วัดบรมนิวาส Wat Boromniwas

วัดบรมนิวาส  Wat Boromniwas วัดบรมนิวาส
2 ถนนพระราม 1 แขวงรองเมื?
(227)

วัดบรมนิวาส อยู่ใกล้ตลาดโบ๊เบ๊ เดิมเรียกกันว่า วัดนอก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ จุดประสงค์เพื่อให้เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี หรือ วัดป่า คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นวัดฝ่ายคามวาสี
ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดบรมนิวาส คือ พระทศพลญาณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถที่มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขร

ัวอินโข่ง จิตรกรเอกแห่งรัชสมัย เขียนเป็นทิวทัศน์และผู้คนอย่างตะวันตกคล้ายกับที่วัดบวรนิเวศวิหารให้บรรยากาศแปลกตา ภาพวาดระหว่างช่องหน้าต่างแสดงศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน และข้อประพฤติปฏิบัติของภิกษุสงฆ์ เช่น การบวช การถวายผ้าจำนำพรรษา การรักษาศีลในเทศกาลเข้าพรรษา การลอยกระทง การทอดกฐิน การทอดผ้าป่า การทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชาและวิสาขบูชา เป็นต้น ส่วนเหนือช่องหน้าต่างเป็นภาพปริศนาธรรมที่ใช้ตัวละครเป็นฝรั่งทั้งหมด ฉากที่น่าสนใจได้แก่ฉากรถไฟและการส่องกล้องดูดาว
นอกจากนี้แล้วกุฏิสงฆ์และซุ้มประตูวัดบรมนิวาสยังเป็นแบบฝรั่ง ฝีมือช่างสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มีความงดงามน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติความเป็นมาของวัดบรมนิวาส

วัดบรมนิวาส เป็นวัดโบราณท่านเจ้าของวัดเมื่อแรกเริ่มสร้างได้ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงผนวช ให้เป็นวัดข้าหลวงเดิม ดังความปรากฏในพระราชพงศาวดาร ของพระยาทิพากรวงศ์ ระบุว่า“วัดพระราชรินทรอาศน์ สร้างไว้ค้างอยู่ ถวายเป็นวัดข้าหลวงเดิม โปรดให้ทำการเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายสิ่ง และก่อพระเจดีย์องค์ใหญ่ไว้หลังพระอุโบสถ พระราชทานชื่อว่า “วัดบรมนิวาส”พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์สถาปนาพระอารามนี้เพื่อเป็นที่ประทับสำราญอิริยาบถ ครั้นถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า วัดบรมนิวาส การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อทรงลาผนวชเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๙๔ จึงทรงจัดการก่อสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จวัดบรมนิวาสในครั้งนั้นชื่อว่า วัดบรมสุข แต่เรียกว่า วัดนอก เช่นเดียวกับการเรียกวัดบวรนิเวศวิหาร ว่าวัดบน
เดิมที่เรียกว่า วัดนอก คงเพราะตั้งอยู่บริเวณนอกกำแพง ส่วนที่เรียนวัดบวรนิเวศวิหารว่า วัดบนนั้น เป็นการเรียกให้เสมือนเป็นการประกาศให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเทียบพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ในฐานะกรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยเปรียบที่วัดบวรนิเวศ เทียบได้กับบวรสถาน ส่วนที่เรียกว่าวัดบน ก็เสมือนวังบน ซึ่งหมายถึงพระราชวังบวรสถานมงคล เช่นกัน ดังปรากฏความที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงนิพนธ์ “วัดนี้ชื่อว่าวัดบวรนิเวศ เทียบได้กับบวรสถานน่าจะได้พระราชทานในครั้งนี้เมื่อปีเถาะ จ.ศ. ๑๑๙๓ (พ.ศ. ๒๓๗๔) ในหมายรับสั่งยังเรียกว่าวัดใหม่ ครั้นปีมะโรง จ.ศ. ๑๒๐๖ (พ.ศ. ๒๓๘๗) เรียกวัดบวรนิเวศ แล้วอีกอย่างหนึ่งโวหารสั้นเรียกว่าวัดบน เทียบกันได้กับวังบน”
วัดบรมนิวาสนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คงจะทรงมีพระราชประสงค์ให้คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวคือ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดของคณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย เป็นศูนย์กลางปริยัติธรรมของธรรมยุติ ส่วนวัดบรมนิวาสเป็นวัดคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีของธรรมยุตินิกาย และอีกนัยหนึ่ง กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรึกษากับกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ถึงสถานะของทั้งสองพระองค์ หากสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเสียก่อนโดยราชสมบัติและแผ่นดินต้องตกอยู่กับเจ้านายบางพระองค์ เสถียรภาพแห่งความมั่นคงของพระองค์ทั้งคู่อาจจะตกอยู่ในภาวะเดือดร้อน ดังนั้นจึงทรงดำริร่วมกันในการจัดสร้างวัดเล็กๆให้ห่างไกลเมืองเพื่อว่าจะได้ใช้สำหรับเป็นที่หลบภัยในคราวจำเป็น กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส จึงทรงสร้างวัดชิโนรสริมคลองมอญขึ้น ส่วนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาวัดบรมนิวาสขึ้นใหม่สำหรับพระองค์เช่นกัน

