัมมาทิฏฐิ สิ่งที่เราต้องสร้างเพื่อตัวเองคือบุญกุศลที่จะเป็นที่พี่งติดตัวเราไปอีกหลาย ๆ ภพ "

โอวาทธรรมคำสอน
พระอาจารย์สุชาติ ชาตสุโข
วัดป่าบ้านวไลย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล ๏      วันนี้วันที่ ๒๐ มิถุนายน​ ๒๕​๖​๙ เป็นครบรอบ​ ๑๐๑ ปี​ ชาตกาล หลวงปู่สุธ...
20/06/2026

๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล ๏
วันนี้วันที่ ๒๐ มิถุนายน​ ๒๕​๖​๙ เป็นครบรอบ​ ๑๐๑ ปี​ ชาตกาล หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล วัดเทพกัญญาราม อ.เมือง จ.สกลนคร พระมหาเถระศิษย์ในองค์พ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านบวชที่วัดหนองถ่านเหนือ ๑ พรรษา เกณฑ์ทหารจับได้ใบดํา ตอนนั้นพระมหาทองสุข สุจิตโต กลับไปเยี่ยมบ้าน วัดหนองถ่านเหนือ จึงชวนท่านมาฟังธรรมพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่สุธัมม์ ท่านจึงตัดสินใจเดินทางมาพร้อมกับ พระมหาทองสุข สุจิตโต เดินทางโดยรถไฟจากสระบุรี มาลงรถที่อุดรธานี พักที่วัดป่าโนนนิเวศน์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากนั้นจึงได้มาวัดป่าสุทธาวาส ก่อนเข้าพรรษา ปี พ.ศ.๒๔๙๐ ได้มอบเป็นศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้ไปศึกษาธรรม วัดป่าหนองผือ เวลา ๒ ปี จนกระทั้งพระอาจารย์มั่น มรณภาพลง ได้ช่วยจัดงานของท่านจนเสร็จ จึงได้ไปจําพรรษา ที่พักสงฆ์บ้านหวายสะนอย ๑ พรรษา ไปจําพรรษาที่อําเภอผือ ๑ พรรษา แล้วกลับมาจําพรรษาที่หนองผือ ๑ พรรษา กระทั่งปี พ.ศ.๒๔๙๖ จึงได้มาจําพรรษาวัดเทพกัญญาราม บ้านน้อยจอมศรี จนถึงปัจจุบัน

หลวงปู่สุธัมม์ ธัมปาโล ท่านเล่าว่า..ช่วงบรรพชาใหม่ๆ ท่านพำนักอยู่วัดป่าบ้านหนองผือ กับ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ส่วนพระหนุ่มสมัยนั้น เช่น หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน , พระอาจารย์วัน อุตตโม , หลวงปู่คำพอง ติสโส , หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม เป็นต้น

หลังจากหลวงปู่มั่นมรณภาพแล้ว หลวงปู่สุธัมม์ ท่านก็มาอยู่ที่ วัดเทพกัญญาราม ท่านเป็นศิษย์องค์สุดท้ายของปู่มั่น ก็ว่าได้

องค์หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล วัดเทพกัญญาราม อ.เมือง จ.สกลนคร ท่านเป็นพระป่ากรรมฐานแท้ๆ และยังเป็นศิษย์รูปสำคัญของท่านพระอาจารย์มั่น อีกรูปหนึ่ง ที่ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่ ณ เวลานี้

หลวงปู่สุธัมม์ ท่านมีความเพียรในการปฏิบัติเป็นเลิศ ท่านเดินจงกรม และมุ่งมั่นต่อการภาวนา ประวัติของท่านพึ่งได้มีการเปิดเผยแผ่ช่วงต้นปี ไม่นานมานี้เอง ซึ่งจะนำมาบอกเล่าเท่าที่สามารถทำได้ และที่ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจนมาครับ เพราะบางท่านอาจจะใกล้เกลือกินด่างใกล้ๆเองแต่กลับไม่รู้

องค์หลวงปู่สุธัมม์ ท่านเคยบอกศิษย์ว่า เกศาหรืออะไรก็ตาม ได้ไปแล้วรักษาไม่ได้ ไว้ในที่ไม่ควรเป็นบาป ซึ่งจากนัยนี้แปลความว่า..รูปภาพของท่านหรือวัตถุมงคลที่เป็นรูปท่าน หากเก็บไว้ในที่ไม่ควรก็เป็นบาปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และท่านไม่ชอบการเช่าหาซื้อขายรูปของท่าน แม้แต่รูปภาพท่านก็ไม่ต้องการให้เป็นที่เผยแพร่หรือให้เป็นที่รู้จักเป็นการทั่วไป

จำได้ไหมครับเหตุการณ์พระป่าเครื่องบินตก (องค์หลวงปู่สุธัมม์ก็ได้รับนิมนต์) ในคราวที่มีการประกอบพระราชพิธี ได้มีการนิมนต์พระเถราจารย์สายกรรมฐานให้ไปร่วมงานซึ่งมีพ่อแม่ครูอาจารย์รับนิมนต์ไปร่วมงานหลายองค์ เช่น
หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม
พระอาจารย์วัน อุตฺตโม
พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมฺมวโร
พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม และคณะ

ซึ่งหลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล ท่านก็ได้รับนิมนต์ด้วย แต่เมื่อถึงเวลามารับ รถทหารที่มารับ มาถึงบ้านธาตุ (สกลนคร) แล้ว หาทางเข้าวัดเทพกัญญาราม ของหลวงปู่ไม่เจอ วนหลายรอบก็ไม่เจอ จนหลงวนทางเข้าไปบ้านน้อยจอมศรี แล้วรถทหารจึงตัดสินใจกลับไม่มารับท่าน เพราะหาทางเข้าวัดไม่เจอ รถทหารจึงขับไปรับพระอาจารย์องค์อื่นๆ ต่อไป

ซึ่งองค์หลวงปู่สุธัมม์ ท่านก็ครองจีวรและเตรียมพร้อมสิ่งต่างๆ พร้อมที่จะเดินทาง เมื่อเลยเวลาแล้วรถทหารไม่มารับก็คงไม่ได้ไปร่วมงานแล้ว ท่านบอกกับศิษย์ว่า บุญของเราน้อยจึงไม่มีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินเข้ากรุงเทพฯ และต่อมาปรากฏว่าข่าวเครื่องบินประสบอุบัติเหตุ เครื่องบินตกที่ทุ่งนารังสิต ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงพระป่ารูปสำคัญทั้ง ๕ รูป ที่รับนิมนต์ก็มรณภาพด้วยเหตุดังกล่าว

หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล วัดเทพกัญญาราม ต.ฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร ละสังขารวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๙ ณ โรงพยาบาลวานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร สิริอายุ ๑๐๐ ปี พรรษา ๗๙

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์