พญานาคในไทย

พญานาคในไทย เพจรวบรวมข้อมูลตำแหน่งรูปปั้นพญานาค พุทธศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของไทยและอุษาคเนย์

17/07/2020

พวกคุณเคยรักใครมากๆไหมครับ เคยทนุถนอมใครปานแก้วตาดวงใจบ้างไหม เคยไหว้ใครเองจากหัวใจ เคยห่วงใยชนิดที่ว่าถึงตัวจะตายวันนี้ก็ช่าง แค่ขอต่อลมหายใจเค้าได้เพียงไม่กี่วัน ก็คุ้มค่าแล้ว

ยามเมื่อจุดเปลี่ยนเวียนมากะทันหัน หากเค้าต้องจากไปก่อนวัยอันสมควร(ขออภัยไม่ได้แช่งปสก.ตรงของผมเอง) คุณจะจัดงานศพเค้าไม๊ คุณจะยังคงนึกถึงเค้ารึเปล่า จะจดจำเรื่องราวดีๆของเค้า เอาวีดิทัศน์ที่เคยถ่ายด้วยกันไว้มาดูแล้วยิ้มนิดๆปนน้ำตาซึมบ้างไหม แล้วถ้าเลือกได้ คุณจะเอาของที่เค้ารัก รูปถ่ายสวยๆในช่วงเวลาดีๆ ของเค้าไปทิ้งขยะหรือไม่ จะเลือกลอกเนื้อเถือกระดูกเค้าแล้วโยนให้หมากิน แล้วมูฟออนภายในเวลาไม่ถึงเดือน แล้วเรียกเค้าว่า "อีผี" ชั้นไม่นับถือแก แค่เพราะคุณเป็นคนสมัยใหม่ เท่านั้นเองเหรอ

นัยของเรื่องที่แอดมินจะสื่อ ก็คือแอดมินไม่เคยมีปัญหากับพวกเอทิสต์ หรือพวกสัจจะนิยมผสมพุทธเลย แต่คนเหล่านี้กำลังทำพิธีกรรมบูชายัญเช่นเดียวกับลัทธิบูชาเทพ (หรือ"ผี"ในสายตาคนเหล่านี้ ซึ่งจริงๆแล้วผิดไกลไปไม่ถึง เพราะเทพส่วนใหญ่อยู่ภูมิพรหมฯไม่ก็อรูปฯ) แค่เปลี่ยนเป็นเอาเท้าเหยียบหัวพ่อแก่ เอาค้อนมาทุบพระวิศณุบ้าง พระพรหมบ้าง เพื่อบูชายัญลัทธิสัจจะนิยม แล้วอวดอ้างว่าตนนั้นสูงส่ง เรียกว่าผู้เจริญแล้ว บริสุทธิ์สว่างแล้ว หลุดพ้นแล้วซึ่งกรรมดีกรรมชั่ว เพราะได้รับการปกป้องโดย บาเรีย ฉลาดๆที่ชื่อว่า "ไม่นับถือ ไม่ได้รับผลกรรม"

/ไภรพ ผู้เชื่อว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามไหว้ซัมติง

28/06/2020

แอดมินพยายามเรียบเรียงข้อมูลประวัติป่าคำชะโนดกับพ่อปู่ศรีสุทโธมา 3 วัน 3 คืน (อ่านว่า คำ-ชะ-โนด ไม่ใช่ ชา-โหนด) พอดีงานเดือนนี้เคลียร์หมดแล้วเลยมีเวลาเหลือเฟือกว่าจะเปิดรอบใหม่ เลยตั้งใจว่าจะทำให้ลึกและครอบคลุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ด้วยคำชะโนดเป็นที่นิยมประวัติเลยมีกันหมดทุกเพจ และกว่าครึ่งของเพจพวกนั้น ก็เป็นข้อมูลที่ก๊อปปี้เพสต์กันมาแบบงานรีบ ขอแค่แชร์การเข้าถึงไม่ได้อยากให้อะไรกับใครจริงๆซักนิด

โดยบริบทจะวนอยู่ที่ พญานาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่, รวมพิษทั้งสี่เป็น 16, มีสี่ท่าไม้ตาย(ลมหายใจ กัด มอง แตะตัว) 64, เกิดจากสี่แบบ 256, น้ำหรือบก512 กามรูปี-อกามรูปี 1024 ทำไมต้องมีตัวเลขพวกนี้?! ทำไหม? อ่อเพื่อแย่งเอนเกจเม้นต์.. แต่หลายเพจที่ทำการบ้านมาดีจริงๆ จะเริ่มตั้งแต่สมัยพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.7) พศ.2472 ส่วนแอดมินโชคดีเลยหาได้ลึกกว่านั้นหน่อย ใจจริงอยากให้ลึกไปจนถึง โศกนาฏกรรมเวียงหนองหล่ม แต่คงไม่มีใครเกิดทันบันทึกไว้ คงต้องกราบเรียนพญานาคมาเล่าให้ฟัง(อยากเจอจริงจังนะครับ เพื่อนๆเริ่มเจอกันแล้ว ผมเห็นแค่นานๆทีตอนหลับตาเองTvT)