จากข้อมูลประวัติที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์) เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ ได้เขียนไว้เกี่ยวกับเสนาสนะภายในวัดดังนี้
“น่าสลดใจคราวหายนะเมื่ออัตตโนมาอยู่วัดทรุดโทรม คณะหอเขียวมีกุฏิ ๕ หลัง พออาศัยอยู่ได้แต่ชำรุดทุกหลัง กุฏิใหญ่พื้นชั้นล่างทรุด กระดานโก่งอาศัยไม่ได้ พื้นชั้นบนดีแต่อับหน้าต่างเล็กซ่อมซ่อ พระเณรอยู่ไม่ได้เป็นไข้ อัตตโนก็ออกอยู่ที่ระเบียงพอตลอดพรรษา ออกพรรษาอัตตโนไปปลูกกุฏิเล็กอยู่ต่างหาก คณะกลางที่รื้อสร้างโรงธรรมสวนะทุกวันนี้ มีกุฏิอยู่ ๖ หลัง พอพระเณรอาศัยอยู่ได้หลังเดียว ยังพออาศัยอยู่ได้มากแต่คณะกุฏิ แต่ก็ชำรุดหลายหลัง หน้าวัดมีศาลาระเบียงรอบ ๓ หลัง ชำรุดทุกหลังใช้การไม่ได้ คณะสวนมีศาลา ๒ หลัง แต่ชำรุดอาศัยไม่ได้เหมือนกัน” เดิมอาคารเสนาสนะต่างเป็นไม้ หมู่กุฏิเจ้าอาวาส (กุฏิหอเขียว) ซึ่งเป็นที่อยู่อดีตเจ้าอาวาสมา ๔ ช่วง ก็ทรุดโทรมลงไม่อาจใช้การได้ ต่อมาทางวัดได้ใช้เป็นโรงเรียนสอนหนังสือไทยให้พระสอนช่วงเจ้าอาวาสรูปที่ ๕
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ เจ้าจอมมารดาทับทิม มีศรัทธาสร้างกุฏิสมภารถวาย คือกุฏิปัทมราชในปัจจุบันครั้น ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ เจ้าจอมมารดาเลื่อน มีศรัทธาสร้างศาลาธรรมสวนะขึ้นที่คณะกลางชื่อศาลาอุรุพงษ์ พระประธานชะลอมาจากวัดหลุมดินเก่าเมืองราชบุรี
และจากข้อมูลประวัติพระอารามระบุระยะเวลาสร้างพระอาราม โดยมีอาคารสำคัญ คือ พระอุโบสถ และพระเจดีย์ ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๗ ส่วนอาคารในเขตสังฆาวาสที่สำคัญ คือ ศาลาการเปรียญ และกุฏิซึ่งสร้างหลายช่วงสมัย ดังมีรายละเอียดความว่า
ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นศาลาทรงไทยยกพื้นชั้นล่างเทคอนกรีต ชั้นบนปูด้วยไม้เนื้อแข็ง เสาเป็นไม้กลม ผนังด้านในก่ออิฐถือปูนด้านนอกทำด้วยหินล้าง มีหน้ามุขพร้อมช่อฟ้าใบระกา ๒ มุข ที่หน้ามุขมีไม้แกะสลักเป็นลายไทยลงรักติดกระจก
กุฏิ มี ๕๕ หลัง สร้าง พ.ศ. ๒๓๗๗ จำนวน ๑๔ หลัง นอกนั้นสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๑๘ ลักษณะโครงสร้างก่อด้วยอิฐถือปูน ๕๑ หลัง สร้างด้วยไม้ ๔ หลัง ทรงปั้นหยา

พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓ ศอก สูง ๑ วา ๕ นิ้ว ซึ้งได้อัญเชิญมาจากเมืองพิษณุโลกมีพระนามว่า “พระทศพลญาณ”
พระพุทธรูปในศาลาการเปรียญ เป็นพระศิลาแลงลงรักปิดทองหน้าตักกว้าง ๑ วา ๑๗ นิ้ว สูง ๑ วา ๑ ศอก ๑ นิ้ว นำมาจากวัดอรัญญิก จังหวัดราชบุรี เดิมเป็นพระพุทธรูปชำรุดปรักหักพัง พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์) เมื่อครั้งยังเป็น พระญาณรักขิต ได้อัญเชิญลงมายังวัดบรมนิวาส แล้วต่อประสานเข้าเป็นองค์และฉาบด้วยปูนลงรักปิดทองเสร็จแล้วถวายพระนามว่า “พระพิชิตมารมัธยมพุทธกาล”
พระนิรันตรายเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ กะไหล่ทอง เบื้องหลังมีเรือนแก้วพุ่มมหาโพธิ์ มีอักษรขอมจารึกไว้ในวงกลีบบัวยอดเรือนแก้วมีรูปมงกุฎรองฐานพระเป็นที่สำหลับรับน้ำสรง มีท่อเป็นรูปศีรษะโค
ดังนั้น พระอารามเริ่มสร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๓๗๗ ซึ่งเป็นเวลาที่พระบาทสมพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ยังทรงผนวชครองอยู่ที่วัดราชาธิวาส และยังมิได้ย้ายไปประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร (ย้ายไปประทับวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙) และเป็นพระอารามเดียวที่พระองค์ทรงเริ่มสร้างในระหว่างที่ยังทรงผนวช

จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 4
วัดบรมนิวาสหันด้านหน้าออกคลองแสนแสบ มีคูน้ำรอบพระอารามเป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดย่อมบริเวณด้านหน้า จากประวัติวัดมีศาลาท่าน้ำถัดไปมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ และในแนวแกนด้านหลังต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นที่ตั้งของส่วนพุทธาวาส อยู่เยื้องทางด้านทิศตะวันออกมีกำแพงชักล้อมรอบมีซุ้มประตูครอบทับกำแพงเป็นทางเข้าพุทธาวาส มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๓๐x๕๒ เมตร อาคารสำคัญของพุทธาวาสประกอบด้วย พระอุโบสถ พระเจดีย์และพระระเบียงโอบล้อมพระเจดีย์ ๓ ด้าน ที่ด้านหน้ากำแพงตรงมุมมีหอกลองและหอระฆัง ส่วนสังฆาวาสในปัจจุบันมีกุฏิโอบล้อมส่วนพุทธาวาส แต่จากข้อมูลประวัติพบว่าส่วนสังฆาวาสเดิม สมัยแรกคงอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของส่วนพุทธาวาส จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดบรมนิวาส เป็นภาพวาดปริศนาธรรม โดยท่าน ขรัวอินโข่ง ในสมัยรัชกาล ที่ ๔

ทำเนียบเจ้าอาวาส
๑. พระญาณรักขิต (สุข)
๒. พระอมราภิรักขิต (อมโร เกิด ป.ธ.๙)
๓. พระพรหมมุนี (สุมิตฺโต เหมือน ป.ธ.๙)
๔. พระวินัยรักขิต (จันทร์)
๕. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์ ป.ธ.๔)
๖. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน ป.ธ.๔)
๗. พระธรรมดิลก (จนฺทูปโม ทองดำ ป.ธ.๗)
๘. พระเทพวรคุณ (ชาคโร สิงห์ ป.ธ.๖)
๙. พระพรหมมุนี (สุจิณฺโน บู่ ป.ธ.๙)
๑๐. พระเทพสุเมธี (เขมี สนอง ป.ธ.๔)
๑๑. พระเทพวรคุณ (ประศาสน์ ปญฺญาธโร) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส รูปปัจจุบัน

ประวัติ พระเทพวรคุณ เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส รูปปัจจุบัน
พระเทพวรคุณ ฉายา ปญฺญาธโร อายุ ๗๖ ปี พรรษา ๕๕ วิทยฐานะ น.ธ.เอก, ป.ธ. ๔,
ศาสนศาตรบัณฑิต (ศน.บ.) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
(M.A) BHU พาราณสี ประเทศอินเดีย
ศาสนศาตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศัก (ศน.ด) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
สังกัดวัดบรมนิวาส แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง
๑. เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส
๒. ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต)
สถานะเดิม ชื่อ ประศาสน์ นามสกุล เป็นมงคล เกิด ๕ฯ๑๐ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๐
บิดา นายพิมพ์ เป็นมงคล
มารดา นางทา เป็นมงคล
บ้านเลขที่ ๕๒ หมู่ ๑ บ้านหนองวัวซอ ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

บรรพชาอุปสมบท
บรรพชาเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ณ วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
พระอุปัชฌาย์ พระพิศาลคณานุกิจ วัดพิศาลรัญญาวาส

อุปสมบท
อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ ณ วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
พระอุปัชฌาย์ พระพิศาลคณานุกิจ วัดพิศาลรัญญาวาส
พระกรรมวาจาจารย์ พระครูสิริจันทรวิวัฒน์ วัดหนองแวงยาว
พระอนุสาวนาจารย์ พระครูโสภณคณานุรักษ์ วัดบุญญานุสรณ์

การปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๔๙ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต)

สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรม ที่ พระครูปลัดสุวัฒนญาณคุณ ฐานานุกรม ใน พระญาณวโรดม วัดเทพศิรินทราวาส
พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม ที่ พระอมรโมลี
พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนาม ที่ พระราชมงคลบัณฑิต
พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนาม ที่ พระเทพวรคุณ

