วัดเจ้าอาม พระเจ้าตากสินมหาราช กรุงเทพมหานคร

วัดเจ้าอาม พระเจ้าตากสินมหาราช กรุงเทพมหานคร วัดเจ้าอาม พระเจ้าตากสินมหาราช
(241)

เบอร์ สนง 0-2435-0991


วัดเจ้าอาม มีเนื้อที่ตั้งวัด 12 ไร่ หน้าวัดด้านทิศตะวันออก มีถนนบางขุนนนท์ตัดผ่านหน้าวัด ตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่า วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 2322 สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ทรงสร้าง วัดเจ้าอามขึ้น ในท้องที่บ้านลุ่มเชิงเลน เขตชานเมืองธนบุรี เพื่ออุทิศพระราชกุศลให้กับพระสนมอาม หรือเจ้าอาม ซึ่งเป็นพระมเหสี
ต่อมาภายหลังพระองค์ ได้มีพระราชดำริสร้างวัดขึ้น จึงทรงแสวงหาพื้นที่เขตชานเมืองธนบุรี เพื่อทรงสร้างวัดขึ้น และในพระราชพงศาวดาร ยังกล่าวอีกว่าได้ทรงสร้างปรางค์ใหญ่ไว้องค์หนึ่ง เพื่อนำอัฐิของมเหสีอามมาบรรจุไว้เพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์ด้วย
การก่อสร้างวัดเจ้าอามนี้ยังทรงสร้างไม่สมบูรณ์ เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จไปปราบปรามชุมนุมข้าศึกต่างๆ เป็นระยะเวลายาวนานถึง 3 ปี ตลอดจนผู้ที่ก่อความไม่สงบสุขภายในประเทศ เกือบจะไม่มีเวลาเพียงพอ เพราะฉะนั้นการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดเจ้าอาม จึงขาดช่วง ขาดการต่อเนื่องไม่สำเร็จลุล่วงไปดังพระราชหฤทัยที่พระองค์ได้ทรงตั้งปณิธานไว้ การก่อสร้างวัดเจ้าอามนี้ จึงได้ร้างมาเป็นเวลานานปี
ต่อมาในระยะหลังชาวบ้านในระแวกบ้านลุ่มเชิงเลน จึงได้ช่วยกันก่อสร้างขึ้นมาอีก ศิลปวัตถุเดิมของวัดเจ้าอามนี้ เป็นที่น่าเสียดายเพราะสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น ได้ก่อสร้างมาเป็นเวลานานปี ขาดการบูรณปฏิสังขรณ์ จึงได้ชำรุดทรุดโทรมผุพังไปตามสภาพ ทั้งนี้ถาวรวัตถุบางอย่างก็ยังคงมีสภาพเหลืออยู่บ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย วัดเจ้าอามเดิมทีเป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางสวน ทางคมนาคมไม่มีผ่านการสัญจรไปมาลำบาก จึงไม่ค่อยมีผู้ที่รู้จัก พระภิกษุสามเณร ไม่ค่อยมาจำพรรษาอยู่เพราะการสัญจรไปมาลำบาก
ต่อมาจอมพลประภาส จารุเสถียร ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนายการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยท่านผู้หญิงไสว จารุเสถียร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ฝ่ายพลเรือน, ทหารและตำรวจ ได้มีจิตศรัทธานำกลองขนาดใหญ่มาถวายที่วัดเจ้าอาม พร้อมทั้งนำต้นศรีมหาโพธิ์, ต้นสาระ ที่เอกอัครราชทูตแห่งอินเดีย นำมาจากพุทธคยาประเทศอินเดีย มาปลูกที่วัดเจ้าอามนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2512 ซึ่งจอมพลประภาส จารุเสถียร ได้บอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ท่านได้ทรงสร้างวัดเจ้าอามนี้ขึ้น เพื่ออุทิศพระราชกุศลให้กับพระสนมอาม หรือเจ้าอาม
ทั้งนี้ จอมพลประภาส จารุเสถียร ได้มีกุศลจิตศรัทธายิ่งรับเป็นเจ้าภาพบริจาคทรัพย์บูรณปฏิสังขรณ์พระปรางค์ วัดเจ้าอาม ที่ชำรุดทรุดโทรมมาเป็นระยะเวลานานปี ให้มีสภาพที่มั่นคงสวยงามโดยรักษาทรวดทรงของเก่าไว้ทุกประการ ซึ่งเดิมทีมีความประสงค์จะประดับโมเสกสีทองทั้งองค์ที่จะสั่งมาจากประเทศอิ ตาลี่ แต่ทางคณะกรรมการวัดเกรงว่าต่อไปภายหน้า ถ้าเกิดการชำรุดทรุดโทรมขึ้นก็จะยากในการบูรณปฏิสังขรณ์ จึงขอเพียงแต่ทาสีขาวทั้งองค์ ในวันสมโภชพระปรางค์ จอมพลประภาส จารุเสถียร ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่ยอดพระปรางค์ด้วย พร้อมกับมีจิตดำริที่จะรับปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ของวัดที่ชำรุดทรุดโทรม ให้มีสภาพที่สวยงามมั่นคงอีกด้วย ต่อมาภายหลังเหตุการณ์ต่างๆ ทางการเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป การก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์วัดเจ้าอาม ของจอมพลประภาส จารุเสถียร จึงได้ล้มเลิกไป
วัดเจ้าอามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมามาแต่เดิม พร้อมกับการสร้างวัดประมาณ พ.ศ. 2322 ทิศเหนือยาว 118 เมตร ติดกับลำกระโดง และคลองวัดเจ้าอาม ทิศใต้ยาว 114 เมตร ติดกับลำกระโดงและที่ดินของเอกชน ทิศตะวันออกยาว 160 เมตรติดกับถนนบางขุนนนท์ ทิศตะวันตกยาว 212 เมตรติดกับลำกระโดงและที่ดินของเอกชน ที่ธรณีสงฆ์จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 97 ตารางวา โฉนดเลขที่ 146 บริเวณที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มอยู่ในสวนมีคูคลองโดยรอบ ขณะนี้ได้กลายเป็นที่จัดสรรมีหมู่บ้านประชาชนเพิ่มมากขึ้น การคมนาคมมีถนนบางขุนนนท์ ผ่านหน้าวัดทางทิศตะวันออก อาคารเสนาสนะ ประกอบไปด้วยอุโบสถ 1 หลัง วิหาร 1 หลัง ศาลาการเปรียญ 1 หลัง สร้างใน พ.ศ. 2520และกุฏิสงฆ์จำนวน 16 หลัง
มีพระประธานในอุโบสถปางมารวิชัยหน้าตัก 3 ศอกเศษ หล่อด้วยโลหะ เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง, หลวงพ่อโตในวิหารเป็นศิลาแลงปางมารวิชัย หน้าตัก 3 ศอกเศษ, ปรางค์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่สวยยอดซุ้มปรางค์ได้ประดิษฐานพระ พุทธรูปยืนสูงประมาณ 3 ศอกทั้งสี่ทิศ มีพัทธเสมารอบอุโบสถเป็นพัทธเสมาคู่ ซึ่งตามปกติแล้วจะมีเฉพาะพระอารามหลวงเท่านั้น, โคมระย้าและโคมหวดแก้วในอุโบสถแขวนอยู่ที่เพดานก็เป็นของเก่าแก่ฯ
ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 จนถึงปัจจุบันนี้มีพระภิกษุสามเณรที่สอบได้นักธรรม-บาลี เป็นมหาเปรียญจำนวนมาก และมีพระภิกษุที่สามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นชั้นสูงสุดของการศึกษาของคณะสงฆ์ ในสังกัดวัดเจ้าอาม จำนวน 4 รูป คือ
1. พระมหาสามิตร เตชปญฺโญ สอบได้ในปี พ.ศ. 2539
2. พระมหาชินพัฒน์ จกฺกเมธี สอบได้ในปี พ.ศ. 2542
3. พระมหาธนสิทธิ์ สิทฺธิญาโณ สอบได้ในปี พ.ศ. 2544
4. พระมหายุทธนา ขนฺติพโล สอบได้ในปี พ.ศ. 2545
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร และศูนย์สาธารณสุขตั้งอยู่ในที่วัดอีกด้วย
วัดเจ้าอามมีพระภิกษุที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันตามลำดับดังนี้
1.พระอธิการเฉย (ดำรงตำแหน่งอยู่กี่ปีไม่ปรากฏหลักฐาน)
2.พระอธิการเทศ (ดำรงตำแหน่งอยู่กี่ปีไม่ปรากฏหลักฐาน)
3.พระอธิการยัง (ดำรงตำแหน่งอยู่กี่ปีไม่ปรากฏหลักฐาน)
4.พระอธิการไปล่ ดำรงตำแหน่งถึง พ.ศ. 2511
5.พระครูนิวิฐสาธุวัตร (ทองล่ำ ยโสธโร ป.ธ.5) ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 จนถึงปัจจุบัน
วัด เจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ระยะหลังได้เจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด ปัจจุบันทางคมนาคมสะดวกมาก ท่านพระครูนิวิฐสาธุวัตร เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม เจ้าคณะแขวงบางขุนนนท์ พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณร, คณะกรรมการวัดเจ้าอาม ทายกทายิกา และพุทธศาสนิกชน ได้พยายามเร่งพัฒนาวัดเจ้าอาม โดยการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามสภาพขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเทิดทูนพระเกียรติเป็นพระราชอนุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุง ธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ที่พระองค์ได้ทรงสร้างวัดเจ้าอามนี้ขึ้น และเพื่อเป็นการเชิดชูพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบต่อไป.

