True Worshipers 🎵 True Worshipers Thailand
[Official Fanpage]

🕊️ Worship in Spirit and in Truth
นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง

🎵 True Worshipers Thailand [Official]

มกราคมปี 2006 The Bridge Builders Korea ได้เดินทางมาจัดสัมมนาการนมัสการขึ้นที่นครศรีธรรมราช เมื่อเสร็จงานก็เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ซึ่งไหนๆ ก็มีโอกาสเดินทางมาเมืองหลวงของประเทศไทยแล้ว เพียงเดินทางผ่านไปเฉยๆ ก็ดูจะไม่คุ้มค่า จึงจัดงานสัมมนาเล็กๆ ขึ้นที่คริสตจักรเกาหลีแถวถนนสุขุมวิท ทำให้ ศจ.ปาร์ค จองอัม ได้มีโอกาสรู้จักกับ ศจ.ยินดี จัง และได้พูดคุยกันถึงความต้อ

งการของคริสเตียนไทยในด้านการนมัสการ Bridge Buildersฯ จึงเสนอโครงการว่าจะเชิญตัวแทนผู้นำนมัสการไทย ไปดูงานการนมัสการในคริสตจักรที่ประเทศเกาหลี โดยเฉพาะที่อยู่ในพันธกิจการนมัสการของ Bridge Builders ฯ

ศจ.ยินดีจึงได้คัดเลือกตัวแทนผู้นำนมัสการไทย 6 คน ไปร่วมงาน Worship Leaders Conference 2006 ในเดือนสิงหาคมปีนั้น หลังจากกลุ่มตัวแทนกลับมาก็มีการนัดประชุมกันเป็นระยะ จึงตกลงกันจัดสัมมนาการนมัสการขึ้นในวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2007 ที่คริสตจักรนิมิตใหม่ ในหัวข้อ “True Worshiper” ซึ่งงานนั้นได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากหลายคริสตจักรและกลุ่มคณะคริสเตียน และจัดสัมมนาหลังจากนั้นมาอีกมากมาย

[Word of the Day] การทรงนำด้วยพรัวจนะ   #66“ข้าวละมานที่ถูกหว่านอย่างลับ ๆ ในแผ่นดินที่ดี”(มัทธิว 13:24–30)-------เมื่อเ...
24/05/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพรัวจนะ #66
“ข้าวละมานที่ถูกหว่านอย่างลับ ๆ ในแผ่นดินที่ดี”
(มัทธิว 13:24–30)
-------
เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่ดีถูกหว่านลงในแผ่นดินที่ดี ย่อมเกิดผลแน่นอน แต่พระเยซูทรงสอนเราผ่านอุปมานี้ว่า ยังมีตัวแปรอีกประการหนึ่ง
นั่นคือ “ข้าวละมานที่ถูกหว่านอย่างลับ ๆ” ในแผ่นดินที่ดี บทเรียนจากข้าวละมานที่ถูกหว่านในแผ่นดินที่ดี มีดังนี้
(1) แม้ชาวนาจะขยันขันแข็งและหว่านเมล็ดพันธุ์ที่ดีลงในแผ่นดินที่ดีด้วยความเอาใจใส่ ก็ยังไม่มีทางควบคุมศัตรูจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
(2) มีการกล่าวว่า ศัตรูเข้ามาอย่างลับ ๆ และหว่านข้าวละมานในขณะที่เรานอนหลับ
ศัตรูมักฉวยโอกาสในเวลาที่เราเผลอหลับ
(3) เขาหว่านข้าวละมานทับลงบนเมล็ดพันธุ์ที่ดี
ในกระบวนการเติบโต เมล็ดพันธุ์ที่ดีและข้าวละมานจะแย่งชิงสารอาหารซึ่งกันและกัน
(4) เจ้าของนาอนุญาตให้ข้าวละมานและเมล็ดพันธุ์ที่ดีเติบโตไปพร้อมกันจนถึงเวลาเก็บเกี่ยว
การต่อสู้ฝ่ายวิญญาณนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าพระคริสต์จะเสด็จกลับมา
(5) ในเวลาเก็บเกี่ยว ข้าวละมานจะถูกเก็บก่อนและถูกเผาทิ้ง
ในวันพิพากษาครั้งสุดท้าย ข้าวละมานจะถูกพิพากษาด้วยไฟทันที ดังนั้น แม้ผู้รับใช้ที่ดีของพระเจ้าจะต้องทนทุกข์ในโลกนี้ เราก็ต้องอดทนโดยมองไปยังชัยชนะสุดท้าย

