หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด วัดป่าบ้านตาด เลขที่ 309 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี, 41000

https://luangta.com/

วัดป่าบ้านตาด หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
042-214114, 042-214115
เผยแผ่ธรรมะ

 #เสียงความจริงคือเสียงธรรม #ก่อนจังหัน #พระ ๔๒  #ที่ไม่ได้มาฉันเยอะนะ อยู่ข้างใน  #ท่านไม่ฉันท่านก็ไม่ออกมา องค์ใดที่ไม...
25/05/2026

#เสียงความจริงคือเสียงธรรม

#ก่อนจังหัน

#พระ ๔๒ #ที่ไม่ได้มาฉันเยอะนะ อยู่ข้างใน #ท่านไม่ฉันท่านก็ไม่ออกมา องค์ใดที่ไม่ฉันเราให้เป็นสิทธิพิเศษสำหรับท่านจะปฏิบัติต่อตัวเองทางด้านความเพียร คือจิตตภาวนา ถ้าฉันอยู่ก็ได้มารวมกันทำข้อวัตรปฏิบัติรวมกัน เป็นความพร้อมเพรียงกัน ถ้าองค์ไหนไม่ฉันก็แยกตัวออกแล้วไม่ยุ่งกับใคร ชำระซักฟอกจิตใจตลอดเลย สำหรับพระวัดนี้ไม่เคยมีพระมาฉันครบองค์ตั้งแต่สร้างวัดมา ขาดตลอดเวลา พอองค์นี้มาฉัน เอา องค์นั้นหายองค์นี้หายไปเรื่อยๆ อย่างนั้น

#การตะเกียกตะกายอยากเป็นคนดีมีความสุขความเจริญ #ต้องได้ฝึกฝนอบรมตะเกียกตะกาย หนักบ้างเบาบ้าง บางทีหนัก เอา ถึงขั้นจะตาย เอา อย่างนั้นก็มี เพื่อความดีงามสำหรับตน แบบสุกเอาเผากินๆ ใช้ไม่ได้นะ พวกเรานี่พวกสุกเอาเผากิน ไม่มีหลักมีเกณฑ์ในการทำมาหาเลี้ยงชีพ การเสาะแสวงหารายได้รายมี การเก็บการรักษาไม่ค่อยมี มีแต่เลื่อนลอยๆ หาก็หาแบบเลื่อนลอย ได้มาก็เลื่อนลอย เวลาได้มาแล้วเลื่อนลอย การเก็บรักษาจะมีที่ไหน มันก็ต้องเลื่อนลอยเหมือนกันหมด ถ้าเป็นธรรมแล้วมีหลักมีเกณฑ์ ได้มามากน้อยจะแยกสันปันส่วนไปทางไหนๆ ต้องพิจารณาให้เรียบร้อย เรียกว่าผู้ครองชีพด้วยความมีหลักมีเกณฑ์ อยู่ไปกินไปแบบสุกเอาเผากินๆ ใช้ไม่ได้นะมีธรรมเท่านั้นเป็นเครื่องยืนยัน เพื่อความสุขความเจริญและความแน่นหนามั่นคงแก่โลก ถ้ามอบให้กิเลสแล้วแหลกไปหมด ไม่มีใครได้ใครมี ไม่มีใครดีใครเด่น ความสุขความเจริญไม่มี ถ้าไม่มีธรรมเข้าแทรกๆ ถ้ามีธรรมแล้วอยู่ที่ไหนสบายๆ จึงต้องเสาะแสวงหาธรรม อดทนละดี ต้องใช้ความอดความทน เก็บความรู้สึกให้ดี อย่าให้มันออกแปลบปลาบๆ ปากนี้เร็วนะ เก็บความรู้สึกไว้ ใคร่ครวญพิจารณาเรียบร้อยแล้ว คำไหนจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือแก่ผู้ใดก็ตามให้นำคำนั้นออกไป ถ้าไม่เกิดประโยชน์และยังจะเกิดโทษด้วยแล้วเก็บเงียบเลย นั่นเรียกว่าคัดเลือกกิริยาการแสดงออกของตัวเองแต่ละคนๆ

#อย่างพระที่อยู่ด้วยกัน มีหัวใจด้วยกัน มีกิเลสด้วยกัน เวลามาอยู่ด้วยกันแล้วเอาธรรมตีเข้าไปเลย ฟังเสียงธรรมเท่านั้น กิเลสไม่ให้มีอำนาจ เอาธรรมบีบบังคับก็สวยงามออกมา มีความสวยงามออกมาสงบร่มเย็น นี่มาจากชาติชั้นวรรณะไหนเต็มอยู่นี้ มีหลักศาสนธรรมที่เป็นความถูกต้องและเลิศเลอครอบไว้แล้ว ก็ดีงามไปตามขั้นภูมิของตนที่ปฏิบัติได้ ถ้าไม่ปฏิบัติเลยปล่อยให้ดีเองมันก็มีแต่ชื่อละ นายดี นายมี นางสวรรค์เต็มอยู่ในเรือนจำเยอะนะ มันดีแต่ชื่อ สมัยปัจจุบันนี้คนเป็นบ้าชื่อเสียง เราอดหัวเราะไม่ได้ถ้าจะหัวเราะ แต่อดเอาไม่หัวเราะเพราะมันน่าสลดสังเวช ตั้งชื่อตั้งนามนี่ พอถาม นี่ชื่อว่ายังไง ให้เตรียมตัวไปฟังบนจรวดดาวเทียมนะ นี่ชื่อว่ายังไง มันจะไปตอบฟากจรวดดาวเทียม แต่ตัวของคนอยู่ในก้นนรก เป็นอย่างนั้นนะ มันไม่สนใจปฏิบัติตัวเองให้เป็นคนดียิ่งกว่าชื่อกว่านาม ชื่อนามนี่ตั้งหยดย้อยไปเลย อู๊ย สมัยบ้าจริงๆ ลมปากลมแล้งเสกสรรปั้นยอกันมา ความดีไม่สนใจที่จะปฏิบัติเพื่อตัวเอง เสียตรงนี้นะ พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ปฏิบัติเพื่อตัวเอง ไม่ได้ประกาศป้างๆ แบบลมๆ แล้งๆ มีตนมีตัวมีเนื้อมีหนังมีหลักมีเกณฑ์การปฏิบัติตัวเองนี่ก็ประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับวัดนี้มากมายก่ายกองในวันหนึ่งๆ ควรจะได้คติธรรมไปใช้ในบ้านในเรือนของตน จะมีอยู่ครบนี้หมด ความรู้จักประมาณในการเป็นอยู่ปูวายการใช้สอยทุกอย่าง มีอยู่ในวัดนี้หมด เอาไปเป็นคติเครื่องเตือนใจได้ ถ้าไม่สนใจแล้วไปไหนมันก็ไม่ดีแหละ ไปที่ไหนก็ไม่ดี เอาละให้พร

#ก่อนฉันหลวงปู่มั่นท่านเคยเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ท่านเป็นเณร ก่อนจะฉันเอาปั้นข้าวนี่ไปให้เณรที่เรียน ปฏิสงฺขา โยฯ จบแล้วเป่าเสกให้ แล้วส่งต่อไปเรื่อยๆ ท่านพูดเองนะ ท่านพูดท่านไม่ได้หัวเราะ แต่เราผู้ฟังอกจะแตกจวนจะระเบิด จะหัวเราะก็ไม่ได้อีกแหละ ท่านว่าต้องให้เณรหัวหน้าที่รู้ ปฏิสงฺขา เป่าให้ องค์ไหนที่ไม่ได้ก็ต้องให้เณรนั้นเป่าให้เสร็จก่อนจึงค่อยฉัน ก็น่าฟังอยู่นะ ต้องมี ปฏิสงฺขา ก่อน พอมี ปฏิสงฺขา แล้วค่อยฉัน องค์ไหนไม่ได้ ปฏิสงฺขา ก็เป่าให้กัน ยื่นคำข้าวให้กัน นี่ท่านพูดนะ ตั้งแต่สมัยท่านเป็นเณร สมัยโบราณให้เป่าให้ ปฏิสงฺขา แล้วเป่าและยื่นคำข้าวให้ ขบขันดีนะนี่แบบมี ปฏิสงฺขา โยนิโส ปิณฺฑปาตํ ปฏิเสวามิ พิจารณาอาหารการบริโภคเพื่ออะไรๆ มีเหตุมีผลเสร็จ ท่านสอนไว้ เพราะฉะนั้นจึงเอามาใช้ตามกำลังของคนสมัยนั้น ไม่ได้ ปฏิสงฺขา ก็ให้คนอื่นเสกเป่าให้ คนไม่มี ปฏิสงฺขา ก็ขบขันอีกอันหนึ่งเหมือนกัน พวกนี้พวกมี ปฏิสงฺขา พวกเณรเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ ปฏิสงฺขา โยนิโส ปิณฺฑปาตํ ก็มีเณรใหญ่เสกคาถาให้ เอาปั้นข้าวยื่นให้กันเสกให้กัน นี่พ่อแม่ครูจารย์มั่นท่านเล่า เรากลั้นหัวเราะจะตาย ท่านเล่าสบายไอ้เรามันจะตาย ยื่นคำข้าวให้องค์นั้นๆ เสกเป่าไปเรื่อยๆ นี่คนมีคาถา

#พระเณรมีคาถาน่าดูนะ กับคนไม่มีคาถา สุกเอาเผากิน สุกไม่สุกก็ตาม อย่างเฒ่าตันไปหายิงเนื้อ วันนั้นไม่ได้อะไรเลยจนตะวันจะเที่ยงถึงกลับมาถึงทับ ถึงทับแล้วจะตายมันหิวข้าว ทั้งหุงข้าวทั้งได้เห็ดโคนมาก็เผาเห็ดโคน แล้วใส่ปาก มันจะตายมันหิวข้าว เห็ดโคนมันลวกปาก จะคายออกก็เสียดาย ได้แต่ร้องฮ่อๆๆ นี่ไม่มี ปฏิสงฺขา คนไม่มี ปฏิสงฺขา เห็ดโคนมันร้อน มันหิวข้าวจะตาย พอเอาเห็ดโคนใส่ปากมันร้อนมันเผาปากละซิ ก็ร้องฮ่อๆๆ ขบขันดี หวัดเรามันเป็นยังไง อย่างนี้ละคนแก่ มันไม่ได้หายง่ายๆ นะมันเรื้อรัง ธรรมดาหวัดมีปัญหาอะไร อันนี้เป็นปัญหาใหญ่มันไม่หายง่ายๆ ยังไอยังจามอยู่เมื่อคืนนี้ก็ดี อันนี้ไม่มี ปฏิสงฺขา เสกเป่าให้มันหายหวัดอันนี้ เลยยอมจามยอมไอไปเพราะเราไม่มี ปฏิสงฺขา

"เสียงความจริงคือเสียงธรรม"

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

 #ฝึกทรมานจิตใจเรื่องอาหารเป็นสำคัญ #ก่อนจังหัน         #กรรมฐานวัดป่าบ้านตาดไม่ระวังไม่ได้นะ  #กรรมฐานวัดป่าบ้านตาดมีแต...
24/05/2026

#ฝึกทรมานจิตใจเรื่องอาหารเป็นสำคัญ
#ก่อนจังหัน

#กรรมฐานวัดป่าบ้านตาดไม่ระวังไม่ได้นะ #กรรมฐานวัดป่าบ้านตาดมีแต่ท้องระเบิด #แต่ธรรมไม่มีในใจนะ ให้ระวัง อ้าวเป็น อาหารน้อยที่สุดได้ฟิตจิตดี #ถ้าอาหารมากกินแล้วนอนเหมือนหมู เพราะอย่างนั้นจึงเตือน เราผ่านมาหมดแล้ว ไปอยู่ก้อนหิน..บิณฑบาตกับพวกป่าพวกเขา #เขาจะมีอะไรก็มีแต่ข้าวเปล่าๆ #คนอยู่ในป่าในเขา พอได้ข้าวมาแล้วเอาผ้าปูนั่งปูหินดาน ฉันเสร็จแล้วเหลือจากนี้ก็ไปให้พวกกระจ้อนกระแตอยู่ข้างๆ จากนั้นเงียบไปเลยภาวนา นั่น ภาวนานะสำคัญ ถ้าอย่างนี้มันอืดอาดๆ ๆ ปีนขึ้นเขียง การฝึกทรมานจิตใจนี้เรื่องอาหารเป็นสำคัญ ต้องได้ระมัดระวังมากๆ อาหารดีเท่าไรไอ้ลิ้นมันขยับ กิเลสมันขยับ แต่ธรรมะฉุดเอาไว้ ฉุดเอาไว้ ไม่มีการรั้ง ไม่อย่างนั้นตายนักภาวนา ต้องมีเบรกห้ามล้อเสมอ ให้พรละทีนี้นะ

#หลังจังหัน

#โรงพยาบาลแวงน้อย #กราบเรียนนิมนต์หลวงตาท่านไปมอบอาคารและรับผ้าป่าสงเคราะห์โลก วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๔.๐๐ น.) #ต้องได้ปรึกษากับพระเสียก่อนนะ #เราไม่ได้เรื่องจำไม่ได้นะ ไปอะไรๆ จำไม่ได้ทุกวัน มันต้องมีล่ามติดไปด้วย คอยชี้แจงเหตุผลต้นปลาย เราจำไม่ได้เดี๋ยวนี้ เลอะเทอะไปหมดแล้ว เมื่อวานนี้ไปวัดโพธิ เมื่อวานดูไม่ได้พักนะ ไปวัดโพธิมาจนค่ำ ไปที่ไหนมาแล้วก็ไปวัดโพธิเมื่อวาน ที่พูดทั้งหมดเราจำไม่ได้นะพูดทั้งหมดว่ามีงานวันไหนๆ บ้าง จำไม่ได้ มันเลอะขนาดนั้น เทศน์นี้ออกจากนี้ไปเลยๆ จบแล้วหายเลย ที่จะให้จดจำนั้นนี้เอามาเทศน์ ไม่ได้เรื่อง อย่างเรื่องราวที่พูดเหล่านี้จำไม่ได้นะจำไม่ได้

เมื่อวานพูดถึงเรื่องเจ้าอาวาส ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดโยธานิมิต วัดนั้นเป็นวัดเราบวชวัดโยธานิมิต มีแต่พระบวชใหม่ๆ และไม่ได้เรื่อง มองดูแล้วมันไม่ได้เรื่องทันทีเลย มองนี่ปั๊บรู้เลย เพราะอย่างนั้นจึงไปติดต่อทางวัดโพธิให้เป็นเจ้าอาวาส วัดโยธาไม่มีเจ้าอาวาส มีแต่พระอย่างว่าละ มองดูพับก็รู้ทันที เพราะอย่างนั้นจึงต้องไปติดต่อวัดโพธิมาเป็นเจ้าอาวาส เราไม่ไว้ใจพระอยู่ในวัดนะ วันนี้ก็ไม่มีอะไรนะ เอาละให้พร

"ฝึกทรมานจิตใจเรื่องอาหารเป็นสำคัญ"

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

 #หลวงตาพระมหาบัว  #ญาณสัมปันโน  #เทศน์อบรม ณ  #วัดป่าบ้านตาด จ. #อุดรธานี #อุบายวิธีกลืนกินสมบัติในคลังหลวง 24/ 05 /254...
23/05/2026

#หลวงตาพระมหาบัว #ญาณสัมปันโน
#เทศน์อบรม ณ #วัดป่าบ้านตาด จ. #อุดรธานี
#อุบายวิธีกลืนกินสมบัติในคลังหลวง 24/ 05 /2543
#เผยแผ่เป็นธรรมทาน #ห้ามผลิตเพื่อการจำหน่าย
https://youtu.be/BHDtU2IMsfE?si=0TdVrwshs7cEPKVz
#วัดป่าบ้านตาด
#วัดป่าดอยลับงา

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน #เทศน์อบรม ณ #วัดป่าบ้านตาด จ. #อุดรธานี #อุบายวิธีกลืนกินสมบัติในคลังหลวง 24/ 05 /2543 #เผ...

 #ตามสังหารกิเลส #ก่อนจังหัน #ตั้งแต่มาเมื่อวานตั้งแต่บ่ายสามโมงมา  #เหมือนถูกทุบถูกตีหมด กระดูกกระเดี้ยวอะไรนี้ปวดเจ็บข...
23/05/2026

#ตามสังหารกิเลส

#ก่อนจังหัน
#ตั้งแต่มาเมื่อวานตั้งแต่บ่ายสามโมงมา #เหมือนถูกทุบถูกตีหมด กระดูกกระเดี้ยวอะไรนี้ปวดเจ็บขัดหมดตัวเลย ตอนบ่ายสามโมงหนักมาก จากนั้นมากลางคืนออกเดินจงกรมไม่ได้ ขาก้าวไม่ออก ตลอดรุ่งเดินจงกรมไม่ได้เลย มานี่เกือบจะพูดได้ว่าคลานมา แต่ไม่คลาน เดินมา วันนี้ขาจนจะก้าวไม่ออก ไม่ทราบเป็นยังไง ถ้าธรรมดาไม่ฉัน ไม่ลง แต่นี่ยั้วเยี้ยๆ อย่างนั้นแหละทุกข์อะไรทรมานอะไรก็ต้องได้ทนเอา ลำพังเราง่ายนิดเดียว มันเคยง่ายมาแล้ว ง่ายนิดเดียว ไม่สะดวกไม่ฉันเท่านั้นพอ กี่วันก็เคยมาแล้วนี่ ไม่ได้เป็นกังวลกับเรื่องอาหารการกิน นี่ละเรื่องการปฏิบัติธรรม เมื่อจิตใจมุ่งต่อธรรมแล้ว อะไรเล็กน้อยไปหมด อยากอยู่กับธรรม พุ่งๆ เลยขอให้ธรรมสะดวกเท่านั้นพอ นอกนั้นอะไรไม่สำคัญๆ ให้ธรรมสะดวกๆ ผู้มุ่งมั่นต่อธรรมจึงไม่มีอะไรมากีดขวางได้เลย พุ่งๆ ตลอด อยู่กินอะไรๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นอุปสรรคทั้งนั้น เพราะจิตมุ่งต่อธรรม พุ่งๆ ได้มาเห็นอาหารวัดป่าบ้านตาดกับสวนแสงธรรม พิลึกจริงๆ นะ ก็เราเที่ยวทั่วประเทศไทย เห็นหมดแล้ว วัดใหญ่วัดน้อยวัดราษฎร์วัดหลวงเราไปหมดทั่วแดนไทย ไปเที่ยวหมด เวลาสุดท้ายก็มาเจอเอาที่วัดป่าบ้านตาดกับสวนแสงธรรม อาหารพิลึกนะ นอกนั้นไปหมดแล้ว จึงได้เตือนพระ แต่พระท่านก็รู้ของท่านเอง เตือน ใครไม่ระวังเห็นแก่ลิ้นแก่ปากกินแล้วตายนะเราว่า ต้องเอาหนักๆ ซิ กิเลสหนักธรรมะต้องใส่หนักๆ ใครลืมเนื้อลืมตัวตะกละตะกลามตายนะ ว่างั้น เข้ากันได้ใช่ไหมล่ะ ต้องเด็ดๆ ใส่กันละ นี่ภาษาธรรม ทางนั้นหนักทางนี้หนัก ทางนั้นหนักทางนี้เบาไม่ได้ไม่ทันกัน ต้องเอาอย่างหนักเลยเทียว

