22/05/2025
[1] องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดั่งเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน [2] พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้านอนลงในทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามายังริมน้ำอันสงบ [3] พระองค์ทรงฟื้นฟูจิตวิญญาณของข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ [4] แม้ข้าพระองค์เดิน ผ่านหุบเขาเงาแห่งความตาย ข้าพระองค์จะไม่หวาดกลัวความชั่วร้ายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์ พระองค์ทรงปกป้องและนำทางข้าพระองค์ ทำให้ข้าพระองค์สบายใจ [5] พระองค์ทรงจัดเตรียมอาหารสำหรับข้าพระองค์ ต่อหน้าศัตรูทั้งหลายของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน จอกของข้าพระองค์เปี่ยมล้นอยู่ [6] แน่ทีเดียว ความดีและความรักอันยั่งยืนจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่ในพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้า ตลอดไป (สดุดี 23:1-6 TNCV)
กษัตริย์ดาวิดเคยเป็นผู้ดูแลฝูงแกะตั้งแต่ยังหนุ่ม (1 ซามูเอล 16:10-11) เขาจึงใช้ประสบการณ์ของตนเองบรรยายถึงพระเจ้าในฐานะผู้เลี้ยงแกะ แกะต้องพึ่งพาผู้เลี้ยงทุกอย่างทั้งเรื่องอาหาร การนำทาง และ การปกป้องจากอันตราย ในพันธสัญญาใหม่เรียกพระเยซูว่าผู้เลี้ยงแกะที่ดี (ยอห์น 10:11) องค์พระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่ (ฮีบรู 13:20) และ หัวหน้าของผู้เลี้ยงทั้งปวง (1 เปโตร 5:4) เมื่อพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เราก็เป็นแกะของพระองค์ เราไม่ใช่สัตว์ที่ตื่นตระหนก หรือไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรเลย แต่เป็นผู้ตามที่เชื่อฟังและมีสติปัญญาพอที่จะติดตามผู้ซึ่งจะนำเราไปในทิศทางและสถานที่ที่ถูกต้อง สดุดีบทนี้ไม่ได้เน้นที่ความเป็นสัตว์ของแกะทั่วไป แต่เน้นที่ความเป็นสาวกของผู้ติดตาม เมื่อเรารู้จักผู้เลี้ยงที่ดีก็จงตามพระองค์ไป
เมื่อเรายอมให้พระเจ้าพระผู้เลี้ยงทรงนำเรา เราจะอิ่มใจ แต่เมื่อเราตัดสินใจทำบาป เราก็เลือกทางของเราเองและไม่อาจโทษพระเจ้าได้เมื่อเกิดอะไรขึ้น
ผู้เลี้ยงของเรารู้จัก “ทุ่งหญ้าเขียวสด” และ “ริมน้ำอันสงบ” ที่จะช่วยฟื้นฟูเราได้ เราจะไปถึงที่นั่นได้ก็ต่อเมื่อเราติดตามพระองค์ด้วยความเชื่อฟัง หากเราไม่ยอมให้พระผู้เลี้ยงทรงนำก็เท่ากับเราปฏิเสธผลประโยชน์ของตัวเอง เราต้องจำความจริงข้อนี้ไว้ให้ดีเมื่อเราถูกทดลองให้เลือกทางของเราเองแทนที่จะติดตามพระเจ้า
ความตายแผ่เงามืดอันน่ากลัวปกคลุมเรา เพราะเราทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อเผชิญกับความตาย เราอาจต่อสู้กับศัตรูอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด ความยากลำบาก โรคภัยไข้เจ็บ ภยันตราย แต่กำลังและความกล้าหาญของเราเอาชนะความตายไม่ได้ ความตายมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เดินผ่านหุบเขาแห่งความตายไปพร้อมๆกับเราและนำเราไปถึงอีกฝั่งหนึ่งได้อย่างปลอดภัย ผู้นั้นคือพระเจ้าแห่งชีวิตผู้เป็นพระผู้เลี้ยงของเรา เนื่องจากชีวิตนั้นไม่แน่นอน เราจึงต้องติดตามพระผู้เลี้ยงองค์นี้ซึ่งจะดูแลเราตลอดไป
แถบตะวันออกใกล้ในสมัยโบราณนั้นเมื่อจัดงานเลี้ยงฉลอง จะมีประเพณีเจิมคนด้วยน้ำมันหอม นอกจากนี้ยังเป็นประเพณีที่เจ้าภาพจะต้องปกป้องแขกของเขาอย่างเต็มความสามารถ พระเจ้าก็ทรงปกป้องเราในลักษณะเดียวกันแม้ศัตรูจะอยู่รอบตัวเรา ในฉากสุดท้ายของสดุดีบทนี้ เราเห็นว่าผู้เชื่อจะได้อยู่กับพระเจ้า พระเจ้าทรงเป็นพระผู้เลี้ยงและเจ้าภาพที่ดีเลิศ พระองค์ทรงสัญญาจะนำทางและปกป้องเราตลอดชีวิตเพื่อนำเราไปสู่บ้านของพระองค์ชั่วนิรันดร์
#มีปัญหาชีวิตพระเยซูคริสต์ช่วยได้