ที่สำคัญต้องมีเรื่อง พ่อปู่ศรีสุทโธผู้เป็นใหญ่แห่งนาคไทยทั้งมวล และท่านยังชอบถือศีลเจริญภาวนา ป่าคำชะโนดเป็นทางเข้าออกหลักในไทย ท่านใจดีมีแต่ให้ หากใครตั้งใจแน่วแน่ขอพรสิ่งที่ดี ก็ล้วนสำเร็จดังประสงค์" บางเพจมีกล่าวถึงตำนานแข่งขันสร้างแม่น้ำสองสาย และที่แน่ๆ คือน้ำโขงเรามีปลาบึกราชินีปลาน้ำจืด เสียดายที่เขื่อนมากมายกำลังฆ่าแม่น้ำโขงทั้งเป็น นึกถึงเพลงข้ามโขงอันลึกซึ้ง ถ้าผองเราสามัคคีกันคงไม่มีใครมาต่อกรได้

ในทางโหราศาสตร์นั้นมีคำกล่าวว่า "ชั่ว 7 ที ดี 7 หน" ถ้าปีทองของพญานาคเริ่มตั้งแต่ย่างสู่ปี 59 เท่ากับเราผู้ศรัทธาในพุทธแลพญานาค จะเหลือเวลาล้ำค่าโอกาสสำเร็จคูณ2 ให้เร่งปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายอีกเพียงแค่ 3 ปีถึงปี 65 เท่านั้น แม้แอดมินจะเพิ่งมาเชื่อพญานาคจริงจังก็ต้นปีนี้ แต่ยังนับว่าดีเพราะข้อมูลสำคัญบางเรื่องก็เพิ่งปรากฏได้ไม่นาน แต่มีสองสิ่งที่สะท้อนใจแอดมินตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ยังลังเลว่าจะโพสต์ดีหรือไม่เหมาะอย่าหาทำ เพราะดูราวสอนหนังสือสังฆราช ไม่ก็มะพร้าวห้าวเด๋วเจอสวน สุดท้ายจึงตัดสินใจโพสต์

เท่าที่แอดทราบ พญานาคองค์สำคัญเช่นพ่อปู่ศรีสุทโธและเจ้าหล้าฯศรีสัตตะ ต่างก็ล้วนสละเวลาอันมีค่าในการปรารภความเพียร เพื่อมาช่วยเหลือพุทธศาสนาและชาวไทยพุทธ โดยพ่อปู่ค่อยๆโน้มน้าวท่านคำตา จนตัดสินใจบวชรอบสองและสร้างวังนาคินทร์ขึ้นมาได้สำเร็จ ท่านเจ้าหล้าเองก็ให้ความรู้และข้อมูลพญานาคมากมายผ่านทางอาจารย์ชานี ข้อมูลพญานาคทั้งหลายที่กระผมอ่านเจอ ส่วนใหญ่ล้วนมีต้นสายมาจากอาจารย์ชานีทั้งสิ้น กราบขอบพระคุณอาจารย์ด้วยหัวใจ

แอดอาจจะสาระแน(รู้ตัวนะ😔) แต่เท่าที่หาข้อมูล ชาวพุทธที่ปรากฎในกูเกิ้ลส่วนใหญ่ บ้างก็ขูดต้นไม้โบราณเพื่อขอหวย มีเพ่งเลขจากงูเอยกบเอย หยดเทียนในขัน ก้านธูปเก่าๆ(แอดก็เคยถูกหวยเพราะก้านธูปหิ้งพระที่บ้าน อ่าวย้อนแย้งขอโทษครับ) ท่านพ่อปู่ยอมเสียสละป่าคำชะโนดศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งขี้อายและงามล้ำค่า เต็มไปด้วยต้นไม้โบราณสูงใหญ่แผ่รากไปทั่ว ให้เราเหยียบย่ำจนเริ่มจะตายลง ท่านก็มิเสียดายเพราะเราคือลูกหลานที่ท่านรัก เพราะฉนั้นเราในฐานะลูกหลานท่านและในฐานะพุทธศาสนิกชน(ที่ไม่เคร่งมาก) ข้าพเจ้าว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่าการขูดเลข หรือบนบานขอหวยนะ เช่นใครอยากมีบ้าน-มีรถ-ไปมัลดีฟ-มีชุดเริศเข้าเซ็ตเป๋าหรูๆ ก็น่าจะเปลี่ยนมาอธิฐานต่อพ่อปู่ว่า "ข้าพเจ้าจะถึงพร้อมด้วยอิทธิบาท4 จะปฏิบัติตนอยู่ในครรลอง จะทำนุบำรุ่งพุทธศาสนา ขอกุศลแห่งการปรารภความเพียรชอบนี้ ขอจงได้สำเร็จสมดังหวังด้วยเถิด" แล้วหลั่งน้ำรดลงไปที่ต้นชะโนดเพื่อเป็นสื่อกลางให้พระแม่ธรณีท่านรับรู้เป็นพยานอีกสำทับนึง(หรือจะพูดแห้งๆก็ได้นะ) เพื่อความหนักแน่นผูกมัดไม่แปรเปลี่ยนไม่งั้นเจ็บหนักไม่รู้ตั้ว /ด้วยแรงแห่งสัตยาธิษฐานต่อหน้าพระแม่ธรณีและพระรัตนตรัย ข้าพเจ้าจะไม่สับสนหนทางเดินอีกต่อไปจนได้พบ แอดไภรพ