#พระ ๓๑ องค์ #วันนี้จะประคบยาสักหน่อย ลองดู มันจะไปไม่ได้เลย เมื่อคืนนี้เดินไม่ได้เลยจากนี้ไปนี้ ไม่ทราบเป็นยังไงค่อยหนักเข้าๆ มาหนักเอาเมื่อวานตอนบ่ายสามโมง มาถึงเมื่อคืนนี้เรียกว่าลงเดินไม่ได้เลย นอนแน่ว ตอนเช้าก็ไม่ออก จนจะถึงเวลาถึงออกมา ถ้าธรรมดาแล้วไม่ออกไม่ฉัน แต่นี้ก็ยั้วเยี้ยๆ จำเป็นต้องได้มาเราจะเป็นจะตายก็เป็นเฉพาะสังขารร่างกาย แต่จิตใจเราห่วงเพื่อนฝูง ประชาชน พระเณรที่มาเกี่ยวข้องอยู่มากตลอดเวลาไม่เคยลดละ ความเมตตาสงสาร ความห่วงใย เพราะธรรมนี่เรียกว่าเลิศสุดยอดแล้ว อยากให้เห็นธรรมชาตินั้นที่ว่าสุดยอดๆ ไอ้พวกที่โลกทั้งหลายหมุนเป็นบ้ากันนี่ หมุนกับมูตรกับคูถ พูดให้มันชัดเจน เล่นกับมูตรกับคูถ ปีนป่ายอยู่กับมูตรกับคูถ พลิกไปพลิกมา อันนั้นดีอันนี้ดี พลิกไปไหนก็มีแต่กองมูตรกองคูถทั้งนั้น มันก็ว่าดี หนอนมันเป็นอย่างนั้นเข้าใจไหม ไม่ใช่หนอนดูไม่ได้ พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านไม่ใช่หนอนท่านดูไม่ได้เลย พวกเราพวกหนอนตะกละตะกลามลุกลี้ลุกลนกับพวกมูตรพวกคูถ พูดแล้วสลดสังเวช นี่เขาจะว่าดูถูกนะ พูดนี้เพื่อฉุดให้รู้ตัวต่างหาก เข้าใจไหม อย่าพากันมัวเมาเกินไปมันจะจม ไม่มีหลักมีเกณฑ์..จม บอกงั้นละ ต้องเอาธรรมเป็นเครื่องยึด อะไรยึดไม่ได้ ต้องธรรมเท่านั้นเป็นเครื่องยึด ถ้าไม่มีธรรมจมได้ทั้งนั้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องดึงลงๆ ให้สัตว์ล่มจมด้วยความหลอกลวงต้มตุ๋นของมันที่เราไม่รู้ตัวนั่นแหละ ธรรมจึงต้องกระตุกเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นจะจมได้จริงๆพระเณรอย่าสนใจกับอะไรนะ เรื่องการงานอะไรเราไม่ให้มี การงานในวัดนี้ไม่ให้มีแต่ไหนแต่ไรมา หลักใหญ่อยู่กับจิตตภาวนา การเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา สำรวมระวังตน สติกับตัวติดกันไปเรื่อยๆ นี้คืองานของพระผู้ปฏิบัติเพื่อมรรคผลนิพพานตามทางของศาสดา อย่าเซ่อๆ ซ่าๆ เงอะๆ งะๆ มองเห็นนี้มันรู้แล้วนะ มองดูพระดูเณรมีสติหรือไม่มีสติมันบอกในตัว ต้องเอาหูหนวกตาบอดดูเอาฟังเอาไม่งั้นไม่ได้ นานๆ มาเตือนสักทีหนึ่ง

#เรื่องกิเลสแหลมคมมากนะไม่ใช่เล่นๆ ไม่ใช่ธรรมตามไม่ทัน ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ วัดนี้ผมเปิดโอกาสให้ตลอดมาการประกอบความพากเพียร ไม่เคยลดหย่อนผ่อนผัน ไม่อนุโลมกับใครเรื่องภาวนานี่ อย่างนี้ตลอด หากว่ามีกิจการงานเล็กๆ น้อยๆ อะไรก็มาช่วยกันทำชั่วขณะ ให้รู้ตัวว่านี้ออกพรากจากงานสำคัญไปชั่วขณะๆ พอเสร็จแล้วหมุนกลับเข้ามาๆ ดูตัวภัยคือกิเลสมันอยู่ภายในใจนั่น ภัยไม่อยู่ที่ไหน ให้ดูหัวใจของท่านทั้งหลายเองความคิดความปรุงยุ่งเหยิงวุ่นวายออกจากอวิชชา คลังใหญ่แห่งความวุ่นวาย แห่งกองทุกข์มหันตทุกข์อยู่ที่อวิชชา ออกจากนั้น ไสออกไปๆ ให้คิดให้ปรุงให้อยากรู้อยากเห็น อยากนั้นอยากนี้อยากตลอดเวลา โลกไม่มีความอิ่มพอ โลกกิเลสหาความอิ่มพอไม่ได้ เต็มไปด้วยความอยาก คนมีก็ทุกข์ คนจนก็ทุกข์ ทุกข์ไปด้วยความอยากความหิวโหย ความไม่พอ ต่างคนต่างดีดต่างดิ้น คือกิเลสไม่มีคำว่าพอ ถ้าเรื่องธรรมนี้พอเป็นระยะๆ จนกระทั่งพอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังที่ท่านบำเพ็ญเพียรถึงจุดหมายปลายทางแล้วประกาศป้างออกมาว่า วุสิตํ พฺรหฺมจรยํ กตํ กรณียํ เสร็จแล้วงาน พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว คือการประพฤติพรหมจรรย์ รบกับข้าศึกสงครามคือกิเลสนี้ได้สิ้นสุดลงไปแล้วกิจที่ควรจะทำก็คือการแก้กิเลส ได้แก้แล้ว สิ่งอื่นที่จะทำให้ยิ่งกว่านี้ไม่มี นั่นละพอถึงนี้แล้วปั๊บหายหมด พอ ไม่มีอะไรอีกแล้ว บรมสุขอยู่กับพอหมดเลย มหันตทุกข์อยู่กับความหิวโหย ความไม่พอ นี่ละกิเลสกับธรรมต่างกัน กิเลสไม่พอๆ ตายไปด้วยความไม่พอ โลกทั้งโลกตายไปด้วยความหิวโหยโรยแรงทั้งนั้น ธรรมมีมากภายในใจขนาดไหนๆ แล้วพอๆ ๆ จนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้น พอตลอด นี่ละที่ว่าธรรมเลิศๆ พระพุทธเจ้าจึงทรงท้อพระทัยที่จะสอนสัตว์โลก คือประหนึ่งว่ามันเข้ากันไม่ได้เลย แต่พระองค์ก็จับดึงเข้ามาๆ ด้วยความเมตตาสงสาร เราทั้งหลายให้พากันพิจารณาให้ดีนะ โถ เวลานี้อำนาจของกิเลสมันคลื่นใหญ่มาก มองไปไหนไม่เห็นนะธรรม มีแต่กิเลสทั้งนั้นเต็มบ้านเต็มเมืองเต็มสัตว์เต็มบุคคล ต่างคนต่างส่งเสริม ที่จะต่างคนต่างตัดทอนมันลงทำลายมันนี้ดูไม่ค่อยเห็นมี มีแต่ส่งเสริมโดยเจ้าของไม่รู้ตัวนะ มันหากเป็นธรรมชาติของมันหมุนตัวของมันไปเอง กิเลสพาสัตว์หมุนเพื่อกองทุกข์ทั้งหลายนั้นแหละ แต่ธรรมหมุนออกๆ

#เราจึงเคยพูด #แต่ก่อนก็ไม่เคยเป็น #ในหัวใจไม่เคยมีไม่เคยเป็นมันก็ไม่รู้ ว่ากิเลสทำงานบนหัวใจสัตว์เพื่อผลประโยชน์ของมัน แต่ให้ความทุกข์ความทรมานแก่สัตว์โลกนี้ มันทำงานโดยอัตโนมัติ เราก็ไม่เคยคิดแต่ก่อน คือมันทำของมัน พอตื่นนอน มนุษย์เรานี้ตื่นนอนทำงานแล้ว งานของกิเลสทั้งนั้นๆ คิดปรุงเรื่องนั้นเรื่องนี้ยุ่งเหยิงวุ่นวาย มีแต่งานของกิเลส งานของอรรถของธรรมไม่มี ท่านจึงว่างานกิเลสทำบนหัวใจสัตว์นี้เป็นอัตโนมัติ สัตว์โลกทั่วไปหมดกิเลสทำงานบนหัวใจเป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องบอกมันเป็นของมันเอง อย่างนี้เราก็ไม่เคยคิดแต่ก่อน เพราะไม่เคยรู้เคยเห็นตอนเวลามาภาวนาเข้าไปๆ ตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลานในการภาวนานั้นแหละ ถูไถกันไปๆ นั่งบนภูเขาน้ำตาร่วงสู้กิเลสไม่ได้ เราไม่ลืมนะ หือ มึงเอากูขนาดนี้เทียวหรือ ถึงกูมึงนะ เคียดแค้นมากตั้งสติไม่อยู่เลย ตั้งพับล้มผล็อยๆ หือ มึงเอากูขนาดนี้เทียวหรือ กูตั้งใจมาประกอบความพากเพียร มันความเพียรยังไงอย่างนี้ มันมีแต่เรื่องของกิเลส เอาละยังไงมึงต้องพัง ตัดสินกันลง ให้กูถอยกูไม่ถอย มึงต้องพังวันหนึ่ง เคียดแค้นให้กิเลสเป็นธรรม เคียดแค้นให้สัตว์บุคคลใดก็ตามเป็นกิเลสทั้งนั้น แต่เคียดแค้นให้กิเลสที่เป็นภัยต่อตัวเองนี้เป็นธรรม เพื่อจะแก้จะถอดจะถอนทำลายมันเป็นธรรม จับไว้นะนั่น

#แต่เวลาก้าวเข้าสู่ความเป็นอัตโนมัติมันก็เป็นในหัวใจ เอามาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังโกหกที่ไหนว่ะ เวลาความเพียรกล้าเข้าไปโดยลำดับๆ ทีนี้ความเพียรนี้เป็นอัตโนมัตินะ ฆ่ากิเลสเป็นอัตโนมัติแล้วที่นี่ ไม่ว่าจะยืนจะเดินจะหลับจะนอน เว้นแต่หลับเท่านั้น งานของธรรมตามสังหารกิเลส งานแก้กิเลสเป็นอัตโนมัติตลอดตั้งแต่ตื่นนอนถึงหลับๆ แม้ที่สุดเราฉันจังหันอย่างนี้ เคี้ยวไปจิตไม่ได้อยู่กับอาหารนะ มันอยู่กับกิเลสกับธรรม มันฟัดกันอยู่ลึกๆ นั่งอยู่นี้อะไรๆ มันก็เป็นของมัน นี่ถึงกาลมันทำงานเพื่อความพ้นทุกข์ เป็นอัตโนมัติเพื่อความพ้นทุกข์โดยถ่ายเดียว หมุนติ้วๆ ไม่มีหยุด ความเห็นภัยของกิเลสนี้เต็มหัวใจ และความเห็นคุณที่จะหลุดพ้นไปเสียก็เต็มหัวใจ เมื่อต่างอันต่างเต็มแล้วมันต้องเอากันอย่างหนัก ไม่มีใครหย่อนใครละกิเลสหมอบลงๆ ธรรมะหนักเข้าไปๆ สุดท้ายขาดสะบั้นลงปึ๋ง งานหมดไม่มีเหลือเลย นั่นละพระพุทธเจ้า พระอรหันต์จึงไม่มีงานถอดถอนกิเลส ตั้งแต่วันตรัสรู้ถึงนิพพาน เป็นนิพพานเที่ยงไปเลย นี่เรียกว่าธรรมทำงานโดยอัตโนมัติบนหัวใจของผู้มีความเพียร เหมือนกับกิเลสมันทำงานบนหัวใจสัตว์ อันนี้เราก็ไม่เคยรู้แต่ก่อน เวลามันมาเป็นในหัวใจเจ้าของมันเป็นทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หลับได้นอน บังคับให้หลับ กลางคืนก็บังคับให้หลับ ไม่งั้นมันหมุนของมันตลอด มันดูดมันดื่มที่จะหลุดพ้นจากทุกข์ จนกระทั่งผ่านไปได้ นี่เรียกว่าอัตโนมัติ ท่านว่าเป็นความเพียรอัตโนมัติ หมุน ได้รั้งเอาไว้ รั้งเพื่อหลับเพื่อนอนเพื่อพักผ่อนหย่อนตัว ไม่รั้งไม่ได้มันเลยเถิด มันหนัก

#อันนี้พ่อแม่ครูจารย์ก็เตือนแล้วเราลืมเมื่อไร #เวลาท่านไล่ออกจากสมาธิคือหมูขึ้นเขียง #ไล่ออกวิปัสสนา #วิปัสสนาปัญญามีทำไมไม่เอามาใช้ จะปล่อยให้สมาธิขึ้นอยู่บนเขียงตลอดไปเหรอ นั่นฟังซิ คือนั่งสมาธิ ติดสมาธิอยู่ด้วยความสบายบนเขียงว่างั้นเถอะ จะปล่อยให้สมาธินอนตายอยู่บนเขียงหรือ ปัญญามีทำไมไม่ออกใช้ นั่นเห็นไหมท่านเด็ด ท่านให้เอาปัญญาออกใช้ ท่านไล่ออก บทเวลามันออกมันออกจริงๆ พุ่งๆ สุดท้ายไม่ได้หลับได้นอน กลับมาตำหนิสมาธิความสงบเย็นใจ เอ๊ย มานอนตายอยู่เฉยๆ ไม่ได้แก้กิเลส สมาธิไม่ได้แก้กิเลส ตีกิเลสให้มารวมต่างหากเพื่อตีง่ายฆ่าง่ายเท่านั้นเอง ส่วนฆ่ากิเลสเป็นปัญญาต่างหากทีนี้มันเห็นคุณค่าของปัญญาก็ไปใหญ่เลยที่นี่ ไปจนไม่ได้หลับได้นอน ไปเต็มเหนี่ยวแล้วกลางวันก็ไม่นอน กลางคืนก็ไม่นอน มาหาท่าน นั่นเห็นไหมล่ะ ที่พ่อแม่ครูจารย์ให้ออกทางด้านปัญญา ทีนี้มันออกแล้วนะ ท่านก็ปั๊บเข้ามาเลย ออกยังไงท่านว่า ก็มันไม่ได้นอนทั้งวันทั้งคืน หมุนติ้วๆ นั่นละมันหลงสังขาร นั่นเห็นไหมเรารู้เมื่อไรว่าหลงสังขาร สังขารสมุทัยมันแทรกกับความไม่พอดีไปในนั้น ส่วนสังขารเป็นมรรคเป็นสติปัญญา เป็นสังขารฝ่ายถูกต้อง สังขารที่ไม่รู้จักประมาณเป็นสังขารสมุทัยแทรกในนั้น นั่นละท่านบอกว่ามันหลงสังขาร เราไม่รู้นะ

เวลามันผ่านไปแล้วย้อนมาหมอบกราบท่าน #นี่ละเก่งไหมจอมปราชญ์ เราโง่ขนาดนั้น ท่านรั้งเอาไว้มันยังไม่ยอมรั้ง มันยังจะบืนตาย นั้นละมันหลงสังขาร ท่านว่า นี่ละต้องมีครูมีอาจารย์สอน #เราจึงกราบราบกราบพ่อแม่ครูจารย์มั่น #ไม่มีที่ใดว่าจะผิดเพี้ยนแม้นิดหนึ่ง ไม่มีเลย ใส่เปรี้ยงตรงไหนนั้นถูกต้องๆ จึงอยากให้พระเราภาวนา ให้ได้เห็นความรื่นเริงบันเทิงในสายทางเดินเพื่อความพ้นทุกข์ เดินด้วยความรื่นเริงบันเทิง คือเดินด้วยความเพียรอัตโนมัติ ความเพียรอัตโนมัตินี้รื่นเริงบันเทิงตลอดเวลา มีแต่การก้าวออกเพื่อความพากความเพียรฆ่ากิเลสเป็นลำดับลำดา กิเลสมีมากมีน้อยค่อยหมอบลงๆ ทีนี้ตีเข้าไปๆบางทียังออก เป็นในจิตนะ เหอ มันไม่ใช่เป็นพระอรหันต์น้อยๆ ขึ้นมาแล้วเหรอ คือกิเลสมันหมอบมันว่าง คุ้ยเขี่ยที่ไหนก็ไม่เจอ ที่ว่ามันไม่ใช่เป็นพระอรหันต์น้อยๆ ขึ้นมาแล้วเหรอ นั่นว่าเฉยๆ ไม่ได้สำคัญตนว่าเป็นพระอรหันต์นะ คือมันว่างตอนนั้น เดี๋ยวโผล่ขึ้นมาก็ซัดอีกๆ เอาจนกระทั่งถึงอรหันต์น้อยอรหันต์ใหญ่หายหมด นั่น ทีนี้อัตโนมัติหยุดเองนะ หมด จะฆ่าอะไรข้าศึกตายไปหมดแล้วให้พากันประกอบความพากเพียรพระเรา อย่าไปสนใจกับสิ่งใด โลกอันนี้มีแต่โลกเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ในหัวใจของสัตว์ด้วยกันทั้งนั้นแหละ ดินฟ้าอากาศเขาก็อยู่ของเขา ต้นไม้ภูเขาเขาอยู่ของเขา หัวใจของสัตว์โลกที่เต็มไปด้วยกิเลสนั้นละคือฟืนคือไฟคือส้วมคือถาน มันอยู่ตรงนั้นนะ อย่าไปหาความเลวความร้ายความดีความเด่นที่ไหนนอกจากหัวใจของเราเอง ให้ดูอันนี้นะ พากันจำเอา เอาละให้พร

"ตามสังหารกิเลส"

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙

 #หลวงตาพระมหาบัว  #ญาณสัมปันโน #เทศน์อบรม ณ  #วัดป่าบ้านตาด จ. #อุดรธานี #จิตพระอรหันต์เป็นอย่างนี้ 10 /06 /2543 #เผยแผ...
21/05/2026

#หลวงตาพระมหาบัว #ญาณสัมปันโน
#เทศน์อบรม ณ #วัดป่าบ้านตาด จ. #อุดรธานี
#จิตพระอรหันต์เป็นอย่างนี้ 10 /06 /2543
#เผยแผ่เป็นธรรมทาน #ห้ามผลิตเพื่อการจำหน่าย
https://youtu.be/2x7z06MWXXE?si=-7nYkWZPJ5ZFvmeq
#วัดป่าบ้านตาด
#วัดป่าดอยลับงา

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน #เทศน์อบรม ณ #วัดป่าบ้านตาด จ. #อุดรธานี #จิตพระอรหันต์เป็นอย่างนี้ 10 /06 /2543 #เผยแผ่เป็...

 #หลักใจคือหลักธรรมไม่มี  #เทศน์อบรมหมอ  #เราไม่ได้เป็นหมอแต่ไปอบรมหมอมันอาจเอื้อมมากนะเข้าใจไหม เรื่องไปเทศน์โรงพยาบาลเ...
20/05/2026

#หลักใจคือหลักธรรมไม่มี

#เทศน์อบรมหมอ #เราไม่ได้เป็นหมอแต่ไปอบรมหมอมันอาจเอื้อมมากนะเข้าใจไหม เรื่องไปเทศน์โรงพยาบาลเทศน์อบรมหมอ เทศน์อบรมพยาบาล อบรมอย่างไร #เราก็ไม่เคยเป็นหมอ #ไม่เคยเป็นพยาบาล #แต่เวลาเทศน์นี่เอาไม่เป็นหมอนี่แหละไปเทศน์สอนพวกหมอพวกพยาบาล คือหมอต้องเป็นผู้มีความอดทนมาก แสดงกิริยาอาการยิ้มแย้มแจ่มใสต่อคนไข้เสมอ พวกหมอพวกพยาบาลต้องใช้ความอดทน กิริยามารยาท คนเราเมื่อมันลำบากลำบนวุ่นวายมากต่อมากเพราะคนไข้เข้ามาอาศัยก็ต้องแสดงกิริยาไม่ดีออก สอนหมอให้ทน ต้องอดทนหมอ-พยาบาลต้องอดทนมากทีเดียว เป็นกรณีพิเศษ เพราะคนไข้จะไม่ขาดวรรคขาดตอน มีแต่จะมาพึ่งหมอพึ่งพยาบาล

#หมอกับพยาบาลที่จะออกใช้ยาขนานแรกก็คือมารยาท #ออกต้อนรับคนไข้ #ทั้งหมอทั้งพยาบาลเอามารยาทออกต้อนรับ นี่เป็นยาขนานแรกแหละ ถึงคนไข้ก่อน อย่างนี้ก็ได้สอนเหมือนกันนะสอนหมอ เราไม่ได้เป็นหมอมันน่าหัวเราะไหมล่ะ เวลาสอนสอนอย่างนั้นละสอนหมอ ไม่อย่างนั้นอา น้า น้อง อะไรก็ว่า มารยาทต้องนิ่มนวล เพราะคนไข้เขามาพึ่งหมอ หมอต้องให้ที่พึ่งเต็มที่ด้วยกิริยามารยาทนิ่มนวลอ่อนหวาน ไพเราะเพราะพริ้งเป็นโอสถขนานแรกมาก่อนยา เราว่าอย่างนั้นนะ เมื่อคนไข้ได้รับยาขนานเอกชนิดนี้แล้วโรคภัยไข้เจ็บมันเบาลง เพราะโรคภายในใจมันสงบเย็น สำคัญตรงนั้นละไข้หวัดก็ยังไม่หายนะ ยังเป็นอยู่ ตอนเย็นมาเป็นไข้ ยังไม่หายนะ พอตกเย็นมาจะเป็นไข้ตัวร้อน ประมาณสักหกโมงล่วงไปแล้วละเริ่มเป็นไข้ลึกๆ นะ หวัดคราวนี้รู้สึกว่าหนักมากอยู่ เราเคยเป็นมาเท่าไรตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้กี่ครั้ง ก็ไม่เห็นเป็นภาระอะไร จนกระทั่งพูดไม่ออก แต่หน้าที่การงานทุกสิ่งทุกอย่างไม่บกพร่อง แต่เวลามาเฒ่าแก่นี้เป็นเท่านั้นแหละมันก็หนักมากอยู่นะ เมื่อวานก็ไม่ไปไหนละ ไม่สบายระยะนี้ไม่ไปไหนละ นอนแน่วอยู่กุฏิ ทั้งฝนตกด้วยมันก็เพิ่มเข้าไปอีก
แต่อันนี้เราพูดตามเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ต่างหากนะ นี่ละใจที่ได้รับการอบรมมาเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ อะไรจะแสดงตามอาการของร่างกายส่วนต่างๆแสดงไป แต่จิตไม่หวั่น เป็นอย่างนั้นนะ ไม่เอนไม่เอียง ถ้าจิตไม่มีหลักแล้วเป็นไข้เพียงเล็กน้อยแต่โรคหัวใจหนักมากกว่า ความกังวลทุรนทุรายวุ่นวายไปหมดในหัวใจ ถ้าใจได้รับการอบรมแล้วไม่หวั่น อะไรเป็นก็รู้ อาการของมันเป็นอย่างนั้นๆ แน่ะเป็นอย่างนั้นเสีย

#เวลานี้เราได้ทองคำเข้าสู่คลังหลวงเท่าไรแล้ว ๑๑,๗๑๐ กิโล #ได้มาก #ของเล่นเมื่อไร #ฟังแต่ว่าหมื่นกิโลขึ้นไปมาก #ได้ตั้ง ๑๑,๗๑๐ กิโลได้มาก #มันก็มาเรื่อยๆ #ประการสำคัญก็คือผู้รับบริจาคทานของท่านทั้งหลายนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นที่ตายใจกับผู้บริจาคได้หรือไม่นี่สำคัญอันนี้นะ แต่สำหรับนี้เปิดโล่งไม่มีอะไรเลย เพราะรับด้วยความเมตตาเพื่อจะได้ทำประโยชน์ ไม่รับเพื่อตัวเอง แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี เรารับเพื่อโลกสงสาร ไปที่ไหนก็เพื่อโลกทั้งนั้น เราไม่ได้เพื่อเรามันพอทุกอย่างแล้วในหัวใจนี้ พูดให้ชัดๆ เพราะจวนจะตายแล้วนะ มันไม่มีในหัวใจไม่มีอะไรเลย ขึ้นชื่อว่าสมมุติหมดโดยสิ้นเชิง เหลือแต่ธรรมชาตินอกสมมุติไปเท่านั้น นี่ชำระให้เต็มที่แล้วเป็นอย่างนั้น เรียกว่าเป็นธรรมธาตุในร่างกาย ธรรมธาตุคือจิตที่บริสุทธิ์นั้นละปกครองร่างกายอยู่ ธรรมชาตินั้นเป็นธรรมธาตุเรียบร้อยแล้ว นั่นละจิตที่ได้ฝึกฝนอบรมดีแล้วเป็นอย่างนั้น แต่คำว่าฝึกฝนอบรมจิตใจนี้ไม่มีใครสนใจนะ ถ้าส่งเสริมใจให้มันคึกคะนอง เป็นบ้าไม่รู้จักวัยเจ้าของจนจะตายจะเข้าโรงมันก็ยังไม่รู้นะ เพราะไม่มีธรรม ถ้ามีธรรมก็มีเบรกห้ามล้อก็ไปพอดีพองาม ไม่เตลิดเปิดเปิงธรรมจึงเป็นเบรกสำคัญ เป็นคันเร่งสำคัญ อะไรที่จะเป็นประโยชน์ธรรมเป็นคันเร่งเลย เร่งหน้าที่การงานทุกสิ่งทุกอย่าง ความดิบความดีเร่งเข้าไป นี่เรียกว่าธรรม อะไรไม่ดีเราก็เหยียบเบรกห้ามล้อๆไปเรื่อยๆ อย่างนั้น นี่ท่านเรียกว่าเหตุผล ใครไม่มีเหตุผลเอาแต่ความอยากเป็นประมาณไม่ได้นะ ความอยากมันอยากทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีประมาณความอยาก เหตุผลว่าควรหรือไม่ควร ใส่จับปั๊บเข้าไปไม่ควรก็หักห้ามทันที มันข้ามไปไม่ได้ถ้าผู้ยอมฟังเหตุผล ถ้าไม่ยอมฟังแล้วเตลิดเปิดเปิงจนกระทั่งวันตายไม่มีหลักมีเกณฑ์นะอย่างที่เห็นเขามาเด้นด้านๆ อยู่ในวัดในวาเราพิจารณาหมดนะ ไม่ใช่ไม่พิจารณา พึ่งมาพูดวันนี้เท่านั้น เข้ามาไม่มีหลักเกณฑ์ ไม่มีหลักเกณฑ์เลย เร่ๆ ร่อนๆ ไม่มีอะไรเป็นหลัก หลักใจคือหลักธรรมไม่มี หลักใจก็ไม่มี มีแต่เรื่องของกิเลสตัณหา ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปตามโลก เขาก็หลงเราก็หลง เขาก็ฟุ้งเฟ้อเราก็ฟุ้งเฟ้อ เป็นไปตามกันหมด หาผู้ที่จะยับยั้งซึ่งกันและกันไม่ค่อยมี เพราะไม่มีคนดี คนดีมีน้อย คนเลวมันมีมากต่อมาก ความเลวมันเลยทับความดีให้ล้มเหลวไปหมด เลยไม่มีความดีเป็นที่ยับยั้งช่างตัวได้เลยมนุษย์เรา ทั้งๆที่เมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธนะ แต่มันไม่มีอะไรพกติดเนื้อติดตัวเลยนะ
แม้แต่เข้ามาในวัดนี้ดูมันก็ดูไม่ได้นะ เราไม่ได้ประมาท เราเอาธรรมจับดู เพ่นๆ พ่านๆ มาดูนั้นดูนี้ไป เพลินไป คือจิตไม่มีหลัก ไปที่ไหนก็แบบนั้นละ ถ้าจิตมีหลักไปไหนตั้งตรงแน่วๆ เลย นั่นละจิตมีหลักเป็นอย่างนั้น ถ้าจิตไม่มีหลักเร่ๆร่อนๆ ไขว่คว้าตลอดเวลา หาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้ วันหนึ่งก็เพลินไปตามกิเลสไม่รู้ตัว ตั้งแต่ตื่นนอนถึงหลับวันนี้เราได้เราเสียอะไรไม่ได้คำนึงตัวเองนะ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปตลอดจนกระทั่งวันตายเลยไม่มีอะไรติดตัว มีแต่ความชั่วเต็มตัวแทน เอาล่ะวันนี้พูดเพียงเท่านี้

#หลักใจคือหลักธรรมไม่มี

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

 #การประกาศธรรมสอนโลกเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง #ก่อนจังหัน #วันนี้พระมาฉัน ๓๗ องค์ หลวงตาป่วย  #ทางไหนก็ไหลมาพระก็ดี  #เจต...
19/05/2026

#การประกาศธรรมสอนโลกเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง

#ก่อนจังหัน

#วันนี้พระมาฉัน ๓๗ องค์ หลวงตาป่วย #ทางไหนก็ไหลมาพระก็ดี #เจตนาก็ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ #เพื่อครูบาอาจารย์ เรานี้ถือเป็นเรื่องยุ่งทั้งหมด ที่ว่ายุ่มย่ามๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้เรื่องหยูกเรื่องยาเรื่องอะไร เราถือเป็นเรื่องรำคาญ ไม่พอดีกับความเป็นอยู่ของตัวเองและธาตุขันธ์ เป็นยังไงก็ดูกันอยู่นี้ เรียนอยู่นี้ เรียนจบมาแล้ว ก็มีแต่ดูของเก่าเรียนของเก่า แล้วตื่นเต้นไปหาอะไร เราพูดจริงๆ สมกับที่เราสอนประชาชนทั่วประเทศหรือทั่วโลก เราสอนด้วยความสัตย์ความจริงของธรรมทุกอย่างๆ เวลามาเป็นกับตัวของเราเองก็จริงแบบเดียวกัน ไม่ผิดแปลกต่างกันเลย เราจึงไม่มีอะไรวิตกวิจารณ์กับเรื่องความเป็นความตายของเรา เราหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไร เป็นยังไงก็เยียวยารักษากันไปเท่านั้นละ พอรักษาได้ก็รักษาไป ได้ใช้ไป อันใดรักษาไม่ได้ก็ปล่อยไปๆ ถ้ามันหมดเสียจริงๆ ไม่มีทางรักษาหรือ ก็สลัดทีเดียวปุ๊บเท่านั้นพอ

#ให้เร่งในความพากเพียรนะพระ #วันนี้ก็เดินไปดูทางโน้นแต่เช้า ไปดูตามร้านกระรอกกระแต #รู้สึกว่าเหือดแห้งบกบางมาก #พระเรามันใจจืดเหรอ มันเป็นยังไง #ไปดูตามร้านกระแต #พวกกล้วยพวกอาหารในวัดนี้ก็ดูว่าสมบูรณ์อยู่แล้ว #ควรจะเฉลี่ยเผื่อแผ่ไปหาสัตว์ทั้งหลายที่เขาอาศัยวัดเราพึ่งเรา ควรดูให้ทั่วถึงนะพระเรา ในครั้งพุทธกาลก็มี นั่นละดูไม่รอบ พระพุทธเจ้าท่านรับสั่ง คือพระไปอยู่ทีแรก เทวดาทั้งหลายเขาอยู่ตามต้นไม้ เรียกว่ารุกขเทวดา พอเห็นพระไปเขามีความเคารพลงจากต้นไม้มาอยู่พื้นธรรมดาๆ ไม่ได้สูงกว่าพระทีนี้พระก็ใจใสทางหนึ่ง คือมุ่งต่ออรรถต่อธรรมล้วนๆ แล้วก็ใจดำอีกทางหนึ่ง ไม่เฉลี่ยเผื่อแผ่เมตตาจิตเมตตาธรรมแก่สัตว์ทั้งหลายมีเทวดาเป็นต้นบ้างเลย เขาเกิดความไม่สะดวกไม่สบาย ไม่สมหวังว่างั้นเถอะ เขาก็หาอุบายต่างๆ เช่น กะโหลกหัวผีบ้างมาแสดงในที่เดินจงกรมภาวนาของพระ เดี๋ยวองค์นั้นเจ็บไข้ องค์นี้เจ็บป่วย องค์นั้นเป็นหวัดเป็นไอเรื่อย พระเห็นว่าไม่สะดวก แต่ก่อนก็อยู่ผาสุกเย็นใจ เลยกลับไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์รับสั่งทันทีเลย พวกเธอนี้ใจดำ ส่วนขาวเพื่ออรรถเพื่อธรรมนั้นก็เพื่อธรรม ส่วนโลกก็เป็นโลก มันเฉลี่ยถึงกันอยู่นี่ทำไมไม่เฉลี่ย เมตตาธรรมมีอยู่ทำไมไม่นำมาใช้ เทวดาทั้งหลายเขาเกิดความเดือดร้อน แล้วแสดงอาการต่างๆ ให้พวกเธอทั้งหลายอยู่ไม่เป็นสุขนั่นแหละ ไป กลับไปอีก คราวนี้เจริญเมตตาให้ทั่วถึง ทั้งภายในจิตตัวเอง ทั้งภายนอก ให้ทั่วถึง

#พอกลับไปคราวนี้ต่างองค์ก็แผ่เมตตา #เย็นไปหมดทั้งป่านั้น #เทวดาเลยไม่อยากให้ไปไหน นั่นเห็นไหมล่ะอำนาจแห่งเมตตาธรรม มีแต่ใจเฉพาะธรรมอย่างเดียวๆ ไม่มองดูรอบๆ ด้านมันผิด ไม่ทั่วถึง นั่นละเทวดาทั้งหลายได้รับความสงบร่มเย็นจากเมตตาธรรมของเรา อันนี้อยู่ที่นี่มันก็หยาบๆ นี่นะ กระจ้อน กระแต ก็อยู่เต็มวัดเต็มวา เห็นอยู่ด้วยกันไม่ใช่พระตาบอด อะไรบกพร่องขาดเขิน ซึ่งของมีอยู่ในวัดเรานี้ควรจะถือไปๆ เป็นน้ำใจแก่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เมื่อเช้าเราเดินไปเที่ยวดูตามที่ต่างๆ รู้สึกว่าเบาบางๆ เบาบางไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ของเรามีอยู่ ถ้าของเราไม่มีก็ไม่เป็นไร อันนี้ของก็มีอยู่ แสดงว่าบกบางทางน้ำใจ ใจจืดต่อสัตว์ทั้งหลายไปเที่ยวดูหมดนะเมื่อเช้านี้ ดูที่นั่นที่นี่ เพราะนานๆ เราจะได้ไปดูทีหนึ่ง ส่วนดูกลางคืนเราไปอยู่เรื่อยๆ ไม่มีใครทราบเราแหละ เราไปกลางคืนเราไม่จุดไฟ กลางวันนานๆ เราถึงจะไปทีหนึ่ง กลางคืนเราไปอยู่เรื่อยๆ ไปดูความเคลื่อนไหวของพระ เฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืนเดินจงกรมนั้นแหละ นั่งสมาธิภาวนา จะเดินสอดแทรกไปทุกแห่งทุกหนไม่ให้ใครทราบแหละ ไม่จุดไฟ ไปแบบขโมยทีเดียว นี่ไปอยู่เสมอ แต่สำหรับกลางวันนี้เราไม่ค่อยได้ไป เรื่องของสัตว์จึงไม่ค่อยได้ดูสัตว์อาศัยพวกเรา มีความเมตตาจิตต่อเขา เขาก็ชุ่มเย็น ยั้วเยี้ยๆ น่ารัก นกยูงกับลูกมันยั้วเยี้ยๆ หากิน เราเดินไปเขาเฉยเลยนะเขาไม่สนใจ เจอนกยูงตั้งสิบกว่าตัวเมื่อเช้านี้ อยู่เป็นแห่งๆ เขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาอยู่คนละทิศละทางแห่งละตัวสองตัว เขาอยู่ทั่วๆ ไป เขาไม่สนใจกับเราเลย นั่นก็เพราะเขาตายใจกับธรรม ธรรมอยู่กับพระเขาตายใจ อันนี้มีอาหารอะไรๆ ควรแก่สัตว์ประเภทใดก็ควรจะเอาไปเฉลี่ยกัน อย่างนั้นจึงเรียกว่ารอบคอบ มีเมตตาจิตครอบอยู่ไปไหนก็ชุ่มเย็น

#การประกอบความพากเพียรได้ย้ำแล้วย้ำเล่า เวลานี้ศาสนากำลังจะล่มจม เพราะพวกพระเรานี้แหละจะทำให้ล่มจม ความขี้เกียจขี้คร้าน ความท้อแท้อ่อนแอ ความไม่เอาไหน ลุกลามไปถึงความข้ามเกินธรรมวินัย เท่ากับเหยียบหัวพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นองค์ศาสดาไป ธรรมวินัยนั้นแลคือศาสดาของพวกเราทั้งหลาย พระพุทธเจ้าประทานให้แล้ว ดูก่อน อานนท์ พระธรรมและพระวินัยนั้นแล จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคตเมื่อเราผ่านไปแล้ว ศาสดาคือธรรมคือวินัย ใครไม่มีธรรมมีวินัยก็หมดศาสดา ไม่มีเหลือ ถ้าเป็นพระก็มีแต่หัวโล้นๆ ผ้าเหลืองใครครองก็ได้ หัวโล้นโกนก็ได้ โกนฟาดเข้าถึงกะโหลกศีรษะก็ได้ไม่เห็นมีปัญหาอะไร สำคัญที่การประพฤติปฏิบัติ จิตใจน้อมนึก มีหิริโอตตัปปะประจำตน ให้ระวัง ละอายต่อบาปต่อกรรมอยู่เสมอ อย่าชินชาหน้าด้าน เสียมากเวลานี้เวลานี้พระเรามาสั่งสมแต่ความชินชาหน้าด้าน อันเป็นข้าศึกต่อศาสนาและศาสดาของเรา มองไปที่ไหนเห็นแต่พระหัวโล้นๆ เรานี้เหยียบหัวพระพุทธเจ้าๆ ไป พระพุทธเจ้าคือพระธรรม พระวินัย เหยียบไปเรื่อยๆ แล้วจะเอาความเจริญมาจากไหน ถ้าลงได้ข้ามหัวพระพุทธเจ้า เหยียบหัวพระพุทธเจ้าแล้วไม่มีทางเจริญ ผู้เจริญท่านเดินตามรอยพระพุทธเจ้า ตามเสด็จไปเลย หลักธรรมหลักวินัยนั้นแหละเป็นทางก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพานไม่เป็นอื่นขอให้เดินตามนี้ พระพุทธเจ้านิพพานแล้วหรือไม่นิพพานไม่สำคัญ สำคัญที่นี่คือองค์ศาสดาชี้บอกอยู่ตามหลักธรรมหลักวินัย ชี้แจงตลอดๆ วินัยนั้นคือรั้วกั้นสองฟากทาง ไม่ให้ปีนออกนอกลู่นอกทาง จะตกหลุมตกบ่อตกเหวไปละ ให้อยู่ในกรอบของพระวินัย ส่วนธรรมนั้นก้าวเดิน มีสติธรรม ปัญญาธรรม วิริยธรรม ขันติธรรม มุ่งไปอย่างนั้นเสมอ เรียกว่าเดินตามธรรม ให้พากันตั้งใจ

#อยู่ที่ไหนอย่าเผลอสติ สตินี่สำคัญมาก สตินี่รับรองมรรคผลนิพพานไม่สงสัย ขอให้มีสติเป็นพื้นฐานเถอะ ถ้าสติขาดเท่าไรความเพียรขาดเท่านั้นๆ เดินจงกรมหย็อกๆ แหย็กๆ ไม่มีความหมาย นั่งสมาธิก็เป็นหัวตอถ้าไม่มีสติ ถ้ามีสติอยู่อิริยาบถไหนเป็นความเพียร ถ้าตั้งเนื้อตั้งตัว ถ้ารู้สึกตัว กิเลสเข้าไม่ถึง เวลาสติมีอยู่กิเลสจะไม่เพ่นพ่าน ถ้าสติเผลอเมื่อไรกิเลสเหยียบแหลกๆ จำไว้ให้ดีคำนี้ท่านทั้งหลาย สติเป็นสำคัญมาก ขอให้สติตั้งเป็นพื้นฐาน ใครตั้งสติดีผู้นั้นจะตั้งตัวได้ๆ ตั้งแต่สมถธรรม คือความสงบใจ สติจับลงไปๆ ใครใช้คำบริกรรมได้ให้ติดกับคำบริกรรมนั้นด้วยความไม่ขาดสติ มีสติติดแนบๆ เอาจริงเอาจังเมื่อเอาจริงเอาจังก็เรียกว่าจิตได้รับอารักขา ข้าศึกก็ไม่เข้ามารุกรานได้ง่าย แล้วก็ค่อยเจริญ อารักขาแล้วยังบำรุงรักษาเข้าไปอีก บำรุงรักษาเข้าไปเรื่อยๆ จิตก็มีความเจริญก้าวหน้า เพียงความสงบเท่านั้นชนะหมดแล้วโลกนี้ ยังไม่ถึงขั้นที่ละเอียดกว่านั้นละ จิตดวงใดในโลกอันนี้จะเป็นจิตที่สงบร่มเย็น ไม่มีกิเลสเข้าไปย่ำยีตีแหลกเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ตลอดเวลาไม่มี เอาธรรมพระพุทธเจ้ายันเข้าไปเลย ชนะหมดโลกธาตุนี้ธรรมพระพุทธเจ้า ถ้ามีสติแล้วอบรมจิตใจให้เข้าสู่ความสงบ ความสงบนี้ปราบความฟุ้งซ่านรำคาญวุ่นวายซึ่งเป็นเรื่องก่อทุกข์ทั้งหลายออกเป็นลำดับลำดา แล้วจิตค่อยสงบเข้าเรื่อยๆความสงบหนาแน่นเข้าไปก็เป็นความแน่นหนามั่นคงของใจ เรียกว่าสมาธิ จากสมาธิแล้ว สมาธิได้ขั้นใดภูมิใดก็ตามปัญญาไม่ควรปล่อยวาง ให้จำข้อนี้ให้ดี ถึงกาลเวลาที่จะออกพิจารณาแยกธาตุแยกขันธ์แยกเขาแยกเรา แยกสัตว์แยกบุคคลทั่วแดนโลกธาตุ น้อมเข้ามาสู่ตัวของเรา มันเป็นเสมอกันหมด นี่เรียกว่าปัญญา ออกพิจารณาใคร่ครวญ นี่ละจะบุกเบิกความเฉลียวฉลาดกว้างขวางออกไปๆ ด้วยอำนาจของปัญญา สมาธิเป็นแต่เพียงหินทับหญ้าเท่านั้นเอง พอเอาหินออกหญ้าก็เกิด ส่วนปัญญานี้ถอนรากหญ้าออกหมดเป็นลำดับลำดา ตั้งใจปฏิบัติตามนี้แหละ ตั้งใจเอาจริงเอาจัง