ข้าแต่พระเจ้า ในโลกที่ข้าวละมานยังคงแพร่หลายอยู่ ขอทรงช่วยให้บุตรธิดาของพระองค์ดำเนินชีวิตเป็นบุตรแห่งความสว่างมากยิ่งขึ้นเถิด...
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #65“ความจริงที่ง่ายที่สุดแต่มั่นคงที่สุด”(มัทธิว 11:25–30)-------ความจริงที่ง่าย...
16/05/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #65
“ความจริงที่ง่ายที่สุดแต่มั่นคงที่สุด”
(มัทธิว 11:25–30)
-------
ความจริงที่ง่ายและมั่นคงที่สุดนั้น ได้ถูกซ่อนไว้จากบรรดานักปราชญ์และผู้ที่ถือว่าตนเองมีปัญญาในโลกนี้
แต่กลับทรงสำแดงแก่เด็กเล็ก ๆ
และพระองค์ทรงถ่ายทอดความจริงนี้ผ่านพระวจนะ มาจนถึงข้าพเจ้าในวันนี้

หนทางแห่งความจริงในการรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า
มิใช่หนทางที่ซับซ้อน ยากลำบาก หรือลึกเกินเข้าใจ
แต่เป็นความจริงที่เรียบง่าย เข้าใจได้ง่าย และมั่นคง
ซึ่งทรงสำแดงตามพระประสงค์ของพระบิดาในสวรรค์

(1) ความจริงนี้คือ พระเจ้าพระบิดาได้ทรงมอบสิทธิอำนาจทั้งสิ้นไว้แก่พระบุตร คือพระเยซูคริสต์
(2) ความจริงนี้คือ เราจะรู้จักพระเจ้าพระบิดาได้ก็โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์เท่านั้น
(3) ความจริงนี้คือ การพักผ่อนที่แท้จริงมีอยู่ในพระเยซูคริสต์เท่านั้น
(4) ความจริงนี้คือ ผู้ที่พักอยู่ในพระเยซู จะได้เรียนรู้พระอุปนิสัยแห่งความอ่อนโยนและความถ่อมใจของพระองค์
(5) ความจริงนี้มิใช่สิ่งที่ยากหรือหนักหนา แต่เป็นสิ่งที่ง่ายและเบา จนทุกคนสามารถเข้าใจและรับไว้ได้

