มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว

มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว FB Page ยามีอุลค็อยรียะห์ ศูนย์รวมแห่งการเรียนรู้ กิจกรรมของลูกหลานกองอาสาจาม มัสยิดและชุมชนบ้านครัว

  วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569                           ( 4 ซุลฮิจญะฮ์ 1447 )คุตบะห์ - ละหมาดญุมอะห์ณ มัสยิดยามีอุลค็อยร...
23/05/2026

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569
( 4 ซุลฮิจญะฮ์ 1447 )
คุตบะห์ - ละหมาดญุมอะห์
ณ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว
สุเหร่ากองอาสาจาม

22/05/2026

#สร้างทีมให้เป็นหนึ่ง: การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี ตอนที่ 3 (จบ)

ความสามารถในการบริหารความขัดแย้ง เป็นหัวใจของการสร้างทีมที่เข้มแข็งและยั่งยืน ในบริบทอิสลาม ตัวอย่างการบริหารชุมชนของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ให้บทเรียนอันล้ำค่าแก่ผู้นำยุคใหม่ ซึ่งสะท้อนทั้งหลักการเชิงจริยธรรม เทคนิคการจัดการ และภูมิปัญญาที่น่าเกรงขาม การเรียนรู้จากวิถีปฏิบัติของท่านนบีช่วยให้ผู้นำสมัยใหม่สามารถสร้างทีมให้เป็นหนึ่งด้วยกรอบคิดที่สมดุลระหว่างคุณธรรมและประสิทธิผล

หนึ่ง: #ยึดหลักอะมานะฮ์และอะดาละฮ์ — ความยุติธรรมเป็นพื้นฐานของความไว้วางใจ
ท่านนบีให้ความสำคัญกับการรักษาอะมานะฮ์ (ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย) และอะดาละฮ์ (ความยุติธรรม) ในการตัดสินใจและการปฏิบัติหน้าที่ การบริหารความขัดแย้งที่ยั่งยืนเริ่มจากการสร้างบรรทัดฐานแห่งความยุติธรรมในทีม เมื่อสมาชิกเห็นว่าการแบ่งผลประโยชน์ การประเมินผลงาน และการแก้ปัญหาทำด้วยหลักการชอบธรรม ความรู้สึกเป็นธรรมจะกลายเป็นแหล่งพลังที่ผนึกคนให้เป็นหนึ่ง

สอง: #ชูรอ — ปรึกษาหารืออย่างจริงจังและเคารพความเห็นต่าง การตัดสินใจเชิงชูรอ (การปรึกษาหารือ) มิใช่พิธีกรรม แต่เป็นวิธีปฏิบัติที่ให้เกียรติความเห็นต่าง ท่านนบีรับฟัง คำถาม และความเห็นของสาวกอย่างตั้งใจ การเปิดเวทีรับฟังที่แท้จริง ช่วยคลายความขัดแย้งก่อนจะบานปลาย และทำให้การตัดสินใจมีความชอบธรรมจากการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ความเห็นต่างจึงถูกกลายเป็นทรัพยากร มิใช่อุปสรรค

สาม: #อิห์ซานและความเมตตา — บริหารด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ การปฏิบัติอย่างอิห์ซาน (ความประณีตในการกระทำ) และความเมตตาช่วยลดความขัดแย้งเชิงอารมณ์ ท่านนบีแสดงออกถึงความเมตตาต่อทั้งผู้เห็นด้วยและผู้ขัดแย้ง การแสดงความเคารพ ความเข้าใจ และการให้อภัยในระดับยุทธศาสตร์ ทำให้ทีมฟื้นความสมานฉันท์ได้รวดเร็วกว่าเมื่อใช้เฉพาะมาตรการเชิงวินัยเพียงอย่างเดียว

สี่: #การไกล่เกลี่ยอย่างมีศิลปะ — ทักษะที่ฝึกได้ ท่านนบีมักทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาด เทคนิคเชิงปฏิบัติที่สามารถนำมาใช้ได้ในองค์กร ได้แก่ การฟังเชิงลึก (Active Listening), การสะท้อนความรู้สึกของคู่กรณี (Empathic Reflection), การตั้งกรอบประเด็นร่วม (Reframing) และการหา Win-Win Solution โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระยะยาวมากกว่าการชนะชั่วคราว