มาปฏิบัติอย่าเลอะๆ เทอะๆ เหล่านี้สลดสังเวชนะ พูดเหมือนจะเป็นการอวดเนื้ออวดตัว ไม่ได้อวด เอาความจริงมาพูดเพราะเห็นจากความจริงมาแล้วๆ มาพูดจะผิดไปที่ไหน จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้บำรุงรักษาจิตใจตนให้เป็นของสง่างามขึ้นมา ถ้าใจดวงนี้สง่าแล้วครอบโลกธาตุเลย ไม่มีอะไรเสมอเหมือนละใจดวงนี้ เวลานี้มันหมอบอยู่ก็เพราะกิเลส พวกมูตรพวกคูถ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง มันเหยียบย่ำทำลายตลอดเวลา ไม่มีใครสนใจรื้อฟื้นจิตอย่างนี้ขึ้นมา พระพุทธเจ้าสอนก็หยั่งลงตรงนี้เลย พุทธศาสนาสอนลงที่จิตตภาวนา เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยจิตตภาวนา พระสาวกทั้งหลายตรัสรู้ด้วยจิตตภาวนาทั้งนั้น กุลบุตรสุดท้ายก็ปฏิบัติตามนั้นมา ก็สำเร็จมรรคผลนิพพานด้วยจิตตภาวนาเรื่อยมาๆ เราจะแหวกแนวไปไหน ไปเกาะที่ไหนให้เลิศเลอยิ่งกว่าการดำเนินของพระพุทธเจ้าไม่มี ต้องเอาตามแบบตามฉบับเราอย่าไปเสียดายความคิดความปรุงเรื่องโลกเรื่องสงสาร คิดเท่าไรไม่มีความอิ่มพอ คิดเท่าไรยิ่งดูดยิ่งดื่ม เป็นบ้าไปตลอดเวลา นี่ละที่ทำโลกให้เดือดร้อนวุ่นวาย ท่านทั้งหลายหาความสุขไปหาที่ไหน ประเทศนั้นเจริญ ประเทศนี้เจริญ มันเจริญตั้งแต่ดินฟ้าอากาศ เจริญตั้งแต่อิฐปูนหินทรายสิ่งก่อสร้างต่างๆ ตึกรามบ้านช่อง เอาเงินมาอวดกัน ไอ้หลังลาย ว่าเจริญ คนนั้นมีเงินมากคนนี้มีเงินมาก ประสาไอ้หลังลายมันก็กระดาษนั่นเอง ไปหลงมันหาอะไร ทำตัวให้ดีจิตใจเป็นเจ้าของของสิ่งทั้งหลาย เมื่อจิตใจรอบตัวแล้วสิ่งเหล่านั้นมาทำลายไม่ได้ แต่เราใช้งานได้ ตามผลตามประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สิ่งของนั้น ถ้าลืมเนื้อลืมตัวเสียสิ่งเหล่านั้นก็มาเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้เรานั่นแหละ จึงต้องเอาจิตใจให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์เป็นสำคัญ พุทธศาสนาแท้ลงอย่างนี้ไม่ไปที่อื่น ลงจิตให้สงบ ยิ่งนักบวชด้วยแล้วหมุนติ้วเข้าสู่จิตเลยทีเดียวไม่ให้ไปทางอื่น แยกทางใด ส่วนฆราวาสญาติโยมก็ปฏิบัติตามกำลังความสามารถของตนๆ สำหรับพระเราแล้วต้องสามารถ ว่างั้นเลย ขึ้น..ต้องสามารถทันทีเลย

#ออกแนวรบแล้วต้องรบ ไม่มีถอย นี่ละทางก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพาน อยู่สดๆ ร้อนๆ อยู่กับหัวใจเรา กิเลสที่ปิดบังก็อยู่กับหัวใจ ธรรมที่บุกเบิกกิเลสออก นั่นก็อยู่ที่หัวใจ เอาธรรมฟื้นธรรมขึ้นมา บุกเบิกกิเลสอยู่บนหัวใจให้มันกระจายหายไป จิตใจจะมีความสงบร่มเย็น สว่างไสวเป็นลำดับลำดาไป จนกระทั่งสว่างไสว เอาสุดท้ายเลยครอบโลกธาตุ ไม่มีสิ่งใดที่จะสว่างไสวครอบโลกธาตุได้เหมือนใจดวงนี้เลย พระอาทิตย์ร้อยดวงสู้ไม่ได้ อันนี้สว่างกว่า นตฺถิ ปญฺญสมา อาภา ท่านแสดงไว้ว่าความสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ปัญญา ปัญญาญาณ ปัญญาออกจากใจที่บริสุทธิ์ มันหลายประเภทนี่นะ ท่านสรุปเอาอย่างนั้นต่างหาก ให้พากันตั้งอกตั้งใจผู้ที่มาวัดมาวาก็ให้มาเพื่อการศึกษา อย่ามาเร่ๆ ร่อนๆ ตื่นข่าว เขาว่าวัดป่าบ้านตาดดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ปรากฏชื่อลือนาม ใครก็อยากมาดูๆ เตร็ดเตร่เร่ร่อน แล้วกิริยาที่มาดูก็เป็นแบบโลกแบบสกปรกนั้นแหละเข้ามาในวัด วัดท่านรักษาความสะอาดอยู่ตลอดเวลา สะอาดทางอรรถทางธรรม ทางหูทางตาดูที่ไหนเป็นความสะอาดไปจากธรรมทั้งนั้น ทีนี้เรามาดูมาดูที่ตาแต่ท่าน เรามันสกปรก ใช้ไม่ได้นะ แต่งเนื้อแต่งตัวนี้ก็จนดูไม่ได้เวลานี้ นี่ควรเอาเอานะเราไม่เว้นใคร สอนคนให้ดี ไม่ดีก็ปัดออกเลยเทียว ไม่มีคำว่าธรรมนี้จะมีส่วนได้ส่วนเสีย ถ้าดุด่าว่ากล่าวเขาจะขาดไปไม่มี...ธรรม สอนคนให้ดี ผิดไปไหน ถ้าดีก็เอาไปเป็นมงคลแก่เขา ไม่ดีก็เป็นความเสียหายแก่เขาต่างหาก ท่านไม่ได้เสียหายอะไร จึงต้องได้เตือนเสมอๆ

#มันมาจุ้นจ้านๆ #จนค่ำจะมืดแล้วยังเพ่นพ่านๆ เข้ามา ถ้าวันใดมาเจอกับเราอย่างนั้น พูดตรงๆ เลยว่า โดนกันแหละ ถ้าเราด้อมๆ ออกมา นึกว่าหมดเวลาแล้วที่แขกคนเข้ามาในวัด ออกมายังจุ้นจ้านๆ ก็ไล่เบี้ยกันละซิ มาเพราะเหตุผลกลไกอะไร ถ้าไม่ได้เรื่องได้ราวไล่เดี๋ยวนั้นเลย ไม่งั้นไม่ได้ คนหยาบต้องใช้เรื่องหยาบ ทุกสิ่งทุกอย่างหยาบต่อหยาบก็ใช้เหมาะสมกัน ถากไม้ที่คดงอมาก ถากหนักมือ แน่ะ ที่เรียบๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องหนักมือ มันเรียบอยู่แล้ว คนที่เรียบๆ ก็มี ดีก็มี คนที่ผาดโผนโจนทะยาน คดๆ งอๆ ก็มี ก็ต้องมีแง่หนักแง่เบาให้สะดุดใจแก่ผู้ฟังบ้างซิ ถ้าตั้งใจมาศึกษาอรรถธรรมจะได้อรรถได้ธรรมไปทุกวันทุกเวลานั่นแหละ ถ้ามาแบบกิเลสตัณหาแห่มามันไม่ได้อะไรละ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยวันนี้ได้พูดถึงเรื่องจิตตภาวนา ให้พระเน้นหนักทางด้านภาวนา งานภายนอกอย่าถือเป็นสำคัญ งานภายในคือจิตใจนี้ต่างหากที่สำคัญมาก เราไม่เคยลดละนะเรื่องงานภายใน มันจ้าอยู่ภายในนี้จะให้ลดละจะให้จืดจางไปไหนล่ะ สิ่งเหล่านั้นมันจ้าที่ไหน ไปทำอะไรมันก็ทำป๊อกๆ แป๊กๆ ไปอย่างนั้นละ ว่าแก้รำคาญ มันเพิ่มความรำคาญ ไม่ได้ทำอยู่ไม่ได้ เพราะจิตใจจ่อเข้าไปหากิเลสตัวเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ในใจไม่ได้ มันตีหงายออกมาๆ ก็ไปทำงานนั้นเพื่อแก้รำคงรำคาญ สำหรับพระเราดูไม่ได้เลยพระกรรมฐานเอา มันพลุ่งที่ตรงไหนตีเข้าไปตรงนั้น ส่วนมากกิเลสตีหงายๆ กำหนดเข้าไปนั้นความคิดความปรุงเป็นฟืนเป็นไฟผลักดันออกมา จิตหงายได้ๆ เอา ซัดลงไปจนกระทั่งความคิดความฟุ้งซ่านรำคาญเป็นฟืนเป็นไฟดับเงียบลงไป นั่นเห็นแล้ว เห็นคุณค่าแล้วเพราะการบังคับด้วยธรรม พากันจำเอานะ ต่างองค์ต่างมาจากทุกทิศทุกทาง ไม่ทราบว่าประเทศไหนเมืองใดต่อเมืองใด มาแล้วก็เอาหลักธรรมหลักวินัยกางลงเป็นอันเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องถามถึงชาติชั้นวรรณะฐานะสูงต่ำหรือประเทศใดๆ ทั้งนั้น เอาธรรมเอาวินัยกางเข้าปั๊บ เป็นพระก็เป็นพระแบบเดียวกัน ปฏิบัติอย่างเดียวกัน เสมอกันไปหมดเลย เหมือนหนึ่งว่าเป็นอวัยวะเดียวกัน ไม่มีคำว่าทะเลาะกัน อวดดีอวดเด่นนั้นคืออวดชั่ว อย่าเอามาอวด อะไรที่ดีให้ยึดเอา อะไรไม่ดีปัดออกๆ พากันจำเอานะ เอาละให้พร

"การประกาศธรรมสอนโลกเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง"

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

ที่อยู่

ถ. ปากทางบ้านดงเค็ง
Ban Tat
41000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด:

แชร์