MPCF Thailand พันธกิจคนในเครื่องแบบ และครอบครัว เพื่อพระคริสต์

เพจนี้สร้างขึ้นเผยแพร่งานพันธกิจของมูลนิธิคริสเตียนทหารตำรวจในประเทศไทย หรือ คทต. โดยมีพันธกิจในการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าและพระนามพระเยซูคริสต์กับคนในเครื่องแบบ โดยเฉพาะนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อยทุกเหล่าทัพ และนักเรียนนายร้อยตำรวจ ตลอดจนครอบครัว เพื่อเสริมสร้างความเชื่อให้เข้มแข็ง หยั่งรากลงในความรู้ของพระเยซูคริสต์ จนกว่าจะเติบโตขึ้นถึงความไพบูลย์ของพระองค์ และเสริมสร้า

งพื้นฐานด้านจริยธรรม คุณธรรมตามหลักศาสนา อันเป็นรากฐานของความเป็นผู้นำที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นผู้นำที่ดีของครอบครัว ของชุมชนสังคม ของกองทัพและของประเทศชาติต่อไป

ประกาศผลการสอบรอบสองคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ) ประจำปีการศึกษา 2569 ขอแสดงความยินดีก...
01/05/2026

ประกาศผลการสอบรอบสองคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร (ในส่วนของกองทัพอากาศ) ประจำปีการศึกษา 2569

ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนครับ

ประกาศผลรอบสุดท้าย (ตัวจริง) การสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็น นตท. ในส่วนของ ทร. ประจำปีการศึกษา 2569ขอแสดงความยินดีกั...
01/05/2026

ประกาศผลรอบสุดท้าย (ตัวจริง) การสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็น นตท. ในส่วนของ ทร. ประจำปีการศึกษา 2569

ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคน
https://admission-rtna.navy.mi.th/normal69/Announce_Score_Part21.pdf

วันที่ 1 พฤษภาคม วันคล้ายวันบรมราชาภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
01/05/2026

วันที่ 1 พฤษภาคม วันคล้ายวันบรมราชาภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

วันที่ 1 พฤษภาคม วันคล้ายวันบรมราชาภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

นับเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยอีกวันหนึ่ง ด้วยเป็นวันมหามมงคล ที่สร้างความปลื้มปีติยินดี และสร้างความชื่นฉ่ำใจ ที่พสกนิกรชาวไทยได้มีสมเด็จพระราชินี เป็นคู่พระบารมี ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงตั้งมั่นที่จะดูแลบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน ตลอดจนนำความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ ภายใต้ร่มพระบารมีพระบรมราชจักรีวงศ์

#ทรงพระเจริญ
#บรมราชาภิเษกสมรส

🔊⚡️ ประกาศผลการสอบรอบสุดท้ายของการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของกองทัพบก ประจำปีการศึกษา 2569🎉 ขอแสดงคว...
01/05/2026

🔊⚡️ ประกาศผลการสอบรอบสุดท้ายของการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของกองทัพบก ประจำปีการศึกษา 2569
🎉 ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นะครับ

🎙️PODCAST อุโมงค์ว่างเปล่า ยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟังเวลาที่เราเผชิญวิกฤตหนักจนโครงสร้างชีวิตพังทลาย และพยายามส่งเสียงร้องขอ...
01/05/2026

🎙️PODCAST อุโมงค์ว่างเปล่า ยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟัง
เวลาที่เราเผชิญวิกฤตหนักจนโครงสร้างชีวิตพังทลาย และพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือในความมืดมิด... คำถามที่มักดังก้องขึ้นมาคือ "เวลาที่เราเจ็บปวดเจียนตาย พระเจ้าทรงฟังอยู่จริงๆ หรือเปล่า?"
PODCAST MPCF Thailand เรื่องนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ผ่านการถอดรหัสพระธรรมสดุดีบทที่ 16 ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็น "มิคทาม" (Miktam) หรือเครื่องมือฉุกเฉินทางวิญญาณ สำหรับหยิบมาใช้ในวันที่เราตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกและหมดเรี่ยวแรงจนคิดคำอธิษฐานไม่ออก

1 like, 1 comment. "อุโมงค์ว่างเปล่า ยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟัง (The Empty Tomb Proof of God’s Answer)"

จากอุโมงค์ว่างเปล่า…สู่ชีวิตที่หยั่งราก"เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง ...
26/04/2026

จากอุโมงค์ว่างเปล่า…สู่ชีวิตที่หยั่งราก
"เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง ทุกอย่างที่เขาทำก็จำเริญขึ้น"

(สดุดี บทที่ 1 ข้อที่ 3)

------------------------------------

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา MPCF Thailand ได้พาผู้อ่านทุกคนไปยืนอยู่หน้า "อุโมงค์ว่างเปล่า" และได้ยินคำยืนยันว่า พระเจ้าทรงฟังจริง... พระเจ้าทรงตอบจริง และความตายไม่ใช่คำสุดท้าย แต่อีสเตอร์ไม่ได้จบลงที่เช้าวันนั้น คำถามสำคัญสำหรับผู้เชื่อทุกคนคือ เมื่ออารมณ์แห่งอีสเตอร์เงียบลงแล้ว เราจะดำเนินชีวิตต่ออย่างไร?

วันต้นสัปดาห์นี้ MPCF Thailand จะพาผู้อ่านทุกคนกลับเข้าสู่ชีวิตธรรมดา เพื่อเรียนรู้ว่า "ชีวิตใหม่ในพระคริสต์ ต้องหยั่งราก และเติบโตอย่างไรในทุก ๆ วัน" ผ่านพระธรรมสดุดี บทที่ 1 ซึ่งเป็นเสมือน “ประตูทางเข้า” ของหนังสือสดุดีทั้งเล่ม พระคัมภีร์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำสรรเสริญหรือการอธิษฐาน แต่เริ่มต้นด้วยการวาง “สองทาง” ให้ทุกคนได้พิจารณา คือ "ทางของคนชอบธรรม และทางของคนอธรรม" นี่ไม่ใช่เพียงบทกวีเชิงศีลธรรม แต่เป็นการวางกรอบชีวิตของผู้ที่เลือกดำเนินกับพระเจ้า...

หากมาพิจารณาในรายข้อของพระธรรมสดุดีทั้ง 6 ข้อ จะพบว่า "ชีวิตใหม่ในพระเจ้า" ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่สำคัญต่อจิตวิญญาณเพียงชั่วคราว แต่เป็นการเลือก “ทางชีวิต” ที่ต้องหยั่งรากอย่างต่อเนื่อง... หลังอุโมงค์ว่างเปล่า "ชีวิตของผู้เชื่อ" จึงไม่ได้ลอยอยู่ในอารมณ์แห่งอีสเตอร์หรือในช่วงเวลาเทศกาลที่จัดขึ้นเท่านั้น แต่นำมาสู่การกลับมาดำเนินชีวิตธรรมดา "ด้วยรากที่หยั่งลึกในพระวจนะ" เพื่อจะยืนหยัด เกิดผล และไม่เหี่ยวแห้งท่ามกลางทุกฤดูกาลของชีวิต ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของผู้เขียนพระธรรมสดุดี
ในข้อที่ 1 ผู้เขียนพระธรรมสดุดีต้องการสื่อสารให้เข้าใจถึงการดำเนินชีวิตของผู้เชื่อว่า "ความสุขที่เริ่มจากทิศทางชีวิต" เป็นเรื่องสำคัญต่อการดำเนินในทางของพระเจ้า โดยจะพบได้จากการบันทึกไว้ว่า "“บุคคลผู้เป็นสุขคือ ผู้ไม่เดินตามคำแนะนำของคนอธรรม ไม่ยืนอยู่ในทางของคนบาป ไม่นั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย”

คำว่า “ผู้เป็นสุข” ใช้คำฮีบรูว่า אַשְׁרֵי (’ashrē) ซึ่งไม่ได้หมายถึง "ความสุขแบบอารมณ์ชั่วคราว" แต่หมายถึงชีวิตที่ “เดินถูกทาง” และมีทิศทางที่ถูกต้อง โดยผู้เขียนใช้ภาพการเคลื่อนไหวสามระดับ "เดิน→ ยืน→ นั่ง" เพื่อเตือนว่า ค่านิยมที่ไม่สอดคล้องกับพระเจ้า มักค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตโดยไม่รู้ตัว "ชีวิตใหม่ในพระเจ้า" จึงเริ่มจากการ “ไม่ไหลไปตามกระแสเดิม”
จากนั้นในข้อที่ 2 ผู้เขียนได้พาไปสู่บริบทที่เชื่อมโยงถึง "หัวใจของชีวิตที่ได้รับการฟื้นฟู" โดยได้บันทึกไว้ว่า “แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์ เขาใคร่ครวญธรรมบัญญัติของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน”

คำว่า “ธรรมบัญญัติ” ใช้คำว่า תּוֹרָה (โตราห์) ซึ่งหมายถึง “การสอนและการชี้นำ” ไม่ใช่เพียงข้อบังคับทางศาสนา และคำว่า “ใคร่ครวญ” ใช้คำฮีบรู הָגָה (hāgāh) ซึ่งสื่อถึงการพึมพำ ท่องซ้ำ และครุ่นคิดอย่างต่อเนื่อง เป็นการเปิดพื้นที่ให้พระวจนะค่อย ๆ หล่อหลอมความคิด การตัดสินใจ และท่าทีของชีวิต ดังนั้น ชีวิตใหม่หลังอีสเตอร์ จึงไม่อยู่ได้ด้วยเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว แต่ต้องได้รับการหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอจากพระวจนะ...
ต่อมา ข้อที่ 3 ผู้เขียนได้ใช้บอกถึงเคล็ดลับในการเติบโตที่แท้จริงต้องเป็นเหมือน "ต้นไม้ที่หยั่งราก ไม่ใช่ต้นไม้ที่โตเร็ว" เห็นได้จากถ้อยคำที่ใช้ว่า “เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ…” พบได้จากคำว่า “ปลูกไว้” ในภาษาฮีบรูคือ שָׁתוּל (shātûl) หมายถึง "ต้นไม้ที่ถูกย้ายมาปลูกอย่างตั้งใจ ใกล้แหล่งน้ำ ไม่ใช่ต้นไม้ที่งอกขึ้นเองตามธรรมชาติ"

