Nimitmai Church คริสตจักรนิมิตใหม่แบ๊บติสต์ สี่แยกพญาไท
สถานีรถไฟ BTS/Airport link พญาไท

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่50)               ความสุขจากการเป็นตัวของเราเอง!“ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์...
20/05/2026

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่50)

ความสุขจากการเป็นตัวของเราเอง!

“ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์
เพราะพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์น่าครั่นคร้าม
บรรดาพระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์ ข้าพระองค์ทราบดี”
~สดุดี 139:14
“I praise you because I am fearfully and wonderfully
made;
your works are wonderful, I know that full well.”
~Psalms 139:14 NIV

มีคำกล่าวว่า

“เมื่อเราเห็นคุณค่าของพระผู้สร้าง
เราจะเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเอง”
(When we see the value of the Creator,
we will begin to see our own value.)

เราควรเชื่อว่า พระเจ้าทรงสร้างเราอย่างมีคุณค่า!

แล้วเราควรมีท่าทีอย่างไรต่อพระเจ้าและต่อการทรงสร้างของพระองค์?

1.เราควรมีใจขอบคุณพระเจ้าอยู่เสมอ
“ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์“
~สดุดี 139:14ก
กษัตริย์ ดาวิดเริ่มต้นด้วย “การขอบพระคุณ”
เพราะท่านตระหนักว่า ชีวิตของท่านไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
แต่เกิดจากพระหัตถ์ของพระเจ้า
เราในวันนี้ ก็สมควรขอบคุณพระเจ้าด้วยเช่นกัน
ที่พระองค์ทรงสร้างชีวิตของเราอย่าง “มีคุณค่า”
ไม่ว่าเราจะคิด จะรู้สึกอย่างไร เช่น รู้สึกไปเองว่าตัวเองด้อยค่า ไม่สมบูรณ์ หรือแตกต่างจากคนอื่น
แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า เราคือผลงาน“ล้ำค่า”ที่พระองค์ทรงตั้งใจสร้างขึ้นด้วยความรัก
เราจึงสมควรที่จะขอบพระคุณแทนการกังวลบ่นว่า!

2.เราควรอัศจรรย์ใจกับการที่พระเจ้าทรงสร้างเรา
“เพราะพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์น่าครั่นคร้าม”
~สดุดี 139:14ข
คำว่า “อัศจรรย์น่าครั่นคร้าม” หมายถึง
1).ซับซ้อนเกินมนุษย์จะสร้างขึ้นเองได้
2).งดงามและเต็มด้วยสติปัญญา
3).น่าเกรงขามในการทรงสร้างของพระเจ้า
ใช่ครับ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ บุคลิก และชีวิตของเราแต่ละคน ล้วนสะท้อนถึงพระปัญญาและฤทธาของพระเจ้า
แม้แต่สิ่งเล็กๆ อาทิ
~หัวใจที่เต้นเอง
~สมองที่คิดและจดจำ
~จิตใจที่รักใคร่
~ตาที่มองเห็น หูที่ได้ยิน และจมูกที่ได้กลิ่น ฯลฯ
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น “พระราชกิจอันอัศจรรย์” น่าครั่นคร้ามในการทรงสร้างเราทั้งสิ้น

3.เราควรยอมรับว่าเราไม่อาจเข้าใจในพระราชกิจของพระเจ้าได้หมดสิ้น
“บรรดาพระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์”
~สดุดี 139:14ค
เราไม่อาจเข้าใจพระเจ้า และสิ่งทั้งหลายที่พระเจ้าทรงสร้าง
(และไม่เข้าใจตัวของเราเองทั้งหมดเลย)
รวมทั้งไม่เข้าใจพระราชกิจทั้งสิ้นที่พระองค์กระทำ
แต่พระองค์ทรงทราบที่มาที่ไปของสิ่งทั้งปวง และทรงรู้จักเราตั้งแต่ก่อนเราเกิด
พระองค์ทรงเห็นเรา ตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์มารดา จนถึงวันเวลาของเราในอนาคต

4.เราควรรู้และเป็นพยานได้ดีจากประสบการณ์ชีวิตของเรา
“ข้าพระองค์ทราบดี”
~สดุดี 139:14ง
พระเจ้าทรง “รู้จัก” และ “ใส่ใจ” ชีวิตเราอย่างลึกซึ้ง
เหมือนกับกษัตริย์ดาวิด เราก็รู้เรื่องนี้ดีจาก “ประสบการณ์”ที่เราติดตามพระเจ้ามาเช่นกัน ผ่าน ความกลัว ความผิดพลาด การถูกปฏิเสธ และการต่อสู้ต่างๆในชีวิตฯลฯ

แต่ยิ่งเราเดินกับพระเจ้าใกล้ชิดมากขึ้นเท่าไร
เราก็ยิ่งมั่นใจว่า
“พระเจ้าทรงแสนอัศจรรย์ และ
การทรงสร้างของพระองค์ก็น่าครั่นคร้ามยิ่งนัก”