21/06/2020

นี่คือเหตุผลความสนใจในพญานาคอันเพี้ยนชวนหัวและแสนจะอ้อมโลกของข้าพเจ้า แต่ขอรับรองด้วยเกียร์ติและศักดิศรีอันเล็กจ้อย ว่าทั้งหมดนี้เป็นความจริงถ้วนทั่วทุกประการ คิดซะว่าอ่านเป็นเรื่องขำขันของคนบ๊องส์คนนึงก็แล้วกัน ด้วยความที่อคติแรง ฟังแต่เจป๊อป ไทยป๊อป ฝรั่งป๊อป มาแต่ไหน แต่อยู่ๆเกิดนิสัยเปลี่ยน หันมาชอบเพลงลูกทุ่งไทบ้านขึ้นมาแบบปุบปับเมื่อมีนาคมเดือนเกิดรอบที่ 41 นี้เอง ทั้งที่ตลอดหลายสิบปีไม่เคยมีซักเพลงที่โดนใจขนาดหยิบใส่เพลย์ลิสต์มาก่อน พอเดี๋ยวนี้กลายเป็นฟังอะไรก็ไม่สุขใจเท่าเสียงเอื้อนซึ้งๆของผบทบ.จักรวาลไทบ้าน เพลงฝรั่งที่เคยชอบกลับเป็นเฉย ที่ยังโดนใจไม่เปลี่ยนก็P.M.C.กับF.Heroสองผู้บ่าวส่านี้แหละ เพลย์ลิสต์เก่าหลบไปขอพื้นที่ให้เพลงม่วนแท่แหน่เด้อ และเพราะความที่พื้นเพย้ำคิดย้ำทำเป็นเจ้าเรือน พอชอบอะไรก็ติดเข้ากูเกิ้ลไว้ก่อน ยิ่งได้ค้นก็ยิ่งอินยิ่งถลำเลยทีนี้

ความชอบเริ่มจากเพลงประกอบหนังดังที่มีชื่อเสียงและมีดีตรงขายความเป้นไทบ้านลูกอีสานของแท้ แล้วค่อยหันมาฟังเพลงของนักร้องเสียงนุ่มซึ้งลุ่มลึกหาตัวจับยากท่านนึง (ที่จริงก็เคยฟังผ่านหูแล้วว่าก็เพราะดีเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่เคยตั้งใจฟังอย่างจริงจังซักที) ฟังไปยิ่งรู้สึกไปเองว่าเพลงนี้มันแฝงอะไรไว้ลึกกว่าเพลงไหน ท่วงทำนองพริดพริ้วสวยงามราวบทกวี มีเล่นคำเล่นภาษาสละสลวยแทรกคำวิเศษณ์ ทั้งเฟ้นคำสลับอักษร ศัพท์เทคนิคเข้มข้นระดับลูกอีสานหลายท่านยังตีความได้หลายมุม 'สิบสิฮ้างซาวสิฮ้าง'(เป็นคำผญาที่ใส่ไว้ได้ครีเอทจนชาวเน็ทผุดตั้งกระทู้ช่วยกันตีความ) 'สะเลเตดอกนี้'(ฉลาดในการใช้ชื่อดอกไม้ชวนพิศวงชั่วครู่ แฝง 'ตำนานขูลูนางอั้ว' นิทานพื้นบ้านเก่าแก่ซ่อนไว้ (ไม่ก็ผมเองมโนเก่งโยงไปเรื่อย ขออำภัย) เพลงนี้จึงเป็นความประทับใจแรก ให้คิดจะหาข้อมูลผู้แต่ง ปรากฎว่าศิลปินแต่งเองร้องเองด้วย!

และเพราะพระพุทธศาสนาท่านสอนว่าอย่าด่วนปลงใจเชื่อ จนกว่าจะได้ใช้ปัญญาพิจารณาโดยแยบคายแล้ว เลยตั้งแง่สงสัยไว้ว่าแต่งเองรึเปล่านะ หรือปรมจารย์ชั้นครูแต่งให้ จึงสืบค้นประวัติที่มาของเพลงนี้ (ผมขอกราบขออภัยจากใจจริง ที่ตอนนั้นรู้สึกสงสัยขึ้นมา เพราะท่านดูหนุ่มเข้มมาดแมนเกินกว่าจะมีสำบัดสำนวนพรรณาละเมียดลื่น แถมความช่างคิดสร้างสรรค์ใส่คำผญาแทรกเอาไว้ในเพลง ราวนักกวีอาวุโสในจินตนาการไม่มีผิด) หลังจากศึกษาประวัติจากข่าวสารเท่าที่โลกออนไลน์จะบันทึกได้ แล้วกลั่นกรองแยกแยะแม้เกร็ดเล็กสีขาวสีดำใดๆก็รวมมาวิเคราะห์ ที่สุดแล้วใจก็น้อมไปทางเชื่อว่าศิลปินท่านนี้คือตัวจริงอันยากแท้หาใครเทียบได้

สิ่งสำคัญที่ชอบและยอมรับ ไม่ใช่เพราะเค้าเป็นคนดีวิเศษเลิศไร้ที่ติ แต่เพราะเค้าเป็นคนธรรมดาเหมือนเราๆ เหมือนเหรียญที่มีสองด้านเป็นสองกษัตริย์ทวิโลหะ ผ่านกาลเวลาและค่ำคืนเหน็บหนาวไร้ดาว จะเหยียบกรวดขูดหนามก้าวผิดก็ต้องก้าว ทั้งพลัดพรากจากพี่สาวที่จดจำยังเฝ้ารอ ล้มมาเป็นสิบๆหน ท้อแท้ก็คงเป็นร้อยๆเรื่อง แต่ท้ายสุดสิ่งที่รอให้มาพบกลับเป็นอรุณรุ่งอันงดงามสว่างจ้ากว่าใคร ดั่งรางวัลของ"หนูซิง"คำคุณพ่อสอนไม่มีผิด เขาบอกก่อนเพลง "ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน" จะดังนั้น "มีผู้ชายสูงสง่าใส่ชุดขาวมาบอกว่า เราเสวยทุกข์ที่ติดตัวมาหมดแล้วนะ ต่อไปก็จะเป็นการมาเสวยสุขแล้ว" ให้ไปถวายตนฝากตัวกับพ่อปู่ที่คำชะโนด มาบอกหลายหนจนสุดท้าย "ก้องห้วยไร่" จึงเล่าให้คุณแม่ฟัง เลยตัดสินใจเดินทางไปซักครั้ง ผลคือชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากคนไม่เชื่อเรื่องแนวนี้มาก่อน ตอนนี้กลายมาเป็นเชื่อแล้วจากใจจริง 'แต่ก็ไม่ได้งมงายนะ'แน่ะมีถ่อมตนด้วยน่ารักจริง😄

ข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน เมื่อก่อนไม่เชื่อเลยเพราะกระแสแอนตี้บั้งไฟพญานาคในเว็บบอร์ด ตอนนี้กลับมาเชื่อหมดใจว่ามีพญานาคผู้ปกป้องพุทธศาสนาจริง ใครไม่เชื่อก็ตามสบาย ลบหลู่ก็ตามใจเค้า อย่าทำลายก็พอสงสารช่างปั้น พญานาคท่านเป็นกึ่งเทวดา(Semidivine)ระดับจาตุมหาราชิกา(Cātummahārājika) ท่านไม่ยี่หระหรอก ไม่เชื่อต้องมาพิศูจน์กันดูซักตั้งนะว่ามีจริงหรือไม่จริง ตำนานว่าพญานาคชอบถือศีลปฏิบัติธรรม ท่านผู้จิตแข็งไม่เชื่อเรื่องงมงายลองมาปฎิบัติวิปัสนาในวัดป่าซัก 7 วันดูดีไหม มากันเยอะๆเน้ออยากเจอ🧘‍♂️🧘‍♀️🐍🐉🐲

08/06/2020

การที่ปัจจุบันสาธุชนหันมาสนใจพญานาคขึ้น ประติมากรรมพญานาคขนาดใหญ่และสวยงาม ผุดขึ้นมาแทบจะทุกจังหวัดอย่างไม่เคยมีมาก่อน สวนกระแสคำเหยียดหยามเผ่าพันธุ์ของผู้ประเสริฐบางท่าน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนาคีฟีเวอร์และตำนานคำชะโนด

จากการที่มีเพื่อนและน้องๆหลายคนเป็นชาวอีสานสมัยใหม่ มีการศึกษาระดับบัณฑิต จึงมีโอกาสคุยเปิดอกจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อนไกล้ตัวทั้งสองคนข้าพเจ้าต่างก็แสดงออกว่า เป็นเรื่องที่งมงายเกินไปสำหรับยุค5G แต่เมื่อถามลึกลงไปแค่ว่า "เชื่อ" หรือ "ไม่เชื่อ" เพื่อนข้าพเจ้าตอบว่า "คนบ้านเราส่วนใหญ่ลึกๆแล้วเชื่อกันทุกคนแหละ" น้องข้าพเจ้าตอบว่า "เป็นความผูกพันธ์ที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือด"

ส่วนตัวข้าพเจ้าคิดว่าเป็นไปตามเหตุปัจจัย พยานาคยุคก่อนๆนั้นเทียบแล้วก็คือตำนานต้นกำเนิดบรรพชนเก่าแก่ผู้ล่วงลับของอุษาคเนย์เราเช่น นางพญาฟูนัน ผาแดงนางไอ่ กำเนิดแม่น้ำโขง จนมาเป็นนาคี ซึ่งพวกเค้าเหล่านั้นยังเป็นผู้ที่รับเอาศาสนาพุทธเข้ามา ดูแลฟูมฟักเป็นอย่างดี คอยปกป้องเทอดไว้ด้วยใจตลอดมา แล้วจึงส่งต่อผ่านลูกสู่หลานมาจนถึงปัจจุบัน

และเพราะแค่ประโยคสั้นๆ เพียง 1 ประโยค ที่ชาวอุษาคเนย์โบราณผู้นับถือพญานาคใส่เป็นรหัสคำสั้นๆแต่แยบคายว่า "ให้เรียกผู้ที่จะบวชว่านาค" ศาสนาพุทธจึงค่อยๆผสานรวมกับวัฒนธรรมดั้งเดิม ต่อยอดเป็นประเพณี "ทำขวัญนาค" "แห่นาค" "บวชนาค" ที่สร้างความผูกพันธ์เป็นสายใยให้กับชุมชน เป็นแรงจูงใจให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมทำสิ่งดีๆด้วยกัน กำเนิดประเพณีที่สวยงามมีเอกลัษณ์ในแต่ละท้องถิ่นแต่ละประเทศในแถบนี้ ส่งผลให้ศานากับชุมชนผูกพันธ์กันจนแข็งแกร่ง ชาวบ้านล้วนรักเคารพและหวงแหน แม้กระทั่งเพลงฮิตในปัจจุบัน ยังพบเจอคำ "ฮีต12คอง14" ที่ได้ยินทีไรก็หวนคิดถึงถิ่นที่จากมา นี่คือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ศาสนาพุทธเถรวาทลงรากแผ่กิ่งแตกใบ อย่างถาวรร่มเย็นในอุษาคเนย์ตราบทุกวันนี้ ในขณะที่พุทธศาสนาเถรวาทในประเทศอื่นต่างก็ค่อยๆล้มหายไปเรื่อยๆยากจะคืนกลับ แม้กระทั่งในอินเดียเองก็ตาม

ขนาดศรีลังกาเองยังเคยขาดแคลนพระสงฆ์ ถึงขนาดต้องส่งทูตมาขอนิมนต์พระสงฆ์จากเมืองไทย เพื่อต่อชีวิตพุทธศาสนาในประเทศเค้าไม่ให้ขาดช่วงสูญไป ข้าพเจ้าคิดว่าหากไม่มีเหตุคือบรรพชนผู้นับถือพญานาคและยังเป็นผู้รับช่วงดูแลปกป้องศาสนาพุทธ ก็ไม่มีผลคือศาสนาพุทธที่เติบโตแข็งแกร่งตกทอดมาถึงลูกหลานในปัจจุบันนี้ การแสดงความเคารพจากใจและไม่หมิ่นหยามตัวแทนปู่ยาตายายหรือผู้มีคุณ นับเป็นคุณธรรมที่คนไทยรู้จักดีถึงสองข้อ ส่วนลักษณะการก้มไหว้ คือยอมก้มหัวให้ฝ่ายตรงข้ามก่อน ยังช่วยขัดเกลาละลายลดความเป็นเราเป็นเขาได้อีกทาง

หากมีผู้ใดบอกว่าศาสนาพุทธห้ามไหว้พญานาคหรือสิ่งใดเลยนอกเหนือจากพระรัตนตรัย ลองบอกไปว่า "ศาสนาพุทธไม่เคยห้ามไหว้หรือบังคับให้ไหว้ แล้วพญานาคก็มีส่วนดีในแง่พุทธศิลป์และสถานที่ท่องเที่ยว ดึงดูดผู้คนสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางด้วย" /ขอน้อมสวัสดี ไภรพ

พญามุจลินท์นาคราช (มุจลินท์คือต้นจิก)  อีกชื่อว่าพระยานาโคบุตรโคดม หรือ พญานาคคู่บารมีของพระพุทธเจ้าโคดม เหตุการณ์พญามุจ...
08/06/2020

พญามุจลินท์นาคราช (มุจลินท์คือต้นจิก) อีกชื่อว่าพระยานาโคบุตรโคดม หรือ พญานาคคู่บารมีของพระพุทธเจ้าโคดม เหตุการณ์พญามุจลินท์แห่งสระโบกขรณี ปกป้องพระพุทธเจ้าจากลมฝน ซึ่งต้นมุจลินท์ในเหตุการณ์อยู่ทิศอาคเนย์ของต้นศรีมหาโพธิ์แห่งการตรัสรู้ อาจอุปมาถึงปณิธานแข็งแกร่งของชาวอุษาคเนย์คือ "อภิบาลบวรพุทธศาสนา"

"สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่ควงไม้มุจลินท์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง เสวยวิมุติสุขด้วยบัลลังก์อันเดียวตลอด ๗ วัน สมัยนั้น อกาลเมฆใหญ่บังเกิดขึ้นแล้ว ฝนตกพรำตลอด ๗ วัน มีลมหนาวประทุษร้าย ครั้งนั้นแล พระยามุจลินท *นาคราช ออกจากที่อยู่ของตน มาวงรอบพระกายของพระผู้มีพระภาคด้วยขนดหาง ๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่เบื้องบนพระเศียรด้วยตั้งใจว่า ความหนาวอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค ความร้อนอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค

ครั้นพอล่วงสัปดาห์นั้นไปพระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากสมาธินั้น ครั้งนั้นพระยามุจลินทนาคราชทราบว่าอากาศโปร่ง ปราศจากเมฆแล้วจึงคลายขนดหางจากพระกายพระผู้มีพระภาค นิมิตเพศของตนยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคประนมอัญชลีนมัสการพระผู้มีพระภาคอยู่ ฯ ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

"วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดี มีธรรมอันสดับแล้ว พิจารณาเห็นอยู่ความไม่เบียดเบียน คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก ความเป็นผู้มีราคะไปปราศแล้ว คือ ความก้าวล่วงซึ่งกามทั้งหลายเสียได้ เป็นสุขในโลก ความนำซึ่งอัสมิมานะเสียได้ นี้แลเป็นสุขอย่างยิ่ง ฯ" /พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗

-ภาพแรก พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ (พระมหาธีรราชเจ้า)
-ภาพที่สอง สระมุจลินท์ สระมังคละน้ำเที่ยงหมัน(ภาษามคธ) สระเก่าแก่สมัยล้านช้าง วัดพระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย
-ภาพที่สาม พระพุทธมุจจลินท์รักษ์ธนทวี งานประกอบ 9 ชิ้น อาจารย์ธานี ชินชูศักดิ์ออกแบบ ท่านBigSiristoreจัดทำ
-ภาพที่สี่ พระพุทธเหนือทุกข์และสุข อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ นิทรรศการศิลปะ “รากศิลปะไทยจากศตวรรษสู่ศตวรรษ” ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ

อนึ่ง พระพุทธรูปปางนาคปรกมีสองแบบคือ แบบอิงตามมุจลินทสูตร กับแบบพญานาคบัลลังก์ นับเป็นพุทธศิลป์ที่งามแปลกตาผสานความงามสง่ากับน่าเคารพยำเกรงรวมเป็นหนึ่ง

พญาศรีสัตตนาคราช(นาคาธิบดีศรีสัตตนาคบาดาลวิสุทธิเทวา) เป็นผู้ปกครองฝั่งลาว มีเจ็ดเศียรชอบจำศีลใฝ่จิตภาวนา บ้างเรียกขานกั...
07/06/2020

พญาศรีสัตตนาคราช(นาคาธิบดีศรีสัตตนาคบาดาลวิสุทธิเทวา) เป็นผู้ปกครองฝั่งลาว มีเจ็ดเศียรชอบจำศีลใฝ่จิตภาวนา บ้างเรียกขานกันด้วยนาม "เจ้าหล้าฯ" ประดิษฐานริมฝั่งโขงเมืองนครพนม สำนักงานป่าไม้ถนนสุนทรวิจิตร องค์ท่านและพญานาคทั้งหลายล้วนเจริญจาคานุสสติเป็นที่มั่น ทั้งสายแร่ทองหรือเมืองเพชรล้วนฝังซ่อนใต้บาดาลนครลึกสุดหล้า ท่านจึงถึงพร้อมซึ่งโภคะ อันพึงสละให้ลูกหลานทุกผู้อย่างสมควรแก่เหตุ โดยถือเอาเมตตาพรหมวิหารธรรมเป็นสรณะ

*ประวัติของท่านเจ้าหล้าฯตามตำนานอุรังคธาตุ(อุรังคนิทาน) อันเป็นแม่บทเรื่องราวเล่าความของพระธาตุและพระบาท แต่เมืองล้านช้างสุดสองฝั่งโขง บันทึกว่า
-
พระโคดมเสด็จณ.ดอยนันทกังฮี ซึ่งเป็นเขตุพำนักนันทยักษ์มาก่อนหน้า แล้วปรากฎพญานาคเจ็ดเศียรศรีสัตตะ บังคมทูลพระศาสดาขอทรงประทับซึ่งรอยพระพุทธบาทไว้ ทรงก้ำซ้ายประทับรอยตามคำขอแล้วดำเนินจากไป จึงทรงอธิษฐานจิตสร้างรอยเกิบบาททับหงอน(เปรียบดังหงอนศรีสัตตนาค) ศิริรวมเป็นสองรอยค่อยแย้มพระโอษฐ์ พุทธอุปัฎฐากอานนท์เถระจึงทักถาม ทรงพุทธทำนายว่าบริเวณนี้จะเป็นนคราศรีสัตตนาค หรือคือเมืองศรีสัตตนาคนหุตฯ ลาวเวียงจันทร์*

โดยชาวอุษาคเนย์เราเชื่อกันว่า พญานาคนั้นคือเหล่าวีรชนผู้ล่วงลับแต่บรรพกาล ปรากฎร่างเป็นงูใหญ่สง่างาม หรืออาจจำแลงเป็นมนุษย์มาให้เห็น ก็ล้วนไม่ต่าง เห็นเพียงตาหาควรยึดว่าความจริง นาคานาคีทุกท่านล้วนรักหวงแหนบวรพุทธศาสนา จึงปวารณาตนบริบารปกปักพุทธสถาน คอยคุ้มภัยให้พรเหล่าเชื้อสายสาธุชน เปรียบดั่งสะพานบุญเก่าแก่รุ่นปู่ย่า ควรค่าแล้วที่ลูกหลานจะผูกพันน้อมเคารพ

อนึ่ง บางแห่งลือว่า ท่านเป็นเชื้อสายพญามุจลินท์นาคราช(พญาโกญจา) เพราะมี 7 เศียรเหมือนกัน โดยพญามุจลินท์นาคราชนั้น อีกนามคือพญานาโคบุตรโคดม (ส่วนชื่อมุจลินท์สันนิษฐานคือต้นจิกอันพระผู้มีพระภาคประทับ 7 วัน 7 คืนท่ามกลางลมฝน โดยพญานาโคบุตรโคดมขดล้อมพระวรกายของพระพุทธเจ้าไว้ 7 รอบ ทั้งยังแผ่พังพานใหญ่ป้องปกเหนือพระเศียรเป็นอย่างดี) ส่วนเรื่องเชื้อสายวงศ์วานกระผมมิกล้ายืนยัน /ด้วยจิตคารวะ ไภรพ

06/06/2020

"ยุทธวิธีจักเปลี่ยนไปได้ร้อยแปด พันเก้า... แต่ชัยชำนะเป็นหนึ่ง"

“ยุทธวิธีในชีวิตเจ้า จักทำเยี่ยงใดก็ย่อมได้ วิธีการยากหรือง่ายจักใช้กิ่งไม้เขียนลงบนผืนทรายกันลืมก็สุดแท้แต่เจ้า...
แต่...เป้าหมายอันเป็นเส้นชัยนั้น สำคัญมากมายนัก
เจ้าจักหาสิ่วอันแข็งแรงที่สุดเท่าที่เจ้าจักหาได้
ตอกสลัก........สักเป้าหมายไว้ในหินผา...
อย่าให้มันลบเลือนจนกว่าจะสำเร็จ...สัมฤทธิ์ผล.”

คำคมเจ้าหล้าฯ
เรียบเรียงโดยอ.ชานี @ phayanaga.com

04/06/2020

“เทวา นะ อิสสันติ ปุริสะมะรักกะมันสะ
แปลว่าคนที่พากเพียรไม่หยุด...แม้เทวดาก็กีดกันไม่ได้...

แต่พวกเจ้าก็ต้องไม่ลืมไปข้อหนึ่งว่า...

"มหิจินตา มะยาโภคา..."
แปลว่า...โภคาทรัพย์ มิใช่มีมาด้วยเพียงแค่คิดเอา...”

“ ความปรารถนา..เป็นเพียง ความรู้สึกที่......ว่างเปล่าไร้พลัง

มีแต่ความอยาก...ไม่ลงมือทำอะไรเลยสักอย่างจะรอให้เงินใบละพันเป็นปึก ๆ ตกลงมาจากฟากฟ้าหล่นใส่หัวเจ้านั้นอย่าหวัง…!!! ชนารันรัตน์ (ชานี)ไม่เคยสนับสนุนให้พนักงานในร้านซื้อหวย มักจะบอกเสมอ ว่างานคือเงิน...เงินคืองานบันดาลสุข จ้าวหล้าฯ(เสียงประหลาดที่มาบอกมาสอน ชนารันรัตน์)มักจะสอนว่า "ชานีเอ๋ย...! การกล่าวอ้างถึงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์นั้นมันเกิด ประโยชน์อันใดกับมนุษย์บ้าง นอกจาก เสียงเล่าลือฮือฮากันพักเดียวแล้วเรื่องก็เงียบ

พอเกิดเรื่องอภินิหารเอาไปตีเป็นตัวเลขถูกหวย งวดสองงวดสามงวด...พองวดที่สี่ไม่ถูก....มันก็หาว่าไม่แม่น ไม่ขลัง ไม่ศักดิ์สิทธิ์ก่นด่าดูถูก แม้กระทั่งองค์เทพไท้ฯเปรียบเหมือนข้าเอาปลาปู หอย กุ้ง ไปให้พวกมัน ง่าย ๆ ซึ่งจะให้ตลอดไปก็ไม่ได้เพราะข้าก็ต้องทำการทำงานอย่างอื่นของข้าบ้าง พอข้าวางมือไม่หาไปให้พวกมันมันก็หาว่าข้าไม่ดูไม่แล เจ้าคิดดูชานี...ข้าเอาข้าวปลาอาหารไปให้มัน ๒๙ วันพอวันที่ ๓๐ ข้าติดธุระไม่เอาไปให้มัน มันก็ก่นด่าข้า แล้วจะสำนึกบุญคุณ ๒๙ วันของข้าหามีไม่...เพราะมันตู่เอาว่าเป็นความผิดของข้าทีละเลยหน้าที่ไม่ดูแลมัน ปล่อยให้มันรอคอยข้างอย่างเดียว จนไม่คิดทำอะไรพอข้าไม่หาให้ มันก็ไม่ได้...ไม่มี...โกรธข้า อีก...

จะดีกว่าใหม? ถ้าหากไม่ใส่ใจในกฤษดาภินิหารใดๆ ละเว้นเสียซึ่ง อจินไตย เพราะอจินไตย คือเรื่องที่ไม่สมควรพูด สมควรคิด แม้ว่าจะอดพูดอดคิดไม่ได้ก็ตาม แต่อย่าไปยึดมั่น ถือมั่น พยายามลืม อจินไตย อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เสียบ้าง แล้วหันมาหาความจริง แทนที่จะให้ปูปลา อาหารมันง่ายๆ ข้าก็จะบอกสอนวิธีให้มันหากันเอง อย่างมงายจนเกินไป ถ้ามันอยากได้ ปู ปลา อาหารก็สอนให้มันสร้างเบ็ดเพื่อตกปลา สานแห ถักอวนสร้างเครื่องมือเพื่อหาอาหารพึ่งพาตัวมันเองได้ สอนมันบอกมันให้มันเชื่อมั่นในตัวของมันเอง ทำความดีเข้าแลกอยากได้อะไรก็ขอปู่พญานาคราช เพราะทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง ขุดขึ้นมาจากบ้านท่านทั้งนั้น แม้แต่ต้นไม่ใบหญ้าทุกต้นก็เกิดมาจากดิน จึงเอามาทำเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ หรืออย่างอื่นๆ ได้