จากบริบทนี้ได้สอนให้เข้าใจว่า "ชีวิตผู้เชื่อไม่ได้เติบโตโดยบังเอิญ แต่เติบโต เพราะเลือกตำแหน่งที่ถูกต้องในชีวิต คือการอยู่ใกล้แหล่งน้ำแห่งพระคุณ" เพราะต้นไม้ไม่ได้เกิดผลทุกวัน แต่ “เกิดผลตามฤดูกาล” ชีวิตใหม่ในพระคริสต์จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน แต่มั่นคง และไม่เหี่ยวแห้ง แม้ฤดูกาลจะเปลี่ยนไป
อย่างไรก็ดีในข้อที่ 4-5 ผู้เขียนได้ให้ภาพของชีวิตของ "คนอธรรม..." โดยสะท้อนชัดเจนว่า "ชีวิตที่ไม่มีราก ย่อมไม่มั่นคง" ตามที่ได้บันทึกไว้ว่า “คนอธรรมไม่เป็นเช่นนั้น แต่เป็นเหมือนแกลบซึ่งลมพัดกระจายไป” เมื่อพิจารณาผู้อ่านอาจจะคิดว่า "แกลบ" อาจดูคล้ายเมล็ดข้าว แต่จริง ๆ แกลบนั้นไร้น้ำหนัก และไร้ราก ดังนั้นการที่ผู้เขียนใช้ภาพนี้ไม่ได้มีไว้ประณาม แต่เตือนว่า "ชีวิตที่ไม่หยั่งรากในพระเจ้า" จะขาดความมั่นคงเมื่อเผชิญการเปลี่ยนแปลง...
ในข้อสุดท้าย ข้อที่ 6 ผู้เขียนได้ยืนยันถึง "ชีวิตที่พระเจ้าทรงรู้จัก" หมายถึง ผู้ที่ดำเนินชีวิตติดตามพระองค์อย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับทางเลือก "สองทาง" และเขาเลือกที่จะเดินไปกับพระองค์ในฐานะ "คนชอบธรรม" ไม่ใช่ "คนอธรรม" เขาจะได้รับการปกป้องและการอวยพรจากพระองค์ ตามที่ได้บันทึกไว้ชัดเจนว่า “เพราะพระยาห์เวห์ทรงเฝ้ารักษาทางของคนชอบธรรม” เพราะคำว่า “เฝ้ารักษา” หรือ “รู้จัก” ไม่ใช่เพียง "การรับรู้ข้อมูล" จากระยะไกล หากแต่เป็นการรู้จักในเชิงความสัมพันธ์ คำว่า “รู้จัก” ในพระคัมภีร์มักสื่อถึงการเอาใจใส่ การดูแล และการผูกพันอย่างใกล้ชิด นั่นหมายความว่า พระเจ้ามิได้เพียงทรงเห็นเส้นทางชีวิตของคนชอบธรรม แต่ทรงเดินไปกับเขา ทรงเฝ้าดู ทรงค้ำจุน และทรงอยู่ด้วยตลอดการเดินทางของชีวิตนั้น

-----------------

สุดท้ายนี้ พระธรรมสดุดี บทที่ 1 จึงไม่ได้จบลงด้วยการเปรียบเทียบเชิงศีลธรรมเท่านั้น แต่จบลงด้วยความมั่นใจเชิงความสัมพันธ์ ชีวิตที่หยั่งรากในพระเจ้า ไม่ใช่ชีวิตที่ปลอดจากความยากลำบาก แต่เป็นชีวิตที่ไม่เคยถูกทอดทิ้ง ต่อให้ผู้เชื่อต้องกลับเข้าสู่กิจวัตรธรรมดา เผชิญการตัดสินใจ การทำงาน ความเหนื่อยล้า และความไม่แน่นอนในแต่ละวัน เขายังคงดำเนินอยู่ในเส้นทางที่พระเจ้าทรงรู้จักและทรงเฝ้ารักษาอยู่เสมอ ดังนั้น Big Picture ของสดุดี บทที่ 1 จึงสรุปอย่างงดงามว่า "ชีวิตใหม่ในพระเจ้า" ไม่ได้ถูกวัดจากความหวือหวาหรือผลลัพธ์ภายนอก แต่จากการดำเนินชีวิตในเส้นทางที่พระเจ้าทรงรู้จัก ยอมรับ และทรงอยู่ด้วย และนั่นเองคือ ชีวิตที่มั่นคง แม้โลกจะเปลี่ยนไป และฤดูกาลของชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป....
ตลอดการเดินทางในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จาก "เสียงโฮซันนา สู่กางเขน จากกางเขนสู่อุโมงค์ว่างเปล่า และจากอุโมงค์ว่างเปล่าสู่ชีวิตที่หยั่งราก" พระวจนะของพระเจ้าได้เปิดเผยให้เราเห็นว่า พระเจ้าผู้ทรงฟังเสียงร้องของมนุษย์ ไม่เพียงทรงช่วยกู้ในเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ หากแต่ทรงห่วงใยการดำเนินชีวิตของผู้เชื่อในทุก ๆ วัน ชีวิตใหม่ในพระคริสต์จึงไม่ใช่เพียงความทรงจำของอีสเตอร์ แต่เป็นชีวิตที่ต้องถูกหล่อเลี้ยง เติบโต และดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง ท่ามกลางโลกที่ยังเปราะบางและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
MPCF Thailand ขอให้บทเรียนตลอดเดือนนี้ ได้เตือนใจทุกคนว่า "ผู้ที่ได้รับชีวิตใหม่แล้ว" คือ ผู้ที่เลือกจะหยั่งรากในพระวจนะ วางใจในพระเจ้า และยืนหยัดในทางของพระองค์ แม้ฤดูกาลของชีวิตจะเปลี่ยนไป พระเจ้าผู้ทรงช่วยกู้ยังคงทรงรู้จักทางของเรา และทรงอยู่ด้วยในทุกก้าวของชีวิตใหม่ที่เดินต่อไป... ขอพระเมตตาและฤทธานุภาพของพระเจ้าดำรงอยู่กับทุกคน

สรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า

By : MPCF Thailand
26/4/2026
#วันต้นสัปดาห์กับพระวจนะแห่งชีวิต #พันธกิจด้านพระวจนะ #จากอุโมงค์ว่างเปล่าสู่ชีวิตที่หยั่งราก #ชีวิตใหม่ไม่ได้จบที่อีสเตอร์

🎧PODCAST กางเขน... การช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวังhttps://youtu.be/tA-i4SZwnUA?si=1eoqjgTnayvlFSDaที่มา : Youtube MPCF...
24/04/2026

🎧PODCAST กางเขน... การช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวัง
https://youtu.be/tA-i4SZwnUA?si=1eoqjgTnayvlFSDa

ที่มา : Youtube MPCF Thailand

กางเขน... การช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวัง

🎧PODCAST จากปัสกาสู่กางเขน : ความหมายที่แท้จริงของ "โฮซันนา" และชีวิตใหม่ในพระคริสต์https://youtu.be/pjvMly5PcYI?si=flbY...
23/04/2026

🎧PODCAST จากปัสกาสู่กางเขน : ความหมายที่แท้จริงของ "โฮซันนา" และชีวิตใหม่ในพระคริสต์
https://youtu.be/pjvMly5PcYI?si=flbYQiV19P9M3x2G

ที่มา : Youtube MPCF Thailand

4 likes. "เมื่อมนุษย์ร้องขอ... Hosana! แล้วพระเจ้าทรงตอบด้วยชีวิตใหม่"

 #วันนี้ในอดีต : 21 เมษายน จุดเริ่มต้นของ "กรุงเทพมหานคร" 🏙️ (กรุงรัตนโกสินทร์)รู้หรือไม่? ทำไมเราถึงมีวันสำคัญในเดือนเม...
21/04/2026

#วันนี้ในอดีต : 21 เมษายน จุดเริ่มต้นของ "กรุงเทพมหานคร" 🏙️ (กรุงรัตนโกสินทร์)
รู้หรือไม่? ทำไมเราถึงมีวันสำคัญในเดือนเมษายนถึง 2 วันที่เกี่ยวข้องกัน

🗓️ 6 เมษายน 2325 (วันจักรี): พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( #รัชกาลที่1) เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
🏗️ 21 เมษายน 2325 (วันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์): ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงจากฝั่งธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังฝั่งพระนคร เพื่อชัยภูมิที่เหมาะสมกว่าในการขยายเมืองและป้องกันประเทศ ถือเป็นวันเริ่มต้นของเมืองหลวงแห่งใหม่
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเมืองเป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในปี 2515 ได้มีการรวมจังหวัดพระนครและธนบุรีเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นชื่อ "กรุงเทพมหานคร" ที่พวกเราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 244 ปี และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงวางรากฐานเมืองหลวงให้เราได้อยู่อาศัยร่วมกันอย่างร่มเย็นครับ

#กรุงเทพมหานคร #ประวัติศาสตร์น่ารู้ #วันนี้ในอดีต #ฉลอง244ปีกรุงรัตนโกสินทร์ฯ

อุโมงค์ว่างเปล่า... การยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟังจริงวันต้นสัปดาห์ กับ พระวจนะแห่งชีวิต“เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้...
19/04/2026

อุโมงค์ว่างเปล่า... การยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟังจริง
วันต้นสัปดาห์ กับ พระวจนะแห่งชีวิต

“เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนคนตาย หรือให้ผู้จงรักภักดีของพระองค์ต้องเห็นหลุมมรณะนั้น”

(สดุดี บทที่ 16 ข้อที่ 10)

------------------------------------

ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา MPCF Thailand ได้นำเรื่องราวสำคัญในบริบทของเรื่องราว "การเป็นขึ้นจากความตาย และการช่วยเหลือจากพระเจ้า" โดยได้พาผู้อ่านทุกคนเดินทางผ่านเสียงร้องและหนทางของพระเจ้าจากเสียง "โฮซันนา เสียงวิงวอนของมนุษย์ไปสู่ กางเขน การช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวัง"
..เสียงร้องถูกเปล่งออกมาความเจ็บปวดถูกแบกรับ และคำอธิษฐานถูกวางลงต่อพระพักตร์พระเจ้า คำถามที่ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของหลายคนคือ พระเจ้าทรงฟังจริงหรือไม่?...

สัปดาห์นี้ พระคัมภีร์พาเรามายืนอยู่หน้าสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งให้คำตอบกับคำถามนั้นอย่างชัดเจนที่สุด สถานที่นั้นคือ "อุโมงค์ว่างเปล่า"
สดุดี บทที่ 16 เปิดด้วยคำว่า “มิคทามบทหนึ่งของดาวิด” (מִכְתָּם לְדָוִד) คำว่า מִכְתָּם (Mikhtam) เป็นคำที่แปลยาก แต่ในเชิงรากศัพท์และการใช้งาน มีนัยเกี่ยวข้องกับ “สิ่งล้ำค่า” หรือ “สิ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้” นักวิชาการหลายท่านเห็นพ้องว่า มิคทาม คือ "คำอธิษฐานที่ถูกปิดผนึกไว้ เพื่อหยิบขึ้นมาใช้ในเวลาวิกฤต" นี่สำคัญมาก เพราะสดุดี 16 ไม่ใช่บทเพลงแห่งชัยชนะ แต่เป็นบทเพลงแห่ง ความวางใจท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิต...
“ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพิทักษ์ข้าพระองค์ไว้ เพราะข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์” (ข้อที่ 1-2)

หากได้ศึกษาต่อไปในข้อที่ 1-2 พระธรรมสดุดีบทนี้ ได้เปิดถึง "การลี้ภัยอย่างสิ้นเชิง" คำว่า “ลี้ภัย” ใช้คำฮีบรู חָסָה (ḥāsāh) หมายถึงการหลบเข้าไปพึ่งพิงในที่กำบัง ไม่ใช่การพึ่งแบบสำรอง แต่เป็นการเอาชีวิตไปซ่อนอยู่ที่นั่น ดาวิดเริ่มต้นไม่ใช่ด้วยความมั่นใจในสถานการณ์ แต่ด้วยการประกาศว่า “นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่มีสิ่งดีใดเลย” ความหวังของบทนี้จึงตั้งอยู่ที่ และเริ่มต้นที่ "พระลักษณะของพระเจ้า" ไม่ใช่ที่สิ่งที่ดาวิดมองเห็น
ในข้อที่ 3–4 ดาวิดประกาศอย่างชัดว่า เขาเลือกผูกพันกับ “วิสุทธิชนในแผ่นดิน” และปฏิเสธการหันไปพึ่งพระอื่น ซึ่งจากบริบทนี้ ทำให้รู้และเข้าใจว่า... ความวางใจในพระเจ้าไม่ใช่เพียงท่าทีภายใน แต่สะท้อนออกมาในการเลือก “ยืนอยู่ฝ่ายใด”
ต่อมา ในข้อที่ 5-6 ดาวิด ระบุชัดเจนว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นมรดกส่วนของข้าพเจ้า” คำว่า “มรดก” คือ נַחֲלָה (nachalah) ซึ่งปกติหมายถึง กรรมสิทธิ์ถาวร เช่น ที่ดินหรืออาณาเขต แต่ดาวิดกลับกล่าวว่า พระเจ้าเอง คือมรดก นี่คือการกลับหัวความคิดของมนุษย์ จากการครอบครองสิ่งของ สู่การวางชีวิตทั้งหมดไว้กับพระเจ้า
อย่างไรก็ดี ในข้อที่ 7-9 ดาวิดได้ประกาศว่า แม้ชีวิตจะถูกเขย่า แต่เพราะพระเจ้าอยู่ “ที่ขวามือ” ชีวิตจึงไม่ถูกโค่นล้ม โดยเขียนไว้ชัดเจนว่า “ข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นไหว” โดย คำว่า “หวั่นไหว” คือ מוֹט (mōṭ) หมายถึงการถูกเขย่า ถูกโค่น หรือถูกทำให้ล้มลง ดาวิดได้บอกต่อไปว่า "ใจข้าพเจ้าจึงยินดีและจิตวิญญาณก็เปรมปรีดิ์ ร่างกายของข้าพเจ้าก็อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยด้วย"
ในข้อที่ 10 เป็นข้อที่มีความสำคัญ เรียกได้ว่า... นี่คือหัวใจของบททั้งหมด ดาวิดได้เขียนไว้ในข้อนี้ว่า “เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนคนตาย” คำว่า “แดนคนตาย” ใช้คำว่า שְׁאוֹל (Sheol) ไม่ได้หมายถึงหลุมศพเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง อาณาเขตของความตาย สภาพที่ชีวิตไม่อาจต่อรองได้ และคำว่า “ผู้จงรักภักดี” ใช้คำว่า חָסִיד (ḥāsīd) มาจากราก חֶסֶד (ḥesed) คือ ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์แห่งพันธสัญญา ไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่วางใจในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า ส่วนวลี “เห็นความเสื่อมสลาย” ใช้คำว่า רָאָה שַׁחַת (ra’ah shaḥat) หมายถึงการพังทลายและเน่าเปื่อยที่ดูเหมือนถอยกลับไม่ได้ ดังนั้น สดุดีบทนี้จึงเป็นคำประกาศว่า "ความตายจะไม่ใช่อำนาจสุดท้าย สำหรับผู้ที่เป็นของพระเจ้า"
ต่อมาข้อที่ 11 ซึ่งเป็นข้อสุดท้ายของบทนี้ ได้เขียนถึง "วิถีแห่งชีวิต" โดยดาวิดได้บันทึกว่า “พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์” ในรากศัพท์ฮีบรู มีคำสองคำที่เกี่ยวข้อง ได้แก่… คำว่า “วิถี” คือ אֹרַח (’oraḥ) เส้นทางที่เดินไปทีละก้าว และคำว่า “ชีวิต” คือ חַיִּים (ḥayyim) ชีวิตในเชิงคุณภาพ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า "ชีวิตที่พระเจ้าประทาน จึงไม่ใช่แค่การรอดตาย แต่คือการดำเนินชีวิตภายใต้การทรงนำของพระองค์"
จากนั้นในอีกหลายร้อยปีต่อมา ประวัติศาสตร์ได้เปิดเกี่ยวกับ "ความหวังในพระธรรมสดุดี บทที่ 16" ผ่านเรื่องราวของ "อุโมงค์ว่างเปล่า" ซึ่งได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นรูปธรรมในเช้าวันแรกแห่งสัปดาห์ เมื่อสตรีไปยังอุโมงค์ ไม่ใช่เพื่อมองหาชีวิต แต่เพื่อจัดการกับความตาย แต่กลับได้ยินคำประกาศว่า... “พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นจากความตายแล้ว” (ลูกา บทที่ 24 ข้อที่ 6) เมื่อเรื่องนี้ได้เกิดขึ้น จึงเป็นคำยืนยันว่าพระธรรม สดุดี บทที่ 16 ไม่ได้สูญเปล่า และพระเจ้าทรงฟังจริง...

------------------------

สุดท้ายนี้ "อุโมงค์ว่างเปล่า" ไม่เพียงเปลี่ยนประวัติศาสตร์ แต่เปลี่ยนวิธีที่ผู้เชื่อมองชีวิต ความทุกข์ และความตาย นี่คือการประกาศว่า "คำอธิษฐานไม่สูญเปล่า" พระเจ้าทรงฟัง และพระเจ้าทรงตอบจริง.... ขอพระเมตตาและฤทธานุภาพของพระเจ้าดำรงอยู่กับทุกคน

สรรเสริญพระเจ้า

By : MPCF Thailand
19/4/2026
#วันต้นสัปดาห์กับพระวจนะแห่งชีวิต #พันธกิจด้านพระวจนะ #อุโมงค์ว่างเปล่าการยืนยันว่าพระเจ้าทรงฟังจริง #เมื่อความตายไม่ใช่คำสุดท้าย

✨ ชวนน้องๆ จ.นครนายก มาร่วมค่ายสนุกสุดมัน! ✨🎖️ “หน่วยกล้าพิชิตภารกิจ” 🎖️น้องๆ คนไหนชอบความท้าทาย ชอบกิจกรรมสนุกๆ และอยาก...
18/04/2026

✨ ชวนน้องๆ จ.นครนายก มาร่วมค่ายสนุกสุดมัน! ✨
🎖️ “หน่วยกล้าพิชิตภารกิจ” 🎖️
น้องๆ คนไหนชอบความท้าทาย ชอบกิจกรรมสนุกๆ และอยากมีเพื่อนใหม่ ห้ามพลาดค่ายนี้เด็ดขาด! 💥
🪖 ภายในค่ายพบกับ
🎯 ฐานกิจกรรมสุดมัน ลุยเป็นทีม
🤝 เกมสร้างมิตรภาพ สนุก ได้เพื่อนใหม่
💡 เรียนรู้เรื่องราวดีๆ เสริมกำลังใจ
🎁 ของขวัญสุดพิเศษ (Limited edition จากต่างประเทศ!)
📅 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026
⏰ เวลา 09:00 – 16:00 น.
📍 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
💸 ค่าสมัครเพียง 150 บาท/คน เท่านั้น!
🔥 รับจำนวนจำกัดแค่ 100 คน
สมัครก่อนได้ก่อนนะ!

📞 สอบถามเพิ่มเติม:
ครูโฟม 084-6096-891
ครูโบว์ 091-7380-257

✨ ชวนน้องๆ จ.นครนายก มาร่วมค่ายสนุกสุดมัน! ✨
🎖️ “หน่วยกล้าพิชิตภารกิจ” 🎖️
น้องๆ คนไหนชอบความท้าทาย ชอบกิจกรรมสนุกๆ และอยากมีเพื่อนใหม่ ห้ามพลาดค่ายนี้เด็ดขาด! 💥
🪖 ภายในค่ายพบกับ
🎯 ฐานกิจกรรมสุดมัน ลุยเป็นทีม
🤝 เกมสร้างมิตรภาพ สนุก ได้เพื่อนใหม่
💡 เรียนรู้เรื่องราวดีๆ เสริมกำลังใจ
🎁 ของขวัญสุดพิเศษ (Limited edition จากต่างประเทศ!)
📅 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026
⏰ เวลา 09:00 – 16:00 น.
📍 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
💸 ค่าสมัครเพียง 150 บาท/คน เท่านั้น!
🔥 รับจำนวนจำกัดแค่ 100 คน
สมัครก่อนได้ก่อนนะ!

📞 สอบถามเพิ่มเติม:
ครูโฟม 084-6096-891
ครูโบว์ 091-7380-257
💚 มาเป็น “หน่วยกล้า” ไปพิชิตภารกิจด้วยกันนะ!

"กางเขน... การช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวัง"วันต้นสัปดาห์ กับ พระวจนะแห่งชีวิต“แต่ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบ...
12/04/2026

"กางเขน... การช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวัง"
วันต้นสัปดาห์ กับ พระวจนะแห่งชีวิต

“แต่ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา”

(อิสยาห์ บทที่ 53 ข้อที่ 5)

