Almahdiyah Student Club Thailand

Almahdiyah Student Club Thailand จงตระหนักไว้เถิดว่าพวกเจ้านั้น ดี?

27/02/2026
786🌷18.สหายชัยฏอนلا تَسْبَّنَّ إِبْلِيْسَ فِى الْعَلانِيَهِ وَأَنْت صَدِيقُهُ فِى السَّر ท่านอิมามอาลี (อ.)กล่าวว่า "อย่...
15/02/2026

786🌷
18.สหายชัยฏอน
لا تَسْبَّنَّ إِبْلِيْسَ فِى الْعَلانِيَهِ وَأَنْت صَدِيقُهُ فِى السَّر
ท่านอิมามอาลี (อ.)กล่าวว่า "อย่าทำเป็นสาปแช่งหรือด่าทอ ชัยฏอนในที่แจ้งเลย ในขณะที่ท่านเองยังเป็นเพื่อนชัยฏอนในที่ลับ"

คำอธิบาย✨
คนบางคนทำที่เป็นรังเกียจคำพูดบางคำ เช่นคำว่า คนจนคนหน้าไหว้หลังหลอกหรือคำว่า ชัยฏอน ในขณะเดียวกันในทางปฏิบัติจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
มหาเศรษฐีบางคนกลัวจน ทำที่เป็นใช้ชีวิตแบบคนจน หรือคนบางคนทำเป็นด่าสาปแช่งคนหน้าไหว้หลังหลอกแต่ตัวเองทั้งชีวิต มีแต่การหลอกลวงและตีสองหน้า
คนบางคนตอนอยู่ในหมู่เพื่อนฝูงทำทีเป็นขอพรจากพระเจ้าให้ตัวเองพันภัยจากการหลอกลวงของชัยฎอนมารร้าย ปากพร่าขอ ดุอาแบบนี้ตลอด แต่ลับหลังคือคนที่มอบหัวใจให้ชัยฏอนเลย ทำตามคำสั่งของชัยฏอนทุกอย่าง พวกนี้เป็นศัตรูกับชัยฎอนเพียงลมปากแต่ความจริงคือมิตรของชัยฏอน

หนังสือ : บทเรียนชีวิต
ผู้เขียน : ท่านอายาตุลลอฮ์มะการิม ชีรอซีย์

786💐มนุษย์ผู้ซึ่งปฏิบัติอย่างพระเจ้า✨ท่านเชคเชื่อว่า  หากความรักพระผู้เป็นเจ้าครอบครุมหัวใจและแท้จริงแล้วมันมิปราถนาสิ่ง...
13/02/2026

786💐
มนุษย์ผู้ซึ่งปฏิบัติอย่างพระเจ้า✨
ท่านเชคเชื่อว่า หากความรักพระผู้เป็นเจ้าครอบครุมหัวใจและแท้จริงแล้วมันมิปราถนาสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้าแล้ว มนุษย์ก็จะถึงซึ่งฐานะการเป็นตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้า และการกระทำทุกอย่างพระผู้เป็นเจ้าก็จะถูกกระทำโดยเขา เชคได้กล่าวว่า ถ้าบางสิ่งครอบครองอีกบางสิ่ง มันก็จะให้คุณสมบัติของมันแก่สิ่งที่ถูกครอบครอง เหมือนอย่างที่เหล็กถูกวางไว้ในกองไฟ หลังจากนั้นชั่วครู่ไฟนั้นจะกระทำต่อเหล็กให้สามารถลุกไหม้คล้ายเปลวไฟ ในทำนองนี้จะเป็นความจริงที่เกียวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า พระผู้อภิบาลของเขา
นอกจากนั้นยังยกถ้อยคำจากเชคที่ว่า เราได้ทำสิ่งใดเกินปกติแต่เราพบ (การพัฒนา) ของธรรมชาติซึ่งเป็นของบุรุษของพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกอนุมัติโดยจิตวิญญาณนั้น เช่น จิตวิญญาณของวัวตัวหนึ่ง ก็ทำงานของวัวตัวนั้นและจิตวิญญาณของไก่โต้งก็ทำงานของไก่โต้ง บัดนี้จงบอกแก่ฉันเถิดว่า บุรุษที่มีจิตวิญญาณแห่งพระผู้เป็นเจ้าทำอะไร มันจะต้องทำบางสิ่งบางอย่าง อย่างพระเจ้า ดังโองการที่29 ซูเราะฮ์ อัลฮิจญ์ และ โองการที่72 ซูเราะฮ์ศ็อด
‘’และเราได้เป่าเข้าไปในเขา จากรุอ์ของฉัน’’
Cr.หนังสือ ยาอายุวัฒนะแห่งความรัก
ผู้เขียน : อายะตุลลอฮ. มูฮัมหมัด เชะฮ์รีย์

﷽💐ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิด อาลี คาเมเนอีรวมถึงบรรดาผู้ศรัท...
13/02/2026

﷽💐
ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)
และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิด อาลี คาเมเนอีรวมถึงบรรดาผู้ศรัทธาทั่วทุกมุมโลก
เนื่องในโอกาส ครบรอบ 47 ปีแห่งชัยชนะการปฏิวัติอิสลามแห่งประเทศอิหร่าน
ส่วนหนึ่งจากคำบรรยายโดย ซัยยิดะฮ์ ไซนับ ศักดิ์กิตติชา
วันอังคารที่ 10 มกราคม พุทธศักราช 2569