พิธีเททองหล่อรูปเหมือน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) จำนวน ๒ องค์
15/03/2026

พิธีเททองหล่อรูปเหมือน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) จำนวน ๒ องค์

วัดบรมนิวาส โดยศูนย์อบรมภาวนา สิริจันโท ขอเจริญพรชสาธุชนทุกท่านร่วมพิธีเททองหล่อรูปเหมือน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ ...
11/03/2026

วัดบรมนิวาส โดยศูนย์อบรมภาวนา สิริจันโท ขอเจริญพรชสาธุชนทุกท่านร่วมพิธีเททองหล่อรูปเหมือน พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) วัดบรมนิวาส เขตปมุมวัน กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสครบ ๑๗๐ ปีชาตกาล ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. หน้าพระอุโบสถ วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
วัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์ วัดบรมนิวาส จำนวน ๑ องค์ และนำไปประดิษฐานที่วัดป่าภูริทัตตวนาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน ๑ องค์
และหล่อนำฤกษ์ ขนาด ๕ นิ้ว จำนวน ๑๙ องค์ บูชาองค์ละ ๑๐,๐๐๐ บาท มีเบอร์กำกับทุกองค์
สามารถร่วมบูชาทองแท่งก้อนละ ๒๐๐ บาท หรือบูชาแผ่นทองแผ่นละ ๔๐ บาท
สอบถามได้ที่ ๐๘๑ ๘๓๑ ๕๓๕๒ พระราชภาวนาวชิราภรณ์
๐๙๒ ๖๓๐ ๔๔๕๕ พระครูกิตติวินัยวัฒน์

บริจาคได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานขาว เลขบัญชี 1090793371 ชื่อบัญชี พระราชภาวนาวชิราภรณ์
หรือแสกนทำบุญผ่านบัญชี งานอดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เพื่อลดหย่อนภาษีได้

แสดงพระธรรมเทศนาตลอดคืน
03/03/2026

แสดงพระธรรมเทศนาตลอดคืน

มาฆปุรณมีบูชา ๒๕๖๙
03/03/2026

มาฆปุรณมีบูชา ๒๕๖๙

คณะสงฆ์วัดบรมนิวาส นำโดย พระธรรมวชิรคุณ เจ้าอาวาส จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริก...
31/01/2026

คณะสงฆ์วัดบรมนิวาส นำโดย พระธรรมวชิรคุณ เจ้าอาวาส จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในการนี้ ดร. นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน เป็นประธานฝ่ยฆราวาส

ขอเชิญร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในว...
29/12/2025

ขอเชิญร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในวันวันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

ขอเชิญร่วมสมทบทุนสร้าง "พระมหาธาตุเจดีย์สิริจันโท" ณ วัดสิริจันทรนิมิตร (วัดเขาพระงาม) จ.ลพบุรี น้อมบูชาคุณ "พระอุบาลีคุ...
10/12/2025

ขอเชิญร่วมสมทบทุนสร้าง "พระมหาธาตุเจดีย์สิริจันโท" ณ วัดสิริจันทรนิมิตร (วัดเขาพระงาม) จ.ลพบุรี น้อมบูชาคุณ "พระอุบาลีคุณูปมาจารย์" พระมหาเถระผู้เป็น "บูรพาจารย์แห่งวงศ์พระกรรมฐาน" พระอาจารย์ใหญ่ ผู้บุกเบิก “เขาพระงาม”

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาไทยอย่างสูงในยุครัชกาลที่ ๕-๖ จนได้รับการยกย่องเป็น "พระต้นแบบสายวัดป่า" และเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ท่านได้จาริกธุดงค์มาวิเวก ณ บริเวณเขาพระงาม เมืองลพบุรี ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นป่าเขาสงัด ท่านได้ริเริ่มสร้างพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่บนไหล่เขา หรือ "พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล" จนกระทั่งในปี ๒๔๖๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๖) ได้เสด็จมาในการผูกพัทธสีมา และทรงพระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า "วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน ตามนามฉายา "สิริจันโท"

จากการค้นพบอันเป็นมงคล สู่ "พระมหาธาตุเจดีย์สิริจันโท"

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ค้นพบ "อัฐิธาตุ" ของท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) ภายในกุฏิเจ้าอาวาสองค์ก่อน ณ วัดสิริจันทรนิมิตร การค้นพบอันเป็นมงคลนี้ จึงนำมาสู่ "โครงการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์สิริจันโท" สนับสนุนโดย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
เจดีย์ออกแบบเป็น ทรงปราสาทยอดแบบล้านช้าง (สูง ๒๗.๕๕ ม.) เพื่อสะท้อนถึงชาติกำเนิดของท่าน (ชาวอุบลราชธานี) เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิธาตุ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาคำสอนของท่าน (โครงการเริ่ม ๔ ส.ค. ๒๕๖๘ คาดแล้วเสร็จปี ๒๕๗๐)

ร่วมสร้างมหากุศล วิหารทานอันเลิศ
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมสร้างมรดกธรรม "พระมหาธาตุเจดีย์สิริจันโท" ให้สำเร็จลุล่วง การสร้างพระมหาธาตุเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ถือเป็น "วิหารทาน" อันเลิศ เป็นมหากุศลยิ่งใหญ่

ช่องทางการร่วมบุญสมทบทุนสร้างพระมหาธาตุเจดีย์สิริจันโทร่วมสมทบทุนได้ที่
ธนาคารออมสิน สาขา โคกกะเทียม
เลขที่บัญชี: 020454994979
ชื่อบัญชี "วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร เพื่อสร้าง พระเจดีย์เจ้าคุณอุบาลีฯ (จันทร์ สิริจันโท)"

หมายเหตุ : การบริจาคโดยแสกน QR Code ด้วยระบบ e-Donation สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรคุณ  เจ้าสำนักเรียนวัดบรมนิวาส เมตตาเป็นประธาน เปิดการสอบธรรมสนามหลวง ธรรมศึกษาชั้นตรี-โท-เอก ป...
29/11/2025

พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรคุณ  เจ้าสำนักเรียนวัดบรมนิวาส เมตตาเป็นประธาน เปิดการสอบธรรมสนามหลวง ธรรมศึกษาชั้นตรี-โท-เอก ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘
โดยมีนักเรียนเข้าสอบจากโรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนวัดดวงแข และโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร
วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘

02/11/2025
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
26/10/2025

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตตามที่คณะแพทย์ผู้ถวา...
24/10/2025

สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต

ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่าง ๆ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น ในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรหลายครั้ง และคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปรกติทางระบบต่าง ๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต แม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด ๑ ปี ตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป

สำนักพระราชวัง
๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ มูลนิธิป้อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉียว มหา...
23/10/2025

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน
ให้ มูลนิธิป้อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว
ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส
ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร
แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ในวันเสาร์ที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๙ น.
ในการนี้ทุกท่านสามารถร่วมบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาพลับพลาไชย ชื่อบัญชี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บัญชีเลขที่ 001-0-00370-5

ที่อยู่

เลขที่ 2 ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 05:00 - 20:00
อังคาร 05:00 - 20:00
พุธ 05:00 - 20:00
พฤหัสบดี 05:00 - 20:00
ศุกร์ 05:00 - 20:00
เสาร์ 05:00 - 20:00
อาทิตย์ 05:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622140708

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดบรมนิวาส Wat Boromniwasผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท

Our Story

วัดบรมนิวาส อยู่ใกล้ตลาดโบ๊เบ๊ เดิมเรียกกันว่า วัดนอก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ จุดประสงค์เพื่อให้เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี หรือ วัดป่า คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหารซึ่งเป็นวัดฝ่ายคามวาสี หรือ วัดในชุมชน ต่อมา รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า วัดบรมนิวาส ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดบรมนิวาส คือ พระทศพลญาณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกแห่งรัชสมัย เขียนเป็นทิวทัศน์และผู้คนอย่างตะวันตกคล้ายกับที่วัดบวรนิเวศวิหาร ให้บรรยากาศแปลกตา ภาพวาดระหว่างช่องหน้าต่างแสดงศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน และข้อประพฤติปฏิบัติของภิกษุสงฆ์ เช่น การบวช การถวายผ้าจำนำพรรษา การรักษาศีลในเทศกาลเข้าพรรษา การลอยกระทง การทอดกฐิน การทอดผ้าป่า การทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชาและวิสาขบูชา เป็นต้น ส่วนเหนือช่องหน้าต่างเป็นภาพปริศนาธรรมที่ใช้ตัวละครเป็นฝรั่งทั้งหมด ฉากที่น่าสนใจได้แก่ฉากรถไฟและการส่องกล้องดูดาว นอกจากนี้แล้วกุฏิสงฆ์และซุ้มประตูวัดบรมนิวาสยังเป็นแบบฝรั่ง ฝีมือช่างสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มีความงดงามน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ประวัติความเป็นมาของวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร วัดบรมนิวาสเป็นวัดโบราณท่านเจ้าของวัดเมื่อแรกเริมบูรณะปฏิสังขรณ์ได้ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะที่ทรงผนวชอยู่ ให้เป็นวัดข้าหลวงเดิม (ผู้รับใช้สอยใกล้ชิดมาก่อนที่จะครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์) ดังความปรากฏในพระราชพงศาวดาร ของพระยาทิพากรวงศ์ ระบุว่า “ วัดพระราชรินทรอาศน์สร้างไว้ค้างอยู่ ถวายเป็นวัดข้าหลวงเดิม โปรดให้ทำการเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายสิ่ง และก่อพระเจดีย์องค์ใหญ่ไว้หลังพระอุโบสถพระราชทานชื่อว่า วัดบรมนิวาส ” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์สถาปนาพระอารามนี้เพื่อเป็นที่ประทับสำราญอิริยาบถ ครั้นถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า วัดบรมนิวาส การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อทรงลาผนวชเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๙๔ จึงทรงจัดการก่อสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จ วัดบรมนิวาสในครั้งนั้นชื่อว่า วัดบรมสุข แต่เรียกว่าวัดนอก เช่นเดียวกับการเรียกวัดบวรนิเวศวิหาร ว่าวัดบน เดิมที่เรียกว่าวัดนอก คงเพราะตั้งอยู่บริเวณนอกกำแพง ส่วนที่เรียนวัดบวรนิเวศวิหารว่าวัดบนนั้น เป็นการเรียกให้เสมือนเป็นการประกาศให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเทียบพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ในฐานะกรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยเปรียบที่วัดบวรนิเวศเทียบได้กับบวรสถาน ส่วนที่เรียกว่าวัดบน ก็เสมือนวังบน ซึ่งหมายถึงพระราชวังบวรสถานมงคลเช่นกัน ดังปรากฏความที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงนิพนธ์ “ วัดนี้ชื่อว่าวัดบวรนิเวศ เทียบได้กับบวรสถานน่าจะได้พระราชทานในครั้งนี้เมื่อปีเถาะ จ.ศ. ๑๑๙๓ (พ.ศ. ๒๓๗๔) ในหมายรับสั่งยังเรียกว่าวัดใหม่ ครั้นปีมโรง จ.ศ ๑๒๐๖ (พ.ศ. ๒๓๘๗) เรียกวัดบวรนิเวศ แล้วอีกอย่างหนึ่งโวหารสั้นเรียกว่าวัดบน เทียบกันได้กับวังบนฯ ” วัดบรมนิวาสนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คงจะทรงมีพระราชประสงค์ให้คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวคือ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดของคณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย เป็นศูนย์กลางปริญัติธรรมของธรรมยุติ ส่วนวัดบรมนิวาสเป็นวัดคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีของธรรมยุตินิกาย และอีกนัยหนึ่ง กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรึกษากับกรมสมเด็จพระปรมานุชิตฯ ถึงสถานะของทั้งสองพระองค์ หากสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเสียก่อนโดยราชสมบัติและแผ่นดินต้องตกอยู่กับเจ้านายบางพระองค์ เสถียรภาพแห่งความมั่นคงของพระองค์ทั้งคู่อาจจะตกอยู่ในภาวะเดือดร้อน ดังนั้นจึงทรงดำริร่วมกันในการจัดสร้างวักเล็ก ๆให้ห่างไกลเมืองเพื่อว่าจะได้ใช้สำหรับเป็นที่หลบภัยในคราวจำเป็น กรมสมเด็จพระปรมานุชิตฯ จึงทรงสร้างวัดชิโนรสริมคลองมอญขึ้น ส่วนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาวัดบรมนิวาสขึ้นใหม่สำหรับพระองค์เช่นกัน จากข้อมูลประวัติที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์) เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ ได้ทรงเขียนไว้เกี่ยวกับเสนาสนะภายในวัดดังนี้ “ น่าสลดใจคราวหายนะเมื่ออัตตโนมาอยู่กำลังวัดโทรม คณะหอเขียวมีกุฏิ ๕ หลัง พออาศัยอยู่ได้แต่ชำรุดทุกหลัง กุฏิใหญ่พื้นชั้นล่างทรุด กระดานโกงอาศัยไม่ได้ พื้นชั้นบนดีแต่อับหน้าต่างเล็กซ่อมซ่อ พระเณรอยู่ไม่ได้เป็นไข้ อัตตโนก็ออกอยู่ที่ระเบียงพอตลอกพรรษา ออกพรรษาอัตตโนไปปลูกกุฏิเล็กอยู่ต่างหาก คณะกลางที่รื้อสร้างโรงธรรมสวนะทุกวันนี้ มีกุฏิอยู่ ๖ หลัง พอพระเณรอาศัยอยู่ได้หลังเดียว ยังพออาศัยอยู่ได้มากแต่คณะกุฏิ แต่ก็ชำรุดหลายหลัง หน้าวัดมีศาลาระเบียงรอบ ๓ หลัง ชำรุดทุกหลังใช้การไม่ได้ คณะสวนมีศาลา ๒ หลัง แต่ชำรุดอาศัยไม่ได้เหมือนกัน ” เดิมอาคารเสนาสนะต่างเป็นไม้ หมู่กุฏิเจ้าอาวาส (กุฏิหอเขียว) ซึ่งเป็นที่อยู่อดีตเจ้าอาวาสมา ๔ ช่วงก็ทรุดโทรมลงไม่อาจใช้การได้ ต่อมาทางวัดได้ใช้เป็นโรงเรียนสอนหนังสือไทยให้พระสอนช่วงเจ้าอาวาสรูปที่ ๕ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ เจ้าจอมมารดาทับทิม มีศรัทธาสร้างกุฏิสมภารถวาย คือกุฏิปัทมราชในปัจจุบันครั้น ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ เจ้าจอมมารดาเลื่อน มีศรัทธาสร้างศาลาธรรมสวนะขึ้นที่คณะกลางชื่อศาลาอุรุพงษ์ พระประธานชะลอมาจากวัดหลุมดินเก่าเมืองราชบุรี และจากข้อมูลประวัติพระอารามระบุระยะเวลาสร้างพระอาราม โดยมีอาคารสำคัญ คือ พระอุโบสถ และพระเจดีย์ ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๗ ส่วนอาคารในเขตสังฆาวาสที่สำคัญ คือ ศาลาการเปรียญ และกุฏิซึ่งสร้างหลายช่วงสมัย ดังมีรายละเอียดความว่า “ ศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นศาลาทรงไทยยกพื้นชั้นล่างเทคอนกรีต ชั้นบนปูด้วยไม้เนื้อแข็ง เสาเป็นไม้กลม ผนังด้านในก่ออิฐถือปูนด้านนอกทำด้วยหินล้าง มีหน้ามุขพร้อมช่อฟ้าใบระกา ๒ มุข ที่หน้ามุขมีไม้แกะสลักเป็นลายไทยลงรักติดกระจก กุฎิมี ๕๕ หลัง สร้าง พ.ศ. ๒๓๗๗ จำนวน ๑๔ หลัง นอกนั้นสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๑๘ ลักษณะโครงสร้างก่อด้วยอิฐถือปูน ๕๑ หลัง สร้างด้วยไม้ ๔ หลัง ทรงปั้นหยา พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง ๓ ศอก สูง ๑ วา ๕ นิ้ว ซึ้งได้อัญเชิญมาจากเมืองพิษณุโลกมีพระนามว่าพระทศพลญาณ พระพุทธรูปในศาลาการเปรียญ เป็นพระศิลาแลงลงรักปิดทองหน้าตักกว้าง ๑ วา ๑๗ นิ้ว สูง ๑ วา ๑ ศอก ๑ นิ้ว นำมาจากวัดอรัญญิก จังหวัดราชบุรี เดิมเป็นพระพุทธรูปชำรุด พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์)เมื่อครั้งยังเป็นพระญาณรักขิต ได้อัญเชิญลงมายังวัดบรมนิวาส แล้วต่อประสานเข้าเป็นองค์และฉาบด้วยปูนลงรักปิดทองเสร็จแล้วถวายพระนามว่า “พระพิชิตมารมัธยมพุทธกาล” พระนิรันตรายเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ กะไหล่ทอง เบื้องหลังมีเรือนแก้วพุ่มมหาโพธิ์ มีอักษรขอมจารึกไว้ในวงกลีบบัวยอดเรือนแก้วมีรูปมงกุฎรองฐานพระเป็นที่สำหลับรับน้ำสรง มีท่อเป็นรูปศรีษะโค ดังนั้นพระอารามเริ่มสร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๓๗๗ ซึ่งเป็นเวลาที่พระบาทสมพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ยังทรงผนวชครองอยู่ที่วัดราชาธิวาส และยังมิได้ย้ายไปประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร (ย้ายไปประทับวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙) และเป็นพระอารามเดียวที่พระองค์ทรงเริ่มสร้างในระหว่างที่ยังทรงผนวช วัดบรมนิวาสหันด้านหน้าออกคลองแสนแสบ มีคูน้ำรอบพระอารามเป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดย่อมบริเวณด้านหน้า จากประวัติวัดมีศาลาท่าน้ำถัดไปมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ และในแนวแกนด้านหลังต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นที่ตั้งของส่วนพุทธาวาส อยู่เยื่องทางด้านทิศตะวันออกมีกำแพงชักล้อมรอบมีซุ้มประตูครอบทับกำแพงเป็นทางเข้าพุทธาวาส มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๓๐.๐๐-๕๒.๐๐ เมตร อาคารสำคัญของพุทธาวาสประกอบด้วย พระอุโบสถ พระเจดีย์และพระระเบียงโอบล้อมพระเจดีย์ ๓ ด้านที่ด้านหน้ากำแพงตรงมุมมีหอกลองและหอระฆัง โดยหอระฆังอยู่ชิดมาทางด้านส่วนสังฆาวาส ส่วนสังฆาวาสในปัจจุบันมีกุฏิโอบล้อมส่วนพุทธาวาส แต่จากข้อมูลประวัติพบว่าส่วนสังฆาวาสเดิม สมัยแรกคงอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของส่วนพุทธาวาส จิตกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เป็นภาพวาดปริศนาธรรม โดยท่าน ขรัวอินโข่ง ในสมัยรัชกาล ที่ ๔ ทำเนียบเจ้าอาวาส ๑.พระญาณรักขิต (สุข) (เจ้าอาวาสรูปที่ ๑) ๒.