---------------------------------------------

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินเสียงร้อง “โฮซันนา” เสียงร้องของมนุษย์ที่วิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า และได้เรียนรู้ว่า พระเจ้าทรงฟังเสียงนั้นจริง และในวันต้นสัปดาห์นี้ MPCF Thailand ขอนำผู้อ่านทุกคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้... เมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป คำตอบของพระเจ้ากลับพาเราไปยังสถานที่หนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับความคาดหวังของมนุษย์เลย สถานที่นั้นคือ "กางเขน"
โดยธรรมชาติ มนุษย์มักเข้าใจว่า การช่วยกู้ของพระเจ้า คือการพาให้พ้นจากความเจ็บปวด คือ "การเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และคือชัยชนะที่มองเห็นได้ชัดเจน" สำหรับชาวยิวในศตวรรษแรก ความคาดหวังต่อพระเมสสิยาห์ก็ไม่ได้ต่างไปจากนั้น พวกเขารอคอย "ผู้ปลดปล่อย" ผู้จะนำอำนาจและเกียรติมาสู่ชนชาติ แต่หนทางที่พระเจ้าทรงเลือก กลับไม่ใช่หนทางแห่งกำลังหรือความยิ่งใหญ่ หากเป็นหนทางแห่ง "การยอมทนและการแบกรับ"
ในคำพยากรณ์ของอิสยาห์ บทที่ 53 พระคัมภีร์ได้เปิดเผยภาพของ “ผู้รับใช้ของพระเจ้า” ในแบบที่สวนทางกับความคิดของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ผู้รับใช้ผู้นี้ ไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่น่าชื่นชม ไม่ได้รับการยกย่อง แต่กลับถูกดูหมิ่น ถูกทอดทิ้ง และคุ้นเคยกับความเจ็บปวด ตามที่อิสยาห์ได้บันทึกไว้ในข้อที่ 3 ว่า “เขาถูกดูหมิ่นและถูกทอดทิ้ง เป็นคนที่รับความทุกข์ยาก และคุ้นเคยกับความเจ็บป่วย” (อิสยาห์ บทที่ 53 ข้อที่ 3) ยิ่งไปกว่านั้น พระคัมภีร์ย้ำว่า "ความทุกข์ของผู้รับใช้ผู้นี้ ไม่ใช่เพราะความผิดของตนเอง แต่เป็นการทนทุกข์แทนผู้อื่น" ดังที่ได้บันทึกในข้อที่ 5 ว่า “แต่เขาถูกบาดเจ็บเพราะการละเมิดของเรา เขาถูกฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา” (อิสยาห์ บทที่ 53 ข้อที่ 5) นี่คือหัวใจของการช่วยกู้ที่พระเจ้าทรงสำแดง
เมื่อได้ศึกษาต่อไปในเหตุการณ์ตามพระกิตติคุณลูกา ผู้อ่านจะเห็นว่า... สิ่งที่อิสยาห์กล่าวไว้ ได้ถูกเติมเต็มอย่างเงียบงันบน "กางเขน" ตามที่ลูกาได้ยืนยันชัดเจนใน บทที่ 23 ข้อที่ 33 ว่า “เมื่อไปถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เรียกว่ากะโหลกศีรษะ เขาก็ตรึงพระองค์ไว้ที่นั่นบนกางเขนพร้อมกับผู้ร้ายสองคนนั้น ข้างขวาคนหนึ่งข้างซ้ายคนหนึ่ง" สำหรับในสายตามนุษย์ "กางเขน" คือภาพของความล้มเหลว คือ จุดสิ้นสุดของความหวัง "แต่ในสายตาพระเจ้า กางเขนคือสถานที่ที่การช่วยกู้ได้เกิดขึ้นจริง" แม้ในห้วงเวลาที่พระเยซูทรงเจ็บปวดที่สุด พระองค์ยังทรงเลือกหนทางแห่งความรักและการให้อภัย ซึ่งลูกาได้บันทึกว่า “ข้าแต่พระบิดา ขอทรงอภัยเขา เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร” (ลูกา บทที่ 23 ข้อที่ 34)
อย่างไรก็ดี การเรียนรู้เกี่ยวกับ "กางเขน" ได้สอนเราว่า การช่วยของพระเจ้า ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดแต่เป็น การเข้าไปแบกรับความเจ็บปวดนั้นแทน พระเจ้าทรงไม่ยืนดูความทุกข์ของมนุษย์จากระยะไกล แต่ทรงเข้ามาอยู่ในความทุกข์นั้น เพื่อให้มนุษย์ได้รับการฟื้นฟูอย่างแท้จริง นี่คือการช่วยกู้ ที่ไม่เร่งรีบ ไม่ปรนเปรอ และไม่ตรงกับความคาดหวังของมนุษย์ แต่เป็นการช่วยกู้ที่ลึก ซื่อสัตย์ และเปลี่ยนชีวิตได้
เมื่อพิจารณาจากรากศัพท์ภาษาฮีบรูในอิสยาห์ บทที่ 53 พระคัมภีร์ใช้คำว่า נָשָׂא ซึ่งหมายถึง “การแบกรับไว้กับตนเอง” เพื่ออธิบายการกระทำของผู้รับใช้ของพระเจ้า นี่ไม่ใช่การช่วยจากระยะไกล แต่เป็นการยอมรับเอาความเจ็บปวดและภาระของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง กางเขนจึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของความทุกข์ แต่เป็นการสำแดงว่าพระเจ้าทรงยอมแบกรับสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจแบกรับได้เอง
จากที่เกริ่นไปในช่วงแรกเกี่ยวกับ พระธรรมอิสยาห์ บทที่ 53 จากการศึกษาในภาพรวมจะพบว่า "อิสยาห์" ในบทนี้ไม่ได้เป็นเพียงบทพยากรณ์ที่บรรยายความทุกข์ของผู้รับใช้ของพระเจ้าเท่านั้น หากแต่เป็นข้อความที่มีโครงสร้างชัดเจน และสะท้อนแผนการช่วยกู้ของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง สังเกตได้ในช่วงต้นของบท (ข้อที่ 1–3) พระคัมภีร์เปิดเผยภาพที่สวนทางกับความคาดหวังของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ผู้รับใช้ของพระเจ้าไม่ได้ปรากฏพร้อมสง่าราศีหรืออำนาจ หากแต่ถูกดูหมิ่น ถูกทอดทิ้ง และไม่เป็นที่พึงปรารถนา ดังที่พระวจนะกล่าวไว้ว่า “ท่านไม่มีความงามหรือความสง่าที่จะให้พวกเรามองดู และไม่มีรูปลักษณ์ซึ่งจะให้เราพึงปรารถนา ท่านถูกดูหมิ่นและถูกทอดทิ้ง” (ข้อที่ 2–3) ซึ่งจะเห็นชัดว่า บทนี้เริ่มต้นด้วยคำถามสำคัญว่า “ใครเล่าจะเชื่อสิ่งที่เราป่าวประกาศ? พระกรของพระยาห์เวห์ทรงสำแดงแก่ผู้ใด?” (ข้อที่ 1) ซึ่งคำถามนี้ชี้ให้เห็นว่า "การช่วยกู้ของพระเจ้าเริ่มต้นจากภาพที่มนุษย์ไม่คาดคิด และยากจะยอมรับในสายตามนุษย์

ต่อมา ใจกลางของบท (ข้อที่ 4–6) ได้เปิดเผยหัวใจของการช่วยกู้ ผู้รับใช้ผู้นี้ไม่ได้เพียงทนทุกข์ แต่แบกรับความเจ็บปวดและความบาปของผู้อื่น พระวจนะกล่าวอย่างชัดเจนว่า “แน่ทีเดียวท่านแบกความเจ็บไข้ของพวกเรา และหอบความเจ็บปวดของเราไป… แต่ท่านถูกแทงเพราะการทรยศของเราท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา” (ข้อที่ 4–5) ในช่วงนี้ พระคัมภีร์ย้ำอย่างชัดเจนว่า ความทุกข์ของผู้รับใช้ไม่ได้ไร้เหตุผล หากแต่เกิดขึ้น “เพราะเรา” เพื่อให้การช่วยกู้ของพระเจ้าสำเร็จ

ทำให้ในข้อที่ 7–9 พระธรรมอิสยาห์ได้พรรณนาถึง "ท่าทีของผู้รับใช้" ว่าไม่ได้ทนทุกข์โดยการต่อต้านหรือถูกบีบบังคับเพียงฝ่ายเดียว แต่ยอมจำนนอย่างสมัครใจว่า “ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ปริปาก เหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า” (ข้อที่ 7) โดยภาพนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่า "กางเขนไม่ใช่อุบัติเหตุ หรือความผิดพลาดในประวัติศาสตร์ แต่เป็นการถวายตนของผู้รับใช้ เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ" และเมื่อศึกษาต่อไป ในช่วงท้ายของบท (ข้อที่ 10–12) พระธรรมอิสยาห์ได้เปิดเผยมุมมองของพระเจ้าอย่างชัดเจนว่า "ความบอบช้ำและความตายของผู้รับใช้ไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของพระประสงค์" ตามที่ได้เขียนว่า “แต่พระยาห์เวห์ยังทรงประสงค์ให้ท่านบอบช้ำด้วยการบาดเจ็บ… ผู้รับใช้ชอบธรรมของเรา จะทำให้คนจำนวนมากเป็นคนชอบธรรม” (ข้อที่ 10–11)

พระวจนะในหนังสืออิสยาห์ได้ยืนยันว่า "ความทุกข์นำไปสู่ชีวิต ความพ่ายแพ้ในสายตามนุษย์ กลับกลายเป็นความสำเร็จในสายตาของพระเจ้า และการแบกรับแทนนั้นนำไปสู่ความหวังและการฟื้นฟู" จากโครงสร้างทั้งหมดของอิสยาห์ บทที่ 53 ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การช่วยกู้ของพระเจ้าไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หากแต่เป็นการดำเนินการอย่างตั้งใจ ผ่านความไม่เชื่อ ความเจ็บปวด การยอมจำนน และในที่สุด... ชีวิตและความหวังใหม่ซึ่งพระเจ้าทรงประทาน

-------------------------------------

สุดท้ายนี้ การมองดู "กางเขน" ผ่านคำพยากรณ์ของอิสยาห์ บทที่ 53 ช่วยให้เราเข้าใจว่า "การช่วยกู้ของพระเจ้า" ไม่เคยเป็นเรื่องฉับพลันหรือง่ายดายในสายตามนุษย์ หากแต่เป็นการดำเนินการอย่างตั้งใจ ผ่านเส้นทางของความไม่เชื่อ ความเจ็บปวด และการยอมจำนน เพื่อให้ความรอดเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ดังนั้น "กางเขน" จึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของ "ความพ่ายแพ้" หากเป็นการสำแดงถึงความรัก ความยุติธรรม และพระเมตตาของพระเจ้า ที่ทรงยอมแบกรับความบอบช้ำแทนมนุษย์ เพื่อเปิดทางไปสู่ชีวิตและความหวังใหม่ ขอพระเจ้าทรงโปรดประทานสติปัญญาและเปิดเผยความจริงแก่ทุกคนที่ไว้วางใจในพระองค์ แม้หนทางของพระองค์จะสวนทางกับความคาดหวังของเรา ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า "พระองค์ทรงทำงานเพื่อการช่วยกู้ของเราเสมอ"... ขอพระเมตตาและฤทธานุภาพของพระเจ้าดำรงอยู่กับทุกคน

สรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า

By : MPCF Thailand
12/4/2026
#วันต้นสัปดาห์กับพระวจนะแห่งชีวิต #พันธกิจด้านพระวจนะ #กางเขนการช่วยกู้ที่สวนทางกับความคาดหวัง #เมื่อพระเจ้าทรงช่วยแต่ไม่ใช่ในวิธีที่มนุษย์คิด

ที่อยู่

เลขที่ 99/182 ถนนสายไหม 22 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพ
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66877089774

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MPCF Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MPCF Thailand:

แชร์