วัดถ้ำกระบอก

วัดถ้ำกระบอก ในวัดถ้ำกระบอกมีพระสงฆฺ์ประมาณ 100 ร?
(3)

ประวัติโดยย่อของถ้ำกระบอก
Luang Poh Yaai

หลวงพ่อใหญ่ / Luang Poh Yaai

สำนัก สงฆ์ถ้ำกระบอกตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 11 ถนนพหลโยธิน ตรงหลักกิโลเมตรที่ 132 ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2500 โดย หลวง พ่อใหญ่ พระอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์ และพระอาจารย์เจริญ ปานจันทร์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่ได้เดินธุดงค์มา ซึ่งเป็นกิจวัตรที่ปฏิบัติกันมาโดยตลอดทุกปี ครั้งแรกสงฆ์คณะนี้

ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดคลองเม่าธรรมโกศล จังหวัดลพบุรี ใน ระหว่างการเดินธุดงค์ ได้เดินธุดงค์ผ่านมาแถวเทือกเขาโปร่งปราบ อำเภอพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรีขณะ ที่พักจากการเดินธุดงค์ที่ถ้ำกระบอก ได้พิจารณาว่าที่ถ้ำกระบอก สงบเงียบเหมาะเป็นที่ปฏิบัติกิจของสงฆ์มากและหลังกลับจากเดินธุดงค์ถึงวัด คลองเม่าฯ จึงได้ย้ายคณะสงฆ์มาอยู่ที่ถ้ำกระบอก ซึ่งต่อมาได้มีญาติโยมอาราธนาให้อยู่ที่นี่โดยถวายที่ดินให้เพื่อการปฏิบัติ ธรรม คณะสงฆ์จึงได้อยู่ปฏิบัติธรรมที่นี่ และกลายมาเป็น”สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก” หรือ “ถ้ำกระบอก”สถานที่เลิกยาเสพติดให้โทษในปัจจุบัน

ใน ระยะแรกทั้งสามองค์ได้ช่วยกันปกครองคณะสงฆ์ ต่อมาในปี พ.ศ.2513 หลวงพ่อใหญ่ได้ลาสังขาร พระอาจารย์เจริญ ปานจันทร์ออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ และได้ไปสร้างสำนักสงฆ์นครโมกุลขึ้น ที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พระอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์ จึงเป็นผู้นำคณะสงฆ์ถ้ำกระบอกตั้งแต่นั้นมา และได้บริหารงานการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2518 ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ในปี พ.ศ.2524 พระอาจารย์เจริญ ปานจันทร์ ได้กลับมาพำนักที่สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกอีกครั้งหนึ่ง และได้ช่วยพระอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์บริหารงานต่างๆในสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกเช่น การก่อสร้างถาวรวัตถุในพุทธศาสนา สร้างหลักธรรมโลกุตตระ สร้างกุฏิสงฆ์ สร้างโบสถ์ วิหาร และด้านสาธารณูปโภค ส่วนในด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดยังอยู่ในความรับผิดชอบของพระอาจารย์ จำรูญ ปานจันทร์ จนกระทั่งพระอาจารย์จำรูญได้ลาสังขาร พระอาจารย์เจริญจึงได้ เป็นผู้นำคณะสงฆ์ถ้ำกระบอกสืบมา

หลังจากที่พระอาจารย์เจริญลาสังขาร พระอาจารย์บุญส่งได้ถูกเลือกให้เป็นเจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกได้รับประกาศตั้งเป็นวัดถ้ำกระบอกในปี พ.ศ. 2555 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย.