🇮🇷การปฏิวัติอิสลาม : ของขวัญจากพระผู้เป็นเจ้า
อิมามโคมัยนี (รฎ.)
ท่านกล่าวว่า“การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน คือของขวัญจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ประทานแก่ประชาชาติอิหร่าน
และมุสลิมทั่วโลก”
คำถามคือ เหตุใดของขวัญอันยิ่งใหญ่นี้จึงถูกมอบให้แก่อิหร่าน?
คำตอบคือ เพราะของขวัญชิ้นนี้ต้องมี สิ่งแลกเปลี่ยนและสิ่งที่ถูกแลกนั้นคือ เลือดเนื้อ ชีวิต และการเสียสละ
ของบรรดานักฟุกอฮา มุญาฮิดีน และประชาชาติเป็นจำนวนมากมากกว่า สองแสนชีวิต เพื่อให้การปฏิวัตินี้ถือกำเนิดขึ้น
การปฏิวัติอิสลามได้รับชัยชนะ เพราะการปฏิบัติและการยืนหยัดนี้ ยังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้เวลาจะผ่านมานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม

📍3 ประเด็นสำคัญที่ทำให้โลกตื่นตัวต่อการปฏิวัติอิสลาม
✨1. การยืนหยัดสู่การปฏิวัติที่ยั่งยืน
หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ เราจะพบว่ามีการปฏิวัติมากมายที่เกิดขึ้นและสูญสลายไป แต่มีเพียง การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดและดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง
อารยธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกวางรากฐานโดยอิมามโคมัยนี (รฎ.)ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วทุกมุมโลก
แม้กระทั่งในประเทศไทย ซึ่งมีชาวพุทธเป็นประชากรส่วนใหญ่แต่การปฏิวัติอิสลามก็ยังส่งอิทธิพลมาถึงเห็นได้จากชุมชนชีอะฮ์ที่ยึดมั่นต่อผู้นำศาสนาและการปรากฏภาพของอิมามโคมัยนี (รฎ.)รวมถึงผู้นำสูงสุดในบ้านของผู้ศรัทธา ความยั่งยืนนี้เกิดจากประชาชาติอิหร่านที่พร้อมเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงเช่น สงครามอิหร่าน–อิรัก ที่ยาวนานถึง 8 ปี
ในช่วงแรกของการปฏิวัติอิหร่านยังขาดอาวุธและระบบที่มั่นคงแต่เมื่อเผชิญสงคราม พวกเขาจึงต้องพึ่งพาตนเอง
ผลิตอาวุธด้วยศักยภาพของตนเองพร้อมทั้งเผชิญการคว่ำบาตรจากมหาอำนาจทั่วโลก แม้ศัตรูจะเปลี่ยนรูปแบบสงคราม
จากการทหาร สู่สงครามวัฒนธรรมและเศรษฐกิจแต่ก็ไม่อาจทำลายสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้
ตลอด 47 ปีที่ผ่านมาอิหร่านมีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดทั้งด้านองค์ความรู้และวิทยาศาสตร์จนสร้างความตื่นตะลึงให้แก่โลก
✨2. ปัจจัยแห่งความมั่นคงของการปฏิวัติ
1) สาธารณรัฐอิสลาม
สาธารณรัฐ = มวลชน อิสลาม = ความศรัทธา
เมื่อทั้งสองรวมกัน จึงเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่
เป้าหมายของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ไม่ใช่เพียงการจัดตั้งรัฐ
แต่คือการนำหัวใจของประชาชนไปสู่ เตาฮีดและเพราะอิหร่านยึดมั่น
ในเตาฮีดจึงไม่มีสิ่งใดสามารถทำลายได้
2) การปฏิวัติที่ครบวงจร
รัฐธรรมนูญอิหร่านเป็นรัฐธรรมนูญอิสลามที่ครอบคลุมทั้ง
การเมือง สังคม และจิตวิญญาณ
3) การเสียสละจากศรัทธาและความกล้าหาญ
กล้าทำเมื่อพระองค์ทรงสั่ง กล้าไม่ทำเมื่อพระองค์ทรงห้าม
และกล้ายืนหยัดบนแนวทางศาสนาอย่างมั่นคง
4) พลังแห่งปัญญาและความก้าวหน้า
อิมามมูซา (อ.) กล่าวว่า “มุอ์มินคนใดที่สองวันของเขาเหมือน
เดิมเขาคือผู้ขาดทุน”
การแสวงหาความรู้คือเส้นทางสู่ชัยชนะและนี่คือสิ่งที่อิหร่าน
ได้พิสูจน์ให้โลกเห็น
เราจะต้องแสวงหาความรู้ในทุกๆวัน เมื่อมนุษย์แสวงหา
สัจธรรม แสวงหาความก้าวหน้า แสวงหาความรู้ พระองค์จะ
ให้เขาพบ กับชัยชนะ อีหร่านก็เช่นกัน
✨3. หน้าที่ของเราต่อปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน
ญิฮาดทางวิทยาศาสตร์ มุ่งมั่นศึกษาและวิจัยเพื่อข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์
เลิกใช้โซเชียลที่ไร้สาระ เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวไม่เพียงพอ ควรนำไปต่อยอดสู่สังคม ให้เกิดการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเศรฐกิจโดยกับความรู้ที่ตนมี
เมื่อใดที่คนดีหลบมุม คนชั่วก็จะเปิดเผยตัว
อีกทั้งจะต้องมีหัวใจที่เสียสละ และมีการมอบหมายต่ออัลลอฮ.(ซ.บ.)
ต่อต้านสื่อชวนเชื่อ และจะต้องเรียนรู้เพื่อใช้ความรู้ทำการวิเคราะห์ ไม่ตกเป็นเหยื่อของศัตรู

