วัดบรมนิวาส Wat Boromniwas

วัดบรมนิวาส  Wat Boromniwas วัดบรมนิวาส
2 ถนนพระราม 1 แขวงรองเมื?
(226)

วัดบรมนิวาส อยู่ใกล้ตลาดโบ๊เบ๊ เดิมเรียกกันว่า วัดนอก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ จุดประสงค์เพื่อให้เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี หรือ วัดป่า คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นวัดฝ่ายคามวาสี
ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดบรมนิวาส คือ พระทศพลญาณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถที่มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกแห่งรัชสมัย เขียนเป็นทิวทัศน์และผู้คนอย่างตะวันตกคล้ายกับที่วัดบวรนิเวศวิหารให้บรรยากาศแปลกตา ภาพวาดระหว่างช่องหน้าต่างแสดงศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน และข้อประพฤติปฏิบัติของภิกษุสงฆ์ เช่น การบวช การถวายผ้าจำนำพรรษา การรักษาศีลในเทศกาลเข้าพรรษา การลอยกระทง การทอดกฐิน การทอดผ้าป่า การทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชาและวิสาขบูชา เป็นต้น ส่วนเหนือช่องหน้าต่างเป็นภาพปริศนาธรรมที่ใช้ตัวละครเป็นฝรั่งทั้งหมด ฉากที่น่าสนใจได้แก่ฉากรถไฟและการส่องกล้องดูดาว
นอกจากนี้แล้วกุฏิสงฆ์และซุ้มประตูวัดบรมนิวาสยังเป็นแบบฝรั่ง ฝีมือช่างสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มีความงดงามน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติความเป็นมาของวัดบรมนิวาส

วัดบรมนิวาส เป็นวัดโบราณท่านเจ้าของวัดเมื่อแรกเริ่มสร้างได้ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงผนวช ให้เป็นวัดข้าหลวงเดิม ดังความปรากฏในพระราชพงศาวดาร ของพระยาทิพากรวงศ์ ระบุว่า“วัดพระราชรินทรอาศน์ สร้างไว้ค้างอยู่ ถวายเป็นวัดข้าหลวงเดิม โปรดให้ทำการเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายสิ่ง และก่อพระเจดีย์องค์ใหญ่ไว้หลังพระอุโบสถ พระราชทานชื่อว่า “วัดบรมนิวาส”พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์สถาปนาพระอารามนี้เพื่อเป็นที่ประทับสำราญอิริยาบถ ครั้นถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า วัดบรมนิวาส การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อทรงลาผนวชเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๙๔ จึงทรงจัดการก่อสร้างต่อมาจนแล้วเสร็จวัดบรมนิวาสในครั้งนั้นชื่อว่า วัดบรมสุข แต่เรียกว่า วัดนอก เช่นเดียวกับการเรียกวัดบวรนิเวศวิหาร ว่าวัดบน
เดิมที่เรียกว่า วัดนอก คงเพราะตั้งอยู่บริเวณนอกกำแพง ส่วนที่เรียนวัดบวรนิเวศวิหารว่า วัดบนนั้น เป็นการเรียกให้เสมือนเป็นการประกาศให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเทียบพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ในฐานะกรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยเปรียบที่วัดบวรนิเวศ เทียบได้กับบวรสถาน ส่วนที่เรียกว่าวัดบน ก็เสมือนวังบน ซึ่งหมายถึงพระราชวังบวรสถานมงคล เช่นกัน ดังปรากฏความที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงนิพนธ์ “วัดนี้ชื่อว่าวัดบวรนิเวศ เทียบได้กับบวรสถานน่าจะได้พระราชทานในครั้งนี้เมื่อปีเถาะ จ.ศ. ๑๑๙๓ (พ.ศ. ๒๓๗๔) ในหมายรับสั่งยังเรียกว่าวัดใหม่ ครั้นปีมะโรง จ.ศ. ๑๒๐๖ (พ.ศ. ๒๓๘๗) เรียกวัดบวรนิเวศ แล้วอีกอย่างหนึ่งโวหารสั้นเรียกว่าวัดบน เทียบกันได้กับวังบน”
วัดบรมนิวาสนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คงจะทรงมีพระราชประสงค์ให้คู่กันกับวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวคือ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดของคณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย เป็นศูนย์กลางปริยัติธรรมของธรรมยุติ ส่วนวัดบรมนิวาสเป็นวัดคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีของธรรมยุตินิกาย และอีกนัยหนึ่ง กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรึกษากับกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ถึงสถานะของทั้งสองพระองค์ หากสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเสียก่อนโดยราชสมบัติและแผ่นดินต้องตกอยู่กับเจ้านายบางพระองค์ เสถียรภาพแห่งความมั่นคงของพระองค์ทั้งคู่อาจจะตกอยู่ในภาวะเดือดร้อน ดังนั้นจึงทรงดำริร่วมกันในการจัดสร้างวัดเล็กๆให้ห่างไกลเมืองเพื่อว่าจะได้ใช้สำหรับเป็นที่หลบภัยในคราวจำเป็น กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส จึงทรงสร้างวัดชิโนรสริมคลองมอญขึ้น ส่วนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาวัดบรมนิวาสขึ้นใหม่สำหรับพระองค์เช่นกัน

จากข้อมูลประวัติที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์) เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ ได้เขียนไว้เกี่ยวกับเสนาสนะภายในวัดดังนี้
“น่าสลดใจคราวหายนะเมื่ออัตตโนมาอยู่วัดทรุดโทรม คณะหอเขียวมีกุฏิ ๕ หลัง พออาศัยอยู่ได้แต่ชำรุดทุกหลัง กุฏิใหญ่พื้นชั้นล่างทรุด กระดานโก่งอาศัยไม่ได้ พื้นชั้นบนดีแต่อับหน้าต่างเล็กซ่อมซ่อ พระเณรอยู่ไม่ได้เป็นไข้ อัตตโนก็ออกอยู่ที่ระเบียงพอตลอดพรรษา ออกพรรษาอัตตโนไปปลูกกุฏิเล็กอยู่ต่างหาก คณะกลางที่รื้อสร้างโรงธรรมสวนะทุกวันนี้ มีกุฏิอยู่ ๖ หลัง พอพระเณรอาศัยอยู่ได้หลังเดียว ยังพออาศัยอยู่ได้มากแต่คณะกุฏิ แต่ก็ชำรุดหลายหลัง หน้าวัดมีศาลาระเบียงรอบ ๓ หลัง ชำรุดทุกหลังใช้การไม่ได้ คณะสวนมีศาลา ๒ หลัง แต่ชำรุดอาศัยไม่ได้เหมือนกัน” เดิมอาคารเสนาสนะต่างเป็นไม้ หมู่กุฏิเจ้าอาวาส (กุฏิหอเขียว) ซึ่งเป็นที่อยู่อดีตเจ้าอาวาสมา ๔ ช่วง ก็ทรุดโทรมลงไม่อาจใช้การได้ ต่อมาทางวัดได้ใช้เป็นโรงเรียนสอนหนังสือไทยให้พระสอนช่วงเจ้าอาวาสรูปที่ ๕
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ เจ้าจอมมารดาทับทิม มีศรัทธาสร้างกุฏิสมภารถวาย คือกุฏิปัทมราชในปัจจุบันครั้น ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ เจ้าจอมมารดาเลื่อน มีศรัทธาสร้างศาลาธรรมสวนะขึ้นที่คณะกลางชื่อศาลาอุรุพงษ์ พระประธานชะลอมาจากวัดหลุมดินเก่าเมืองราชบุรี
และจากข้อมูลประวัติพระอารามระบุระยะเวลาสร้างพระอาราม โดยมีอาคารสำคัญ คือ พระอุโบสถ และพระเจดีย์ ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๗ ส่วนอาคารในเขตสังฆาวาสที่สำคัญ คือ ศาลาการเปรียญ และกุฏิซึ่งสร้างหลายช่วงสมัย ดังมีรายละเอียดความว่า
ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นศาลาทรงไทยยกพื้นชั้นล่างเทคอนกรีต ชั้นบนปูด้วยไม้เนื้อแข็ง เสาเป็นไม้กลม ผนังด้านในก่ออิฐถือปูนด้านนอกทำด้วยหินล้าง มีหน้ามุขพร้อมช่อฟ้าใบระกา ๒ มุข ที่หน้ามุขมีไม้แกะสลักเป็นลายไทยลงรักติดกระจก
กุฏิ มี ๕๕ หลัง สร้าง พ.ศ. ๒๓๗๗ จำนวน ๑๔ หลัง นอกนั้นสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๑๘ ลักษณะโครงสร้างก่อด้วยอิฐถือปูน ๕๑ หลัง สร้างด้วยไม้ ๔ หลัง ทรงปั้นหยา

พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓ ศอก สูง ๑ วา ๕ นิ้ว ซึ้งได้อัญเชิญมาจากเมืองพิษณุโลกมีพระนามว่า “พระทศพลญาณ”
พระพุทธรูปในศาลาการเปรียญ เป็นพระศิลาแลงลงรักปิดทองหน้าตักกว้าง ๑ วา ๑๗ นิ้ว สูง ๑ วา ๑ ศอก ๑ นิ้ว นำมาจากวัดอรัญญิก จังหวัดราชบุรี เดิมเป็นพระพุทธรูปชำรุดปรักหักพัง พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์) เมื่อครั้งยังเป็น พระญาณรักขิต ได้อัญเชิญลงมายังวัดบรมนิวาส แล้วต่อประสานเข้าเป็นองค์และฉาบด้วยปูนลงรักปิดทองเสร็จแล้วถวายพระนามว่า “พระพิชิตมารมัธยมพุทธกาล”
พระนิรันตรายเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ กะไหล่ทอง เบื้องหลังมีเรือนแก้วพุ่มมหาโพธิ์ มีอักษรขอมจารึกไว้ในวงกลีบบัวยอดเรือนแก้วมีรูปมงกุฎรองฐานพระเป็นที่สำหลับรับน้ำสรง มีท่อเป็นรูปศีรษะโค
ดังนั้น พระอารามเริ่มสร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๓๗๗ ซึ่งเป็นเวลาที่พระบาทสมพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ยังทรงผนวชครองอยู่ที่วัดราชาธิวาส และยังมิได้ย้ายไปประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร (ย้ายไปประทับวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๙) และเป็นพระอารามเดียวที่พระองค์ทรงเริ่มสร้างในระหว่างที่ยังทรงผนวช

จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 4
วัดบรมนิวาสหันด้านหน้าออกคลองแสนแสบ มีคูน้ำรอบพระอารามเป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดย่อมบริเวณด้านหน้า จากประวัติวัดมีศาลาท่าน้ำถัดไปมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ และในแนวแกนด้านหลังต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นที่ตั้งของส่วนพุทธาวาส อยู่เยื้องทางด้านทิศตะวันออกมีกำแพงชักล้อมรอบมีซุ้มประตูครอบทับกำแพงเป็นทางเข้าพุทธาวาส มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๓๐x๕๒ เมตร อาคารสำคัญของพุทธาวาสประกอบด้วย พระอุโบสถ พระเจดีย์และพระระเบียงโอบล้อมพระเจดีย์ ๓ ด้าน ที่ด้านหน้ากำแพงตรงมุมมีหอกลองและหอระฆัง ส่วนสังฆาวาสในปัจจุบันมีกุฏิโอบล้อมส่วนพุทธาวาส แต่จากข้อมูลประวัติพบว่าส่วนสังฆาวาสเดิม สมัยแรกคงอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของส่วนพุทธาวาส จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดบรมนิวาส เป็นภาพวาดปริศนาธรรม โดยท่าน ขรัวอินโข่ง ในสมัยรัชกาล ที่ ๔

ทำเนียบเจ้าอาวาส
๑. พระญาณรักขิต (สุข)
๒. พระอมราภิรักขิต (อมโร เกิด ป.ธ.๙)
๓. พระพรหมมุนี (สุมิตฺโต เหมือน ป.ธ.๙)
๔. พระวินัยรักขิต (จันทร์)
๕. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์ ป.ธ.๔)
๖. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน ป.ธ.๔)
๗. พระธรรมดิลก (จนฺทูปโม ทองดำ ป.ธ.๗)
๘. พระเทพวรคุณ (ชาคโร สิงห์ ป.ธ.๖)
๙. พระพรหมมุนี (สุจิณฺโน บู่ ป.ธ.๙)
๑๐. พระเทพสุเมธี (เขมี สนอง ป.ธ.๔)
๑๑. พระเทพวรคุณ (ประศาสน์ ปญฺญาธโร) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส รูปปัจจุบัน

ประวัติ พระเทพวรคุณ เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส รูปปัจจุบัน
พระเทพวรคุณ ฉายา ปญฺญาธโร อายุ ๗๖ ปี พรรษา ๕๕ วิทยฐานะ น.ธ.เอก, ป.ธ. ๔,
ศาสนศาตรบัณฑิต (ศน.บ.) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
(M.A) BHU พาราณสี ประเทศอินเดีย
ศาสนศาตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศัก (ศน.ด) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
สังกัดวัดบรมนิวาส แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง
๑. เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส
๒. ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต)
สถานะเดิม ชื่อ ประศาสน์ นามสกุล เป็นมงคล เกิด ๕ฯ๑๐ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๐
บิดา นายพิมพ์ เป็นมงคล
มารดา นางทา เป็นมงคล
บ้านเลขที่ ๕๒ หมู่ ๑ บ้านหนองวัวซอ ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

บรรพชาอุปสมบท
บรรพชาเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ณ วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
พระอุปัชฌาย์ พระพิศาลคณานุกิจ วัดพิศาลรัญญาวาส

อุปสมบท
อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ ณ วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
พระอุปัชฌาย์ พระพิศาลคณานุกิจ วัดพิศาลรัญญาวาส
พระกรรมวาจาจารย์ พระครูสิริจันทรวิวัฒน์ วัดหนองแวงยาว
พระอนุสาวนาจารย์ พระครูโสภณคณานุรักษ์ วัดบุญญานุสรณ์

การปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๔๙ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ธรรมยุต)
พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๘ (ธรรมยุต)

สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรม ที่ พระครูปลัดสุวัฒนญาณคุณ ฐานานุกรม ใน พระญาณวโรดม วัดเทพศิรินทราวาส
พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม ที่ พระอมรโมลี
พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนาม ที่ พระราชมงคลบัณฑิต
พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนาม ที่ พระเทพวรคุณ

วัดบรมนิวาส นำโดย พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรคุณ เจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ พร้อมด้วย พระราชวัชรญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เ...
27/08/2026

วัดบรมนิวาส นำโดย พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรคุณ เจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ พร้อมด้วย พระราชวัชรญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ และคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมถวาย พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙ (ธรรมยุต), เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง
ในการนี้ ได้ถวายปัจจัยร่วมในการบำเพ็ญกุศลออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ เป็นจำนวนเงิน ๒๐๔,๕๒๒ บาท

ตักบาตรดอกไม้ วัดบรมนิวาส ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙
01/08/2026

ตักบาตรดอกไม้ วัดบรมนิวาส
๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙

30/07/2026
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
28/07/2026

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ขอเชิญร่วมถวายเทียนพรรษา ร่ม ผ้าอาบน้ำฝน และตักบาตรดอกไม้ เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
27/07/2026

ขอเชิญร่วมถวายเทียนพรรษา ร่ม ผ้าอาบน้ำฝน และตักบาตรดอกไม้ เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

ขอเชิญร่วมพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ ๒๒๔ รูป ๔๐ วัด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่...
23/07/2026

ขอเชิญร่วมพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ ๒๒๔ รูป ๔๐ วัด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์"
โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ในวันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร

ที่อยู่

เลขที่ 2 ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 05:00 - 20:00
อังคาร 05:00 - 20:00
พุธ 05:00 - 20:00
พฤหัสบดี 05:00 - 20:00
ศุกร์ 05:00 - 20:00
เสาร์ 05:00 - 20:00
อาทิตย์ 05:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622140708

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดบรมนิวาส Wat Boromniwasผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท