คริสตจักรปันรัก

คริสตจักรปันรัก สถานที่นมัสการพระเจ้า ยินดีต้อนรับผู้สนใจและเชื่อในพระเยซูคริสต์

🌱 โปรแกรมเสริมสร้างชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ (เริ่ม กันยายนนี้เป็นต้นไป)❤️ คริสตจักรปันรัก“เติบโตในพระคริสต์ • เติบโตไปด้วยกัน ...
21/08/2026

🌱 โปรแกรมเสริมสร้างชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ (เริ่ม กันยายนนี้เป็นต้นไป)

❤️ คริสตจักรปันรัก

“เติบโตในพระคริสต์ • เติบโตไปด้วยกัน • สร้างชีวิตเพื่อพระเจ้า”

✨ ขอเชิญพี่น้องทุกคนมาร่วมสร้างชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณไปด้วยกัน ผ่านการ นมัสการ • พระวจนะ • การอธิษฐาน • สามัคคีธรรม และการสร้างสาวก

📅 ตารางกิจกรรมประจำสัปดาห์

☀️ วันอาทิตย์ | วันแห่งการนมัสการและการเติบโต

เวลา กิจกรรม รายละเอียด
10.30–12.00 น. 🎶 นมัสการ & เทศนาพระวจนะ การนมัสการและรับฟังพระวจนะ
13.30–15.00 น. 📖 กิจกรรมสัมพันธ์ + กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ - กลุ่มศึกษาพระธรรมกิจการ
- กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์สำหรับผู้เชื่อใหม่
- กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวปันรัก

📖 วันอังคาร | วันแห่งการสร้างผู้นำ

เวลา กิจกรรม รายละเอียด
19.30–20.30 น. 👥 ศึกษาพระคัมภีร์สำหรับพี่เลี้ยง - เรียนรู้พระวจนะ- พัฒนาพี่เลี้ยง- เตรียมพร้อมเพื่อสร้างสาวก

💻 วันพุธ | วันแห่งการสร้างสัมพันธ์

เวลา กิจกรรม รายละเอียด
19.30–20.30 น. ❤️ กลุ่มเซลล์ออนไลน์ - เรียนพระคำ- อธิษฐานร่วมกัน- แบ่งปันชีวิต- ดูแลและหนุนใจกัน

🌅 วันศุกร์ | วันแห่งการอธิษฐาน

เวลา กิจกรรม รายละเอียด
05.00–06.00 น. 🙏 อธิษฐานเช้า - เริ่มต้นวันกับพระเจ้า- อธิษฐานเพื่อชีวิต ครอบครัว คริสตจักร และพันธกิจ

📖 “จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ”
1 เธสะโลนิกา 5:17

🌳 ปันรัก…เติบโตไปด้วยกัน

* วันอาทิตย์ — นมัสการและเรียนรู้ 🎶📖
* วันอังคาร — สร้างผู้นำ 👥
* วันพุธ — สร้างความสัมพันธ์ ❤️
* วันศุกร์ — อธิษฐาน 🙏

“แต่จงเจริญขึ้นในพระคุณและความรู้ของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”
📖 2 เปโตร 3:18 THSV11



❤️ คริสตจักรปันรัก
เราไม่ได้เพียงมาคริสตจักร แต่เราเติบโตไปด้วยกันในพระคริสต์

📌 ยินดีต้อนรับทุกคน
มาร่วมเรียนรู้ ร่วมอธิษฐาน ร่วมรับใช้ และเติบโตไปด้วยกันนะครับ

#คริสตจักรปันรัก #เติบโตไปด้วยกัน #สร้างสาวก #ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ #นมัสการพระเจ้า #ศึกษาพระคัมภีร์ #อธิษฐาน #กลุ่มเซลล์

ท่านสามารถถวายทรัพย์เพื่อพันธกิจคริสตจักรได้ที่บัญชีคริสตจักรปันรัก 1730228194ธนาคารกรุงไทยสาขาบิ๊กซีการเคหะพระราม 2
16/08/2026

ท่านสามารถถวายทรัพย์
เพื่อพันธกิจคริสตจักรได้ที่บัญชี
คริสตจักรปันรัก 1730228194
ธนาคารกรุงไทย
สาขาบิ๊กซีการเคหะพระราม 2

พบกันครับสุภาษิต 23:25 THSV11[25] จงให้บิดามารดาของเจ้ายินดี จงให้ผู้ที่คลอดเจ้าเปรมปรีดิ์
08/08/2026

พบกันครับ
สุภาษิต 23:25 THSV11
[25] จงให้บิดามารดาของเจ้ายินดี จงให้ผู้ที่คลอดเจ้าเปรมปรีดิ์

 #ผู้วินิจฉัย 4:4-9, 14 THSV11[4] ยังมีผู้เผยพระวจนะหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยคนอิสราเอลในเวลานั้น ชื่อเดโบราห์ ภรรย...
05/08/2026

#ผู้วินิจฉัย 4:4-9, 14 THSV11
[4] ยังมีผู้เผยพระวจนะหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยคนอิสราเอลในเวลานั้น ชื่อเดโบราห์ ภรรยาของลัปปิโดท [5] นางเคยนั่งอยู่ใต้ต้นอินทผลัมแห่งเดโบราห์ที่อยู่ระหว่างรามาห์และเบธเอลในแดนเทือกเขาเอฟราอิม และคนอิสราเอลก็ขึ้นมาหานางที่นั่น เพื่อให้ตัดสินคดี [6] นางใช้คนไปเรียกบาราคบุตรอาบีโนอัม ให้มาจากเคเดชในนัฟทาลีและกล่าวแก่เขาว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลทรงบัญชาท่านว่า ‘จงไปรวบรวมพล 10,000 คน จากเผ่านัฟทาลีและเผ่าเศบูลุนไว้ที่ภูเขาทาโบร์ [7] และเราจะชักนำสิเสราแม่ทัพของยาบินให้มาพบกับเจ้าที่แม่น้ำคีโชน พร้อมกับรถรบและกองทหารของเขา และเราจะมอบเขาไว้ในมือของเจ้า’ ” [8] บาราคจึงตอบนางว่า “ถ้าท่านไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะไป ถ้าท่านไม่ไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่ไป” [9] นางจึงตอบว่า “ฉันจะไปกับท่านแน่ แต่ว่าทางที่ท่านไปจะทำให้ท่านไม่ได้รับเกียรติ เพราะว่าพระยาห์เวห์จะขายสิเสราไว้ในมือของหญิงคนหนึ่ง” แล้วนางเดโบราห์ก็ลุกขึ้นไปกับบาราคถึงเมืองเคเดช
[14] นางเดโบราห์จึงกล่าวแก่บาราคว่า “ลุกขึ้นเถิด เพราะว่านี่เป็นวันที่พระยาห์เวห์ทรงมอบสิเสราไว้ในมือของท่าน พระยาห์เวห์เสด็จนำหน้าท่านไปมิใช่หรือ?” บาราคจึงลงไปจากภูเขาทาโบร์พร้อมกับทหาร 10,000 คนติดตามท่านไป

#บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้
จงลุกขึ้นก้าวเดินด้วยความเชื่อ

#ผู้วินิจฉัย 4:4–9, 14 (THSV11)
นางเดโบราห์จึงกล่าวแก่บาราคว่า ‘ลุกขึ้นเถิด เพราะว่านี่เป็นวันที่พระยาห์เวห์ทรงมอบสิเสราไว้ในมือของท่าน พระยาห์เวห์เสด็จนำหน้าท่านไปมิใช่หรือ (ผู้วินิจฉัย 4:14)

#สวัสดีพี่น้องทุกท่านในเช้าวันใหม่ครับ
หลายครั้งเรารู้ว่าพระเจ้าทรงเรียกให้เราทำบางสิ่ง แต่ความกลัว ความไม่มั่นใจ หรือการมองดูอุปสรรค ทำให้เราลังเลที่จะก้าวออกไป แต่พระธรรมตอนนี้สอนเราว่า เมื่อพระเจ้าทรงเรียก พระองค์ก็ทรงนำหน้าเราเสมอ สิ่งที่พระองค์ทรงต้องการคือหัวใจที่พร้อมเชื่อฟังและก้าวเดินด้วยความเชื่อ

#จากพระธรรมตอนนี้ เราเห็นความจริง 3 ประการ

1. พระเจ้าทรงเรียกเราให้เชื่อฟังพระดำรัส

เดโบราห์ไม่ได้พูดตามความคิดเห็นของตนเอง แต่ประกาศพระบัญชาของพระเจ้าแก่บาราคว่า

“พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลทรงบัญชาท่านว่า…” (ข้อ 6)

การรับใช้พระเจ้าเริ่มต้นจากการฟังและเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์ ไม่ใช่จากความพร้อมหรือความสามารถของเรา แต่จากการตอบสนองต่อการทรงเรียกของพระเจ้า

2. ความเชื่อก้าวข้ามความกลัว

บาราคยังมีความลังเล จึงขอให้เดโบราห์ไปด้วย (ข้อ 8) แม้เดโบราห์จะยอมไป แต่ก็บอกว่าบาราคจะไม่ได้รับเกียรติทั้งหมด เพราะเขาไม่ได้ก้าวออกไปด้วยความเชื่ออย่างเต็มที่

พระเจ้าทรงเข้าใจความอ่อนแอของเรา แต่พระองค์ทรงเรียกให้เราเติบโตจากความกลัวไปสู่ความไว้วางใจในพระองค์

3. พระเจ้าทรงนำหน้าผู้ที่ก้าวเดินด้วยความเชื่อ

เมื่อถึงเวลาสู้รบ เดโบราห์กล่าวว่า

“พระยาห์เวห์เสด็จนำหน้าท่านไปมิใช่หรือ?” (ข้อ 14)

ชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังของบาราคหรือจำนวนทหาร แต่ขึ้นอยู่กับการทรงสถิตและการทรงนำของพระเจ้า เมื่อพระองค์ทรงนำหน้า ไม่มีศัตรูใดที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าฤทธิ์อำนาจของพระองค์

#ข้อคิดสำหรับวันนี้

พระเจ้าอาจกำลังเรียกคุณให้ก้าวออกจากพื้นที่แห่งความสบาย ไปสู่การรับใช้ การให้อภัย การเป็นพยาน หรือการตัดสินใจบางอย่างที่ต้องอาศัยความเชื่อ

อย่าปล่อยให้ความกลัวหยุดคุณจากการเชื่อฟัง เพราะเมื่อพระเจ้าทรงเรียก พระองค์จะทรงนำหน้า และเมื่อพระองค์ทรงนำหน้า พระองค์ก็ทรงจัดเตรียมชัยชนะไว้แล้ว

#ขอพระเจ้าประทานความกล้าหาญให้เราลุกขึ้น ก้าวเดินด้วยความเชื่อ และไว้วางใจในการทรงนำของพระองค์ทุกวันครับ

 #บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้ทางเดียว…พระเยซู #ยอห์น 14:5–11 (THSV11)“พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นช...
05/08/2026

#บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้
ทางเดียว…พระเยซู

#ยอห์น 14:5–11 (THSV11)
“พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา’” (ยอห์น 14:6)

#สวัสดีพี่น้องทุกท่านในเช้าวันใหม่ครับ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความคิดและความเชื่อที่หลากหลาย หลายคนเชื่อว่ามีหลายทางที่จะนำไปถึงพระเจ้า แต่พระเยซูตรัสอย่างชัดเจนว่า “เราเป็นทางนั้น” พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นเพียงผู้ชี้ทาง แต่ทรงเป็นหนทางเดียวที่นำมนุษย์กลับคืนดีกับพระบิดา และได้รับชีวิตนิรันดร์

#จากพระธรรมตอนนี้ เราเห็นความจริง 3 ประการ

1. พระเยซูทรงเป็นทางเดียวสู่พระบิดา

เมื่อโธมัสถามว่าจะรู้จักทางได้อย่างไร พระเยซูตรัสว่า

“เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา” (ข้อ 6)

ความรอดไม่ได้เกิดจากความดี ศาสนา หรือความพยายามของมนุษย์ แต่เกิดจากการวางใจในพระเยซูคริสต์เพียงผู้เดียว พระองค์ทรงเป็นผู้เปิดทางให้เรามีความสัมพันธ์กับพระเจ้า

2. พระเยซูทรงสำแดงพระบิดา

เมื่อฟีลิปทูลว่า “ขอสำแดงพระบิดาให้พวกข้าพระองค์เห็น” พระเยซูตรัสว่า

“คนที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา” (ข้อ 9)

พระเยซูทรงสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นความรัก พระเมตตา ความบริสุทธิ์ และความจริง หากเราต้องการรู้จักพระเจ้า เราต้องรู้จักพระเยซูคริสต์

