สื่อมวลชนคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ

สื่อมวลชนคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ สื่อกลางของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ

ข้อคิดหนึ่ง...จากพระวาจา (โดยคุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์)เทศกาลธรรมดา ปี A อาทิตย์ที่ 22ข้อคิดจากพระวรสารของนักบุญมัทธิว  (มธ...
26/08/2026

ข้อคิดหนึ่ง...จากพระวาจา (โดยคุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์)

เทศกาลธรรมดา ปี A อาทิตย์ที่ 22

ข้อคิดจากพระวรสารของนักบุญมัทธิว (มธ 16:21-27)
พระวรสารวันนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนายครั้งแรกถึงพระทรมานของพระเยซูเจ้า
พี่น้องครับ แม้เปโตรพึ่งจะประกาศที่เมืองซีซารียาแห่งฟิลิปว่า “พระเยซูเจ้าคือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” ดังที่เราได้ฟังในพระวรสารของวันอาทิตย์ที่แล้ว แต่พระคริสตเจ้าตามความคิดของเปโตรนั้นแตกต่างจากความคิดของพระเยซูเจ้าอย่างสิ้นเชิง
สำหรับเปโตร “พระคริสตเจ้า” ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษากรีก หรือ “พระเมสสิยาห์” ซึ่งมาจากภาษาฮีบรู ก็คือกษัตริย์นักรบที่พระเจ้าทรงส่งมาเพื่อนำชาวยิวขับไล่พวกโรมันออกจากแผ่นดินอิสราเอล แล้วทำให้ชนชาติยิวกลับมามีอำนาจรุ่งเรืองเหนือชนชาติอื่นให้สมกับเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร
เพราะฉะนั้นเมื่อพระเยซูเจ้าตรัสในพระวรสารวันนี้ว่าพระเมสสิยาห์ “จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อรับการทรมาน และจะถูกประหารชีวิต” เปโตรจึงยอมรับไม่ได้และทูลคัดค้านทันทีว่า “เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับพระองค์อย่างแน่นอน”
พี่น้องครับ ยังไม่ทันที่เปโตรจะพูดจบดี คำตำหนิอันหนักหน่วงก็ตามมาทันที “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลัง”
คำว่า “ซาตาน” เป็นภาษาฮีบรูแปลว่า “ปรปักษ์” เพราะฉะนั้น ซาตานมันจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เปโตรเป็นปรปักษ์กับพระเยซูเจ้า จนพระองค์ต้องตรัสว่า “เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”
พี่น้องครับ ข้อหาที่ทำให้เปโตรเป็นซาตานก็คือ “ไม่คิดอย่างพระเจ้า” แล้วพี่น้องอยากจะคิดอย่างพระเจ้า หรืออยากจะคิดอย่างมนุษย์ล่ะครับ?
ถ้าคำตอบของพี่น้องคืออยากจะคิดอย่างพระเจ้า พระวรสารวันนี้มีคำตอบให้พี่น้องว่าต้องคิดอย่างไร?
สิ่งแรกที่พี่น้องต้องคิดอาจจะดูขัดแย้งกันสักหน่อย คือพี่น้องคงจำพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัสไว้ว่า “ท่านทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนัก จงมาพบเราเถิด เราจะให้ท่านได้พักผ่อน” (มธ 11:28) ได้ใช่มั้ยครับ แต่ก็เป็นพระเยซูเจ้าองค์เดียวกันนี่แหละที่ตรัสในพระวรสารวันนี้ด้วยว่า “ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา”
พี่น้องฟังแล้วคงมีคำถามตามมาทันทีใช่มั้ยครับ ตกลงวันนี้เรามาวัด มาหาพระเยซูเจ้าทำไม?
มาเพื่อขอให้พระองค์ยกภาระหนักออกไปจากบ่าของเราเพราะเราเหน็ดเหนื่อย หรือมาเพื่อจะแบกกางเขนติดตามพระองค์ เอางัยดี งงใช่มั้ยครับ?
พี่น้องครับ จริง ๆ เรามาก็เพื่อขอให้พระองค์ยกเอาภาระออกไปจากบ่าของเรา นั่นคือเอาภาระที่ไม่จำเป็น ภาระที่ไม่มีประโยชน์ และภาระที่ไม่มีความหมายต่อชีวิตของเราออกไป แล้วขอพระองค์โปรดให้เรามีพละกำลังและความมุ่งมั่นที่จะแบกกางเขนติดตามพระองค์จนถึงยอดเขากัลวาริโอ อันเป็นหนทางที่จะนำเราไปสู่ความรอดพ้นและเกียรติมงคลอันรุ่งโรจน์ตลอดนิรันดร
พี่น้องครับ การแบกกางเขนก็คือการยอมรับภาระทุกอย่างอันเกิดจากการรับใช้พระเจ้า เหมือนอย่างประกาศกเยเรมีย์ในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้ที่แม้จะต้องสู้ทนกับความอับอาย สู้ทนกับการถูกเยาะเย้ยถากถางจนต้องร้องว่า “แย่แล้ว ตายแน่ ๆ” แต่ท่านก็ยินยอมรับใช้พระเจ้าด้วยการประกาศพระวาจาของพระองค์
และนอกจากจะยอมรับภาระอันเกิดจากการรับใช้พระเจ้าแล้ว กางเขนยังหมายถึงการยอมรับภาระอันเกิดจากการเสียสละเวลาว่างหรือเวลาพักผ่อนส่วนตัวของเราเพื่อไปเยี่ยมเยียนคนชราบ้าง ไปเยี่ยมเยียนคนพิการบ้าง คนด้อยโอกาสบ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการรับใช้พระเจ้าที่ดีที่สุด
และนอกจากภาระอันเกิดจากการรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องแล้ว กางเขนยังหมายรวมถึงภาระอันเกิดจากการทำหน้าที่ประจำวันของเรา ภาระอันเกิดจากการต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ที่ประเดประดังเข้ามาในชีวิตของเรา ตลอดจนภาระอันเกิดจากการต่อสู้กับตัวเราเองตามที่นักบุญเปาโลอ้อนวอนและกำชับเราในบทอ่านที่สองวันนี้ว่า “ข้าพเจ้าอ้อนวอนท่านทั้งหลายให้ถวายร่างกายของท่านเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต...อย่าคล้อยตามความประพฤติของโลกนี้ แต่จงเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการฟื้นฟูความคิดขึ้นใหม่”
พี่น้องครับ รวมความว่าเราต้องพร้อมแบกภาระอันเกิดจากการรับใช้พระเจ้า ภาระอันเกิดจากการรับใช้เพื่อนพี่น้อง และสุดท้ายเรายังมีภาระต้องต่อสู้กับตัวเราเองอีกด้วย เราต้องสู้ทนแบกกางเขนอย่างนี้แหละจึงจะได้ชื่อว่า “คิดอย่างพระเจ้า” !
พี่น้องครับ นอกจากคิดอย่างพระเจ้าโดยการสู้ทนแบกกางเขนแล้ว วันนี้พระเยซูเจ้ายังสอนให้เรารู้และคิดถึง “เคล็ดลับ” อีกอย่างหนึ่งซึ่งจะทำให้เรามีชีวิต และเป็นชีวิตที่มีคุณค่ามากอีกด้วย นั่นก็คือให้เรา “ตายต่อตนเอง” หรือ “เลิกคิดถึงแต่ตนเอง”
พระองค์ตรัสว่า “ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น ก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร”
พี่น้องครับ ฟังดูเหมือนมันจะขัดแย้งกัน แต่เหตุผลของพระเยซูเจ้าก็คือหากเรามัวแต่รักษาชีวิตของตน มัวแต่แสวงหาความสะดวกสบายใส่ตัว มัวแต่ดำเนินชีวิตตามใจตนเอง เรากำลังปล่อยตัวเราเองให้หย่อนยาน เห็นแก่ตัว และก็ยึดติดอยู่กับสิ่งของของโลกนี้ ซึ่งเป็นชีวิตที่สวนทางกับพระเจ้าและทำให้ความเป็น “ฉายาของพระเจ้า” ในตัวเราลดน้อยถอยลง และเมื่อความเป็นฉายาของพระเจ้าลดน้อยลง มันก็จะส่งผลให้ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ของเราต้องด้อยค่าลงจนกลายเป็นคนไร้ค่าไปในที่สุด
เหตุผลอีกด้านหนึ่ง พี่น้องลองคิดดูสิ หากไม่มีผู้ใดดำเนินชีวิตตามเคล็ดลับของพระเยซูเจ้า ต่างคนต่างเห็นแก่ความปลอดภัยของตนเอง ไม่ยอมเสี่ยง ไม่ยอมเสียสละ เราคงไม่มียารักษาโรคใหม่ ๆ ไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ไม่มีสิ่งประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งคงทำให้ชีวิตของเรายากลำบากมากกว่านี้หรืออาจจบสิ้นไปนานแล้วก็ได้
เพราะฉะนั้น ผู้ที่พร้อมเดิมพันชีวิตของตนเพื่อพระเจ้าเท่านั้นแหละที่จะพบชีวิต และเป็นชีวิตที่มีคุณค่ามากที่สุดด้วย !
พี่น้องครับ พี่น้องอย่าลืมนะว่า ทุก ๆ วินาที ชีวิตของเรากำลังเคลื่อนที่ไปสู่ความตายและการพิพากษา ไม่มีใครสามารถรอดพ้นจากสองสิ่งนี้ไปได้สักคนเดียว !
และขอย้ำว่า เกณฑ์ในการพิพากษาตัดสินของพระเยซูเจ้าก็คือ “ผู้ที่อุทิศชีวิตของตนเพื่อพระองค์ ก็จะพบชีวิตนิรันดร” !!
ก่อนจะจบ ขอย้อนกลับมาที่เรื่องราวของนักบุญเปโตรในพระวรสารวันนี้อีกนิดหนึ่ง
แม้เปโตรจะถูกพระเยซูเจ้าดุว่าเป็นซาตาน แต่คำสั่งที่พระองค์ทรงใช้ “ขับไล่” เปโตรก็ยังแฝงไปด้วยคำเชิญชวนและการให้โอกาสเปโตรกลับมาติดตามพระองค์อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้พระองค์ขับไล่ปีศาจที่ล่อลวงพระองค์ในถิ่นทุรกันดารว่า “เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น” แต่กับเปโตร พระองค์ตรัสสั่งว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลัง”
หมายความว่า พระองค์ทรงขับไล่ปีศาจให้ไปแล้วไปลับ แต่กับเปโตรไม่ใช่ไปแล้วไปลับ เพียงแค่ให้ “ถอยไปอยู่ข้างหลัง” หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “ให้กลับมาติดตามพระองค์ !”
พี่น้องครับ นี่คือสิ่งที่ทำให้เปโตรแตกต่างจากปีศาจอย่างสิ้นเชิง เพราะปีศาจมันเย่อหยิ่งจองหองเกินกว่าจะยอมติดตามพระเยซูเจ้า ส่วนเปโตร แม้จะผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ท่านก็หันกลับมาติดตามพระองค์ทุกครั้ง
บัดนี้ พี่น้องครับ ต่อหน้าพระเยซูเจ้าผู้ประทับอยู่ในศีลมหาสนิทซึ่งเรากำลังจะเข้าไปรับอีกสักครู่หนึ่งนี้ ให้เราวอนขอพระองค์โปรดให้ตาแห่งใจของเราสว่างขึ้น เพื่อเราจะได้ตัดสินใจเลือกอย่างถูกต้อง ว่าจะเดินตามแบบอย่างของนักบุญเปโตร คือหันกลับมาแบกกางเขนติดตามพระองค์ หรือจะเดินตามแบบอย่างของปีศาจ คือไปแล้วไปลับ และขอพระองค์โปรดให้เรามีความมุ่งมั่นและมีพละกำลังที่จะเดินตามหนทางที่พระองค์ทรงดลใจให้เราเลือกในวันนี้ด้วยเทอญ

23/08/2026

รายการพระเจ้าสถิตกับเรา อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026
✠ เรื่องเด่น: สัปดาห์นี้ทางรายการได้รับเกียรติจากคุณ “เทเรซา กัญจณ์เบญจมาศ ปาละกะวงษ์” สัตบุรุษวัดแม่พระประจักษ์แห่งภูเขาคาร์แมล (สองพี่น้อง) มาเปิดใจถึงประสบการณ์ชีวิตคริสตชนหลังจากรับศีลล้างบาปมา 9 ปี ว่าปัจจุบันชีวิตได้เติบโตและมีสันติสุขในพระเจ้าอย่างไรบ้าง ติดตามประสบการณ์ดีๆ ที่หนุนใจเราทุกคนได้ในช่วงนานาสาระ: เปิดใจ...เปิดความเชื่อกับคริสตชนใหม่ “เทเรซา กัญจณ์เบญจมาศ ปาละกะวงษ์”

✠ ชีวิตกับพระวาจา: อาทิตย์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา โดย คุณพ่อเปโตร จิตตพล ปลั่งกลาง (เจ้าคณะพระมหาไถ่)

✠ หน้าต่างส่องโลก
1) สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงท้าทายแนวคิดทันสมัยเกี่ยวกับความงามในวันสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ
2) สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงพระราชทานเงินช่วยเหลือ 100,000 ยูโร แก่ประเทศโคลอมเบียหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

✠ นานาสาระ: เปิดใจ...เปิดความเชื่อกับคริสตชนใหม่ “เทเรซา กัญจณ์เบญจมาศ ปาละกะวงษ์”

23/08/2026

พิธีบูชาขอบพระคุณ สัปดาห์ที่ 21เทศกาลธรรมดา
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ค.ศ 2026 เวลา 08.30 น.
ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพมหานคร

21/08/2026

ชีวิตกับพระวาจา
คุณพ่อจิตตพล ปลั่งกลาง
อธิการเจ้าคณะพระมหาไถ่แขวงประเทศไทย
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026 สัปดาห์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา

ข้อคิดหนึ่ง...จากพระวาจา (โดยคุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์)เทศกาลธรรมดา ปี A อาทิตย์ที่ 21ข้อคิดจากพระวรสารของนักบุญมัทธิว  (มธ...
19/08/2026

ข้อคิดหนึ่ง...จากพระวาจา (โดยคุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์)
เทศกาลธรรมดา ปี A อาทิตย์ที่ 21
ข้อคิดจากพระวรสารของนักบุญมัทธิว (มธ 16:13-20)
นักบุญเปาโลบอกเราในบทอ่านที่สองวันนี้ว่า พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาและทรงรอบรู้ลึกล้ำ คำตัดสินของพระองค์สุดที่จะหยั่งรู้ได้ และมรรคาของพระองค์ก็สุดที่จะเข้าใจได้ ใครเล่าจะล่วงรู้พระดำริของพระเจ้า...!
พี่น้องฟังแล้วคงรู้สึกหมดหวัง ดูเหมือนเราจะไม่มีทางเข้าใจหนทางของพระเจ้าได้เลยใช่มั้ย !
แต่พี่น้องอย่าพึ่งถอดใจนะครับ เพราะบทอ่านของวันอาทิตย์นี้ทำให้เรารู้ว่า ทุกสิ่งที่ดูเหมือนจะลึกล้ำและเข้าใจไม่ได้ขณะที่เกิดเหตุการณ์นั้นในอดีต แต่พระเจ้าจะค่อย ๆ เปิดเผยมันออกมาให้เราเข้าใจได้ในที่สุด
ตัวอย่างเช่น ในสมัยของประกาศกอิสยาห์ เชบนาซึ่งเป็นผู้ดูแลราชสำนัก ได้ทำสิ่งที่ขัดกับหนทางของพระเจ้าโดยไปชักชวนกษัตริย์เฮเซคียาห์ให้เอาใจออกห่างจากอัสซีเรีย แล้วหันหน้าไปพึ่งพาอียิปต์แทนที่จะพึ่งพาพระเจ้า จนเป็นเหตุให้อาณาจักรทางเหนือต้องพินาศและสิ้นชาติไปเพราะน้ำมือของกองทัพอัสซีเรีย พระเจ้าจึงตรัสแก่เชบนาผ่านทางประกาศกอิสยาห์ว่า “เราจะถอดท่านออกจากหน้าที่และตำแหน่ง แล้วจะมอบอำนาจของท่านไว้ในมือของเอลียาคิม เราจะวางกุญแจราชวังของกษัตริย์ดาวิดไว้บนบ่าของเขา ถ้าเขาเปิด จะไม่มีผู้ใดปิด ถ้าเขาปิด จะไม่มีผู้ใดเปิดได้”
พี่น้องครับ จากพระดำรัสนี้ก็เท่ากับว่าเอลียาคิมจะมีอำนาจเต็มในอันที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปภายในราชสำนักก็ได้
ถามว่าในสมัยของประกาศกอิสยาห์ จะมีผู้ใดรับรู้ถึงความลึกล้ำเรื่องกุญแจบ้างไหม ว่าอีกเจ็ดร้อยปีต่อมา พระเยซูเจ้าจะตรัสกับเปโตรเช่นเดียวกันว่า “เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้”
พี่น้องครับ ทุกวันนี้พี่น้องก็ทราบแล้วว่า กุญแจอาณาจักรสวรรค์นั้นมีความสำคัญใหญ่หลวงต่อพระศาสนจักรคาทอลิกของเรามากเพียงใด เพราะว่าทุกสิ่งที่พระสันตะปาปาจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย และทุกสิ่งที่พระสันตะปาปาจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย
พี่น้องเห็นความลึกล้ำของพระเจ้าไหม พระองค์ตรัสทำนายถึงกุญแจนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วในหนังสือประกาศกอิสยาห์ที่เราได้ฟังในบทอ่านที่หนึ่งวันนี้
และเมื่อหันมาดูพระวรสารวันนี้ เราก็จะยิ่งเห็นความลึกล้ำและพระปรีชาของพระเจ้ามากยิ่งขึ้นไปอีก พระเจ้าทรงปกปิดฐานะของพระเยซูเจ้าไว้จนไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าพระองค์เป็นใคร ทำให้บางคนคิดว่าพระองค์เป็นยอห์นผู้ทำพิธีล้างบ้าง บางคนคิดว่าเป็นประกาศกเอลียาห์บ้าง บางคนคิดว่าเป็นประกาศกเยเรมีย์บ้าง ยิ่งตอนท้ายของพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงกำชับบรรดาศิษย์มิให้บอกใครว่าพระองค์คือพระคริสตเจ้า พวกศิษย์ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เพราะในความคิดของพวกเขาก็คือถ้าพระองค์เป็นพระคริสต์ หรือเป็นกษัตริย์ผู้ช่วยให้รอดพ้นจริง แล้วทำไมยังจะต้องกลัวสิ่งใดอีกเล่า?
พี่น้องครับ ต้องรอจนพระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์แล้วนั่นแหละ พวกเขาจึงเข้าใจความลึกล้ำแห่งหนทางของพระเจ้าว่าอาณาจักรของพระเจ้าไม่ใช่อาณาจักรบนโลกนี้ หากฐานะของพระเยซูเจ้าถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ ชาวยิวซึ่งคิดแต่จะสร้างอาณาจักรบนโลกนี้ก็คงจะชูพระองค์ให้เป็นกษัตริย์ แล้วก็คงก่อการจลาจลต่อต้านพวกโรมัน แล้วก็คงลงเอยว่าพระเยซูเจ้า แทนที่จะเป็นผู้นำความรอดพ้น ก็จะกลายเป็นผู้นำความหายนะมาสู่ชาวยิว
นอกจากนี้ พี่น้องครับ ในสมัยของพระเยซูเจ้า ใครจะเชื่อว่าเปโตรซึ่งเป็นชาวประมงธรรมดา ๆ จะกลายเป็นผู้นำของพระศาสนจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ ใครจะเชื่อว่าพระเยซูเจ้าจะทรงเลือกเปโตรทั้ง ๆ ที่ทรงทราบล่วงหน้าว่าเปโตรจะปฏิเสธพระองค์ถึงสามครั้ง
เวลานั้น การเลือกเปโตรเป็นเรื่องล้ำลึกสุดที่ใครจะเข้าใจหรือหยั่งรู้ได้ แต่มาวันนี้ เราทุกคนก็เห็นว่าพระเจ้าทรงทำให้ทุกสิ่งสำเร็จไปตามหนทางของพระองค์ เราเห็นว่าพระองค์ทรงทำให้คนอย่างเปโตร ซึ่งไม่ได้เป็นคนดีสมบูรณ์แบบ ทำงานให้พระองค์ได้อย่างไร
เราจะเห็นว่าพระองค์ทรงเรียกคนที่ไร้การศึกษาอย่างเปโตรให้มาแสดงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ได้อย่างไร
เราจะเห็นว่าหนทางสุดลึกล้ำของพระองค์ค่อย ๆ เปิดเผยออกมาอย่างไร
พี่น้องครับ เคยไหมที่บางครั้งเราเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งนี้หรือสิ่งนั้นจึงเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ทำไมเราต้องเจ็บป่วย ทำไมสิ่งที่อยากได้กลับไม่ได้ สิ่งที่ไม่อยากได้กลับได้ ถ้าเราเคยประสบกับเหตุการณ์ทำนองนี้ สิ่งที่เราเรียนรู้จากบทอ่านวันนี้ก็คือ พระเจ้าทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ทุกสิ่งล้วนมาจากพระองค์ ในเมื่อพระเจ้าทรงล่วงรู้ทุกสิ่งและทุกสิ่งก็มาจากพระองค์ เราจึงมั่นใจได้ว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราล้วนแล้วแต่เป็นไปเพื่อความดีและเพื่อความก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณของเราแต่ละคนและของพระศาสนจักรส่วนรวมด้วย แม้ว่าขณะที่เกิดเหตุการณ์นั้น เราอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงเกิดขึ้นกับชีวิตของเราก็ตาม
พี่น้องลองมองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อห้าปีหรือสิบปีก่อน ซึ่งตอนนั้นดูเหมือนจะเข้าใจไม่ได้เอาซะเลย มาวันนี้เราอาจจะมองเห็นประโยชน์ด้านจิตใจหรือด้านวิญญาณที่เราได้รับจากเหตุการณ์ในอดีตนั้นก็ได้ ซึ่งก็หมายความว่า แม้หนทางของพระเจ้าดูเหมือนจะลึกล้ำเกินกว่าจะเข้าใจได้เมื่อห้าปีหรือสิบปีก่อน แต่บัดนี้พระองค์ทรงเปิดเผยให้เรามองเห็นและเข้าใจได้แล้ว
หรือพี่น้องอาจไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าจึงโปรดให้เกิดวิกฤติไวรัสที่ทำให้ผู้คนล้มตายมากมายทั่วโลก แต่พระองค์จะทรงเปิดเผยให้เราเข้าใจได้ในที่สุด
เพราะฉะนั้น พี่น้องครับ ตลอดอาทิตย์นี้ ขอให้เราหวนคิดถึงอดีตของเรา รำพึงถึงอดีตของเรา และรำพึงถึงหนทางอันล้ำลึกของพระเจ้าที่ทรงนำเรามาจนถึงวันนี้ เพื่อเราจะได้ตระหนักว่าทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำกับเราก็เพื่อเราจะได้เจริญก้าวหน้าในพระพรของพระองค์ และเมื่อเราได้เข้าถึงความลึกล้ำแห่งพระมรรคาของพระองค์แล้ว เราจะได้ตอบพระเยซูเจ้าเช่นเดียวกับนักบุญเปโตรว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” และจะได้ขอบพระคุณพระองค์ พร้อมกับสรรเสริญพระองค์สำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำแก่เรา ทั้งในระหว่างพิธีบูชาขอบพระคุณวันนี้ และทุก ๆ วันตลอดไป

สารอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯเดือนสิงหาคม ค.ศ.2026
19/08/2026

สารอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
เดือนสิงหาคม ค.ศ.2026

🔖 ประชาสัมพันธ์ : “กิจกรรมดีๆ จากอาสนวิหารอัสสัมชัญ“https://www.facebook.com/share/p/1JHnA3WniT/?mibextid=wwXIfrhttps://...
18/08/2026

🔖 ประชาสัมพันธ์ : “กิจกรรมดีๆ จากอาสนวิหารอัสสัมชัญ“

https://www.facebook.com/share/p/1JHnA3WniT/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/1SQN2qwZ46/?mibextid=wwXIfr

📣 ประชาสัมพันธ์
🚫 แจ้งปิดรับสมัครผู้สนใจเรียนคำสอน
เพื่อเตรียมตัวเป็นคริสตชน

เนื่องการกระบวนการในการเตรียมผู้สนใจเป็นคริสตชนนั้น (RCIA)
ควรมีระยะเวลาในการเตรียมตัวพอสมควร อย่างน้อย 1 ปี
เพื่อรับศีลล้างบาป ในวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2027

ดังนั้น ห้องคำสอนอัสสัมชัญ ณ บางรัก ❤️
ขอปิดรับผู้สนใจเรียนคำสอนในรอบปีนี้
ภายในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2026 นี้

📣 สำหรับผู้ที่สนใจเรียนคำสอน
ยังสามารถมาสมทบได้ในช่วงเวลานี้
เพื่อจะได้มีระยะเวลาในการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม
📍 โดยมาเข้าห้องเรียนคำสอนได้
ในวันอาทิตย์ ตลอดช่วงเดือนสิงหาคมนี้
ณ บ้านพักพระสงฆ์ ห้องประชุม ชั้น 4
⏰ เวลา 10.00-12.00 น.

#คำสอนผู้ใหญ่ปี2026
#ห้องคำสอนอัสสัมชัญ_บางรัก❤️

👋🏻 ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง
📲 https://www.facebook.com/share/1FtXJGimUJ/?mibextid=wwXIfr

: : ประมวลภาพ : : ✝️พิธีบูชาขอบพระคุณ สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ค....
16/08/2026

: : ประมวลภาพ : :
✝️พิธีบูชาขอบพระคุณ สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2026 เวลา 17.00 น. ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพมหานคร
พระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธาน

16/08/2026

พิธีบูชาขอบพระคุณ สมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ค.ศ 2026 เวลา 08.30 น.
ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพมหานคร

ที่อยู่

122/10 อาคารเซนต์โธมัส นนทรี 14 ถ. นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:45
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 08:30 - 11:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สื่อมวลชนคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สื่อมวลชนคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ:

ทางลัด

แชร์