21/08/2026
#คุตบะห์วันศุกร์ (خطبةالجمعة) ประจำ
มัสยิดดารุ้ลอาบิดีน Masjid DarulArbideen - Trok Chan #เขตบางคอแหลม #กรุงเทพ #ตรอกจันทน์กัมปงฉัน
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ตรงกับวันที่ 8 รอบีอุ้ลเอาวัล ฮ.ศ.1448
เรื่อง "การห้ามด่าทอและกล่าวร้ายต่อเหล่าซอฮาบะฮ์ของท่านรสูลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)"
โดย ครูมูฮัมมัดชารีฟ เด่นประภา
الْحَمْدُ لِلَّهِ الْقَائِلِ:
وَٱلسَّـٰبِقُونَ ٱلْأَوَّلُونَ مِنَ ٱلْمُهَـٰجِرِينَ وَٱلْأَنصَارِ وَٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوهُم بِإِحْسَـٰنٍۢ رَّضِىَ ٱللَّهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا۟ عَنْهُ
وَأَعَدَّ لَهُمْ جَنَّـٰتٍۢ تَجْرِى تَحْتَهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ خَـٰلِدِينَ فِيهَآ أَبَدًۭا ۚ ذَٰلِكَ ٱلْفَوْزُ ٱلْعَظِيمُ ١٠٠﴾
أَشۡهَدُ أَن لَّا إِلَٰهَ إِلَّا ٱللَّهُ وَحۡدَهُۥ لَا شَرِيكَ لَهُۥ، وَأَشۡهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا عَبۡدُهُۥ وَرَسُولُهُۥ
ٱللَّٰهُمَّ صَلِّ وَسَلِّمۡ وَبَارِكۡ عَلَىٰ سَيِّدِنَا مُحَمَّدٍ وَعَلَىٰ آلِهِۦ وَصَحۡبِهِۦ أَجۡمَعِينَ
أَمَّا بَعۡدُ، فَيَآ أَيُّهَا ٱلۡمُسۡلِمُونَ، أُوصِيكُمۡ وَإِيَّايَ بِتَقۡوَى ٱللَّهِ، فَقَدۡ فَازَ ٱلۡمُتَّقُونَ
قَالَ ٱللَّهُ تَعَالَىٰ: ﴿يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِۦ وَلَا تَمُوتُنَّ إِلَّا وَأَنتُم مُّسۡلِمُونَ﴾
ความจำเริญของวันศุกร์เป็นของพวกเราทุกคน
ข้าพเจ้าขอเรียกร้องตัวข้าพเจ้าเองและท่านทั้งหลาย ให้มุ่งมั่นยกระดับความยำเกรง (ตักวา) ต่ออัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์อย่างครบถ้วน และหลีกห่างจากข้อห้ามทั้งปวงโดยสิ้นเชิง
เพื่อที่เราจะได้รับความสุขและการรอดพ้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ในวันศุกร์ ญุมอะห์อันทรงเกียรตินี้
ข้าพเจ้าขอนำเสนอคุตบะห์ธรรมเทศนาในหัวข้อเรื่อง
"การห้ามด่าทอและกล่าวร้ายต่อเหล่าซอฮาบะฮ์ของท่านรสูลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)"
ท่านพี่น้องที่รักครับ
ประวัติศาสตร์อิสลามได้บันทึกถึงความยิ่งใหญ่และเกียรติยศของชนรุ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญในการเผยแผ่และสร้างความรุ่งโรจน์ให้แก่อิสลาม ชนรุ่นนั้นคือ บรรดาเหล่าซอฮาบะฮ์ของท่านรสูลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)"
ผู้ซึ่งได้อุทิศทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และสติปัญญา เพื่อเชิดชูธงแห่งการศรัทธาในเอกภาพของ อัลลอฮ์ (เตาฮีด) และเป็นผู้ร่วมรับรู้การประทานวะฮีย์ สถานะอันสูงส่งของพวกเขานั้น ได้รับการรับรองและยกย่องอย่างใหญ่หลวงจากอัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน
ดังที่ เอกองค์(ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ทรงตรัสไว้ในตอนต้นของคุตบะห์ที่หนึ่ง
ในซูเราะฮ์ อัต-เตาบะฮ์ อายะฮ์ที่ 100 ว่า:
“บรรดาผู้ที่มาก่อนและเป็นกลุ่มแรกจากบรรดาผู้อพยพ (มุฮาญิรีน)
และบรรดาผู้ช่วยเหลือ (อันศอร)
และบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามพวกเขาด้วยความดีงามนั้น อัลลอฮ์ทรงพอพระทัยต่อพวกเขา และพวกเขาก็พอใจต่อพระองค์
และพระองค์ได้ทรงเตรียมสวนสวรรค์ทั้งหลายสำหรับพวกเขา ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านเบื้องล่าง พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่”
และอีกโองการหนึ่งในซูเราะฮ์ อัต-เตาบะฮ์ อายะฮ์ที่ 20 ว่า
﴿ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَهَاجَرُواْ وَجَٰهَدُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ بِأَمۡوَٰلِهِمۡ وَأَنفُسِهِمۡ أَعۡظَمُ دَرَجَةً عِندَ ٱللَّهِۚ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡفَآئِزُونَ﴾
"บรรดาผู้ที่ศรัทธา อพยพย้ายถิ่น และสู้รบในทางของ อัลลอฮ์ ด้วยทรัพย์สินและชีวิตของพวกเขานั้น ย่อมมียศฐาบรรดาศักดิ์ที่สูงส่งยิ่ง ณ ที่ อัลลอฮ์ และชนเหล่านั้นแหละคือผู้ที่ได้รับชัยชนะ"
ท่านพี่น้องมุสลิมทั้งหลายครับ
ในฐานะที่เราเป็นมุสลิมผู้ยึดมั่นตามแนวทาง อะฮ์ลุสซุนนะฮ์ วัล-ญะมาอะฮ์
จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกล่าวอ้างว่า เหล่าซอฮาบะฮ์ของท่านรสูลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในยุคญาฮิลียะฮ์ แม้ว่า
พวกเขาจะเคยเติบโตมาในยุคสมัยนั้นก็ตาม
คำว่า "ญาฮิลียะฮ์"มีที่มาจากภาษาอาหรับ "ญาฮิ้ล"
ซึ่งหมายถึง ความไม่รู้หรือความโง่เขลา ยุคญาฮิลียะฮ์คือ ช่วงเวลาที่ชาวอาหรับเบดูอินดำเนินชีวิตโดยปราศจากคำสั่งสอนจากวะฮีย์ จมอยู่ในความมืดมนของความงมงายและการไร้จริยธรรม อย่างไรก็ตาม
ท่ามกลางยุคสมัยอันมืดมนนั้น ยังมีบุคคลที่มีจริยธรรมอันงดงามและหลีกเลี่ยงความชั่วร้าย
แม้แสงนำทางแห่งอิสลามจะยังมาไม่ถึงก็ตาม และพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ถูกคัดเลือกโดย อัลลอฮ์ ให้ได้รับสัจธรรมและกลายมาเป็นเหล่าบรรดาซอฮาบะฮ์ของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)
ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้กล่าวไว้ในฮะดีษซึ่งรายงานโดยท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ) บันทึกโดยอิหม่ามมุสลิม ความว่า:
«النَّاسُ مَعَادِنُ كَمَعَادِنِ الذَّهَبِ وَالْفِضَّةِ، خِيَارُهُمْ فِي الْجَاهِلِيَّةِ خِيَارُهُمْ فِي الْإِسْلَامِ إِذَا فَقَهُوا»
"มนุษย์เรานั้นเปรียบเสมือนขุมแร่ ทองคำและเงิน ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกเขาในยุคญาฮิลียะฮ์ ก็คือ ผู้ที่ดีที่สุดในอิสลาม หากพวกเขา มีความเข้าใจในศาสนาอย่างลึกซึ้ง"
ฮะดีษบทนี้ชี้ให้เห็นว่า คุณธรรมพื้นฐานที่แทรกซึมอยู่ในตัวของเหล่าซอฮาบะฮ์ตั้งแต่ก่อนอิสลาม ไม่ได้มาจากธรรมเนียมญาฮิลียะฮ์ แต่เป็น "ฟิฏเราะฮ์"
(ธรรมชาติบริสุทธิ์) ที่ อัลลอฮ์ ทรงประทานไว้ และเมื่อฟิฏเราะฮ์นี้ได้รับการส่องสว่างด้วยแสงแห่งอีหม่านและความรู้ในศาสนาที่ถูกต้อง
ชนรุ่นที่ดีที่สุดในโลกจึงได้กำเนิดขึ้น นั่นคือ รุ่นของเหล่าซอฮาบะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม)
ท่านพี่น้องผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย
บรรดาอุละมาอ์ (ผู้รู้) ในแนวทางอะฮ์ลุสซุนนะฮ์ วัล-ญะมาอะฮ์
มีมติเป็นเอกฉันท์ (อิจญ์มาอ์) ว่า เหล่าซอฮาบะฮ์ทุกคนของท่านรสูลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เป็นผู้มีความเที่ยงธรรม (อาดิ้ล) ในเรื่องศาสนาและการรายงานข้อเท็จจริง
ดังที่ท่านอิหม่าม อัน-นะวาวีย์ ได้ระบุไว้และถ่ายทอดโดยท่านอิบนุ ฮาญัร อัล-อัซเกาะลานีย์ ในหนังสือ الإصابة في تمييز الصحابة
(Al-Iṣābah fī Tamyīz aṣ-Ṣaḥābah)
ว่า:
«الصَّحَابَةُ كُلُّهُمْ عُدُولٌ، مَنْ لَابَسَ الْفِتَنَ وَغَيْرُهُمْ، بِإِجْمَاعِ مَنْ يُعْتَدُّ بِهِ»
“บรรดาศอฮาบะฮ์ทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีความเที่ยงธรรมและน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ฟิตนะฮ์ หรือบุคคลอื่น ๆ ในหมู่พวกเขา ทั้งนี้ตามมติเอกฉันท์ของบรรดานักวิชาการที่ได้รับการยอมรับ”
ด้วยเกียรติยศอันสูงส่งนี้ เราทุกคนจึงจำเป็นต้องปกป้องลิ้นและหัวใจของเราจากการด่าทอ หรือกล่าวร้ายต่อพวกเขา ดังที่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้เตือนไว้ในฮะดีษบันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม ความว่า:
لَا تَسُبُّوا أَصْحَابِي
“พวกท่านทั้งหลายอย่าได้ด่าทอหรือลบหลู่บรรดาสหายของฉัน”
فَوَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ
“ขอสาบานต่อพระองค์ผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์”
لَوْ أَنَّ أَحَدَكُمْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا
“แม้ว่า คนหนึ่งในพวกท่านจะบริจาคทองคำมากเท่าภูเขาอุฮุด”
مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلَا نَصِيفَهُ
“เขาก็ยังไม่อาจบรรลุถึงความประเสริฐของการบริจาคเพียงหนึ่งมุด หรือแม้แต่ครึ่งมุดของพวกเขา”
รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม
ก่อนที่จะจบคุตบะห์ธรรมเทศนาในครั้งนี้
มีบทเรียนสำคัญที่เราควรนำไปยึดถือปฏิบัติ ดังนี้:
1. ความยึดมั่นในความเที่ยงธรรม: ประชาชาติต้องมีความมั่นใจและยอมรับในความเที่ยงธรรม (อาดิ้ล) ของเหล่าซอฮาบะฮ์ทุกคน ซึ่งรับรองโดยอัลกุรอาน อัลฮะดีษ และมติเอกฉันท์ของบรรดาอุละมาอ์
2. พึงระวังการรักษาลิ้นและจิตใจ: มุสลิมทุกคนต้องระมัดระวังคำพูดและจิตใจ ไม่ด่าทอ หรือลดทอนเกียรติของเหล่าซอฮาบะฮ์ (อัครสาวก) เพราะการเสียสละของพวกเขานั้นไม่มีผู้ใดในรุ่นหลังจะเทียบเท่าได้
3. ความเชื่อมั่นในรางวัลแห่งสวรรค์: บรรดาพี่น้องมุสลิมต้องมั่นใจว่า เหล่าซอฮาบะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม) คือผู้ได้รับการให้เกียรติจาก อัลลอฮ์ และได้รับสัญญาการตอบแทนด้วยสวนสวรรค์
ดังที่ เอกองค์อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ตรัสไว้ในซูเราะฮ์ อัล-บัยยินะฮ์ อายะฮ์ที่ 8 ว่า:
جَزَآؤُهُمْ عِندَ رَبِّهِمْ جَنَّـٰتُ عَدْنٍۢ تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ خَـٰلِدِينَ فِيهَآ أَبَدًۭا ۖ رَّضِىَ ٱللَّهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا۟ عَنْهُ ۚ ذَٰلِكَ لِمَنْ خَشِىَ رَبَّهُۥ ٨
การตอบแทนของพวกเขา ณ ที่พระเจ้าของพวกเขาคือ สวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร ณ เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล อัลลอฮฺทรงปิติต่อพวกเขา และพวกเขาก็ยินดีในพระองค์ นั่นคือ สำหรับผู้ที่กลัวเกรงพระเจ้าของพวกเขา
والله مسؤول أن يهدِيَنَا جميعًا إلى سواءِ السبيل
อัลลอฮ์ ซ.บ.พระผู้เป็นเจ้าแห่งเรา คือ ผู้รับผิดชอบแนวทางอันเที่ยงตรง
بَارَكَ ٱللَّهُ لِي وَلَكُمۡ فِي ٱلۡقُرۡءَانِ ٱلۡعَظِيمِ، وَنَفَعَنِي وَإِيَّاكُمۡ بِمَا فِيهِ مِنَ ٱلۡأَيَٰتِ وَٱلذِّكۡرِ ٱلۡحَكِيمِ. تَقَبَّلَ ٱللَّهُ مِنِّي وَمِنكُمۡ تِلَٰوَتَهُۥ، إِنَّهُۥ هُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡعَلِيمُ. أَقُولُ قَوۡلِي هَٰذَا وَأَسۡتَغۡفِرُ ٱللَّهَ ٱلۡعَظِيمَ لِي وَلَكُمۡ، وَلِسَآئِرِ ٱلۡمُسۡلِمِينَ وَٱلۡمُسۡلِمَٰتِ، فَٱسۡتَغۡفِرُوهُ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلۡغَفُورُ ٱلرَّحِيمُ.
https://www.facebook.com/share/p/18QS1PxRks/