3. พระเยซูทรงพิสูจน์พระองค์ด้วยพระดำรัสและพระราชกิจ

พระเยซูตรัสว่า

“จงเชื่อเรา… หรือมิฉะนั้นก็จงเชื่อเพราะกิจการเหล่านั้น” (ข้อ 11)

ทั้งพระวจนะและการอัศจรรย์ที่พระเยซูทรงกระทำ เป็นพยานว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ความเชื่อของเราไม่ได้ตั้งอยู่บนความรู้สึก แต่ตั้งอยู่บนความจริงที่พระองค์ทรงสำแดงไว้

#ข้อคิดสำหรับวันนี้

วันนี้โลกอาจเสนอหลายหนทางให้เราเลือก แต่พระเยซูยังทรงประกาศเหมือนเดิมว่า “เราเป็นทางนั้น” หากเราต้องการพบพระเจ้า ได้รับการอภัยบาป และมีชีวิตนิรันดร์ เราต้องมาหาพระองค์ด้วยความเชื่อ

อย่าเพียงรู้จักทาง แต่จงดำเนินไปกับพระเยซู เพราะพระองค์ทรงเป็นทางเดียวที่นำไปสู่พระบิดา เป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นชีวิตที่แท้จริง

ขอพระเจ้าทรงให้เรายึดมั่นในพระเยซูคริสต์ และดำเนินตามพระองค์ในทุกวันครับ

 #บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้พระคริสต์ทรงยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง #ฮีบรู 1:7–14 (THSV11)“แต่พระองค์เองยังทรงเหมือนเดิม และปีเดือนของ...
03/08/2026

#บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้
พระคริสต์ทรงยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง

#ฮีบรู 1:7–14 (THSV11)
“แต่พระองค์เองยังทรงเหมือนเดิม และปีเดือนของพระองค์จะไม่มีวันสิ้นสุด” (ฮีบรู 1:12ข)

#สวัสดีพี่น้องทุกท่านในเช้าวันใหม่ครับ
โลกที่เราอาศัยอยู่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ผู้คนเปลี่ยนแปลง สถานการณ์เปลี่ยนแปลง แม้สิ่งที่ดูมั่นคงก็อาจเสื่อมสลายได้
แต่พระธรรมตอนนี้ประกาศความจริงที่ยิ่งใหญ่ว่า พระเยซูคริสต์ทรงไม่เปลี่ยนแปลง และทรงยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ครอบครองตลอดนิรันดร์ และเป็นความหวังอันมั่นคงของผู้ที่วางใจในพระองค์

#จากพระธรรมตอนนี้ เราเห็นความจริง 3 ประการ

1. พระคริสต์ทรงครอบครองด้วยความชอบธรรม

ข้อ 8–9 กล่าวว่า “พระที่นั่งของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์… พระองค์ทรงรักความชอบธรรม และทรงเกลียดความอธรรม”
อาณาจักรของพระเยซูคริสต์ตั้งอยู่บนความยุติธรรมและความชอบธรรม พระองค์ไม่ทรงใช้อำนาจอย่างอยุติธรรม แต่ทรงปกครองด้วยความบริสุทธิ์และความจริง
เมื่อเรามอบชีวิตไว้กับพระองค์ เราจึงวางใจได้ว่า พระองค์จะทรงนำเราในทางที่ถูกต้องเสมอ

2. พระคริสต์ทรงไม่เปลี่ยนแปลง

ข้อ 10–12 เปรียบเทียบว่า แม้ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกจะเสื่อมสลาย แต่พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิม
สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราอาจเปลี่ยนไป ความมั่นคงของโลกอาจสั่นคลอน แต่พระลักษณะ พระสัญญา และความรักของพระคริสต์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
เพราะพระองค์ทรงเหมือนเดิม เราจึงสามารถวางใจพระองค์ได้ทุกวัน

3. พระคริสต์ทรงมีสิทธิอำนาจสูงสุด
ข้อ 13–14 กล่าวว่า พระเจ้าทรงให้พระบุตรประทับเบื้องขวาของพระองค์ ขณะที่ทูตสวรรค์เป็นเพียงผู้รับใช้ที่ทรงส่งไปรับใช้ผู้ที่จะได้รับความรอด

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า พระเยซูมิใช่เพียงผู้รับใช้ของพระเจ้า แต่ทรงเป็นพระบุตรผู้ทรงครอบครองเหนือสรรพสิ่ง และทรงสมควรได้รับการนมัสการจากทุกคน

#ข้อคิดสำหรับวันนี้

หากวันนี้คุณกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน จงหันมามองพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงไม่เปลี่ยนแปลง พระองค์ยังทรงครอบครอง ยังทรงสัตย์ซื่อ และยังทรงทำงานเพื่อผู้ที่วางใจในพระองค์

เมื่อทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง จงยึดมั่นในพระคริสต์ เพราะพระองค์ทรงเหมือนเดิมเมื่อวานนี้ วันนี้ และตลอดไป

ขอพระเจ้าทรงให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ มั่นคงในพระคริสต์ และถวายพระเกียรติแด่พระองค์ทุกวันครับ

 #บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้จงรอคอยพระเจ้า #สดุดี 27:1–3, 13–14 (THSV11)“จงรอคอยพระยาห์เวห์ จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหา...
02/08/2026

#บทเฝ้าเดี่ยวเช้านี้
จงรอคอยพระเจ้า

#สดุดี 27:1–3, 13–14 (THSV11)
“จงรอคอยพระยาห์เวห์ จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระยาห์เวห์” (สดุดี 27:14)

#สวัสดีพี่น้องทุกท่านในเช้าวันใหม่ครับ
การรอคอยเป็นสิ่งที่ไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเผชิญปัญหา ความไม่แน่นอน หรือกำลังรอคำตอบจากพระเจ้า แต่ดาวิดสอนเราว่า การรอคอยพระเจ้าไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการวางใจในเวลาที่เหมาะสมของพระองค์ เพราะพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง ความรอด และที่กำบังของผู้ที่วางใจในพระองค์

#จากพระธรรมตอนนี้ เราเห็นความจริง 3 ประการ

1. จงรอคอยด้วยความวางใจในพระเจ้า

ดาวิดกล่าวว่า“พระยาห์เวห์ทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า?” (ข้อ 1)
แม้ศัตรูจะรายล้อม แม้สถานการณ์จะน่าหวาดหวั่น แต่ดาวิดไม่ได้จดจ่ออยู่กับปัญหา เขามองไปที่พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่กว่า
การรอคอยพระเจ้าจึงเริ่มต้นจากการเชื่อว่า พระองค์ทรงควบคุมทุกสิ่ง และทรงทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้ที่วางใจในพระองค์

2.จงรอคอยด้วยความเชื่อในพระสัญญา
ดาวิดประกาศอย่างมั่นใจว่า“ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า ข้าพเจ้าจะเห็นความดีของพระยาห์เวห์ ในแผ่นดินของคนเป็น” (ข้อ 13)
แม้ในเวลาที่ยังไม่เห็นคำตอบ ดาวิดเลือกที่จะเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า
ผู้เชื่อในทุกยุคสมัยก็เช่นเดียวกัน เราอาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ แต่เรามั่นใจได้ว่า พระเจ้าจะทรงสำแดงความดีของพระองค์ในเวลาที่เหมาะสม

3. จงรอคอยด้วยความเข้มแข็งและกล้าหาญ
ข้อ 14 ไม่ได้บอกให้เรารออย่างหมดหวัง แต่กล่าวว่า “จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด”
การรอคอยพระเจ้า คือการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างมั่นคง ไม่ยอมแพ้ต่อความกลัว และไม่รีบร้อนออกนอกน้ำพระทัยของพระองค์ เพราะเรามั่นใจว่าพระเจ้าจะทรงกระทำในเวลาที่ดีที่สุด

#ข้อคิดสำหรับวันนี้
หากวันนี้คุณกำลังรอคำตอบจากพระเจ้า อย่าท้อใจ เพราะ พระเจ้าทรงทำงาน แม้ในเวลาที่เรายังมองไม่เห็น จงใช้ช่วงเวลาแห่งการรอคอยเพื่อเติบโตในความเชื่อ และวางใจในพระลักษณะที่สัตย์ซื่อของพระองค์
การรอคอยพระเจ้าไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นการเตรียมใจให้พร้อมสำหรับสิ่งดีที่สุดที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้

#ขอพระเจ้าประทานกำลังและความกล้าหาญ ให้เรารอคอยพระองค์ด้วยความเชื่อที่มั่นคงในทุกวันครับ

ที่อยู่

115/139 ซ. เอกชัย 93/1 ถ. เอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน
Bangkok
10150

เวลาทำการ

ศุกร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66864321825

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คริสตจักรปันรักผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์