Haroon Mosque มัสยิดฮารูณ

Haroon Mosque มัสยิดฮารูณ เพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ เผยแผ่ความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา

คุตบะฮฺวันศุกร์มัสยิดฮารูณพี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย                                              วันศุกร์ที่ 1 พฤษภ...
01/05/2026

คุตบะฮฺวันศุกร์มัสยิดฮารูณ
พี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569

อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ได้ตรัสถึงกลุ่มชนคนดีๆบางคนจากบรรดานบีของพระองค์ไว้ใน ซูเราะฮฺ ที่ 6 อัลอันอาม อายะฮฺที่ 84
وَوَهَبْنَا لَهُۥٓ إِسْحَـٰقَ وَيَعْقُوبَ ۚ كُلًّا هَدَيْنَا ۚ وَنُوحًا هَدَيْنَا مِن قَبْلُ ۖ
وَمِن ذُرِّيَّتِهِۦ دَاوُۥدَ وَسُلَيْمَـٰنَ وَأَيُّوبَ وَيُوسُفَ وَمُوسَىٰ وَهَـٰرُونَ ۚ
وَكَذَٰلِكَ نَجْزِى ٱلْمُحْسِنِينَ
“และเราได้ให้แก่เขา (อิบรอฮีม) ซึ่งอิสฮาก และยะอฺกูบ ทั้งหมดนั้นเราได้แนะนำแล้ว และนูฮฺเราก็ได้แนะนำแล้วแต่ก่อนโน้น และจากลูกหลานของเขานั้น คือ ดาวูด และสุลัยมาน และอัยยูบ และยูซุฟ และมูซา และฮารูน และในทำนองนั้นแหละ เราจะตอบแทนแก่ผู้กระทำดีทั้งหลาย”

กุรอานได้กล่าวเน้นถึงความอดทนและการเปลี่ยนเรื่องราวของความเจ็บปวดเป็นชัยชนะของบรรดานบี และร่อซูลเหล่านี้ไว้อย่างมากมาย มากกว่าฮุก่มอะฮฺกาม ในเรื่องข้อห้าม และข้อใช้เสียอีก ดังตัวอย่างของนบีบางท่านเช่น นบียูซุฟ عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ ฝันเห็นดวงดาว ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์มากราบไหว้ท่าน ซึ่งพ่อของท่าน (นบียะอฺกูบ عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ) ทราบว่าเป็นสัญญาณของความยิ่งใหญ่ จะทำให้พี่น้องอิจฉาและวางแผนกำจัด ซูเราะฮที่ 12 ยูซุฟ อายะฮฺที่ 5
قَالَ يَـٰبُنَىَّ لَا تَقْصُصْ رُءْيَاكَ عَلَىٰٓ إِخْوَتِكَ فَيَكِيدُوا۟ لَكَ كَيْدًا ۖ إِنَّ ٱلشَّيْطَـٰنَ لِلْإِنسَـٰنِ عَدُوٌّۭ مُّبِينٌۭ
“เขา (ยะอฺกูบ) กล่าวว่า โอ้ลูกรักเอ๋ย เจ้าอย่าเล่าความฝันของเจ้าแก่พี่น้องของเจ้าเพราะพวกเขาจะวางอุบายแก่เจ้าอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม แท้จริงชัยตอนนั้นเป็นศัตรูที่ชัดแจ้งกับมนุษย์”

เริ่มจากการถูกพี่น้องโยนลงบ่อน้ำเพราะความอิจฉา พ่อค้าเดินทางผ่านมาพบและนำท่านไปขายเป็นทาสในอียิปต์ ต่อมาท่านถูกภรรยาของผู้ว่าการ ใส่ร้ายจนต้องติดคุก แต่ด้วยความสามารถในการทำนายฝัน ท่านได้กลายเป็นผู้ว่าราชการอียิปต์และช่วยผู้คนจากภาวะอดอยาก เมื่อเกิดความแห้งแล้ง พี่น้องของท่านเดินทางมาขอความช่วยเหลือ นบียูซุฟ عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ แสดงความเมตตา และให้อภัยพี่น้องของท่านในที่สุด

เรื่องราวตัวอย่างความยากลำบากของนบีอัยยูบ عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ นบีอัยยูบ (โย๊บ) เป็นคนร่ำรวยและมีลูกหลานมากมาย แต่พระเจ้าจะทรงทดสอบท่านโดยการริบความมั่งคั่งทั้งหมดของท่านไป ร่างกายของท่านก็ถูกทดสอบด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เป็นเวลา 18 ปี หลังจากทนทุกข์ทรมานมาหลายปี นบีอัยยูบ عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ ก็ได้ขอพรต่ออัลลอฮฺ ดังปรากฏใน ซูเราะฮฺ อัมบิยาอฺที่ 21 อายะฮฺที่ 83 ว่า:
وَأَيُّوبَ إِذْ نَادَىٰ رَبَّهُۥٓ أَنِّى مَسَّنِىَ ٱلضُّرُّ وَأَنتَ أَرْحَمُ ٱلرَّٰحِمِينَ
“และ (จงรำลึกถึง) อัยยูบ เมื่อเขาได้ร้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า แท้จริงข้าพระองค์นั้น ความทุกข์ยากได้ประสบแก่ข้าพระองค์และพระองค์เท่านั้นเป็นผู้ทรงเมตตายิ่ง ในหมู่ผู้เมตตาทั้งหลาย”

โย๊บ عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ ได้รับการรักษาให้หายดีด้วยพระพรของพระเจ้า และได้รับความมั่งคั่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาทั้งหมด

พี่น้องที่รักทั้งหลาย ไม่ว่าเราจะพบเจออะไรในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความยากลำบาก เราต้องยอมรับสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นบททดสอบจากอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى และเราต้องอดทนต่อสิ่งเหล่านั้นด้วยความสง่างามและความอดทนอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเราทำเช่นนี้ เราก็จะสามารถเป็นเหมือนมิตรสหายของอัลลอฮฺ ซึ่งกุรอานได้กล่าวไว้ใน ซูเราะฮฺยูนุส ที่ 10 อายะฮฺที่ 62 ว่า
أَلَآ إِنَّ أَوْلِيَآءَ ٱللَّهِ لَا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ
“พึงทราบเถิด แท้จริงบรรดาคนที่อัลลอฮฺรักนั้น ไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจ”

ไม่มีใครในพวกเราที่จะเป็นศาสดาของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ได้ แต่เราสามารถเป็นเช่นเดียวกับมิตรสหายของอัลลอฮฺได้ หากเราพยายามอย่างสุดกำลัง เพื่อนแท้มักแสวงหามิตรภาพซึ่งกันและกัน พวกเขาจะหลีกเลี่ยงการทำให้กันและกันไม่พอใจหรือเจ็บปวด ผู้ที่พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยอย่างสุดกำลัง ย่อมมีโอกาสที่จะเป็นเพื่อนของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى เพื่อที่จะเข้าสู่กลุ่มผู้ศรัทธาพิเศษนี้ เราต้องระลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่ในการละหมาดเท่านั้น แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำธุรกิจ ในเวลาว่าง และในความสัมพันธ์ส่วนตัวที่หลากหลายของเรา การซิเกร การระลึกถึงอัลลอฮฺด้วยความรัก ไม่ควรเป็นเพียงการกระทำพิเศษที่สงวนไว้สำหรับเวลาพิเศษเท่านั้น การซิเกรต้องกลายเป็นวิถีชีวิต เราควรอยู่ในสภาวะแห่งการระลึกถึงอย่างต่อเนื่อง การระลึกถึงด้วยความรัก รักพระผู้เป็นเจ้าผู้สร้างของเรา ในทุกความคิด ทุกคำพูด ทุกการกระทำ

ใน ซูเราะฮฺ อัล-เราะอฺดฺ ที่ 13 อายะฮฺที่ 28 เราได้รับการเตือนถึงคุณลักษณะของบรรดาสหายของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ผู้ซึ่งหันหาอัลลอฮฺด้วยการรำลึกถึงพระองค์
ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَتَطْمَئِنُّ قُلُوبُهُم بِذِكْرِ ٱللَّهِ ۗ أَلَا بِذِكْرِ ٱللَّهِ تَطْمَئِنُّ ٱلْقُلُوبُ
“บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้น ทำให้จิตใจสงบ”

ขอให้เราทุกคนหันหาอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى พระเจ้าผู้ทรงค้ำจุนเรา และขอความช่วยเหลือและความเมตตาจากพระองค์ ในยามแห่งการทดสอบและความวุ่นวายนี้ ขออัลลอฮฺผู้ทรงเกียรติและสูงส่ง ทรงเสริมสร้างหัวใจของเราและนำเราให้ใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น ขออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทรงช่วยเหลือเราไม่เพียงแต่ให้รอดพ้นจากพายุแห่งชีวิตนี้ไปโดยปราศจากความกลัวและความเศร้าโศกเท่านั้น แต่ขอให้เราเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จในทุกความท้าทาย ขออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทรงเพิ่มพูนปัญญาและศรัทธาของเรา และรวมเราทุกคนไว้ในหมู่มิตรสหายที่รักของพระองค์ด้วยเถิด อามีน

Khutbah Masjid HaroonRespected Elders, Brothers and Sisters,                                                 Friday May ...
01/05/2026

Khutbah Masjid Haroon
Respected Elders, Brothers and Sisters, Friday May 1, 2026

Allah Subhanahu wa Ta'ala mentions some of the righteous among His Prophets in Surah 6 An'am, Ayah 84.

“And We bestowed upon Abraham (offspring) Ishaq (Isaac) and Ya'qub (Jacob) and each of them did We guide to the right way as We had earlier guided Noah to the right way; and (of his descendants We guided) Da'ud (David) and Sulayman (Solomon), Ayyub (Job), Yusuf (Joseph), Musa (Moses) and Harun (Aaron). Thus do We reward those who do good.”

The Quran emphasizes the patience and transformation of suffering into victory of these prophets and Rasool far more than rulings (Ahkam) concerning prohibitions and commandments. For example, Prophet Yusuf had a dream in which the stars, the sun, and the moon worshipped him. His father (Prophet Ya'qub) perceived this as a sign of greatness, causing his brothers to become jealous and plot to eliminate him. So he warned his son as shown in Surah 12, Yusuf, verse 5.

“His father (Ya’qub) said: "My son! Do not relate your dream to your brothers lest they hatch a plot to harm you. Indeed Satan is man's open enemy.”

It all started when his brothers threw him into a well out of jealousy. A traveling merchant found him and sold him into slavery in Egypt. Later, he was falsely accused by the governor's wife and imprisoned. However, through his ability to interpret dreams, he became the governor of Egypt and helped the people overcome famine. When a drought struck, his brothers came to him for help. Yusuf showed compassion and eventually forgave his brothers.

An example of the hardships faced by Prophet Ayyub (Job). He was a rich man who had many children. But Allah tested it by removing that wealth all. His physically also tested with various diseases for 18 years. After years of suffering, Ayyub prayed, as shown in Surah Al-Anbya 21 Verse 83-84). saying:

"Indeed, harm has touched me, and You are the Most Merciful of the merciful"

Job healed up again by God and replaced all wealth that has been lost.

Whatever we encounter in life, happiness or hardship, we must accept as a test from Alláh, and we must endure them with equal grace and forbearance. When we do this, we can become like the friends of Alláh, of whom The Holy Qur'án says in ... Surah Yunus, verse 62.
“Behold, on the Friends of Alláh, there is no fear, nor will they grieve!”
None of us can become Prophets of Alláh, but we can become like the friends of Alláh if we try hard enough. Friends always seek each other’s companionship; they avoid displeasing or hurting each other. To enter into this very special category of believers, we must constantly remember Alláh, not only in our prayers, but more especially in our business dealings, in our leisure time, and in our vast range of personal relationships. Zikr, the Loving Remembrance of Alláh, must not merely be a special action reserved for a special time. Zikr must become a way of life. We should be in a constant state of remembrance, Loving remembrance, of our Lord and Maker, in every thought, every word and every action.
We are reminded the qualities of those friends of Alláh who turn to Alláh in repentance: In Surah Al-Ra’d 13 Ayah 28
“Such are the ones who believe (in the message of the Prophet) and whose hearts find rest in the remembrance of Allah. Surely in Allah's remembrance do hearts find rest.”
Let us all turn to our Lord the Sustainer, and seek Help and Mercy of Alláh, in these times of trial and turbulence. May Alláh strengthen our hearts and bring us closer to Him. May Alláh help us, not only to survive the storms of life with freedom from fear and grief only but May we also flourish and prosper with every Challenge. May Alláh increase our wisdom and faith, and join us all in the company of His Beloved Friends. Ameen!

📖✨ เปิดรับสมัครแล้ว! Muslimah Academy ✨📖โอกาสดีสำหรับ สุภาพสตรี สัปบุรุษมัสยิดฮารูณ และผู้สนใจทุกท่านที่อยากเรียนรู้ศาสน...
28/04/2026

📖✨ เปิดรับสมัครแล้ว! Muslimah Academy ✨📖
โอกาสดีสำหรับ สุภาพสตรี สัปบุรุษมัสยิดฮารูณ และผู้สนใจทุกท่าน
ที่อยากเรียนรู้ศาสนาอิสลามพื้นฐาน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ 💛

มัสยิดฮารูณเปิดโครงการศึกษาศาสนาผู้ใหญ่สำหรับสุภาพสตรี
🎉 เรียนทุกวันอาทิตย์ 🎉 ดังนี้

🌙 เริ่มเรียน: วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
🕙 เวลา: 10.00 – 12.00 น.
📍 สถานที่: ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดฮารูณ

🕌 เนื้อหาที่เปิดสอน
• การอ่านอัลกุรอาน
• อรรถาธิบายความหมายอัลกุรอาน
• อะกีดะฮฺ - เตาฮีด
• ฟิกฮฺ
• ดุอาอฺและซุนนะฮฺ
• ตัรบียะฮฺอิสลาม

🌱 เพราะการเรียนรู้ศาสนา คือการพัฒนาชีวิตทั้งภายในและภายนอก
มาร่วมเติบโตไปด้วยกัน ในบรรยากาศแห่งความรู้และความอบอุ่น 🤍
📌 สมัครได้ที่: ร้าน ช. ชา นูรียะห์ หรือ
กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ https://forms.gle/vs7yZDj8YE5JbZtt6

📣 แชร์ต่อได้ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว มาเรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ
#มัสยิดฮารูณ #เรียนอิสลาม #ตัรบียะฮ์ #อีมาน #ความรู้สู่การปฏิบัติ

คุตบะฮฺมัสยิดฮารูณท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569  ใครคือมิตรของอัลลอฮฺ? เหตุใดพวกเขาจึงถูกพิจารณ...
24/04/2026

คุตบะฮฺมัสยิดฮารูณ
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพ
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569

ใครคือมิตรของอัลลอฮฺ? เหตุใดพวกเขาจึงถูกพิจารณาว่าเป็นกลุ่มผู้ศรัทธาพิเศษ? เป็นไปได้หรือไม่ที่มุสลิมธรรมดาอย่างพวกเราจะกลายเป็นมิตรของอัลลอฮฺ? และเราต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อจะได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้?
เรามาดูว่าในกุรอานมีการกล่าวถึงมิตรของอัลลอฮฺที่ใดบ้าง ยกตัวอย่าง ใน ซูเราะฮฺอัลอันอาม 06:127 ผู้ที่ยอมรับการชี้นำจากพระเจ้า และผู้ที่ประสบความสำเร็จในการได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى จะได้รับการรับรองดังนี้:
لَهُمْ دَارُ ٱلسَّلَـٰمِ عِندَ رَبِّهِمْ ۖ وَهُوَ وَلِيُّهُم بِمَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ
“สำหรับพวกเขาจะมีบ้านแห่งสันติสุขในพระพักตร์ของพระเจ้าของพวกเขา พระองค์จะเป็นมิตรของพวกเขา เพราะพวกเขาได้ปฏิบัติความดี”
ใน ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ 4:125 อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ตรัส ว่า:
وَمَنْ أَحْسَنُ دِينًۭا مِّمَّنْ أَسْلَمَ وَجْهَهُۥ لِلَّهِ وَهُوَ مُحْسِنٌۭ وَٱتَّبَعَ مِلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًۭا ۗ وَٱتَّخَذَ ٱللَّهُ إِبْرَٰهِيمَ خَلِيلًۭا ١٢٥
“และใครเล่าจะดีไปกว่าผู้ที่มอบตนเองทั้งหมดแด่อัลลอฮ์ ทำความดี และปฏิบัติตามแบบอย่างของอิบรอฮีมผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง? เพราะอัลลอฮ์ทรงรับอิบรอฮีมเป็นสหาย”
พี่น้องมุสลิมที่รักทั้งหลาย เราพบว่าท่านนบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ ได้รับฉายาว่า ซอดีกุลลอฮฺ สหายของอัลลอฮฺ (คอลีลุ่ลลอฮฺ خليل الله) เพราะท่านเลือกที่จะมอบตนเองทั้งหมดแด่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ท่านละทิ้งความปรารถนาส่วนตัว ความกังวลใจ และเป้าหมายเดียวในชีวิตของท่านคือการแสวงหาความพอพระทัยของพระเจ้าของท่าน เราทุกคนรู้จักเรื่องราวการเสียสละของท่าน นบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامดี การศรัทธาของท่านไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่ว่างเปล่า ท่านไม่ได้เพียงแค่กล่าวดุอาอฺสดุดีอัลลอฮฺ แล้วจบไป ท่านรู้ว่าศรัทธาที่แท้จริงนั้นต้องการให้ท่านเปลี่ยนความเชื่อให้เป็นคำพูด และการกระทำ ซึ่งล้วนมีสาระสำคัญเดียวกัน ท่านยังรู้ด้วยว่าผู้ศรัทธาที่แท้จริงนั้นต้องปฏิบัติตามคำพูดที่โด่งดัง ดังปรากฏใน ซูเราะฮฺบะกอเราะฮฺ ที่ว่า “ซะเมี้ยะนา ว่ะ อะเต๊าะนา” “เราได้ยินแล้ว และเราเชื่อฟังปฏิบัติตาม” ไม่มีที่ว่างสำหรับการลังเล ความสงสัย หรือการไม่เชื่อฟังต่อพระเจ้าของท่าน เมื่ออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทรงบอกให้ท่านเดินทางไปยังหุบเขาบักกะฮฺที่แห้งแล้งเพื่อสร้างศาสนสถาน ท่านก็ทำเช่นนั้นโดยไม่ตั้งคำถามอะไร เมื่ออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทรงสั่งให้ท่านทิ้งภรรยาของท่านคือฮาญัรและบุตรชายวัยทารกคืออิสมาอีล عَلَيْهِ ٱلسَّلَام ไว้ระหว่างเนินเขาที่แห้งแล้งของซอฟาและมัรวะฮฺ ท่านก็ทำเช่นนั้นโดยปริยาย และสุดท้าย เมื่ออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทรงบอกให้ท่านเสียสละสิ่งที่ท่านรักที่สุด ท่านก็พร้อมที่จะพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำ ท่านนบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ ไม่ได้ตั้งคำถามที่ไม่จำเป็น เหมือนที่ชาวอิสราเอลชอบทำ ยกตัวอย่างในครั้งที่อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทรงบอกให้พวกเขาสละลูกวัวตัวเมีย เป็นเครื่องบูชา แล้วนำลิ้นของมันมาตีคนตายเพื่อหาตัวฆาตกร ในอายะฮฺที่ 67-69
وَإِذْ قَالَ مُوسَىٰ لِقَوْمِهِۦٓ إِنَّ ٱللَّهَ يَأْمُرُكُمْ أَن تَذْبَحُوا۟ بَقَرَةًۭ ۖ قَالُوٓا۟ أَتَتَّخِذُنَا هُزُوًۭا ۖ قَالَ أَعُوذُ بِٱللَّهِ أَنْ أَكُونَ مِنَ ٱلْجَـٰهِلِينَ
“และจงรำลึกถึงขณะที่มูซาได้กล่าวแก่กลุ่มชนของเขาว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงบัญชาแก่พวกท่านให้เชือดวัวตัวเมียตัวหนึ่ง พวกเขากล่าวว่า ท่านจะถือเอาพวกเราเป็นที่ล้อเล่นกระนั้นหรือ? มูซากล่าวว่า ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากการที่ฉันจะเป็นพวกโง่เขลาเบาปัญญา”
قَالُوا۟ ٱدْعُ لَنَا رَبَّكَ يُبَيِّن لَّنَا مَا هِىَ ۚ قَالَ إِنَّهُۥ يَقُولُ إِنَّهَا بَقَرَةٌۭ لَّا فَارِضٌۭ وَلَا بِكْرٌ عَوَانٌۢ بَيْنَ ذَٰلِكَ ۖ فَٱفْعَلُوا۟ مَا تُؤْمَرُونَ
“และพวกเขากล่าวว่า โปรดวิงวอนต่อพระเจ้าของท่านให้แก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์ก็จะทรงแจ้งแก่พวกเราว่า วัวนั้นเป็นอย่างไร? มูซากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ตรัสว่า มันเป็นวัวตัวเมียที่ไม่แก่และไม่สาว แต่มีอายุกึ่งกลางระหว่างนั้น พวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่พวกท่านถูกใช้เถิด”
ٱدْعُ لَنَا رَبَّكَ يُبَيِّن لَّنَا مَا لَوْنُهَا ۚ قَالَ إِنَّهُۥ يَقُولُ إِنَّهَا بَقَرَةٌۭ صَفْرَآءُ فَاقِعٌۭ لَّوْنُهَا تَسُرُّ ٱلنَّـٰظِرِينَ
“พวกเขากล่าวว่า โปรดวิงวอนต่อพรเจ้าของท่านให้แก่พวกเราเถิด พระองค์ก็จะทรงแจ้งแก่พวกเราว่า วัวนั้นสีอะไร? มูซากล่าวว่า แท้จริงพรองค์ตรัสว่า มันเป็นวัวสีเหลือง สีของมันเข้มซึ่งทำให้เกิดความปิติยินดีแก่บรรดาผู้ที่มองดู”
ที่กล่าวมาคือการชอบถามของพวกบนีอิสรออีล แต่ตรงกันข้าม ท่านนบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ เต็มใจที่จะทำให้อัลลอฮฺพอพระทัย เต็มใจที่จะสละบุตรชายสุดที่รักของท่าน ส่วนอิสมาอีล และมารดา ก็เช่นกัน ทั้งสองต่างก็ยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَ อย่างสิ้นเชิงและด้วยความเต็มใจ
ดังนั้นในวันอีดิลอัฎฮาของทุกปี เราจะมาย้ำเตือนกันให้คิดถึงการสละด้วยความเต็มใจของท่าน นบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ ที่ทำให้พระเจ้าของท่านพอพระทัย อัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَ ทรงให้เกียรติท่านนบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ จนถึงวันสิ้นโลก ในฐานะแบบอย่างอันยิ่งใหญ่แห่งการเชื่อฟัง ความจงรักภักดี และการเสียสละ ไม่น่าแปลกใจเลยที่กุรอานกล่าวถึงท่านก่อนใครๆ ในฐานะมิตรสหายของอัลลอฮ์! และพระองค์ทรงกำชับให้เราตามแบบฉบับนี้ ดังที่ปรากฎในอายะฮฺข้างต้นที่ว่า
وَٱتَّبَعَ مِلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًۭا ۗ وَٱتَّخَذَ ٱللَّهُ إِبْرَٰهِيمَ خَلِيلًۭا
และปฏิบัติตามแบบอย่างของอิบรอฮีมผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง? เพราะอัลลอฮฺทรงรับ อิบรออีมเป็นสหาย”
บรรดาศาสนทูตและบรรพบุรุษผู้สูงส่งของเราหลายคนได้ยึดถือแบบอย่างของท่านนบีอิบรอฮีม عَلَيْهِ ٱلسَّلَامُ และดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของท่าน โดยเฉพาะท่านนบีมุฮำหมัด صلى الله عليه وسلم และวีรบุรุษอิสลามที่มีชื่อเสียงมากมายที่ถือได้ว่าเป็นมิตรของอัลลอฮฺ เช่น เคาะลีฟะฮฺผู้ทรงคุณธรรมอย่าง อบูบักรฺ, อุมัรฺ, อุสมานฺ และอาลี رضي الله عنهم, คอลิด บิน วะลีด, ตาริกฺ บิน ซิยาดฺ และศอลาฮุดดิน อัยยูบี และอีกมากมายหลายท่าน
ตะมิม อัด-ดารี รายงานว่า ท่านเราะซูลุลลอฮฺ صلى الله عليه وسلم กล่าวว่า “แน่นอนอิสลามจะแพร่ไปถึงทุกหนทุกแห่งที่มีกลางวันและกลางคืน อัลลอฮฺจะไม่ทรงปล่อยให้บ้านหรือที่อยู่อาศัยใดรอดพ้นไปได้ เว้นแต่ว่าพระองค์จะทรงนำศาสนาอิสลามเข้าไปในนั้น ด้วยศาสนาอิสลามนี้ ผู้ประเสริฐจะได้รับเกียรติ และผู้เลวทรามจะได้รับความอัปยศ อัลลอฮฺจะทรงให้เกียรติแก่ผู้ประเสริฐด้วยศาสนาอิสลาม และจะทรงทำให้ผู้เลวทรามได้รับความอัปยศด้วยความไม่ศรัทธา” (ที่มา: มุสนัด อะฮฺหมัด 16957)
เราจะเห็นว่าไม่ใช่สหายของอัลลออฮฺทุกคนจะต้องเป็นแม่ทัพ และไม่ใช่ทุกคนจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดัง หลายๆท่านซึ่งเราไม่เคยได้ยินชื่อเขา ไม่เคยรู้เรื่องเขา แต่ในทุกทวีปและทุกดินแดนที่อิสลามแผ่ขยายไป เราจะพบผลงานของผู้ศรัทธาเหล่านี้ที่เป็นมิตรกับอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ทั้งชายและหญิง ที่นำเอาอิสลามไปสู่ดินแดนที่ห่างไกลที่สุดในโลกมาแล้ว