ห้า: #สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วม — ทุกคนเป็นเจ้าของผลลัพธ์ ในวิถีของท่านนบี ชุมชนไม่ถูกบริหารจากบนลงล่างเพียงอย่างเดียว แต่มีการปลูกฝังความรับผิดชอบร่วม สมาชิกทุกคนถูกกระตุ้นให้มีส่วนร่วมในการดูแลความสัมพันธ์และการแก้ไขความขัดแย้ง การสร้างวัฒนธรรมเช่นนี้ ต้องอาศัยการสอนให้ผู้คนเห็นความสำคัญของชูรอ อะมานะฮ์ และการทำงานเป็นทีม

#ข้อคิดเชิงปฏิบัติสำหรับผู้นำสมัยใหม่
* ตั้งกรอบชัดเจน: กฏเกณฑ์และค่านิยมของทีมต้องชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร และยึดถือร่วมกัน
• ฟังก่อนตัดสิน: ใช้เวลาให้กับการฟังเพื่อเข้าใจต้นเหตุ มากกว่าการตอบโต้ด้วยอารมณ์
• แยกปัญหาออกจากบุคคล: ดำเนินการแก้ปัญหาด้วยการเน้นพฤติกรรมและผลกระทบ มิใช่การกล่าวโทษตัวตน
• ลงมือไกล่เกลี่ยเร็ว: ความเงียบปล่อยให้ปัญหาลุกลาม ยิ่งแก้ยากกว่าเมื่อปล่อยให้สะสมนาน
• ปลูกฝังการให้อภัย: การให้อภัยเป็นกลไกฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ทรงพลัง และประหยัดทรัพยากรขององค์กร

#คำคมที่สอดแทรกภูมิปัญญา
• "ความยุติธรรมผนึกความเชื่อมั่น ความเมตตารักษาความเป็นพี่น้อง"
• "การฟังมากกว่าพูด คือการปลูกเมล็ดแห่งการเข้าใจ"
• "ผู้เป็นผู้นำที่แท้ คือผู้ทำให้ความต่างกลายเป็นพลังร่วม"

สรุปได้ว่า การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี มิได้เป็นเพียงแนวปฏิบัติทางศาสนาเท่านั้น แต่เป็นกรอบทางจริยธรรมและเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ในองค์กรสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิผล เมื่อผู้นำผสานหลักอะมานะฮ์ ชูรอ และอิห์ซาน เข้ากับทักษะการสื่อสารและการไกล่เกลี่ย ทีมจะเปลี่ยนจากกลุ่มของบุคคลที่ยืนร่วมกันเป็น "หนึ่ง" ที่เคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมั่นคงและยืนยาว - وَاللَّهُ أَعْلَمُ بِالصَّوَاب
----------------------
ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี

#สร้างทีมให้เป็นหนึ่ง
#การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี
#วิศรุตมุร้อดเลาะวิถี

  พฤ.21 พ.ค.2569" #โครงการจัดเลี้ยงทุกวันพฤหัสบดีค่ำลง(คืนวันศุกร์)ด้วยดุอาอ์" นักเรียนเยาวชน และครู (อัลกุรอานและฟัรดูอ...
22/05/2026

พฤ.21 พ.ค.2569
" #โครงการจัดเลี้ยงทุกวันพฤหัสบดีค่ำลง(คืนวันศุกร์)ด้วยดุอาอ์"
นักเรียนเยาวชน และครู (อัลกุรอานและฟัรดูอีน)ศูนย์อบรมฯประจำมัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว
___________
ขอขอบคุณ คุณอินอาม อัครวุฒิชัย ร่วมทำบุญจัดเลี้ยงในวันนี้
ขออัลลอฮ์(ซ.บ.) ตอบแทนความดีงาม ให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ปลอดภัยโดยสวัสดิภาพ ขออัลลอฮฺ์ตอบรับการงานที่ดี ปฏิบัติศาสนกิจครบถ้วนสมบูรณ์ …อามีน
:::::::::::::::::::::
เมนู โรตีใส่นม นมเย็น
โรตี มัซซาร่าเนื้อ
เวลา 19.30 น.
ณ ลานแดง มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว 🕌

21/05/2026

#สร้างทีมให้เป็นหนึ่ง: การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี ตอนที่ 2

ในทุกสังคม ทุกองค์กร และทุกชุมชน ความขัดแย้งมิใช่สิ่งผิดปกติ หากเป็นสภาวะธรรมชาติของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ ผู้คนต่างมีประสบการณ์ ความคิด ความคาดหวัง และอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน เมื่อความแตกต่างเหล่านี้เคลื่อนเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ความไม่ลงรอยจึงเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญมิได้อยู่ที่ว่า “จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้อย่างไร” หากแต่อยู่ที่ว่า “จะบริหารความขัดแย้งอย่างไรให้กลายเป็นพลังของความเป็นหนึ่งเดียว” ในมุมมองนี้ แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลฯ คือกรอบคิดทางภาวะผู้นำที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ทั้งในเชิงศาสนา เชิงจริยธรรม และเชิงการบริหารสมัยใหม่

การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี มิได้ตั้งอยู่บนการใช้อำนาจกดทับ หากตั้งอยู่บนการเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ท่านนบีมิได้มองความขัดแย้งเป็นศัตรูของความสามัคคีเสมอไป แต่ทรงมองว่า หากจัดการด้วยปัญญา ความเมตตา และความยุติธรรม ความขัดแย้งอาจกลายเป็นประตูสู่ความเข้าใจที่ลึกกว่าเดิมได้ นี่คือหัวใจของภาวะผู้นำที่แท้จริง เพราะผู้นำมิใช่ผู้ที่ทำให้ทุกคน “เงียบ” แต่คือผู้ที่ทำให้ทุกคน “ยังอยากอยู่ร่วมกัน” แม้ในวันที่ความเห็นไม่ตรงกัน

หลักการแรกที่เด่นชัดในแบบอย่างของท่านนบีคือ การฟังอย่างมีเมตตา ผู้นำจำนวนมากล้มเหลวในการจัดการความขัดแย้ง มิใช่เพราะขาดความรู้ แต่เพราะขาดความสามารถในการรับฟังอย่างแท้จริง การฟังในความหมายเชิงนบี มิใช่เพียงการรอให้อีกฝ่ายพูดจบ หากเป็นการฟังด้วยหัวใจที่ไม่รีบตัดสิน การฟังเช่นนี้ช่วยลดอคติ เปิดพื้นที่ให้ความจริงปรากฏ และทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ในทางวิชาการ การรับฟังอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นพื้นฐานของการสร้าง “Psychological Safety” หรือความปลอดภัยทางใจในทีม ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของความไว้วางใจและความร่วมมือระยะยาว ดังคำที่ว่า “บางครั้งคนเรา มิได้ต้องการคนที่ตอบเก่งที่สุด แต่ต้องการคนที่ฟังอย่างไม่ทำให้หัวใจเล็กลง”

หลักการที่สองคือ ความยุติธรรมเหนืออคติ ท่านนบีทรงยืนอยู่บนหลักการ มิใช่อารมณ์ และทรงให้คุณค่ากับความถูกต้องมากกว่าความใกล้ชิดส่วนตัว นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการบริหารทีมในทุกยุคสมัย เพราะเมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้น สิ่งที่สมาชิกในทีมจับตามอง มิใช่เพียงผลการตัดสิน แต่คือความเป็นธรรมของกระบวนการ หากผู้นำลำเอียง แม้เพียงเล็กน้อย ความไว้วางใจจะร้าวลึกกว่าตัวปัญหาเสียอีก ในทางกลับกัน หากผู้นำแสดงความเที่ยงธรรมอย่างสม่ำเสมอ สมาชิกจะเรียนรู้ที่จะเคารพกติกา และความขัดแย้งจะไม่บานปลายเป็นความแตกแยก ความยุติธรรมจึงมิใช่เพียงเครื่องมือแก้ปัญหา แต่เป็นเสาหลักของความเป็นหนึ่งเดียว “ทีมจะอยู่รอดได้ มิใช่เพราะไม่มีปัญหา แต่เพราะทุกคนเชื่อว่า ตนจะได้รับความเป็นธรรมเมื่อปัญหามาถึง”

หลักการที่สามคือ การสร้างเป้าหมายร่วมเหนือความต่างส่วนบุคคล หนึ่งในภูมิปัญญาที่ลึกซึ้งที่สุดของท่านนบี คือการเปลี่ยนความสนใจของผู้คนจาก “ฉันกับเขา” ไปสู่ “เรากำลังทำอะไรเพื่ออะไร” เมื่อทีมหมกมุ่นอยู่กับตัวตน ความขัดแย้งย่อมหมุนรอบศักดิ์ศรี อำนาจ และการเอาชนะ แต่เมื่อทีมถูกยกระดับให้มองเห็นพันธกิจร่วม ความขัดแย้งจะถูกตีความใหม่ในฐานะอุปสรรคที่ต้องช่วยกันข้าม มิใช่สนามรบที่ต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ หลักการนี้สอดคล้องกับทฤษฎีการบริหารร่วมสมัยที่ชี้ว่า ทีมที่มี Shared Vision หรือวิสัยทัศน์ร่วม จะมีความสามารถสูงกว่าในการรับมือความไม่ลงรอย และฟื้นฟูความสัมพันธ์หลังวิกฤต

หลักการที่สี่คือ การประนีประนอมอย่างมีศักดิ์ศรี การไกล่เกลี่ยแบบท่านนบี มิใช่การบังคับให้ฝ่ายหนึ่งยอมจำนน แต่อยู่บนฐานของการรักษาเกียรติของทุกฝ่ายให้มากที่สุด เพราะบ่อยครั้ง ความขัดแย้งยืดเยื้อมิใช่เพราะเนื้อหาของปัญหาใหญ่โตนัก หากเพราะหัวใจของผู้คนรู้สึกว่าตนถูกลดทอนคุณค่า ผู้นำที่ดีจึงต้องรู้จักหาทางออกที่ไม่เพียงแก้ปัญหา แต่ยังเยียวยาความรู้สึก การรักษาหน้าของผู้คน มิใช่เรื่องผิวเผิน หากเป็นศิลปะของการธำรงความสัมพันธ์ในระยะยาว ดังคำคมที่ว่า “การชนะใจ สำคัญกว่าการชนะคดี เพราะคดีจบได้ในห้องประชุม แต่ความรู้สึกอาจไม่จบในใจคน”

หลักการที่ห้าคือ การให้อภัยโดยไม่ละทิ้งความรับผิดชอบ แบบอย่างของท่านนบีสอนว่า ความเมตตากับความเด็ดขาดมิได้ขัดกัน ผู้นำสามารถอ่อนโยนได้โดยไม่อ่อนแอ และสามารถรักษาหลักการได้โดยไม่แข็งกระด้าง การให้อภัยมิใช่การปล่อยผ่านทุกความผิด แต่คือการไม่ปล่อยให้ความผิดกลายเป็นโซ่ตรวนของอนาคต ในระดับองค์กร วัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้จากความผิดพลาดโดยไม่ประจานกัน จะช่วยให้สมาชิกกล้ารับผิด กล้าปรับปรุง และกล้ากลับมาสร้างคุณูปการอีกครั้ง ตรงกันข้าม หากทีมใดใช้ความผิดเป็นเครื่องมือทำลายกัน สุดท้ายความกลัวจะเข้ามาแทนที่ความไว้วางใจ และความเงียบจะเข้ามาแทนที่ความร่วมมือ

กล่าวโดยสรุป การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี มิใช่เพียงศาสตร์ของการแก้ปัญหา แต่เป็นศิลป์ของการประคองหัวใจมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีเกียรติ เป็นกระบวนการที่ผสานการฟัง ความยุติธรรม วิสัยทัศน์ร่วม การประนีประนอม และการให้อภัยเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ในโลกปัจจุบันที่องค์กรจำนวนมากเผชิญความแตกต่างทางวัย ความคิด และวัฒนธรรม บทเรียนจากแบบอย่างของท่านนบี จึงยิ่งมีความร่วมสมัยอย่างยิ่ง

ท้ายที่สุด ทีมที่เป็นหนึ่ง มิได้หมายถึงทีมที่ไม่มีเสียงต่าง แต่หมายถึงทีมที่แม้ต่างก็ยังเดินไปในทิศเดียวกันได้ และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ มิได้วัดจากความสามารถในการสั่งการเท่านั้น หากวัดจากความสามารถในการทำให้ผู้คนที่แตกต่างกัน ยังเชื่อมั่นว่า การอยู่ร่วมกันนั้นมีความหมายเสมอ เพราะในโลกของการบริหาร “ความสามัคคี มิได้เกิดจากการคิดเหมือนกันทุกคน แต่เกิดจากการให้คุณค่ากับกันและกันมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ความต่างทำลายความดีงามที่เราสร้างร่วมกัน” - وَاللَّهُ أَعْلَمُ بِالصَّوَابِ
-----------------------
ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี

#สร้างทีมให้เป็นหนึ่ง
#การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี
#วิศรุตมุร้อดเลาะวิถี

21/05/2026

#สร้างทีมให้เป็นหนึ่ง: การบริหารความขัดแย้งแบบท่านนบี

"หากไม่มีความขัดแย้ง แสดงว่าในห้องนั้นมีคนที่ไม่กล้าพูดความจริง" — ข้อความนี้สะท้อนความจริงอันลึกซึ้งว่า ความขัดแย้งมิใช่สัญญาณของความอ่อนแอขององค์กร หากแต่เป็นหลักฐานแห่งความหลากหลายทางความคิดที่ทรงพลัง ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่การมีความขัดแย้ง แต่อยู่ที่ว่า ผู้นำจะบริหารความขัดแย้งนั้นให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ หรือปล่อยให้มันกัดกร่อนเนื้อในขององค์กรจนแตกสลาย

ในบรรดาผู้นำตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ทรงแสดงให้เห็นถึงศาสตร์และศิลป์แห่งการบริหารความขัดแย้งอย่างเป็นแบบอย่างที่หาได้ยากยิ่ง กว่าสองทศวรรษแห่งการนำพาชุมชนผู้ศรัทธาอิสลามยุคแรก ท่านต้องเผชิญกับความขัดแย้งในทุกระดับ ทั้งในครัวเรือน ในระหว่างสาวก ในระหว่างเผ่าพันธุ์ที่หลากหลาย และในระหว่างชุมชนที่มีความเชื่อต่างกัน หากแต่ท่านสามารถแปรสภาพความขัดแย้งเหล่านั้นให้กลายเป็นรากฐานของชุมชนที่เข้มแข็ง และเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างน่าอัศจรรย์

ท่านนบีฯ ขึ้นชื่อในหมู่เศาะฮาบะฮ์ว่าเป็นผู้ที่ "ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองสำคัญที่สุดสำหรับท่าน" เมื่อใดก็ตามที่มีผู้มาหาท่านด้วยข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้ง ท่านจะหันหน้าเข้าหาผู้นั้นอย่างเต็มตัว รับฟังด้วยความตั้งใจ และมิเคยตัดสินก่อนรับฟังทุกฝ่ายให้ครบถ้วน

หลักการนี้สอดรับกับอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลหุจญรอต อายะฮ์ที่ ๖ ที่กำชับว่า "หากคนชั่วนำข่าวมาให้พวกท่าน จงตรวจสอบเสียก่อน มิฉะนั้นพวกท่านอาจทำร้ายกลุ่มชนโดยความโง่เขลา แล้วต้องเสียใจกับสิ่งที่ได้กระทำไป" การตรวจสอบก่อนตัดสิน คือหลักการบริหารความขัดแย้งที่ท่านนบีฯ ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และเป็นรากฐานที่ทำให้ชุมชนรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม

หนึ่งในบทเรียนที่ทรงพลังที่สุดจากการบริหารของท่านนบีฯ คือหลักการอะดาละฮ์ หรือความยุติธรรมที่ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือหลักการ ท่านกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า หากฟาฏิมะฮ์ บุตรีของมุฮัมมัดลักทรัพย์ ฉันก็จะตัดมือของเธอเช่นกัน" ถ้อยคำนี้มิใช่เพียงคำพูด หากเป็นการประกาศหลักการที่ผู้นำต้องปฏิบัติตามด้วยตนเองก่อนที่จะเรียกร้องจากผู้อื่น

ในการบริหารความขัดแย้ง ความยุติธรรมมีนัยสำคัญสองประการ ประการแรก คือความยุติธรรมในกระบวนการ (Procedural Justice) ทุกฝ่ายต้องได้รับโอกาสนำเสนอมุมมองของตนอย่างเท่าเทียม ประการที่สอง คือความยุติธรรมในผลลัพธ์ (Distributive Justice) การตัดสินต้องอิงหลักการมิใช่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ทั้งสองประการนี้รวมกันสร้างความชอบธรรม (Legitimacy) ให้แก่ผู้นำในสายตาของทุกฝ่าย

ท่านนบีฯ มิได้เผชิญความขัดแย้งทุกอย่างด้วยวิธีเดียวกัน ท่านเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานการณ์ด้วยฮิกมะฮ์ หรือวิทยปัญญาอันละเอียดอ่อน บางครั้งท่านใช้อารมณ์ขัน บางครั้งใช้การเปรียบเปรย บางครั้งนิ่งเงียบ และบางครั้งพูดตรง ๆ โดยปราศจากการอ้อมค้อม ดังที่ท่านบริหารความขัดแย้งระหว่างเผ่าอันศ็อรและมุฮาญิรูนในช่วงเหตุการณ์เผ่าบะนีมุศตอลิก ด้วยการพูดตรงถึงจิตสำนึกแห่งความเป็น พี่น้องที่เหนือกว่าอคติเผ่าพันธุ์

ฮิกมะฮ์ในการบริหารความขัดแย้ง จึงหมายถึงการรู้ว่า "เมื่อใดควรปล่อยให้ทุกอย่างระบาย เมื่อใดควรเข้าแทรกแซง และเมื่อใดควรนำทุกฝ่ายกลับมาสู่หลักการที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวปัญหา"

เครื่องมือที่ท่านนบีฯ ใช้บ่อยที่สุดในการสมานรอยร้าวของความขัดแย้ง คือการย้อนทุกฝ่ายกลับสู่หลักการอุคุวะฮ์ หรือความเป็นพี่น้องในอิสลาม อัลกุรอานกล่าวว่า "แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้น จงไกล่เกลี่ยระหว่างพี่น้องทั้งสองของพวกท่านเถิด" (อัลหุจรอต: ๑๐) การย้อนกลับสู่อัตลักษณ์ร่วมที่ยิ่งใหญ่กว่าข้อพิพาทเฉพาะหน้า ทำให้ความขัดแย้งที่ดูรุนแรงในชั่วขณะ กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเปรียบกับสายสัมพันธ์ที่ผูกโยงทุกคนเข้าด้วยกัน

หลักการทั้งสี่ประการดังกล่าวมิได้ล้าสมัย ตรงกันข้าม งานวิจัยด้านการบริหารองค์กรร่วมสมัยยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ทีมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มิใช่ทีมที่ไม่มีความขัดแย้ง หากเป็นทีมที่มีวัฒนธรรมในการ "ขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์" (Constructive Conflict) กล่าวคือ สมาชิกสามารถนำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันได้ โดยไม่กลัวการถูกปฏิเสธหรือตำหนิ ผู้นำทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ยุติธรรม และทุกการตัดสินใจอิงหลักการร่วม มิใช่อำนาจส่วนตัว

ในบริบทของมัสยิดและองค์กรมุสลิม สิ่งที่ท่านนบีฯ มอบไว้คือ "กระจกบานใหญ่" ที่สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำที่แท้จริง มิใช่ผู้ที่หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หากเป็นผู้ที่กล้าเผชิญกับมัน บริหารมันอย่างมีหลักการ และแปรมันให้เป็นปุ๋ยที่หล่อเลี้ยงความเติบโตของชุมชน

สรุปได้ว่า "คนที่แข็งแกร่งที่สุด มิใช่คนที่ชนะในการต่อสู้ หากแต่ คือคนที่สามารถควบคุมตนเองได้ในยามโกรธ" — หะดีษนี้ของท่านนบีฯ คือแก่นสารสูงสุดของการบริหารความขัดแย้ง เพราะก่อนที่ผู้นำจะบริหารความขัดแย้งภายนอกได้ ท่านต้องพิชิตความขัดแย้งภายในตนเองก่อน การสร้างทีมให้เป็นหนึ่ง จึงเริ่มต้นที่การสร้าง "ผู้นำที่เป็นหนึ่ง" คือผู้นำที่หัวใจ ปาก และการกระทำ พูดภาษาเดียวกัน นั่นคือภาษาแห่งความยุติธรรม ความเมตตา และความซื่อสัตย์ต่อหลักการ ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ฝากไว้แก่ผู้นำทุกคนในทุกยุคทุกสมัย
-----------------------
ผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี

#สร้างทีมให้เป็นหนึ่ง
#การบริหารความขัดแย้ง
#แบบท่านนบี
#วิศรุตมุร้อดเลาะวิถี

20 พ.ค.2569 มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว และชุมชนบ้านครัวให้การต้อนรับ คุณ สิรินาถ ฉัตรศุภกุลผู้อำนวยการ ททท. สำนักง...
20/05/2026

20 พ.ค.2569 มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว และชุมชนบ้านครัวให้การต้อนรับ คุณ สิรินาถ ฉัตรศุภกุล
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกรุงเทพฯ
เยี่ยมเยือนชุมชน ปรึกษาหารือ พบปะพูดคุยเตรียมงานลงพื้นที่ชุมชนบ้านครัวเพื่อจัดกิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์เชิงท่องเที่ยวเร็วๆ นี้

#มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์_บ้านครัว
#ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านครัว
#ชุมชนบ้านครัว_เขตราชเทวี_กทม.
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)

18/05/2026

#มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์_บ้านครัว
#จะทำการละหมาดอีดิลอัฎฮา เวลา 09.00 น.
#วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569
Jamiul KhoyRiYah Mosque BanKrua
Eid al-Adha Prayer Time at 09:00 AM.
On Thursday, May 28th, 2026.

Eid al Adha 1447 AH.
Eid Mubarak

‎[ إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ ] นายโบ๊ต(ยะห์ยา) สุโง๊ะอายุ 43  ปี- บุตรของนาง มัยมูนะห์ สุโง๊ะ - หลานอั...
18/05/2026

‎[ إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ ]

นายโบ๊ต(ยะห์ยา) สุโง๊ะ
อายุ 43 ปี
- บุตรของนาง มัยมูนะห์ สุโง๊ะ
- หลานอัลมัรฮูมนาย ชม หรืออับดุลกอเด็ร สุโง๊ะ
ได้ถึงอาญัลของอัลลอฮ์ ซ.บ.แล้ว
เมื่อเวลา 06.00 น.(18 พ.ค.69) ด้วยโรคประจำตัว

เจ้าภาพขอเชิญร่วมละหมาดญะนาซะห์
#วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569
เวลา 16.00 น.
ณ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว
497เชิงสะพานเจริญผล ถนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

นางสาว รอบีอะห์ สุโง๊ะ
พี่สาว ผู้ให้ประกาศ

17/05/2026

#เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นบททดสอบ: โซเชียลมีเดียและ AI ในมุมมองของอิสลาม ตอนที่ 3 (จบ)

ในโลกยุคใหม่ที่ความเร็วกลายเป็นมาตรวัดของความเจริญ และข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรที่ทรงอำนาจที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ เทคโนโลยีได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้ โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารของมนุษย์จากการสนทนาในวงจำกัด ไปสู่การเผยแพร่สารในระดับโลก ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้ก้าวล้ำจากการเป็นเพียงเครื่องมือช่วยประมวลผล ไปสู่การสร้างข้อความ ภาพ เสียง และการตัดสินใจในระดับที่เลียนแบบมนุษย์ได้อย่างน่าพรั่นพรึง ความเปลี่ยนแปลงนี้ มิใช่เพียงการเปลี่ยนเครื่องมือ หากแต่กำลังเปลี่ยน “โครงสร้างความสัมพันธ์” ระหว่างมนุษย์กับความจริง ระหว่างเสรีภาพกับความรับผิดชอบ และระหว่างความสามารถกับศีลธรรม

ในมุมมองของอิสลาม เทคโนโลยีมิใช่สิ่งชั่วร้ายในตัวของมันเอง เพราะอิสลามมิได้ต่อต้านความก้าวหน้า หากแต่ให้กรอบคิดที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ความก้าวหน้านั้นอย่างมีเป้าหมายและมีคุณธรรม ทุกสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตให้มนุษย์ค้นพบและพัฒนาขึ้น ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของเนียะมะฮ์ หรือความโปรดปรานจากพระองค์ แต่เนียะมะฮ์ทุกประการย่อมมาพร้อมกับอะมานะฮ์ คือความรับผิดชอบที่ผู้รับจะต้องตอบต่อพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีจึงมิใช่เพียงพื้นที่แห่งโอกาส แต่เป็นสนามแห่งการทดสอบว่า มนุษย์จะใช้ความสามารถที่มีเพื่อรับใช้ความดี หรือจะปล่อยให้มันกลายเป็นเครื่องมือของอัตตา ความหลงผิด และการทำลายผู้อื่น

โซเชียลมีเดียเป็นตัวอย่างชัดเจนของความจริงข้อนี้ มันเปิดพื้นที่ให้มนุษย์สามารถถ่ายทอดความรู้ สร้างเครือข่ายคุณธรรม และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ในเวลาเดียวกัน พื้นที่เดียวกันนี้กลับกลายเป็นแหล่งเพาะบ่มของการโอ้อวด การเสพติดการยอมรับ การพิพากษาผู้อื่นอย่างฉาบฉวย และการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็ว สังคมดิจิทัลทำให้มนุษย์พูดมากขึ้น แต่ใช่ว่าจะคิดลึกขึ้น ทำให้เราเชื่อมต่อกันมากขึ้น แต่มิได้หมายความว่า เราเข้าใจกันมากขึ้นเสมอไป บางครั้งสิ่งที่ถูกเรียกว่า “การสื่อสาร” อาจเป็นเพียงการส่งเสียงดังในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าทางจริยธรรม

ส่วน AI นั้นยิ่งทำให้คำถามทางศีลธรรมทวีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะมิได้เป็นเพียงผู้ช่วยของมนุษย์ แต่อาจกำลังกลายเป็น “ผู้แทน” มนุษย์ในหลายกิจกรรม ตั้งแต่การเขียน การวิเคราะห์ การสร้างภาพ ไปจนถึงการเลียนเสียงและพฤติกรรมของบุคคล ความสามารถเช่นนี้นำมาซึ่งประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งในด้านการศึกษา การแพทย์ การจัดการ และการเผยแผ่ความรู้ แต่ขณะเดียวกันก็เปิดประตูสู่การปลอมแปลง บิดเบือน และละเมิดศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างที่โลกในอดีตไม่เคยเผชิญมาก่อน เมื่อภาพอาจมิใช่หลักฐาน เสียงอาจมิใช่ความจริง และข้อความอาจมิใช่ความคิดของเจ้าของชื่อ คำถามสำคัญจึงมิใช่เพียงว่า “เทคโนโลยีทำอะไรได้บ้าง” แต่คือ “มนุษย์กำลังยินยอมให้เทคโนโลยีพาเราไปไกลจากคุณธรรมเพียงใด”

อิสลามให้หลักการสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับโลกเช่นนี้ นั่นคือหลักแห่งตักวา มุรอเกาะบะฮ์ และความรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำ ตักวาทำให้ผู้ศรัทธาไม่หลงใหลในอำนาจของเครื่องมือจนลืมผู้ประทานเครื่องมือนั้น มุรอเกาะบะฮ์ทำให้เขาตระหนักว่า แม้การกระทำจะเกิดขึ้นหลังหน้าจอและพ้นจากสายตาของมนุษย์ แต่ไม่เคยพ้นจากการทรงเห็นของอัลลอฮ์ ส่วนความรับผิดชอบต่อคำพูดนั้นยิ่งมีความหมายมากในยุคที่ถ้อยคำหนึ่งสามารถเดินทางข้ามโลกได้ในพริบตา และทิ้งร่องรอยไว้นานกว่าชีวิตของผู้พูดเสียอีก ในโลกดิจิทัล “การกดแชร์” อาจกลายเป็นการร่วมในบาป และ “การนิ่งตรวจสอบ” อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของอิบาดะฮ์

แม้กระนั้น อิสลามมิได้สอนให้ผู้ศรัทธาหวาดกลัวโลกใหม่จนถอยหนีจากมัน ตรงกันข้าม อิสลามสอนให้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างมีสติ มีหลักยืน และมีเป้าหมาย เทคโนโลยีสามารถเป็นสะพานสู่ความดีได้ หากถูกใช้เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้อง ปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และสร้างสังคมแห่งความเมตตา แต่หากไร้กรอบศีลธรรม มันก็พร้อมจะเปลี่ยนจาก “เครื่องมือแห่งอารยธรรม” เป็น “อาวุธแห่งความเสื่อมทราม” ได้ในพริบตา

ท้ายที่สุด ปัญหาที่แท้จริงอาจมิใช่อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “หัวใจ” ของมนุษย์ผู้ใช้เทคโนโลยีนั้น เพราะเครื่องมือจะสะท้อนตัวตนของผู้ถือมันเสมอ มือที่มี “ตักวา” ย่อมใช้เทคโนโลยีเพื่อเยียวยา แต่หัวใจที่ปล่อยตัวตามอำนาจและอารมณ์ ย่อมใช้สิ่งเดียวกันเพื่อทำร้ายและครอบงำผู้อื่น ดังนั้น เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นบททดสอบ ผู้ศรัทธาจึงต้องไม่ถามเพียงว่า “สิ่งนี้ทันสมัยเพียงใด” แต่ต้องถามด้วยว่า “สิ่งนี้พาเราเข้าใกล้อัลลอฮ์มากขึ้น หรือพาเราไกลออกจากพระองค์” เพราะในที่สุดแล้ว ความเจริญที่แท้จริง มิได้วัดจากความฉลาดของเครื่องจักร แต่วัดจาก “ความบริสุทธิ์ของหัวใจ” ที่ควบคุมมันต่างหาก - والله أعلم بالصواب
---------------------
ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี

#เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นบททดสอบ
#โซเชียลมีเดียและAI
#ในมุมมองของอิสลาม
#วิศรุตมุร้อดเลาะวิถี

 #ประกาศจุฬาราชมนตรีวันที่ 1 ซุ้ลฮิจญะห์ ฮ.ศ. 1447 ตรงกับวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 และ  #วันอีดิ้ลอัฎฮา ฮ.ศ. 144...
17/05/2026

#ประกาศจุฬาราชมนตรี
วันที่ 1 ซุ้ลฮิจญะห์ ฮ.ศ. 1447
ตรงกับวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
และ #วันอีดิ้ลอัฎฮา ฮ.ศ. 1447
#ตรงกับวันพฤหัสบดีที่28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

17/05/2026

สภาเครือข่ายฯ สำนักจุฬราชมนตรี
ขอร่วมส่งกำลังใจและดุอาอ์ให้แก่ผู้ประสบเหตุ ครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ครั้งนี้
ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครอง เยียวยาผู้บาดเจ็บ และประทานความเข้มแข็งให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบาก 🤍
#ร่วมส่งกำลังใจ #ขอดุอาอ์ให้ผู้ประสบเหตุ

ที่อยู่

497 ตรอกบ้านครัว เชิงสะพานเจริญผล ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6626111482

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ บ้านครัว:

แชร์

ประเภท