ดังนั้น พี่น้องที่รัก
1.ขออย่าให้ตัวตนของเราถูกกำหนดโดย คำพูด การเปรียบเทียบ การตัดสินของตัวเองหรือของผู้อื่น หรือโดยความล้มเหลวในอดีต
2.ขอให้เรามีความสุขและความชื่นชมยินดี ที่เราถูกกำหนดและถูกสร้างขึ้นอย่างอัศจรรย์ด้วยความใส่พระทัยขององค์พระผู้สร้าง
3.ขอให้เราบอกกับตัวเองและคนอื่นว่า
1).พวกเราล้วนมีคุณค่า
2).พวกเราไม่ใช่อุบัติเหตุของโลกนี้ เพราะพระเจ้า
ก.ทรงสร้างพวกเรา และ
ข.ทรงรู้จักพวกเราลึกซึ้งยิ่งกว่าผู้ใด
แม้แต่ความแตกต่างบางอย่างในตัวของเรา ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งในพระประสงค์พระเจ้า ด้วยเหตุนี้
“ยามใดที่เรายอมรับตัวตนของเราตามที่พระเจ้าทรงสร้าง
ยามนั้น คือจุดเริ่มต้นของสันติสุขภายในตัวเรา!”

ขอให้จดจำไว้เสมอว่า

“พระเจ้าไม่ได้สร้างคุณมาเพื่อเป็นสำเนาของผู้ใด
แต่พระองค์ทรงสร้างคุณมาเป็นต้นฉบับ
อย่างตั้งพระทัยและอย่างน่าอัศจรรย์ใจ!”
(God did not create you to be a copy of anyone
else, but He created you to be an original
intentionally and wonderfully.)

ดังนั้น
จากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้เรามีความสุขจากการเป็นตัวของเราเอง!
…จะดีไหม?

…………………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 20พฤษภาคม2026(ตอนที่50ปีที่6) #คริสตจักรแห่งความรัก #คริสตจักรแห่งความสุข #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

เมื่อทรงสถิต ชีวิตก็ชื่นบาน ✨🕊️หลายครั้งที่เราอาจพยายามใช้กำลังของตัวเองจนเหนื่อยล้า หรือยังติดอยู่กับความทรงจำเลวร้ายใน...
19/05/2026

เมื่อทรงสถิต ชีวิตก็ชื่นบาน ✨🕊️
หลายครั้งที่เราอาจพยายามใช้กำลังของตัวเองจนเหนื่อยล้า หรือยังติดอยู่กับความทรงจำเลวร้ายในอดีตที่คอยทำลายความสุขในปัจจุบัน... แต่พระเจ้ามีหนทางที่ดีกว่านั้นสำหรับเรา!
ขอเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมรับฟังพระวจนะหนุนใจที่จะช่วยให้เรา "ไวต่อการสัมผัสและกระตือรือร้นโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์" เพื่อรับสันติสุขที่แท้จริง และเอาชนะเนื้อหนังของตนเอง พร้อมก้าวสู่อนาคตด้วยความชื่นบานไปด้วยกันครับ
📖 สิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกัน:
• ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตเรา (กท 5:22-23)
• 4 ขั้นตอนสู่ชีวิตที่ไวต่อพระวิญญาณ (พระคำ อธิษฐาน นมัสการ สามัคคีธรรม)
• บทเรียนราคาแพงจากบุคคลในพระคัมภีร์เดิม (ซาอูล, ดาวิด, อิสอัค, ยาโคบ)
• การดำเนินชีวิตใหม่เพื่อไม่ให้พระวิญญาณเสียพระทัย
🎙️ ผู้เทศนา: ผป.วิเชียร จารุวงศ์วาณิชย์
⛪ คริสตจักรนิมิตใหม่ (คำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026)
📺 รับชมและรับพระพรคัดสรรได้ที่นี่:
👉 https://youtu.be/accS1unRHZ0
ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเยียวยาอดีต และเติมเต็มความชื่นบานในใจของพี่น้องทุกท่านในวันนี้ครับ ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ ❤️
#เมื่อทรงสถิตชีวิตก็ชื่นบาน #ผปวิเชียรจารุวงศ์วาณิชย์ #คริสตจักรนิมิตใหม่ #พระวิญญาณบริสุทธิ์ #คำเทศนาหนุนใจ #คริสเตียน

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่49)            ผิดตรงไหนที่จะกระตือรือร้น?(2)    “สิ่งที่จำเป็นนั้นมีเพียงสิ่งเดียว    แ...
19/05/2026

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่49)

ผิดตรงไหนที่จะกระตือรือร้น?(2)

“สิ่งที่จำเป็นนั้นมีเพียงสิ่งเดียว
และมารีย์ก็เลือกเอาส่วนที่ดีนั้น
ใครจะชิงเอาไปจากเธอไม่ได้””
‭‭ ~ลูกา‬ ‭10‬:‭42‬ ‭THSV11‬‬
“but few things are needed—or indeed only one.
Mary has chosen what is better,
and it will not be taken away from her.””
‭‭ ~Luke‬ ‭10‬:‭42‬ ‭NIV‬‬

เราได้รับคำตอบไปแล้วว่าความกระตือรือร้น ทั้งใน
1.การรับใช้ และ
2.การฟังพระวจนะของพระเจ้า
ล้วนเป็นสิ่งดี!

แต่เราได้รับคำเตือนเช่นกันว่า
1.อย่าให้เรายิ่งรับใช้ กลับยิ่งห่างไกลไป
1).จากพระเจ้า และ
2).จากคนอื่นๆที่ร่วมรับใช้ด้วยกัน หรือ
2.อย่าให้ยิ่งฟังยิ่งเรียนพระคัมภีร์มากแล้ว กลับยิ่งทำให้เราห่างไกลจากพี่น้อง
1).เอาแต่วิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์คนอื่น หรือ
2).เอาแต่แยกตัวไม่ร่วมรับใช้พระเจ้ากับพี่น้องคนอื่นๆเลย
เราต้องตระหนักไว้เสมอว่า พระเจ้าทรงปรารถนา
“หัวใจที่ใกล้ชิด(กับพระเจ้าและพี่น้อง)” มากกว่า
“กิจกรรมมากมาย”(รวมทั้งกิจกรรมศาสนาหรือพันธกิจฝ่ายจิตวิญญาณต่างๆ)
ที่ทำให้คนไกลห่างจากกัน
เราควรมีเวลาติดสนิทพระเจ้าและใกล้ชิดพระเยซูคริสต์ ในแต่ละวัน
ที่ทำให้เรารักพระเจ้าและรักพี่น้องของเรามากขึ้น
ในพระธรรม ลูกา10:38-42 ตอนนี้
1.มารธา ~“วุ่นวาย” แต่
2.มารีย์~ “สงบ”
ทั้งๆที่ทั้งสองอยู่บ้านเดียวกันและกำลังอยู่ต่อหน้าพระเยซูเหมือนกัน
1).คนหนึ่งจดจ่อกับ“งาน (ปรนนิบัติ)”แต่
2).อีกคนจดจ่อกับ“พระองค์(ฟังพระวจนะ)“
มารธาไม่ได้ผิดที่ “การรับใช้”
พระเยซูไม่ได้ตำหนิการรับใช้ เพราะการปรนนิบัติแขกเป็นสิ่งดี และเป็นการแสดงความรัก
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “งาน”(ปรนนิบัติ)
แต่อยู่ที่ “หัวใจที่วุ่นวาย”ของมารธา ในขณะที่รับใช้
พระเยซูจึงตรัสว่า
“เธอกระวนกระวายและร้อนใจหลายอย่างเหลือเกิน!”

คำว่า “กระวนกระวาย” นี้หมายถึง
“จิตใจไม่สงบ ถูกดึงไปหลายทางและเต็มไปด้วยความกดดัน”
น่าเสียดายที่มารธาเริ่มต้นจากการรับใช้ด้วยความรัก
แต่สุดท้ายกลายเป็น
“ความกดดัน การเปรียบเทียบ ความน้อยใจ และลงเอยด้วยความหงุดหงิดต่อทั้งพระเยซูและ
มารีย์น้องสาวของเธอ”
นี่เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อและผู้นำ หรือผู้รับใช้จำนวนมากกำลังเผชิญอยู่เช่นกัน
นั่นคือต่างก็กระตือรือร้น “ทำงานเพื่อพระเจ้า” มากจนไม่มีเวลา “อยู่กับพระเจ้า”
แต่ยิ่งทำเพื่อพระเจ้ามากเท่าไร ก็ยิ่งห่างไกลจากพระทัยของพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น!
ในพระธรรมข้อนี้ พรรณนาว่ามารีย์เลือก “ส่วนที่ดีที่สุด!”
มารีย์เลือกหยุดทุกอย่าง เพื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยซู
เธอเลือก“ความสัมพันธ์”ก่อน“การทำงาน” ซึ่งก็ตรงกับพระทัยของพระเจ้า
เพราะพระเยซูไม่ได้ต้องการ “การทำงาน” ของเรา(และใจมีปัญหากับพระองค์หรือพี่น้อง)
มากกว่า“หัวใจ”ของเรา(ที่ถ่อมลงต่อพระองค์และต่อพี่น้องคนอื่นๆ)
เราต้องระวัง เพราะว่าการรับใช้ที่ไม่มีความสัมพันธ์ที่ดี
สุดท้ายจะนำไปสู่ความเหนื่อยล้าฝ่ายจิตวิญญาณและความแตกสลายในสัมพันธภาพ
พระเยซูตรัสว่า
“สิ่งที่จำเป็นนั้นมีเพียงสิ่งเดียว!”

