Almahdiyah Student Club Thailand

Almahdiyah Student Club Thailand จงตระหนักไว้เถิดว่าพวกเจ้านั้น ดี?

-۷۸۶-มัจลิสไว้อาลัย ครบรอบ 40 วันแห่งการจากไปของอิมามุชชะฮีด ท่านระห์บัรซัยยิดอะลี คาเมเนอี และรำลึกชะฮาดัตท่านอิมามฮะซั...
24/08/2026

-۷۸۶-
มัจลิสไว้อาลัย ครบรอบ 40 วันแห่งการจากไปของอิมามุชชะฮีด ท่านระห์บัรซัยยิดอะลี คาเมเนอี และรำลึกชะฮาดัตท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.)

บรรยายพิเศษโดย
ซัยยิดะฮ์ไซหนับ ศักดิ์กิตติชา
ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาอัลมะฮุดียะห์
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569

สรุปเนื้อหามัจลิส

ประวัติศาสตร์และการดำเนินชีวิตของบรรดาอะอิมมะฮ์ (อ.) ล้วนเป็นแนวทางเดียวกันที่สืบทอดมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) แม้แต่ละยุคจะมีรูปแบบและหน้าที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ แต่เป้าหมายคือการนำมนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์แบบ

ในเรื่อง ระบบตัวแทนของอิมาม ได้มีการวางรากฐานและสั่งสอนมาตั้งแต่ยุคของบรรดาซอฮาบะฮ์ และปรากฏชัดในยุคของอิมามฮาดี (อ.) ผ่านระบบตัวแทนของบรรดาอิมาม จนมาถึงยุคปัจจุบัน

หลังจากการชะฮาดัตของอิมามแต่ละท่าน ประชาชนจำเป็นต้องมีผู้นำและตัวแทนเพื่อไม่ให้หลุดออกจากแนวทาง ในช่วงแรกจึงมี ตัวแทนเฉพาะ และต่อมาพัฒนาเป็น ตัวแทนทั่วไป ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข มีความรู้ ความเข้าใจ สติปัญญา และความสามารถในการวินิจฉัย เพื่อทำหน้าที่นำประชาชนในยุคที่อิมามไม่ปรากฏกาย

ฮุจญัต (حجّة) หมายถึงบทพิสูจน์หรือสิ่งที่ทำให้ไม่มีข้ออ้างและข้อสงสัยใด ๆ ต่อพระผู้เป็นเจ้า ฮุจญัตมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย ทั้งภายนอก (ซอฮิร) และภายใน (บาฏิน) โดยมนุษย์จำเป็นต้องใช้สติปัญญาเพื่อทำความเข้าใจและเดินตามฮุจญัตของพระองค์

พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างมนุษย์เพื่อให้ไปสู่ความสมบูรณ์แบบ แต่มนุษย์ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายนั้นได้โดยปราศจากตัวช่วย พระองค์จึงทรงส่งฮุจญัตมาเป็นแนวทางนำมนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์

ในแต่ละยุค วิธีการทำหน้าที่ของอิมามอาจแตกต่างกันตามสถานการณ์ เช่น ยุคของอิมามฮุเซน (อ.) คือการยืนหยัดและชะฮาดัต ขณะที่ยุคของอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.)
การนำมนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์ปรากฏผ่านการอิบาดัตและการอบรมจิตวิญญาณ ดังนั้นจึงไม่ควรนำอิมามแต่ละท่านมาเปรียบเทียบว่าใครเก่งหรือแข็งแกร่งกว่ากัน เพราะแต่ละท่านมีหน้าที่ที่เหมาะสมกับยุคสมัยของตน

ในยุคที่อิมามมะฮ์ดี (อ.) อยู่ในช่วงเร้นกาย แม้เราไม่สามารถพบอิมามได้โดยตรง แต่เป้าหมายของพระองค์ยังคงอยู่ และฮุจญัตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะฮุจญัตภายในที่มนุษย์ต้องใช้สติปัญญาในการค้นหาและยึดมั่น