ข้าแต่พระเจ้า
ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์
ที่ในวันนี้ พระองค์ยังทรงเพิ่มเติมวันแห่งความสุขให้แก่ข้าพระองค์
เพื่อจะได้นอนพักและหยุดสงบอยู่ในพระเยซู
ผู้ทรงเป็นพระวิญญาณแห่งความจริงที่ง่ายและมั่นคงที่สุด
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #64“กุญแจที่ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นไปได้”(มัทธิว 9:18–26)-------บุตรสา...
07/05/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #64
“กุญแจที่ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นไปได้”
(มัทธิว 9:18–26)
-------
บุตรสาวของข้าราชการคนหนึ่งได้สิ้นชีวิตลง
สำหรับมนุษย์แล้ว ความตายคือจุดจบ และเป็นสถานการณ์ที่ไม่อาจทำสิ่งใดได้อีก
หญิงคนหนึ่งป่วยเป็นโรคเลือดไหลมานานถึงสิบสองปี
เธอดำรงชีวิตอย่างหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดของสังคม
และอยู่ในสภาพที่ไม่อาจกระทำสิ่งใดเพิ่มเติมได้อีก เพื่อการรักษาโรคของตน
แต่ในสองสถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงนี้
ได้ปรากฏ “กุญแจ” ที่เปิดทางจากความเป็นไปไม่ได้ ไปสู่ความเป็นไปได้อย่างชัดเจนในชีวิตของทั้งสองคน
กุญแจที่ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นไปได้
คือความเชื่อว่า มีเพียงพระเยซูคริสต์องค์เดียวเท่านั้น
ที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์อันเป็นไปไม่ได้นี้ ให้กลายเป็นความเป็นไปได้
(1) ในสถานการณ์ที่ทุกคนต่างยอมรับว่าเป็นความสิ้นหวังและเป็นจุดจบ
พวกเขาไม่ได้พยายามแสวงหาทางออกด้วยวิธีการของมนุษย์อีกต่อไป
แต่กลับมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่พระเยซูเจ้า
(2) พวกเขามีความเชื่อว่า
พระเยซูเจ้าทรงสามารถให้ผู้ตายฟื้นขึ้นมาได้
และทรงเป็นพระองค์เดียวที่สามารถเปลี่ยนความทุกข์ทรมานตลอดสิบสองปี
ให้กลับกลายเป็นความยินดีและการฟื้นฟูได้
(3) ความเชื่อนั้นมิได้หยุดอยู่เพียงในความคิด
แต่ได้ก้าวออกมาเป็นการกระทำที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว
(4) ผลลัพธ์ของความเชื่อ
ได้กลายเป็นโอกาสให้ผู้คนมากมาย
ได้เห็นและยืนยันว่า พระเยซูเจ้า คือพระเมสสิยาห์ที่แท้จริง

ข้าแต่พระเจ้า
ข้าพระองค์เชื่อว่า
ความเชื่อที่มุ่งตรงต่อพระองค์เพียงผู้เดียว
ซึ่งเป็นกุญแจที่ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นไปได้
ยังคงก่อให้เกิดการอัศจรรย์ได้ในวันนี้เช่นเดียวกัน
ขอทรงโปรดประทานความเชื่อนั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด
อาเมน
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #63“ลักษณะของผู้ที่มีความเชื่อน้อย”(มัทธิว 8:23–27)-------ภาพของพระเยซูเจ้าที่ทร...
04/05/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #63
“ลักษณะของผู้ที่มีความเชื่อน้อย”
(มัทธิว 8:23–27)
-------
ภาพของพระเยซูเจ้าที่ทรงตำหนิบรรดาศิษย์ว่าเป็น “ผู้ที่มีความเชื่อน้อย”
เป็นภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจนกับความเชื่อของนายร้อย ซึ่งพระองค์ทรงชื่นชมว่า
“เราไม่เคยเห็นความเชื่อยิ่งใหญ่เช่นนี้ในอิสราเอลเลย”
เหตุการณ์ในพระคัมภีร์ตอนนี้ ทำให้เราได้พิจารณาถึงลักษณะหลายประการที่ผู้มีความเชื่อน้อยแสดงออกมา
(1) พวกเขาเป็นผู้ที่ติดตามพระเยซูเจ้าไปทุกแห่งที่พระองค์เสด็จไป
แต่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบทบาทของตนเอง
คือคิดว่าพระเยซูเจ้าจะต้องทรงปกป้องดูแลพวกเขาเสมอ
ขณะที่ตนเองเพียงอยู่เฉย ๆ อย่างสบายใจ
(2) เมื่อเห็นคลื่นลมใหญ่ในทะเล พวกเขาตกใจและหวาดกลัว
ในยามวิกฤต ความกลัวทางอารมณ์ของตนเอง กลับมาก่อนความเชื่อ
(3) พวกเขาปลุกพระเยซูเจ้าผู้ทรงบรรทมอยู่
และบ่นต่อพระองค์ว่า พวกเขากำลังจะตายอยู่แล้ว
แต่พระองค์กลับทรงหลับสนิทโดยไม่สนใจ
(4) แม้การอยู่ร่วมกับพระเยซูเจ้า จะหมายความว่าพวกเขาจะไม่มีวันพินาศ
แต่ในชั่วขณะนั้น พวกเขากลับลืมความจริงข้อนี้
และแตกตื่นโวยวายราวกับว่าความตายกำลังอยู่ตรงหน้า
(5) พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ที่สามารถทรงห้ามลมและทะเล
และทำให้สงบเงียบได้
แต่พวกเขากลับไม่ยอมรับสิทธิอำนาจนั้น
และปล่อยให้จิตใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อวิกฤตที่อยู่ตรงหน้า
(6) พวกเขายังไม่อาจเชื่อได้ว่า
ด้วยฤทธิ์อำนาจขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ภัยพิบัติใด ๆ ก็สามารถถูกทำให้สงบลงได้

ข้าแต่พระเจ้า
ขอทรงโปรดอภัยในความเชื่อที่น้อยของข้าพระองค์
และขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์เชื่อมั่นว่า
การได้อยู่ร่วมกับพระองค์นั้นเอง
คืออัศจรรย์สูงสุดในชีวิตของข้าพระองค์
อาเมน
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #62“พระองค์ผู้ทรงแบกรับความอ่อนแอและโรคภัยของเรา”(มัทธิว 8:14–17)-------ท่ามกลาง...
01/05/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #62
“พระองค์ผู้ทรงแบกรับความอ่อนแอและโรคภัยของเรา”
(มัทธิว 8:14–17)
-------
ท่ามกลางการทรงงานด้านการรักษาโรคของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงขับไล่ผีและทรงรักษาผู้ป่วยให้หายทั้งหมด
และพระคัมภีร์ได้กล่าวว่า การทรงงานเช่นนี้ เป็นผลสำเร็จของคำพยากรณ์ในหนังสืออิสยาห์ ที่กล่าวถึง “พระองค์ผู้ทรงแบกรับความอ่อนแอและโรคภัยของเรา”
แม้ในวันนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ยังทรงแบกรับความอ่อนแอและโรคภัยทั้งปวงของเราแทนเรา
เมื่อพิจารณากริยาสำคัญสี่ประการในพระราชกิจแห่งการรักษา เราจะตระหนักใหม่ว่า พระราชกิจนั้นใกล้ชิดกับเรามากเพียงใด
(1) องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จเข้ามาในชีวิตของเรา
เข้ามาในที่อยู่อาศัยของเรา
และเข้ามาท่ามกลางความเจ็บปวดของเรา
เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงได้ยินข่าวความทุกข์จากไข้ของแม่ยายเปโตร และเสด็จเข้าไปในบ้านของเปโตรด้วยพระองค์เอง พระองค์ก็ทรงเข้ามาอย่างลึกซึ้งถึงใจกลางของผู้ที่อ่อนแอเช่นเรา
(2) องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมองดูความเจ็บปวดและความอ่อนแอของเรา ด้วยสายตาแห่งความกรุณาและเมตตา
ความเจ็บปวดและความทุกข์ที่ไม่มีใครรับรู้ พระองค์ทรงเห็นทั้งหมด
(3) องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์ออกมา และทรงสัมผัสบาดแผลของเรา
การสัมผัสของพระองค์ คือ การสัมผัสจากสวรรค์ (Heavenly Touch)
ฤทธิ์เดชจากสวรรค์ได้สัมผัสและแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของเรา
(4) องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบถึงปัญหาของเรา และในวันนี้ก็ยังทรงรักษาและเยียวยาด้วยพระวจนะ
ไม่ว่าปัญหาของเราจะดูห่างไกลจากฤทธิ์เดชของพระองค์เพียงใด ก็ไม่มีที่ใดที่ฤทธิ์เดชแห่งพระวจนะจะไปไม่ถึง

ข้าแต่พระเจ้า
ขอขอบพระคุณพระองค์
ที่ในวันนี้ พระองค์ยังเสด็จเข้ามาในชีวิตของเรา
ทรงสัมผัสเรา
และทรงรักษาเรา ด้วยพระวจนะของพระองค์
อาเมน
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #61“คำเทศนาของพระเยซูเจ้า”(มัทธิว 7:28)-------ในฐานะผู้หนึ่งที่สอนวิชาการเทศนา ข...
19/04/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #61
“คำเทศนาของพระเยซูเจ้า”
(มัทธิว 7:28)
-------
ในฐานะผู้หนึ่งที่สอนวิชาการเทศนา ข้อพระคัมภีร์สั้น ๆ ข้อนี้กลับทิ้งความประทับใจและความกังวานใจไว้อย่างยาวนานยิ่ง
เมื่อพระเยซูเจ้าทรงสรุปคำเทศนาบนภูเขา เราสามารถมองเห็นลักษณะอันน่าอัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในคำเทศนาของพระองค์ ผ่านปฏิกิริยาการตอบสนองของผู้ฟังต่อพระวจนะนั้น
(1) คำเทศนาของพระเยซูเจ้าเป็นคำเทศนาที่บรรลุเป้าหมาย
พระองค์ทรงเริ่มต้นคำเทศนาในมัทธิวบทที่ 5 และทรงสั่งสอนบนภูเขาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทรงบรรลุเป้าหมายแห่งการสั่งสอนนั้นแล้ว จึงทรงปิดฉากคำเทศนา
(2) จุดประสงค์ของคำเทศนาบนภูเขา คือ การสถาปนาผู้คนให้เป็นพลเมืองแห่งอาณาจักรของพระเจ้า
พระองค์ทรงนำคำสอนอันล้ำค่าและประดุจอัญมณีเหล่านั้น ไปสู่จุดสูงสุด และทรงสรุปคำเทศนาอย่างสมบูรณ์
(3) คำเทศนาของพระเยซูเจ้าเป็นคำเทศนาที่มอบความซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้งและความก้องกังวานยาวนานแก่ผู้ฟัง
พระคัมภีร์กล่าวว่า ฝูงชนรู้สึกอัศจรรย์ใจต่อคำสอนของพระองค์ ซึ่งการตอบสนองเช่นนี้หมายถึง พวกเขาได้รับความประทับใจและความสะเทือนใจอย่างยิ่งจากคำเทศนาของพระเยซูเจ้า
(4) คำเทศนาของพระเยซูเจ้าเป็นคำเทศนาที่เปี่ยมด้วยสิทธิอำนาจ
พระองค์ทรงแสดงสิทธิอำนาจที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากบรรดาผู้นำศาสนาในยุคนั้น
(5) คำเทศนาของพระเยซูเจ้าเป็นคำเทศนาที่มีการนำไปปฏิบัติอย่างเข้มข้น
เพราะพระองค์มิได้ทรงเป็นเหมือนพวกธรรมาจารย์ ที่เพียงถ่ายทอดความรู้และข้อมูลเท่านั้น
(6) คำเทศนาของพระเยซูเจ้าเป็นคำเทศนาที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตนเอง
ไม่เหมือนกับพวกธรรมาจารย์ที่มีจิตสำนึกเพียงภายนอก พระองค์มิได้เรียกร้องให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ตนเองยังคงเดิม
แต่เป็นคำเทศนาที่ทำให้ผู้ฟังตระหนักว่า ผู้ที่ได้ยินพระวจนะนั้น ต้องเริ่มต้นการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงจากตนเองก่อน
ข้าแต่พระเจ้า
ขอทรงโปรดให้พระวิญญาณของพระองค์
ทรงสถิตและเติมเต็มหัวใจของผู้รับใช้
เพื่อข้าพระองค์จะได้ยืนขึ้น
เป็นนักเทศน์ที่ประกาศพระวจนะด้วยสิทธิอำนาจเช่นเดียวกับพระเยซูเจ้า
และเป็นผู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน
อาเมน
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


ความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและการสั่งสอนลูกเอ๋ย จงฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้าและอย่าท...
13/04/2026

ความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้
คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและการสั่งสอน
ลูกเอ๋ย จงฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้า
และอย่าทิ้งคำสอนของแม่เจ้า
เพราะสองสิ่งนั้นเป็นมงคลงามที่ศีรษะเจ้า เป็นสร้อยรอบคอเจ้า
สุภาษิต 1 : 7-9
"วันครอบครัว" 14 เมษายน


ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่านจากศิโยนขอให้ท่านเห็นความเจริญของเยรูซาเล็มตลอดวันคืนแห่งชีวิตของท่านขอให้ท่านได้เห็นลูกหลานของ...
13/04/2026

ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรท่านจากศิโยน
ขอให้ท่านเห็นความเจริญของเยรูซาเล็ม
ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของท่าน
ขอให้ท่านได้เห็นลูกหลานของท่าน
ขอให้สันติภาพมีอยู่ในอิสราเอล
สดุดี 128 : 5-6
"วันผู้สูงอายุ" 13 เมษายน


ทีมงาน True Worshipers ขอสวัสดีปีใหม่ไทย 🙏และสุขสันต์วันสงกรานต์พี่น้องทุกท่านนะครับขอให้มีความสุข ท่องเที่ยวพักผ่อนด้วย...
12/04/2026

ทีมงาน True Worshipers ขอสวัสดีปีใหม่ไทย 🙏
และสุขสันต์วันสงกรานต์พี่น้องทุกท่านนะครับ
ขอให้มีความสุข ท่องเที่ยวพักผ่อนด้วยความชื่นชมยินดี
ขอพระเจ้าปกป้องคุ้มครองสุขภาพ การเดินทางด้วยความปลอดภัย
✨ ขอพระเจ้าอวยพรครับ ✨


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #60“จงเข้าไปทางประตูแคบ”(มัทธิว 7:13–14)-------ท่ามกลางคำสอนที่ต่อเนื่องของพระเย...
10/04/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #60
“จงเข้าไปทางประตูแคบ”
(มัทธิว 7:13–14)
-------
ท่ามกลางคำสอนที่ต่อเนื่องของพระเยซูเจ้า พระวจนะสั้น ๆ ตอนนี้มีความหมายอย่างไร?
และเจตนารมณ์ดั้งเดิมของพระองค์ในการตรัสถ้อยคำนี้แก่บรรดาศิษย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ถูกสังคมมองข้ามนั้น อยู่ที่ใด?
(1) ประตูแคบจะถูกพบในปลายทางสุดท้ายของผู้ที่เลือกเดินบนทางแคบ
การจะเข้าไปทางประตูแคบได้นั้น จำเป็นต้องเลือกทางแคบ และอดทนเดินให้จบตลอดเส้นทาง จึงจะไปถึงจุดนั้นได้
(2) แม้จะมาถึงประตูแคบแล้ว หากไม่เปิดประตูและก้าวเข้าไป ก็ย่อมไม่มีวันรู้ผลของการเชื่อฟังพระวจนะข้อนี้
จึงต้องมีการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเปิดประตูแคบ และก้าวเข้าไปข้างใน
(3) ผู้ที่ตั้งใจจะเข้าไปทางประตูแคบ ต้องไม่หันสายตาไปมองทางกว้าง ที่คนจำนวนมากเลือกเดิน
ทางแห่งการเลือกของคนหมู่มาก
ชีวิตที่ดูเหมือนจะได้รับความมั่งคั่งและเกียรติยศตลอดชีวิต
แต่เป็นทางที่ไม่มีใครตระหนักว่า กำลังนำไปสู่ความพินาศ
เพราะเป็นทางกว้างและมีผู้คนมากมายเลือกเดิน จึงให้ความรู้สึกมั่นคง และเป็นเส้นทางของชีวิตที่ดูมีความสุข สะดวกสบาย และอุดมสมบูรณ์ในสายตาของผู้ครอบครองสิ่งเหล่านั้น
(4) ทางแคบที่นำไปสู่ประตูแคบ เป็นทางที่คับแคบและยากลำบาก มีผู้เดินน้อย แต่ในที่สุดก็เป็นประตูที่นำไปสู่ชีวิต
แม้ในกระบวนการของชีวิตบนแผ่นดินนี้ จะเป็นทางที่แคบ อึดอัด เต็มไปด้วยความไม่มั่นคง ความไม่สะดวก และความโดดเดี่ยว
แต่ผู้ที่เดินบนทางนี้ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อมั่นว่า ในท้ายที่สุด ทางนี้จะนำไปสู่ชีวิต และเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตบนแผ่นดินนี้ด้วยสายตาที่มองเห็นสวรรค์

ข้าแต่พระเจ้า
ขอทรงโปรดให้การเลือกของข้าพระองค์
การตัดสินใจของข้าพระองค์
และความเชื่อมั่นของข้าพระองค์
ในการก้าวเข้าไปทางประตูแคบ
ตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งขึ้น
อาเมน
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


[Word of the Day] การทรงนำด้วยพระวจนะ   #59“ประตูด่านแรกของพระบัญชาที่เชิงรุก : ท่าทีแห่งการอธิษฐาน”(มัทธิว 7:7–12)-----...
05/04/2026

[Word of the Day]
การทรงนำด้วยพระวจนะ #59
“ประตูด่านแรกของพระบัญชาที่เชิงรุก : ท่าทีแห่งการอธิษฐาน”
(มัทธิว 7:7–12)
-------
ในคำเทศนาบนภูเขา พระเยซูเจ้าทรงประทานพระบัญชาและคำเตือนส่วนใหญ่ในรูปของถ้อยคำเชิงลบ คือ “อย่าทำสิ่งนั้น อย่าทำสิ่งนี้”
แต่พระบัญชาเชิงบวกที่โดดเด่นเพียงประการเดียว คือ “จงอธิษฐานอย่างนี้” โดยทรงสอนคำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นแบบอย่าง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของพระวจนะในวันนี้ คือ การทรงเรียกร้องให้มี ท่าทีแห่งการอธิษฐานที่เชิงรุกและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง
หากคริสเตียนสามารถก้าวผ่านประตูด่านแรกของพระบัญชาที่เชิงรุกนี้ คือ ประตูแห่งการอธิษฐานได้อย่างถูกต้อง ก็จะได้สัมผัสกับชีวิตแห่งพระพรอันน่าอัศจรรย์ในการดำเนินร่วมกับองค์พระผู้เป็นเจ้า
แล้วท่าทีแห่งการอธิษฐานที่ถูกต้องของเราคืออะไร?
(1) เราต้องแสดงให้เห็นต่อพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ถึงความพยายามในการอธิษฐานอย่างหลากหลาย โดยไม่หยุดยั้ง ทั้งการขอ การแสวงหา และการเคาะประตู
การ “ขอ” คือ การทูลขออย่างจริงจังและหนักแน่นต่อพระพักตร์ของพระเจ้า
การ “แสวงหา” คือ การลงมือกระทำอย่างกระตือรือร้นต่อหน้าพระเจ้า
การ “เคาะ” คือ การทำให้เจตนาแห่งคำทูลขอของเราถูกได้ยินอย่างชัดเจนต่อพระผู้ทรงเป็นเจ้าของ ในยามเวลาสำคัญ
(2) เราต้องมีความมั่นใจว่า การอธิษฐานจะได้รับการตอบสนอง
การอธิษฐานไม่ใช่การตะโกนใส่อากาศเปล่า แต่เป็นการทูลขออย่างหนักแน่นต่อพระผู้ทรงตอบคำอธิษฐาน
(3) การอธิษฐาน คือ การทูลขออย่างจริงจังของบุตรต่อพระบิดาบนสวรรค์ เช่นเดียวกับที่บิดามารดาตอบสนองบุตรด้วยสิ่งที่ดีที่สุด
(4) การอธิษฐาน ยังรวมถึงการนำหลักแห่งความสำคัญของความสัมพันธ์ไปปฏิบัติ คือ การปฏิบัติต่อผู้อื่นก่อน ตามแบบอย่างของการปฏิบัติที่เราปรารถนาจะได้รับจากเขา

ข้าแต่พระเจ้า
ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์
เป็นผู้รับใช้ที่เข้าหาพระองค์
ไม่ใช่ด้วยถ้อยคำที่มากมาย
แต่ด้วยการอธิษฐานที่มากยิ่งขึ้น
อาเมน
-------
โดย ศาสนาจารย์ยินดี จัง
ประธาน True Worshipers


ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

0830019517

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ True Worshipersผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง True Worshipers:

แชร์