โดยมีพระอธิการ วิเชียร กิตฺติวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

24/01/2026
14/01/2026
ธรรมข้อนี้ เป็นข้อสัจจะพิจารณาที่ ตรงตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างยิ่ง  สำหรับ "ผู้ปฏิบัติธรรม" สิ่งที่เมื่อมีแล้...
01/10/2025

ธรรมข้อนี้ เป็นข้อสัจจะพิจารณาที่ ตรงตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างยิ่ง สำหรับ "ผู้ปฏิบัติธรรม" สิ่งที่เมื่อมีแล้ว ไม่ควรเป็นทุกข์ แต่กลับเป็นหนทางสู่ความพ้นทุกข์ คือการ มีปัญญาเห็นความจริง โดยเฉพาะความจริงเกี่ยวกับ การลดละนิสัยตน
๑. มี“ปัญญา”เห็นความจริงตามหลัก "ความไม่เที่ยง" เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมมีสิ่งเหล่านี้ “ปัญญา”ในใจอย่างมั่นคงแล้ว ย่อมไม่ควรเป็นทุกข์กับการเกิดขึ้นและดับไปของสรรพสิ่ง
ความรู้แจ้งใน "สัจธรรม" (ความไม่เที่ยง) เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งในโลกไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ความรู้สึก อารมณ์ หรือข้าวของเงินทอง(สิ่งที่มี) ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ไม่มีความคงทนถาวร เมื่อมีความรู้แจ้งนี้ ก็จะไม่ยึดมั่นถือมั่น เมื่อสิ่งที่รักต้องพลัด พราก หรือสิ่งที่หวังไม่เป็นไปตามที่คิด ก็จะไม่ทุกข์หนัก เพราะเห็นเป็นเรื่อง ความจริงที่ ธรรมดาของโลก เกิด-ดับ
ความรู้แจ้งใน "ความเป็นทุกข์/ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้“ : เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลง บีบคั้น ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ เมื่อมีความรู้แจ้งนี้ ก็จะไม่แสวงหาความสุขที่เที่ยงแท้จากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ความรู้แจ้งใน "ความไม่เที่ยง" (ความไม่ใช่ตัวตน) เมื่อเห็นว่า”รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ“ไม่ใช่ตัวเราของเราอย่างแท้จริง ไม่สามารถบังคับบัญชาได้ เมื่อเห็นเช่นนี้ ก็จะไม่ยึดติดในตัวตน ไม่วุ่นวายเมื่อกายเปลี่ยนแปลง หรือใจมีอารมณ์ต่าง ๆ
๒.การมี "ธรรมะที่เป็นเครื่อง ประคองกายอยู่" สิ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมมีแล้วจะช่วยให้พ้นทุกข์และอยู่เป็นปกติสุขได้ คือ ธรรมะที่เป็นหลักการปฏิบัติ ได้แก่
มีสติ :(ความระลึกรู้ตัว)การมีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้อารมณ์ รู้กาย รู้ใจตามความเป็นจริง สติเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้เราเผลอไปปรุงแต่งอารมณ์จนกลายเป็นความทุกข์ เมื่อมีสติรู้ทันว่า นี่คือความโกรธ นี่คือความกังวล ก็จะสามารถปล่อยวางได้ง่ายขึ้น
มีปัญญา :(ความรอบรู้) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“ปัญญาหลุดพ้น ”หรือความเห็นชอบ เห็นถูกตามคลองธรรม เมื่อมีปัญญา ก็จะเห็นทางที่จะดับทุกข์ได้
มีเมตตาและกรุณา: การมีจิตใจที่ปรารถนาดีต่อผู้อื่น ไม่ว่าคนอื่นจะทำดีหรือไม่ดี ไม่เอาปัญหาของเขามาเป็นความทุกข์ของเรา แต่ใช้ความเมตตาเป็นเครื่องกำกับใจ ทำให้ใจเป็นปกติ ไม่หวั่นไหวตามความไม่น่าพอใจของโลก
กล่าวโดยสรุป “สิ่งที่ผู้ปฏิบัติมีแล้วไม่ควรเป็นทุกข์ ”คือ มีปัญญาที่เห็นแจ้งในความจริงว่าทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น และ มีสติที่คอยกำกับใจให้อยู่กับปัจจุบัน
การที่เรายังเป็นทุกข์อยู่ กับปัจจุบัน แสดงว่าเราอาจจะ "มี" ธรรมะเป็นเพียงความรู้ แต่ยังขาดการ "เข้าถึง" และ "ปฏิบัติ" ให้ธรรมะนั้นเป็น สิ่งที่มีอยู่ของ “ใจ“ อย่างแท้ จริง

