เที่ยววัดอรุณฯ นำคุณสู่วิจักษ์ไทย

เที่ยววัดอรุณฯ นำคุณสู่วิจักษ์ไทย Visiting Wat Arun takes you to Thai appreciate

เพจนี้เป็นเพจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการศึกษา ประจำรายวิชาสื่อการศึกษาการจัดแหล่งเรียนรู้ และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยคณะผู้จัดทำได้จัดตั้งโครงการ "เที่ยววัดอรุณฯนำคุณสู่วิจักษ์ไทย" เพื่อให้ความรู้ประวัติความเป็นมา และข้อมูลสถาปัตยกรรมที่สวยงามของวัดอรุณฯ อีกทั้งเป็นการช่วยทำนุบำรุงศาสนสถานและสถาปัตยกรรมที่งดงามให้สืบต่อไป

ประมวลภาพการทำกิจกรรมเผยแพร่ความรู้โดยใช้สื่อสามมิติ (Pop-up) เกี่ยวกับวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารวันที่ : 19 พฤศจิกาย...
30/11/2016

ประมวลภาพการทำกิจกรรมเผยแพร่ความรู้โดยใช้สื่อสามมิติ (Pop-up) เกี่ยวกับวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
วันที่ : 19 พฤศจิกายน 2558
จัดทำโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ 2 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ

พระเจดีย์ ๔ องค์       ตั้งอยู่ระหว่างพระระเบียงพระอุโบสถด้านใต้กับมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเรียงแป็นแถวตรงจากทิศตะวันออก...
27/11/2016

พระเจดีย์ ๔ องค์
ตั้งอยู่ระหว่างพระระเบียงพระอุโบสถด้านใต้กับมณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเรียงแป็นแถวตรงจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ห่างกันพอสมควร เป็นพระเจดีย์แบบเดียวกัน และมีขนาดเท่ากันทั้งหมด คือ เป็นพระเจดีย์ก่อนด้วยอิฐถือปูนย่อเหลี่ยมไม้ยี่สิบ ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยและกระจกสีต่าง ๆ เป็นลวดลายดอกไม้และลายอื่น ๆ งดงามมาก มีฐานทักษิณสำหรับขึ้นไปเดินรอบองค์พระเจดีย์ ๑ ชั้น มีบันไดขึ้น-ลงทางด้านเหนือ บริเวณพระเจดีย์ติดกับพระระเบียงพระอุโบสถปูด้วยแผ่นกระเบื้องหิน
พระเจดีย์ทั้ง ๔ องค์นี้ สร้างขึ้นเมื่อรัชกาลที่ ๓ คราวปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ต่อมาปฏิสังขรณ์อีกครั้งในรัชกาลที่ ๕ ขณะที่ปฏิสังขรณ์พระปรางค์
สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระราชชนนี พันปีหลวง, สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏฯ ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชเทวี พระราชเทวี และพระอรรคชายาโดยลำดับ ได้ทรงบริจาคเงินองค์ละ ๑,๐๐๐ บาท ทำการปฏิสังขรณ์พระเจดีย์แต่ละองค์

พระประธานในพระอุโบสถ วัดอรุณราชวรารามมีนามว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัช...
26/11/2016

พระประธานในพระอุโบสถ วัดอรุณราชวรารามมีนามว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชทานนามให้ พระประธานองค์นี้เล่าขานกันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงปั้นหุ่นพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง ๓ ศอกคืบหรือ ๑.๗๕ เมตร ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือแท่นไพทีบนฐานชุกชี พระพุทธรูปองค์นี้เดิมยังไม่มีพระนาม เบื้องพระพักตร์มีรูปหล่อพระอัครสาวก ๒ องค์หันหน้าเข้าหาองค์พระประธาน ระหว่างกลางรูปหล่อพระอัครสาวก ๒ องค์นั้น มี พัดยศพระประธาน (พัดแฉกใหญ่) ตั้งอยู่เช่นเดียวกับ ‘พระพุทธเทวปฏิมากร’ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงอัญเชิญ พระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ มาประดิษฐานบรรจุไว้ที่ ‘ผ้าทิพย์’ ซึ่งประดับด้วยลายพระราชลัญจกรเป็นรูปครุฑจับนาค ตรง ใบพัดยศพระประธาน ในบริเวณ พระพุทธอาสน์ ของพระประธานในพระอุโบสถ แล้วถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก”

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงสันนิษฐานเกี่ยวกับ พัดยศพระประธาน ดังกล่าวนี้ไว้ว่า

“นึกได้ว่าในเรื่องพุทธประวัติ มีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นพระเจ้าปเสนทิ ได้ทำพัดงาถวายพระพุทธองค์ สำหรับทรงถือในเวลาประทานพระธรรมเทศนา เรื่องนั้นพวกสร้างพระพุทธรูปได้เอาเป็นคติ ทำพระพุทธรูปปางหนึ่งทรงถือพัด มีมาแต่โบราณ ยกตัวอย่างดังเช่น พระชัยนวรัฐ ที่เจ้าเชียงใหม่ถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เป็นต้น แลยังมีอยู่ในพิพิธภัณฑสถานอีกหลายองค์ แต่ชั้นเก่าทำพัดเป็นรูปกลมหรือรูปไข่ เช่น รูปพัดงาสาน พระชัยของหลวงสร้างประจำรัชกาล ก็คงมาแต่พระปางนั้น เป็นแต่แก้รูปพัดเป็นพัดแฉก คงเป็นแบบพระชัยหลวง มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงสร้างพระชัยประจำรัชกาลที่ ๑ เป็นปางทรงถือพัดแฉก ยังมีคติเนื่องกับพระพุทธรูปปางถือพัดต่อไปอีกอย่างหนึ่ง ที่พระเจ้าแผ่นดินถวายพัดแฉกเป็นพุทธบูชา ตั้งไว้บานฐานชุกชีข้างหน้าพระประธานในพระอารามหลวง เคยเห็นที่วัดอรุณ วัดราชบุรณะ และทำเป็นพัดแฉกขนาดใหญ่ ถวายพระพุทธเทวปฏิมากรวัดพระเชตุพน ยังปรากฏอยู่จนบัดนี้”

พระระเบียงคตพระระเบียง หรือพระวิหารคต  พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามไม่มีกำแพงแก้ว แต่มีพระระเบียงหรือพระวิหารคตแทน หลังคามุ...
26/11/2016

พระระเบียงคต
พระระเบียง หรือพระวิหารคต พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามไม่มีกำแพงแก้ว แต่มีพระระเบียงหรือพระวิหารคตแทน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีเหลืองและสีเขียวใบไม้ มีประตูเข้าออกอยู่กึ่งกลางพระระเบียงทั้ง ๔ ทิศ โดยเฉพาะด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก มีซุ้มจระน้ำเหนือประตู หน้าบันทำเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ ประดับด้วยลายกระหนกลงรักปิดทองงามมาก พระระเบียงนี้ เป็นของที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๒ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงชมเชยว่า "พระระเบียงนี้ มีอยู่ให้ดูได้บริบูรณ์ ทรวงทรงงามกว่าพระระเบียงที่ไหนหมด เป็นศรีแห่งฝีมือในรัชกาลที่ ๒
ควรชมอย่างยิ่ง แต่ลายเขียผนังนั้น เป็นฝีมือในรัชกาลที่ ๓ ทำเพิ่มเติม ลายเขียนที่ผนังที่ทรงกล่าวถึงนั้นเขียวเป็นซุ้มเรือนแก้วลายดอกไม้ใบไม้ มีนกยูงแบบจีนคาบอยู่ตรงกลาง พระพุทธรูปในพระระเบียงทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีรวม ๑๒๐ องค์ เสาพระระเบียงเป็นเสาอิฐถือปูนย่อเหลี่ยม บัวหัวเสาที่รับเชิงชายลงรักปิดทองประดับกระจกทุกต้น ที่ด้านในบานประตูทุกด้าน เป็นภาพสีรูปคนถือหางนกยูง ยืนอยู่เหนือสัตว์ป่าหินมพานต์มีราชสีห์และคชสีห์ เป็นต้น ด้านนอกเป็นลายรดน้ำ
พระระเบียงนี้ได้ปฏิสังขรณ์ครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยเปลี่ยนเป็นกระเบื้องเคลือบใหม่ทั้งหมด ช่อฟ้า ใบระกาและหางหงส์ ตามซุ้มจระนำ ทำใหม่บ้าน ลงรักปิดทองประดับกระจกสวยงาม

เวลาพูดถึงวัดอรุณฯ เนอกจากยักษ์วัดแจ้งแล้ว เพื่อนๆนึกถึงอะไรบ้างคะ คิดไม่ออกใช่ไหมคะ เเท่นแท้นน นั่นคือพระปรางค์นั่นเอง ...
26/11/2016

เวลาพูดถึงวัดอรุณฯ เนอกจากยักษ์วัดแจ้งแล้ว เพื่อนๆนึกถึงอะไรบ้างคะ
คิดไม่ออกใช่ไหมคะ เเท่นแท้นน นั่นคือพระปรางค์นั่นเอง 👆

"พระปรางค์วัดอรุณ"
พระปรางค์องค์นี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชปรารภสร้างพระปรางค์ในวัดอรุณ ซึ่งเดิมสร้างสูง 16 เมตรนั้น ให้สูงขึ้นอีก เพื่อเป็นศรีแก่พระนคร แต่พอทรงกำหนดแผนผังที่จะสร้างใน พ.ศ. 2363 ได้รื้อพระปรางค์องค์เดิม และขุดดินวางรากบ้างแล้ว ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ดำเนินการสร้างพระปรางค์ต่อ และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อ 2 กันยายน พ.ศ. 2385 พอสร้างเสร็จจนถึงยกยอดนภศูล และพระมหามงกุฏไว้บนยอด แต่ไม่ทันจัดงานฉลองก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน ในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้จัดงานฉลองโดยสังเขป ต่อมา พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์พระปรางค์ ถมลานให้สูงขึ้นและทำรั้วเหล็ก โปรดฯ ให้จัดงานฉลองและทรงสถาปนาวัดอรุณราชวราราม ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเองอันดับหนึ่ง โดยเสด็จพระราชดำเนินมาทอดผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหมาตราทางชลมารคเป็นครั้งแรก
องค์ประปรางค์ ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ลักษณะรูปทรงและส่วนประกอบ ของพระปรางค์ สร้างได้ส่วนสัดสวยงาม สูง 81.85 เมตร วัดรอบฐาน 234 เมตร ประกอบด้วยปรางค์เล็กล้อมอยู่ 4 ทิศ และมีพระมณฑปอยู่ทั้ง 4 ทิศ จากยอดพระปรางค์ลงไปหาฐาน มีสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับคือ
- พระมหามงกุฏ
- นภศูล (บางแห่งเรียก "ลำภุขัน")
- พระนารายณ์แบก
- พญาครุฑแบก

เพื่อนๆ คงเคยได้ยินเรื่องยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์มาบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่เอ..ที่มาของยักษ์วัดแจ้งคืออะไรนะ ว่าแล้วเราม...
26/11/2016

เพื่อนๆ คงเคยได้ยินเรื่องยักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์มาบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่เอ..ที่มาของยักษ์วัดแจ้งคืออะไรนะ ว่าแล้วเรามาทำความรู้จักกันเลยดีกว่าค่าา 😉

รูปยักษ์ยืน หน้าประตูซุ้มยอดมงกุฎมียักษ์ยืนอยู่ ๒ ตน มือทั้งสองกุมกระบองยืนอยู่บนแท่นสูงประมาณ ๓ วา ยักษ์ที่ยืนด้านเหนือ (ตัวขาว) คือ สหัสเดชะ ด้านใต้ (ตัวเขียว) คือ ทศกัณฐ์ ปั้นด้วยปูน ประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลวดลายรูปลักษณะและเครื่องแต่งตัว
รูปยักษ์คู่นี้เป็นของทำขึ้นใหม่ ที่ทำไว้เก่าสมัยรัชกาลที่ ๓ นั้น เป็นฝึมือหลวงเทพ (กัน) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าพระยานริศรานุวัดติวงศ์ตรัสว่า “หลวงเทพ..ที่ปั้นยักษ์วัดอรุณฯ คู่ที่พักเสียแล้ว เรียกว่าหลวงเทพกัน มีชื่อเดิมติด” และเรื่องหลวงเทพฯ นั้น จะเป็นหลวงเทพ (กัน) นี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พระองค์นี้ได้ทรงอธิบายถวายสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไว้ว่า “ยักษ์วัดแจ้งนั้นเขาพูดถึงของเดิมว่าเป็นฝีมือหลวงเทพกัน แต่คำว่า กัน นั้น เป็นชื่อตัวแต่เพราะฝีมือแกดีจึงโปรดให้ปั้นไว้ รูปเก่านั้นพังไปเสียแล้ว ที่ยืนอยู่บัดนี้เป็นของใหม่ แต่ใหม่ก่อนท่านเจ้านาค (พระพิมลธรรม “นาค”) ไปอยู่เป็นแน่ เข้าใจว่ายักษ์วัดแจ้งนั้นแหละพาให้เกิดยักษ์ในวัดพระแก้วขึ้น ในที่สุดยักษ์ก็ต้องมี ที่ต้องมีนั้นจ้างเจ๊กทำก็ได้ เพราะราคาค่อยถูกหน่อย นี่ว่าถึงวัดพระแก้ว แต่ยักษ์คู่ใหม่ที่วัดแจ้งนั้นไม่ทราบ เกล้ากระหม่อมเห็นว่า ถ้าหาช่างฝีมือดีปั้นไม่ได้ ไม่ต้องมียักษ์ก็ได้ และว่า “ยักษ์วัดพระแก้วนั้นคงทำขึ้นในรัชกาลที่ ๓ เป็นประเดิม เพราะจำได้ว่าทศกัณฐ์กับสหัสเดชะนั้น เป็นฝีมือหลวงเทพรจนา (กัน) คือมือที่ปั้นยักษ์วัดอรุณ สันนิฐานว่า เพราะเวลานั้นมีช่างฝีมือดี ๆ จึงให้ทำขึ้นไว้”

เวลาเพื่อนๆไปท่องเที่ยวที่วัด เพื่อนๆแต่งกายกันอย่างไรบ้างคะ?วันนี้เราขอนำเสนอ 7 วิธีง่ายๆในการแต่งกายให้เหมาะสมและสำรวม...
26/11/2016

เวลาเพื่อนๆไปท่องเที่ยวที่วัด เพื่อนๆแต่งกายกันอย่างไรบ้างคะ?
วันนี้เราขอนำเสนอ 7 วิธีง่ายๆในการแต่งกายให้เหมาะสมและสำรวมในการไปวัด ดังนี้่ค่ะ
👕👖👗🌂

รู้ไหมเอ่ยว่าการเดินทางไปวัดอรุณฯนั้นง่ายมากกกกกเราจึงขอนำเสนอเส้นการเดินทาง ดังนี้🚢 เรือโดยสาร-จากท่าเรือสาธร นั่งเรือด...
26/11/2016

รู้ไหมเอ่ยว่าการเดินทางไปวัดอรุณฯนั้นง่ายมากกกกก
เราจึงขอนำเสนอเส้นการเดินทาง ดังนี้

🚢 เรือโดยสาร
-จากท่าเรือสาธร นั่งเรือด่วนธงส้ม ลงท่าเตียน ค่าโดยสาร 14 บาท จากนั้นขึ้นเรือข้ามฟากจากท่าเตียนไปท่าวัดอรุณฯ ค่าโดยสาร 3.50 บาท

🚗 รถยนต์
-จากสนามหลวง ใช้ ถนนพระอาทิตย์ และ ถนนพระสุเมรุ ไปทางถนนราชดำเนินกลาง มุ่งไป แขวง วัดบวรนิเวศ ตาม ถนน ราชดำเนินกลาง, ถนน สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ ถนน อรุณอมรินทร์ ไปทาง ซอย วังเดิม 9 จากนั้นขับไปทางถนนวังเดิม

🚍 รถประจำทาง
- จากสนามหลวง ขึ้นรถเมล์สาย 82 ลงยังป้ายโรงเรียนศึกษานารี จากนั้นเดินหรือขึ้นวินมอเตอร์ไซต์ไปยังวัดอรุณราชวราราม

โดยแฟนเพจสามารถไปวัดอรุณฯได้ทุกวัน เพราะว่าวัดอรุณฯเปิดทำการทุกวันนั้นเองค่ะ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
#ไปกันเยอะๆน้าา🙏

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุก ๆ ท่าน (ꉺᗜꉺ)เพจเราอยากจะเชิญทุก ๆ ท่านมาท่องเที่ยวและทำความรู้จักกับวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร สถา...
26/11/2016

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุก ๆ ท่าน (ꉺᗜꉺ)
เพจเราอยากจะเชิญทุก ๆ ท่านมาท่องเที่ยวและทำความรู้จักกับวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางพุทธศาสนา และอยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน อีกทั้งยังเต็มเปี่ยมไปเสน่ห์แม่น้ำเจ้าพระยา โดยทุก ๆ ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ผ่านทางแฟนเพจนี้ได้เลยนะคะ

ที่อยู่

158 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ
Bangkok Yai
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เที่ยววัดอรุณฯ นำคุณสู่วิจักษ์ไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เที่ยววัดอรุณฯ นำคุณสู่วิจักษ์ไทย:

แชร์