จริยธรรม Jariyatam News

จริยธรรม Jariyatam News facebook.com/Jariyatamnews

สานสัมพันธ์สองนิกาย! เจ้าอาวาสวัดไท่ฝอซื่อ-ผู้แทนวัดจงไถซานไต้หวัน ถวายเทียนไฟฟ้า 1,000 ชุด แด่ ‘พระพรหมสิทธิ’ วัดสระเกศ...
26/05/2026

สานสัมพันธ์สองนิกาย! เจ้าอาวาสวัดไท่ฝอซื่อ-ผู้แทนวัดจงไถซานไต้หวัน ถวายเทียนไฟฟ้า 1,000 ชุด แด่ ‘พระพรหมสิทธิ’ วัดสระเกศ มุ่งยกระดับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกัน

กรุงเทพมหานคร — เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 พระอาจารย์เจี้ยนจู่ (Ven. Jian Zu) เจ้าอาวาสวัดไท่ฝอซื่อ (Tai Fo Si) กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พระอาจารย์เจี้ยนเฟย (Ven. Jian Fei) จากวัดจงไถซาน (Chung Tai Chan Monastery) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจประจำ ณ วัดไท่ฝอซื่อ นำคณะศิษยานุศิษย์และจิตอาสา ร่วมกันน้อมถวายเทียนไฟฟ้าและถ้วยแก้ว จำนวน 1,000 ชุด แด่พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 11 และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เพื่อนำไปใช้ในพิธีการและศาสนพิธีต่างๆ ของทางวัด

ในการนี้พระพรหมสิทธิ ได้มอบหมายให้ พระครูสิทธิสรกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งมีความคุ้นเคยและสัมพันธภาพอันดีกับพระอาจารย์เจี้ยนจู่และคณะ เป็นผู้แทนในการให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งนำคณะจากวัดไท่ฝอซื่อเข้าชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาภายในวัดสระเกศ

พระอาจารย์เจี้ยนจู่ ได้ปรารภด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขับเคลื่อนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาร่วมกับคณะสงฆ์วัดสระเกศ

พร้อมกันนี้ยังได้แสดงเจตนารมณ์อันมั่นคงในนามของวัดไท่ฝอซื่อ ประเทศไทย และวัดจงไถซาน ประเทศไต้หวัน ที่จะมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะสงฆ์ทั้งสองฝ่ายให้มีความแน่นแฟ้น และเกื้อกูลกันในงานพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนสืบไป

การเดินทางมาเจริญศาสนไมตรีในครั้งนี้ ถือเป็นภาพความร่วมมืออันงดงามระหว่างพระพุทธศาสนานิกายมหายานและเถรวาท ในการร่วมกันสืบทอดและเผยแผ่หลักธรรมคำสอนให้สถิตสถาพรสืบไป

#วัดสระเกศ #พระพรหมสิทธิ #วัดไท่ฝอซื่อ #วัดจงไถซาน #พระพุทธศาสนา #ไต้หวัน #สานสัมพันธ์ #เผยแผ่พระพุทธศาสนา #ข่าวพระสงฆ์

"ตฤณนิทรา" เมื่อรู้จักหลับจึงรู้ตื่น เบื้องหลังความนิ่งสงบของเณรน้อยอัจฉริยะจากกระแสชื่นชมในความเพียร ล่าสุดโลกโซเชียลได...
26/05/2026

"ตฤณนิทรา" เมื่อรู้จักหลับจึงรู้ตื่น เบื้องหลังความนิ่งสงบของเณรน้อยอัจฉริยะ

จากกระแสชื่นชมในความเพียร ล่าสุดโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพชุดดึงดูดสายตาในชื่อ "ตฤณนิทรา" ซึ่งบันทึกไว้โดย พระมหาใจ เขมจิตฺโต (ป.ธ.9) เผยให้เห็นภาพของสามเณรตฤณในยามจำวัด (นอนหลับ) ด้วยท่าตะแคงขวา มีกายสังวรเรียบร้อยราวกับพระเถระผู้ใหญ่ ผิดกับภาพของเด็กวัย 7 ขวบทั่วไป

ภาพดังกล่าว ท่าน จ.เขมจิตต์ โพสต์พร้อมบทกลอน ว่า
ถึงท่านอน ก็ผ่อนปรน กังวลจิต
หลับสนิท กายสังวร ซ้อนเหลื่อมขา
มือหนุนพักตร์ งอเข่าคู้ สู่นิทรา
ดั่งเถรา อายุกาล นานร้อยปี ฯ

พร้อมทั้งระบุตอนท้ายแฝงธรรมะ ว่า "รู้จักหลับบ้าง ก็จะรู้ตื่น" ซึ่งกลายเป็นสัจธรรมคำสอนที่นักวิชาการทางธรรมนำมาถอดรหัสว่า นี่คือภาพสะท้อนของการ "บาลานซ์" ระหว่างความเพียรอันแรงกล้ากับความสงบระงับของจิตใจ

การทรงพระปาติโมกข์ที่ต้องใช้สมองและสมาธิอย่างหนักหน่วง จะสำเร็จไม่ได้เลยหากปราศจากจิตที่ปล่อยวางและพักผ่อนอย่างถูกวิธี ท่าจำวัดที่สำรวมของสามเณรตฤณชี้ให้เห็นว่า สติและการฝึกตนได้หยั่งลึกเข้าไปถึงในจิตใต้สำนึก แม้ในยามหลับก็ยังคงอยู่ในสภาวะแห่งศีลและสมาธิ ส่งผลให้เมื่อยาม "ตื่น" ขึ้นมา สามเณรน้อยจึงมีพละกำลังและปัญญาญาณที่พร้อมจะรองรับพระธรรมวินัยชั้นสูงได้อย่างเต็มที่

ภาพของ "สามเณรตฤณ" ยามสวดปาติโมกข์ และ ยามนอนหลับ แสดงให้เห็นว่า "ธรรมะ" สามารถหล่อหลอมและยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้งดงาม สงบนิ่ง และทรงพลังได้... โดยไม่จำกัดด้วย "อายุกาล"

CR: จ.เขมจิตต์ (ปล.ภาพตกแต่ง)

#สามเณรตฤณ
#สามเณรทรงพระปาติโมกข์
#ตฤณนิทรา
#พระปาติโมกข์
#เณรน้อยอัจฉริยะ

เจ้าคณะตำบลหนองกี่ ตั้งกรรมการสอบ พระหนุ่มดีกรี ป.เอก ถูกร้องเรียนเสพเมถุน หลังมีคลิปหลุดโชว์หวิวในแอปหาคู่ผู้สื่อข่าวรา...
26/05/2026

เจ้าคณะตำบลหนองกี่ ตั้งกรรมการสอบ พระหนุ่มดีกรี ป.เอก ถูกร้องเรียนเสพเมถุน หลังมีคลิปหลุดโชว์หวิวในแอปหาคู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พระมหาอภิสิทธ์ วิริโย เจ้าคณะตำบลหนองกี่ อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยพระอาจารย์เสาร์ อินทวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา, ผู้ใหญ่บ้าน, คณะกรรมการวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกี่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในวัด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีพระลูกวัดรายหนึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ลักลอบเสพเมถุน และมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอคอลอนาจารในแอปพลิเคชันหาคู่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ภาพและคลิปวิดีโอที่ปรากฏในแอปพลิเคชันดังกล่าว เป็นรูปของพระลูกวัดรูปที่ถูกกล่าวหาจริง ทว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พระรูปดังกล่าวไม่อยู่ที่วัดเนื่องจากเดินทางไปกิจนิมนต์ที่ต่างจังหวัด คณะสงฆ์และกรรมการวัดจึงเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จากการสอบถาม พระอุดร ซึ่งเป็นพระลูกวัดเดียวกัน เปิดเผยว่า พระรูปที่ถูกกล่าวหาได้ย้ายมาจำวัดที่นี่ได้ประมาณ 2 ปีกว่า โดยระยะหลังสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติ มักมีชายแปลกหน้าแวะเวียนเข้า-ออกกุฏิไม่ซ้ำหน้า บางรายมีการพักค้างคืน และเวลาเดินทางไปกิจนิมนต์ต่างจังหวัดก็มักจะมีผู้ชายร่วมเดินทางไปด้วยเสมอ

ที่ผ่านมาเคยนำเรื่องนี้แจ้งให้ผู้นำชุมชนทราบแล้ว แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานชัดเจน เรื่องจึงเงียบหายไป พระอุดรจึงตัดสินใจร่วมมือกับญาติโยมรายหนึ่ง วางแผนแฝงตัวเข้าไปในแอปพลิเคชันหาคู่เพื่อสืบหาความจริง จนกระทั่งพบบัญชีของพระรูปดังกล่าว และสามารถบันทึกหลักฐานเด็ดเป็นคลิปวิดีโอคอลขณะที่พระรูปนี้กำลังสำเร็จความใคร่โชว์คู่ขา จึงนำหลักฐานนี้เข้าร้องเรียนเพื่อไม่ให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสียไปมากกว่านี้

ด้าน นายวินัย ไชนอก ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า พระรูปดังกล่าวเป็นพระหนุ่มที่มีบุคลิกดี มีความรู้ความสามารถ โดยทราบว่ากำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ที่ผ่านมาได้รับความเคารพศรัทธาจากชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากมักจะพาญาติโยมเดินทางไปทำบุญตามต่างจังหวัดอยู่เสมอ

"พอชาวบ้านทราบข่าวต่างก็ตกใจและไม่อยากจะเชื่อ เพราะภาพลักษณ์ท่านดีมาตลอด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางคณะสงฆ์และกรรมการหมู่บ้านจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ามีการกระทำผิดวินัยสงฆ์ขั้นร้ายแรง หรือเสพเมถุนจริงตามข้อร้องเรียน คณะสงฆ์ก็จะมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาดคือให้ทำการสึกทันที และไม่ควรให้กลับมาบวชอีก" ผู้ใหญ่บ้านกล่าว

ทั้งนี้ คณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรอให้พระรูปดังกล่าวเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด เพื่อเรียกตัวเข้าพบบอร์ดคณะกรรมการสอบสวน และดำเนินการตามพระธรรมวินัยต่อไป

#พระแฝงแอปหาคู่
#คลิปหลุดพระ
#พระหนุ่มปริญญาเอก
#เสพเมถุน
#ล่อซื้อคลิปพระ
#ข่าวพระล่าสุด

ถอดรหัส Soft Power บนเส้นทางสายไหมยุคใหม่ใครจะคิดว่ายุทธศาสตร์ระดับโลกอย่าง Belt and Road Initiative (BRI) ของประเทศจีน ...
25/05/2026

ถอดรหัส Soft Power บนเส้นทางสายไหมยุคใหม่

ใครจะคิดว่ายุทธศาสตร์ระดับโลกอย่าง Belt and Road Initiative (BRI) ของประเทศจีน จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยทางรถไฟ ท่าเรือ หรือเมกะโปรเจกต์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่กำลังถูกถักทอด้วย "พลังแห่งศรัทธา" และ Soft Power ทางศาสนาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

นี่ไม่ใช่แค่การจัดพิธีกรรมทางศาสนาทั่วไป แต่คือการขยับหมากระดับโลกของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เฝ้ารอคอยและเตรียมการมานานร่วม 20 ปี เพื่อส่งสัญญาณสำคัญให้โลกที่กำลังเผชิญวิกฤตได้เห็นว่า "แม้พระพุทธศาสนาจะมิได้มีจุดกำเนิดที่เมืองจีน แต่จีนพร้อมจะเป็นผู้นำในการเสนอภูมิปัญญานี้สู่โลกยุคใหม่"

บทวิเคราะห์จาก พระเมธีวัชรบัณฑิต จะพาเราไปเจาะลึกเบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์ ว่าทำไมรัฐบาลจีนจึงยอมทุ่มเททั้งคน งบประมาณ และสรรพกำลังมหาศาล เพื่อต้อนรับชาวพุทธกว่า 3,000 รูป/คน บนเวทีวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ณ เมืองอู๋ซี... มิติทางการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร?

พระเมธีวัชรบัณฑิต โพสต์
วิสัยทัศน์ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ใช้ Soft Power
เปิดประตูวิสาขบูชาโลก เปิดประตูสู่เส้นทางสายไหม
ทำไม?!? รัฐบาลจีนจึงยอมทุ่มสรรพกำลัง ทั้งเตรียมงาน เตรียมคน และเตรียมงบประมาณจำนวนมาก เพื่อจัดงานวิสาขบูชาโลก โดยเชิญชาวพุทธนานาชาติตามเส้นทางสายไหม จำนวนกว่า 3,000 รูปคน มาร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ที่องค์การสหประชาชาติได้ให้การยอมรับว่าเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาติ หรือ United Nations Day of Vesak: UN Day of Vedak
ทั้งหมดเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่มุ่งใช้ One Belt, One Road (OBOR) หรือที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อ Belt and Road Initiative (BRI) เป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างเครือข่ายระดับโลก ทั้งสังคม และเศรษฐกิจ ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในปี พ.ศ. 2556 เพื่อฟื้นฟูเส้นทางสายไหมในอดีตผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงเครือข่ายการค้า ครอบคลุมทั้งทางบกและทางทะเล
รัฐบาลจีนย่อมประจักษ์ชัดว่า วันวิสาขบูชาโลกเป็นอีกหนึ่ง Global platform ที่องค์การสหประชาชาติได้ให้การรับรอง และเป็นเวทีที่ชาวพุทธทั่วโลก และชาวพุทธบนเส้นทางสายไหมได้มาร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองและแบ่งปันประสบการณ์ทางวิชาการ และการปฏิบัติระหว่างกันปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งสอดรับกับทิศทางของ Belt and Road Initiatives หรือ อี้ ไต้ อี้ ลู่ ที่มุ่งเชื่อมโยงมนุษยชาติให้สามารถใช้เส้นทางนี้แสวงหาความเจริญ ทางสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจฯลฯ
แม้สังคมโลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์สงคราม เศรษฐกิจ และการเมือง แต่รัฐบาลจีนยังคงยืนยันที่จะจัดกิจกรรมครั้งนี้ต่อไป เพราะเห็นว่า วิสาขบูชาโลกเป็นโอกาสที่รัฐบาลเฝ้ามองมานานร่วม 20 ปี จึงเป็นที่มาของเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ โดยให้พุทธสมาคมจีน และกระทรวงที่รับผิดชอบด้านศาสนา เข้ามารับหน้าที่ในการดำเนินการมาตลอด 3 ปี จนเกิดมีพิธีเฉลิมฉลองวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ณ เมืองอู๋ซี จังหวัดเจียงซู
หลายครั้งที่ได้ยินบนเวทีโลก ผู้นำจีนมักจะพูดตรงกันมาโดยตลอดว่า แม้พระพุทธศาสนาจะมิได้เกิดที่เมืองจีน แต่จีนจะเป็นผู้นำในการเสนอภูมิปัญญาของพระพุทธศาสนาในโลกยุคใหม่ เพื่อให้ชาวโลกบนเส้นทางสายไหมได้ประโยชน์จากภูมิปัญญานี้ร่วมกัน ทั้งหมด จึงเป็นที่มาของหัวข้อหลักในการจัดงานครั้งนี้ว่า พุทธปัญญาเพื่อสร้างอนาคตร่วมของมนุษยชาติ

CR: พระเมธีวัชรบัณฑิต

การประชุมคณะกรรมการบริหารสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) ณ เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีนวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 คณะผู้บริห...
25/05/2026

การประชุมคณะกรรมการบริหารสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) ณ เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก "The Executive Council Meeting of International Council for the Day of Vesak (ICDV)" ณ หอประชุมใหญ่หลิงซาน ฝานกง (Ling Shan Fan Gong) ริมทะเลสาบไท่หู เมืองอู่ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญาในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก และการสร้างอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ”

ภารกิจครั้งนี้นับเป็น การร่วมขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาในเวทีนานาชาติของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงพุทธปัญญากับการพัฒนาที่ยั่งยืน สันติภาพ และอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ

🇹🇭อนึ่ง ที่ประชุมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) ครั้งนี้ มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้ราชอาณาจักรไทย
เป็นเจ้าภาพการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ ๒๒
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปีวันพระบรมราชสมภพ
และฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ซึ่งจะเวียนมาบรรจบทั้งสองวาระในพุทธศักราช 2570

#มจร #มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย #ข่าวประชาสัมพันธ์มจร #ข่าวMCU

"ย้อนรอย 'พระอุเชนทร์' พระพิฆเนศศิลาโบราณแห่งเมืองนคร: รอยต่อทางวัฒนธรรมพุทธ-พราหมณ์ และเทวรูปคู่บารมีพ่อท่านคล้าย วาจาส...
25/05/2026

"ย้อนรอย 'พระอุเชนทร์' พระพิฆเนศศิลาโบราณแห่งเมืองนคร: รอยต่อทางวัฒนธรรมพุทธ-พราหมณ์ และเทวรูปคู่บารมีพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์"

หากจะเอ่ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บารมีของ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ พระเกจิเทวดาเมืองใต้ แห่งวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช คงไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ใจไปกว่า "พระอุเชนทร์" เทวรูปพระพิฆเนศหินทรายดำโบราณ ที่มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมานับร้อยปี

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2469 ณ บริเวณที่เรียกว่า "วังพระ" หรือลำคลองคุดด้วน อำเภอฉวาง ในสมัยนั้นพื้นที่ยังคงเป็นป่าดงดิบรกชัฏ วันหนึ่งมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งลงไปหาปลาและอาบน้ำในลำห้วย แต่เท้ากลับไปสะดุดเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างใต้น้ำ เมื่อดำลงไปดูก็พบว่าเป็นเทวรูปหินแกะสลักรูปคล้ายมนุษย์มีเศียรเป็นช้าง (พระพิฆเนศ) ประทับนั่ง มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 6 นิ้ว และสูงประมาณ 8 นิ้ว
ด้วยความเลื่อมใส ชาวบ้านจึงคิดจะอัญเชิญเทวรูปองค์นี้ขึ้นมาสักการะบนฝั่ง แต่ทว่า... ความอัศจรรย์แรกก็บังเกิดขึ้น

ปาฏิหาริย์ช้างลากไม่ขยับ: > เทวรูปหินทรายองค์เล็กๆ ที่ดูด้วยสายตาแล้วน้ำหนักไม่น่าจะเกินกำลังคนสองคนยก แต่กลับไม่มีใครสามารถขยับท่านขึ้นมาจากน้ำได้เลย ชาวบ้านจึงไประดมคนมาเพิ่ม ทว่าใช้แรงคนเป็นสิบก็ไม่สำเร็จ จนถึงขั้นต้องนำ "ช้างพลาย" ที่ใช้ลากซุงมาผูกเชือกเพื่อฉุดดึงขึ้นมา แต่น่าเหลือเชื่อที่ช้างออกแรงจนเชือกขาด ช้างล้มลง ทว่าเทวรูปศิลายังคงนิ่งสนิทอยู่ใต้วังน้ำ ราวกับมีรากแก้วหยั่งลึกค้ำแผ่นดินไว้

เมื่อหมดหนทาง ชาวบ้านจึงนำความไปกราบเรียน พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขัน เมื่อพ่อท่านคล้ายรับฟัง ท่านไม่ได้แสดงความประหลาดใจ แต่กลับหลับตาลงนิ่งสงบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

"นั่นคือ พระอุเชนทร์ ท่านเป็นของคู่บารมีเรา ท่านมารอเราแล้ว"

ในปี พ.ศ. 2469 พ่อท่านคล้ายพร้อมด้วยคณะศิษย์ได้เดินทางไปยังวังน้ำดังกล่าว ท่านไม่ได้เตรียมเครื่องมือมหาศาล หรือเกณฑ์แรงงานคนมามากมาย มีเพียงธูปเทียน ดอกไม้ และขันน้ำมนต์เท่านั้น พ่อท่านคล้ายเดินไปที่ริมตลิ่ง จุดธูปเทียนอธิษฐานจิต สวดมนต์บอกกล่าวเทพยดา และเอ่ยปากอัญเชิญพระอุเชนทร์ด้วยวาจาศักดิ์สิทธิ์

หลังจากสิ้นคำอธิษฐาน พ่อท่านคล้ายสั่งให้ชาวบ้านเพียง 2 คน ลงไปยกเทวรูปขึ้นมา ผลปรากฏว่า เทวรูปหินทรายที่เคยหนักอึ้งจนช้างลากไม่ขึ้น กลับเบาราวกับขนนก ชาวบ้านสามารถอุ้มพระอุเชนทร์ขึ้นมาเหนือน้ำได้อย่างง่ายดาย สร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็นจนต่างก้มลงกราบสาธุการกันถ้วนหน้า

ตำนานยังเล่าต่ออีกว่า ในวันที่มีการอัญเชิญพระอุเชนทร์เข้าสู่เขตวัดสวนขัน ท้องฟ้าที่แดดจัดตลอดทั้งวัน กลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆฝนตั้งเค้าดำทะมึน พร้อมเกิดเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องกังวานไปทั่วผืนป่า

ทันทีที่องค์พระอุเชนทร์ประดษฐานลงบนแท่นที่บูชา ฝนก็ได้เทกระหน่ำลงมาอย่างฟ้ารั่วเสมือนการทำพิธี "สรงน้ำ" จากสรวงสวรรค์เพื่อต้อนรับมหาเทพองค์นี้ และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พ่อท่านคล้ายจะประดิษฐานพระอุเชนทร์ไว้ข้างกายในกุฏิเสมอ ไม่เคยห่าง จนกระทั่งท่านมรณภาพ

🔱
ปัจจุบัน พระอุเชนทร์องค์จริง ยังคงได้รับการเก็บรักษาและประดิษฐานอย่างปลอดภัย ณ วัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยชาวบ้านในท้องถิ่นมักจะเรียกท่านด้วยความเคารพรักว่า "พ่อท่านอุเชนทร์" ผู้คนมักเดินทางมาขอพรในเรื่องการขจัดอุปสรรค ความสำเร็จในหน้าที่การงาน และโชคลาภ โดยมีคติความเชื่อสืบกันมาว่า หากจะขอพรพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ให้สำเร็จผลอย่างรวดเร็วและทวีคูณ จะต้องมากราบไหว้บูชาพระอุเชนทร์ เทพคู่บารมีของท่านด้วยเสมอ

#พระอุเชนทร์
#พ่อท่านคล้าย
#พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์
#พระพิฆเนศ
#วัดสวนขัน
#นครศรีธรรมราช
#อำเภอฉวาง
#ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
#โบราณคดี
#เทวรูปโบราณ
#ศิลปะศรีวิชัย

Meta ออกแถลงการณ์ปมไลฟ์สดอนาจารเกลื่อน Facebook สั่งลบคลิป-ปิดบัญชีต้นตอ ย้ำขัดมาตรฐานชุมชนกรุงเทพฯ — 24 พฤษภาคม 2569 จา...
24/05/2026

Meta ออกแถลงการณ์ปมไลฟ์สดอนาจารเกลื่อน Facebook สั่งลบคลิป-ปิดบัญชีต้นตอ ย้ำขัดมาตรฐานชุมชน

กรุงเทพฯ — 24 พฤษภาคม 2569 จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ในประเทศไทย ตลอดช่วงวันที่ 23–24 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังพบว่ามีบัญชีผู้ใช้และเพจต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม Facebook พยายามท้าทายระบบด้วยการเผยแพร่เนื้อหาไลฟ์สตรีม (Live Stream) ในลักษณะอนาจารและมีเนื้อหาทางเพศแบบ 18+ ซึ่งกระจายตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการตรวจจับเนื้อหาของแพลตฟอร์ม

ล่าสุด Meta (บริษัทแม่ของ Facebook) ได้ร่อนแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงและตอบรับต่อเหตุการณ์ดังกล่าวทันที

คำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก Meta
โฆษกของ Meta ได้ส่งสารชี้แจงถึงมาตรการจัดการกับกลุ่มผู้ฉวยโอกาสในกรณีนี้ โดยมีใจความสำคัญระบุว่า

"เนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งเป็นการละเมิดมาตรฐานชุมชนของเรา เราได้ลบเนื้อหาที่ละเมิดดังกล่าวแล้วและได้ดำเนินการกับบัญชีที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เราจะยังคงตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในเรื่องนี้และดำเนินการลบเนื้อหาที่พบว่ามีการละเมิดนโยบายของเรา"

— โฆษกจาก Meta

เหตุการณ์ในครั้งนี้กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เนื่องจากมีรายงานว่าการไลฟ์สดอนาจารดังกล่าวหลุดรอดการกรองของระบบในช่วงแรก และแพร่กระจายไปยังหน้าฟีดของผู้ใช้งานจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว จนสร้างความกังวลใจให้กับผู้ปกครองและผู้ใช้งานทั่วไป

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า หากผู้ใช้งานทั่วไปพบเห็นเนื้อหาในลักษณะการไลฟ์สตรีม 18+ หรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมขัดต่อศีลธรรมอันดี สามารถช่วยกันกดรายงาน (Report) ส่งไปยังแพลตฟอร์มได้โดยตรงทันที เพื่อช่วยให้ระบบ AI และทีมงานมนุษย์ของ Facebook สามารถเข้ามากวาดล้างและสกัดกั้นบัญชีเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เนเธอแลนด์” ส่งคืนจารึกประวัติศาสตร์กล่าวถึง “อาณาจักรศรีวิชัย” สร้างวัดพุทธที่นาคาปฎินัม อินเดียใต้วันที่ 24 พฤษภาคม 2...
24/05/2026

“เนเธอแลนด์” ส่งคืนจารึกประวัติศาสตร์กล่าวถึง “อาณาจักรศรีวิชัย” สร้างวัดพุทธที่นาคาปฎินัม อินเดียใต้

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เฟชบุ๊ค “Kang Vol Khatshima” หรือ ผศ. ดร.กังวล คัชชิมา อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้โพสต์ข่าว ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทำพิธีส่งมอบจารึกแผ่นทองแดงไลเดน (Leiden Copper Plates) คืนให้แก่รัฐบาลอินเดียอย่างเป็นทางการ โดยมีความว่า จารึกสำคัญของอินเดียที่เพิ่งได้รับคืนจากเนเธอร์แลนด์ มีข้อความกล่าวถึงกษัตริย์ศรีวิชัยไปสร้างวัดพุทธที่นาคปฏินัม อินเดียใต้ด้วย จารึกชุดนี้ประกอบด้วยแผ่นทองแดงทั้งหมด 24 แผ่น โดยแบ่งออกเป็น 2 พวง เรียกง่ายๆ ว่า “พวงใหญ่” (Larger Plates) และ “พวงเล็ก” (Smaller Plates) ซึ่งร้อยรวมกันด้วยห่วงสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ที่มีตราประทับของราชวงศ์โจฬะ (Chola) น้ำหนักรวมกันเกือบถึง 30 กิโลกรัมเลยทีเดียว

รายละเอียดเนื้อหาจารึกก็น่าสนใจยิ่งนัก
จารึกแผ่นทองแดงไลเดนพวงใหญ่ (Larger Leiden Plates) มีจำนวน 21 แผ่น เขียนเป็น 2 ภาษา โดย 5 แผ่นแรก จารึกด้วยอักษรโจฬะ-ครันถะ (Chola-Grantha) เขียนเป็น ภาษาสันสกฤต เริ่มต้นด้วยการสรรเสริญเทพเจ้า จากนั้นเป็นบทกวีสรรเสริญพระเกียรติคุณและลำดับสายราชวงศ์ ของกษัตริย์โจฬะอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นราชวงศ์จนถึงพระเจ้าราชราชที่ 1 และพระเจ้าราเชนทรที่ 1 เริ่มนับตั้งแต่ พระวิษณุ (โศลกแรกเป็นการสรรเสริญพระองค์) และโศลกที่สองเป็นการอ้อนวอนเทพเจ้าให้ราชวงศ์โจฬะคงอยู่สืบไป ต่อจากนั้นสืบลงมาเป็น พระมนู (Manu) โอรสของพระอาทิตย์ พระอิกษวากุ (Ikshvāku) โอรสของพระมนู และสืบต่อตามลำดับเป็นพระมานธาตรี (Māndhātri) – พระมุจุกุนทะ (Muchukunda) – พระวลภะ (Vaḷabha) – พระศิพิ (Śibi) บรรพบุรุษผู้สละชีวิตตนเองเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น (เรารู้จักในชื่อพระเจ้าสีพีหรือศีพี ผู้บริจาคเนื้อแทนนกนั่นเอง) และโอรสของพระองค์คือพระเจ้าโจฬะ (Chōḷa) คาดว่าจะเป็นการ “หงำ” กัน ว่าใครมีความเป็นมาใหญ่กว่ากัน ระหว่างราชวงศ์โจฬะ กับราชวงศ์ปัลลวะ เพราะพวกปัลลวะเริ่มนับจากพระพรหมลงมา

เนื้อหาที่น่าสนใจในส่วนที่เป็นภาษาสันสกฤตคือบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์การทูตทางทะเล โดยกล่าวถึงกษัตริย์ศรีวิชัย คือพระเจ้าศรีมารวิชโยตตุงคะวรมัน (Sri Mara Vijayotunga Varman) กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีวิชัย ได้สร้างวัดและอารามพระพุทธศาสนาขึ้นที่เมืองท่านาคปัฏฏินัม (Nagapattinam) เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชบิดาของพระองค์ และตั้งชื่ออารามนี้ตามชื่อพระราชบิดาว่า “จูฬามณีวรมวิหาร” (Chulamanivarmavihara) จากนั้นระบุว่าพระเจ้าราชราชที่ 1 ได้ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกอุทิศส่วนบุญและพระราชทานหมู่บ้านชื่อ “อาไนมังคลัม” (Anaimangalam) ให้แก่วิหารแห่งนี้
ประวัติศาสตร์ช่วงนี้สนุก เพราะพ่อกับพ่อเหมือนจะดีกัน แต่ลูกกับลูกคือ พระเจ้าราเชนทรโจฬะกับพระเจ้ามารวิชโยตตุงคะตีกันเป็นเวลา 10 กว่าปี
ส่วน 16 แผ่นที่เหลือ จารึกด้วยอักษรทมิฬโบราณ ภาษาทมิฬ เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อบังคับต่างๆ การบริหารราชการแผ่นดิน และพิกัดเขตแดนในท้องถิ่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน เนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น บันทึกขั้นตอนการรังวัดที่ดิน โดยระบุวิธีโบราณคือ “ให้ปล่อยช้างพัง (ช้างเพศเมีย) เดินไปรอบ ๆ พื้นที่เพื่อกำหนดพิกัดเขตแดนของหมู่บ้านอาไนมังคลัม” มีการระบุรายชื่อพยาน ขุนนาง และตัวแทนจากสภาหมู่บ้าน รวมถึงสั่งการให้ยกเว้นภาษีทุกประเภทให้กับที่ดินของวิหารพุทธแห่งนี้ พร้อมให้สิทธิ์ในการใช้น้ำจากระบบชลประทานอย่างเต็มที่เพื่อบำรุงพระสงฆ์ในพุทธศาสนา

แผ่นสุดท้ายระบุชื่อคนเขียน คนทำจารึกแผ่นทองแดงนี้ด้วย น่าสนใจเพราะทำกันเป็นกลุ่ม
พวงที่ 2 เรียกว่าจารึกแผ่นทองแดงไลเดนพวงเล็ก (Smaller Leiden Plates) มีจำนวน 3 แผ่น จารึกด้วยอักษรทมิฬโบราณ ภาษาทมิฬ ทั้งหมด เนื้อหาเป็นพระบรมราชโองการของพระเจ้ากุโลตตุงคะโจฬะที่ 1 (Kulottunga Chola I) ซึ่งครองราชย์ในเวลาต่อมา (ราว ค.ศ. 1070–1120) เป็นข้อความที่เป็นส่วนต่อขยายหรือข้อตกลงเพิ่มเติม บันทึกเหตุการณ์หลังจากที่จารึกหลักแรกผ่านไปหลายสิบปี
เนื้อหาสำคัญมีการกล่าวถึงทูต 2 คนจากราชสำนักศรีวิชัย เดินทางข้ามทะเลมาเข้าเฝ้าพระเจ้ากุโลตตุงคะโจฬะที่ 1 เพื่อทูลขอให้พระองค์ทรงรับรองและคุ้มครองสิทธิ์ในที่ดินเดิมที่พระเจ้าราชราชเคยพระราชทานไว้” พระองค์จึงทรงออกราชโองการฉบับนี้ขึ้น โดยคำแปลระบุการพระราชทานผลประโยชน์เพิ่มเติม เป็นข้าวเปลือกจำนวน 4,500 กะลัม (Kalam – หน่วยตวงโบราณ) พร้อมที่ดินเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงและอุปัฏฐากคณะสงฆ์ที่พำนักอยู่ในจูฬามณีวิหาร เมืองนาคปัฏฏินัม

หมายเหตุ..เมืองนาคปัฏฏินัม (Nagapattinam) ปัจจุบันคือ เมืองนากัปปัฏตินัม (Nagapattinam) ตั้งอยู่ในรัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดียเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญทางประวัติศาสตร์และศูนย์กลางการบริหารของเขตนากัปปัฏตินัม โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งโคโรแมนเดล ทางตอนใต้ของอินเดีย ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและจุดแวะพักสำคัญของพ่อค้าและนักจาริกแสวงบุญในยุคอาณาจักรโจฬะ

ที่มา : The Buddh

#ข่าวประวัติศาสตร์ #โบราณคดี #อาณาจักรศรีวิชัย #ราชวงศ์โจฬะ #จารึกแผ่นทองแดงไลเดน #อินเดียใต้ #เนเธอร์แลนด์ส่งคืนโบราณวัตถุ #จูฬามณีวรมวิหาร #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยุคโบราณ

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดฯให้นายสมศักดิ์ อนุราชเสนา ประจำสำนักพระราชวังพิเ...
24/05/2026

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดฯให้
นายสมศักดิ์ อนุราชเสนา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 เชิญ
น้ำสรง ผ้าไตร เครื่องสักการะ และไทยธรรม ถวายแด่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เนื่องในโอกาสเจริญอายุสัมพิพัฒนมงคล 89 ปี
ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร แขวงพระบรมมหาราชวัง
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

❖ พิธีบำเพ็ญกุศลถวาย สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ❖      วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพ...
24/05/2026

❖ พิธีบำเพ็ญกุศลถวาย สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ❖

วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร ในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ โดยมี เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธาน ซึ่งมี พระเถรานุเถระ ข้าราชการ ศิษยานุศิษย์ อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ร่วมพิธี ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

Cr: วัดโพธิ์

มงคลภาพ พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และพุทธศาสนิกชน เข้าถวายสักการะ เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคลครบรอบ 89 ปี เจ้าประคุณสมเด็จพ...
24/05/2026

มงคลภาพ
พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และพุทธศาสนิกชน เข้าถวายสักการะ เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคลครบรอบ 89 ปี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ เขมงฺกรมหาเถร) , เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ

#สมเด็จพระมหาธีราจารย์

ที่อยู่

Bangkok
10100

เบอร์โทรศัพท์

+66861969636

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จริยธรรม Jariyatam Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง จริยธรรม Jariyatam News:

แชร์