รอยธรรม

รอยธรรม ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก รอยธรรม, พุทธสถาน, 52/37 ม. 2 ถ. สุขุมวิท อ. เมือง จ. กรุงเทพมหานคร, Bangkok.

..ความดับทุกข์มี เพราะความดับแห่งนันทิ..ปุณณะ ! รูปที่เห็นด้วยตาก็ดี, เสียงที่ฟังด้วยหูก็ดี,กลิ่นที่ดมด้วยจมูกก็ดี, รสที...
13/11/2014

..ความดับทุกข์มี เพราะความดับแห่งนันทิ..

ปุณณะ ! รูปที่เห็นด้วยตาก็ดี, เสียงที่ฟังด้วยหูก็ดี,
กลิ่นที่ดมด้วยจมูกก็ดี, รสที่ลิ้มด้วยลิ้นก็ดี,
โผฏฐัพพะที่สัมผัสด้วยกายก็ดี,
ธรรมารมณ์ที่รู้แจ้งด้วยใจก็ดี

อันเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาน่ารักใคร่ น่าพอใจ
เป็นที่ยวนตา ยวนใจให้รัก
เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยอยู่แห่งความใคร่
เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อมใจ มีอยู่;

ภิกษุย่อมไม่เพลิดเพลิน ไม่พร่ำสรรเสริญ
ไม่เมาหมกซึ่งอารมณ์ มีรูปเป็นต้นนั้น.

เมื่อภิกษุไม่เพลิดเพลิน ไม่พร่ำสรรเสริญ
ไม่เมาหมกซึ่งอารมณ์ มีรูปเป็นต้นนั้นอยู่,
นันทิ (ความเพลิน) ย่อมดับไป.

ปุณณะ ! เรากล่าวว่า
“ความดับไม่มีเหลือของทุกข์ มีได้.เพราะความดับไม่เหลือของความเพลิน” ดังนี้แล.

( - อุปริ. ม. ๑๔/๔๘๒/๗๕๖. )

"..ทาน ศิล ภาวนา ธรรมทั้ง ๓ นี้เป็นรากแก้วของความเป็นมนุษย์และเป็นรากเหง้าของพระศาสนาผู้เกิดมาเป็นมนุษย์ ต้องเป็นผู้เคยส...
11/11/2014

"..ทาน ศิล ภาวนา ธรรมทั้ง ๓ นี้
เป็นรากแก้วของความเป็นมนุษย์
และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา
ผู้เกิดมาเป็นมนุษย์ ต้องเป็น
ผู้เคยสั่งสมธรรมเหล่านี้
มาอยู่ในนิสัยของผู้จะมา
สวมร่างเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
ด้วยมนุษย์สมบัติอย่างแท้จริง.."
......
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

สมถะ-วิปัสสนาสมถะต้องมีเพื่อพักจิต สงบอารมณ์ ส่วนวิปัสสนา จิตเดินไตรลักษณ์ ให้รู้อริยสัจ เหนื่อยแล้วพักจิตพักจิตหายเหนื่...
11/11/2014

สมถะ-วิปัสสนา
สมถะต้องมีเพื่อพักจิต สงบอารมณ์
ส่วนวิปัสสนา จิตเดินไตรลักษณ์
ให้รู้อริยสัจ เหนื่อยแล้วพักจิต
พักจิตหายเหนื่อยแล้ว
เดินจิตตรวจอริยสัจอีก ดังนี้
ฉะนั้นให้ฉลาด
ในการพักจิตและการเดินจิต
ทั้งวิปัสสนา และสมถะ
พระโยคาวจรเจ้าทิ้งไม่ได้
ชำนิชำนาญทั้งสองวิธี
จีงจะเอาตัวพ้นจากกิเลสทั้งหลายไปได้
.......
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

10/11/2014
"....คนเราทุกวันนี้ มีความสำคัญมั่นหมายในตัวตน เหมือนกับว่ามันมีอยู่จริง พอมีอะไรมากระทบ ก็เลยถูกตัวตนจนเป็นทุกข์จะพยายา...
10/11/2014

"....คนเราทุกวันนี้ มีความสำคัญมั่นหมายในตัวตน เหมือนกับว่ามันมีอยู่จริง พอมีอะไรมากระทบ ก็เลยถูกตัวตนจนเป็นทุกข์
จะพยายามป้องกันไม่ให้สิ่งต่างๆมาตก มากระทบ มากระแทก ก็ไม่เคยสำเร็จสักที อาจจะสำเร็จเป็นบางครั้ง แต่ในที่สุดก็หนีการกระทบอารมณ์ไม่พ้น
เช่น เจอคำพูดที่ไม่เพราะ เจอเวทนาที่ไม่น่ายินดี เจอความพลัดพรากสูญเสีย สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนก้อนหินที่เข้ามากระทบกระแทกตัวตนของเรา
แต่ถ้าเราเห็นกระจ่างจนกระทั่งไม่ปรุงแต่งตัวตนขึ้นมา มันก็ไม่มีอะไรจะมากระทบกระแทกได้ ความทุกข์มีอยู่ แต่ไม่มีผู้ทุกข์ ความโกรธอาจจะมีอยู่แต่ไม่มีผู้โกรธ
อารมณ์เหล่านั้นมันไม่มีที่ตั้ง มันมาแล้วก็วูบหายไป.ขอให้เราพยายามศึกษาดูจิตดูใจของเรา จนกระทั่งเห็นต้นตอของความทุกข์ว่าอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่วัตถุ ไม่ใช่บุคคล แต่เป็นตัวตนต่างหาก ที่เป็นต้นตอของความทุกข์
เป็นเพราะความหลง ก็เลยไปสำคัญมั่นหมายในตัวตน ไปยึดถือตัวตนว่ามีอยู่จริง ความยึดติดอย่างนี้เรียกว่า อัตตวาทุปาทาน แปลว่าความยึดถือในควมคิดว่ามีตัวตน เรียกสั้นๆว่ายึดถือในตัวตนก็แล้วกัน.ตัวตนนั้นไม่มี แต่เราไปสร้างขึ้นมา แล้วก็ไปยึดถือในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาว่ามีอยู่จริง แล้วเลยพลอยทุกข์เพราะมัน
แต่ว่าขณะที่เรายังไม่สามารถที่จะคลาย ไม่สามารถปล่อยวางจากสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะปัญญาเรายังมีไม่พอ ก็พยายามใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์
คือใช้ตัวตนให้เป็นประโยชน์ ใช้ตัณหามานะให้เป็นประโยชน์ เพราะว่าถ้าใช้เป็นประโยชน์มันก็ละตัณหา ละมานะ ละตัวตนได้
ใช้เป็นแรงขับเคลื่อน ที่จะช่วยให้เราเกิดความเพียรในการปฏิบัติธรรม เกิดความตั้งใจในการทำความดี แม้กระทั่งมีมานะว่า เขาทำได้ฉันก็ทำได้.ถ้าใช้ให้เป็นก็เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะถ้าเป็นการทำความดี..."
........
พระไพศาล วิสาโล

"ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นแหล่ะ คือ วัดตัวเรา"....(ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก)
08/11/2014

"ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นแหล่ะ คือ วัดตัวเรา"
....
(ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก)

สาธุ
08/11/2014

สาธุ

"..ชาตินี้ อาจเป็นแค่ชาติเดียว ที่เราจะได้เจอผู้บอกทางถ้าพลาดทำตามใจ ตามกิเลสต่อไป ออกนอกทางไปเรื่อยๆ ก็อาจหลงทางและต้อง...
08/11/2014

"..ชาตินี้ อาจเป็นแค่ชาติเดียว
ที่เราจะได้เจอผู้บอกทาง
ถ้าพลาดทำตามใจ ตามกิเลสต่อไป
ออกนอกทางไปเรื่อยๆ ก็อาจหลงทาง
และต้องทนทุกข์ไปอีกนานแสนนาน
แล้วมันคุ้มหรือเปล่า ที่จะเอาสิ่งไม่เป็นสาระ
มาทำให้เราเสียเวลา และโอกาสอันมีค่า
ที่จะได้ออกจากวงจรสังสารวัฏที่น่ากลัวนี้เสียที.."
อย่าเสียทีที่ได้เกิดมาได้พบได้เจอ ธรรมมะ.....
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

“ไม่อวดความรู้ ไม่อวดดี ไม่อวดธรรม”"...ให้ตั้งใจปฏิบัติไปเถ๊อะ มรรคปฏิปทาของตนจะได้ดำเนินต่อไปในภายภาคหน้าอย่างใดให้..พอ...
08/11/2014

“ไม่อวดความรู้ ไม่อวดดี ไม่อวดธรรม”
"...ให้ตั้งใจปฏิบัติไปเถ๊อะ มรรคปฏิปทาของตน
จะได้ดำเนินต่อไปในภายภาคหน้าอย่างใด
ให้..พอใจในธรรม
พอใจในการปฏิบัติ ยินดีพอใจสมัครใจ
การปฏิบัติของเราจำเป็นที่จะให้ใครคนใดคนหนึ่ง
มารู้มาเห็นด้วยอย่างนี้ อย่างนั้น หรือ?.ช้างอวดงา หมาอวดเขี้ยว.. อย่าอวดตนต่อธรรม..."
.........
หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

“ไม่มีสิ่งที่รัก ก็ไม่มีทุกข์”ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐๐ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๙๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๙๐ผู้ใดมีส...
05/11/2014

“ไม่มีสิ่งที่รัก ก็ไม่มีทุกข์”
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๙๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๙๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๘๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๘๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๗๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๗๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๖๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๖๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๕๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๕๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๔๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๔๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๓๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๓๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๒๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๒๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๙ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๙
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๘ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๘
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๗ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๗
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๖ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๖
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๕ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๕
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๔ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๔
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๓ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๓
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๒ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๒
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑
ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ผู้นั้นก็ไม่มีทุกข์
เรากล่าวว่า ผู้นั้นไม่มีความโศก
ปราศจากกิเลสดุจธุลี ไม่มีอุปายาส ฯ
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว
ได้ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า …
ความโศกก็ดี ความร่ำไรก็ดี ความทุกข์ก็ดี
มากมายหลายอย่างนี้ มีอยู่ในโลก
เพราะอาศัยสัตว์หรือสังขาร อันเป็นที่รัก
เมื่อไม่มีสัตว์หรือสังขาร อันเป็นที่รัก
ความโศก ความร่ำไร และความทุกข์เหล่านี้ย่อมไม่มี
เพราะเหตุนั้นแล ผู้ใดไม่มีสัตว์หรือสังขาร อันเป็นที่รักในโลกไหนๆ
ผู้นั้นเป็นผู้มีความสุข ปราศจากความโศก
เพราะเหตุนั้น ผู้ปรารถนาความไม่โศก อันปราศจากกิเลสดุจธุลี
ไม่พึงทำสัตว์หรือสังขารให้เป็นที่รัก ในโลกไหนๆ ฯ
ขุ. ขุ. ๒๕/๒๒๕/๑๗๖

ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตาสมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณาสี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มี...
04/11/2014

ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณาสี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค ตรัสเรียกภิกษุเบญจวัคคีย์ ฯลฯ แล้วตรัสว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปมิใช่ตัวตน ก็หากว่ารูปนี้จักเป็นตัวตนแล้วไซร้ รูปนี้ ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในรูปว่า ขอรูปของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย. ก็เพราะเหตุที่รูปมิใช่ตัวตน ฉะนั้นรูปจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และไม่ได้ตามความปรารถนาในรูปว่า ขอรูปของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เวทนามิใช่ตัวตน ก็หากเวทนานี้ จักเป็นตัวตนแล้วไซร้ ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาว่า ขอเวทนาของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ก็เพราะเหตุที่เวทนามิใช่ตัวตน ฉะนั้นเวทนาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และไม่ได้ตามความปรารถนาในเวทนาว่า ขอเวทนาของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัญญามิใช่ตัวตน ก็หากสัญญานี้จักเป็นตัวตนแล้วไซร้ ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในสัญญาว่า ขอสัญญาของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ก็เพราะเหตุที่สัญญามิใช่ตัวตน ฉะนั้นสัญญาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และไม่ได้ตามความปรารถนาในสัญญาว่า ขอสัญญาของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารมิใช่ตัวตน ก็หากสังขารนี้ จักเป็นตัวตนแล้วไซร้ ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในสังขารว่า ขอสังขารของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ก็เพราะเหตุที่สังขารมิใช่ตัวตน ฉะนั้นสังขารจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และไม่ได้ตามความปรารถนาในสังขารว่า ขอสังขารของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณมิใช่ตัวตน ก็หากวิญญาณนี้ จักเป็นตัวตนแล้วไซร้ ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในวิญญาณว่า ขอวิญญาณของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ก็เพราะเหตุที่วิญญาณมิใช่ตัวตน ฉะนั้นวิญญาณจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และไม่ได้ตามความปรารถนาในวิญญาณว่า ขอวิญญาณของเรา จงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยง หรือไม่เที่ยง?

ภิกษุเหล่านั้น กราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอ ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นตัวตนของเรา?

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือสุขเล่า?

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอ ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นตัวตนของเรา?

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีตอนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ทั้งที่อยู่ในที่ไกลหรือใกล้ รูปทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน ฯลฯ ทั้งที่อยู่ไกลหรือใกล้ เวทนาทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั้นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ ทั้งที่อยู่ไกลหรือใกล้ สัญญาทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ ทั้งที่อยู่ไกลหรือใกล้ สังขารทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีตอนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ทั้งที่อยู่ไกลหรือใกล้ วิญญาณทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

ฟังธรรมกับแอตมินนะครับ
04/11/2014

ฟังธรรมกับแอตมินนะครับ

Playlist : http://www.youtube.com/playlist?list=PL6FB5783270AF7D47 เสียงอ่านพระธรรมเทศนาพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) แห่งวัดหนองป่าพง ให้เสียงโดย ธรรมสภา ภาพปร...

ที่อยู่

52/37 ม. 2 ถ. สุขุมวิท อ. เมือง จ. กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66850344539

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รอยธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท