อยู่ที่บ้านคลองเสียด อำเภอเหนือคลอง เป็นวัดเก่าแก่วันหนึ่งของเมืองกระบี่และของชุมชนที่อยู่บริเวณค่ายปกาสัย มาตั้งแต่สมัยพระปลัดเมืองนครศรีธรรมราช มาตั้งเพนียดจับช้าง เดิมชื่อวัดบ่อพอ เป็นการตั้งชื่อตามสภาพของสิ่งแวดล้อมเดิม ภายในวัดมีบ่อน้ำบ่อหนึ่งอยู่ใกล้กับตอไม้หลุมพอ จึงได้ชื่อว่าวัดบ่อพอ น้ำในบ่อนี้มีอยู่ตลอดปี เพียงพอกับการใช้ของชาวบ้านทุกฤดูกาล วัดนี้ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดธรรมาวุธสรณา
ราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ที่วัดมีพระพุทธรูปหยกขาวศิลปะพม่า มีประวัติเล่าสืบกันมาว่า มีสองสามีภรรยาอยู่ที่บ้านเหนือคลอง เป็นคหบดีมีเรือสำเภา เดินเรือค้าขายระหว่างเมืองกระบี่กับสิงคโปร์ พม่า เป็นสินค้าประเภท วัว ควาย ถ่าน และพืชผลทางเกษตรกรรม ได้ซื้อพระพุทธรูปหยกขาวมาจากพม่าสององค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๙ นิ้วองค์หนึ่ง และ ๓๐ นิ้วอีกองค์หนึ่ง บรรทุกเรือมาขึ้นที่บ้านท่าม่วง ในตัวเมืองกระบี่ แล้วใช้เรือแจวสองลำผูกไม้ขนานกัน บรรทุกพระพุทธรูปมาขึ้นที่ท่ากรวด บ้านเหนือคลอง แล้วขอแรงชาวบ้าน ชักลากพระองค์ใหญ่อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดบ่อพอ ในปีพทธศักราช ๒๕๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า "พระพุทธมหาศิลาปฏิมากร"
ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดท่านุ่น ต่อมาวัดท่านุ่นร้างลง ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดโพธิเลื่อน อำเภอเขาพนม