นี่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตนี้ไม่มีเรื่องอื่นๆที่เราต้องทำ
แต่พระองค์กำลังบอกเราว่า มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นๆ
ก็คือ
“การอยู่ใกล้พระองค์อย่างอบอุ่นและฟังพระวจนะของพระองค์อย่างเป็นสุข!”
(ไม่ใช่จมอยู่กับงาน พันธกิจ ปัญหา ความกังวล หรือความขัดแย้ง)
พระเยซูไม่ได้ดุหรือดูหมิ่นสิ่งที่มารธากระทำ
แต่ทรงเห็นใจในความเหนื่อยลึกๆ ของนาง
ใช่ครับ พระองค์ทรงสนใจ “สภาพจิตใจ” ของเรามากกว่า“ความสมบูรณ์แบบ”
ในของงานที่เราทำเพื่อพระองค์

ดังนั้น พี่น้องที่รัก
ขอย้ำเตือนอีกครั้งถึงสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตของเรานั่นคือ
อย่าให้ความกระตือรือร้นในการรับใช้มากจนมันแทนที่ความสัมพันธ์ ระหว่าง
1.เรากับพระเจ้า และ
2.เรากับพี่น้องของเรา
พระเจ้าทรงประสงค์หัวใจที่ใกล้ชิด มากกว่ากิจกรรมหรืองานรับใช้มากมายที่ทำให้เราห่างเหินกัน!
ความชื่นชมยินดีและกำลังฝ่ายวิญญาณของเราเกิดจาก
“การอยู่กับพระองค์และพี่น้อง”ของเรา!

แม้งานรับใช้จะสำคัญ แต่การอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์นั้นสำคัญกว่า
“ความสัมพันธ์”ต้องมาก่อน“การสร้างผลงาน”!
และ
“การฟังพระวจนะอย่างตั้งใจ”คือส่วนที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์นั้น
ดังนั้น อย่าให้ใคร หรือ อะไรมา“แย่งส่วนที่ดีนั้นไปจากเราได้!”

…เห็นด้วยไหมครับ?
…………………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 19พฤษภาคม2026(ตอนที่49ปีที่6) #คริสตจักรแห่งความรัก #คริสตจักรแห่งความสุข #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

17/05/2026
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่48)           ผิดตรงไหนที่จะกระตือรือร้น?       “แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบนางว่า     ...
17/05/2026

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่48)

ผิดตรงไหนที่จะกระตือรือร้น?

“แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบนางว่า
“มารธา มารธาเอ๋ย เธอกระวนกระวาย
และร้อนใจหลายอย่างเหลือเกิน”
-ลูกา 10:41 THSV11
““Martha, Martha,” the Lord answered,
“you are worried and upset about many things,”
~Luke 10:41 NIV

เราควรกระคือรือร้น แต่เราไม่ควรกระวนกระวายจนเกินไป!

1.กระตือรือร้น (Enthusiastic / Eager) หมายความว่า
“ มีความสนใจ ใส่ใจ อยากรู้อยากเห็น และขวนขวายที่จะทำสิ่งนั้นด้วยความเต็มใจ ออกอาการ ดูมีพลังงาน ตื่นตัว ตั้งใจเรียนรู้หรือลงมือทำ”
2. กระวนกระวาย (Anxious / Restless / Nervous) หมายความว่า
“มีอาการร้อนใจ วุ่นวายใจ ไม่เป็นสุข หรือรู้สึกกังวลกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อยู่ไม่นิ่ง กระสับกระส่าย รอคอยไม่ได้ หรืองานบางอย่างกดดันจนทำให้เครียด”

ทั้งสองคำนี้เป็นคำที่สื่อถึง
"สภาวะที่มีการเคลื่อนไหวหรือใช้อารมณ์สูงกว่าปกติ"
แต่มีความหมายและจุดประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
ในพระคัมภีร์มีเรื่องหนึ่งเล่าว่า

1.พระเยซูกับพวกสาวกเดินทางไปด้วยกัน
2.พระเยซูทรงเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
3.ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อมารธาต้อนรับพระองค์เข้าไปพักที่บ้านของนาง 4.มารธามีน้องสาวชื่อมารีย์
5.มารีย์ก็นั่งอยู่ใกล้พระบาทของพระเยซูคอยฟังถ้อยคำของพระองค์ แต่
6.มารธาวุ่นวายอย่างมากกับการปรนนิบัติ
7.มารธามาทูลพระเยซูว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวของข้าพระองค์ปล่อยให้ข้าพระองค์ปรนนิบัติอยู่คนเดียว?
ขอพระองค์สั่งน้องให้มาช่วยข้าพระองค์ด้วย” แต่
8.พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบนางว่า
“มารธา มารธาเอ๋ย เธอกระวนกระวายและร้อนใจหลายอย่างเหลือเกิน
สิ่งที่จำเป็นนั้นมีเพียงสิ่งเดียว และ
มารีย์ก็เลือกเอาส่วนที่ดีนั้น
ใครจะชิงเอาไปจากเธอไม่ได้””
~ลูกา 10:38-42 THSV11

พระคัมภีร์ตอนนี้ชี้ให้เห็นความกระตือรือร้นของ2พี่น้องที่ชื่อ
1.มารธา และ
2.มาเรีย์
นั่นคือ
1).มารธากระตือรือร้นในการปรนนิบัติพระเยซู
2).มารีย์กระตือรือร้นในการฟังถ้อยคำของพระเยซู
…หากจะถามว่า ใครถูกใครผิด คุณจะตอบว่าอย่างไร?
ถ้าบอกว่าผิด คุณจะอธิบายอย่างไร?
1.การกระตือรือร้นในการปรนนิบัติรับใช้ผิดตรงไหน? และ
2.การกระตือรือร้นในการฟังถ้อยคำของพระเยซูผิดตรงไหน?
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูโดยรวม นักวิชาการพระคัมภีร์ต่างเห็นตรงกันว่า สิ่งที่ทั้ง2กระทำแล้วแต่มีคุณค่าและมีความหมายทั้งนั้น
เพียงแต่ ส่วนใหญ่พิจารณาตัดสินจากเรื่องน้ำหนักของ “ลำดับ
ความสำคัญของชีวิตฝ่ายวิญญาณ” ระหว่าง
1).การทำเพื่อพระเจ้า กับ
2).การอยู่กับพระเจ้า