พระอมราภิรักขิต (อมโร เกิด ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสรูปที่ ๒) ๓.พระพรหมมุนี (สุมิตฺโต เหมือน ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสรูปที่ ๓) ๔.พระวินัยรักขิต (จันทร์ เจ้าอาวาสรูปที่ ๔) ๕.พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ( สิริจนฺโท จันทร์ ป.ธ.๔ เจ้าอาวาสรูปที่ ๕) ๖.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ( ติสฺโส อ้วน ป.ธ.๔ เจ้าอาวาสรูปที่ ๖) ๗.พระธรรมดิลก ( จนฺทูปโม ทองดำ ป.ธ.๗ เจ้าอาวาสรูปที่ ๗) ๘.พระเทพวรคุณ ( ชาคโร สิงห์ ป.ธ.๖ เจ้าอาวาสรูปที่ ๘) ๙.พระพรหมมุนี ( สุจิณฺโน บู่ ป.ธ.๙ เจ้าอาวาสรูปที่ ๙) ๑๐.พระเทพสุเมธี (สนอง เขมี ป.ธ.๔ เจ้าอาวาสรูปที่ ๑๐) ๑๑.พระเทพวรคุณ (ประศาสน์ ปญฺญาธโร ป.ธ.๔) เจ้าอาวาส รูปปัจจุบัน (รองเจ้าคณะภาค ๘ ธรรมยุต M.A. ศน.ด กิตติมศักดิ์ มมร.) ประวัติของ พระเทพวรคุณ (ประศาสน์ ปญฺญาธโร ป.ธ.๔) พระเทพวรคุณ ฉายา ปญฺญาธโร อายุ ๗๑ ปี พรรษา ๕๐ วิทยฐานะ น.ธ.เอก, ป.ธ. ๔ , ศาสนศาตรบัณฑิต (ศน.บ.) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (M.A) BHU พาราณสี ประเทศอินเดีย ศาสนศาตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศัก (ศน.ด) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สังกัดวัดบรมนิวาส แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ๑. เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส ๒. รองเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต) สถานะเดิม ชื่อ ประศาสน์ นามสกุล เป็นมงคล เกิด ๕ฯ๑๐ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๐ บิดานายพิมพ์ เป็นมงคล มารดานางทา เป็นมงคล บ้านเลขที่ ๕๒ หมู่ ๑ บ้านหนองวัวซอ ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัด อุดรธานี บรรพชาอุปสมบท บรรพชาเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ณ. วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี พระอุปัชฌาย์ พระพิศาลคณานุกิจ วัดพิศาลรัญญาวาส อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ ณ. วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี พระอุปัชฌาย์ พระพิศาลคณานุกิจ วัดพิศาลรัญญาวาส พระกรรมวาจาจารย์ พระครูสิริจันทรวิวัฒน์ วัดหนองแวงยาว พระอนุสาวนาจารย์ พระครูโสภณคณานุรักษ์ วัดบุญญานุสรณ์ การปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต) พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๔๙ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต) พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ธรรมยุต) สมณศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรม ที่ พระครูปลัดสุวัฒนญาณคุณ ฐานานุกรม ในพระญาณวโรดม พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม ที่ พระอมรโมล พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นราช ในราชทินนาม ที่ พระราชมงคลบัณฑิต พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นเทพ ในราชทินนาม ที่ พระเทพวรคุณ ( Wat Borom ) is near the Bo Bae Market. It was called originally Wat Nok. King Rama IV ordered the construction of this temple while he was still a monk. It was intended to be a forest temple ( Aranyawasee ) companion to Wat Bowornniwet Vihara, which was intended to be the community temple ( Khamawasee ). King Rama V ordered the temple to be renovated and renamed it Wat Boromniwas. Of importance is the Phra Tosapholayarn, a Buddha image in the marn vichai pose that is installed as the presiding image in the phra ubosot. In the phra ubosot there are unusual murals that were painted by Khrua In Khong, the leading artist of the reign, depicting landscapes and people drawn in the Western style, similar to those found at Wat Bowornniwet Vihara. Between the windows there are scenes depicting activities of Buddhist laymen and monk, such as the ordination ceremony, presentation of robes for the monkhood, observing the precepts during Buddhist Lent, the Loy Krathong festival, Kathina robe presentation and offer picked-up robed, and making merit on the feasts of Magha Puja and Visakha Puja. Above the windows there are scenes in which the people are all Europeans and include scenes of a train and stargazing with a telescope. Also of interest are the monks' residences and the entrance arch, which are in the European style, the work of craftsmen in the reign of King Rama V.