786💐ท่านเชคได้กล่าวถึงความมีมารยาทเบื้องหน้าพระผู้เป็นเจ้าไว้ว่า  ‘’ มารร้ายมักจะหันเหมนุษย์เสมอ โปรดจำไว้ว่า อย่าหันเหค...
06/02/2026

786💐
ท่านเชคได้กล่าวถึงความมีมารยาทเบื้องหน้าพระผู้เป็นเจ้าไว้ว่า
‘’ มารร้ายมักจะหันเหมนุษย์เสมอ โปรดจำไว้ว่า อย่าหันเหความตั้งใจของท่านที่มุ่งสู่พระผู้เป็นเจ้า จงสุภาพอ่อนโยนในขณะนมาซ เหมือนอย่างที่ท่านยืนอย่างตั้งใจต่อหน้าบุคคลสำคัญ ให้เหมือนอย่างว่าหากร่างกายของท่านถูกทิ้มด้วยเข็ม ท่านก็จะไม่ขยับเขยื้อน ”
ท่านเชคกล่าวข้อความข้างต้นนี้ ในการตอบลูกชายของเขา ผู้ซึ่งกล่าวแก่เขาว่า ‘’ท่านยิ้มบางครั้งเมื่อท่านทำการนมาซ ลูกชายของเขากล่าวว่า ‘’ผมเดาเอาว่า เขากำลังยิ้มให้มารร้ายโดยบ่งชี้ว่า มารร้ายไม่อาจจะท้าทายเขาได้(ท่านเชค)’’ อย่างไรก็ตามท่านเชคเชื่อว่า การขยับเขยื้อนใดๆเบี้ยงหน้าพระผู้เป็นเจ้านั้น ย่อมถือว่าอยู่ในฐานะหยาบคาย และสาเหตุเกิดจากการยั่วยุของมารร้าย เขากล่าวว่า ฉันเห็นมารร้ายกำลังจูบที่ส่วนของร่างกายซึ่งทำให้บุคคลนั้นเกลาในขณะกำลังนมาซ
Cr.หนังสือ ยาอายุวัฒนะแห่งความรัก
ผู้เขียน : อายะตุลลอฮ. มูฮัมหมัด เชะฮ์รีย์

﷽💐ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิดอาลี คาเมเนอีรวมถึงบรรดาผู้ศรัทธ...
05/02/2026

﷽💐
ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)
และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิดอาลี คาเมเนอี
รวมถึงบรรดาผู้ศรัทธาทั่วทุกมุมโลก
เนื่องในวันวิลาดัต ของอิมามมะฮ์ดี(อ.ญ.)
(ขอพระองค์ทรงรรีบเร่งการปรากฏตัวของท่าน🤲)
ส่วนหนึ่งจากคำบรรยายโดย บีบีฟาฏิมะฮ์ ศ็อดรุซซาดาต
วันพุธที่ 4 มกราคม 2569
🌙ส่วนหนึ่งจากการบรรยาย
ความประเสริฐของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.)
📖 ในซูเราะห์ มาอิดะฮ์/3
الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الْإِسْلَامَ دِينًا
ถูกประทานลงมาเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อญ.) ซึ่งความสมบูรณ์ของศาสนาจะครบถ้วนด้วยกับ วิลายัตวิลายัตนั้นก็คือตัวแทน และตัวแทนในปัจจุบันคือ อิมามมะฮ์ดี (อญ.)
🌙 ในค่ำคืนประสูติของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) เทียบได้ว่าเป็นค่ำคืนที่ประเสริฐคล้ายคลึงกับค่ำคืนก็อดร
- ค่ำคืนก็อดรประเสริฐเนื่องจากอัลกุรอานได้ประทานลงให้กับประชาชาติ
- ค่ำคืนนิสฟุชะอ์บานประเสริฐเนื่องจากท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) ได้ประสูติ
ด้วยเหตุนี้ค่ำคืนที่สิบห้าของเดือนชะอ์บานจึงมีความประเสริฐเช่นเดียวกับค่ำคืนก็อดรนั่นเอง
🤍 หนึ่งในความเหมือนของท่านนบีอีซา (อ.) กับท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.)คือท่านทั้งสองประสูติมาอย่างเหนือธรรมชาติ
อิมามซัยนุลอาบีดีน (อ.) กล่าวว่า“อิมามซะมาน (อญ.) มีแบบฉบับจากบรรดาศาสดาเหมือนนบีนูห์ที่มีอายุยืนยาวคล้ายคลึงกับนบีมูซา (อ.) ในการเร้นกายและเหมือนกับท่านนบีอัยยูบ (อ.) ที่หลังจากความยากลำบากจะมีความงดงาม”
อิมามมะฮ์ดี (อญ.) ถือกำเนิดในตอนเช้าของวันที่ 15 ชะอ์บาน ฮ.ศ. 255
ท่านหญิงฮากีมะฮ์ ได้กล่าวว่าอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) กล่าวว่า “จงนำลูกชายของฉันมา” อิมามพูดต่อว่า“โอ้ลูกชายของฉัน จงพูด” ด้วยกับการอนุมัติของพระองค์ท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) จึงได้อ่าน ซูเราะห์อัลกิศอศ โองการที่ 5
สำหรับบรรดามะอ์ศูมแล้ว ในช่วงการเร้นกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.)สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการทำทุกอย่างเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายหลักของท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.)
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อญ.) คือทั้งหมดของบรรดาชีอะฮ์เมื่อใดก็ตามที่ชีอะฮ์ได้กลับไปหาท่านไม่ว่าด้วยบาปต่าง ๆ ก็จะถูกอภัยโทษโดยการอ้างอิงไปยังอิมาม (อญ.)จึงทำให้รู้ว่าอิมามมะฮ์ดี (อญ.) คือที่พึ่งของชีอะฮ์
ในยุคของการเร้นกายของอิมามมะฮ์ดี (อญ.)เมื่อเผชิญกับปัญหา สิ่งที่ต้องทำคือการรักษาสัมพันธ์ระหว่างเรากับอิมามนั่นก็คือการ “กลับไปหาอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)”
📚 อิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) กล่าวว่า“จงอดทนกับการปฏิบัติในสิ่งที่เป็นวาญิบของตนและอดทนต่อบรรดาศัตรูของพวกท่าน”
📚 อิมามมูซา อัลกาซิม (อ.) กล่าวว่า“พวกเจ้ารู้ไหม ใครที่ไม่รู้ว่าในยุคสมัยของการเร้นกายของอิมามซะมาน (อญ.) ควรทำอะไร
จงเก็บพาหนะ (วิชาความรู้) นั้นไว้เพื่อที่จะนำไปสู่อิมามซะมาน (อญ.)สิ่งนี้จะทำให้ศัตรูเกิดความเศร้าและผิดหวังเพราะพระองค์จะนำพาเราไปถึงความหวังด้วยกับพาหนะที่เราเก็บไว้”
การเร้นกาย (الغَيْبَة) ของอิมามมะฮ์ดี (อญ.)จะทำให้มนุษย์เติบโตเพราะเป็นการพัฒนาจาก جِسْم (ร่างกาย)ไปสู่ رُوح (จิตวิญญาณ)

สถาบันศึกษาอัลมะฮฺดียะห์ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 เม.ย. 2569💫เงื่อนไขผู้สม...
01/02/2026

สถาบันศึกษาอัลมะฮฺดียะห์ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 เม.ย. 2569

💫เงื่อนไขผู้สมัคร
1. เป็นสตรี
2. อายุ 15-19 ปี
3. จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมต้น หรือมัธยมปลาย

💫เอกสารสำหรับใช้สมัคร
1. สำเนาวุฒิการศึกษา ม.ต้นหรือ ม.ปลาย
2. สำเนาบัตรประชาชน
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. ใบรับรองแพทย์
5. รูปถ่ายขนาด 1นิ้วครึ่ง พื้นหลังสีขาว ผ้าคลุมผมสีดำ 6 ใบ
6. ใบสมัคร

💫ผู้สนใจสมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้จากลิ้งค์
https://drive.google.com/file/d/19Q1nXoKClR9C0NKr3tAExaZmQzGk0U3Y/view?usp=drivesdk

💫หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
ครูฮามีดะห์ ทิ้งน้ำรอบ 083 023 9675
ครูไซนับ มะมิง 098 4364857

💫ที่อยู่สำหรับส่งเอกสารการสมัคร
สถาบันศึกษาอัลมะฮฺดียะห์ 13 พุทธบูชา 44 แยก 9 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140
083-0239675

 #สิทธิที่ต้องรักษา #ใช้สิทธิ์เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ #พวกเราชาวไทยมุสลิมเลือกตั้งล่วงหน้าวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ...
01/02/2026

#สิทธิที่ต้องรักษา
#ใช้สิทธิ์เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
#พวกเราชาวไทยมุสลิม
เลือกตั้งล่วงหน้าวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

786💐ให้อาหารในขณะที่จน✨ ความสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ถูกเน้นเสมอๆในหลักการปฏิบัติของอิสลามซึ่งสัมพันธ์กันกับการให้บริจาคทาน แ...
31/01/2026

786💐
ให้อาหารในขณะที่จน✨
ความสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ถูกเน้นเสมอๆในหลักการปฏิบัติของอิสลามซึ่งสัมพันธ์กันกับการให้บริจาคทาน และกระทำความดีแก่ผู้อื่น นั่นก็คือ การให้ทานยามยากจน
ท่านศาสนทูต(ศ็อล) กล่าวว่า มีสัญญาณสามอย่างแก่ความศรัทธา นั่นคือให้ทานยามยากจน ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน และให้ความรู้แก่บรรดาผู้แสวงหาความรู้
ในทำนองเดีนวกันที่ฮาฟิซได้ย้ำถึงผลกระทบของการให้ทานในยามยากจนว่ามีส่วนในการสร้างสภาพจิตวิญญาณของบุคคล ดังบทกวีต่อไปนี้ ในความยากจน จนดิ้นรนเพื่อความปราโมทย์ และความดื่มด่ำซึ่งยาอายุวัฌนะแห่งการมีชีวิตทั้งหมดจะเปลี่ยนผู้ภิกขาจาร เป็นกอรูน
Cr.หนังสือ ยาอายุวัฒนะแห่งความรัก
ผู้เขียน : อายะตุลลอฮ. มูฮัมหมัด เชะฮ์รีย์

เสวนาวิชาการหัวข้อ "ทักษะการสื่อสารที่ดีในสังคม"วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569โดยนักศึกษาชั้นปีที่สามนางสาวฟาฏิมะฮ์ ราชชำรอง...
29/01/2026

เสวนาวิชาการหัวข้อ "ทักษะการสื่อสารที่ดีในสังคม"
วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569
โดยนักศึกษาชั้นปีที่สาม
นางสาวฟาฏิมะฮ์ ราชชำรอง
เรื่อง "เพิ่มเสน่ห์และความน่าเชื่อถือด้วยทักษะท่าทางที่ถูกต้อง"