องค์ปู่พญานาคราช-นาคิณีจะประทานทุกอย่างตามแต่ลูกหลานจะร้องขอ เพราะโอปปะปาติกะเทพนาคราชทุกพระองค์ ท่านอยู่ในปางทานบารมีอยู่แล้ว พร้อมที่จะเมตตาประทานพร แก่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามที่อธิฐานจิตขอใน สิ่งที่ดีงาม ไม่เบียดเบียน เบียดบังผู้อื่นให้ได้รับทุกข์ แต่ผู้ที่ได้รับพรจากพระองค์ท่านจะต้องตอบแทนกลับคืนท่านด้วยการทำความดีนั่นแหละประเสริฐที่สุด การร้องขอ หรือการอธิฐานจิตขอจากองค์จ้าวปู่-จ้าวย่าพญานาคราช-นาคิณีนั้น ไม่มีคำว่ามากหรือน้อย เพราะช้างก็กินเท่ากับช้างต้องกินหนูก็ต้องกินเท่าที่หนูต้องกิน มโนคติของแต่ละตัวตนย่อมไม่เสมอกัน แต่จะต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลของมันผู้นั้น และต้องลงแรงตามไปด้วย

ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ โดยไม่มีการจ่ายสิ่งตอบแทนกลับคืน พวกเจ้าผู้อธิฐานจิตขอ ต้องเป็นทัพหน้าบุกตะลุยไปก่อน แล้วก็จงมั่นใจว่าเจ้าไม่ได้ต่อสู้อยู่ตามลำพังผู้เดียว เจ้ามีทัพหลวงอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีพลังมหาศาลคอยหนุนหลังให้เจ้าได้พักพิง พึ่งพา ถ้าหากเจ้าเพียงพล้ำ...จงเชื่อในผลของการตอบแทนที่ว่า เจ้าทำอย่างไร...เจ้าจะได้รับผลตอบแทนเช่นนั้น จำไว้ว่า.."

ความสนใจ...กับการมุ่งมั่นยืนกราน... นั้นต่างกันมากมายนัก...!!!”

ธรรมะจากเจ้าหล้า
เรียบเรียงโดยอาจารย์ชานี @ phayanaga.com

บทนำ-------ด้วยความสงสัยว่าทำไมสมัยนี้คนถึงได้นิยมไปไหว้พระวัดที่พญานาคดังๆกันเยอะจัง พอค้นกูเกิ้ลจึงรู้เป็นเพราะ"นาคีฟี...
03/06/2020

บทนำ
-------
ด้วยความสงสัยว่าทำไมสมัยนี้คนถึงได้นิยมไปไหว้พระวัดที่พญานาคดังๆกันเยอะจัง พอค้นกูเกิ้ลจึงรู้เป็นเพราะ"นาคีฟีเวอร์"นี่เอง ก็ยังคงสงสัยต่อ แล้วการบูชาพญานาคล่ะมีมานานหรือแค่เพิ่งมาเห่อ จนได้พบอีกว่าพญานาคนั้น ผูกพันธ์กับท้องถิ่นเรามานานเนิ่นนานเกือบ2000ปีเลยทีเดียว ครั้นเมื่อจุดที่เรายืนอยู่นี้ยังมิใช่สยาม หากเรียกขานนามว่าอาณาจักรฟูนัน(Funan)

ย้อนไปราว1900ปีก่อน ตำนานเริ่มขึ้นเมื่อพราหมณ์เกาณฑิณยะพุ่งหอกไป เฟ้นหาสถานที่อุดมสมบูรณ์เหมาะในการสร้างราชธานีใหม่ และณ.ที่หอกตกนี้เอง เขาจึงได้พบกับ"โสมา"บุตรีแห่งเจ้านาคาผู้ครองนครมาแต่เดิม เป็นจุดเริ่มต้นของรัฐฟูนันอันยิ่งใหญ่ในกาลถัดไป

นับเป็นตำนานความรักของมนุษย์กับพญานาคยุคเริ่มแรก ข้ามผ่านกาลเวลาผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น บ่มฟักจนเป็นผาแดงนางไอ่แห่งหนองหาน จารลงใบลานสู่หนังสือก้อม-หนังสือผูกรุ่นปู่รุ่นย่า ขับลำนำ ลำกลอนลำ เว้าคำผญา แล้วผลิดอกออกผลมาเป็นนาคี โศกนาฏกรรมรักที่แหกกฎฟ้า แนบคติว่าโทสะกล้าเปรียบดั่งพิษร้าย พบ-พราก รัก-แค้น ล้วนแทรกใส่ได้ละมุนตาดูงดงาม

ด้านสถานที่ถ่ายทำยิ่งน่าทึ่ง บางแห่งแม้ยิ่งใหญ่เข้มขรึม แต่แปลกที่บางครั้งเหมือนใจนั้นเรียกหา ปราสาทหินพนมรุ้ง ถ้ำพุหวาย ปราสาทเมืองสิงห์ น้ำตกเอราวัณ ชื่นชมผู้จัดที่เลือกเปิดเรื่องและปิดฉากลง ด้วยบทสวดบูชาท้าวศรีสุทโธนาคราช ที่หลายท่านบอกฟังแล้วเย็นเยือกแต่คุ้นหูอย่างประหลาด เป็นการร้อยหลายตำนานพญานาคในสยามเรา รวบเข้าไว้ในละครไทยเรื่องเดียวอย่างแยบยลน่ายกย่อง
------
ขอแสดงความนับถือผู้จัดทำทุกท่านด้วยหัวใจ /แอดไภรพ

บทบูชาพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมาในนาคี
03/06/2020

บทบูชาพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมาในนาคี

สามารถติดตามผลงานอื่นๆ ได้ที่ Facebook : Backham PL Cromatic หรือ ติดต่อทำเพลงอีสาน 085088755 แบล็คแฮม ครับ

ที่อยู่

Ban Dung
41190

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พญานาคในไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท