05/08/2026
เปิดกรุคัมภีร์โบราณกลางกรุง! พบคัมภีร์ใบลานเก่าสุดอายุ ๓๐๗ ปี จารในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ!!
ท่ามกลางย่านเยาวราชอันคึกคัก ยังมีคลังภูมิปัญญาที่เก็บรักษามรดกของชาติไว้มากกว่าที่หลายคนคาดคิด เมื่อการอนุรักษ์เอกสารโบราณของ วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร นำไปสู่การค้นพบ คัมภีร์ใบลานที่เก่าแก่ที่สุดของวัด ซึ่งจารขึ้นเมื่อ พุทธศักราช ๒๒๖๒ ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีอายุสมัยอยู่ในช่วงอนุธยาตอนปลาย ปัจจุบันมีอายุถึง ๓๐๗ ปี นับเป็นหลักฐานล้ำค่าที่บอกเล่าเรื่องราวการศึกษาพระธรรมวินัยเมื่อกว่า ๓ ศตวรรษก่อน
วันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานการแถลงข่าวส่งมอบผลงานการอนุรักษ์และจัดเก็บเอกสารโบราณวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เพื่ออนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมและสร้างเครือข่ายการดูแลเอกสารโบราณร่วมกับคณะสงฆ์และประชาชนในพื้นที่
ภายในงานมี พระธรรมวัชรวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ รับมอบเอกสารโบราณที่ผ่านการอนุรักษ์แล้ว พร้อมด้วย นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ ที่ปรึกษากรมศิลปากร (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และอดีตอธิบดีกรมการศาสนา) นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ สื่อมวลชน ภาคีเครือข่ายสมาชิก อส.มศ. และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
ผลการดำเนินโครงการสามารถจัดระบบและขึ้นทะเบียนเอกสารโบราณตามหลักวิชาการได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยขึ้นทะเบียนคัมภีร์ใบลานจำนวน ๒,๓๗๔ เลขทะเบียน รวมทั้งสิ้น ๑๕,๑๓๗ ผูก พร้อมหนังสือสมุดไทยอีก ๗๕ เล่ม ส่งผลให้วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารเป็นหนึ่งในแหล่งศึกษาเอกสารโบราณที่สำคัญและมีปริมาณมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร
สิ่งสำคัญของการสำรวจครั้งนี้ คือการค้นพบคัมภีร์ใบลานเรื่อง “สิกขาบทวินิจฉัย” ซึ่งเป็นคัมภีร์อธิบายพระวินัยในพระไตรปิฎก จารขึ้นเมื่อ พุทธศักราช ๒๒๖๒ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ปัจจุบันมีอายุ ๓๐๗ ปี ถือเป็นคัมภีร์ใบลานที่เก่าแก่ที่สุดของวัด และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการสืบทอดองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา
นอกจากนี้ ยังพบคัมภีร์ใบลานหายากสมัยธนบุรี ได้แก่ “สารสังคหะ” และ “จริยาปิฎก” จารขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๐ และ ๒๓๒๒ มีอายุ ๒๔๙ ปี และ ๒๔๗ ปี ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นหลักฐานที่พบได้ยาก เนื่องจากกรุงธนบุรีเป็นราชธานีเพียง ๑๕ ปี ทำให้คัมภีร์ที่สร้างขึ้นในยุคดังกล่าวหลงเหลือมาถึงปัจจุบันไม่มากนัก
การสำรวจยังพบคัมภีร์ใบลานสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๗ มากกว่า ๗๐ เรื่อง นับเป็นแหล่งเอกสารโบราณที่มีคัมภีร์ใบลานสมัยรัตนโกสินทร์มากที่สุดเท่าที่กรมศิลปากรเคยสำรวจและจัดทำทะเบียน สอดคล้องกับความรุ่งเรืองของวัดจักรวรรดิราชาวาสตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ เป็นต้นมา
ส่วนการอนุรักษ์หนังสือสมุดไทยในครั้งนี้ พบสมุดไทยเรื่องพระมาลัย ที่มีภาพเขียนสีประกอบอย่างวิจิตรงดงาม รวมถึงสมุดไทยขาวที่ระบุปี พุทธศักราช ๒๔๒๑ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระพุทธศาสนา มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมคดีและบทสวดมนต์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานที่สะท้อนภูมิปัญญา ความศรัทธา และวิถีการสืบทอดพระพุทธศาสนาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น
การอนุรักษ์เอกสารโบราณในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยรักษาคัมภีร์และสมุดไทยอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไป แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่การศึกษาประวัติศาสตร์ พุทธศาสนา ภาษา และภูมิปัญญาของบรรพชน ผ่านหลักฐานต้นฉบับที่ได้รับการดูแลตามหลักวิชาการ เพื่อส่งต่อมรดกอันล้ำค่าของชาติให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้อย่างยั่งยืน
เรื่อง: อันตรกาล
ที่มา: กรมศิลปากร
ภาพ: กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร, เนชั่น
#คัมภีร์ใบลาน #วัดจักรวรรดิราชาวาส #สำนักหอสมุดแห่งชาติ #กรมศิลปากร #เอกสารโบราณ #พระเจ้าท้ายสระ #กรุงศรีอยุธยา #กรุงธนบุรี #ประวัติศาสตร์ไทย #มรดกทางวัฒนธรรม #นักภาษาโบราณ #อนุรักษ์ #เจริญกรุง