ของดีต่างแดน

ของดีต่างแดน สรรหาของมงคลในต่างแดน มาไว้ให้เช่าบูชาอาทิเช่น อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชาและประเทศในเอเชีย

 #แผ่นทองตอกยันต์ท้าวกุเวรบูชาแผ่นละ 59 บาท #พกติดตัว. #กันคุนไสย. #แก้อาถรรพ์. #ล้างมนต์ดำ. #ป้องกันอันตรายจากอมนุษย์  ...
07/09/2021

#แผ่นทองตอกยันต์ท้าวกุเวร
บูชาแผ่นละ 59 บาท
#พกติดตัว. #กันคุนไสย.
#แก้อาถรรพ์. #ล้างมนต์ดำ.
#ป้องกันอันตรายจากอมนุษย์
อธิบดีแห่งอสูร พญายักษ์ชั้นจาตุมมหาราชิกา เทวดาผู้เมตตามนุษย์และให้ความยุติธรรมแก่ดวงวิญญาณทั้งปวง
ผ่านพิธีสวดมนต์วันพระในพรรษาทั้ง 7 สัปดาห์ และบางสรวงในวันออกพรรษาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา
เสริมทรัพย์ มีโชคลาภ สมปรารถนา เพราะพ่อเวสุวรรณหรือท้าวกุเวรเป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ สมบัติและอัญมณี
ลูกหลานปู่ และบริวารปู่ เมื่อถึงเวลาของอันที่จะได้เราจะได้มาครอบครองความเป็นมงคล
#พุทธคุณ..
#ของดีต่างแดน..
#เสริมทรัพย์เสริมดวง..

 #ตำนานท้าวเวสสุวรรณ      ตามตำนานทางพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่า ในอดีตชาติ ท้าวเวสสุวรรณ เคยเป็นพราหมณ์ เปิดโรงงานค้าขายหี...
06/09/2021

#ตำนานท้าวเวสสุวรรณ
ตามตำนานทางพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่า ในอดีตชาติ ท้าวเวสสุวรรณ เคยเป็นพราหมณ์ เปิดโรงงานค้าขายหีบอ้อยจนร่ำรวย ด้วยความใจบุญจึงได้นำเงินทองไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ และด้วยกุศลผลบุญที่ ท้าวเวสสุวรรณ บำเพ็ญมานับหลายพันปี พระพรหม และ พระอิศวร จึงให้พรแก่ ท้าวเวสสุวรรณ ให้เป็นอมตะ และเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั่วปฐพี เป็นเทพแห่งความร่ำรวย ดังนั้นผู้คนจึงนิยมจำหลักรูป ท้าวเวสสุวรรณ ไว้เคารพบูชาเพื่อความมั่งคั่งอีกหนึ่งประการ ตรงตามความหมายของชื่อ "ท้าวเวสสุวรรณ" คือ คำว่า "เวส" แปลว่า พ่อค้า จึงหมายถึงพ่อค้าอันมีทรัพย์ ได้แก่ ทองคำ

พระสีวลีปางขอโชคลาภบังเกิด #วัดไทยเชตวันมหาวิหารสนใจบูชาองค์ละ 1,299พรุ่งนี้ไปสวนลุมพินีวัน เนปาลคับ
17/09/2017

พระสีวลีปางขอโชคลาภบังเกิด
#วัดไทยเชตวันมหาวิหาร
สนใจบูชาองค์ละ 1,299
พรุ่งนี้ไปสวนลุมพินีวัน เนปาลคับ

พุทธเจ้าปางประสูติ  #เบบี้บุดดา...บูชาองค์ละ 498 บาท บรรจุดินสี่สังเว และสายสิญจน์มงคล จากอินเดียโดยตรงทุกองค์ #รับถือบู...
11/09/2017

พุทธเจ้าปางประสูติ #เบบี้บุดดา...
บูชาองค์ละ 498 บาท บรรจุดินสี่สังเว และสายสิญจน์มงคล จากอินเดียโดยตรงทุกองค์
#รับถือบูชากลับมารอบละ20พระองค์เท่านั้นคับ
#ปลุกเสกโดยตรงจากวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ของมงคลจากแดนพุทธภูมิ ต้นกำเนิดพุทธศาสนา
#เกิดสิ่งมงคล #เกิดสิ่งประเสริฐ #เกิดโชคลาภ
#เกิดความสำเร็จการงาน #เกิดทรัพย์สมบัติในบ้าน

" เราเป็นผู้ยอดที่สุด เป็นผู้เจริญที่สุด เป็นผู้ประเสริฐที่สุด การเกิดของเรานี้
เป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ต่อไปไม่มี "
#อภิสวาจาพุทธองค์ตอนประสูติ

สนใจติดต่อ ID Line : AUJEEONTOUR
หรือทาง เฟสบุ้ค In Box ได้ตลอดเวลา
โทร : 086 - 338 -3716
#สินค้าทุกชิ้นต้องสั่งก่อนล่วงหน้านะคับ
#เป็นวัตถุมงคลบูชาจะนำมาเฉพาะผู้ที่สั่งคับ
#ทุกองค์ผ่านการปลุกเสกจากวัดไทยลุมพินี

ที่ปักธูปและกำยาน ทำจากทองเหลืองเหมาะสำหรับปักธูป จุดกำยาน ทองเหลืออร่ามปักก้านธูปและกำยานได้ 5 ดอก ถอดขัดล้างได้ 3 ชิ้น...
11/09/2017

ที่ปักธูปและกำยาน ทำจากทองเหลือง
เหมาะสำหรับปักธูป จุดกำยาน ทองเหลืออร่าม
ปักก้านธูปและกำยานได้ 5 ดอก ถอดขัดล้างได้ 3 ชิ้น
#ไม่ต้องกลัวขี้ธูปตกพื้น #ไม่ต้องกลัวปัญหาควันธูป
#ไม่ต้องกลัวไฟขี้ธูป #เงางามสวยงาม
#สินค้าต่างแดน #เมืองไทยไม่มีแน่นนอน

#สรรหาของดีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
#ชีวิตจะได้สิ่งดีๆกลับมาเสมอ

#พิเศษ!!! ฉลองเปิดเพจ ราคาเพียง 180 บาท
#สินค้าไม่ได้มีตลอดคับ #สั่งตามออเดอร์

สนใจสอบถามทางไลน์
Line ID : AUJEEONTOUR
หรือสอบถามทางข้อความได้ตลอดคับ
#เพจของดีต่างแดน #สรรหาของบูชา
#สิ่งดีๆตั้งใจ #ทำด้วยใจ #ได้กลับมาเป็นเท่าตัว

 #แม่น้ำคงคา........(เทวนาครี: गंगा คังคา ภาษาอังกฤษ: Ganges แกนจีส, Ganga) เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเ...
06/09/2017

#แม่น้ำคงคา........
(เทวนาครี: गंगा คังคา ภาษาอังกฤษ: Ganges แกนจีส, Ganga) เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู มีต้นกำเนิดทางภาคเหนือของอินเดีย บริเวณเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียไปทางตะวันออก และรวมกับแม่น้ำพรหมบุตรที่ประเทศบังกลาเทศ ก่อนจะไหลออกที่อ่าวเบงกอล แม่น้ำคงคามีความยาวประมาณ 2,510 กิโลเมตร

คงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เรียกชื่อตามนามของพระแม่คงคา พระชายาของพระศิวะ ชาวฮินดูอาบน้ำในแม่น้ำแห่งนี้[1] เพราะความเชื่อว่าจะทำให้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทุกวันชาวอินเดียนับล้านคนจะมาที่ริมฝังแม่น้ำคงคาเพื่อทำการอาบน้ำ และดื่มกินน้่ำจากในแม่น้ำคงคา รวมถึงการเผาศพที่ริมฝังน้ำด้วยและโปรยขี้เถ้าลงในน้ำ นั่นจึงทำให้แม่น้ำคงคาได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่มีความสกปรกและมลพิษมากที่สุดในโลก แต่ทว่าในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า น้ำในแม่น้ำคงคามีลักษณะพิเศษกว่าแม่น้ำอื่นใด คือ มีปริมาณของออกซิเจนละลายในน้ำสูง และยังมีจุลินทรีย์ที่สามารถกินไวรัสรวมถึงเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย ยิ่งมีปริมาณของเสียปล่อยลงน้ำเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์เท่านั้น และทำให้น้ำในแม่น้ำคงคามีความสามารถที่จะปรับตัวไปสู่สภาพปกติมากกว่าแม่น้ำทั่วไปถึง 25 เท่า[2]