” สิ่งที่มีเป็นเพียงของประคองกาย สัจจะที่มีเป็นของประคองอารมณ์“

01/10/2025

หลายคนเมื่อถลำเข้าไปในวังวนยาเสพติดแล้ว แม้ต่อมาจะพยายามเลิก แต่ก็ยากที่จะถอนตัว เพราะสิ่งที่พวกเขากำล...

ในบริบทของการปฏิบัติธรรม ข้อความที่ว่า "มิควรแสวงหาความสุขในชาตินี้จนเกินไป ชาติที่เกิดใหม่จะต้องเป็นทุกข์แน่" มีนัยยะบอ...
30/09/2025

ในบริบทของการปฏิบัติธรรม ข้อความที่ว่า "มิควรแสวงหาความสุขในชาตินี้จนเกินไป ชาติที่เกิดใหม่จะต้องเป็นทุกข์แน่" มีนัยยะบอกเหตุในการ ระวังตน หลายประการ
๑.ระวังการยึดติดในสุขทางโลก : เป็นการเตือนให้ระวังการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการแสวงหาและเสพสุขทางประสาทสัมผัสอย่างไม่มีขีดจำกัด (เช่น การกิน ดื่ม ความบันเทิงที่ลุ่มหลง) ซึ่งอันเป็นที่สุดโต่งด้านหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงติเตียน
การระวังตน: ต้อง มีสติและปัญญา ในการใช้ชีวิต ไม่ปล่อยให้ความสุขทางโลกครอบงำจนเกิด ตัณหา (ความยึดมั่นถือมั่น) เพราะความสุขเหล่านี้ไม่เที่ยงแท้ เมื่อสูญเสียไปก็จะเกิดทุกข์รุนแรงในปัจจุบัน และการยึดติดนี้เองเป็น เชื้อ ที่จะนำพาไปสู่ภพภูมิที่มีแต่ความทุกข์ในอนาคต
๒. ระวังการสร้างกรรมชั่ว
การแสวงหาความสุข "จนเกินไป" มักมาพร้อมกับการ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น
การทุจริตเพื่อได้ทรัพย์มาสนอความสุข/ การทำลายสุขภาพ
/การใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นเพื่อความสะดวกสบายของตน
การกระทำเหล่านี้เป็น กรรม ชั่ว ซึ่งตามหลัก กฎแห่งกรรม ย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ในชาติถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การระวังตน: ต้อง รักษา
ข้อปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด และ หมั่นสร้าง ตัวกระทำเป็นที่พึ่ง (ความดี) เพราะการทำกรรมดีเท่านั้นที่เป็นหลักประกันความสุขในภพหน้า การระวังตนจึงหมายถึง“การระมัดระวัง กาย วาจา ใจ ไม่ให้ก้าวล่วงศีลธรรม”เพื่อแลกกับความสุขชั่วคราวในชาตินี้
๓. ระวังการประมาทในการปฏิบัติธรรม : การลุ่มหลงในความสุขของชาตินี้จนเกินไป ทำให้ มองข้าม หรือ ผัดวันประกันพรุ่ง ในการปฏิบัติธรรม (สัจจะ ปฏิบัติ ภาวนา) ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะตัดเชื้อแห่งทุกข์ได้
การระวังตน: ต้อง ไม่ประมาท ในชีวิตและเวลา ต้องเห็นว่าชีวิตนี้มีจำกัดและไม่แน่นอน ดังนั้นจึงควร พิจารณาให้มีสติ ปัญญา อยู่เสมอ เพื่อสร้างเสบียง (บุญบารมี) และ พาหนะ (ปัญญา )สำหรับการเดินทางในวัฏสงสาร การแสวงหาความสุขในทางธรรม (ความสงบ ความบริสุทธิ์ของจิต) จึงสำคัญกว่าความสุขทางโลก เพราะเป็น หนทาง ที่จะนำไปสู่การพ้นทุกข์ที่แท้จริง
กล่าวโดยสรุป สัจจะ พิจารณา ข้อความนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอย่าง มีสติ และ เที่ยงธรรม(ความเห็นชอบ) คือ
ไม่ยึดติด กับความสุขทางกายมากเกินไป
ไม่ประมาท ในการสร้างกรรมดีและละเว้นกรรมชั่ว
ให้ความสำคัญ กับการพัฒนาจิตวิญญาณเพื่อความสุขที่ยั่งยืน เป็นการเตือนให้เดินในทาง สายกลาง คือไม่ตึงไปทางความสุขสุดโต่ง และไม่หย่อนไปทางความทรมานตนสุดโต่งนั่นเอง

แค่เปลี่ยนความคิดคุณ ... โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง กับ MV สร้างความสดใส ในเวอร์ชั่นทัศนศึกษา กิจกรรมที่วัดถ้ำกระบอก จ...
29/09/2025

แค่เปลี่ยนความคิดคุณ ... โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง กับ MV สร้างความสดใส ในเวอร์ชั่นทัศนศึกษา กิจกรรมที่วัดถ้ำกระบอก จ.สระบุรี ในเพลง "เปลี่ยนตน เปลี่ยนคนทั้งโลก"
คลิกชม MV >>

MV เพลง เปลี่ยนตนเปลี่ยนคนทั้งโลก เวอร์ชั่นทัศนศึกษาวัดถ้ำกระบอก (The Voice Kids)รายการธรรมะ ถ่ายทอดสด ครั้งแรกในเมื...

https://thaitabloid.com/archives/206654 วัดถ้ำกระบอกดังอีก ทีวีสิงค์โปร์ ขอถ่ายสารคดีบำบัดยาทางเลือก
29/01/2025

https://thaitabloid.com/archives/206654
วัดถ้ำกระบอกดังอีก ทีวีสิงค์โปร์ ขอถ่ายสารคดีบำบัดยาทางเลือก

กอ.รมน.จังหวัด ส.บ.                                                                                          เมื่อ 30090...
31/05/2023

กอ.รมน.จังหวัด ส.บ. เมื่อ 300900 พ.ค.66
พ.อ.เพิ่มศักด์ ขุนโขลน รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.บ.(ท) เป็นประธานเปิดโครงการขยายผลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมด้วยท่านเจ้าอาวาสและท่านรองเจ้าอาวาสวัดถ้ำกระบอก การดำเนินโครงการดังกล่าว มีผู้เข้ารับการอบรมชาวบ้านชุมชนรอบวัดถ้ำกระบอก ต.ขุนโขลน อ.พระพุทธบาท โดยมีคณะวิทยากรศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ.พระพุทธบาท ให้ความรู้ในหัวข้อ
1.ศาสตร์พระราชา
2.เกษตรทฤษฏีใหม่
3.เกษตรผสมผสาน
-วิทยากร คุณวีรวิทย์ กุลมณีทรัพย์ ให้ความรู้ในหัวข้อ
1.วิธีการปลูกต้นโกโก้
2.การใช้ปุ๋ยและดินที่เหมาะสมกับต้นโกโก้
3.ขั้นตอนการแปรรูปผลิตภัณฑ์เมล็ดโกโก้
-วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ประชาชนนำความรู้ที่ได้รับ ไปพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ให้มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ สำนักศาสนศึกษาวัดถ้ำกระบอก ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

07/02/2023
19/10/2022

ที่อยู่

ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัด สระบุรี
Bangkok
10800

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 16:00
อังคาร 10:00 - 16:00
พุธ 10:00 - 16:00
พฤหัสบดี 10:00 - 16:00
ศุกร์ 10:00 - 16:00
เสาร์ 10:00 - 16:00
อาทิตย์ 10:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดถ้ำกระบอกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วัดถ้ำกระบอก:

แชร์