14/07/2026
มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน)
مسجد هدايةالاسلام (سام عين)
1. ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อสถานที่
ชื่อเรียกทางการ มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน)
ชื่อเรียกเดิม มัสยิดสำอิน
ที่ตั้ง
40 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 ทะเบียนมัสยิดเลขที่ 40
ประวัติความเป็นมาของบ้านสามอิน
ในอดีตพี่น้องบ้านสามอินได้ตั้งรกรากขึ้นเมื่อสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้อพยพมาจากปัตตานีและกรุงศรีอยุธยาบางส่วน ตามประวัติคนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ได้มีมุสลิมมาอยู่เป็นกลุ่มอย่างหนาแน่น ถึงกับผู้หลักผู้ใหญ่บอกว่า “ไก่บินไม่ตกจากหลังคาบ้าน” เปรียบเสมือนการอยู่ร่วมกันของพี่น้องมุสลิมอย่างหนาแน่น
สำหรับคำว่า “สามอิน” แผลงมาจากคำว่า “สะมะอีน” ท่านเป็นมุสลิมคนแรกของบ้านสามอิน สำหรับคนที่เดินทางผ่านมามักเรียกว่า “ไปบ้านสะมะอีน” จนทุกวันนี้เรียกว่า “หมู่บ้านสามอิน” ต่อมาพี่น้องบ้านสามอินได้แยกย้ายกันไปตั้งรกรากอยู่ที่ริมคลองตัน นวลน้อย คลองลาดพร้าว คลองจั่น คลองหลอแหล และตามคลองต่าง ๆ อีกหลายแห่ง โดยมีอาชีพทำนา ทำไร่เป็นหลัก และมีอยู่ด้วยกันหลายตระกูล เช่น ตระกูลแฉล้มวารี เพ็งสะและ มูลทรัพย์ เดชะชีพ ไทยเจริญ หมื่นแผงวารี อนันหนับ กำมะหยี่ อมรึก บุญมาเลิศ มีสุวรรณ คล้ายสุวรรณ วงศ์เดอรี มิตรน้อย ม่วงดี มินสาคร ฯลฯ
ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีพี่น้องมุสลิมรับราชการมีตำแหน่งเป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งของพระเจ้าแผ่นดินสมัยนั้น ได้แก่ “โต๊ะกีแดง” ได้รับพระราชทานนามว่า “ท่านหมื่นแผงวารี” ท่านได้แต่งงานกับฮัจยะห์ทองคำ ท่านมีลูกชายคนหนึ่งชื่อ “โต” หรือชื่อมุสลิมว่า “ฮัจยีอับดุลเลาะห์ แฉล้มวารี” ท่านหมื่นแผงวารีได้สร้างคุณงามความดีจนเป็นที่รักของพระเจ้าแผ่นดิน ได้รับพระราชทานที่ดินย่านหัวหมาก 200 กว่าไร่ ปัจจุบันติดกับสถานีรถไฟหัวหมาก ด้านถนนพระราม 9 และถนนศรีนครินทร์ ต่อมาโต๊ะกีโต บุตรชาย ซึ่งท่านเป็นชาวบ้านธรรมดา ท่านรักในการทำการเกษตร ท่านได้ซื้อที่นาเป็นของตระกูลจำนวนมากมาย โดยเฉพาะหลังวัดธาตุทอง และด้านถนนสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) ทุกวันนี้ ท่านสอนให้ลูกหลานและชาวบ้านรักการทำการเกษตรกรรม จนชาวบ้านมีความรักในตัวท่าน เมื่อมีพระราชบัญญัติให้มีกำนัน และ ผู้ใหญ่บ้าน ท่านจึงได้รับเลือกจากชาวบ้านสามอินให้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของพี่น้องมุสลิมในหมู่บ้านสามอิน ท่านปกครองลูกบ้านเหมือนพ่อปกครองลูก เอาใจใส่ส่งเสริมด้านการเกษตร โดยจัดให้มีการลงแขก ดำนา เกี่ยวข้าวในหมู่บ้านขึ้น เพื่อช่วยเหลือลูกบ้านให้มีการทำนา ทำไร่ ได้รวดเร็ว ตลอดจนให้ความสะดวกในการติดต่อราชการ จนเป็นที่รักของชาวหมู่บ้านสามอินทุกคน ด้วยคุณงามความดีที่ให้กับชาวบ้านสามอิน จนเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดิน(รัชการที่ 5) ได้พระราชทานนามเป็น “ท่านขุนวิจิตรทโนราษฎร์” ซึ่งแปลว่า “ได้ทำนุบำรุงราษฎร ดูแล ปกครองหมู่บ้านได้ดี” ซึ่งเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของท่านตลอดไป
ประวัติมัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน)
มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลามหลังแรกเป็นมัสยิดไม้สักชั้นเดียว ตั้งอยู่ริมคลองสามอินห่างจากมัสยิดปัจจุบันประมาณ 500 เมตร ซึ่งต่อมาเมื่อต้นปี พ.ศ. 2490 ฮัจยะห์ซัยหนับ บุญมาเลิศ ได้บริจาคที่ดินจำนวน 1 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 27153 เลขที่ดิน 2798 หน้าสำรวจ 6798 และได้โอนเป็นกรรมสิทธ์ของมัสยิดฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2515 เนื้อที่ดินทั้งหมด เป็นที่ตั้งของมัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน) โรงเรียนสุเหร่าสามอิน (กทม.) โรงเรียนสามอินวิทยา สอนศาสนาภาคฟัรดูอีน และที่ดินบางส่วนถูกเวนคืนทำถนนสุขุมวิท 71 และซอยวิจิตรเลิศในปัจจุบัน มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลามได้รับที่ดินวากัฟ(อุทิศ) จำนวน 17 ไร่ 94 ตารางวา ที่ดินอยู่ที่ซอยนวลจิต(ติดคลองแสนแสบ) ถนนเอกมัย เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เป็นที่ดินวากัฟของต้นตระกูลท่านขุนวิจิตรทโนราษฎร์ หรือฮัจยีอับดุลเลาะห์(โต๊ะกีโต) แฉล้มวารี และ โต๊ะปุก แฉล้มวารี ซึ่งวากัฟโดยบุตรของท่านได้แก่ ฮัจยะห์ถม มิตรน้อย ฮัจยะห์เล็ก ม่วงดี ฮัจยีอิบรอฮีม แฉล้มวารี ฮัจยะห์มัยมูเนาะห์ วงศ์เดอรี และฮัจยะห์ซัยหนับ บุญมาเลิศ ได้ร่วมกันทำวากัฟให้มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม เพื่อนำรายได้จากที่ดินวากัฟมาเป็นค่าใช้จ่ายทำนุบำรุงมัสยิดต่อไป
มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลามหลังจากที่ย้ายออกมาจากริมคลองสามอินมาอยู่ริมถนนสุขุมวิท 71 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว กว้าง 4 วา ยาว 16 วา แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2492 โดยใช้ช่างและแรงงานของชาวหมู่บ้านสามอิน ในอัตราค่าแรงวัยละ 10 บาท สมัยนั้น ใช้ประกอบศาสนกิจรวมระยะเวลา 50 ปี และด้วยสภาพทรุดโทรมประกอบกับพี่น้องมุสลิมเพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการบริหารมัสยิดฯ ได้มีมติให้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2541 โดยเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น เริมวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2541 โดย ฯพณฯ อาจารย์สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในพิธี และผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน ฯพณฯ นายสุขวิช รังสิตพล รองนายกรัฐมนตรี ท่านอิหม่ามมะห์มุด วงศ์เดอรี คณะกรรมการและสัปปุรุษมัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน) ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายร่วมกัน
วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2541 ได้เริ่มการก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ โดยการควบคุมของคณะกรรมการควบคุมการก่อสร้าง โดยอิหม่ามมะห์มุด วงศ์เดอรี ประธานกรรมการควบคุมการก่อสร้าง ฮัจยีอิสมาแอล บุญมาเลิศ ฮัจยีอับดุลเลาะห์ บุญมาเลิศ รองประธานกรรมการควบคุมการก่อสร้าง
การก่อสร้างในครั้งนั้น ได้รับการบริจาคจากพี่น้องมุสลิมชาวสามอินและผู้มีจิตศรัทธาหลายท่าน ได้รับบริจาคหินแกรนิตและหินอ่อนจากมุสลิมชาวอาหรับ พร้อมทั้งความร่วมมือร่วมใจจากชาวสามอินในการก่อสร้างมัสยิดฯ หลังนี้ ซึ่งได้รับค่าแรงเป็นรายวัน จนในที่สุดมัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน) ก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ด้วยงบประมาณเพียง 50 ล้านบาท นับเป็นความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของพี่น้องชาวสามอินทุกคน และได้จัดงานฉลองเปิดป้ายมัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545 เวลา 09.30 น.