28/08/2026
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม​ พุทธศักราช​ ๒๕๖๙  ปีนี้เป็นปี “อธิกมาส” (อ่านว่า อะ-ทิ-กะ-มาด หรือ อะ-ทิก-กะ-มาด) มีเดือน ๘ สองหน จึง...
29/07/2026

วันที่ ๒๙ กรกฎาคม​ พุทธศักราช​ ๒๕๖๙ ปีนี้เป็นปี “อธิกมาส” (อ่านว่า อะ-ทิ-กะ-มาด หรือ อะ-ทิก-กะ-มาด) มีเดือน ๘ สองหน จึงเลื่อน วันอาสาฬหบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ หลัง

ความสำคัญของ “วันเพ็ญ เดือน ๘ อาสา​ฬ​หมาส” ที่มีความเกี่ยวข้องกับ “องค์สมเด็จพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ เหตุการณ์”

เหตุการณ์​สำคัญที่เกิดขึ้นในวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ อาสาฬหมาส ๕ เหตุการณ์​ คือ

สำหรับ ๒ เหตุการณ์​ เกี่ยวข้องสมัยเป็น “พระโพธิสัตว์” คือ

๑. เป็นวันที่ “พระโพธิสัตว์เสด็จปฏิสนธิในครรภ์พระนางสิริมหามายา” พระนางสิริ​มหา​มายา​ทรงพระสุบินนิมิตว่า
“มีช้างเผือกใช้งวงชูดอกบัวขาว ลงมาจากภูเขา ร้องเสียงดัง เข้ามาทำประทักษิณสามรอบ แล้วเข้าสู่ “พระครรภ์ทางเบื้องขวา” ของพระนาง”

๒. เป็นวันที่ “เจ้าชายสิทธัตถะ ขณะมีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา เสด็จออกผนวช “มหาภิเนษกรมณ์” ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ทรงครองบาตรและจีวรที่ “ฆฏิการพรหม” ได้นำมาถวาย” แล้วเสด็จลำพังโดยพระองค์เดียว มุ่งพระพักตร์ไปยังแคว้นมคธ ซึ่งเป็นวันเดียวกับ

“วันที่เจ้าชายราหุลประสูติ”

และประเด็น​สำคัญ​ สำหรับ​ ๓ เหตุการณ์​ เกี่ยวข้องสมัยเป็น “พระสัมมาสัมพุทธ​เจ้า” คือ

๓. เป็นวันที่ “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ทรงแสดงปฐมเทศนา คือ

“ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร”

โปรดปัญจวัคคีย์​ ประกอบด้วย โกณฑัญญะ, วัปปะ, ภัททิยะ, มหานามะ และ อัสสชิ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน​ เมืองพาราณสี แคว้นกาสี วันนี้เป็น “วันเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนา” แก่ชาวโลก”

ขณะที่พระพุทธองค์ตรัสแสดงพระปฐมเทศนานี้ “ดวงตาเห็นธรรมได้บังเกิดขึ้นแก่ท่านโกณฑัญญะ” ว่า

“สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล ล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา”

ท่าน “โกณฑัญญะได้สำเร็จโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลคนแรกในสมัยพระโคตมสัมมาสัมพุทธ​เจ้า”

ท่านโกณฑัญญะได้ทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงประทาน “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” เป็น “ภิกษุรูป​แรกในสมัยพระโคตมสัมมาสัมพุทธ​เจ้า”

“พระอัญญาโกณฑัญญะ”
เป็น
“พระสงฆ์อริยสาวกรูป​แรกในสมัยพระโคตมสัมมาสัมพุทธ​เจ้า”

“ ด้วยการที่ “พระพุทธเจ้า” ทรงสามารถ แสดง เปิดเผย ทำให้แจ้ง ซึ่งพระธรรมที่ได้ตรัสรู้ แก่ชาวโลก จึงถือได้ว่า พระองค์ได้ทรงเป็น​

“ สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ” โดยสมบูรณ์

คือ ทรงสำเร็จ “ภารกิจ” แห่งการเป็น “พระพุทธเจ้า” ผู้เป็น “สัมมาสัมพุทธะ” คือ เป็น “พระพุทธเจ้า ผู้สามารถแสดงสิ่งที่ตรัสรู้ ให้ผู้อื่นรู้ตามได้”

ทำให้ในวันนั้นมี “พระรัตนตรัย” ครบองค์สามบริบูรณ์ เป็นครั้งแรกในสมัยพระโคตมสัมมาสัมพุทธ​เจ้า คือ มีทั้ง “พระพุทธเจ้า พระธรรม และ พระสงฆ์ ”

“ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า

“วันพระธรรม” หรือ “วันพระธรรมจักร” อันได้แก่ “วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก” และ

“วันพระสงฆ์” คือ “วันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก” และ จัดว่าเป็น “วันพระรัตนตรัย” ครบสมบูรณ์​อีกด้วย ”

๔. เป็นวันที่ “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์” (อ่านว่า ยะ - มะ - กะ - ปา - ติ - หาน) หรือ การทำปาฏิหาริย์ให้บังเกิดเป็นคู่ ๆ โดยวิธีต่าง ๆ คือ
🔶 มีท่อน้ำและท่อไฟพุ่งมา จากส่วนต่าง ๆ ของพระวรกายสลับกันไป ท่อไฟที่พุ่งออกมานั้นมี “ฉัพพรรณรังสี” คือ “มี ๖ สีสลับกัน เมื่อกระทบกับสายน้ำมีแสงสะท้อนสวยงามมาก”
🔶 ทรงเนรมิตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาอีกพระองค์หนึ่ง ทรงให้พุทธเนรมิตแสดงพระอาการสลับกันกับพระพุทธองค์ เมื่อทรงตั้งปัญหาถาม พระพุทธเนรมิตก็ตรัสวิสัชนาแก้สลับกันไป พุทธบริษัททั้งหลายได้บรรลุโสดาบันเป็นจำนวนมาก ส่วนเหล่าเดียร์ถีย์ไม่สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ได้ จึงพ่ายแพ้ให้กับพระพุทธองค์ บวกกับมณฑปใหญ่ที่ใช้สำหรับแสดงได้ถูกฝนเห็บทำลายหมดไม่เหลือซาก ( ตำนานกล่าวว่า “ท้าวสักกะทรงเสกให้เกิดฝนเห็บตกลงใส่มณฑป” ) จึงพากันหนีไปด้วยความหวาดกลัวใน “พุทธานุภาพ” พร้อมกับเสียงตะโกนไล่สาปแช่งของชาวเมือง

หลังจากทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์​เสร็จแล้ว พระพุทธองค์ได้เสด็จไปจำพรรษาที่ “สวรรค์ชั้นดาวดึงส์” เพื่อไปโปรด “พระพุทธมารดา” ต่อไป

๕. เป็นวันที่ “พระพุทธองค์เสด็จไปจำพรรษาที่ “สวรรค์ชั้นดาวดึงส์” เพื่อไปแสดง “อภิธรรม” โปรด “พระพุทธมารดา” ตลอดพรรษา

“พระพุทธมารดาได้สดับอภิธรรมแล้ว ทรงบรรลุโสดาปัตติผล” ในที่สุด

ส่วนเทพนอกนั้นอีกจำนวนมาก ได้บรรลุมรรคผลตามสมควรแก่อุปนิสัยแห่งตน”

เหตุการณ์​สำคัญ ๕ เหตุการณ์​นี้ มีความสำคัญ​เกี่ยวเนื่องกับ

“องค์สมเด็จ​พระบรมศาสดา​สัมมาสัมพุทธ​เจ้า เกิดขึ้นตรงกับ วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ อาสาฬหมาส”

ดังนั้น “วันอาสาฬหบูชา” มีความสำคัญ คือ :-

๑. เป็นวันแรกที่ “พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา”

๒.​ เป็นวันแรกที่ “พระบรมศาสดาทรงแสดง “พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ประกาศสัจธรรม” อันเป็น “องค์แห่งสัมมาสัมโพธิญาณ”

๓.​ เป็นวันที่ “พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ “พระอัญญาโกณฑัญญะ” ได้รับประทานเอหิภิขุอุปสัมปทาในวันนั้น”

๔. เป็นวันแรกที่ “บังเกิด “พระสังฆรัตนะ” เป็น “พระรัตนตรัย” สมบูรณ์ คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ”

๕. *** เป็นวันที่ “พระพุทธเจ้า” ทรงสามารถ แสดง เปิดเผย ทำให้แจ้ง ซึ่งพระธรรมที่ได้ตรัสรู้แก่ชาวโลก จึงถือได้ว่า พระองค์ได้ทรงเป็น

“ สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ” โดยสมบูรณ์

คือ ทรงสำเร็จ “ภารกิจ” แห่งการเป็น “พระพุทธเจ้า” ผู้เป็น “สัมมาสัมพุทธะ” คือ เป็น “พระพุทธเจ้า ผู้สามารถแสดงสิ่งที่ตรัสรู้ ให้ผู้อื่นรู้ตามได้” ***

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระ...
28/07/2026

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการวัดเจ้าอาม

ประมวลภาพพิธีมอบทุนการศึกษาแด่พระภิกษุสามเณรผู้สอบไล่ได้ เปรียญธรรม 4 -8 ประโยค  และนักธรรมชั้นเอก  และนักเรียนโรงเรียนว...
26/07/2026

ประมวลภาพพิธีมอบทุนการศึกษาแด่พระภิกษุสามเณรผู้สอบไล่ได้ เปรียญธรรม 4 -8 ประโยค และนักธรรมชั้นเอก และนักเรียนโรงเรียนวัดเจ้าอาม วันที่ 23 กรกฎาคม 2569

ที่อยู่

137 วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์
Bangkok Noi
10700

เบอร์โทรศัพท์

+6624350991

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดเจ้าอาม พระเจ้าตากสินมหาราช กรุงเทพมหานครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วัดเจ้าอาม พระเจ้าตากสินมหาราช กรุงเทพมหานคร:

ทางลัด

แชร์