ในเรื่องนี้ มารธาและมารีย์ ทั้งสองต่างรักพระเยซูเหมือนกัน อย่างไรก็ตามทั้ง2 แสดงความกระตือรือร้นออกมาต่างกันดังนี้
1.มารธา ~“ยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติ” -เพราะรักพระเยซู
2.มารีย์ ~“นั่งฟังพระวจนะใกล้พระบาทพระเยซู” -เพราะรักพระเยซูเช่นกัน
ปัญหา คือ ความกระตือรือร้นของมารธาทำให้เธอ เริ่มเหนื่อย เครียด มีอาการร้อนใจ วุ่นวายใจ ไม่เป็นสุข หรือรู้สึกกังวล อยู่ไม่นิ่ง กระสับกระส่าย รอคอยไม่ได้ จึงน้อยใจไปฟ้องพระเยซูว่า
มารีย์ปล่อยให้ตัวเธอทำงานปรนนิบัติอยู่คนเดียว
แต่พระเยซูตรัสตอบมารธาว่า
“สิ่งที่จำเป็นนั้นมีเพียงสิ่งเดียว
และมารีย์ก็เลือกเอาส่วนที่ดีนั้น!”

อะไรคือส่วนที่ดีนั้น?

พี่น้องที่รัก
ส่วนที่ดีที่พระเจ้าทรงประสงค์จากเราเป็นอันดับแรก
คือการใช้เวลาอยู่กับพระองค์ โดยมุ่งเน้น
1.สร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อพระเจ้า
~เป็นอันดับแรก และ
2.รักษาความสัมพันธ์ที่มีสุขกับคนอื่นๆ(ที่อยู่ด้วย)
~เป็นอันดับต่อไป
ขอให้เราจดจำไว้ว่า
พระเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้เรากระตือรือร้นจนการรับใช้
ของเรามา
1).แทนที่ หรือ
2).ทำลาย ความสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่าง เรากับพระเจ้า
เพราะความกระตือรือร้นอย่างนั้น
ไม่ใช่ความกระตือรือร้นอย่างที่พระเจ้าทรงประสงค์!

…คุณเห็นด้วยไหมครับ?
…………………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 18พฤษภาคม2026(ตอนที่48ปีที่6) #คริสตจักรแห่งความรัก #คริสตจักรแห่งความสุข #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

17/05/2026

หัวข้อเทศนา: เมื่อทรงสถิต ชีวิตก็ชื่นบาน
ผู้นำวาระพระวจนะ: ผป.วิเชียร จารุวงศ์วณิชย์
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 เวลา 10:30 น.

เหนื่อยไหมกับการพยายามด้วยกำลังตนเอง? มาร่วมกันสำรวจชีวิตที่ "ไวต่อการสัมผัส" และ "กระตือรือร้น" โดยพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อที่เราจะเอาชนะตนเอง ละวางเรื่องเลวร้ายในอดีต และใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วยความชื่นบานอย่างแท้จริง

📖 หัวใจสำคัญของการพึ่งพาพระวิญญาณ:

การพระวจนะ: แสงสว่างนำทางชีวิต

การอธิษฐาน: การเชื่อมต่อที่ทรงพลัง

การนมัสการ: จิตวิญญาณที่มอบถวาย

สามัคคีธรรม: ความผูกพันในพระกาย

"ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน" (กท 5:22-23)

📍 ร่วมประชุมด้วยตนเองได้ที่:
คริสตจักรนิมิตใหม่ (New Vision Baptist Church)
สี่แยกพญาไท (ใกล้สถานี BTS / Airport Link พญาไท)

#เมื่อทรงสถิตชีวิตก็ชื่นบาน #นมัสการวันอาทิตย์ #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ผปวิเชียรจารุวงศ์วณิชย์ #พระวิญญาณบริสุทธิ์

17/05/2026

ขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง🤍
กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์
บริเวณทางข้ามรางรถไฟมักกะสัน

ขอพระเจ้าประทานกำลังและสันติสุขให้ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากจะเข้าใจนี้ไปได้ และขอพระเจ้าทรงรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ให้กลับมาหายดีโดยเร็ว 🙏🏻✨

#รถไฟชนรถเมล์ #เสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง #อธิษฐาน #กำลังใจ #16พฤษภาคม2026 ✨💕

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่47)                พระเจ้าที่ฉันชิมแล้ว!“เชิญชิมดูแล้วจะเห็นว่า พระยาห์เวห์ประเสริฐ    ค...
17/05/2026

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่47)

พระเจ้าที่ฉันชิมแล้ว!