ศัตรูพยายามทำให้มนุษย์สูญเสียสติปัญญาและหลุดออกจากแนวทาง ทั้งผ่านสิ่งมึนเมา ยา และสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้มนุษย์ขาดการใช้เหตุผล ดังนั้นหน้าที่สำคัญของเราคือการรักษาสติปัญญาและไม่ปล่อยให้ตนเองหลุดจากฮุจญัตของพระองค์

หน้าที่ของเราที่มีต่อฮุจญัต

1. เพิ่มพูนความรู้และมะอ์ริฟะฮ์
2. ยึดมั่นในศาสนาและจริยธรรม
3. ดุอาอ์และผูกสัมพันธ์กับผู้ที่เราให้ความสำคัญและยึดมั่น
4. ปรับปรุงสังคมและรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติในระดับบุคคล
5. ปฏิบัติตามผู้นำหรือตัวแทนของอิมามมะฮ์ดี (อ.)

การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยหรือการเปลี่ยนผู้นำ อาจทำให้บางคนหลุดออกจากแนวทางได้ หากเรายึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป เราอาจหลงทางได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องยึดมั่นกับฮุจญัตของพระองค์ และใช้สติปัญญาในการแยกแยะอยู่เสมอ

เพราะฮุจญัตของพระองค์มีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย
———————————————

08/08/2026

ขอต้อนรับแฟนตัวยงคนใหม่ของฉัน! 💎

Chuhada Yeesa, Zahro Tohkaso, Haneefah Phongyeela, Fatimah Maming, Raimee Airnim, Sukaina Arware, Syedmohammed Baqeri Chahusaini

แม้ไม่เคยได้ไปถึงสถานที่แห่งนั้น…แต่ทุกคำสอนบนมิมบัรนี้ จะเป็นดั่งตะเกียงส่องทางสู่วันที่เราจะได้ยืนเคียงข้าง อิมามซะมาน...
08/08/2026

แม้ไม่เคยได้ไปถึงสถานที่แห่งนั้น…
แต่ทุกคำสอนบนมิมบัรนี้ จะเป็นดั่งตะเกียงส่องทาง
สู่วันที่เราจะได้ยืนเคียงข้าง อิมามซะมาน (อ.)

باید برخاست؛ و راهِ حسین را ادامه داد
“เราจะต้องลุกขึ้น และสานต่อเส้นทางของฮุเซน”

กัรบะลาอาจจบลงในวันอาชูรอ แต่สาสน์ของฮุเซน (อ.) ยังคงดำรงอยู่
แม้ศัตรูจะทำลายความหวังของเราสักกี่พันครั้ง
ชีอะห์ของอะลี (อ.) จะยังคงยืนหยัด
เพื่อรักษาเส้นทางแห่งฮุเซน และปูทางสู่การปรากฏกายของ อิมามมะฮ์ดี (อ.)

ภาพบรรยากาศงานอัรบะอีนฮุซัยนี และการรำลึกถึงอิมามุชชะฮีด
#ต้องลุกขึ้นสู้

#بایدبرخاست

06/08/2026

กิจกรรมประกวดคลิปวิดิโอ "การเดินทางแห่งกัรบะลา" โดยนักศึกษาอัลมะฮฺดียะห์
คลิปที่สาม

06/08/2026

กิจกรรมประกวดคลิปวิดิโอ "การเดินทางแห่งกัรบะลา" โดยนักศึกษาอัลมะฮฺดียะห์
คลิปที่สอง

06/08/2026

กิจกรรมประกวดคลิปวิดิโอ "การเดินทางแห่งกัรบะลา" โดยนักศึกษาอัลมะฮฺดียะห์
คลิปที่หนึ่ง

หมายเหตุ : ผ้าคาดมีจำนวนจำกัดเพียง 25 ชิ้นเท่านั้นค่ะ
20/07/2026

หมายเหตุ : ผ้าคาดมีจำนวนจำกัดเพียง 25 ชิ้นเท่านั้นค่ะ

สรุปบรรยายค่ำคืนมุฮัรรอมที่ 4โดย คุณครูฮามีดะห์ ทิ้งน้ำรอบ วันที่ 18/06/69อัลฮัมดุลิลละฮ์กุ้ลลิฮาลالحمدلله كُلِّحالให้สร...
20/06/2026

สรุปบรรยายค่ำคืนมุฮัรรอมที่ 4
โดย คุณครูฮามีดะห์ ทิ้งน้ำรอบ
วันที่ 18/06/69

อัลฮัมดุลิลละฮ์กุ้ลลิฮาลالحمدلله كُلِّحال

ให้สรรญเสริญพระองค์ทุกสถานการณ์

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้สรรญเสริญพระองค์ไว้ก่อน ให้ขอบคุณทั้งในยามทุกข์เเละสุข ปกติมนุษย์จะขอบคุณเมื่อได้รับความโปรดปราน แต่ดุอาบทนี้ สอนให้เราขอบคุณพระองค์ก่อนเสมอ เมื่อเราขอบคุณมันเป็นการเเสดงความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราได้รับ ล้วนเป็นสิ่งที่ดี บรรดามลาอิกะฮ์จะบันทึกความดีเมื่อเรากล่าวดุอาข้างต้น

เวลาพระองค์ต้องการที่จะชี้นำใครก็เเล้วเเต่ ที่พระองค์ประสงค์หรือ พระองค์จะทำให้หลงทางสำหรับผู้ที่พระองค์ประสงค์ ไม่ได้หมายความว่า พระองค์เกลียดใครก็ทำให้หลงทาง หรือชอบใครก็ประสงค์ให้ทางนำ แต่ทุกๆการชี้นำ มาจากพระองค์ เเละทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัย นั่นคือ ตัวของมนุษย์เอง ถ้ามนุษย์เเสดงตัวในการที่อยู่จะอยู่ในสัจธรรม พระองค์ก็จะชี้นำเขา ทุกการชี้นำนั้นมีสาเหตุเเละมีที่ไปที่มา พระองค์ได้มอบสิทธิการชี้นำให้กับผู้ที่พระองค์ประสงค์ด้วย เช่น
บรรดานบี บรรดาเอาลิยาอ์

ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ) ได้พูดถึงฮะดิษซะฟีนะตุ้ลนุห์ท่านเปรียบเปรยว่า บรรดาอิมามเปรียบเหมือนเรือนบีนุห์ ต้องการชี้ให้เห็นว่า เรือของนบีนุห์คือทางนำ ทางที่จะชี้นำพามนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์ เเละยังท่านเปรียบเปรยท่านอิมามฮุเซน (อ) ว่า เเท้จริงเเล้วฮุเซนเปรียบเสมือนตะเกียงเเห่งทางนำ เเละเปรียบเหมือนเรือเเห่งความรอดพ้น

เรือของอิมามฮุเซน(อ) นั้นถึงเร็วกว่า เเละกว้างขวางกว่า

ความเสียสละต่างๆ ของอิมามฮุเซน(อ) มีบทบาทยังไงในการชี้นำมนุษย์ เเละรูปเเบบการชี้นำของ
อิมามเเตกต่างยังไงกับท่านอื่น?