﷽💐ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิดอาลี คาเมเนอีรวมถึงบรรดาผู้ศรัทธ...
27/01/2026

﷽💐
ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)
และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิดอาลี คาเมเนอี
รวมถึงบรรดาผู้ศรัทธาทั่วทุกมุมโลก
เนื่องในวันวิลาดัต อิมามซัยนุลอาบิดีน(อ.)
ส่วนหนึ่งจากคำบรรยายโดย คุณครู ซีรีน มัสแหละ
วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569
ส่วนหนึ่งจากการบรรยาย
✨คุณลักษณะทางจริยธรรมของท่านอิมามซัจญาด (อ.)
1.ความอดทน
ท่านอิมามซัจญาด (อ) ให้อภัยต่อผู้ที่ดูหมิ่นเหยียดหยามท่าน ในหน้าประวัติศาสตร์ มักจะมีกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาขัดขวางและสร้างความเจ็บปวดแก่ท่านอิมาม ด้วยกับความเบาปัญญา หรือด้วยความลุ่มหลงทางโลกก็ตาม
ครั้งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาท่านอิมามซัจญาด (อ.) แล้วเริ่มด่าทอท่านด้วยถ้อยคำที่หยาบคายและรุนแรง เมื่อเหล่าสาวกของท่านเห็นดังนั้นก็ต้องการที่จะไปสั่งสอน แต่ท่านอิมามห้ามพวกเขาไว้และกล่าวว่า:"อย่าไปทำอะไรเขาเลย" จากนั้น ท่านอิมามได้หันไปหาชายคนนั้นด้วยความสงบและกล่าวว่า:"เรื่องราวของพวกเรายังมีอีกมากมายที่เจ้ายังไม่รู้ หากเจ้ามีความต้องการสิ่งใด จงบอกมาเถิด เพื่อที่เราจะได้ช่วยเหลือเจ้า" เมื่อชายผู้นั้นได้ฟังก็สัมผัสได้ถึงความอดทนอันสูงส่ง ความมีเมตตา และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักของท่านอิมาม เขาก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างเป็นอย่างมาก เขาละอายใจ จนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองท่าน ท่านอิมามจึง รีบสั่งให้คนรับใช้นำเงินจำนวนหนึ่งพันดิรฮัมมามอบให้แก่เขา นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่ชายผู้นี้พบกับท่านอิมาม เขามักจะกล่าวด้วยความศรัทธาว่า: "ข้าขอสาบานเลยว่า ท่านคือทายาทที่แท้จริงของศาสนทูตแห่งพระเจ้า และวงศ์วานแห่งวะฮ์ยูและนบูวัต"
2. ความถ่อมตัว
ท่านอิมามมักจะร่วมรับประทานอาหารกับผู้ยากไร้และปฏิบัติตัวเสมอภาคกับพวกเขา
ท่านมักไม่เปิดเผยฐานะของท่าน ว่าเป็นอิมาม ในยามเดินทางไกล เพื่อที่จะได้ช่วยเพื่อนร่วมทางทำงานหนักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครเกรงใจ อีกทั้งยังท่านเมตตาต่อผู้เจ็บป่วย มีครั้งหนึ่งท่านเคยได้รับคำเชิญร่วมโต๊ะอาหารจากกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อน ซึ่งท่านก็ยินดีถูกรับเชิญและตัวของท่านอิมามก็ได้นำอาหารดีๆ จากบ้านไปร่วมรับประทานกับพวกเขาอย่างไม่ถือตัวด้วย
3. การอภัยทานในยามที่มีอำนาจ
ครั้งที่ "ฮิชาม อิบนิ อิสมาอิล" ผู้ว่าราชการเมืองมะดีนะฮ์ที่เคยข่มเหงท่านอิมาม ถูกถอดถอนจากอำนาจ ฮิชามกลัวว่าท่านอิมามจะมาล้างแค้น แต่ท่านอิมามกลับสั่งให้สาวกของท่านห้ามรังแกเขา และบอกกับฮิชามว่า "ไม่ต้องกังวลเรื่องของเรา หากท่านเดือดร้อนสิ่งใดขอให้บอก"
4. การบริจาคทานอย่างลับๆ
ท่านอิมามได้แบกเสบียงด้วยตนเอง ในกลางดึกของทุกๆคืน ท่านจะแบกถุงขนมปังและฟืนใส่หลังไปแจกจให้คนยากจนตามบ้านโดยไม่ให้ใครรู้ ว่าท่านคือผู้นำมาให้ จนกระทั่งท่านเสียชีวิต ร่องรอยบาดแผลจากการแบกของหนักจึงปรากฏชัดบนแผ่นหลังของท่าน
✨แบบอย่างแห่งการทำอิบาดัตของท่านอิมามซัจญาด (อ.)
ท่านอิมามศอดิก (อ.) ได้กล่าวพรรณนาถึงการทำอิบาดัตของท่านอามีรุลมุอะอ์มินีน(อ.) ไว้ว่า: "ในประชาชาติอิสลามนี้ ไม่มีผู้ใดจะมีความมุ่งมั่นในการทำอิบาดัตเทียบเท่าท่านศาสดา (ศ.) ได้เลย นอกจากท่านอะลี บิน อะบีฏอลิบ (อ.) ท่านประกอบอิบาดัตประหนึ่งว่าเห็นสวรรค์และนรกปรากฏอยู่เบื้องหน้า"
จากนั้นท่านอิมามศอดิก(อ.)ได้กล่าวต่อว่า: "ในบรรดาเชื้อสายของท่านอามีรุลมุอ์มินีน (อ) ผู้ที่เหมือนท่านมากที่สุดคือท่านซัยนุลอาบิดีน (อ.)
1.การนมาซของท่านอิมามซัจญาด (อ.)
ยามที่ท่านอิมามซัจญาดจะทำการวุฎูอ์ เพื่อเตรียมตัวนมาซ สีหน้าของท่านจะเปลี่ยนไปทันที เมื่อถามถึงสาเหตุ ท่านจะตอบว่า: "เจ้ารู้ไหมว่าฉันกำลังจะไปเข้าเฝ้าผู้ยิ่งใหญ่เพียงใด และกำลังจะยืนอยู่ต่อหน้าบารมีของใคร"
2.เจ้าแห่งผู้สุญูด
การสุญูดที่ยาวนานและบ่อยครั้ง ทำให้ท่านได้รับสมญานามว่า "ซัยยิดุสซาญิดีน" (เจ้าแห่งผู้สุญูด) จนผิวบริเวณหน้าผากของท่านแข็งและหนาขึ้น ท่านอิมามบากิร (อ.) เล่าว่า บิดาของท่านจะสุญูดทุกครั้งที่ระลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮ์ (ซบ.) สุญูดทุกครั้งที่อ่านคัมภีร์อัลกุรอานถึงโองการที่สั่งให้สุญูด สุญูดเมื่อรอดพ้นจากอันตราย และสุญูดทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นภารกิจในการประสานความร้าวฉานระหว่างพี่น้องมุสลิม
3.จิตวิญญาณในพิธีฮัจญ์