“เชิญชิมดูแล้วจะเห็นว่า พระยาห์เวห์ประเสริฐ
คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นสุข”
‭‭ ~สดุดี‬ ‭34‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬
“Taste and see that the Lord is good;
blessed is the one who takes refuge in him.”
‭‭ ~Psalms‬ ‭34‬:‭8‬ ‭NIV‬‬

พระคัมภีร์ข้อนี้เชิญชวนให้เรา
“สัมผัสพระเจ้าด้วยตนเอง”
ไม่ใช่เพียงให้รู้เรื่องพระองค์ด้วยความคิดเท่านั้น

1. “เชิญชิมดู”

คำว่า “ชิม” หมายถึง “การลองสัมผัสด้วยตนเอง”
เหมือนรสหวานของน้ำผึ้งจะอธิบายให้ฟังละเอียดแค่ไหน
ก็ไม่มีทางที่เราจะเข้าใจอย่างแท้จริงได้ จนกว่าจะได้“ชิม”เอง
ความดีงาม หรือความประเสริฐของพระเจ้าก็เช่นกัน
จะฟังคนอื่นพูดอธิบายมากมายเพียงใด ก็จะไม่“อิน”
จนกว่าเราจะได้เข้ามาใกล้พระองค์ และมีประสบการณ์ในการสัมผัสกับความดีงามของพระองค์ด้วยตัวเอง
บ่อยครั้งที่เรา“รู้เรื่องพระเจ้า”ในเชิง“ข้อมูล”
แต่พระเจ้าประสงค์ให้เรา“รู้จักกับพระองค์”ในเชิง“ความสัมพันธ์”
อาทิ
1).เวลาสับสน เราอธิษฐานต่อพระเจ้าแล้วได้คำตอบ และ
ได้รับกำลังใจ
2).เวลาอ่อนแอ เราอธิษฐานกับพระองค์ แล้วได้รับความเข้ม
แข็ง
3).เวลาหมดหวัง เราอธิษฐานต่อพระเจ้า แล้วพระองค์ทรง
เปิดทางให้
4).เวลาล้มลง เราอธิษฐานต่อพระเจ้า แล้วพระองค์ทรงเมตตา
ยกชูเราขึ้นมา ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้คือการ “ชิม” ความดีงามหรือความประเสริฐของพระเจ้า!

2..“แล้วจะเห็นว่า พระยาห์เวห์ประเสริฐ”

คำว่า “ประเสริฐ” หมายความ“ วิเศษ, ดีเลิศ, หรือดีที่สุด”
เมื่อคนใดมีประสบการณ์หรือได้สัมผัสพระเจ้า
คนนั้นก็จะเริ่ม “เห็น” ว่าพระเจ้านั้นทรงดีเลิศจริงๆ!
เราอาจเคยสงสัยว่า
1).พระเจ้ามีจริงไหม? พระเจ้าดีจริงไหม?
2).พระเจ้าทรงห่วงใยเราหรือไม่?
3).ทำไมพระเจ้าปล่อยให้ชีวิตเรามีปัญหา?
แต่เมื่อเราเดินไปกับพระเจ้าสักระยะเวลาหนึ่งเราก็จะเริ่ม“เห็น”ว่า
1).พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ
2).พระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งเรา(แม้บางครั้งพระองค์ทรงเงียบ)
3).พระเจ้าทรงมีเวลาและวิธีของพระองค์(แม้เราไม่เข้าใจ)
แต่ในที่สุด เราก็จะเห็นว่า แม้แต่ในความทุกข์
พระเจ้ายังทรงดีต่อเราเสมอ!

ขอย้ำว่า ความประเสริฐของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่า
พระองค์จะทำให้ชีวิตของเราไม่มีปัญหาใดๆเลย
แต่หมายความว่า
“แม้เราจะอยู่ในท่ามกลางปัญหา(ที่ดูหนักหน่วง)
แต่พระองค์ยังทรงดีต่อเราเหมือนเช่นเคย!”

3. “คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นสุข”

คำว่า “ลี้ภัย” หมายถึง การวิ่งเข้าหาที่ปลอดภัย
ในสมัยพระคัมภีร์นั้น คนจะรีบลี้ภัยเข้าไปในป้อมปราการ
เมื่อเกิดสงคราม เพื่อความปลอดภัย
กษัตริย์ดาวิด ทรงเปรียบว่า
พระเจ้าทรงเป็นที่กำบัง หรือที่ลี้ภัยสำหรับชีวิตของเรา
โลกกำลังโจมตีเราด้วย
1).ความกลัวและความวิตกกังวล
2).ความผิดหวัง และความเจ็บปวด
3).การถูกทอดทิ้ง และการเพิกเฉย
4).ปัญหาและภัยอันตรายที่ควบคุมไม่ได้
แต่คนที่เข้ามาหาและพึ่งพาพระเจ้า
จะพบกับ “ความ(สันติ)สุข” และความอิ่มใจภายใน”
ที่ไม่ใช่เป็นเพียงความสุขแบบโลกซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์
แต่เป็นสันติสุขที่เกิดจากการรู้และมั่นใจว่า
“แม้ทุกสิ่งทุกอย่างจะสั่นคลอน
แต่พระเจ้าจะยังทรงอยู่กับเราเสมอไป!“

พี่น้องที่รัก
ขอให้เราหยุดพูดว่า
“ให้ฉันเห็นก่อน แล้วจึงจะเชื่อ”
แต่ให้พูดว่า
“ฉันชิมก่อนแล้ว ฉันจึงได้เห็น!”

ใช่ครับ คนที่รู้จักพระเจ้าจากคำบอกเล่าจากคนอื่นแค่นั้น
พวกเขาอาจยังสงสัยอยู่
แต่คนที่มีและผ่านประสบการณ์(ทั้งดีและร้าย)กับพระเจ้า
หรือที่ได้“ชิมพระเจ้า”มาแล้ว
จะมั่นใจในความดีเลิศของพระองค์เสมอไป!

…แล้วคุณล่ะครับ
เป็นพยานในเรื่องนี้ ได้หรือไม่?
…………………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 17พฤษภาคม2026(ตอนที่47ปีที่6) #คริสตจักรแห่งความรัก #คริสตจักรแห่งความสุข #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

พรุ่งนี้... มาเติมความชื่นบานให้เต็มหัวใจด้วยกัน 🌿✨เหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์หรือเปล่า? ให้วันอาทิตย์พรุ่งนี้เป็นวันที่จิตว...
16/05/2026

พรุ่งนี้... มาเติมความชื่นบานให้เต็มหัวใจด้วยกัน 🌿✨

เหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์หรือเปล่า? ให้วันอาทิตย์พรุ่งนี้เป็นวันที่จิตวิญญาณของคุณได้รับการรื้อฟื้นใหม่ ในหัวข้อการเทศนาที่จะเปลี่ยนมุมมองชีวิต:

"เมื่อทรงสถิต ชีวิตก็ชื่นบาน"

มาร่วมเรียนรู้วิธีการมีชีวิตที่ไวต่อพระวิญญาณ เพื่อก้าวข้ามความเจ็บปวดในอดีต ชนะใจตนเองในปัจจุบัน และมีความหวังในอนาคต โดยพึ่งพา "ผลของพระวิญญาณ" ที่จะนำสันติสุขมาสู่ใจ

🗓 พรุ่งนี้! วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026
🕙 เวลา 10:30 น.
🎤 เทศนาโดย: ผป.วิเชียร จารุวงศ์วณิชย์
📍 คริสตจักรนิมิตใหม่ (พญาไท)
🚆 เดินทางสะดวก: BTS / Airport Link สถานีพญาไท

เตรียมใจมาพบพระเจ้า... แล้วคุณจะรู้ว่าความชื่นบานที่แท้จริงเป็นอย่างไร
เจอกันพรุ่งนี้นะครับ/คะ! 🤍

16/05/2026

Seek GOD First ✨

ธารแห่งรักหล่อเลี้ยงหัวใจ

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการแสวงหาพระเจ้า
ร่วมนมัสการและอธิษฐาน

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2026
🕖7:00 น.

พบกับ
👩🏻‍💻คุณหทัยสวรรค์ สวัสดิโรจน์ (ใบหม่อน)

👨🏻‍💻คุณวรวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ (ขิง)

👨🏻‍💻อจ. นิยม ชาญศิริเมธา
หัวหน้าฝ่ายสื่อและมีเดีย
คณะกรรมการเพื่อการประกาศและเพิ่มพูนคริสตจักร (กปพ.)


💕

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่46)                    คนตาบอดถือโคมไฟ!      “แต่ละคนช่วยเพื่อนบ้านของตน         และพูดก...
16/05/2026

คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่46)

คนตาบอดถือโคมไฟ!

“แต่ละคนช่วยเพื่อนบ้านของตน
และพูดกับพี่น้องของตนว่า ‘จงเข้มแข็ง’”
~อิสยาห์ 41:6
“they help each other
and say to their companions, “Be strong!””
‭‭ ~Isaiah‬ ‭41‬:‭6‬ ‭NIV‬‬

เราแต่ละคนล้วนต้องการความช่วยเหลือ หรือ การให้กำลังใจ!
ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราต่างก็สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้
โดยไม่ขึ้นกับขนาด ฐานะ เผ่าพันธ์ุหรือ ชาติตระกูล
เพราะแม้แต่หนูยังช่วยราชสีห์ได้ ดังเรื่องในนิทานอีสป
พระเจ้าก็ทรงประสงค์ให้คนของพระองค์ช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่กันและกัน
และคนอื่นๆ

ผมได้อ่านเรื่องสะกิดใจมาเรื่องหนึ่ง
รู้สึกว่าสอดคล้องกับเรื่องที่กล่าวมา จึงขอนำมาแบ่งปัน โดยมีชื่อเรื่องว่า

“คนตาบอดถือโคมไฟ!”

…มีเรื่องเล่าว่า
ในตรอกที่มืดมิดและแคบแห่งหนึ่ง
มีพระรูปหนึ่งกำลังเดินผ่านเพื่อเข้าไปยังอารามวัด
แต่เพราะมองอะไรแทบไม่เห็น ท่านจึงเดินชนคนอื่นและถูกคนอื่นชน
ในขณะนั้นเอง มีชายตาบอดคนหนึ่งเดินเข้ามาในซอย
พระรูปนั้นได้ยินคนที่เดินผ่านทางมาพูดขึ้นว่า…
“ …คนตาบอดผู้นั้นช่างแปลกนัก
ตัวเองมองไม่เห็นแท้ๆ ใยต้องถือโคมไฟมาให้วุ่นวาย? ”

เมื่อคนตาบอดคนนั้นเดินถือโคมไฟเข้ามาใกล้ พระรูปนี้จึงถามขึ้นว่า
“ ขออภัย ท่านตาบอดจริงๆ หรือ? ”
ชายผู้นั้นตอบว่า…
“ ถูกแล้ว ผมเกิดมาก็พิการตาสองข้างมองไม่เห็น
สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าจะยามเช้า สาย บ่าย เย็น หรือค่ำ
ต่างก็ล้วนไม่ต่างกัน คือผมยังไม่เคยทราบว่า แสงสว่างหน้าตาเป็นเช่นไร! ”

พระได้ยินดังนั้นก็ยิ่งงุนงงมากขึ้น จึงเอ่ยถามต่อไปว่า…
“ ถ้าเช่นนั้นแล้ว
ท่านจะถือโคมไฟไปเพื่ออะไร…? ”
คนตาบอดตอบว่า…
“ เนื่องเพราะผมเคยได้ยินคนพูดกันว่า ในยามกลางคืน ที่ไร้แสงสว่าง
คนตาดีทั้งหลายก็จะเป็นเช่นเดียวกับผม นั่นคือมองไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น
เมื่อครู่ท่านเดินเข้ามาในตรอกที่มืดมนนี้
แล้วโดนคนที่เดินสวนไปมา ชนเอาแล้วใช่หรือไม่…? “
เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อไปว่า
” ท่านดูผมสิ แม้จะเป็นคนตาบอด
แต่ผมก็ไม่เคยโดนผู้อื่นชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน ผมก็เป็นเช่นเดียวกับท่าน
คือโดนคนเดินมาชนเอาบ่อยครั้ง
แต่เมื่อผมถือโคมไฟ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป…
ดังนั้น ที่ผมจุดโคมไฟเดินไปไหนมาไหนด้วยนั้น
ผมจุดเพื่อให้แสงสว่างกับผู้อื่นและเพื่อให้ผู้อื่นมองเห็นตัวผม
และตั้งแต่ทำอย่างนั้นมา ผมก็ไม่เคยถูกผู้ใดเดินชนอีกเลย!”
เมื่อพระรูปนั้นได้ยินความเช่นนั้น ก็บรรลุถึงปัญญาทันทีว่า

“ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นก่อประโยชน์สูงสุด
ที่จะนำผลดีกลับคืนมาสู่ตัวผู้ให้ด้วย! ”

พี่น้องที่รัก
ยิ่งคุณใจกว้างต่อโลกมากเท่าใด
.. โลกก็จะกว้างตามคุณมากเท่านั้น!
ด้วยเหตุนี้
อย่าให้เราเป็นคนใจคับแคบ ที่ชอบคิดลบและแปรเจตนาคำพูดหรือการกระทำของคนอื่น
ไปในทางที่ผิดอยู่เสมอ
เหมือนดั่งคนที่พูดถึงชายตาบอดในเรื่องนี้ว่า
"ตัวเองมองไม่เห็นแท้ๆ แต่กลับถือโคมไฟไปใย?”
แต่ขอให้เราคิดและทำในทางตรงกันข้าม หรือในทางกลับกัน
เหมือนชายตาบอดคนนั้นที่ถึงแม้ว่าสายตาของเขาจะมืดบอด
แต่ดวงใจของเขากลับสว่างและใช้มือส่องแสงให้แก่สังคม และ ผู้คนรอบข้าง

ดังนั้น
ขอให้เราทำเหมือนดังที่พระเจ้าทรงบัญชาให้กระทำในพระธรรมตอนนี้
คือ ให้คนของพระเจ้า
1.ปลอบโยนและหนุนใจกันและกันให้เข้มแข็งขึ้นในท่ามกลางความกลัว
ความไม่มั่นคง และแรงกดดันจากคนรอบข้าง และ
2.ช่วยกันและกันให้ปลอดภัยจากอันตรายและผ่านพ้นความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ไปด้วยความ
ห่วงใย โดยไม่ปล่อยให้ใครผู้ใดต้องสู้อยู่เพียงลำพัง

บางครั้งคำพูดสั้นๆ หรือ การกระทำด้วยความเมตตาเล็กๆของเรา
(เหมือนดังที่คนตาบอดจุดโคมไฟ เดินเข้าไปในตรอกที่มืดมิด ในเรื่องนี้ )
อาจจะช่วยชีวิตของใครบางคนได้ ใครจะรู้
…จริงไหม?

…………………………………………
ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 16พฤษภาคม2026(ตอนที่46ปีที่6)

#คริสตจักรแห่งความรัก #คริสตจักรแห่งความสุข #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 354 3962

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nimitmai Churchผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Nimitmai Church:

แชร์