ท่านอิมามจะเชิญชวนสู่อิสรภาพ ท่านอิมามฮุเซน(อ) ได้กว่าวว่า ถ้าหากไม่เชื่อในศาสนาและไม่กลัววันกิยามัต อย่างน้อยๆให้เป็นอิสระในโลกที่เป็นอยู่ ท่านชี้นำโดยการเป็นสื่อกลางระหว่าง
มนุษย์เเละพระเจ้า เป็นการฮิดายัตเเบบตักวีนี เเละการพลีทุกสิ่งทุกอย่างของอิมามฮุเซน(อ) ในแผ่นดินกัรบาลา

กิจวัตรประจำวัน บางครั้งอาจถูกชี้นำด้วยกับกิจวัตรประจำวันและอาจทำให้หลงทางด้วยกับกิจวัตรประจำเล็กๆน้อยๆ ที่เรามองข้าม บรรดานบี บรรดาอิมาม พยามเเสดงผ่านหลายรูปตั้งเเต่เรื่องเล็กๆ จนไปถึงเรื่องใหญ่ๆ เพื่อให้ประชาชนเห็น

ในเหตุการณ์กัรบาลา หากมีทหาร 5000 คน ยาซีดจะไม่กล้าทำสงครามด้วยเลย เเต่อิมามไม่ได้มีทหารเยอะขนาดนั้น อิมามเลยเลือกที่จะชี้นำด้วยทางอื่น คือการพลี พลีครอบครัว พลีในสิ่งที่รักที่สุด อิมามไปกูฟะฮ์เพื่อชี้นำ ไม่ได้จะเเย่งตำเเหน่ง เเต่อย่างใด ไม่อย่างนั้นเเล้วท่านคงจะไม่พาครอบครัวของท่านไปตกระกำลำบาก ท่านได้พยามสำเเดงให้กับประชาชนที่นิ่งเฉยต่อการกดขี่

บุคคลที่ตอบรับการชี้นำของอิมามฮุเซน(อ) คือท่านโฮร ท่านโฮร มาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่เเละมีเกียรติในยุคญาฮิลียะฮ์ หลังจากที่บนีเผยเเพร่ศาสนา เผ่าของท่านก็ได้ยอมรับศาสนา ท่านเป็นเเท่ทัพที่มีชื่อเสียงในกูฟะฮ์ ท่านเป็นในทีมที่เป็นฝ่ายศัตรูของอิมามเเละปิดกั้นน้ำ ตอนที่ท่ารโฮรมาถึง ได้รับคำสั่งให้สกัดกั้นคาราวานของอิมาม
อิมามพูดถึงเเม่ของท่านโฮรด้วยกัน 2 ครั้งในกัรบาลา ในหลายๆ วัฒนธรรม การพูดพาดพึงถึงมารดา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดูเหมือนเป็นการไม่ให้เกรียติ เเต่นี่เป็นวิธีการของอิมามที่จะทำให้ท่านโฮรฉุดคิดได้ อิมามฮุเซน(อ)ได้พูดว่า ขอให้เเม่ของเจ้าต้องมานั่งไว้ทุกข์ให้แก่เจ้า ท่านโฮรตอบว่า ถ้าเป็นมารดาของคนอื่นข้าจะตอบเเบบเดียวกับท่านไปเเล้วเเต่เเม่ของท่านคือ ท่านหญิงฟาติมะฮ์(ซ) ข้าไม่อาจพูดถึงอะไรท่านได้นอกจากความดีงาม

อิมามได้ชี้นำทหารเป็นหมื่นๆคน เเต่ไม่มีใครได้รับการชี้นำนอกจากท่านโฮร? นี่อาจเป็นเหตุผลที่ท่านโฮร

-1 ตอนที่ท่านโฮรถูกเกณฑ์ไปหาอิมามฮุเซน(อ)เมื่อถึงเวลานมาซ ท่านได้ไปขอนมาซตามหลังท่านอิมามฮุเซน)อ)

-2 ตอนที่อิมามอธิบายให้ท่านโฮรฟังถึงเหตุผลที่ท่านมาที่กูฟะฮ์ ท่านได้บอกถึงจดหมายที่
ชาวกูฟะฮ์ขอร้องให้ท่านมาชี้นำ ท่านโฮรไม่รู้เลยว่าชาวกูฟะฮ์กี่คนเขียนจดหมาย เขียนอะไรในจดหมาย ท่านโฮรได้รับมอบหมายให้นำตัวท่านอิมามฮุเซน(อ) ไปหาอิบนิซิยาด อิมามฮุเซนไม่อยากได้ไป ท่านโฮรเสนอว่า ให้ท่านเดินทางไปที่อื่น อย่ากลับมะดีนะ อย่าไปกูฟะฮ์ ไม่เช่นนั้นอิบนิซิยาดอาจตามตัวได้ ให้ไปเมืองอื่น เพื่อที่ฉันจะได้มีข้ออ้างหลุดพ้นจากคำสั่งของอิบนิซิยาด นี่คือการเเสดงให้เห็นว่า ท่าโฮรไม่ได้ต้องการทำสง
ครามกับอิมาม เพราะท่านรู้ดี ว่าท่านอิมามฮุเซน(อ) คือใคร เพียงเเต่ท่านโฮรได้รับคำสั่งจากผู้อื่นเท่านั้นเอง

3-จดหมายทุกฉบับที่อิบนิซิยาดเขียนถึงเเผนการ ท่านโฮรบอกเเผนการกับอิมามฮุเซน(อ) ทั้งหมดเพื่อให้อิมามทราบ

ท่านโฮรได้เเยกตัวจากกองทัพในวันอาชูรอ ด้วยกับข้ออ้างว่า พาม้าไปดื่มน้ำ แต่ความจริงเเล้วท่านได้ไปหาอิมามฮุเซน(อ)ต่างหาก ท่านโฮรได้ขอโทษท่านอิมามฮุเซน(อ)ว่า ท่านจะยอมรับการเตาบัตของฉันไหม? ครั้งนี้อิมามฮุเซน(อ)ก็ได้พูดถึงมารดาของท่านโฮรอีกเช่นเดียวกัน เเต่บริบทที่เเตกต่างกันไป ท่านอิมามบอกกับท่านโฮรว่า เจ้านั้นเป็นอิสระชนอย่างเเท้จริง เหมือนกับที่แม่ของเจ้าที่ได้ตั้งชื่อเจ้าไว้(โฮร หมายถึง ความอิสระ) เป็นอิสระทั้งในดุนยาเเละอาคิเราะห์ และสุดท้ายท่านก็ได้ผู้ที่อาสาออกรบเเละเป็นชะฮีดในที่สุด

ท่านโฮรได้กล่าวกลอนบทหนึ่งก่อนออกสู่สนามรบต่อหน้าทหารของยาซีดเป็นหมื่นๆ คนว่า

เเท้จริง ข้าคือโฮรผู้ที่พึ่งของเเขกผู้มาเยือน
ข้าจะฟาดฟันคอพวกเจ้าด้วยคมดาบ
เพื่อปกป้องผู้ประเสริฐที่สุดที่พำนักอยู่ ณ เเผ่นดินนี้
ข้าจะต่อสู้กับพวกเจ้าโดยไม่เห็นว่าเป็นความอธรรมเเม้เเต่น้อย

-786-สรุปบรรยายค่ำคืนมุฮัรรอมที่ 3บรรยายโดย : ครูไซม่า ซาร์ยีดวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 คำถามสำคัญ: เหตุใดอาชูรอจึงเก...
18/06/2026

-786-
สรุปบรรยายค่ำคืนมุฮัรรอมที่ 3
บรรยายโดย : ครูไซม่า ซาร์ยีด
วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

คำถามสำคัญ: เหตุใดอาชูรอจึงเกิดขึ้น?
ท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้ตั้งคำถามที่ลึกซึ้งว่า เหตุใดเพียง 50 ปีหลังจากการจากไปของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) สังคมอิสลามจึงเสื่อมถอยลงถึงขั้นที่มุสลิมจำนวนมาก ซึ่งประกอบด้วยผู้ปกครอง แม่ทัพ ผู้พิพากษา นักปราชญ์ และผู้ท่องจำอัลกุรอาน กลับรวมตัวกันสังหารหลานชายของท่านศาสดาอย่างโหดเหี้ยมที่กัรบะลาอ์ คำถามนี้มิใช่เพียงการศึกษาประวัติศาสตร์ แต่เป็นการค้นหารากเหง้าของความเสื่อม เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมอิสลามในทุกยุคทุกสมัยเดินซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง

บทเรียนจากอาชูรอ: การหวนคืนสู่ยุคญาฮิลียะฮ์
ท่านผู้นำสูงสุดอธิบายว่า อาชูรอคือภาพสะท้อนของ “การถดถอยของสังคม” และ “การบิดเบือนศาสนา” จนเป้าหมายของการแต่งตั้งศาสดาถูกทำลายสิ่งเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นกับศาสนาในอดีต เมื่อคัมภีร์และหลักคำสอนถูกบิดเบือนจนกลายเป็นเครื่องมือรับใช้ศัตรูของศาสนาอัลกุรอานได้เตือนไว้ในซูเราะฮ์อาลิ อิมรอน โองการที่ 144 ว่า หลังจากศาสดาจากไปแล้ว ผู้คนอาจหันหลังกลับไปสู่ความหลงผิดอีกครั้งได้ หากขาดความมั่นคงในศรัทธา ดังนั้น อาชูรอจึงเป็นบทเรียนเกี่ยวกับอันตรายของความเสื่อมทางคุณธรรม การบิดเบือนศาสนา และการสูญเสียเป้าหมายแห่งภารกิจของศาสดา

ความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มแกนนำ: จุดเริ่มต้นของหายนะ
จากการศึกษาประวัติศาสตร์หลังการเสียชีวิตของท่านศาสดา พบว่าความรับผิดชอบหลักต่อโศกนาฏกรรมกัรบะลาอ์ตกอยู่กับกลุ่ม “แกนนำ” หรือ “เคาะวาศ”คนกลุ่มนี้คือผู้ที่มีความรู้ มีความเข้าใจ และสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของการคิดวิเคราะห์ แต่เมื่อพวกเขาหลงใหลในโลก วัตถุ ทรัพย์สิน ตำแหน่ง และชื่อเสียง พวกเขาก็เริ่มละทิ้งหน้าที่ในการปกป้องความจริงความกลัวต่อการสูญเสียทรัพย์สิน ตำแหน่ง และชีวิต ทำให้พวกเขายอมจำนนต่อฝ่ายอธรรม ไม่ลุกขึ้นต่อต้านความเท็จ และไม่ยอมเสียสละเพื่อความถูกต้อง เมื่อแกนนำเบี่ยงเบน ผู้คนทั่วไปก็ถูกดึงให้หลงผิดตามไปด้วย

ความหมายของ “แกนนำ” และ “อะวาม”
ท่านอิมามคาเมเนอีอธิบายว่า แกนนำ (เคาะวาศ) คือผู้ที่ตัดสินใจด้วยความรู้ ความเข้าใจ และการวิเคราะห์ พวกเขามีบทบาทกำหนดทิศทางของสังคม ส่วน อะวาม (บุคคลทั่วไป) คือผู้ที่เคลื่อนไหวตามกระแส ไม่ใช้การคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง วันนี้หากคนส่วนใหญ่กล่าวว่า “จงเจริญ” เขาก็กล่าวตาม และหากวันรุ่งขึ้นคนส่วนใหญ่กล่าวว่า “จงพินาศ” เขาก็กล่าวตามเช่นกัน เมื่อแกนนำหลงทาง อะวามก็จะหลงทางตามไปโดยง่าย

ความสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้ถูกกริ้ว” และ “ผู้หลงผิด”
จากการอธิบายซูเราะฮ์อัลฟาติฮะฮ์ ท่านผู้นำสูงสุดชี้ว่า มนุษย์ที่ได้รับเนียะอ์มัตจากพระผู้เป็นเจ้ามีสองประเภท
ประเภทแรก คือผู้ที่ได้รับความโปรดปรานแล้วรักษามันไว้ ไม่ตกอยู่ในความกริ้วและไม่หลงผิด
ประเภทที่สอง คือผู้ที่ได้รับเนียะอ์มัตแต่ทำลายมันด้วยมือของตนเอง จนกลายเป็นผู้ถูกกริ้วหรือผู้หลงผิด
ในริวายะฮ์ต่าง ๆ “ผู้ถูกกริ้ว” ถูกยกตัวอย่างด้วยพวกยะฮูดีที่รู้ความจริงแต่จงใจต่อต้านมัน ส่วน “ผู้หลงผิด” ถูกยกตัวอย่างด้วยพวกคริสเตียนที่หลงทางจากความจริง สำหรับประชาชาติอิสลาม หลังจากได้รับเนียะอ์มัตแห่งศาสนาแล้ว ก็เริ่มเคลื่อนไปสู่เส้นทางของผู้ถูกกริ้วและผู้หลงผิดเช่นกัน
ดังที่ท่านอิมามศอดิก (อ) กล่าวว่า
“เมื่อฮุเซนถูกสังหาร ความกริ้วของอัลลอฮ์ต่อผู้คนบนหน้าแผ่นดินก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น”

ความรับผิดชอบของแกนนำและบุคคลทั่วไป
เนื่องจากอะวามได้รับอิทธิพลจากแกนนำอย่างมาก ภาระความรับผิดชอบของแกนนำจึงหนักยิ่ง มีคำกล่าวว่า
“เมื่ออาลิมฟอนเฟะ โลกก็ฟอนเฟะตามไปด้วย” ความบิดเบือนของผู้มีชื่อเสียง ผู้รู้ และผู้มีอิทธิพล สามารถนำผู้คนจำนวนมากให้หลงผิดตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ มุสลิมทุกคนจึงต้องพยายามไม่ตกอยู่ในสภาพของอะวามที่ไร้การคิดวิเคราะห์ แต่ต้องแสวงหาความเข้าใจด้วยตนเอง
พฤติกรรมของแกนนำในยุคต้นอิสลาม
เมื่อพิจารณาเหตุการณ์หลังการเสียชีวิตของท่านศาสดา ตั้งแต่สะกีฟะฮ์จนถึงกัรบะลาอ์ จะพบว่ากลุ่มศอฮาบะฮ์และชนชั้นนำจำนวนหนึ่งละเลยหน้าที่ในการประกาศความจริงและปกป้องฝ่ายสัจธรรม แม้ในช่วงแรกโครงสร้างภายนอกของสังคมอิสลามยังคงดูมั่นคง มีการอิบาดัต มีความยุติธรรม และยังคงรักษาร่องรอยของการปฏิรูปของท่านศาสดาเอาไว้ แต่ภายในนั้น ความอ่อนแอและการเบี่ยงเบนกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อิฐก้อนแรกของการล่มสลาย

ท่านผู้นำสูงสุดระบุว่า จุดเริ่มต้นของการเบี่ยงเบนเกิดขึ้นประมาณ 7-8 ปีหลังการเสียชีวิตของท่านศาสดา เมื่อมีการเสนอแนวคิดว่า ผู้ที่เข้ารับอิสลามก่อน และผู้ร่วมสงครามในยุคแรก ควรได้รับสิทธิพิเศษเหนือคนอื่น จากนั้นก็มีการมอบสิทธิพิเศษทางการเงินจากบัยตุลมาลแก่คนกลุ่มนี้นี่คือ “อิฐก้อนแรก” ของความเบี่ยงเบน ต่อมาในยุคของอุษมาน ศอฮาบะฮ์ผู้มีชื่อเสียงหลายคนกลับกลายเป็นมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าของโลกอิสลาม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาเคยเป็นแบบอย่างแห่งการเสียสละในสงครามบะดัร ฮุนัยน์ และสมรภูมิอื่น ๆ

1 . ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมตกต่ำ
- การห่างไกลจากการระลึกถึงพระเจ้า และการปฏิบัติตามตัณหา
อัลกุรอานกล่าวว่า “พวกเขาได้ละทิ้งการนมาซ และปฏิบัติตามความใคร่ตัณหา”
- การฝักใฝ่ทางโลก
ความฟอนเฟะและความหลงใหลในโลกได้กัดกินเกียรติของศาสนา เมืองมะดีนะฮ์ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของรัฐบาลอิสลาม กลับกลายเป็นศูนย์รวมของนักร้อง นักดนตรี และความบันเทิง สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมค่อย ๆ สูญเสียความรู้สึกต่อความรับผิดชอบทางศาสนา
- ความเพิกเฉยของผู้ตามฝ่ายสัจธรรม
ผู้ศรัทธาจำนวนมากละเลยชะตากรรมของประชาชาติอิสลาม เมื่อเผชิญกับการปราบปรามของฝ่ายอธรรม พวกเขาเกิดความเหนื่อยล้าและถอนตัวจากการต่อสู้ ในขณะที่ประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่า ผู้ที่ยอมแพ้ก่อนย่อมเป็นผู้พ่ายแพ้ในท้ายที่สุด
- ความกลัว
ความกลัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนละทิ้งสัจธรรม ในเหตุการณ์ของท่านมุสลิม บิน อะกีล อิบนุซิยาดใช้การข่มขู่ การสร้างความหวาดกลัว และการซื้อใจแกนนำบางส่วน จนประชาชนค่อย ๆ แยกย้ายออกจากท่านมุสลิม ท้ายที่สุดไม่มีใครเหลืออยู่เคียงข้างท่านเลยแม้แต่คนเดียว

ผลของการละเลยของแกนนำ
ท่านผู้นำสูงสุดกล่าวว่า
หากแกนนำไม่ทอดทิ้งท่านมุสลิม บิน อะกีล และมีผู้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างท่านเพียงหนึ่งร้อยคน ประวัติศาสตร์อาจเปลี่ยนแปลงไปอีกแบบหนึ่ง แต่เพราะความรักโลก ความกลัว และการละเลยหน้าที่ของชนชั้นนำ ทำให้เส้นทางของประวัติศาสตร์ถูกผลักเข้าสู่ผลประโยชน์ของบะนีอุมัยยะฮ์ และนำไปสู่โศกนาฏกรรมแห่งกัรบะลาอ์
บทสรุปและอุทาหรณ์จากกัรบะลาอ์
จากมุมมองของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี เหตุการณ์อาชูรอไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยะซีดหรืออิบนุซิยาดเท่านั้น แต่เป็นผลสะสมของการเบี่ยงเบนที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในสังคมอิสลามตลอดหลายทศวรรษ
รากเหง้าของโศกนาฏกรรมนี้ประกอบด้วย
• การห่างไกลจากการระลึกถึงพระเจ้า
• การปฏิบัติตามตัณหา
• ความฝักใฝ่ทางโลก
• ความเพิกเฉยต่อชะตากรรมของประชาชาติ
• ความกลัวและการขาดความเสียสละ
• การบิดเบือนของกลุ่มแกนนำ
• การคล้อยตามของคนทั่วไปโดยปราศจากการคิดวิเคราะห์
ดังนั้น อุทาหรณ์ที่สำคัญที่สุดจากอาชูรอคือ การเฝ้าระวังไม่ให้สังคมค่อย ๆ ถดถอยจากภายใน โดยเฉพาะการรักษาความตระหนักรู้ ความรับผิดชอบ และความมั่นคงในสัจธรรม เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์แห่งกัรบะลาอ์ต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้งในรูปแบบใดก็ตาม
-----------

ที่อยู่

สถาบันศาสนาอัลมะฮ์ดียะฮ์
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66958710822

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Almahdiyah Student Club Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์