มัสยิดมหานาค - Masjid Mahanak

มัสยิดมหานาค - Masjid Mahanak ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก มัสยิดมหานาค - Masjid Mahanak, มัสยิด, 18 ถ. กรุงเกษม, Bangkok.

ค่ำวันนี้ ขอเชิญสัปปุรุษมัสยิดมหานาคร่วมกิจกรรม "เมาลิดนบี"ร่วมอ่านกุรอาน/ประวัติท่านนบีมูฮัมมัด(ซ.ล.)/ซอลาวาตนบีฯ และร่...
25/08/2026

ค่ำวันนี้ ขอเชิญสัปปุรุษมัสยิดมหานาค
ร่วมกิจกรรม "เมาลิดนบี"
ร่วมอ่านกุรอาน/ประวัติท่านนบีมูฮัมมัด(ซ.ล.)
/ซอลาวาตนบีฯ และร่วมขอดุอา
ค่ำวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569
ติดต่อร่วมจัดเลี้ยงได้ที่ อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น
และคณะกรรมการฯมัสยิดมหานาคทุกท่าน

คุตบะห์ประจำวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569หัวข้อ “ใกล้ชิดนบีเพื่อใกล้ชิดอัลลอฮ์“ขอความสันติสุข ความเมตตาปรานี และความจำเริญ...
23/08/2026

คุตบะห์ประจำวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
หัวข้อ “ใกล้ชิดนบีเพื่อใกล้ชิดอัลลอฮ์“

ขอความสันติสุข ความเมตตาปรานี และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จงประสบแด่พี่น้องผู้ร่วมศรัทธาในอัลอิสลาม พี่น้องที่เป็นอุมมะฮ์ของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ที่เคารพรักยิ่งทุกท่าน

อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงตรัสไว้ดังนี้

﴿ لَقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ الله أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ لِّمَن كَانَ يَرْجُو اللَّهَ وَالْيَوْمَ الْآخِرَ وَذَكَرَ اللَّهَ كَثِيرًا ﴾
[อัลอะห์ซาบ 33:21]
ความว่า

“โดยแน่นอน ในร่อซูลของอัลลอฮ์นั้น มีแบบอย่างอันดีงามสำหรับพวกเจ้า สำหรับผู้ที่หวังในอัลลอฮ์และวันอาคิเราะห์ และรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก”

พี่น้องผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน…

คำว่า أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ (อุสวะตุน หะสะนะฮ์) คือ แบบอย่างที่งดงาม แบบอย่างอันดีเลิศ ซึ่งท่านร่อซูล (ซ.ล.) นั้นมี และได้ถูกกำหนดไว้ หลักสำคัญพื้นฐาน หรืออุซูลที่ผู้เป็นมุสลิมจำเป็นต้องยึดถือ นั่นคือการวางท่านร่อซูล (ซ.ล.) ให้เป็นแบบอย่างที่ดีเลิศในการดำเนินชีวิต

เราจึงจำเป็นต้องยึดถือท่านร่อซูล (ซ.ล.) เป็นแบบอย่าง ทั้งในคำพูด การกระทำ และการดำเนินชีวิตของท่าน

ซึ่งแน่นอนว่า ในแต่ละช่วงชีวิตของคนเรา ในแต่ละสถานการณ์ และในแต่ละช่วงเวลา ความสามารถในการปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านร่อซูล (ซ.ล.) อาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ตามแต่ละบุคคลและแต่ละวาระ

แต่อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญของผู้ศรัทธาก็คือ เราจะต้องวางท่านร่อซูล (ซ.ล.) เป็นแบบอย่าง และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางของท่าน เพื่อให้การดำเนินชีวิตของเรานั้นนำไปสู่การใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากยิ่งขึ้น

มีคำกล่าวหนึ่งที่เปรียบเทียบไว้ว่า หากเราต้องการขว้างก้อนหินให้ไกล เราก็ควรตั้งเป้าหมายไปที่ดวงจันทร์ เพราะแม้เราจะไม่สามารถขว้างก้อนหินให้ถึงดวงจันทร์ได้ แต่ก้อนหินนั้นก็ยังคงอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาว

เช่นเดียวกับการที่เราเป็นนักเรียน หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะต้องได้คะแนนที่ดีที่สุด หรือได้เกรด 4 เมื่อเราตั้งใจและพยายามอย่างเต็มที่ หากเราทำได้ตามเป้าหมาย เราก็ย่อมได้รับผลตามที่หวัง แต่หากเราพลาดไปบ้าง คะแนนของเราอาจอยู่ในระดับ 70, 80 หรือ 90 ซึ่งก็ยังถือว่าเรายังไม่หลุดออกจากหมู่ดวงดาว ยังอยู่ในกลุ่มที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้จะยังไปไม่ถึงดวงจันทร์ หรือเป้าหมายสูงสุดที่เราตั้งไว้ก็ตาม

เช่นเดียวกัน การใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) โดยยึดแบบอย่างของท่านรอซูล (ซ.ล.) เป็นเป้าหมาย เพื่อที่จะให้เราไปได้ถึงดวงจันทร์นั้น ก็เป็นสิ่งที่เราควรมุ่งมั่นไปให้ถึง เป็นสิ่งที่เราจะไม่พลาดเป้าในการที่จะอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาว ในการเป็นผู้ที่ใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.)

อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 31 ว่า

﴿ قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ ﴾

ความว่า

“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า หากพวกเจ้ารักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน แล้วอัลลอฮ์จะทรงรักพวกเจ้า”

ดังนั้น สิ่งที่เป็นเงื่อนไขที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงบอกไว้ก็คือ การปฏิบัติตามท่านร่อซูล (ซ.ล.) ซึ่งจะนำไปสู่ความรักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่มีต่อเรา

ในหะดีษกุดซีย์บทหนึ่ง ได้กล่าวถึงความรักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ไว้ว่า

หะดีษกุดซีย์ (الحديث القدسي)

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رضي الله عنه قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ:

إِنَّ اللَّهَ قَالَ: مَنْ عَادَى لِي وَلِيًّا فَقَدْ آذَنْتُهُ بِالْحَرْبِ، وَمَا تَقَرَّبَ إِلَيَّ عَبْدِي بِشَيْءٍ أَحَبَّ إِلَيَّ مِمَّا افْتَرَضْتُ عَلَيْهِ، وَمَا يَزَالُ عَبْدِي يَتَقَرَّبُ إِلَيَّ بِالنَّوَافِلِ حَتَّى أُحِبَّهُ…