ที่ปักธูปและกำยาน ทำจากทองเหลืองเหมาะสำหรับปักธูป จุดกำยาน ทองเหลืออร่ามปักก้านธูปและกำยานได้ 5 ดอก ถอดขัดล้างได้ 3 ชิ้น...
04/09/2017

ที่ปักธูปและกำยาน ทำจากทองเหลือง
เหมาะสำหรับปักธูป จุดกำยาน ทองเหลืออร่าม
ปักก้านธูปและกำยานได้ 5 ดอก ถอดขัดล้างได้ 3 ชิ้น
#ไม่ต้องกลัวขี้ธูปตกพื้น #ไม่ต้องกลัวปัญหาควันธูป
#ไม่ต้องกลัวไฟขี้ธูป #เงางามสวยงาม
#สินค้าต่างแดน #เมืองไทยไม่มีแน่นนอน

#สรรหาของดีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
#ชีวิตจะได้สิ่งดีๆกลับมาเสมอ

#พิเศษ!!! ฉลองเปิดเพจ ราคาเพียง 180 บาท
#สินค้าไม่ได้มีตลอดคับ #สั่งตามออเดอร์
: รอบนี้ได้สินค้าวันที่ 25 กันยายน 2560

สนใจสอบถามทางไลน์
Line ID : AUJEEONTOUR
หรือสอบถามทางข้อความได้ตลอดคับ
#เพจของดีต่างแดน #สรรหาของบูชา
#สิ่งดีๆตั้งใจ #ทำด้วยใจ #ได้กลับมาเป็นเท่าตัว

 #ต้นพระศรีมหาโพธิ์......   ต้นที่หนึ่งเป็นต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พระองค์ได้รับการถวายหญ้ากุสะจำนวน ๘ กำ จากโสตถิยะ...
03/09/2017

#ต้นพระศรีมหาโพธิ์......
ต้นที่หนึ่งเป็นต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พระองค์ได้รับการถวายหญ้ากุสะจำนวน ๘ กำ จากโสตถิยะพราหมณ์เพื่อปูเป็นที่ประทับเมื่อใกล้รุ่งของวันเพ็ญ เดือน ๖ จึงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระองค์ตรัสว่า ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นต้นไม้แทนพระพุทธองค์ หากใครได้ไหว้ได้สักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็เท่ากับว่าได้ไหว้สักการะพระพุทธองค์ และหลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว มีผู้เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นจำนวนมาก สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นอันมากเช่นทรงสร้างพระเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชาจำนวนถึง ๘๔๐๐๐ องค์ ซึ่งทำให้พระเจ้าอโศกมหาราชไม่สนพระทัยในความสุขส่วนพระองค์เหมือนเช่นเคย ว่างเว้นจากราชกิจก็มาปฎิบัติธรรมใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ไม่กลับวังที่ประทับจึงเป็นเหตุให้เหล่านางสนมทั้งหลายต่างพากันโกรธแค้น อิจฉาต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระมเหสีองค์ที่ ๔ ของพระเจ้าอโศกมหาราชนามว่า มหิสุนทรี ได้สั่งสาวใช้ให้นำยาพิษ และน้ำร้อนแอบไปรดที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์จนทำให้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ตายไปในที่สุด การตายของต้นพระศรีมหาโพธิ์ทำให้พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงเสียพระทัยมาก ทรงรับสั่งให้ใช้น้ำนมโค ๑๐๐ หม้อ ไปรดที่บริเวณรากของต้นโพธิ์ และทรงอฐิษฐานพร้อม กับการสักการะก้มกราบพระองค์ทรงมีพระราชปรารภว่า หากแม้ว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ไม่แตกหน่อ ขึ้นมาแล้วไซ้ร์จะไม่ยอมลุกขึ้นเป็นอันขาด ด้วยพุทธานุภาพและพระราชศรัทธาอันแรงกล้าแห่งพระเจ้าอโศกมหาราช ต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็แตกหน่อขึ้นมาใหม่ พระองค์ดีพระทัยเป็นอันมากจึงสั่งให้ก่อกำแพงล้อมรอบ เพื่อป้องกัน อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับต้นโพธิ์อีก

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สอง ถือเป็นต้นที่แตกหน่อมาจากต้นแรก และการที่พระเจ้าอโศกได้เผยแผ่ พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก จึงมีการนำต้นโพธิ์ไปปลูกในประเทศต่างๆ เช่น พระโสณะเถระและพระอุตตรเถระเดินทางมา ยังดินแดนสุวรรณภูมิ และพระมหินทเถระ สังฆมิตราเถรีเดินทางไปยังศรีลังกา โดยพระภิกษุเหล่านี้ได้นำต้นโพธิ์หรือกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ไปด้วย

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สองถูกทำลายอีกครั้ง ในสมัยพระเจ้าสาสังการ แห่งฮินดู ซึ่งครองเมืองเบงกอล พระเจ้า สาสังการเกิดแข็งข้อต่อพระเจ้าปรณวรมา จึงรับสั่งให้ตัดต้นและขุดรากต้นโพธิ์ใช้ฟางอ้อยสุม ใช้น้ำมันราด และเผาต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งมีอายุราว ๘๗๑-๘๙๑ ปี เจ็ดวันหลังจากนั้น พระเจ้าสาสังการทรงอาเจียนเป็น พระโลหิต และสิ้นชีพตักษัยที่พุทธคยา ซึ่งพระเจ้าปรณวรมาเสด็จมาพอดี จึงตีทัพของเบงกอลแตกพ่ายไป และทรงให้ชาวบ้านรีดนมโค ๑,๐๐๐ ตัว เอาน้ำนมที่ได้เทราดบริเวณต้นโพธิ์ที่ถูกเผา พระเจ้าปรณวรมา ทรงนอนคว่ำหน้าลงกับพื้นพร้อมอฐิษฐานตามแบบพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็แตกหน่อขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สาม ในปี พ.ศ. ๒๔๑๘ ท่านเซอร์คันนิ่งแฮม หัวหน้าคณะสำรวจพุทธสถานในช่วงอังกฤษปกครองอินเดียได้เดินทางไปที่พุทธคยาเป็น ครั้งที่สอง พบว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ทรุดโทรมมาก ประชาชนชาวฮินดูในบริเวณนั้นได้ตัดกิ่งก้านไปทำเชื้อเพลิง และในปี พ.ศ. ๒๔๒๑ ต้นพระศรีมหาโพธิ์เบียดกับเจดีย์พุทธคยาได้ล้มลงไปทางทิศตะวันตกและตายไปเอง ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สามมีอายุครบ ประมาณ ๑๒๕๘-๑๒๗๘ ปี

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สี่ เป็นต้นที่ยังคงอยู่ที่พุทธคยาในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในสองหน่อที่แตก ขึ้นมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สามที่ล้มตายไป โดยท่านเซอร์คันนิ่งแฮมได้บำรุงดูแลหน่อที่เกิดมานั้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๓ และนำอีกหน่อหนึ่งไปปลูกไว้ด้านทิศเหนือของเจดีย์พุทธคยาห่างจากต้นเดิมประมาณห้าสิบเมตร

ปัจจุบันต้นพระศรีมหาโพธิ์ทั้งสองต้นยังคงอยู่มีอายุได้ถึงทุกวันนี้ อายุได้ ๑๒๙ ปีเต็ม ท่านสาธุชนผู้ศรัทธาสามารถเดินทางไปสักการะได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันนี้มีสายการบินไทยบินตรงจากสุวรรณภูมิถึงพุทธคยาโดยใช้เวลาบินเพียง ๓ ชั่วโมง ๑๕ นาทีเท่านั้นท่านก็ได้สักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว

 #สถานที่ดับขันธ์ปรินิพพาน...กุสินารา พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ ๔ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลมถากัวร์ อำเภอกุสินคร จังหวัดเดวเ...
02/09/2017

#สถานที่ดับขันธ์ปรินิพพาน...

กุสินารา พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ ๔ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลมถากัวร์ อำเภอกุสินคร จังหวัดเดวเย หรือเทวริยา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ในครั้งสมัยพุทธกาล เมืองกุสินาราเป็นเมืองเอก ๑ ใน ๒ ของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมืองปาวา เป็นสถานที่ตั้งของ “สาลวโนทยาน” หรือสวนป่าไม้สาละของมัลลกษัตริย์ ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และ “มกุฏพันธนเจดีย์” สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า กุสินารา มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ

ในสมัยพุทธกาล เมืองกุสินาราเป็นที่ตั้งของสาลวโนทยาน อยู่ในแคว้นมัลละ ๑ ใน ๑๖ แคว้นซึ่งเป็นเขตการปกครองสมัยพุทธกาล โดยในสมัยนั้นแคว้นมัลละแยกเป็นสองส่วน คือ ฝ่ายเหนือ มีเมืองกุสินาราเป็นเมืองหลวง เจ้าปกครองเรียกว่า “โกสินารกา” และฝ่ายใต้ มีเมืองปาวาเป็นเมืองหลวง เจ้าปกครองเรียกว่า “ปาเวยยมัลลกะ” ทั้งสองเมืองนั้นตั้งอยู่ห่างกันเพียง ๑๒ กิโลเมตร โดยมีแม่น้ำหิรัญญวดีคั่นตรงกลาง กุสินารานั้นเมื่อเปรียบเทียบกับแคว้นอื่นๆ ในสมัยพุทธกาลจัดว่าเป็นแคว้นเล็ก ไม่ค่อยมีความสำคัญมากนักในด้านเศรษฐกิจ

สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธองค์อยู่ในพระราชอุทยานของเจ้ามัลละฝ่ายเหนือแห่งกุสินารา ภายในสาลวโนทยาน ซึ่งแปลว่า สวนป่าไม้สาละ ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำหิรัญญวดี เป็นป่าไม้สาละร่มรื่นหลังการปรินิพพานของพระพุทธองค์แล้ว เหล่ามัลลกษัตริย์ก็ได้ประดิษฐานพระพุทธสรีระไว้ ณ เมืองกุสินารา เป็นเวลากว่า ๗ วัน ก่อนที่จะประกอบพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ มกุฏพันธนเจดีย์

เหตุที่ทรงเลือกเมืองกุสินาราอันเป็นเมืองเล็กแห่งนี้เป็นสถานที่ปรินิพพาน มีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุสำคัญคือทรงทราบดีว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว พระพุทธสรีระและพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์จักถูกแว่นแคว้นต่างๆ แย่งชิงไปทำการบูชา หากพระองค์ปรินิพพานในเมืองใหญ่ เมืองใหญ่เหล่านั้นอาจไม่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้เมืองเล็กๆ เช่น เมืองกุสินารา ฯลฯ ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะหลังพระพุทธองค์ปรินิพพาน เจ้าผู้ครองแคว้นต่างๆ ก็ได้ยกกองทัพหลวงของตนมาล้อมเมืองกุสินาราเพื่อจะแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ แต่ด้วยความที่กุสินาราเป็นเมืองเล็ก จึงต้องยอมระงับศึกโดยแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้ทุกเมืองโดยไม่ต้องเกิดสงคราม

 #สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้าพุทธสังเวชนียสถานแห่งแรก คือ ลุมพินีวัน (Lumbini) เป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า...
02/09/2017

#สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า
พุทธสังเวชนียสถานแห่งแรก คือ ลุมพินีวัน (Lumbini) เป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า คือเป็นสถานที่ประสูติของพระราชกุมารสิทธัตถะ สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะที่เป็นที่อุบัติขึ้นของพระรูปกายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระราชกุมารสิทธัตถะทรงประสูติมาจากพระครรภ์ของพระราชมารดา คือ พระนางสิริมหามายาเทวี เมื่อวันศุกร์ วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ เวลาเที่ยง ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ลุมพินีวันได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น “มรดกโลก” ภายใต้ชื่อ “ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า” ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (หรือองค์การยูเนสโก - UNESCO) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ ๒๑ ณ เมืองนาโปลี (เมืองเนเปิลส์) ประเทศอิตาลี

“ลุมพินีวัน” เป็นสวนหลวงอุทยานในเขตแคว้นศากยะ ตั้งอยู่ระหว่างแห่งเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ รายล้อมด้วยต้นสาละ ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่า พระนางสิริมหามายาเทวี พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อทรงพระครรภ์แก่ได้ ๑๐ เดือนจวนจะถึงเวลาประสูติพระราชโอรส ตามธรรมเนียมโบราณ สตรีที่มีครรภ์จะต้องกลับไปคลอดบุตรที่บ้านเกิด พระนางได้ทูลลาพระเจ้าสุทโธทนะ เพื่อไปประสูติพระราชโอรสยังเมืองเดิมของพระนาง คือ เมืองเทวทหะ โกลิยะวงศ์ เมื่อขบวนเดินทางมาถึงกลางทางคือสวนลุมพินีวัน เวลาใกล้เที่ยง ระหว่างแดนต่อแดนของกบิลพัสดุ์และเทวทหะ ได้ทรงให้ข้าราชบริพารหยุดพัก ขณะนั้นลมกัมมัชชวาตก็ได้ปั่นป่วนในพระครรภ์ของพระนาง จึงจำเป็นต้องเตรียมสถานที่เพื่อประสูติพระราชโอรสโดยกระทันหัน พระนางทรงยื่นพระหัตถ์เหนี่ยวกิ่งต้นสาละในท่าประทับยืน แล้วก็ได้ทรงประสูติพระราชโอรส ซึ่งมีพระวรกายผุดผ่องสะอาด

พระราชโอรสนี้คือพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยบารมี เมื่อประสูติแล้วได้เสด็จดำเนินไปเบื้องหน้า ๗ ก้าว ท่าทีองอาจ เมื่อถึงก้าวที่เจ็ดทรงชี้พระหัตถ์หนึ่งขึ้นฟ้าพระหัตถ์ชี้พื้นดิน เปล่งพระอาสภิวาจาว่า

“อัคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส เชฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส
เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส
อายมนฺติมา ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ”

“เราเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก
เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ชาติอื่นจะไม่มีอีกต่อไป”

ปัจจุบันสถานที่ประสูติ คือ ลุมพินีวัน นั้นเรียกกันว่า รุมมินเด อยู่ในเขตประเทศเนปาล แต่เดิมรุมมินเดอยู่ในเขตอำเภอไภรวา บางส่วนของแคว้นอูธ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย แต่เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๓๙๔ เกิดกบฏซีปอยขึ้นในอินเดีย อังกฤษจึงขอแรงประเทศเนปาล (สมัยนั้นอินเดียอยู่ในความปกครองของอังกฤษ) ให้มาช่วยเหลือ พระเจ้าสุเรนทระ กษัตริย์เนปาล ส่งทหารกรุข่าของเนปาลมาช่วย จนช่วยปราบกบฏได้สำเร็จอังกฤษจึงยกพื้นที่ราบใหญ่บางส่วนของแคว้นอูธให้เป็นของเนปาล ซึ่งพื้นที่บางส่วนที่ยกให้เนปาลนี้เอง เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าคือสวนลุมพินี และกินพื้นที่ไปถึงเมืองกบิลพัสดุ์ เมืองเทวทหะ ในครั้งพุทธกาล

เมื่อมาถึงสถานที่ประสูติ ก็จะพบเห็น ซากอิฐเก่าๆ มากมาย, สระโบกขรณี มีน้ำขังเต็มเป็นรูปสี่เหลี่ยมโบกปูนไว้ เป็นสระโบราณก่อนเจ้าชายสิทธัตถะทรงประสูติ, วิหารมายาเทวี อยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ซึ่งข้าราชบริพารของพระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างไว้เมื่อราวๆ พ.ศ. ๒๔๑ ตรงสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงประสูติจากพระครรภ์พระราชมารดา ภายในวิหารมายาเทวีด้านซ้ายมือเป็น ภาพหินทรายแกะสลักรูปพระประสูติกาลของเจ้าชายสิทธัตถะอันงดงาม ที่เป็นรูปพระนางสิริมหามายาเทวีกำลังโน้มกิ่งต้นสาละใหญ่ด้วยพระหัตถ์ขวา และด้านขวามือเป็น ภาพเจ้าชายสิทธัตถะยืนเด่นอยู่องค์เดียว

ส่วนด้านหน้าวิหารมายาเทวี มีเสาหินกลมขัดเป็นมันปักตั้งอยู่คือ เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชหรือ เสาอโศก พร้อมคำจารึกด้วยอักษรพราหมี (อ่านว่า พราม-มี) ของพวกพราหมณ์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอักษรในอินเดียมากมาย มีใจความว่า “พระเจ้าอโศกเสด็จมาประกอบพิธีบูชาที่นี่ เพราะพระพุทธเจ้าประสูติที่นี่” (ในปีที่ ๒๐ แห่งรัชกาลของพระองค์ ในพุทธศตวรรษที่ ๓)

ที่ปักกำยาน ธูป บูชาพระ เทพเทวดาทำจากทองเหลืองแท้ 100% สูง 30 เซนติเมตรฐานเป็นทรงกลม เหมาะสำหรับปักกำยาน 5 ก้านสินค้าไปเ...
01/09/2017

ที่ปักกำยาน ธูป บูชาพระ เทพเทวดา
ทำจากทองเหลืองแท้ 100% สูง 30 เซนติเมตร
ฐานเป็นทรงกลม เหมาะสำหรับปักกำยาน 5 ก้าน
สินค้าไปเลือกด้วยตัวเองทุกชิ้น จากอินเดีย
มูลค่าอันละ 180 บาท

ID Line : AUJEEONTOUR
สายตรง : 086-338-3716

# # #...เรื่องของมงคล นึกถึงอู๋จี๊... # # #..จัดสรรของดี....ได้กลับมาแต่สิ่งดีๆ..ตั้งใจบูชาดี......สิ่งดีๆจะคุ้มครองเรา

 #สถานที่ตรัสรู้.....เมื่อท่านก้าวลงบันไดด้านหน้าพระมหาเจดีย์พุทธคยา  รัฐพิหาร ประเทศ อินเดีย ที่ตรัสรู้ธรรมขององค์พระสั...
01/09/2017

#สถานที่ตรัสรู้.....
เมื่อท่านก้าวลงบันไดด้านหน้าพระมหาเจดีย์พุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศ อินเดีย ที่ตรัสรู้ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้างหน้าจะมองเห็นพระพุทธรูปนี้ประดิษฐานอยู่ในท่านั่งอยู่ด้วยความสงบเย็นโดดเด่นสง่างามอยู่ภายในพระเจดีย์ชั้นล่าง

ยิ่งเดินใกล้เข้าไปจะยิ่งยังใจให้แช่มชื่นเบิกบานมากขึ้นเท่านั้น พระพักตร์นั้นช่างเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ดูเสมือนพระพุทธองค์ประทับรอรับผู้มาจากทิศน้อยทิศใหญ่ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณทั้งหลายเพราะเหตุที่พระพุทธรูปนี้มีพระพักตร์อันเปี่ยมไปด้วยความเมตตา พุทธศาสนิกชนชาวไทยจึงให้สมัญญานามว่า “พระพุทธเมตตา”

พระพุทธเมตตา จริงแล้วเป็นพระปางมารวิชัย..หรือปางชนะมาร พระหัตถ์ขวาแต่ธรณี วัดจากพระเพลาซ้ายถึงขวา กว้าง 155 เซนติเมตร สูงจากพระเพลาถึงพระเกตุประมาณ 160 เซนติเมตร ที่ฐานด้านหลังมีรูปสิงโต 2 ตัวซ้ายขวาถัดจากสิงโตเข้ามาเป็นรูปช้าง 2 ตัวซ้ายขวา และตรงกลางเป็นรูปพระแม่ธรณีในท่าคุกเข่า

ตามประวัติกล่าวไว้ว่าองค์พระสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตสีดำ เมื่อสมัยปาละ มีอายุกว่า1,500 ปี รอดพ้นจากการถูกทำลายของกษัตริย์รัฐเบงกอล พระนามว่า ศะศางกา เมื่อพระพุทธศตวรรษที่ 13 ครั้งนั้นกษัตริย์ผู้นี้ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นมคธซึ่งยุคนั้น คือพระเจ้าปูรณวรมาเป็นพระเจ้าแผ่นดินซึ่งเป็นชาวพุทธ

พระเจ้าศศางกา แห่งฮินดูได้ยกทัพมาจากรัฐเบงกอลมุ่งสู่แผ่นดินมคธ โดยในเบื้องต้นเพื่อจะทำลายขวัญและกำลังใจของ กษัตริย์มคธและข้าราชบริพารเสียก่อนแล้ว จึงยกทัพเข้าไปตีเมืองหลวงคือเมืองปาฎาลีบุตรหรือเมืองปัตนะในปัจจุบัน จึงได้บุกมาทำลายองค์พระนี้..อันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธแห่งแคว้นมคธรัฐ เมื่อแม่ทัพที่ได้รับมอบหมายให้นำกองกำลังมาทุบทำลายองค์พระพุทธเมตตาเดินทางมาถึง พอเห็นองค์พระพุทธรูปกลับมีความคิดว่า...หากแม้นว่าเราทำลายองค์พระนี้ เราคงจักตกนรกหมกไหม้ เป็นพัน ๆ ชาติ เป็นแน่ จึงเปลี่ยนใจ..สั่งให้ลูกน้องโบกปูนปิดองค์พระไว้ภายในพร้อมจุดประทีปวางบูชาไว้ ทำประหนึ่งว่าเหลือแต่ผนัง ได้กราบทูลให้พระเจ้าศศางกาทรงทราบว่าได้ทำลายองค์พระแล้ว พอทราบว่ากองทัพของพระเจ้าปูรณวรมา กำลังเดินทางมา จึงรีบยกกองทัพกลับเบงกอล ต่อมาไม่นานพระเจ้าศศางกา ก็เกิดประชวรอย่างปัจจุบันทันด่วน และได้สิ้นพระชนม์ในกาลไม่นาน..เมื่อกองทัพพระเจ้าปูรณวรมา ยกกองทัพมาถึง ได้รีบให้ทุบกำแพงนั้นเสีย ได้พบเหตุมหัศจรรย์ใจว่า ประทีปที่จุดไว้ภายในนั้นยังส่องแสงสว่างโดยไม่ดับเลย..จึงทรงได้ตั้งอารักขา องค์พระไว้เป็นอย่างดี และจัดบูชาองค์พระพุทธเมตตาอย่างยิ่งใหญ่ ฯ องค์พระพุทธเมตตานี้ยังคงอยู่ งดงาม ถึงทุกวันนี้เป็นที่ประจักษ์จิต แก่ทุกคนที่มาพบเห็น..

ก็หวังว่า วันนี้ได้นำองค์พระพุทธเมตตามาให้ทุกท่านได้สักการะ หวังจักให้ชาวไทยได้มีเมตตากันมาก ๆ อย่าเบียดเบียนทำร้าย ทำลายไทยด้วยกันเลย..และขอมารทั้งหลายของประเทศไทยจึงพินาศย่อยยับไป ด้วยเดชแห่งพุทธานุภาพจากแผ่นดินพุทธภูมินี้ ในทันทีด้วยเทอญ ฯ

ที่อยู่

Bangkok
10130

เบอร์โทรศัพท์

66863383716

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ของดีต่างแดนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์