โดย ฯพณฯ อาจารย์สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ และ ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะทูตานุทูตของประเทศมุสลิม กรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย กรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยอิหม่ามมะห์มุด วงศ์เดอรี ประธานการก่อสร้าง ฮัจยีอิสมาแอล บุญมาเลิศ ฮัจยีอับดุลเลาะห์ บุญมาเลิศ คณะกรรมการมัสยิด อิหม่ามและกรรมการมัสยิดต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายที่ให้เกียรติมาร่วมงานฉลองและแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวสามอิน และได้ร่วมถวายสดุดีแด่ศาสดานบีมูฮัมมัด (ซล.) ขอพรต่อเอกองค์อัลเลาะห์(ซบ.) โปรดประทานความสลามัต เราะห์มัต ความเจริญรุ่งเรืองให้กับชุมชนบ้านสามอินและพี่น้องทุกท่านตลอดไป อามีน
คณะกรรมการมัสยิด
อิหม่าม นายบัณฑิต(ฮัสบุลเลาะห์) วงศ์เดอรี
คอเต็บ นายเสรี(มูฮัมมัดอาดัม) พวงมณี
บิหลั่น รศ.สมศักดิ์(อับดุรรอซาก) บุญมาเลิศ
สัปปุรุษประจำมัสยิด ประมาณ 1,500 คน
อาณาเขตที่อยู่ของสัปปุรุษจากถนนสุขุมวิท 71 หรืออีกชื่อหนึ่งคือถนนปรีดีพนมยงค์ ฝั่งตะวันออกตั้งแต่ซอยปรีดีพนมยงค์ 26 – 46 ฝั่งตะวันตกตั้งแต่ซอยปรีดีพนมยงค์ 25 – 45
สภาพทางภูมิศาสตร์
มัสยิดตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ทิศเหนือติดกับโรงเรียนสุเหร่าสามอิน ทิศใต้ติดกับซอยปรีดีพนมยงค์ 30 ซึ่งถัดไปเป็นปั๊มน้ำมันพีที พื้นที่บริเวณมัสยิดประกอบด้วยตัวอาคารมัสยิดขนาด 4 ชั้น กว้าง 20 เมตร ยาว 48 เมตร ด้านหลังมัสยิดจะเป็นโรงเรียนฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม(สามอิน) สอนภาคศาสนาในระดับฟัรดูอีนและอัลกุรอาน อีกส่วนหนึ่งเป็นกุโบร์ ตั้งอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 24
2. ศาสนาและความเชื่อ
นิกาย/สำนักคิด
นิกายซุนนี มัซฮับชาฟีอี
งานประเพณี
ตามประเพณีของอิสลามได้แก่ เลี้ยงอาหารละศีลอดในเดือนรอมฎอน ละหมาดตะรอวีห์ เลี้ยงอาหารในวันตรุษอิดิลฟิตริและอิดิลอัฎฮา จัดเลี้ยงฉลองเมาลิดินนบี(ซล.)
3. วิถีชีวิต
เชื้อสาย/ชาติพันธุ์
ประมาณว่ามีการย้ายถิ่นฐานมาจากปัตตานีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และมีการผสมกับกลุ่มมุสลิมเดิมที่อยู่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากบรรพบุรุษที่เป็นที่เคารพนับถือมีตำแหน่งรับใช้ในหลวงจนได้ยศฐาบรรดาศักดิ์เป็น ท่านหมื่นแผงวารี และท่านขุนวิจิตรทโนราษฎร์
ประเพณีวิถีชีวิต
มีการทำบุญเนื่องในโอกาสต่าง ๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ งานวาลีมะห์ ทำอากีเกาะห์ ตัดผมไฟ ตัมมัตอัลกุรอาน งานฉลองเมาลิดินนบี(ซล.) ทำบุญสะเดาะเคราะห์ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับคนตาย(อะระวะห์) ซึ่งในงานพิธีดังกล่าวจะมีการอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซิกรุลเลาะห์ และขอดุอา นอกจากนั้นแล้วจะมีการอ่านบัรซันยี ซอละหวาตนบี(ซล.) อ่านบุรเดาะห์ ในส่วนของซอละหวาตนบี(ซล.)ของเรามีการขับร้องลำนำมัรฮาบัน ที่มีท่วงทำนองไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน
งานเทศกาล
มีการกวนอาชูรอในเดือนมุฮัรรอม
ภาษา/เครื่องแต่งกาย
พูดภาษาไทยภาคกลาง การแต่งกายผู้ชายนุ่งโสร่งหรือใส่โต๊บ ผู้หญิงแต่งตัวมิดชิดและคลุมฮิญาบ
อาชีพของคนในชุมชน
เนื่องจากสัปปุรุษได้รับการศึกษาทั้งศาสนาและสามัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก วิชาชีพที่มีได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร ครู อาจารย์ เป็นต้น เข้ารับราชการ กระทรวง กรม ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจและเอกชน นอกจากนั้นแล้วยังประกอบธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับอพาร์ทเม้นต์ ตึกแถว และงานช่างฝีมือต่าง ๆ
การศึกษา
มีโรงเรียนสามัญสังกัดกรุงเทพมหานครคือโรงเรียนสุเหร่าสามอิน โรงเรียนเอกชนได้แก่โรงเรียนเกษมพิทยา โรงเรียนนานาชาติเซนท์แอนดรู โรงเรียนศาสนาได้แก่โรงเรียนฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม โรงเรียนมะห์มูดียะห์
การปฏิสัมพันธ์ของชุมชน
เนื่องจากในเขตวัฒนามีชุมชนอยู่หลายชุมชนซึ่งมีการปฏิสัมพันธ์กันตลอดมาได้แก่ชุมชนพัฒนาบ้านสามอิน ชุมชนศาลาลอย ชุมชนสุเหร่าบางมะเขือ ชุมชนนวลจิตร ชุมชนชวาลา ชุมชนข้างสะพานคลองตัน ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน ชุมชนแจ่มจันทร์ เป็นต้น โดยมีเขตวัฒนาเป็นสื่อกลาง เมื่อมีงานการกุศล หรือขอความช่วยเหลือ ทุกชุมชนก็พร้อมใจกันร่วมมือเป็นอย่างดี
4. อาหารประจำชุมชน
อาหารคาว/หวาน
ชุมชนพัฒนาบ้านสามอินได้รับรางวัลดีเด่นในการทำข้าวหมกไก่ในเขตวัฒนา ส่วนของหวานที่มีชื่อคือขนมหม้อแกง
ประเพณีการกิน
ถ้ามีการทำบุญตามบ้านหรือที่มัสยิด จะจัดเลี้ยงโดยใช้ถาดตับซี แต่ในปัจจุบันมีการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์กันมากขึ้น
5. การละเล่น/ศิลปะการแสดง/ดนตรี
มีวงดนตรีประเภทนาเสบชื่ออัลอิควาน ขับร้องเพลงอาหรับ-มาเลย์ในงานประเพณีต่าง ๆ
6. ศิลปวัตถุของมัสยิด
ลักษณะสถาปัตยกรรมของมัสยิดได้รับอิทธิพลมาจากมัสยิดสุลต่านซอลาฮุดดีน ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมียะรอบและมิมบัรได้รับการออกแบบเป็นไม้สักทองซึ่งแกะสลักโดยช่างในชุมชนพัฒนาบ้านสามอิน ในส่วนที่เป็นศิลปวัตถุของเก่าที่มีได้แก่กลองสำหรับตีบอกเวลาละหมาดซึ่งปัจจุบันเลิกใช้แล้ว ส่วนตราประจำมัสยิดออกแบบโดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร
7. สภาพการณ์ปัจจุบันของชุมชน
การเปลี่ยนแปลงของชุมชน
แต่เดิมเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทำนา ต่อมาเมื่อประชาชนมากขึ้น มีการโยกย้ายถิ่นฐานออกไปในย่านอื่นเช่นคลองตัน หัวหมาก ลาดพร้าว หลอแหล เป็นต้น ในขณะเดียวกันมีการโยกย้ายประชาชนจากที่อื่นเข้ามาอยู่อย่างหนาแน่น วิถีชีวิตจึงเปลี่ยนจากการทำเกษตรกรรมเป็นการทำธุรกิจส่วนตัว งานช่าง และลูกจ้างในหน่วยงานต่าง ๆ
ปัญหาในชุมชน/มาตรการแก้ไข
เนื่องจากมีประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมและประชาชนที่อื่นเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีปัญหาสังคมตามมา เช่นมลภาวะทางน้ำ อากาศ ยาเสพติด และการศึกษา มาตรการในการแก้ไขคือ มีการทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น มีการตรวจตราสอดส่องและแจ้งปัญหาให้ทราบเพื่อการแก้ไขร่วมกันระหว่างรัฐและชุมชน ให้การศึกษาทั้งสามัญและศาสนาเป็นต้น
การรวมกลุ่ม/กิจกรรมชุมชน
ปัจจุบันมีหน่วยงานที่มีกิจกรรมร่วมกันได้แก่ โรงเรียนสุเหร่าสามอิน โรงเรียนเกษมพิทยา ชุมชนพัฒนาบ้านสามอิน สมาคมปนกิจสงเคราะห์บ้านสามอินและคณะกรรมการมัสยิด โดยการสนับสนุนจากเขตวัฒนาในการจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานวันเด็ก อบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน อบรมศาสนาสำหรับบุคคลทั่วไปเป็นต้น