ความหมาย

“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงตรัสว่า
ผู้ใดเป็นศัตรูกับผู้เป็นคนรักของข้า แท้จริงข้าได้ประกาศสงครามต่อเขาแล้ว และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของข้าจะใช้แสวงหาความใกล้ชิดกับข้า ซึ่งเป็นที่รักยิ่งสำหรับข้า มากไปกว่าสิ่งที่ข้าได้กำหนดเป็นฟัรฎูแก่เขา และบ่าวของข้ายังคงแสวงหาความใกล้ชิดกับข้าด้วยการงานที่เป็นนะวาฟิล (การงานสุนัต) จนกระทั่งข้ารักเขา…”

ดังนั้น การปฏิบัติตามซุนนะห์ของท่านร่อซูล (ซ.ล.) เราจะต้องรู้ก่อนว่า “ซุนนะห์ของท่านร่อซูล (ซ.ล.)” นั้นคืออะไร ซึ่งซุนนะห์นั้นครอบคลุมทั้งคำพูด การกระทำ การเห็นพ้อง และคุณลักษณะของท่านร่อซูล (ซ.ล.) และสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เราควรศึกษาและนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของเรา
หะดีษและซุนนะห์ของท่านร่อซูล (ซ.ล.)

หะดีษที่เกี่ยวกับ คำพูด ก็คือ เมื่อซอฮาบะฮ์ได้ยินท่านร่อซูล (ซ.ล.) พูดสิ่งใด แล้วมีการรายงานต่อกันมา สิ่งนั้นเรียกว่า หะดีษที่พาดพิงถึงคำพูดของท่านร่อซูล (ซ.ล.)

เมื่อซอฮาบะฮ์เห็นการกระทำใด ๆ ของท่านร่อซูล (ซ.ล.) และมีการรายงานถึงการกระทำนั้น สิ่งนั้นก็เรียกว่า หะดีษที่พาดพิงถึงการกระทำของท่านร่อซูล (ซ.ล.)

และเมื่อมีการรายงานถึงการกระทำของซอฮาบะฮ์ แล้วท่านร่อซูล (ซ.ล.) ได้เห็นการกระทำนั้น โดยไม่ได้ขัดแย้ง ไม่ได้ห้าม และไม่ได้ตำหนิ การกระทำดังกล่าวก็เรียกว่า การเห็นพ้องหรือการยอมรับของท่านร่อซูล (ซ.ล.)

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น คำพูด การกระทำ หรือการเห็นพ้องของท่านร่อซูล (ซ.ล.) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของซุนนะห์ที่เราควรศึกษาและนำมาเป็นแบบอย่าง

และเมื่อเรานำคำพูดหรือการกระทำเหล่านั้นไปพิจารณาร่วมกับหลักฐานจากอัลกุรอาน หากพบว่าคำสั่งใช้มีลักษณะที่ชัดเจนและเด็ดขาด สิ่งนั้นก็จะอยู่ในระดับที่เป็น วาญิบหรือฟัรฎู ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับบุคคลที่แสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.)

นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่เป็นคำพูดหรือการกระทำของท่านนบี (ซ.ล.) เมื่อเรานำมาพิจารณาแล้ว พบว่ามีลักษณะเป็นการสั่งใช้ แต่ไม่ได้มีน้ำหนักหรือความเด็ดขาดถึงระดับฟัรฎูหรือวาญิบ สิ่งนั้นก็จะอยู่ในระดับของ สุนัต

ซึ่งการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นสุนัตนั้น “หากปฏิบัติ เราจะได้รับผลบุญ และการละทิ้งโดยทั่วไปไม่ถือเป็นบาปเช่นการละทิ้งฟัรฎู”

สำหรับมุสลิมทั่วไป สำหรับผู้ศรัทธาทั่วไป การละทิ้งสิ่งที่เป็นสุนัตนั้น อาจจะไม่มีข้อตำหนิ

แต่สำหรับบุคคลที่แสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และมุ่งหวังในความรักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แล้ว เรื่องของสุนัตกลับกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็น

— หะดีษกุดซีย์ —

وَمَا يَزَالُ عَبْدِي يَتَقَرَّبُ إِلَيَّ بِالنَّوَافِلِ حَتَّى أُحِبَّهُ، فَإِذَا أَحْبَبْتُهُ كُنْتُ سَمْعَهُ الَّذِي يَسْمَعُ بِهِ، وَبَصَرَهُ الَّذِي يُبْصِرُ بِهِ، وَيَدَهُ الَّتِي يَبْطِشُ بِهَا، وَرِجْلَهُ الَّتِي يَمْشِي بِهَا، وَإِنْ سَأَلَنِي لَأُعْطِيَنَّهُ، وَلَئِنِ اسْتَعَاذَنِي لَأُعِيذَنَّهُ.

ความหมาย

“บ่าวของข้ายังคงแสวงหาความใกล้ชิดต่อข้าด้วยการงานที่เป็นนวาฟิล (การงานสุนัต) จนกระทั่งข้ารักเขา และเมื่อข้ารักเขาแล้ว ข้าจะเป็นการได้ยินของเขาซึ่งเขาใช้ฟัง เป็นการมองเห็นของเขาซึ่งเขาใช้มอง เป็นมือของเขาซึ่งเขาใช้จับ และเป็นเท้าของเขาซึ่งเขาใช้เดิน และหากเขาขอต่อข้า แน่นอนข้าจะให้แก่เขา และหากเขาขอความคุ้มครองต่อข้า แน่นอนข้าจะคุ้มครองเขา”

ความหมายของหะดีษบทนี้ก็คือ การพิทักษ์รักษาของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่มีต่อ “วะลีย์ของอัลลอฮ์” หรือผู้ที่เป็นที่รักและได้รับความใกล้ชิดจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ซึ่งถือเป็นระดับอันสูงส่งที่มนุษย์ทั่วไปพึงไขว่คว้าและมุ่งหวังที่จะเข้าถึง

ดังนั้น การที่จะเป็นวะลีย์ของอัลลอฮ์ หรือเป็นผู้ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงรักและทรงให้ความคุ้มครองนั้น เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถไขว่คว้าและมุ่งหวังได้ นั่นคือการแสวงหาความใกล้ชิดต่อพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตามท่านร่อซูล (ซ.ล.) ในสิ่งที่เป็นฟัรฎู และแสวงหาความใกล้ชิดต่อไปด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นสุนัต เสริมเข้าไปอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงรักเรา และเมื่อพระองค์ทรงรักเรา เมื่อเราขอสิ่งใดต่อพระองค์ พระองค์ก็จะทรงประทานให้ และเมื่อเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ พระองค์ก็จะทรงให้ความคุ้มครองแก่เรา

พี่น้องผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน…

อีกประการหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้ดวงจันทร์แห่งการใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) มากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ การกล่าวศอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.)

ดังที่มีคำกล่าวว่า

كُلُّ الأَعْمَالِ بَيْنَ الرَّدِّ وَالْقَبُولِ، إِلَّا الصَّلَاةَ عَلَى النَّبِيِّ ﷺ

“การงานทั้งหลายอยู่ระหว่างการถูกปฏิเสธและการตอบรับ เว้นแต่การศอลาวาตแด่ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)”

อาม้าลอิบาดะห์ต่าง ๆ ที่เราปฏิบัตินั้น จะอยู่ในขั้นของการที่การงานนั้น “ใช้ได้” ส่วนการที่จะได้รับการตอบรับจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) นั้น เป็นอีกขั้นหนึ่ง

ดังที่เมื่อเราทำอิบาดะห์ หรือปฏิบัติตามแบบอย่างของบรรดานบีในอดีต พวกท่านก็จะกล่าวว่า

رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا
ร็อบบะนา ตะก็อบบัล มินนา

“โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดทรงตอบรับการงานจากพวกเราด้วยเถิด”

ดังนั้น การตอบรับจึงเป็นอีกระดับหนึ่ง หลังจากที่เราปฏิบัติการงานที่ถูกต้องแล้ว เราจึงควรขอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้พระองค์ทรงตอบรับการงานของเรา

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เมื่อเรากล่าวแล้ว เราจะได้รับผลบุญอย่างแน่นอน นั่นก็คือ การกล่าวศอลาวาตต่อท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย

— หะดีษ —
مَنْ صَلَّى عَلَيَّ وَاحِدَةً صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ عَشْرًا

ความว่า

“ผู้ใดกล่าวศอลาวาตแก่ฉันหนึ่งครั้ง อัลลอฮ์จะทรงประทานศอลาวาตแก่เขาสิบครั้ง”

ดังนั้น พี่น้องลองคิดดูว่า “หากในวันหนึ่งเรากล่าวศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.) 100 ครั้ง อัลลอฮ์ก็จะทรงศอลาวาตแก่เราถึง 1,000 ครั้ง”

และจำนวน 100 ครั้งนั้น ไม่ใช่จำนวนที่ไกลเกินเอื้อม และไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากเราตั้งใจและพยายาม เราทุกคนก็สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน

มีครั้งหนึ่ง ท่านอุบัยย์ บิน กะอ์บ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ) ได้ถามท่านนบี (ซ.ล.) เกี่ยวกับการแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในการขอดุอาอ์ให้แก่ตนเอง และส่วนหนึ่งในการกล่าวศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.)

ท่านอุบัยย์ถามว่า หากจะแบ่งเวลาหนึ่งในสี่ของการขอดุอาอ์ทั้งหมด ให้เป็นการศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.) จะเป็นอย่างไร?

ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า
“หากท่านเพิ่มมากกว่านั้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับท่าน”

ท่านอุบัยย์จึงถามต่อว่า หากเป็นครึ่งหนึ่งล่ะ?

ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวว่า
“หากท่านเพิ่มมากกว่านั้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีสำหรับท่าน”

ท่านอุบัยย์จึงถามต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกล่าวว่า หากเช่นนั้น ฉันจะให้เวลาทั้งหมดของการขอดุอาอ์ของฉัน เป็นการศอลาวาตต่อท่านนบี (ซ.ล.) ทั้งหมดเลยได้หรือไม่?

ท่านนบี (ซ.ล.) จึงกล่าวว่า
“เช่นนั้น ความกังวลของท่านก็จะได้รับการขจัด และบาปของท่านก็จะได้รับการอภัย”

ดังนั้น พี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย เรื่องของการศอลาวาตจึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการงานที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน และเราสามารถกล่าวได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต

ท่านร่อซูล (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า

«إِذًا تُكْفَى هَمَّكَ، وَيُغْفَرُ لَكَ ذَنْبُكَ»

ความว่า

“ถ้าเช่นนั้น ความกังวลของท่านจะได้รับการคลี่คลาย และบาปของท่านจะได้รับการอภัย”‘

ในบางครั้งเรามีความทุกข์ มีความกังวล หรือมีความต้องการบางอย่างที่อยากจะขอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) บางครั้งเรายังไม่ทันได้ขอ แต่สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเรากลับได้รับการคลี่คลาย หรือเราได้รับสิ่งที่เราปรารถนาแล้ว

เช่นเดียวกัน บางครั้งการซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) ก็เป็นเหตุให้ความกังวลของเราได้รับการคลี่คลาย และได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แม้ในสิ่งที่เรายังไม่ได้เอ่ยขอโดยตรง เมื่อเราหมั่นซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) เราก็อาจได้รับสิ่งที่เรามีความต้องการนั้นด้วย

หลายท่านหรือพวกเราเอง เคยรู้สึกบ้างไหมว่า บางครั้งเรามีความทุกข์ มีความกังวล หรือมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต้องการจะขอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) แต่บางครั้งเรายังไม่ทันได้เอ่ยขอดุอา สิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเรากลับได้รับการคลี่คลาย หรือเราได้รับสิ่งที่เราปรารถนาเสียแล้ว

เช่นเดียวกัน การซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) แม้ในบางครั้งเราจะยังไม่ได้เอ่ยขอสิ่งที่ต้องการโดยตรง แต่เมื่อเราหมั่นซอลาวาตต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.) อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ก็ทรงช่วยคลี่คลายความกังวล และประทานสิ่งที่ดีแก่เราในสิ่งที่เราปรารถนา

ในเรื่องของการซอลาวาต เป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นเข้าใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และใกล้ชิดต่อท่านร่อซูล (ซ.ล.)

มีรายงานในหะดีษว่า…

إِنَّ أَوْلَى النَّاسِ بِي يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَكْثَرُهُمْ عَلَيَّ صَلَاةً

ความว่า

“แท้จริง ผู้ที่ใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดในวันกิยามะฮ์ คือผู้ที่กล่าวซอลาวาตแก่ฉันมากที่สุด”

ดังนั้น พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน…
การซอลาวาตนั้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย กล่าวได้ด้วยลิ้นโดยไม่ยาก และใช้เวลาไม่มากแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ที่ใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) และอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาวของบรรดาผู้ที่เป็นที่รักของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)

วัสลาม..

22/08/2026

บรรยายศาสนธรรม
ประจำวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569
โดย อ.อัชอารี บุญมาเลิศ
ณ ลานมัสยิดมหานาค

คุตบะห์ประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569หัวข้อ “5 สิ่งที่เราควรปฏิบัติในทุกวัน”ขอความรัก ความสันติสุข และความจำเริญจากเอก...
15/08/2026

คุตบะห์ประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
หัวข้อ “5 สิ่งที่เราควรปฏิบัติในทุกวัน”

ขอความรัก ความสันติสุข และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จงประสบแด่พี่น้องผู้มีศรัทธาทั้งหลาย

ก่อนอื่น ผู้พูดขอเตือนตนเองและพี่น้องที่รักทุกท่าน ให้เราทั้งหลายมีความตักวา ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) อย่างจริงจัง เพราะหากเราตั้งมั่นอยู่ในความตักวาและความยำเกรงต่อพระองค์แล้ว ย่อมอำนวยประโยชน์แก่ตัวเราอย่างมากมาย

นอกจากนี้ เราต้องรู้จักขอบคุณต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) อยู่เสมอตลอดชีวิต เพราะพระองค์ทรงมีความเมตตาต่อเราอย่างมากมาย จนเราไม่อาจนับจำนวนความเมตตาที่พระองค์ทรงมีต่อเราได้ทั้งหมด

พี่น้องครับ ในแต่ละวันที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกดุนยา เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติ 5 สิ่งนี้ เพราะจะช่วยให้ชีวิตของเรามีบารอกัต และหากเราปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันจากความชั่วร้ายและสิ่งไม่ดีงามที่อาจมาประสบกับเราโดยไม่คาดคิด

5 สิ่งที่เราควรปฏิบัติในทุกวันนั้น ผู้พูดขอแบ่งออกเป็น 5 ประการ ดังนี้

1. อัลกุรอาน

พี่น้องที่รักยิ่งครับ เมื่อเราตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน เราควรอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานเป็นประจำ อย่างน้อยซูเราะห์สั้น ๆ เช่น กุลฮุวัลลอฮุอะหัด หรืออ่านอย่างน้อย 1 หน้ากระดาษ และหากมีความสามารถ ก็ให้อ่านซูเราะห์ยาซีนในช่วงเช้าของวัน

เมื่อเราได้อ่านซูเราะห์ยาซีนแล้ว ก็ขอดุอาต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้กิจการงานและสิ่งต่าง ๆ ที่เราจะต้องปฏิบัติในวันนั้นเป็นไปด้วยความง่ายดาย

เราควรชวนคนในครอบครัวร่วมกันอ่านอัลกุรอาน โดยเฉพาะในเช้าวันศุกร์ และสำหรับสิ่งที่แนะนำให้ปฏิบัติทั้ง 5 ประการนี้ ควรทำทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น

ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) เป็นผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ.) อยู่ตลอดเวลา แต่ท่านจะมีเวลาพิเศษที่รำลึกถึงพระองค์มากกว่าเวลาปกติ นั่นคือช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยช่วงเช้าคือหลังละหมาดซุบฮิ และช่วงเย็นคือหลังละหมาดอัสริเป็นต้นไปจนถึงค่ำคืน

ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ตรัสไว้ในซูเราะห์อัลอะหฺซาบ อายะฮ์ที่ 41 ,42 ว่า

﴿ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اذْكُرُوا اللَّهَ ذِكْرًا كَثِيرًا ۝٤١ وَسَبِّحُوهُ بُكْرَةً وَأَصِيلًا ۝٤٢

ความว่า

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมากมาย และจงสดุดีพระองค์ทั้งในยามเช้าและยามเย็น”

อายะฮ์นี้สนับสนุนให้เรารำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทั้งในยามเช้าและยามเย็น ดังนั้น การปฏิบัติที่เราแนะนำในวันนี้ จึงควรทำทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น

2. การซิกรุลลอฮ์

พี่น้องครับ เราควรซิกรุลลอฮ์ให้มากในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการกล่าว ซุบฮานัลลอฮ์ อัลฮัมดุลิลลาฮ์ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์ อัลลอฮุอักบัร ซึ่งเป็นถ้อยคำที่เราสามารถกล่าวได้อย่างง่ายดาย แต่มีน้ำหนักอย่างมากมายบนตาชั่งแห่งความดี

โดยเฉพาะถ้อยคำที่ท่านนบี (ซ.ล.) ได้กล่าวไว้ว่า

سُبْحَانَ اللَّهِ وَبِحَمْدِهِ، سُبْحَانَ اللَّهِ الْعَظِيمِ

ซุบฮานัลลอฮิ วะบิฮัมดิฮี ซุบฮานัลลอฮิลอะซีม

ความว่า:
“มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์ และมวลการสรรเสริญเป็นของพระองค์ มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่”

ถ้อยคำสั้น ๆ ที่ออกจากปากได้อย่างง่ายดาย แต่มีคุณค่าและน้ำหนักอย่างยิ่งบนตาชั่งแห่งความดี

3. การเตาบัตตัว

พี่น้องครับ เราควรเตาบัตตัวและขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้มากในแต่ละวัน โดยกล่าวว่า

أَسْتَغْفِرُ اللَّهَ الْعَظِيمَ

อัสตัฆฟิรุลลอฮัลอะซีม

ความว่า:
“ฉันขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่”

พี่น้องครับ อย่าได้ประมาทกับการเตาบัตตัวเป็นอันขาด ไม่ว่าเราจะมีอายุ 30, 40, 50 หรือ 60 ปี อย่าคิดว่าเรายังมีเวลาอีกมาก และยังไม่จำเป็นต้องรีบทำความดีหรือเพิ่มพูนการอิบาดะฮ์ เพราะคิดว่าเมื่ออายุมากขึ้นแล้วค่อยเริ่มก็ยังไม่สาย

เราควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่เรายังมีกำลังและมีโอกาส เพื่อให้การทำความดีและการอิบาดะฮ์กลายเป็นความเคยชิน เมื่อถึงวัยชราเราจะได้ยังคงรักษาการปฏิบัติเหล่านี้ไว้ได้ เพราะหากไม่เริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้ การจะเริ่มต้นและขยันปฏิบัติเมื่ออายุมากขึ้น อาจเป็นเรื่องที่ยากกว่าเดิม

ดุอาแม่บทแห่งการเตาบัตตัว
سَيِّدُ الِاسْتِغْفَارِ

اللَّهُمَّ أَنْتَ رَبِّي، لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ، خَلَقْتَنِي وَأَنَا عَبْدُكَ، وَأَنَا عَلَى عَهْدِكَ وَوَعْدِكَ مَا اسْتَطَعْتُ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا صَنَعْتُ، أَبُوءُ لَكَ بِنِعْمَتِكَ عَلَيَّ، وَأَبُوءُ لَكَ بِذَنْبِي، فَاغْفِرْ لِي، فَإِنَّهُ لَا يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلَّا أَنْتَ

ความหมาย:
“โอ้อัลลอฮ์ พระองค์คือพระเจ้าของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงสร้างฉัน และฉันคือบ่าวของพระองค์ และฉันจะยึดมั่นอยู่ในพันธสัญญาและคำมั่นสัญญาของพระองค์เท่าที่ฉันสามารถ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่ฉันได้กระทำ ฉันยอมรับต่อพระองค์ถึงความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อฉัน และฉันยอมรับต่อพระองค์ถึงความผิดของฉัน ดังนั้น โปรดอภัยโทษแก่ฉันด้วยเถิด เพราะแท้จริงไม่มีผู้ใดอภัยโทษบาปทั้งหลายได้นอกจากพระองค์”

พี่น้องครับ ขอให้เราพยายามท่องจำดุอาบทนี้ให้ได้ และนำมาปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเราตั้งใจที่จะเตาบัตตัวและกลับไปหาอัลลอฮ์ (ซ.บ.) เพราะการเตาบัตตัวอย่างจริงใจจะนำมาซึ่งการอภัยโทษจากพระองค์ และเป็นเหตุให้หัวใจของเรามีความสงบ พร้อมทั้งช่วยให้เราดำเนินชีวิตและกิจการงานต่าง ๆ ด้วยความราบรื่น

4. การดุอาอ์

เราควรอ่านดุอาอ์เป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นเกราะป้องกันในการดำเนินชีวิต และขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) จากอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

بِسْمِ اللَّهِ الَّذِي لَا يَضُرُّ مَعَ اسْمِهِ شَيْءٌ فِي الْأَرْضِ وَلَا فِي السَّمَاءِ، وَهُوَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ

ความหมาย:
“ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ซึ่งไม่มีสิ่งใดในแผ่นดินและในชั้นฟ้าจะทำอันตรายได้เมื่อเอ่ยพระนามของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง”

ดุอาอ์บทนี้ให้กล่าว 3 ครั้งในช่วงเช้า และ 3 ครั้งในช่วงเย็น เพื่อขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้พ้นจากอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

5. การละหมาด

การละหมาดถือเป็นหนึ่งในรุก่นอิสลามที่สำคัญที่สุด และห้ามละทิ้งการละหมาดโดยเด็ดขาด ท่านนบี (ซ.ล.) ได้สอนไว้ว่า หากไม่สามารถละหมาดในท่ายืนได้ ก็ให้ละหมาดในท่านั่ง และหากไม่สามารถนั่งได้ ก็ให้ละหมาดในท่านอน เพราะการละหมาดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของเรา

สำหรับการละหมาดฟัรฎู 5 เวลา ขอให้เราพยายามปฏิบัติให้ตรงเวลา อย่าผัดผ่อน และหากสามารถทำได้ ก็ควรพยายามละหมาดตั้งแต่ต้นเวลา รวมถึงเพิ่มการละหมาดสุนัตต่าง ๆ เพราะละหมาดสุนัตจะเป็นส่วนช่วยเติมเต็มความบกพร่องของละหมาดฟัรฎูของเรา

ขอให้พี่น้องทุกท่าน พยายามนำทั้ง 5 ประการที่ได้แนะนำไว้ข้างต้นไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และอย่าได้ละทิ้งสิ่งเหล่านี้เป็นอันขาด

หากการพูดในวันนี้มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดประการใด ถือเป็นความบกพร่องของผู้พูดเอง แต่หากมีสิ่งใดที่เป็นความดีงาม สิ่งนั้นล้วนมาจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทั้งสิ้น

15/08/2026

บรรยายศาสนธรรม
ประจำวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569
โดย อ.อัชอารี บุญมาเลิศ
ณ ลานมัสยิดมหานาค

08/08/2026

บรรยายศาสนธรรม
ประจำวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569
โดย อ.อัชอารี บุญมาเลิศ
ณ ลานมัสยิดมหานาค

-- คุตบะห์วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 --หัวข้อเรื่อง “คำพูดที่ดี”ขอความรัก ความเมตตา และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ....
08/08/2026

-- คุตบะห์วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 --

หัวข้อเรื่อง “คำพูดที่ดี”

ขอความรัก ความเมตตา และความจำเริญจากเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จงประสบแด่พี่น้องผู้มีอีหม่าน ผู้ศรัทธาทุกท่าน

ก่อนอื่น ผู้พูดขอเตือนตนเองเป็นอันดับแรก และขอตักเตือนพี่น้องทุกท่าน ให้เราทั้งหลายตั้งมั่นอยู่บนความตักวา ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) จงมีความตักวาต่ออัลลอฮ์ให้มากที่สุด ด้วยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาใช้อย่างสุดความสามารถ และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามโดยเด็ดขาด

พี่น้องผู้มีเกียรติทั้งหลาย…

พึงทราบเถิดว่า ความตักวาคือเสบียงที่ดีที่สุดสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 197 ว่า

﴿ وَتَزَوَّدُوا فَإِنَّ خَيْرَ الزَّادِ التَّقْوَى ﴾

ความว่า

“และสูเจ้าทั้งหลายจงตระเตรียมเสบียงให้พร้อมเถิด แท้จริงเสบียงที่ดีที่สุดนั้น คือความตักวา”

พี่น้องผู้ปรารถนาความเมตตาจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทุกท่าน…

ในชีวิตประจำวันของเรา คงเคยพบเห็นว่าเรื่องเล็ก ๆ บางเรื่องอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ และในทางกลับกัน เรื่องใหญ่บางเรื่องก็อาจกลายเป็นเรื่องเล็กได้ เรื่องดีกลายเป็นเรื่องร้ายได้ และเรื่องร้ายก็อาจกลับกลายเป็นเรื่องดีได้ ทั้งหมดนี้อาจมีสาเหตุมาจาก “คำพูด” ที่เราพูดออกไป

ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จึงทรงใช้ให้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายขัดเกลาคำพูดของตน และเลือกใช้ถ้อยคำที่ดีงาม ไพเราะ และสวยงาม

อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อัลบะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 83 ว่า

﴿ وَقُولُوا لِلنَّاسِ حُسْنًا ﴾

ความว่า

“และจงกล่าวแก่ผู้คนด้วยถ้อยคำที่ดีงามเถิด”

นอกจากนี้ ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ยังได้เชื่อมโยงเรื่องการพูดจาที่ดีเข้ากับอีหม่านหรือความศรัทธา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง โดยท่านนบี ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า

●مَن كانَ يُؤمِنُ باللهِ واليَومِ الآخِرِ فليَقُلْ خَيرًا أو لِيصمُتْ●

ความว่า

“ผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันอาคิเราะห์ ก็จงกล่าวแต่สิ่งที่ดีเถิด หรือไม่ก็จงนิ่งเงียบเสีย”

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทุกท่าน…

จากคำสอนทั้งในอัลกุรอานและฮะดีษที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เราทราบว่า ก่อนที่เราจะพูดสิ่งใด เราควรพิจารณาเสียก่อนว่า สิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ และเมื่อพูดออกไปแล้ว จะก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนหรือไม่

หากเป็นคำพูดที่ดีและเป็นประโยชน์ ก็จงกล่าวมันออกไป แต่หากเป็นคำพูดที่ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ นำไปสู่ความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้ง การโกหก การนินทา หรือการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ก็ขอให้เรางดเว้นจากการพูด เพราะนอกจากจะทำลายความสงบสุขของสังคมแล้ว ยังอาจทำให้เราสูญเสียผลบุญของตนเองอีกด้วย

และในอัลกุรอาน ซูเราะห์อัลหุญุรอต อายะฮ์ที่ 12 อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงสั่งใช้ให้บรรดาผู้ศรัทธาออกห่างจากพฤติกรรมที่บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยพระองค์ตรัสไว้ว่า

﴿يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اجْتَنِبُوا كَثِيرًا مِّنَ الظَّنِّ إِنَّ بَعْضَ الظَّنِّ إِثْمٌ ۖ وَلَا تَجَسَّسُوا وَلَا يَغْتَب بَّعْضُكُم بَعْضًا ۚ أَيُحِبُّ أَحَدُكُمْ أَن يَأْكُلَ لَحْمَ أَخِيهِ مَيْتًا فَكَرِهْتُمُوهُ ۚ وَاتَّقُوا اللَّهَ ۚ إِنَّ اللَّهَ تَوَّابٌ رَّحِيمٌ﴾

ความว่า

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา! จงหลีกเลี่ยงการสงสัย(ที่ไม่ดี)เสียเป็นส่วนมาก เพราะแท้จริงบางส่วนของการสงสัยนั้นเป็นบาป และอย่าสอดแนมกัน และอย่านินทาซึ่งกันและกัน คนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าจะชอบกินเนื้อของพี่น้องของตนที่ตายแล้วกระนั้นหรือ? แน่นอน พวกเจ้าย่อมรังเกียจสิ่งนั้น และจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ทรงรับการกลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงเมตตาเสมอ”

พี่น้องทุกท่าน...

เพียงแค่เนื้อสัตว์ที่เริ่มเน่าเสีย มนุษย์เรายังรู้สึกรังเกียจและไม่คิดจะนำมารับประทาน แล้วเหตุใดเราจึงยอมปล่อยให้ลิ้นของเรากิน “เนื้อของพี่น้อง” ด้วยการนินทา ดังนั้น หากเราไม่ต้องการสิ่งที่น่ารังเกียจเช่นนั้น ก็ขอให้เราห่างไกลจากการนินทา และรักษาลิ้นของเราให้สะอาดอยู่เสมอ

พี่น้องที่เคารพทุกท่าน…

การพูดจาที่ดีงาม คือคุณลักษณะที่ผู้ศรัทธาทุกคนพึงมี และบุคคลแรกที่สมควรได้รับคำพูดที่ดีจากเราก็คือพ่อแม่ของเรา เราควรพูดกับท่านด้วยความสุภาพ อ่อนโยน ไม่ตะคอก ไม่บ่น และไม่โต้เถียง เพราะอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงสั่งสอนลูกทุกคนไว้ในซูเราะห์อัลอิสรออ์ อายะฮ์ที่ 23 ว่า

﴿فَلَا تَقُل لَّهُمَا أُفٍّ وَلَا تَنْهَرْهُمَا وَقُل لَّهُمَاقَوْلًا كَرِيمًا﴾


ความว่า

“ดังนั้น อย่าได้กล่าวแก่ท่านทั้งสองแม้แต่คำว่า ‘อุฟ’ และอย่าได้ขู่เข็ญหรือกระโชกกระชากต่อท่าน แต่จงกล่าวแก่ท่านทั้งสองด้วยถ้อยคำที่สุภาพ อ่อนโยน และให้เกียรติ”

หลังจากพ่อแม่แล้ว บุคคลที่เราควรพูดจาดีด้วยก็คือคนในครอบครัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นภรรยา สามี ลูก ปู่ย่าตายาย หรือลุง ป้า น้า อา ทุกคนล้วนสมควรได้รับถ้อยคำที่ดีจากเรา

นอกจากนี้ เรายังควรพูดจาดีต่อเพื่อนของเรา ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหรือมิใช่มุสลิม และแม้กระทั่งผู้ที่เป็นศัตรูกับเรา เราก็ยังต้องใช้ถ้อยคำที่ดี เพราะอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงสอนเราไว้เกี่ยวกับการตอบโต้ผู้ที่เป็นศัตรู ในซูเราะห์ฟุศศิลัต อายะฮ์ที่ 34 ว่า

﴿ادْفَعْ بِالَّتِي هِيَ أَحْسَنُ فَإِذَا الَّذِي بَيْنَكَ وَبَيْنَهُ عَدَاوَةٌ كَأَنَّهُ وَلِيٌّ حَمِيمٌ﴾

ความว่า

“จงตอบโต้ความชั่วด้วยสิ่งที่ดีกว่า แล้วผู้ที่เคยเป็นศัตรูระหว่างเจ้ากับเขา ก็จะกลับกลายเป็นประหนึ่งมิตรสนิท”

พี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพทุกท่าน…

นอกจากการพูดจาดีแล้ว เรายังต้องละเว้นจากคำพูดที่หยาบคาย เพื่อให้เราเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกหลาน เด็ก ๆ และเยาวชนที่กำลังมองดูพฤติกรรมของเราอยู่ทุกวัน

เราจะต้องรู้จักกาลเทศะในการพูด รู้ว่าควรพูดกับเพื่อนอย่างไร และควรพูดกับผู้ใหญ่อย่างไร เมื่อพูดกับผู้ใหญ่ก็ต้องมีความสุภาพ มีหางเสียง เช่น “ครับ” หรือ “ค่ะ” เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยสะท้อนถึงความเป็นมุสลิมและความสมบูรณ์ของอีหม่านในตัวเรา

ยิ่งไปกว่านั้น เรายังจะได้รับผลบุญจากการพูดจาดี ๆ ดังที่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า

●الكلمةُالطيّبةُصدقةٌ●

ความว่า

“คำพูดที่ดี คือการทำศอดะเกาะฮ์”

เพียงแค่คำพูดที่ดี เราไม่ต้องเสียทรัพย์สินแม้แต่บาทเดียว แต่กลับได้รับผลบุญดุจดังการบริจาคทาน

ดังนั้น ขอให้เราทุกคนใช้คำพูดที่ดี พูดจาดี ๆ กับทุกคนที่เราสนทนาด้วย คิดให้รอบคอบก่อนที่จะเอ่ยวาจา เพราะทุกคำพูดที่เปล่งออกมา ล้วนถูกบันทึกไว้โดยมลาอิกะฮ์ รอกีบ และ อะตีด

หากเรารักษาคำพูดของเราให้ดี เราก็จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) และแบบอย่างของท่านรอซูล ﷺ และหวังว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับความผาสุก ทั้งในโลกดุนยาและโลกหน้าอาคิเราะห์

ผู้ทำการคุตบะห์
คุณครูตอฮา มิตรน้อย
คอเตบประจำมัสยิดม่านาฟิอุ้ลอิสลาม(คลองกะจะ)

หัวข้อเรื่อง "5 คุณลักษณะของผู้ที่มีความตักวา"คุตบะห์นี้ขอย้ำเตือนพวกท่านทั้งหลาย และตัวผู้พูดเป็นการเฉพาะ ให้มีความตักว...
04/08/2026

หัวข้อเรื่อง "5 คุณลักษณะของผู้ที่มีความตักวา"

คุตบะห์นี้ขอย้ำเตือนพวกท่านทั้งหลาย และตัวผู้พูดเป็นการเฉพาะ ให้มีความตักวา มีความยำเกรงต่อเอกองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) เพราะความตักวานี้จะทำให้เราก้าวข้ามหลุมพรางของโลกดุนยา และเดินทางสู่โลกอาคิเราะห์ได้อย่างลุล่วงและปลอดภัย

อัลฮัมดุลิลลาฮ์ ชุโกรขอบคุณต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่พระองค์ได้ทรงทำให้ส่วนหนึ่งของเวลากลางวัน และส่วนหนึ่งของเวลากลางคืนของเรา ได้ใช้ในการอิบาดะฮ์และการรำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ.)

อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงทำให้ 1 วัน 24 ชั่วโมง ของเรา มีทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน

ในช่วงเวลากลางวัน เราต่างพยายามดำเนินชีวิต แสวงหาปัจจัยยังชีพ ประกอบอาชีพ และทำในสิ่งที่เป็นอัสบาบ (สาเหตุและหนทาง) เพื่อให้การดำเนินชีวิตบนโลกดุนยาเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย

ส่วนเวลากลางคืน หรือยามรัตติกาลนั้น อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงกำหนดไว้เพื่อให้เราได้ปลีกตัวจากโลกดุนยา และหันกลับมาหาพระองค์

แต่น่าเสียดายที่บ่าวของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) บางคน กลับใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนหมดไปกับโลกดุนยา จนไม่มีเวลารำลึกถึงอัลลอฮ์ (ซ.บ.) เลย

ในทางกลับกัน หากเรามองย้อนไปในอดีตกาล บรรดาศาสดา (อัมบิยาอ์) บรรดาผู้ทรงคุณธรรม (ศอลิฮีน) และบรรดาวะลีย์ในอดีต เราจะพบว่าพวกท่านใช้ชีวิตทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ชีวิตของพวกท่านเต็มไปด้วยการเชิญชวนสู่ความดีและการอิบาดะฮ์

อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้เล่าเรื่องราวของนบีนูห์ (อะลัยฮิสสลาม) ไว้ในอัลกุรอานว่า

﴿ قَالَ رَبِّ إِنِّي دَعَوْتُ قَوْمِي لَيْلًا وَنَهَارًا ﴾

(ซูเราะฮ์ นูห์ 71:5)

นบีนูห์ (อะลัยฮิสสลาม) ได้ใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนในการเรียกร้องกลุ่มชนของท่านให้ไปยังอัลลอฮ์ (ซ.บ.)

ส่วนเราในฐานะบ่าวของอัลลอฮ์ที่มีชีวิตอยู่ในยุคสุดท้าย (آخر الزمان) อาจไม่สามารถอุทิศเวลาให้กับอัลลอฮ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นบรรดาศาสดา แต่สิ่งที่เราควรทำคือแบ่งเวลาส่วนหนึ่งของแต่ละวัน หรือส่วนหนึ่งของแต่ละคืน เพื่อกลับมาทบทวนตนเอง พิจารณาการกระทำของตน และตรวจสอบว่าเราได้เตรียมเสบียงสำหรับการเดินทางสู่โลกอาคิเราะห์ไว้มากน้อยเพียงใด

หากเราไม่มีเวลาแม้เพียงเล็กน้อยที่จะมอบให้อัลลอฮ์ ไม่มีเวลาที่จะใส่ใจต่อเสบียงของโลกอาคิเราะห์ วันหนึ่งเราจะเป็นผู้ที่เสียใจที่สุด เมื่อผืนแผ่นดินได้กลบฝังร่างของเรา และเมื่อเราได้ยืนต่อหน้าอัลลอฮ์ นั่นคือความเสียใจที่ไม่มีโอกาสย้อนกลับ และเป็นความโศกเศร้าที่จะไม่มีรอยยิ้มตามมาอีกเลย

ด้วยเหตุนี้ พี่น้องผู้มีเกียรติทั้งหลาย จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะหมั่นตรวจสอบตนเองอยู่เสมอ ดังที่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้กล่าวไว้ว่า

•الْكَيِّسُ مَنْ دَانَ نَفْسَهُ، وَعَمِلَ لِمَا بَعْدَ الْمَوْتِ•

ผู้ที่ฉลาด คือผู้ที่หมั่นตรวจสอบตนเอง และเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตาย

แล้วอะไรคือเสบียงที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางสู่โลกหน้า?

อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้กล่าวไว้ในอัลกุรอานว่า

﴿ وَتَزَوَّدُوا فَإِنَّ خَيْرَ الزَّادِ التَّقْوَى ﴾

(ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:197)

“สูเจ้าทั้งหลายจงเตรียมเสบียงเถิด…
แท้จริงแล้ว ความตักวานั้นคือเสบียงที่ประเสริฐที่สุด”(สำหรับการเดินทางสู่โลกอาคิเราะห์) คือการยำเกรงต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้ และละเว้นจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม ตักวาคือสุดยอดแห่งความดีงาม และผู้ใดที่ประดับความตักวาไว้ในหัวใจของตน ผู้นั้นย่อมกำลังดำเนินอยู่บนหนทางแห่งความดีงามอันสูงส่งในศาสนาอิสลาม

และแน่นอนว่า ความตักวาย่อมมีเครื่องบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลหนึ่งมีความตักวาต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ดังที่ท่านอุษมาน (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ) หนึ่งในบรรดาคอลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรม ผู้ได้รับฉายาว่า “ผู้เป็นเจ้าของสองรัศมี” ได้กล่าวถึง 5 คุณลักษณะของผู้ที่มีความตักวา ไว้ว่า

☆قال عثمان بن عفان رضي الله عنه : خمس هن علامات المتقين اولها ان لا يجالس الا من يصلح الدين معه ويغلب الفرج واللسان ،وثانيها اذا اصابه شيئ عظيم من الدنيا يراه وبالا، وثالثها اذا اصابه شيئ قليل من الدين اغتنم ذلك ، ورابعها لا يملأ بطنه من الحلال خوفا ان يخالطه حرام ، وخامسها يري الناس كلهم قد نجو ويري نفسه قد هلك.

1. ผู้ที่มีความตักวาจะไม่อยู่ร่วมกับผู้ที่ทำให้ศาสนาของตนแย่ลง แต่จะเลือกอยู่ร่วมกับผู้ที่ทำให้ลิ้นและอวัยวะเพศของตนปลอดภัย ห่างไกลจากการนินทา และทำให้อีหม่านของตนเพิ่มพูนขึ้น

2. เมื่อสิ่งยิ่งใหญ่ในโลกดุนยามาประสบกับเขา เขาจะมองว่าสิ่งนั้นอาจเป็นภาระหรือบททดสอบจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.)

3. ผู้ที่มีความตักวาจะไม่มองข้ามความดี แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในศาสนา แต่จะรีบขวนขวายและปฏิบัติทันที โดยไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้ผ่านไป

4. ผู้ที่มีความตักวาจะไม่เติมท้องของตนให้เต็มด้วยสิ่งที่ฮาลาล เพราะเกรงว่าสิ่งนั้นจะเจือปนด้วยสิ่งที่ฮารอม

5. ผู้ที่มีความตักวาจะมองเพื่อนมนุษย์ทุกคนว่าเป็นผู้ที่ปลอดภัยและรอดพ้นจากไฟนรก แต่กลับมองว่าตนเองยังต่ำต้อย ยังไม่ปลอดภัย และยังมีสิ่งที่ต้องแก้ไขอยู่เสมอ

พี่น้องผู้มีเกียรติทั้งหลาย…

วันนี้ ขอให้เราลองหันกลับมาตรวจสอบตนเองว่า เรามีคุณลักษณะของผู้ที่มีความตักวาเหล่านี้อยู่บ้างหรือไม่

หากเรามีแล้ว แม้เพียงข้อเดียว ก็ขอให้รักษาไว้และพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

แต่หากเรายังไม่มีเลยแม้แต่ข้อเดียว ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ขอให้เราพยายาม ขวนขวาย และฝึกฝนตนเอง เพื่อให้ความตักวาค่อย ๆ หยั่งรากลงในหัวใจของเรา

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่จะยกเกียรติของเรา ณ ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มิใช่ทรัพย์สิน ตำแหน่ง หรือชื่อเสียง แต่คือความตักวาที่เรามีต่อพระองค์

คุตบะห์โดย เมาลานา ดาวุด ยืนยง

01/08/2026

บรรยายศาสนธรรม
ประจำวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
โดย อ.อัชอารี บุญมาเลิศ
ณ ลานมัสยิดมหานาค

25/07/2026

บรรยายศาสนธรรม
ประจำวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569
โดย อ.อัชอารี บุญมาเลิศ
ณ ลานมัสยิดมหานาค

ที่อยู่

18 ถ. กรุงเกษม
Bangkok
10100

เบอร์โทรศัพท์

+66 96 456 6836

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มัสยิดมหานาค - Masjid Mahanakผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท