AL-KHOEI FOUNDATION THAILAND

AL-KHOEI FOUNDATION THAILAND มูลนิธิอัลคูอี้ถูกก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อ ปี ฮ.ศ. 1405 (ค.ศ.1986) จนถึงปัจจุบัน

รวมป็นเวลา 38 ปี

ชีวประวัติอายาตุ้ลลอฮ์ซัยยิดอะบุลกอซิม มูซาวี อัลคูอี้ย์

- ชื่อ อายาตุ้ลลอฮ์ซัยยิดอะบุลกอซิม มูซาวี อัลคูอี้ย์
- สืบเชื้อสายจากท่านอิมามมูซา อัลกาซิม (อ)
- เกิดวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ.1899 ณ เมืองคูอี้ย์ ประเทศอิหร่าน
- เสียชีวิต วันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.1992 ( 8 ศอฟัร ฮ.ศ.1413) ณ เมืองกูฟะ ประเทศอิรัก
- สถานที่ฝังศพ ฮะรัมอิมามอะลี (อ) นะญัฟ ประเทศอิรัก

ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนในเ

มืองนะญัฟ ประเทศอิรัก ได้สำเร็จการศึกษาวิชาการศาสนาชั้นสูงที่เมืองนี้ จนมีความแตกฉานและเชี่ยวชาญ ในด้านภาษาอาหรับ วิชาทางตรรกศาสตร์ อุศูลุดดีน ฟิกฮ์ ตัฟซีร และอัลฮะดิษ ท่านมีความเชี่ยวชาญในการจดบันทึกความรู้แขนงต่างๆ จากบรรดาคณาจารย์ของท่าน และเขียนตำราเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งได้ถูกนำไปเผยแพร่ในสถานที่ต่างๆ ท่านเป็นมัรญิอ์ ผู้รับผิดชอบในกิจการต่างๆ ของบรรดาผู้ศรัทธาในภูมิภาคทั่วโลก เอกสารทางวิชาการของท่านได้ถูฏตีพิมพ์เพื่อบรรยายบทบัญญัติทางศาสนาออกเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับตำแหน่งมุจตะฮิดตั้งแต่วัยหนุ่ม และมีประสบการสอนมากกว่า 70 ปี จนทำให้มีลูกศิษย์ที่เป็นนักปราชญ์จำนวนมากมายที่ทำงานอยู่ในระดับแนวหน้า ตามสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วโลก
ท่านเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันการศึกษา และองค์กรการกุศลหลายแห่งทั่วโลก เช่น อิหร่าน อิรัก อินเดีย ปากีสถาน แคนาดา สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศษ และไทย เป็นต้น
ในประเทศไทยเองก็มีสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่าน คือสถาบันการศึกษาดารุลอิลม์ กรุงเทพฯ และโณงเรียนดรุณศาสตร์สหวิทยามูลนิธิ (สถาบันดารุซซธฮ์รอ อ.) จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ทำการสอนศาสนาอิสลามเบื้องต้นให้แก่เยาวชนได้เรียนรู้วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในแบบอย่างของอิสลามอันบริสุทธิ์

ชื่อมูลนิธิอัลคูอี้ย์แห่งประเทศไทย
ผู้ก่อตั้ง อายาตุ้ลลอฮ์ซัยยิดอะบุลกอซิม มูซาวี อัลคูอี้ย์
ก่อตั้งเมื่อ ปี ค.ศ. 1992
ผู้บริหารปัจจุบัน ซัยยิด อับดุลศอฮิบ อัลคูอี้ย์
ที่ตั้ง ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ปฏิทินอิสลาม ประจำเดือนสิงหาคม 2569 (เดือนซอฟัร - รอบิอุ้ลเอาวัล ฮ.ศ.1448 ) #มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย
05/08/2026

ปฏิทินอิสลาม ประจำเดือนสิงหาคม 2569 (เดือนซอฟัร - รอบิอุ้ลเอาวัล ฮ.ศ.1448 )
#มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย

อัรบะอีน: มหกรรมแห่งความรักที่โลกต้องเรียนรู้بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمٰنِ الرَّحِيمِ"แท้จริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะ...
05/08/2026

อัรบะอีน: มหกรรมแห่งความรักที่โลกต้องเรียนรู้

بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمٰنِ الرَّحِيمِ

"แท้จริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะสิ่งที่เขาครอบครอง แต่ยิ่งใหญ่เพราะสิ่งที่เขายอมเสียสละเพื่อมัน"
ทุกปี หลังจากวันอาชูรอผ่านพ้นไปสี่สิบวัน ผู้คนนับล้านจากทั่วทุกมุมโลกต่างมุ่งหน้าสู่เมืองกัรบะลา ประเทศอิรัก บางคนเดินเท้าเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร บางคนเดินหลายร้อยกิโลเมตร และบางคนเดินทางข้ามทวีปด้วยความหวังเพียงประการเดียว คือการได้ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของอิมามฮูเซน บิน อะลี (อ.) แล้วกล่าวว่า

السَّلَامُ عَلَيْكَ يَا أَبَا عَبْدِ اللَّهِ
"ขอความสันติจงมีแด่ท่าน โอ้อะบาอับดิลลาฮ์"

หลายคนที่ไม่เคยสัมผัสอัรบะอีนอาจสงสัยว่า เหตุใดผู้คนจึงยอมเหน็ดเหนื่อย เสียสละทั้งเวลา ทรัพย์สิน และความสะดวกสบาย เพื่อเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีผลตอบแทนทางโลก ไม่มีเงินรางวัล ไม่มีชื่อเสียง และไม่มีสิ่งจูงใจทางวัตถุ
คำตอบทั้งหมดอาจสรุปได้เพียงคำเดียวคือ "ความรัก"

แต่ความรักที่ว่านี้ ไม่ใช่ความรักที่เกิดจากอารมณ์ชั่วคราว หากเป็นความรักที่เกิดจากการรู้จักคุณค่าของผู้เสียสละเพื่อความจริง ความรักที่หล่อหลอมด้วยศรัทธา และความรักที่ผลักดันให้มนุษย์พร้อมจะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
อัลลอฮ์ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า

قُل لَّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَىٰ
"จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมมัด) ฉันมิได้ขอค่าตอบแทนใด ๆ จากพวกเจ้า นอกจากความรักต่อวงศ์วานของฉัน"
(ซูเราะฮ์อัชชูรอ 42:23)

อายะฮ์นี้มิได้กล่าวถึงความรักในฐานะอารมณ์ แต่กล่าวถึง "อัลมะวัดดะฮ์" ซึ่งเป็นความรักที่สะท้อนออกมาเป็นการปฏิบัติ เป็นความผูกพันที่ทำให้ผู้ศรัทธาพร้อมดำเนินตามแนวทางของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) และอิมามฮูเซน (อ.) คือแบบอย่างอันสูงส่งของการเสียสละเพื่อศาสนา เพื่อศักดิ์ศรีของมนุษย์ และเพื่อความยุติธรรม

อัรบะอีนจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางไปยังสุสาน หากเป็นการเดินทางกลับไปสู่หลักการที่อิมามฮูเซน (อ.) ได้รักษาไว้ด้วยเลือดของท่าน

🔴 มหกรรมแห่งการรับใช้

เมื่อผู้คนพูดถึงอัรบะอีน สิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นเสมอ คือวัฒนธรรมแห่งการรับใช้
ตลอดเส้นทางจากนะญัฟถึงกัรบะลา มี "เมาฏิบ" นับหมื่นแห่งตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทาง

มีผู้แจกน้ำ...
มีผู้แจกอาหาร...
มีผู้เปิดบ้านเป็นที่พัก...
มีแพทย์อาสาคอยรักษาผู้ป่วย...
มีช่างตัดผม...
มีบริการซักเสื้อผ้า...
มีรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ...
แม้กระทั่งผู้ที่นั่งรอเพียงเพื่อขัดรองเท้าให้กับผู้เดินทาง
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการเรียกร้องค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว
ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือ เจ้าภาพจำนวนมากรู้สึกเป็นเกียรติ หากผู้แสวงบุญยอมรับการบริการของพวกเขา โลกทุกวันนี้แข่งขันกันเพื่อ "รับ" แต่อัรบะอีนแข่งขันกันเพื่อ "ให้"

อัลกุรอานกล่าวถึงผู้มีคุณลักษณะเช่นนี้ว่า
وَيُؤْثِرُونَ عَلَىٰ أَنفُسِهِمْ وَلَوْ كَانَ بِهِمْ خَصَاصَةٌ
"และพวกเขาให้ผู้อื่นมาก่อนตนเอง แม้ว่าตัวเองจะอยู่ในความขัดสนก็ตาม"
(ซูเราะฮ์อัลหัชร์ 59:9)

นี่คือภาพที่อธิบายอัรบะอีนได้ดีที่สุดความรักที่ไม่มีราคา

หลายครอบครัวในอิรักเก็บออมเงินตลอดทั้งปี เพื่อใช้รับรองแขกของอิมามฮูเซน (อ.) เพียงไม่กี่วัน
บางคนขายทรัพย์สิน
บางคนลางาน
บางคนปิดร้านค้า

ทั้งหมดนี้เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับอาหารที่ดีที่สุด น้ำดื่มที่สะอาดที่สุด และการต้อนรับที่อบอุ่นที่สุด
พวกเขาไม่ได้ถามว่า

"คุณมาจากประเทศอะไร"
"คุณพูดภาษาอะไร"
"คุณนับถือมัซฮับไหน"
หรือแม้แต่
"คุณจะตอบแทนเราอย่างไร"
สิ่งเดียวที่พวกเขาพูดคือ ❤️ "ยินดีต้อนรับ แขกของอิมามฮูเซน"
นี่คือความรักที่ไม่ซื้อขาย
นี่คือการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน

ดังที่อัลลอฮ์ตรัสว่า
إِنَّمَا نُطْعِمُكُمْ لِوَجْهِ اللَّهِ لَا نُرِيدُ مِنكُمْ جَزَاءً وَلَا شُكُورًا
"แท้จริงเราให้อาหารแก่พวกท่าน เพื่อแสวงหาพระพักตร์ของอัลลอฮ์ เราไม่ต้องการจากพวกท่านทั้งการตอบแทนและคำขอบคุณ"
(ซูเราะฮ์อัลอินซาน 76:9)

🔴 อัรบะอีน...โรงเรียนแห่งความเป็นมนุษย์

ในเส้นทางอัรบะอีน ไม่มีใครถามว่าคุณรวยหรือจน ไม่มีใครถามว่าคุณมีตำแหน่งอะไร ไม่มีใครถามว่าคุณมีผู้ติดตามกี่ล้านคน ทุกคนสวมเสื้อผ้าธรรมดา ทุกคนเดินด้วยฝุ่นเดียวกัน ทุกคนเหนื่อยเหมือนกัน ทุกคนร้องไห้กับเรื่องเดียวกัน ทุกคนกล่าวสลามต่ออิมามฮูเซน (อ.) ด้วยหัวใจเดียวกัน นี่คือภาพของความเสมอภาคที่แท้จริง โลกพยายามสร้างสันติภาพด้วยการประชุม แต่อัรบะอีนสร้างสันติภาพด้วยหัวใจ โลกสร้างความสัมพันธ์ด้วยผลประโยชน์ แต่อัรบะอีนสร้างความสัมพันธ์ด้วยความรัก เพราะฮูเซน (อ.) คือสัญลักษณ์ของความจริง ผู้คนไม่ได้เดินไปกัรบะลาเพราะต้องการยกย่องบุคคลหนึ่งเหนือบุคคลอื่น แต่พวกเขาเดินไปเพื่อประกาศว่า "ความจริงไม่มีวันตาย" อิมามฮูเซน (อ.) ไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อความอธรรม แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง ครอบครัว และสหายทั้งหมด การเดินในวันอัรบะอีน จึงเป็นเสมือนการต่ออายุคำมั่นสัญญาว่า
"เราจะยืนอยู่ข้างความจริง แม้ความจริงนั้นต้องแลกด้วยความเหน็ดเหนื่อยและการเสียสละ"

ด้วยเหตุนี้ อิมามฮะซัน อัลอัสการี (อ.) จึงกล่าวว่า
عَلَامَاتُ الْمُؤْمِنِ خَمْسٌ ... وَزِيَارَةُ الْأَرْبَعِينَ
"สัญลักษณ์ของผู้ศรัทธามีห้าประการ... และหนึ่งในนั้นคือการซิยารัตอัรบะอีน"

การซิยารัตอัรบะอีนจึงมิใช่เพียงการเยี่ยมเยียน แต่เป็นการประกาศตัวว่า ผู้ศรัทธาจะไม่ทอดทิ้งอุดมการณ์แห่งความยุติธรรมที่อิมามฮูเซน (อ.) ได้ฝากไว้

🔴 บทเรียนที่โลกควรเรียนรู้

โลกในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันกลับเผชิญกับความโดดเดี่ยว ความแตกแยก ความเห็นแก่ตัว และความขัดแย้งมากขึ้น อัรบะอีนเสนอคำตอบที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งหากมนุษย์เรียนรู้ที่จะรักโดยไม่หวังผลตอบแทนเรียนรู้ที่จะให้ก่อนรับ เรียนรู้ที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น และเรียนรู้ที่จะยืนหยัดเคียงข้างความจริง โลกจะน่าอยู่กว่าที่เป็นอยู่มาก กัรบะลาไม่ได้สอนให้เราเพียงร้องไห้กับอดีต แต่สอนให้เราลุกขึ้นสร้างอนาคตที่ดีกว่า อัรบะอีนจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางของเท้า แต่เป็นการเดินทางของหัวใจ ไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อกว่าพันสามร้อยปีก่อน แต่เป็นการปลุกคุณค่าของความรัก ความเสียสละ และศักดิ์ศรีของมนุษย์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และตราบใดที่ยังมีผู้คนเดินสู่กัรบะลาด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธา ตราบนั้น โลกก็ยังคงมีความหวังว่า ความรักจะเอาชนะความเกลียดชัง ความเมตตาจะเอาชนะความเห็นแก่ตัว และความจริงจะเอาชนะความอธรรมได้เสมอ

❤️ นี่คือเหตุผลที่ "อัรบะอีน" มิใช่เพียงมหกรรมของชาวมุสลิม หากแต่เป็น "มหกรรมแห่งความรักที่โลกต้องเรียนรู้" ❤️

บทความโดย : เชคฮัมกา แอเหย็บ
#มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย #อัรบาอีน

เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการจากไปของท่านฮุจญตุ้ลอิสลามวัลมุสลิมีน เชคอะฮ์หมัด  ชะบานี อาจารย์และนักการศาสนาอันเป็นที่...
27/07/2026

เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการจากไปของท่านฮุจญตุ้ลอิสลามวัลมุสลิมีน เชคอะฮ์หมัด ชะบานี อาจารย์และนักการศาสนาอันเป็นที่รักและเคารพ ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2569
มูลนิธิอัลคูอี้ย์ ประเทศไทย ขอเขิญพี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่านร่วมอ่านซูเราะฮ์อัลฟาตีฮะ เนียตผลบุญอุทิศแด่มัรฮูมเชคชะบานี
#มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย #เชคชะบานี #ร่วมอ่านฟาตีฮะ

แถลงการณ์แสดงความเสียใจฉบับเต็มของท่านอยาตุลลอฮ์ อัล-อุซมา ซิสตานี เนื่องในวาระการถึงแก่อสัญกรรมของท่านอยาตุลลอฮ์ อัล-อุ...
26/07/2026

แถลงการณ์แสดงความเสียใจฉบับเต็มของท่านอยาตุลลอฮ์ อัล-อุซมา ซิสตานี เนื่องในวาระการถึงแก่อสัญกรรมของท่านอยาตุลลอฮ์ อัล-อุซมา คูอีย์

ท่านอยาตุลลอฮ์ อัล-อุซมา ซัยยิดอบุลกอซิม คูอีย์ ผู้นำแห่งสถาบันการศึกษาทางศาสนา (เฮาซะฮ์) เมืองนะญัฟ อัล-อัชร็อฟ ได้จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 8 ศอฟัร ฮ.ศ. 1413 ตรงกับวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ณ เมืองกูฟะฮ์ และร่างของท่านถูกฝังไว้ ณ บริเวณใกล้เคียงกับหลุมฝังศพอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านอมีรุลมุอ์มินีน อิม่ามอะลี (อ.)
ท่านอยาตุลลอฮ์ ซัยยิดอะลี อัลฮุซัยนี อัลซิสตานี ได้นำนมาซศพแด่มัรเญี๊ยะ ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ และได้ประกาศแถลงการณ์แสดงความเสียใจซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้:

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

"แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงพวกเราต้องกลับไปสู่พระองค์"
โลกอิสลามและสถาบันการศึกษาทางศาสนาต้องโศกเศร้ากับการจากไปของอาจารย์ของเรา ท่านอยาตุลลอฮ์ อัล-อุซมา ซัยยิด อบุลกอซิมมูซาวี คูอีย์ (ขอความบริสุทธิ์จงมีแด่ท่าน) ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของท่านได้โบยบินกลับสู่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า หลังจากช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และจำเริญ ซึ่งท่านได้อุทิศตนเพื่อรับใช้ศาสนาอิสลาม

ขออัลลอฮ์ทรงยกย่องฐานะของท่านให้สูงส่ง ท่านคือแบบอย่างของบรรพชนผู้ทรงคุณธรรม ด้วยความอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่ง ความสามารถอันล้นเหลือ และคุณงามความดีอันสูงส่ง ซึ่งทำให้ท่านจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำของบรรดาปราชญ์นิกายชีอะฮ์อิมามียะฮ์ ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือศาสนาและนิกาย

ความเมตตาของพระองค์อัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน ท่านได้อุทิศตนเพื่อรับใช้ความรู้ และความมุ่งมั่นของท่านคือการค้นคว้า ตรวจสอบ วิจัย และการสอน ความสำเร็จจากพระองค์อยู่เคียงข้างท่านเสมอ และความประสงค์ของพระองค์ได้ช่วยเหลือท่าน ดังนั้น ท่านจึงได้หล่อหลอมชนรุ่นหลังของบรรดาปราชญ์และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้มารวมตัวกันรอบแท่นบรรยาย (มินบัร) อันทรงเกียรติของท่าน และได้รับประโยชน์จากความรู้อันบริสุทธิ์ของท่านมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ

การจากไปของท่านได้ทิ้งช่องว่างอันกว้างใหญ่ไว้ในประชาชาติอิสลาม และชาวมุสลิมต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จากการสูญเสียท่าน และด้วยการเสียชีวิตของท่าน ได้เกิดรอยแยกครั้งใหญ่ในศาสนา ด้วยการจากไปของท่าน ธงที่โบกสะบัดอยู่เหนือบรรดาผู้แสวงหาความรู้และศาสนา และผู้แสวงหาคุณธรรมและความจริงซึ่งเคยอยู่ภายใต้ร่มเงาของมัน ได้ถูกม้วนเก็บลง
"แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และแท้จริงพวกเราต้องกลับไปสู่พระองค์"
และในวาระอันเจ็บปวดนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่สุดต่อหน้าท่านอิม่ามผู้เป็นนายของเรา ท่านวะลียุลอัศร์ (ขอให้อัลลอฮ์ทรงเร่งการปรากฏกายของท่านให้ปรากฏและประทานความผาสุก) และต่อพี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่าน ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงสร้าง ทรงโปรดแผ่ความเมตตาอันกว้างขวางของพระองค์ไปยังผู้ล่วงลับผู้ยิ่งใหญ่นี้ ทรงให้ท่านได้อยู่ร่วมกับบรรพบุรุษผู้บริสุทธิ์ของท่าน ทรงประทานผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ท่านในนามของอิสลาม ทรงทดแทนความสูญเสียของชาวมุสลิมในการจากไปของท่าน และทรงประทานความอดทนและความสงบสุขแก่ทุกท่าน แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงได้ยินและทรงตอบรับเสมอ

นะญัฟ อัล-อัชร็อฟ
20 ศอฟัร ฮ.ศ. 1413
อะลี อัล-ฮุซัยนี อัล-ซิสตานี

ที่มา : สำนักข่าวชะฟัคนา
#มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย #อยาตุ้ลลอฮ์ซิซตานี #อยาตุ้ลลอฮ์คูอี้ย์

22/07/2026

อิสรภาพที่แท้จริง เริ่มต้นจากการไม่เป็นทาสของความกลัว

بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمٰنِ الرَّحِيمِ

อิสรภาพที่แท้จริง เริ่มต้นจากการไม่เป็นทาสของความกลัว

เมื่อกล่าวถึงคำว่า "อิสรภาพ" คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการมีสิทธิเลือก การดำเนินชีวิตโดยไม่มีผู้ใดมาบังคับ หรือการปลดปล่อยตนเองจากการกดขี่ของผู้อื่น แต่ในมุมมองของอิสลาม อิสรภาพมิใช่เพียงการหลุดพ้นจากโซ่ตรวนภายนอก หากเป็นการปลดปล่อยหัวใจจากพันธนาการภายใน โดยเฉพาะ "ความกลัว" ที่ทำให้มนุษย์ยอมละทิ้งความจริง ยอมจำนนต่อความอยุติธรรม และยอมแลกศักดิ์ศรีกับความปลอดภัยชั่วคราว

เหตุการณ์กัรบะลาอ์คือภาพสะท้อนของการต่อสู้ระหว่าง "ผู้ที่เป็นอิสระ" กับ "ผู้ที่ตกเป็นทาสของความกลัว" แม้อิมามฮูเซน (อ.) จะมีกำลังพลเพียงเล็กน้อย แต่พระองค์กลับเป็นผู้ที่มีอิสรภาพอย่างแท้จริง เพราะไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์ยอมจำนนต่อความอธรรมได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง ครอบครัว และสหายผู้ซื่อสัตย์

อัลกุรอานกล่าวว่า

﴿فَلَا تَخَافُوهُمْ وَخَافُونِ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ﴾

"ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่ากลัวพวกเขา แต่จงเกรงกลัวข้า หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา"

(ซูเราะฮ์ อาลิอิมรอน 3:175)

อายะฮ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ความกลัวที่ไม่ถูกต้องทำให้มนุษย์สูญเสียอิสรภาพ เพราะเมื่อหัวใจหวาดกลัวอำนาจ ทรัพย์สิน หรือมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์ก็พร้อมจะละทิ้งหลักการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน แต่เมื่อหัวใจเกรงกลัวอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ความกลัวต่อสิ่งอื่นจะลดลง และมนุษย์จะสามารถยืนหยัดอยู่บนความจริงได้อย่างมั่นคง

อิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวไว้ว่า

لَا تَكُنْ عَبْدَ غَيْرِكَ وَقَدْ جَعَلَكَ اللَّهُ حُرًّا

"อย่าเป็นทาสของผู้อื่น ทั้งที่อัลลอฮ์ทรงสร้างเจ้าให้เป็นผู้มีอิสรภาพ"

(นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ จดหมายฉบับที่ 31)

คำกล่าวนี้มิได้หมายถึงการเป็นทาสในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่รวมถึงการเป็นทาสของเงินทอง ชื่อเสียง ตำแหน่ง ความโลภ และเหนือสิ่งอื่นใด คือการเป็นทาสของ "ความกลัว" เพราะผู้ที่กลัวสูญเสียผลประโยชน์ ย่อมพร้อมจะประนีประนอมกับความอยุติธรรมโดยไม่รู้ตัว

เหตุการณ์กัรบะลาเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด บรรดาทหารของยะซีดมิใช่ทุกคนที่เกลียดอิมามฮูเซน หลายคนรู้ว่าพระองค์คือหลานของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) หลายคนรู้ว่าพระองค์อยู่บนสัจธรรม แต่พวกเขาเลือกอยู่ฝ่ายยะซีด เพราะกลัวเสียตำแหน่ง กลัวเสียเงินเดือน กลัวถูกลงโทษ หรือกลัวอำนาจของผู้ปกครอง ความกลัวจึงทำให้พวกเขาสูญเสียอิสรภาพทางจิตวิญญาณ

ตรงกันข้าม บรรดาสหายของอิมามฮูเซน (อ.) ต่างเป็นแบบอย่างของผู้ที่หลุดพ้นจากความกลัว ไม่ว่าจะเป็นท่านฮะบีบ บิน มุซอฮิร มุสลิม บิน เอาซะญะฮ์ ซุฮัยร์ บิน ก็อยน์ หรือบรรดาหนุ่มน้อยแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ พวกเขารู้ดีว่าการอยู่เคียงข้างอิมามฮูเซนหมายถึงความตาย แต่ก็ยังเลือกเดินบนเส้นทางนั้น เพราะสำหรับพวกเขา ความจริงมีค่ามากกว่าชีวิต

อิมามฮูเซน (อ.) ได้กล่าวประโยคที่กลายเป็นหลักคิดอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติว่า

هَيْهَاتَ مِنَّا الذِّلَّةُ

"ความอัปยศนั้น ห่างไกลจากเรา"

(บิฮารุลอันวาร เล่ม 45)

ถ้อยคำนี้มิใช่เพียงการประกาศปฏิเสธการยอมจำนน แต่คือการประกาศว่า ผู้ศรัทธาจะไม่ยอมเป็นทาสของความกลัว ไม่ว่าความกลัวนั้นจะมาในรูปของอำนาจ ความรุนแรง หรือการสูญเสียชีวิตก็ตาม

อัลกุรอานยังได้ปลอบโยนผู้ศรัทธาที่กล้าหาญว่า

﴿أَلَا إِنَّ أَوْلِيَاءَ اللَّهِ لَا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ﴾

"พึงรู้เถิดว่า แท้จริงบรรดาผู้เป็นมิตรของอัลลอฮ์นั้น จะไม่มีความหวาดกลัวเหนือพวกเขา และพวกเขาจะไม่โศกเศร้า"

(ซูเราะฮ์ ยูนุส 10:62)

อายะฮ์นี้มิได้หมายความว่าผู้ศรัทธาจะไม่รู้สึกหวาดหวั่นตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่หมายถึงการที่หัวใจของพวกเขาไม่ถูกความกลัวครอบงำจนละทิ้งหน้าที่และความรับผิดชอบต่ออัลลอฮ์

ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า

أَفْضَلُ الْجِهَادِ كَلِمَةُ عَدْلٍ عِنْدَ سُلْطَانٍ جَائِرٍ

"ญิฮาดที่ประเสริฐที่สุด คือการกล่าวถ้อยคำแห่งสัจธรรมต่อหน้าผู้ปกครองที่อธรรม"

(บันทึกโดย อบูดาวูด และอัตติรมิซีย์)

ฮะดีษบทนี้แสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมิใช่เพียงการใช้อาวุธ แต่คือการเอาชนะความกลัวภายในหัวใจ จนสามารถกล่าวความจริงต่อหน้าอำนาจที่ไม่เป็นธรรมได้ ซึ่งอิมามฮูเซน (อ.) คือผู้ปฏิบัติฮะดีษนี้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ในโลกปัจจุบัน แม้เราอาจไม่ได้เผชิญสนามรบเช่นกัรบะลา แต่เราต่างมี "ยะซีด" ในรูปแบบของความกลัวอยู่ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความกลัวที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ความกลัวที่จะเสียผลประโยชน์ ความกลัวที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง หรือความกลัวที่จะทำความดีเมื่อคนส่วนใหญ่เลือกทำในสิ่งตรงกันข้าม หากเราปล่อยให้ความกลัวเหล่านี้ควบคุมชีวิต เราก็ยังไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

กัรบะลาจึงมิใช่เพียงเหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์ หากเป็นโรงเรียนที่สอนให้มนุษย์รู้ว่า อิสรภาพเริ่มต้นจากหัวใจที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียว เมื่อหัวใจไม่ยอมก้มหัวให้แก่ความกลัว มนุษย์ก็จะสามารถยืนหยัดเพื่อความจริง แม้ต้องเผชิญบททดสอบอันยิ่งใหญ่

ดังนั้น ผู้ที่เดินตามแนวทางของอิมามฮูเซน (อ.) จึงมิใช่ผู้ที่เพียงร้องไห้ให้กับกัรบะลาอ์ แต่คือผู้ที่นำบทเรียนของกัรบะลาอ์มาเปลี่ยนแปลงชีวิต กล้าที่จะพูดความจริง กล้าที่จะปกป้องผู้ถูกกดขี่ กล้าที่จะรักษาหลักการ และกล้าที่จะเลือกอัลลอฮ์เหนือทุกสิ่ง

เพราะอิสรภาพที่แท้จริง มิใช่การทำทุกสิ่งที่ใจต้องการ หากคือการที่หัวใจไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใด นอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว และเมื่อความกลัวหมดอำนาจเหนือหัวใจ มนุษย์ก็จะค้นพบอิสรภาพที่แท้จริง ดังที่อิมามฮูเซน (อ.) ได้แสดงให้โลกเห็น ณ แผ่นดินกัรบะลา
บทความโดย : เชคฮัมกา แอเหย็บ

#บทความสอนใจ #มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย #กัรบาลา #อิมามฮูเซน

ปฎิทินอิสลาม ประจำเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2569 (เดือนมุฮัรรอม-ศอฟัร ฮ.ศ.1448) #มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย  #ปฎิทินอิสลาม 1448
30/06/2026

ปฎิทินอิสลาม ประจำเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2569 (เดือนมุฮัรรอม-ศอฟัร ฮ.ศ.1448)
#มูลนิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย #ปฎิทินอิสลาม 1448

อะมั้ลในช่วง 10 วันแรก ของเดือนมุฮัรรอมรำลึกถึงการเสียสละของ ท่านอิหม่ามฮุเซน (อ.) และชาวอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)วันที่ 1–9 มุฮ...
15/06/2026

อะมั้ลในช่วง 10 วันแรก ของเดือนมุฮัรรอม
รำลึกถึงการเสียสละของ ท่านอิหม่ามฮุเซน (อ.) และชาวอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)

วันที่ 1–9 มุฮัรรอม (แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้)
#ถือศีลอด
ถือศีลอดมุสตะฮับ เพื่อความใกล้ชิดพระองค์อัลลอฮ์
#อ่านอัลกุรอาน
ทบทวนคำสอนของพระองค์อัลลอฮ์
#อ่านดุอาอ์
ขอดุอาอ์ขอความเมตตาและการคุ้มครอง
#ศอละวาตแก่ท่านนบีและอะฮ์ลุลบัยต์
ส่งศอละวาตอย่างต่อเนื่อง
#ทำศอดะเกาะฮ์
ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ตามกำลัง
#ร่วมมัจญ์ลิสไว้อาลัย
เข้าร่วมพิธีรำลึกถึงเหตุการณ์กัรบะลาอ์
#ศึกษาประวัติการปฏิวัติกัรบะลาอ์
เรียนรู้เพื่อเพิ่มความรักและความเข้าใจ
#รักษาบรรยากาศแห่งความสำรวมและความเศร้า
หลีกเลี่ยงสิ่งที่ขัดกับบรรยากาศแห่งไว้อาลัย

วันที่ 10 มุฮัรรอม
#อิมซาก (งดอาหารและน้ำเพื่อไว้อาลัย)

งดกินดื่มตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาหลังบ่าย (ประมาณหลังอัสร) ด้วยเจตนาไว้อาลัยต่อท่านอิหม่ามฮุเซน (อ.)

เข้าร่วมมัจญ์ลิส

รับฟังและรำลึกถึงเหตุการณ์กัรบะลาอ์

อ่านซิยารัตอาชูรอ

รำลึกถึงการเสียสละของท่านอิหม่ามฮุเซน (อ.)

หลีกเลี่ยงการแสดงความยินดี

การแต่งงาน งานเลี้ยง และความบันเทิง

แต่งกายสุภาพ สีดำ

แสดงความโศกเศร้าและความอาลัย

إِنَّ الْحُسَيْنَ مِصْبَاحُ الْهُدَىٰ وَسَفِينَةُ النَّجَاةِ
"แท้จริง อิหม่ามฮุเซน (อ.) คือประทีปแห่งความนำทาง และเป็นนาวาแห่งความปลอดภัย"
— อิหม่ามซอดิก (อ.)

"ทุกน้ำตาที่หลั่งเพื่ออิหม่ามฮุเซน (อ.) จะไม่สูญเปล่า และทุกก้าวที่เดินบนเส้นทางกัรบะลาอ์ จะนำเราไปสู่พระเจ้าผู้ทรงเมตตา"

#มุฮัรรอม #อิมามฮุเซน #อัลคูอี้ย์

แสงสว่างจากกัรบะลา : เหตุใดโลกจึงยังคงจดจำชื่อของอิมามฮุเซน (อ.)ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มีบุคคลจำนวนไม่มากนักที่สามา...
15/06/2026

แสงสว่างจากกัรบะลา : เหตุใดโลกจึงยังคงจดจำชื่อของอิมามฮุเซน (อ.)

ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มีบุคคลจำนวนไม่มากนักที่สามารถรักษาอิทธิพลทางความคิดและจิตวิญญาณของตนไว้ได้อย่างยาวนาน แม้เวลาจะล่วงเลยไปหลายศตวรรษ อิมามฮุเซน บิน อะลี (อ.) หลานชายของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เป็นหนึ่งในบุคคลเหล่านั้น แม้ว่าท่านจะถูกสังหารพร้อมกับครอบครัวและสหาย ณ ทุ่งกัรบะลา เมื่อวันที่ 10 มุฮัรรอม ปี ฮ.ศ. 61 แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนจำนวนมากทั่วโลก

ปรากฏการณ์ที่ผู้ศรัทธานับล้านคนเดินทางไปยังนครกัรบะลาอ์ทุกปี โดยเฉพาะในวันอัรบะอีน สะท้อนให้เห็นว่ากัรบะลามิใช่เพียงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นปรากฏการณ์ทางอารยธรรมที่ยังคงมีอิทธิพลต่อสังคมร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง

1. กัรบะลา : การต่อสู้เพื่อความชอบธรรมทางศีลธรรม
การลุกขึ้นของอิมามฮุเซน (อ.) ต้องถูกทำความเข้าใจภายใต้บริบทของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองจากยุคเคาะลีฟะฮ์สู่ระบบราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ภายหลังการเสียชีวิตของมุอาวียะฮ์ ยะซีดได้พยายามรวบรวมความชอบธรรมทางการเมืองผ่านการบังคับให้บุคคลสำคัญในสังคมให้สัตยาบันแก่ตน อิมามฮุเซน (อ.) ปฏิเสธการให้สัตยาบันดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าการปกครองของยะซีดขัดต่อหลักคุณธรรมและเจตนารมณ์ของอิสลาม ท่านได้กล่าวว่า
"แท้จริงฉันมิได้ลุกขึ้นเพื่อความทะเยอทะยาน มิได้ลุกขึ้นเพื่อก่อความเสียหายหรือความอธรรม แต่ฉันลุกขึ้นเพื่อปฏิรูปประชาชาติของปู่ของฉัน"¹
คำประกาศดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของท่านมีมิติทางจริยธรรมมากกว่ามิติทางการเมือง กล่าวคือเป็นความพยายามในการฟื้นฟูหลักการแห่งความยุติธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

2. การเสียสละในฐานะพลังทางประวัติศาสตร์
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กัรบะลาอ์ยังคงได้รับการจดจำ คือระดับของการเสียสละที่ไม่อาจพบเห็นได้ง่ายในประวัติศาสตร์ อิมามฮุเซน (อ.) ไม่เพียงยอมสละชีวิตของตนเอง แต่ยังสูญเสียสมาชิกครอบครัวและสหายที่ใกล้ชิดที่สุด
อัลกุรอานได้กล่าวถึงคุณค่าของการเสียสละในหนทางแห่งพระผู้เป็นเจ้าว่า
"และอย่าได้คิดว่าบรรดาผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ตาย หากแต่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ พระผู้อภิบาลของพวกเขา"²
ในมุมมองนี้ การเป็นชะฮีด (ผู้พลีชีพ) มิได้หมายถึงความพ่ายแพ้ แต่เป็นการยืนยันชัยชนะของหลักการเหนือผลประโยชน์ทางโลก กัรบะลาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเอาชนะความอยุติธรรมผ่านการเสียสละ

3. อิมามฮุเซน (อ.) กับคุณค่าสากลของมนุษยชาติ
แม้กัรบะลาอ์จะเกิดขึ้นในบริบทของอิสลาม แต่สาระสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นสากล กล่าวคือเป็นการต่อสู้ระหว่างความจริงกับความเท็จ ความยุติธรรมกับการกดขี่ และศักดิ์ศรีของมนุษย์กับอำนาจเผด็จการ
นักวิชาการด้านศาสนาและประวัติศาสตร์จำนวนมากชี้ให้เห็นว่า ความยิ่งใหญ่ของอิมามฮุเซน (อ.) มิได้อยู่ที่ผลลัพธ์ทางการทหาร แต่อยู่ที่การรักษาหลักการแม้ต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
อิมามญะอ์ฟัร อัศศอดิก (อ.) กล่าวว่า
"ฮุเซนเป็นประทีปแห่งทางนำ และเป็นนาวาแห่งการรอดพ้น"³
ฮะดีษบทนี้สะท้อนบทบาทของอิมามฮุเซน (อ.) ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการชี้นำทางจิตวิญญาณ ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เพียงยุคสมัยของท่าน แต่ครอบคลุมถึงคนรุ่นหลังทุกยุคทุกสมัย

4. ความทรงจำแห่งกัรบะลากับการสร้างอัตลักษณ์ทางศาสนา
การรำลึกถึงอาชูรออ์และอัรบะอีนมิได้เป็นเพียงพิธีกรรมแห่งความโศกเศร้า หากแต่เป็นกระบวนการถ่ายทอดคุณค่าทางศาสนาและจริยธรรมจากรุ่นสู่รุ่น
อิมามอะลี อัรริฎอ (อ.) กล่าวว่า
"ผู้ใดรำลึกถึงความทุกข์ของพวกเราและหลั่งน้ำตาเพื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา หัวใจของเขาจะไม่ตายในวันที่หัวใจทั้งหลายตาย"⁴
การรำลึกถึงกัรบะลาจึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความทรงจำทางประวัติศาสตร์และเสริมสร้างจิตสำนึกแห่งการต่อต้านความอธรรมในสังคม
การที่โลกยังคงจดจำชื่อของอิมามฮุเซน (อ.) มิได้เกิดจากสถานะทางเครือญาติของท่านในฐานะหลานของศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เท่านั้น หากแต่เกิดจากการที่ท่านได้สร้างแบบอย่างอันสมบูรณ์ของการยืนหยัดเพื่อความจริงและความยุติธรรม

เหตุการณ์กัรบะลาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า อำนาจทางการเมืองอาจคงอยู่ได้เพียงชั่วคราว แต่คุณค่าทางศีลธรรมสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดกาล ยะซีดอาจได้รับชัยชนะทางทหารในวันอาชูรออ์ แต่ประวัติศาสตร์ได้ยืนยันว่าอิมามฮุเซน (อ.) คือผู้ได้รับชัยชนะทางจิตวิญญาณและศีลธรรม
ดังนั้น แสงสว่างจากกัรบะลาจึงมิใช่เพียงแสงแห่งอดีต หากแต่ยังคงส่องนำทางแก่ผู้คนในทุกยุคทุกสมัย ตราบใดที่มนุษย์ยังคงแสวงหาความยุติธรรม ความจริง และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ชื่อของอิมามฮุเซน (อ.) ก็จะยังคงได้รับการจดจำในฐานะสัญลักษณ์แห่งการยืนหยัดเพื่อคุณค่าอันสูงส่งตลอดไป
บทความโดย เชคฮัมกา แอเหย็บ

เชิงอรรถ
มุฮัมมัด บากิร อัลมัจลิซี, บิฮารุลอันวาร, เล่ม 44, หน้า 329.
อัลกุรอาน, ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน 3:169.
เชคอัศศะดู๊ก, อัลอะมาลี, มัจลิสที่ 27, ฮะดีษที่ 3.
เชคอัศศะดู๊ก, อุยูน อัคบาร อัรริฎอ, เล่ม 1, หน้า 299.

#มุฮัรรอม #มัจลิสแห่งจิตวิญญาณ #อิมามฮุซัยน์ #มูลนิํิธิอัลคูอี้ย์ประเทศไทย

วันที่ 1 ของเดือนมุฮัรรอม ตรงกับวันที่ 17 มิถุนายน 2569 "ทุกำน้ำตาที่หลั่งเพื่ออิมามฮุเซน (อ.) จะไม่สูญเปล่า และทุกก้าวท...
13/06/2026

วันที่ 1 ของเดือนมุฮัรรอม ตรงกับวันที่ 17 มิถุนายน 2569

"ทุกำน้ำตาที่หลั่งเพื่ออิมามฮุเซน (อ.) จะไม่สูญเปล่า และทุกก้าวที่เดินบนเส้นทางกัรบะลา จะนำเราไปสู่พระเจ้าผู้ทรงเมตตา"

#อิมามฮุเซน #มุฮัรรอม #อัลคูอี้ย์ #ร่วมมัจญ์ลิสไว้อาลัย #อ่านดุอาอ์ #ถือศีลอด

ที่อยู่

1/13 ถ. อิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่
Bangkok
10600

เบอร์โทรศัพท์

+6620519416

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AL-KHOEI FOUNDATION THAILANDผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง AL-KHOEI FOUNDATION THAILAND:

ทางลัด

แชร์