วัตถุมงคล หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ณ.ซอยสายลม และเกจิทั่วไป

วัตถุมงคล หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ณ.ซอยสายลม และเกจิทั่วไป ให้บูชา วัตถุมงคล พระบูชา วัตถุมงคล หลวงพ่อฤาษีลิงดำและเกจิทั่วไป
(437)

ให้บูชาวัตถุมงคล ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และ เกจิทั่วไป
รายละเอียดการโอนเงิน
ชื่อธนาคาร : กสิกรไทย
สาขา : สนามเป้า
#พร้อมเพย์ 0811715353
#เลขบัญชี : 029-2-71179-4
ชื่อเจ้าของบัญชี : นคเรศ เหลืองธรรมชาติ
ชนิดของบัญชี : ออมทรัพย์
เบอร์โทรติดต่อ 0811715353
หมายเหตุ แจ้งเพื่อความเข้าใจ ตัวผมนั้นและบ้านสายลม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ผมไม่ได้ทำงานอยู่ที่บ้านสายลม

22/07/2026

หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม
เรื่อง ฆ่าสัตว์เพราะความยากจน

ผู้ถาม : ตอนเด็ก ๆ มีความยากจน จำเป็นจะต้อง ฆ่าหอย ฆ่าปู ฆ่าปลา เอามาเลี้ยงเป็ด ปัจจุบันนี้ ดิฉันเป็นคนดีแล้ว เจ้าค่ะ ทำแต่ดีอยู่เสมอ อยากจะเรียนถามว่า เวลาอุทิศส่วนกุศลไปแล้ว เจ้า หอย ปลา ปู มันจะอโหสิกรรมให้หรือเปล่าคะ?

หลวงพ่อ : มันจะอโหสิ หรือไม่ ก็ช่างเถอะนะการฆ่าหอย ฆ่าปู บาปมันน้อยกว่าฆ่าคน เราไม่คิดถึงมันดีกว่า ให้ไปก็ถือว่า เป็นการ อโหสิกรรม ไปเลยอย่าง "องคุลีมาร" ก็ดี ท่านฆ่าคน พันกว่า ไม่ใช่ ๙๙๙ นะ "ตัมพทาฐิกะโจร" นี่ ฆ่าคนเป็นหมื่น แต่ "ตัมพาทฐิกะโจร" ฟังพระสารีบุตรเทศน์ จบเดียว เป็น พระโสดาบัน เห็นไหม ก็ไม่ควรจะติดใจ เพราะไปผูกพันอยู่ตรงนั้น เราให้เขาไปแล้ว ถือว่า เขาได้แล้ว ทำใจให้สบาย และ มุ่งหน้า ในด้านความดีโดยเฉพาะ แล้วกรรมนั้น จะตามไม่ทัน

ผู้ถาม : อย่างที่เรา ทำบุญทำทาน อะไรแล้ว เราอธิษฐาน ว่า ด้วยอานิสงส์ผลบุญนี้ ขอให้ได้ไปนิพพานในชาตินี้ ๆ ๆ อย่างนี้ จะพอหลบได้ไหม ครับ.?

หลวงพ่อ : เอาแค่นี้ เดี๋ยวนะถ้าหลาย นี้ มันแย่งกัน ไอ้ตัวนี้แหละ ตัวหลบนั่นแหละ ตัวนี้แหละสำคัญ ให้ข้าวแก่ไก่ ให้ข้าวแก่สุนัข ให้ข้าวแก่คนขอทาน ช่วยการงานของคนอื่น ทุกอย่าง เราไม่หวังผลตอบแทน ทุกอย่างเราหวังผลเพื่อนิพพานอย่างเดียว ไอ้ตัวนี้แหละ ตัวหลบดีมาก ไอ้นั่นไม่ทันแหง ๆ

จากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๕
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
#บทความ
#หลวงพ่อฤาษีลิงดํา
#หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง
#วัดท่าซุง
#หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
#หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

21/07/2026

หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม
เรื่อง ภาวนาจนหลับได้กำไร

ผู้ถาม : นอนภาวนาได้เหรอค่ะ....?
หลวงพ่อ : ได้....ถ้าภาวนาให้หลับไปนี่ได้กำไร ถ้าเราภาวนาอยู่ ถ้าจิตเข้าไม่ถึงฌานมันจะไม่หลับ พอจิตเข้าถึงฌานปั๊ปมันจะตัดหลับทันที นอนหลับภาวนาอยู่ ๑ ชั่วโมง มันจะมีความชุ่มชื่นดีกว่านอนหลับไม่ภาวนาหลายชั่วโมงและในช่วงแห่งการหลับเราถือว่าหลับอยู่ใน "สมาธิ" ตลอดเวลาตื่นขึ้นมาจิตจะสบาย

เวลาที่เราหลับอยู่ในฌาน เราจะสังเกตดูได้ว่า ถ้าเราตื่นขึ้นมารู้สึกเต็มที่แล้ว นอนอยู่แบบนั้นต้องบังคับให้มันภาวนา อย่างนี้แสดงว่าขณะกลับเราเข้าถึง ฌานหยาบ

หากตื่นขึ้นมามีความรู้สึกตัวเต็มที่ แล้วมันภาวนามันเอง แสดงว่าเมื่อเราหลับเราเข้าถึง ฌานอย่างกลาง

ถ้าเรารู้สึกตัวครึ่งหลับครึ่งตื่น มันภาวนาของมันเอง แสดงว่าเวลาหลับเราเข้าถึง ฌานละเอียด

ฉะนั้นการนอนภาวนาให้หลับไปเลยควรใช้ให้เป็นปกติ การนอนภาวนานี่ถ้ามันจะหลับ อย่าไปดึงมันไว้นะ ถ้าภาวนาถึง "พุธ" ไม่ทัน "โธ" มันจะหลับปล่อยเลย เพราะการเข้าฌานเราต้องเข้าให้เร็วที่สุด ไม่ต้องการภาวนานาน

หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๕๓
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
#บทความ
#หลวงพ่อฤาษีลิงดํา
#หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง
#วัดท่าซุง
#หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
#หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

20/07/2026

การปฏิบัติให้ได้กำไรมาก

“การปฏิบัตินี่เราจะต้องปฏิบัติให้มันง่ายๆ และได้กำไรสูง นักค้ากำไรแต่ไม่เกินควร ถ้าเกินควรนั่นแสดงว่า คิดต้องการกำไรเกินนิพพานนี่เกินควรแน่ ถ้าเป็นมนุษย์ต้องการนิพพานยังไม่เป็นการค้ากำไรเกินควร เพราะมนุษย์ทุกคนจะพบจุดความสุขจริงๆ ก็คือที่พระนิพพาน ยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด จะถือว่ามีความสุขจริงจังไม่ได้

การเอากำไร ท่านบอกว่าอย่างนี้ เวลาหัวค่ำอย่าลืมว่าเราเหนื่อยมามาก เหนื่อยตั้งแต่ตื่นใหม่ๆ ตื่นขึ้นมากายยังไม่ทำงาน แต่ใจมันคิดแล้ว พอถึงเวลาค่ำร่างกายอยากพักผ่อน ถ้าเราไปเร่งเครื่องตอนนั้นจะลำบาก ร่างกายมันจะพักผ่อน ความง่วงมันก็เกิด เราก็ฝีนความง่วงก็คิดว่าเวลานี้ต้องทำใช้เวลาเท่านี้ อารมณ์จิตก็จะไม่ทรงตัว เมื่อความง่วงเข้ามาครอบงำ ความดีก็ไม่เกิด การนึกถึงอะไรจริงจังก็ไม่มี

ท่านแนะนำว่า ถ้าทำไป จะนั่งก็ดี จะนอนก็ดี จะเดินก็ดี การเจริญสมาธิหรือวิปัสสนาญาณไม่ใช่นั่งอย่างเดียว นั่ง นอน ยืน เดิน ใช้ได้ ถ้าอยู่ตามลำพัง นั่งแบบไหนได้ทุกอย่าง นอนก็ได้ เอนกายก็ได้ ยืนก็ได้ เดินก็ได้ เดินเขาเรียกว่า จงกรม เป็นอันว่าทำได้ทุกอิริยาบท

แต่ถ้าบังเอิญเกิดความเพลีย ความง่วงขึ้นมา ท่านบอกจงอย่าฝืน นอนเลย นอนแล้วจับลมหายใจเข้า ออก จับคำภาวนาแล้วภาวนาให้หลับไป ขณะใดที่จิตยังไม่ถึงฌานจิตมันจะยังไม่หลับ ถ้าจิตถึงฌานเมื่อไรจะคัดหลับทันที แล้วท่านก็บอกด้วยว่าเราหลับไปกี่ชั่วโมง ท่านถือว่าเป็นการทรงฌานนั้นตลอดเวลาจนกว่าเราจะตื่น ถ้าตายในเวลาหลับจะมีผล ตามกำลงฌานทันที นั่นคือตกนรกไม่ได้แล้ว”

จากหนังสือพ่อสอนลูก
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
#บทความ
#หลวงพ่อฤาษีลิงดํา
#หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง
#วัดท่าซุง
#หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
#หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

19/07/2026

ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน
เรื่อง ตายจากพระสงฆ์ไปเกิดเป็นเปรต

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ อาตมาเดินทางไปภาคเหนือ ได้ไปพักที่วัดเม็งราย จังหวัดเชียงราย คราวก่อนเคยมาพักที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว คราวนั้นอากาศหนาวเมื่อนอนลงไป ก็เห็นพระสงฆ์องค์หนึ่งมีความสวยสดงดงาม กำลังหนุ่มมาโบกพัดให้ อาตมาจึงถามท่านว่า
"อากาศมันหนาว โบกให้ผมทำไม"
"ไม่เป็นไร ผมโบกให้แล้วมันอุ่น"

และก็อุ่นจริงๆ แต่มาคราวนี้ไม่พบพระองค์นั้น เมื่อนอนลงไปก็เห็นแต่ผีมาเป็นพันๆ นอนเฉยๆ ไม่ได้เข้าฌาน เห็นผีมากมายมารับส่วนบุญกัน นอนพักทั้งสองคืนพบแต่ผีทุกคืนทั้งตอนเช้ามืด และหัวค่ำ เมื่อผีมาหาในฐานะที่เป็นสาวกขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว ก็อุทิศส่วนกุศลให้ แต่ทว่าคืนสุดท้ายมีเรื่องพิเศษคือ คืนนั้นเห็นผีมากันมากแล้วก็ผ่านไป ก็เห็นพระสงฆ์เดินมาใหม่ประมาณสัก ๒๐๐ องค์เศษ ห่มผ้าสีกรัก แต่ว่าผิวเนื้อไม่สวยเหมือนกับพระองค์นั้นที่เคยเห็น ไม่มีอาการผ่องใส ท่าทางการเดินสงบเสงี่ยมมาก เห็นแล้วน่าเลื่อมใส น่าไหว้น่าบูชา เดินตรงเข้ามาไม่ทันจะถึงตัวก็หายไปหมด ก็สงสัยจึงถามลูกศิษย์ของท่านท้าวมหาราชซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ว่า

"พระพวกนั้นท่านจะมาเยี่ยม แล้วท่านหายไปไหน"

ลูกศิษย์ท่านท้าวมหาราชตอบว่า
"นั่นไม่ใช่พระอรหันต์นะขอรับ องค์ก่อนที่ท่านพบนั้นเป็นพระอรหันต์ แต่คณะนี้ไม่ใช่"

จึงถามว่า
"พระพวกนี้เป็นอะไร"

ตอบว่า
"พวกนี้เป็นเปรตขอรับ ตั้งใจจะมาขอส่วนบุญ แต่ว่ากำลังของกฎแห่งกรรมเป็นอกุศลยังมีอยู่มาก จึงยังไม่มีโอกาสจะรับโมทนาได้ เมื่อมาแล้วจึงได้หายไป"

อาตมาสงสัยถามว่า
"พระพวกนี้น่ะหรือเป็นเปรต และเปรตรูปร่างเหมือนพระมีหรือ"

ตอบว่า
"ถ้าหากทำความชั่วในระหว่างเป็นพระ และก็ตายระหว่างเป็นพระ ก็จะแสดงภาพเดิมที่เป็นพระให้ปรากฎ"

เมื่อท่านตอบอย่างนี้ก็นึกถึงว่าเคยอ่านพระไตรปิฎกหรือแปลบาลี ก็เคยพบเปรตที่มีรูปร่างเป็นพระบ้าง เป็นเณรบ้าง เป็นนางภิกษุณีบ้าง มีไฟไหม้ตลอดตัว มีสรรพาวุธเสียบแทงอยู่ตลอดเวลาก็มีมาก มีแร้งมีกาจิกกินอยู่ตลอดเวลาก็มี จึงถามว่า
"พระพวกนี้ความจริงจริยาก็ดีกว่าฉัน แต่ทำไมพวกท่านจึงไปนรก"

ตอบว่า
"ก็เพราะว่าห่มผ้าสีกรักแสดงตนว่าเป็นคนบริสุทธิ์ ทำท่าสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เคร่งครัดมัธยัสถ์ เหมือนกับพระเทวทัต แต่ว่าน้ำใจของท่านไม่ใช่พระ ไม่ได้ปฏิบัติให้ใจใสสะอาดตามที่องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงสั่งสอน"

ฉะนั้นพระพวกนี้ตายไปแล้วจึงเสวยทุกขเวทนาในนรกนานพอสมควรแก่กฎของกรรม เมื่อพ้นนรกมาแล้วก็มาเป็นเปรตถึง ๑๒ ระดับ เวลานี้เป็นปรทัตตูชีวิเปรต คือเปรตระดับที่ ๑๒ แต่กรรมยังหนักอยู่จึงยังไม่มีโอกาสจะโมทนาได้ และก็ไม่สามารถจะเข้ามาใกล้ได้"

อาตมาฟังลูกศิษย์ของท้าวมหาราชท่านอธิบาย ก็รู้สึกสลดใจว่า
"พระก็ชอบลงนรกเหมือนกัน เป็นเปรตก็มาก"

ถ้าเราจะบูชาพระก็ควรจะบูชาพระที่เป็นสุปฏิปันโน ถ้าพระองค์ใดติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันเป็นโลกธรรม และเราไปบูชาเข้าก็จะเป็นการให้กำลังใจโจร เพราะคนพวกนี้เป็นโจรปล้นความดีของพระพุทธศาสนา และก็ปล้นความดีของบรรดาท่านพุทธบริษัทด้วย..

จากหนังสือ "ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน" หน้า ๓๒๗
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
#บทความ
#หลวงพ่อฤาษีลิงดํา
#หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง
#วัดท่าซุง
#หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
#หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

18/07/2026

โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง

ขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกคน ทุกวันถ้ามีความจำเป็นต้องทำบาป อย่างพวกปลูกผักปลูกหญ้านี่ เวลาที่ทำแล้วกลับมาบูชาพระลืมบาป ทิ้งบาปเสีย

ตั้งใจภาวนา พุทโธ บ้าง สัมมาอรหัง บ้าง อะไรก็ได้ตามชอบใจ พอถึง เวลาบูชาพระ ก็ นึกถึงเฉพาะพระ เวลาเราจะหลับนึกถึงเฉพาะพระนิพพาน เป็นอารมณ์ ตั้งใจไว้เลยว่าเราจะไปนิพพาน ถ้าชาตินี้ตายเมื่อไรขอไปนิพพานเมื่อนั้น แล้วภาวนาว่า พุทโธ จับลมหายใจเข้าให้หลับไป

พอตื่นขึ้นมาใหม่ก็ตั้งใจเฉพาะภาวนาว่าพุทโธ เราจะไปนิพพาน เอาแค่นี้บรรดาพุทธบริษัท ขอยืนยันว่า ถ้าทุกคนทำได้จริง คำว่าทำได้จริงก็หมายความว่า เวลาเข้าบ้านปั๊บ ถึงเวลาบูชาพระ จิตต้องไม่นึกถึงบาป

แล้วก็ภาวนาว่า พุทโธ ตั้งใจไปนิพพาน พอตื่นขึ้นมาปั๊บจิตก็นึกถึงพระนิพพานขึ้นมาทันที ภาวนาว่า พุทโธ อย่างนี้จิตเป็น ฌาน ถ้าจิตเป็นฌานอย่างนี้ทุกคน สังเกตเวลาตาย กำลังบารมียิ่งมีความสำคัญ

ถ้าบารมีของเรายังอ่อนถ้าเวลาตายเห็นกองไฟ มีความสุข เพราะอะไรรู้ไหม ปลาจะสุกได้เพราะไฟใช่ไหม นั่นลงนรกแน่นอน
ถ้าเห็นป่าจะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
เห็นก้อนเนื้อไปเกิดเป็นมนุษย์ ภาพเกิดก่อนจะตายนะ

ทีนี้ถ้าเราเป็นคนมีบุญ เมื่อมันจะตายจริง ๆ ถึงแม้จะมีบุญน้อย เรานึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึง พุทโธ ไว้ ขณะนั้นถึงแม้จะมีทุกขเวทนาก็ตามใจแต่ว่าตอนต้นเรานึกถึง พุทโธ ไว้ ก่อนจะตายประมาณ ๓ วัน จะมีรถทิพย์มารับพร้อมกับเทวดานางฟ้าแวดล้อม ถ้าเราเห็นเทวดานางฟ้าอยู่ข้างหน้า พรหมอยู่ตรงกลาง พระอรหันต์อยู่ข้างหลัง เราก็เกิดบนสวรรค์

ถ้าเราเห็นพรหมอยู่ข้างหน้า พระอรหันต์อยู่ตรงกลาง นางฟ้าเทวดาอยู่เบื้องหลัง เราไปเกิดเป็นพรหม

ถ้าเราเห็นพระพุทธเจ้าอยู่แถวหน้า พระพุทธเจ้าอยู่แถวหน้า นั่นเราไปนิพพานแน่…”

จากหนังสือ โอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม ๔ หน้า ๑๔
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
#บทความ
#หลวงพ่อฤาษีลิงดํา
#หลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุง
#วัดท่าซุง
#หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง
#หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

ที่อยู่

3/606 หมู่บ้านอยู่เจริญ (9ไร่) ซ. เทิดราชัน 47 ถ. เทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66811715353

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัตถุมงคล หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ณ.ซอยสายลม และเกจิทั่วไปผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์