ท่านอิมามซัจญาด (อ.) เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ถึง 20 ครั้งด้วยการเดินเท้าจากนครมะดีนะฮ์สู่มักกะฮ์ แม้จะมีพาหนะเพียบพร้อม แต่ท่านปรารถนาจะเดินด้วยเท้าของตนเองเพื่อแสดงความรักและความทุ่มเทต่อพระเจ้า และเมื่อเข้าพิธีฮัจญ์ ท่านได้สวมชุดเอี๊ยะห์รอมด้วยความคำนึงถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าทำให้ท่านเกรงกลัวจนสีหน้าของท่านเปลี่ยนไป และไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวคำว่า "ลับบัยก์" (ข้าพระองค์มาตอบรับบัญชาของพระองค์แล้ว) เมื่อผู้ร่วมเดินทางถามว่าทำไมท่านไม่กล่าวคำนี้ ท่านตอบด้วยความสะเทือนใจว่า: "ฉันเกรงกลัวเหลือเกินว่า หากฉันกล่าวลับบัยก์ออกไปแล้ว พระองค์จะทรงตอบกลับมาว่า... 'ข้าไม่รับคำของเจ้า“
✨เตาบะฮ์หรือดุอาเพื่อร้องขอการอภัยโทษ
ท่านอิมามซัจญาด (อ.) ได้ตรัสถึงความสำคัญของการกลับตัวและบทบาทที่มีต่อชีวิตมนุษย์ไว้อย่างไร?
ในดุอาอ์บทที่ 31 ของหนังสือศอฮีฟะฮ์ ซัจญะดียะฮ์ ท่านอิมามได้อธิบายถึงปัจจัยเสี่ยงที่นำมนุษย์ไปสู่หนทางที่อันตราย พร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการรอดพ้นและการกลับตัวไว้ด้วย
1.วังวนแห่งบาป
หลายคนมักหาข้อแก้ตัวในการทำบาปว่าบาปเพียงเล็กน้อยแค่หนึ่งหรือสองอย่างคงไม่เป็นไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว จิตใจของมนุษย์จะหยุดอยู่เพียงแค่นั้นจริงหรือ? ท่านอิมาม (อ.) ทรงชี้ให้เห็นว่า หากบ่าวผู้ประมาทไม่รีบรู้สึกตัวและแก้ไขสถานการณ์ที่อันตรายโดยเร็ว บาปหนึ่งจะนำไปสู่อีกบาปหนึ่ง จนกลายเป็นโซ่ตรวนที่ลากจูงเขาไปทุกทิศทาง สุดท้ายเขาจะพบว่าตัวเองตกลงไปในวังวนที่ลึกและน่าสะพรึงกลัว ยิ่งดิ้นรนโดยปราศจากการกลับตัวที่ถูกต้อง ก็ยิ่งจมลึกลงสู่ความพินาศ
2.หนทางสู่ความรอดพ้น
การจะก้าวข้ามผ่านหน้าผาอันตรายของบาปมาได้นั้น จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือและความเมตตาพิเศษจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งท่านอิมามได้ระบุปัจจัยที่จะนำไปสู่ความเมตตานั้นคือ
-ความมั่นคงในเจตนา : ความตั้งใจที่แน่วแน่และพลังใจที่เข้มแข็งคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความยำเกรง (ตักวา) ความอ่อนแอและเกียจคร้านคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้มนุษย์ไปไม่ถึงจุดหมายและเสี่ยงต่อการตกต่ำ
-ความหยั่งรู้ : หากการเคารพภักดีตั้งอยู่บนรากฐานของความเข้าใจที่ถูกต้อง มนุษย์จะสามารถมองเห็นเส้นทางที่เที่ยงธรรมและรู้เท่าทันภัยอันตรายที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆได้ ทำให้รอดพ้นจากการหลงทางได้ในที่สุด
-การชำระล้างจิตใจจากความหม่นหมอง: การดำเนินชีวิตมนุษย์ บางครั้งความมืดมนและมลทินต่างๆ อาจเข้ามาบดบังจนทำให้หัวใจของมนุษย์ขุ่นมัว การขจัดความหม่นหมองเหล่านี้ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเปิดรับแสงสว่างแห่งจิตวิญญาณและประดับตนด้วยอาภรณ์แห่งศรัทธา โดยการปฏิบัติศาสกิจทั้งในส่วนที่บังคับ (วาญิบ) และส่วนที่ส่งเสริม (มุสตะฮับ) การบริจาคทาน การอุทิศตนเพื่อสังคมด้วยความจริงใจ และคุณงามความดีอื่นๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปูทางไปสู่การรอดพ้นจากบาปได้
-การเจริญรอยตามทางนำแห่งวะฮีย์และบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.): การดำเนินชีวิตภายใต้ร่มเงาของวะฮีย์ หรือการมีส่วนร่วมในสถาบันแห่งการขัดเกลาและเรียนรู้ของบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเนรมิตให้ชีวิตของมนุษย์มีสีสันและคุณค่าที่แตกต่างออกไป เป็นชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยการเติบโตและการมุ่งมั่นสู่เป้าหมายอันสูงสุดของการสร้างสรรค์ ซึ่งห่างไกลจากวิถีชีวิตทางสัญชาตญาณแบบปกติธรรมดาอย่างสิ้นเชิง
3.การกลับตัวอย่างถาวร
ตั้งเจตนาแนวแน่ว่าจะไม่กลับไปทำอีกไม่ว่าบาปใดก็ตามจะเล็กหรือจะใหญ่
4.สิ่งที่ทำลายความรัก
พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานเมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่มีต่อพระองค์ไว้ในหัวใจของมนุษย์ทุกคนโดยธรรมชาติ (ฟิฏเราะฮ์) ทรงสร้างมนุษย์มาเพื่อให้มีความรู้สึกผูกพันรักใคร่ต่อพระผู้สร้าง และปรารถนาจะสร้างความพึงพอใจต่อพระองค์ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่า มนุษย์จะรักษาความรักนี้ไว้ได้อย่างไร?
ปัจจัยที่ทำให้ความรักต่อพระเจ้าในหัวใจสั่นคลอน คือ การก่อบาปและการฝ่าฝืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะมนุษย์ไม่สามารถกล่าวอ้างว่ารักพระเจ้า ในขณะที่ยังคงหันหลังให้กับความประสงค์ของพระองค์และดื้อรั้นฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์ได้
ในบรรดาบาปทั้งหลาย "บาปที่กระทำในที่ลับ" หรือบาปที่ทำโดยหลบซ่อนจากสายตาผู้อื่นนั้น มีอานุภาพทำลายล้างความรักนี้ได้รุนแรงที่สุด เพราะในขณะที่กระทำความผิดนั้น บุคคลผู้นั้นกำลังเผชิญหน้าอยู่เพียงลำพังกับพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเฝ้ามองเขาอยู่

﷽💐ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิดอาลี คาเมเนอีรวมถึงบรรดาผู้ศรัทธ...
27/01/2026

﷽💐
ขอแสดงความยินดีไปยังอิมามประจำยุคประจำสมัย อิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)
และท่านผู้นำสูงสุด ซัยยิดอาลี คาเมเนอี
รวมถึงบรรดาผู้ศรัทธาทั่วทุกมุมโลก
เนื่องในวันวิลาดัต ท่านอบัลฟัฎล์ อับบาส (อ.)
ส่วนหนึ่งจากคำบรรยายโดย ซัยยิดะห์ญามีละ ฮุซัยนี
วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2569
ท่านอับบาสมีบิดาชื่อว่า อะลี อิบนิ อบีฏอลิบ (อ.) และมีมารดาคือ ท่านหญิงอุมมุ้ลบานีน ท่านอับบาสถือกำเนิดในวันที่ 4 เดือนชะอ์บาน ปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 26 ณ เมืองมะดีนะฮ์
อิมามอะลี (อ.) ได้บอกกับท่านอะกีลให้ช่วยหาภรรยาที่ดี มีความรู้ให้แก่ท่าน เนื่องจากอิมามต้องการมีบุตรชายที่เติบโตมาอย่างกล้าหาญ เป็นบุตรชายที่ดี ด้วยเหตุนี้ท่านอิมามอะลีจึงให้ท่านอะกีลช่วยสรรหาให้
สิ่งสำคัญในการเลือกคู่ครองก็คือ ต้องพิจารณาว่ามาจากเผ่าใด บิดามารดาเป็นใคร ด้วยเหตุนี้ท่านอะกีลจึงเสนอ ท่านหญิงอุมมุ้ลบานีน ให้กับท่านอิมามอะลี (อ.)
เดิมทีท่านหญิงอุมมุ้ลบานีนมีนามว่า ฟาฏิมะฮ์ แต่ท่านไม่อนุญาตให้ใครเรียกชื่อนี้ เนื่องจากความให้เกียรติและเคารพต่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.) ดังนั้นท่านจึงขอให้เรียกนามของตนว่า “อุมมุ้ลบานีน”
หลังจากที่ท่านหญิงอุมมุ้ลบานีนได้ใช้ชีวิตร่วมกับท่านอิมามอะลี (อ.) ท่านก็มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อว่า อับบาส ท่านอับบาสเป็นผู้มีรูปร่างงดงามและโฉมสง่าอย่างยิ่ง

📌เรื่องราวชีวิตของท่านอับบาส ไม่ว่าจะเป็นความดี ความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และความนอบน้อม ล้วนเป็นคุณลักษณะที่ไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ท่านอับบาสเป็น “ลูกของพ่อ และลูกของแม่” อย่างแท้จริง ที่ท่านอับบาสเป็นอับบาสจนถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะท่านเติบโตมาจาก สถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง

🌱คำว่า “สถาบัน” หมายถึง แบบแผน การอบรมสั่งสอน และการฟูมฟักผู้ที่อยู่ภายในสถาบันนั้น
สถาบันของประเทศไทยที่เรารู้จักกันมี 3 สถาบัน คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งล้วนมีความสำคัญ แต่ยังมีสถาบันที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ สถาบันครอบครัว (พ่อ แม่ ลูก) เพราะสถาบันครอบครัวคือบ่อเกิดแห่งความสำเร็จของบุคคล

สถาบันครอบครัวจะไม่สามารถสมบูรณ์ได้ 100% หากปราศจากศาสนาและตัวอย่างที่ดี ตัวอย่างของเราตั้งแต่บรรดาศาสดาไปจนถึงอะห์ลุลบัยต์ (อ.) เมื่อเรามีแบบอย่างที่ดี เราก็ต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเหล่านั้นได้แสดงไว้ให้เรา
หลังจากที่สถาบันครอบครัวสามารถอบรมสั่งสอนสมาชิกได้ดีแล้ว แม่ที่จะมาสอนลูกก็ต้องเป็นแม่ที่ดีเสียก่อน และเช่นเดียวกัน พ่อก็ต้องเป็นพ่อที่ดี มีความรู้ทั้งด้านสามัญและด้านศาสนา

⚠️ สังคมของเรามักจะกล่าวว่า
“เรียนศาสนาแล้วได้อะไร?” หรือ “ไปเรียนศาสนาแล้วไม่ทันสังคม”
คำตอบคือ ไม่จริงเลย เพราะวิชาศาสนาไม่ใช่วิชาที่ใครก็เรียนได้ง่าย ๆ เนื่องจากเต็มไปด้วยจริยธรรม ปรัชญา และเหตุผล หากไม่ใช่คนที่มีความสามารถและสติปัญญา ก็ไม่สามารถเรียนได้เช่นกัน
นักเรียนศาสนาจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมักเติบโตมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานศาสนาอย่างเข้มแข็ง

🟢 ศาสนาสอนให้เราเป็นผู้ให้ เราต้องเป็นผู้ให้ ไม่ใช่รอให้มีแล้วจึงให้ และการให้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ และให้ความห่วงใยแก่ผู้อื่นด้วย

🟢 การเรียนรู้ศาสนาจำเป็นต้องควบคู่กับการปฏิบัติ เช่น ในสถาบันครอบครัวที่แม่ทำการนมาซตรงเวลา เพราะแม่รู้ว่าการนมาซตรงเวลาเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับครอบครัว
การนมาซตรงเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องบอกกับตนเองว่าอยู่ที่ไหนก็นมาซได้ และต้องบอกกับการงานว่า “หยุดก่อน” เพื่อทำนมาซ
เรื่องของการให้ และการนมาซตรงเวลา คือหลักสำคัญที่สถาบันครอบครัวต้องยึดมั่น
เราจะไม่สามารถมีสถาบันครอบครัวที่สมบูรณ์ได้ หากไม่มีแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบ ท่านอับบาส คือแบบอย่างของสถาบันครอบครัวที่สมบูรณ์ มีมารดาที่ดี มีบิดาเป็นแบบอย่าง และท่านอับบาสเองก็ปฏิบัติตามทุกคำบัญชาของพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เป็นผู้ร่ำไห้บนเสื่อนมาซ และเป็นผู้กล้าหาญในสนามรบ

อิมามซัยนุลอาบีดีน (อ.) กล่าวว่า
“อัมมูของฉันมีตำแหน่งอันสูงส่ง ณ พระองค์อัลลอฮ์ จนกระทั่งบรรดาชะฮีดต่างปรารถนาจะมีตำแหน่งเช่นนั้น เพราะพระองค์ได้ประทานปีกที่งดงามสองข้างให้แก่ท่านอับบาส เป็นปีกแห่งการเสียสละ และเป็นปีกที่ปกป้องอิมามฮุเซน (อ.)”

การจงรักภักดีและการนอบน้อมต่ออิมามในยุคสมัยของท่านอับบาส แสดงให้เห็นว่า แขนสองข้างยังไม่เพียงพอ สำหรับการแสดงความรักต่ออิมามฮุเซน (อ.) ด้วยคุณลักษณะอันประเสริฐที่ท่านอับบาสมีอยู่ ทำให้ท่านได้รับฉายานามมากมาย ขอยกมาเพียงบางส่วน ได้แก่
อับบาส – ราชสีห์ผู้แข็งแกร่ง
อบุลฟัฎล์ – บิดาแห่งคุณธรรม
ซักกอ – ผู้นำน้ำให้ผู้กระหาย
กอมัร บนีฮาชิม – จันทราแห่งบนีฮาชิม
บาบุลฮะวาอิจ – ประตูแห่งการวิงวอนขอ

จากเรื่องราวของท่านอับบาส ทำให้เราเข้าใจว่า ความศรัทธาที่แท้จริง การยืนหยัดเคียงข้างสัจธรรม และความรักต่ออะห์ลุลบัยต์ (อ.) ต้องแสดงออกผ่านการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำพูดเท่านั้น

ที่อยู่

สถาบันศาสนาอัลมะฮ์ดียะฮ์
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66958710822

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Almahdiyah Student Club Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์