Khutbah Masjid HaroonBrothers and Sisters,​                             ​      Friday April 24, 2026  Who are friends of...
24/04/2026

Khutbah Masjid Haroon
Brothers and Sisters,​ ​ Friday April 24, 2026

Who are friends of Alláh? Why are they considered to be a special category of Believers? Is it possible for ordinary Muslims like us, to become Friends of Alláh? And what must we do, to earn this high and rare distinction?
Let us look in The Holy Qur'án, to see where reference is made to the Friends of Alláh. In Súrah Al An’am, 06:127, those who accept divine guidance, and who have succeeded in earning the good pleasure of Alláh, are given this assurance:
“For them will be a Home of Peace in the presence of their Lord, He will be their friend, because they practiced Righteousness.”
In Súrah An-Nisá. Ch4:v125, we read:
“Who can be better in religion than the one who submits his whole self to Alláh, does good, and follows the way of Ebrahim the True in Faith? For Alláh did take Ebrahim for a Friend."
My Dear Brothers and Sisters in Islam, we find that Prophet Ibrahim earned the title, Sadeequllaah (Khalilullah), Friend of Alláh, because he chose to submit his whole personality to Alláh, he put aside all his personal desires, all his selfish concerns, and his only aim in life was to seek the good pleasure of his Lord. We all know the story of Ebrahim’s sacrifice. His ‘ibaadat was not just empty words. He did not simply pronounce his prayers and leave it at that. He knew that true faith required him to translate Belief into Words and Actions, all of the same substance. He also knew that a true Believer acted on those famous words in Súra Al Baqara: “sami’naa wa ata’naa,” “we hear, and we obey.” There was no place for hesitation, for doubt or disobedience towards his Lord. When Alláh had asked him to travel to the empty valley of Bakka to build a house of worship, he did so without question. When Alláh required him to leave his wife Hajar and infant son Ismael between the barren hills of Al Safa and Al Marwah, he did so implicitly. Finally, when Alláh asked him to sacrifice that which was dearest to him, he was ready to prove it in action. He did not ask unnecessary questions, like Bani Israeel did, when Alláh asked them to sacrifice a heifer (a young female cow). In Surah Al-Baqarah, Allah commanded Bani Israel to slaughter a cow. Sacrifice a female calf as an offering and then used its tongue to strike the dead man in order to find the murderer. However, they complicated the matter so much by asking unnecessary questions. For examples in Ayah 67-69
And ˹remember˺ when Moses said to his people, “Allah commands you to sacrifice a cow.”1 They replied, “Are you mocking us?” Moses responded, “I seek refuge in Allah from acting foolishly!”
They said, “Call upon your Lord to clarify for us what type ˹of cow˺ it should be!” He replied, “Allah says, ‘The cow should neither be old nor young but in between. So do as you are commanded!’”
They said, “Call upon your Lord to specify for us its colour.” He replied, “Allah says, ‘It should be a bright yellow cow—pleasant to see.’”
His beloved son, Isma-eel, was equally willing to please Alláh, and they both submitted to Alláh totally, and willingly. Every year at ‘Eidul Adha, we are reminded of Nabi Ebrahim’s willingness to please his Lord. Alláh has honoured Ebrahim, alayhis salaam, until the end of time, as a monumental example of obedience, devotion and sacrifice. No wonder the Holy Qur'án mentions him before anyone else as a Friend of Alláh! And He (Allah) commanded us to follow this example, as stated in the above verse. “And follow the way of Ibrahim the True in Faith? For Alláh take Ibrahim for a Friend."
All of the Prophets, and many of our noble ancestors took this example of Ibrahim Alayhis salaam, and modelled their own lives on his. There are many well known heroes of Islám who can be regarded as Friends of Alláh, like the Pious Khaleefahs Abu Bakr, Omar, Uthman and Ali [R.A.], Khalid bin Waleed, Tariq bin Ziyad, Salahuddin Ayyubi. And many more people.
Tamim ad Dari reported: The Messenger of Allah, peace and blessings be upon him, said, “This matter will certainly reach every place touched by the night and day. Allah will not leave a house or residence but that Allah will cause this religion to enter it, by which the honorable will be honored, and the disgraceful will be disgraced. Allah will honor the honorable with Islam, and he will disgrace the disgraceful with unbelief.”
(Source: Musnad Aḥmad 16957)
We can see that not all of Allah's friends must be military commanders, and not all of them must be so famous. But on every continent and in every land where Islám has a presence, we will find the fruits of devoted friends of Alláh, men and women who brought Islám to some of the remotest corners of the world.

 #อินนาลิลลาฮิวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับคืนสู่พระองค์"นายอรัญ พันธนะ...
19/04/2026

#อินนาลิลลาฮิวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน
"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับคืนสู่พระองค์"
นายอรัญ พันธนะจรัส (มูฮัมหมัดอาลี) อายุ 91 ปี ได้ถึงอายัลของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแล้ว
จะละหมาดญะนาซะฮฺ ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 เวลาหลังละหมาดอัสริ ณ มัสยิดฮารูณ ซอยเจริญกรุง 36 เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

ขออัลลอฮฺทรงเมตตามัยยิตท่านนี้ด้วยเถิด ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัว และญาติมิตรทุกคนด้วยครับ พี่น้องท่านใดไม่ติดภารกิจจำเป็น โปรดไปร่วมกันละหมาดขอดุอาอฺ และส่งมัยยิตที่กุโบร์ด้วยนะครับ

ญะซากุมุลลอฮุค็อยรอนครับ

 #อินนาลิลลาฮิวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับคืนสู่พระองค์"นางชูนาถ ปรัชญ...
17/04/2026

#อินนาลิลลาฮิวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน
"แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราต้องกลับคืนสู่พระองค์"
นางชูนาถ ปรัชญาโยธิน (ยายชูนาถ)
ได้ถึงอายัลของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแล้ว
จะละหมาดญะนาซะฮฺ ในวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลาหลังละหมาดอัสริ ณ มัสยิดฮารูณ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ⬇
ลูกชาย ฮารีม ปรัชญาโยธิน
โทร : 080-443-4638 (บุตรชาย)

ขออัลลอฮฺทรงเมตตามัยยิตท่านนี้ด้วยเถิด ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัว และญาติมิตรทุกคนด้วยครับ พี่น้องท่านใดไม่ติดภารกิจจำเป็น โปรดไปร่วมกันละหมาดขอดุอาอฺ และส่งมัยยิตที่กุโบร์ด้วยนะครับ

ญะซากุมุลลอฮุค็อยรอนครับ

คุตบะฮฺมัสยิดฮารูณท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569  กุรอานอันทรงเกียรติได้กำชับให้เราตระหนักอยู่เส...
17/04/2026

คุตบะฮฺมัสยิดฮารูณ
ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่เคารพ
วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569

กุรอานอันทรงเกียรติได้กำชับให้เราตระหนักอยู่เสมอถึงการมีอยู่ของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ในทุกหนทุกแห่ง ผู้สร้างอันเป็นที่รักของเรา ผู้ทรงประทานของขวัญอันล้ำค่าแห่งชีวิตแก่เรา และทรงประทานความโปรดปราน และความเมตตาอันนับไม่ถ้วนแก่เรา ตามพระบัญชาของพระองค์ ดังปรากฏใน ซูเราะฮฺ 10 ยูนุส อายะฮฺ 58 ว่า
قُلْ بِفَضْلِ ٱللَّهِ وَبِرَحْمَتِهِۦ فَبِذَٰلِكَ فَلْيَفْرَحُوا۟ هُوَ خَيْرٌۭ مِّمَّا يَجْمَعُونَ
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) “ด้วยความโปรดปรานของอัลลอฮฺ และด้วยความเมตตาของพระองค์ ดังกล่าวนั้นพวกเขาจงดีใจเถิด ซึ่งมันดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาสะสมไว้”
และ“จงประกาศความโปรดปรานของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى” ใน ซูเราะฮฺ 93 อัดดุฮา อายะฮฺ 11
وَأَمَّا بِنِعْمَةِ رَبِّكَ فَحَدِّثْ
“และส่วนความโปรดปรานแห่งพระเจ้าของเจ้านั้น เจ้าจงแสดงออก (ประกาศออกไป)”
ความเมตตาและความโปรดปรานอันเป็นสากลนี้ ปรากฏในตัวของท่านนบีมุฮัมหมัด صلى الله عليه وسلم โลกที่จมอยู่ในความมืดมิดของความป่าเถื่อน การเชื่อโชคลาง และความโง่เขลา แต่เราพบว่าในช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 23 ปี ท่านได้ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และครอบคลุมที่สุด และได้สร้างสิ่งที่ยังคงยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้ในฐานะ “การปฏิวัติที่สูงส่งและลึกซึ้งที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ”
จงไตร่ตรองเถิด! ท่านศาสดา صلى الله عليه وسلم ได้นำพามนุษยชาติออกจากห้วงลึกแห่งความเสื่อมทรามทางศีลธรรมและจิตวิญญาณ ไปสู่จุดสูงสุดของอารยะธรรม ผ่านกระบวนการ (อ่าน) “อิกเราะ!” การคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์ และการสนทนา ด้วยเหตุนี้เองที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานสติปัญญาให้แก่เรา ซึ่งทำให้เราแตกต่างจากสัตว์ กุรอานเป็นพยานยืนยันในเรื่องนี้ ซูเราะฮฺที่ 8 อัลอัมฟาล อายะฮฺที่ 22
إِنَّ شَرَّ ٱلدَّوَآبِّ عِندَ ٱللَّهِ ٱلصُّمُّ ٱلْبُكْمُ ٱلَّذِينَ لَا يَعْقِلُونَ
“แท้จริงแล้ว สัตว์ที่เลวที่สุดในสายตาของอัลลอฮฺ คือคนหูหนวกและเป็นใบ้
ที่ไม่ใช้สติปัญญาของตน”
ซูเราะฮฺที่ 2 อัลบะเกาะเราะ อายะฮฺที่ 269

وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّآ أُو۟لُوا۟ ٱلْأَلْبَـٰبِ
“และไม่มีใครจะรำลึก นอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น”
มุสลิมควรภาคภูมิใจ และสำนึกในพระคุณของอัลลอฮฺ سُبْحَانَهُ وَتَعَالَى ที่ทรงประทานชะรีอะฮฺอันงดงาม และครอบคลุมทุกด้านแก่โลกของเรา ซึ่งหนึ่งในวัตถุประสงค์พื้นฐานคือ “การพิทักษ์รักษาสติปัญญา” (อาก้อล)
ท่านนบี صلى الله عليه وسلم กล่าวว่า “ผู้ใดปล่อยให้กิเลสตัณหาและความลุ่มหลงควบคุมตน ผู้นั้นย่อมต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉาน และผู้ใดใช้สติปัญญาของตน ผู้นั้นย่อมสูงกว่าเหล่าทูตสวรรค์ในสายพระเนตรของอัลลอฮฺ”
หนึ่งในแหล่งที่มาหลักๆ ที่ระบบกฎหมายอิสลามของเราสร้างขึ้นคือหลักการอิจติฮาด ซึ่งหมายถึง “การใช้สติปัญญา” โดยการใช้สติปัญญาบนพื้นฐานของความรู้ที่ลึกซึ้ง มีรายงานว่าท่าน นบี صلى الله عليه وسل ได้แนะนำมุอาซ อิบนุ ญับบัล رضي الله عنه เมื่อส่งเขาไปเยเมนเพื่อนำชุมชนมุสลิมใหม่ที่นั่น ท่านได้กำชับให้เขาตัดสินคดีโดยยึดหลักกุรอานและซุนนะฮฺ และถามเขาว่า “หากเจ้าไม่พบคำตอบในกุรอานและซุนนะฮฺ จะตัดสินอย่างไร” มุอาซ ตอบว่า “ฉันจะใช้สติปัญญาของฉัน” (อิจติฮาด) จากนั้นท่านนบีก็ยกย่องเขา
มันไม่ชัดเจนอีกหรือว่าอิสลามมาเพื่อช่วยเราให้พ้นจากพันธนาการทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นทาสทางปัญญา เราไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยการตามอย่างงมงายเหมือนแพะแกะ หรือเพียงแค่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป “โดยไม่คิดไตร่ตรอง” แต่เราควรตัดสินใจอย่างมีข้อมูล เรามีสิทธิในการสนทนา การคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์ และเสรีภาพในการพูด ซึ่งเรื่องนี้จะเตือนเราได้ดี จากเหตุการณ์ในวันหนึ่งขณะที่ท่านอุมัร رضي الله عنه คอลีฟะฮฺที่สองของอิสลาม ได้เทศนาต่อต้านการตั้งสินสอดราคาแพง มีสตรีผู้หนึ่งลุกขึ้นคัดค้าน โดยกล่าวว่า
“ยา.. (โอ้) ท่านอะมีรุลมุอฺมินีน ท่านกล้าดียังไงมาคัดค้านคำสั่งในกุรอานที่ว่าแม้แต่ทองคำกองโตก็สามารถมอบเป็นสินสอดให้ภรรยาได้?” เรื่องนี้ อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ใน ซูเราะฮฺ 4 อัน-นิซาอฺ อายะฮ์ที่ 20 ว่า:
وَإِنْ أَرَدتُّمُ ٱسْتِبْدَالَ زَوْجٍۢ مَّكَانَ زَوْجٍۢ وَءَاتَيْتُمْ إِحْدَىٰهُنَّ قِنطَارًۭا فَلَا تَأْخُذُوا۟ مِنْهُ شَيْـًٔا ۚ أَتَأْخُذُونَهُۥ بُهْتَـٰنًۭا وَإِثْمًۭا مُّبِينًۭا
“...และหากพวกเจ้าได้มอบทองคำกองหนึ่ง (กินต้อร) ให้แก่พวกนาง (คนหนึ่ง) เป็นสินสอดแล้ว ก็จงอย่าเอาสิ่งใดคืนจากนั้นเลย...”
อุมัร رضي الله عنه ไม่ได้ขุ่นเคืองใจในเรื่องนี้ แต่ตรงกันข้าม เขากลับชื่นชมความกล้าหาญของสตรีผู้นี้ในการยึดมั่นในความเชื่อและสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเธอ เขาอุทานว่า:
“สตรีผู้นี้พูดถูก และอุมัรผิดเอง”
บุรุษผู้นี้คือผลผลิตภัณฑ์ที่หล่อหลอมขึ้นมาด้วยมืออันอันทรงเกียรติของเราะห์มาตัลลิลอาลามีนกระผมขอเรียกร้องทั้งตัวกระผมเองและท่านทั้งหลายจากมิมบัรแห่งความจริงนี้ อย่าใช้ชีวิตโดยมุ่งแสวงหาแต่ความสุขทางกายเพียงอย่างเดียว แต่จงใคร่ครวญ ไตร่ตรอง และนำสติปัญญา (อาก้อล) ที่พระเจ้าประทานให้เรา ไปประยุกต์ใช้ในงานทุกชนิดที่เราทำ ความท้าทายในยุคปัจจุบันเรียกร้องให้ดารุลอุลูม และสถาบันทางศาสนาของเรานั้น ไม่เพียงแต่ให้การศึกษาแก่เยาวชนของเราผ่านการท่องจำตำราทางศาสนาเท่านั้น แต่ต้องส่งเสริมการคิดอย่างอิสระด้วย
โปรดตระหนักว่า การสนทนาอย่างสันติเป็นสิ่งที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน และการคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์จะนำไปสู่ความก้าวหน้าในทุกสาขาวิชาทั้งด้านศิลปะ และวิทยาศาสตร์
แต่วันนี้มีคนจำพวกหนึ่งที่ไม่ยอมฟังใคร ใช้ความเป็นมหาอำนาจ ทั้งทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และจำนวนทหารเข้าไปปล้นยึดทรัพยากรของชาติอื่น สมคบกับอาชญากรสงครามผู้อ้างถึงดินแดนแห่งพันธสัญญาว่าอัลลอฮฺให้เขาตั้งแต่ปากแม่น้ำไนล์จนถึงยูเฟรติส ล่าสุดคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปอีกมากกว่า 300 คนเพื่อขยายดินแดน ไม่รวมในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซ่า อดทนไว้พี่น้อง คอยดูเถิดว่าจุดจบของคนพวกนี้จะเป็นอย่างไร อบูบักร ศิดดิก رضي الله عنه ได้กล่าวไว้ว่า:
“ท่านทั้งหลาย ฉันขอสั่งเสียพวกท่านให้เกรงกลัวอัลลอฮฺ ในทุกเรื่อง ทุกสภาพการณ์ จงยึดมั่นอยู่กับความจริง ทั้งในสิ่งที่พวกท่านชอบและไม่ชอบ ไม่มีความดีใดๆอีกแล้ว นอกจากสิ่งอันเป็นสัจธรรม ใครที่โกหกเขาคือคนชั่ว และใครที่เป็นคนชั่ว เขาย่อมต้องพบกับความพินาศ”

Khutbah Masjid HaroonBrothers and Sisters,​                             ​      Friday April 17, 2026 The Glorious Qur’an...
17/04/2026

Khutbah Masjid Haroon
Brothers and Sisters,​ ​ Friday April 17, 2026

The Glorious Qur’an exhorts us to be ever conscious of the Omni-presence of Allah, our beloved creator, Who gave us the precious gift of life and bestowed on us His countless Favors and Mercy. In accordance with the divine injunctions,
Surah 10 Yunus Ayah 58
Say, O Prophet, “In Allah’s grace and mercy let them rejoice. That is far better than whatever wealth they amass.”
And “to publicize the favor of Allah” Surah 93 Ad Duha Ayah 11
“And proclaim the blessings of your Lord.”
This universal Mercy and Favor, in the Prophet Muhammad ( P.B.U.H ), was more radiant than the glorious sunrise onto a world steeped in the darkness of animalism, superstition and ignorance. But, we find that in a short span of 23 years, He achieved the most glorious and comprehensive success, and accomplished what stands up to this day as “the noblest and most profound revolution in human history”.
Reflect ! how the Prophet led mankind out of the abyss of moral and spiritual degradation, to the highest pinnacle of civilization, through the processes of “Iqra’!”(read), constructive critical thinking and dialogue. It is for this reason that the Almighty endowed us with the faculty of intellect, which distinguishes us from the brute creation.
The Holy Qur’an bears testimony to this: Surah 8 Al Amfaal Ayah 22
“Most certainly the worst of animals in the sight of Allah are the deaf and dumb who do not apply their intelligence.”
Surah 2 Al Bakarah Ayah 269
“But none will be mindful of this except people of reason.”
Muslims must be proud and thankful to Allah for providing the world with the divine and all-comprehensive Shari’ah Law, of which one of the basic objectives is “the preservation of Aqal”.
The Prophet (P.B.U.H) said : “Whoever allows his vain desires and lust to control him, is considered lower than the beast , and whoever applies his aql (intellect), is considered higher than the Angels in the estimation of Allah.”
One of the primary sources on which our Islamic legal system is built, is the principle of Ijtihaad, which means “to exert oneself” through applying our Aqal on the premise of profound knowledge. The Prophet is reported to have advised Mu’adh Ibnu Jabal, on dispatching him to Yemen to lead the new Muslim community there, to judge by the Qur’an and Sunnah. On being asked how he would judge if he cannot find an answer in Qur’an and Sunnah, Mu’adh replied “I will apply my Aqal” (ijtihaad). The Prophet then praised him.
Oh servants of Allah. Is it not crystal clear that Islam came to save us from all kinds of bo***ge, especially intellectual slavery? We are not bound by blind following like sheep, nor to just swallow everything “hook, line and sinker”, but rather act on informed decisions. We have the right to dialogue, constructive critical thinking and freedom of speech. Let us be reminded of the incident when Hazrat Umar, the second Khalifah of Islam, one day delivered a sermon against the practice of settling large sums as Mahr (dower-money), it was a woman who stood up and objected, saying: “Ya... (Oh) Ameerul Mu’mineen, how dare you oppose the Qur’anic dictate that even a heap of gold may be settled on the wife as dowry? Umar did not resent this, but on the contrary showed appreciation for this woman’s courage of her conviction and right to freedom of speech. He exclaimed:
“The woman is right and Umar is wrong.”
This is the product molded by the blessed hands of Rahmata-lil-‘Alameen. I urge myself and you, from this Mimbar, the sacred platform of truth, not to live our lives striving only for physical pleasure only, but rather ponder, reflect and apply our God-given Aqal in every venture we undertake. Modern challenges demand that our Darul-Ulooms and religious institutions not only to educate our youth through mere memorization of religious texts, but compliments it through encouraging independent thinking. too.
Please note that peaceful dialogue is conducive towards harmonious co-existence and constructive critical thinking leads the way to the advancement of every field of Arts and Science.
But today, there are those who refuse to listen to anyone, using their power, both in terms of Weapons, Military equipment and soldiers, to plunder the resources of other nations. They conspire with war criminals who claim ownership of the Promised Land from the Nile to the Euphrates. Most recently, they have slayed the lives of more than 300 innocent people to expand their territory. Not including those in the West Bank and Gaza Strip. Be patient, brothers and sisters. Watch and see what will be the end for these people.
Abu Bakr Siddiq RA said:
“I advise you, O people, to fear Allah in all matters and circumstances. Hold fast to the truth, both in what you like and dislike. There is no goodness except the truth. Whoever lies is evil, and whoever is evil will surely be destroyed

ที่อยู่

25 มัสยิดฮารูณ
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00
18:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Haroon Mosque มัสยิดฮารูณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท