วัดโชติการาม อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

วัดโชติการาม อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ติดตามข่าวสารของวัดโชติการาม อำเภอส่องดาว
จังหวัดสกลนคร และการเคลื่อนไหวของหลวงตา

ขอถวายอาลัยพระราชมงคลวชิรธรรม (หลวงปู่บุญมา คมฺภีรธมฺโม) วัดป่าสีห์พนมประชาคม อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
06/05/2026

ขอถวายอาลัยพระราชมงคลวชิรธรรม (หลวงปู่บุญมา คมฺภีรธมฺโม)

วัดป่าสีห์พนมประชาคม อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

พิธีปักเขตวิสุงคามสีมา วัดถ้ำเป็ด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร โดยมีหลวงปู่ก้าน จิตฺตธมฺโม เป็นเจ้าอาวาสประทา...
05/05/2026

พิธีปักเขตวิสุงคามสีมา วัดถ้ำเป็ด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร โดยมีหลวงปู่ก้าน จิตฺตธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส
ประทานฝ่ายส่งฆ์ พระครูวรกิจธรรมโกศล รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร(ธ)
ประทานฝ่าฆราวาส นายไพรัช ปิยะพงษ์ นายอำเภอส่องดาว

งานครบรอบอายุวัฒนมงคล 94พระราชมงคลวัชโรดม วิ.(หลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ)วัดผาเทพนิมิต ต.นิคมน้ำอูน อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร วัน...
26/04/2026

งานครบรอบอายุวัฒนมงคล 94
พระราชมงคลวัชโรดม วิ.(หลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ)
วัดผาเทพนิมิต ต.นิคมน้ำอูน อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร วันที่ 26 เมษายน 2569

📍 #พระโพธิสัตว์รูปนี้เป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แต่ละสังขารตั้งแต่ปี 2502 ด้วยอายุเพียง 40 กว่าปีเท่านั้น ด้วยไข้ป่า...
08/01/2026

📍 #พระโพธิสัตว์รูปนี้เป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แต่ละสังขารตั้งแต่ปี 2502 ด้วยอายุเพียง 40 กว่าปีเท่านั้น ด้วยไข้ป่า ท่านได้บอกกับศิษย์ใกล้ชิดว่าท่านปรารถนาพุทธภูมิ และได้บำเพ็ญบารมีมาจนเต็มแล้ว ได้รับพยากรณ์แล้ว และมีคติแน่นอนว่าจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ที่ 8 นับจากพระศรีอาริยเมตไตรย์เป็นองค์ที่1

เมื่อท่านละสังขารและประชุมเพลิงสรีระสังขารแล้ว ผ่านไปเพียง 2-3 วัน ปรากฏมีต้นโพธิ์ขึ้นบนกองอังคารสูงเป็นคืบรวม 9 ต้น มีต้นหนึ่งอยู่กลางอีก 8 ต้นรายรอบ ต่อมา 8 ต้นรายรอบทยอยแห้งตายเหลือแต่ต้นกลางซึ่งปัจจุบันใหญ่โตเป็นนัยบ่งบอกถึงการมาตรัสรู้ในอนาคตกาล

นามท่านคือหลวงปู่สีลา เทวมิตโต วัดโชติการาม อ.ส่องดาว สกลนคร ศิษย์ของท่านอาทิ หลวงปู่สมชาย วัดเขาสุกิม หลวงปู่พวง วัดป่าปูลู

อัฐิของท่านบรรจุไว้ในเจดีย์โดยหลวงปู่วัน อุตตโม เป็นผู้บรรจุ และก่อนวันบรรจุวันเดียวพบต้นโพธิ์ขึ้น 2 ต้นกลางประตูเข้าเจดีย์สูงขึ้นคืบกว่าภายในคืนเดียว เป็นครูบาอาจารย์อีกรูปที่ทรงไว้ด้วยคุณาลังการอันยิ่งครับ

#ในการเผยแพร่บทความนี้ จงมีผลใหญ่ จงมีอานิสงส์ใหญ่
ขอให้ข้าพเจ้าจงได้ทันพุทธศาสนา ของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น และได้รับพุทธพยากรณ์ จากองค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าพระองค์นั้น ว่าได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ในอนาคตตการเบื้องหน้านี้อย่าได้แปรผันด้วยเทอญ..

#กราบบทความโดย พระอาจารย์น้ำ ฌานรโต

 #ขอเชิญทุกท่านร่วมทอดกฐินสามัคคี🏯 ณ วัดโชติการาม ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร🗓 วันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 ⏰-------------...
10/10/2025

#ขอเชิญทุกท่านร่วมทอดกฐินสามัคคี

🏯 ณ วัดโชติการาม ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร
🗓 วันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 ⏰

------------------------------

🎯 วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างวิหารบูรพาจารย์

-------------------------------

🏦 ช่องทางโอนร่วมบุญ
ธนาคารกรุงไทย
ชื่อบัญชี : วัดโชติการาม
เลขที่บัญชี : 440-1-17587-5

---------------------------------

📞 ติดต่อสอบถาม / แจ้งความประสงค์ร่วมบุญ

• 📱 โทร. 080-083-5756 พระครูวรกิจธรรมโกศล (หลวงตาเคน)
• 📱 โทร. 093-070-1373 ครูบาโอ๊ต (ประสานงาน)

---------------------------------

ขออำนวยพรให้ทุกท่านที่ร่วมบุญกฐินสามัคคีในครั้งนี้
จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และให้บุญนี้เป็นพลังคุ้มครองดวงใจให้ร่มเย็นตลอดไป 🙏🙏🙏

@แฟนตัวยง

06/10/2025
🌕 ความหมายของ “มหาปวารณา”คำว่า “ปวารณา” มาจากภาษาบาลี ปวารณา (Pavāraṇā) หมายถึง “การอนุญาต” หรือ “การเปิดโอกาสให้ว่ากล่า...
06/10/2025

🌕 ความหมายของ “มหาปวารณา”
คำว่า “ปวารณา” มาจากภาษาบาลี ปวารณา (Pavāraṇā) หมายถึง “การอนุญาต” หรือ “การเปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้”
ส่วนคำว่า “มหา” หมายถึง “ใหญ่” หรือ “สำคัญ”
ดังนั้น “มหาปวารณา” จึงหมายถึง “การปวารณาครั้งใหญ่ของหมู่สงฆ์” ซึ่งเป็นสังฆกรรมสำคัญที่จัดขึ้น ในวันออกพรรษา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) เพื่อแสดงถึงการสิ้นสุดการจำพรรษา 3 เดือน และเปิดใจต่อกันด้วยเมตตา

🛕 ที่มาของมหาปวารณา
ในพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสังฆกรรมนี้ขึ้นแทน “อุโปสถสังฆกรรม” ในวันสิ้นสุดพรรษา เพื่อให้ภิกษุผู้จำพรรษาร่วมกันได้แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อกัน หลังจากอยู่ร่วมกันตลอดพรรษา พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย! จงปวารณากันตามที่เห็นสมควร เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสงฆ์”

🪷 วิธีปฏิบัติในการทำมหาปวารณา

สงฆ์ประชุมพร้อมกันครบองค์ (ไม่น้อยกว่า 4 รูป)
พระเถระกล่าวปวารณาก่อน ว่า
"สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ" หรือ "สังฆัง อาวุโส ปะวาเรมิ": ข้าพเจ้าขอปวารณาต่อสงฆ์
"ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา": ด้วยได้เห็นก็ดี ด้วยได้ยินก็ดี ด้วยความสงสัยก็ดี
"วะทันตุ มัง อายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ": ขอท่านทั้งหลายจงโปรดอาศัยความอนุเคราะห์ว่ากล่าวตักเตือนกระผม
"ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิ": เมื่อกระผมมองเห็นความผิดพลาดนั้นแล้ว จักได้แก้ไขต่อไป

พระภิกษุอื่นกล่าวตามลำดับอาวุโสจนครบ
เมื่อเสร็จสิ้น ถือว่าสังฆกรรมสมบูรณ์
🙏จุดประสงค์ของการปวารณา
1. ลดความขัดข้องหมองใจ: ช่วยขจัดความสงสัย ความคลางแคลงใจในหมู่สงฆ์
2. ปรับความเข้าใจ: ประสานรอยร้าวที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการอยู่จำพรรษาร่วมกัน
3. สร้างความสามัคคี: ส่งเสริมความกลมเกลียวให้หมู่สงฆ์อยู่ร่วมกันอย่างสนิทใจ
4. สร้างความเสมอภาค: เปิดโอกาสให้กล่าวตักเตือนกันได้ทุกรูป แม้ผู้นั้นจะมียศสูงกว่าก็ตาม
5. ก่อเกิดภราดรภาพ: สร้างความรู้สึกเป็นมิตร ปรารถนาดี เอื้อเฟื้ออาทร

💮 ความสำคัญทางวัฒนธรรม
เป็นวันที่พระสงฆ์เริ่มออกธุดงค์แสดงธรรมหรือเดินทางไปเยี่ยมญาติโยม
ญาติโยมจะถือโอกาสนี้ ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ในวันรุ่งขึ้น เพื่อสืบเนื่องจากการออกพรรษา หลายวัดจะจัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติ ฟังธรรม ปล่อยโคม จุดประทีป เป็นต้น

📜 สรุปใจความสำคัญ
“มหาปวารณา” คือพิธีแห่งความบริสุทธิ์ใจ ความสามัคคี และการเปิดใจต่อกันของหมู่สงฆ์ เป็นสังฆกรรมที่สะท้อนหัวใจของพุทธศาสนา คือ เมตตา สัจจะ และการให้อภัย

Credit : FB นวณัฐ ลานไทสงค์

วันที่ 30 กันยายน 2568 คณะสงฆ์จังหวัดสกลนครนำโดยพระเดชพระคุณพระญาณสิทธาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธ) วัดกุดเรือคำ และพ...
30/09/2025

วันที่ 30 กันยายน 2568 คณะสงฆ์จังหวัดสกลนคร

นำโดยพระเดชพระคุณพระญาณสิทธาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธ) วัดกุดเรือคำ และพระครูวรกิจธรรมโกศล รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร วัดโชติการาม

กราบสรีระสังขาร พระครูอุดมชัยคณารักษ์
หลวงปู่ศรี สิริธโร วัดป่าโนนทองอินทรวนาราม

17/08/2025

วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ รำลึก ๑๐๓ ปี แห่งชาตกาล วันคล้ายวันเกิดของ #พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร หรือ #พระอาจารย์วัน_อุตฺตโม แห่งวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม(ถ้ำพวง) อ.ส่องดาว จ.สกลนคร พระอาจารย์วันท่านเป็นพระมหาเถระผู้เป็นศิษย์ใกล้ชิดของบิดาแห่งพระป่ากัมมัฏฐาน "พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ" ท่านเป็นพระอุปัฏฐากผู้ที่อยู่ดูแลพระอาจารย์มั่นจวบจนท่านพระอาจารย์มั่นละสังขารเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๒
พระอาจารย์วันได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งที่อยู่อุปัฏฐากพระอาจารย์มั่นว่า ครั้งหนึ่งสมัยเมื่อท่านพระอาจารย์มั่นเกิดอาพาธ ท่านและสานุศิษย์ทั้งหลายต่างก็พร้อมเพรียงเอาใจใส่ต่อการรักษาท่านพระอาจารย์มั่นอย่างเต็มความสามารถ ท่านพระอาจารย์วันบอกว่า…
"….แม้ท่านจะไม่ห่วงอัตภาพอย่างไรก็ตาม พวกข้าพเจ้าก็มิได้นิ่งนอนใจ ต้องคิดหายามารักษาอาพาธของท่าน และคิดหากลวิธีให้ท่านได้ฉันยา ยอมให้ท่านกำราบทุกวิถีทาง คือต้องมีทั้งกลัวและกล้า แต่ก็ต้องระวังมิให้เป็นไปในลักษณะเชิงบังคับท่าน ต้องให้เป็นไปในลักษณะอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร เมื่อเป็นการถูกต้องท่านก็อนุมัติตาม พวกข้าพเจ้าก็ถวายยารักษาท่านได้ แต่อาพาธของท่านในคราวนี้นั้น หาได้หายด้วยยาไม่ เป็นแต่พอทุเลาลงแล้วทรงตัวอยู่เท่านั้น
ต่อมาท่านได้ย้ายไปพักที่บ้านนาใน เพื่อเปลี่ยนสถานที่และอากาศ แต่อยู่ไม่ได้นานก็ย้ายกลับมาสถานที่เดิม ครั้นภายหลัง อาพาธท่านก็ได้สงบระงับไปด้วยอำนาจการเพ่งพินิจในธรรมของท่าน โดยท่านเล่าให้ฟังว่า..
“….เมื่อคืนนี้อาพาธได้ระงับลงแล้ว และปรากฏธรรมนิมิตขึ้นมา “ฌายี ตปติ อาทิจฺโจ” สมัยก่อนก็เหมือนกัน เมื่อเราเพ่งอยู่ในธรรมโม่ท้อถอย เมื่ออาพาธระงับลงไปแล้ว ก็ปรากฏข้อธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาให้รู้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดอาพาธขึ้นมา เราจึงไม่ค่อยกังวลกับยาเท่าไรนัก ถ้าเราหวังแต่จะพึ่งยาพึ่งหมออย่างเดียวก็ไม่ถูก เป็นการผิดต่อสรณะ สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ต้องเป็นผู้หนักแน่นออญุ่ในธรรม ไม่หวั่นไหวไปตามโลกธรรม จึงจะสมกับคำปฏิญาณตนแล้วว่า “ธมุม สรณ คจฺฉามิ" ข้าพเจ้าถึงพระธรรมว่าเป็นสรณะ เราเคยเห็นอำนาจแห่งความเพียรมาแล้ว ตั้งแต่สมัยป่วยอยู่คนเดียวที่ถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก ครั้งนั้น ได้เกิดธาตุพิการถึงกับไฟธาตุไม่ย่อยอาหาร ฉันอะไรเข้าไปแล้วไฟธาตุก็ไม่ย่อย เมื่อถ่ายออกมาก็สด ๆ อยู่เช่นเดิม เบื้องต้นก็คิดหวั่นไหวไปต่าง ๆ นานา แต่ในที่สุดก็ตกลงใจยอมเสียสละชีวิตได้ จึงเข้าที่ นั่งสมาธิแล้วอธิษฐานจิตยอมสละชีวิตตายต่อความเพียร ได้เสวยทุกขเวทนากล้าแสนสาหัสถึงกับไม่รู้สึกตัวเสียเลย ผลสุดท้ายเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว ต้องได้มาสืบสวนตัวเองอีกทีหนึ่งว่า ทำไมเราจึงเป็นอย่างนี้ ครั้นคิดทบทวนไปมาจึงได้รู้ว่า เมื่อก่อนเราไม่สบายจึงได้มาเข้านั่งสมาธิ แต่บัดนี้อาการนั้นได้หายไปอย่างปลิดทิ้งเสียแล้ว มองดูสรีระร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อตลอดทั้งตัว ผ้านุ่งห่มก็เปียกไปหมด กำลังของจิตก็สามารถอาจหาญขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
เราคยเห็นอำนาจแห่งคุณธรรมส่วนนี้ตั้งแต่ครั้งนั้น เพราะเหตุนั้น ในการต่อมาเมื่อเกิดอาพาธอย่างใดขึ้น เราจึงไม่หวังแต่จะฟังยาอย่างเดียวเท่านั้น โดยส่วนมากเราใช้การเพ่งพินิจ อาพาธก็สงบระงับไปเอง ในโพชงคสูตร พระพุทธองค์ได้แสดงไว้ในลักษณะนี้เหมือนกัน ได้ยินว่า สมัยหนึ่งพระพุทธองค์ทรงอาพาธ พระจุนทเถรเจ้าเข้าไปเฝ้าแล้วแสดงสัมโมทนียกถา พระองค์รู้ความประสงค์แล้วเจริญสัมโพชฌงค์ทั้ง ๗ ประการให้ยิ่งๆ ขึ้น พระอาพาธนั้นก็ระงับไป ดังนี้เป็นอาทิ ฉะนั้น ธรรมทั้งหลายที่เราได้ยินได้ฟงมาแล้ว ถึงจะมีความเชื่อมั่นก็ตาม หาได้เป็นความเชื่อที่สมบูรณ์ไม่ ต้องปฏิบัติให้มีความรู้เห็นเป็นไปด้วยตนเองเสียก่อนจึงจะเป็นความเชื่อที่สมบูรณ์ได้…."
ก็แลสมัยนั้น เมื่ออาพาธของท่านได้ระงับไปแล้วดังนั้น หากข้าพเจ้าก็พยายามบารุงสุขภาพของท่านให้แข็งแรงต่อไป ครั้นเมื่อออกพรรษาปวารณาแล้ว บรรดาสานุศิษย์ทั้งหลายก็ออกไปแสวงหาที่ทำความเพียรเช่นฤดูที่ผ่านมาทุก ๆ ปี ส่วนท่านทองคำผู้รับภาระเป็นตัวยืนในหน้าที่เป็นผู้อุปัฏฐากท่านแทนข้าพเจ้าในสมัยนั้น ก็ได้เวนหน้าที่นั้นแก่ข้าพเจ้า แล้วออกไปเหมือนหมู่คณะทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายทีเดียว เรื่องนี้มิได้หมายความว่าจะต้องทำแต่ผู้เดียวก็หาไม่ หมู่คณะทั้งหลายผู้ยังหวังต่อการศึกษาอยู่ก็จะไปๆ มาๆ เข้าๆ ออกๆ เป็นธรรมดา…."

สำหรับประวัติโดยสังเขปของท่านพระอาจารย์วันนั้น แต่เดิมบรรพบุรุษของพระอาจารย์วัน อุตฺตโม อยู่ที่บ้านหนองหลักตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่บ้านตาลโกน ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ท่านพระอาจารย์วันเกิดวันที่ ๑๓ สิงหาคมพ.ศ. ๒๔๖๕ บิดาชื่อแหลมสีลารักษ์ มารดาชื่อ จันทร์ (มาชิชิน) สีลารักษ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา จำนวน ๒ คน คือ พระอาจารย์วัน อุตฺตโม และนายฝัน สีลารักษ์
มารดาของท่านได้เสียชีวิตเมื่อท่านเกิดมาได้ไม่นานนัก มีบุตรด้วยกันจำนวน ๓ คน ตอนเป็นเด็กบิดาเคยพูดว่าเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมแล้วอยากไปเรียนต่อด้านกฎหมาย แต่วาสนาของท่านไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตอนท่านอายุได้ ๑๓ ปี บิดาป่วยหนักและก่อนเสียชีวิต ได้สั่งเสียว่าอยากให้ท่านออกบวชแทนพระคุณบ้างท่านเองก็จำคำของบิดาและได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อได้จบชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ ความที่ท่านเป็นลูกกำพร้าทำให้ท่านเป็นคนที่มีความคิดตั้งแต่เด็ก
ก่อนบรรพชาท่านได้ไปขอเงินกับปู่ท่านได้ให้เงินจำนวน ๑ บาทและนำท่าน ไปฝากไว้กับยายซึ่งเป็นแม่ชี ท่านได้ไปบวชเป็นสามเณรที่วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เรียนจบนักธรรมชั้นตรี
พ.ศ. ๒๔๘๕ ท่านพระครูสิงห์ ได้นำท่านไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดสร่างโศก บ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เมื่ออายุครบ ๒o ปีบริบูรณ์ ตรงกับขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือนสาม โดยมีพระครูวิจิตรวิโสธนาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระมหาคล้ายเป็นพระกรรมวาจาจารย์ แต่ความคิดของท่านเอง ท่านอยากบวชพระตอนอายุ ๒๕ - ๒๖ ปีเพราะไม่อยากนั่งแถวหน้า ขณะที่อายุยังน้อยและรับภาระมาก
เมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบนักธรรมชั้นเอก และอยากเรียนทางด้านบาลีบ้าง แต่ไม่มีครูสอนจึงคิดออปฎิบัติธรรมได้ไปถวายตัวเป็นสิทธิ์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโตแห่งวัดหนองผือ ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ท่านเป็นนักปฎิบัติธรรมมาโดยตลอดแต่ไม่ค่อยสบายเมื่ออยู่ที่พื้นที่ราบจึงมีความคิดว่าน่าจะไปหาปฏิบัติธรรมบนภูเขา จึงได้เดินทางมาทางภูผาเหล็กและอาศัยอยู่ในถ้ำพ่อคำพาได้ ก่อตั้งวัดทำพวง (วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม) บนภูผาเหล็กในเวลาต่อมา
เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายนพ.ศ. ๒๕๒๓ ได้เดินทางโดยเครื่องบินจากจังหวัดอุดรธานีไปกรุงเทพมหานครและประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกได้มรณภาพพร้อมกับอาจารย์ชื่อดังอีกหลายรูปที่อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีนับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชาวพุทธ

เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายนพ.ศ. ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์วัน อุตฺตโม ที่วัดถ้ำพวง ก่อนมรณภาพท่านได้รับพระราชทาน สมณศักดิ์ ที่พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร รวมสิริอายุได้ ๕๘ ปี พรรษา ๓๘


ที่มา :
หนังสือบูรพาจารย์
https://sites.google.com/site/templewatpa5praong/prawati-khwam-pen-ma/phra-xacary-wan-xutt-mo

. . . ภาษาเก่าท่านว่า  ใจกล้าจึงได้ขี่ช้างงา . . . ถ้าใจไม่กล้า เราขี่ช้างงาไม่ได้ เพราะช้างงามันจะต้องมีพยศร้ายของมันอย...
04/08/2025

. . . ภาษาเก่าท่านว่า ใจกล้าจึงได้ขี่ช้างงา . . .

ถ้าใจไม่กล้า
เราขี่ช้างงาไม่ได้
เพราะช้างงามันจะต้องมีพยศร้ายของมันอยู่

คนขี่คอมัน หรือควาญช้าง
ต้องเป็นคนที่เข้มแข็ง
ต้องเป็นคนที่กล้าหาญ
ชนะใจช้างที่มันมีพยศได้

ฉันใดก็ดี
กิเลสของเรามันมีพยศร้ายอยู่แล้ว
ฉะนั้นเราจะต้องเข้มแข็งในการประพฤติปฏิบัติ
เราจึงเอาชนะต่อความชั่ว ต่อกิเลสของเราได้

นี่แหละ การดำเนินข้อปฏิบัติของพวกเรา
จงพยายามทำจิตใจให้มีความสามารถอาจหาญ . . .

“ โอวาทธรรม ”

พระอาจารย์วัน อุตฺตโม (พระอุดมสังวรวิสุทธิเถระ)

วัดอภัยดํารงธรรม (ถ้ำพวง) อ.ส่องดาว จ.สกลนคร

"  ธรรมนอกธรรมใน "" . . . ธรรมะ มีอยู่ ๒ ประเภท คือ ธรรมะนอกกับธรรมะใน "ธรรมะนอก"  หมายถึง ธรรมะที่เราเรียนรู้ตามคัมภีร์...
17/06/2025

" ธรรมนอกธรรมใน "

" . . . ธรรมะ มีอยู่ ๒ ประเภท คือ ธรรมะนอกกับธรรมะใน "ธรรมะนอก" หมายถึง ธรรมะที่เราเรียนรู้ตามคัมภีร์ตามตำรา เพื่อเป็นแนวทางให้เรารู้ในการปฏิบัติ จำเป็นด้วยหรือการเรียนปริยัติธรรม คำตอบก็คือว่าจำเป็นต้องเรียน ไม่เรียนไม่ได้ ต้องเรียน เพราะปริยัติธรรมคือคัมภีร์ไตรปิฎก เป็นหลักศาสนา เป็นศาสนาที่เป็นเหตุเป็นผล แต่ปริยัติธรรมเป็นความรู้ในตำรา เป็นธรรมนอก คือเป็นธรรมะนอกจากตัวของเรา อย่างดีเราก็เพียงอาศัยจิตหรือใจเป็นผู้ทรงธรรม แต่มันก็เรื่องนอกๆ ยังไม่เกิดประโยชน์อะไรแก่เรา

ทีนี้ปัญหาสำคัญเรื่อง " ธรรมะใน " คือ หมายถึง ในกาย วาจาของเรา นี่เป็นสิ่งที่เราจะศึกษาให้รู้ให้เข้าใจ ฉนั้น ธรรมะแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ตามหลักแห่งปริยัตินั้น เราฟังแล้วมันก็มากมายเหลือล้น ไม่ทราบว่าจะเอายึดธรรมะข้อไหนมาปฏิบัติ มันจึงจะได้ประโยชน์แก่ชีวิตประจำวันของเราอย่างแท้จริง อันนี้ปัญหาของชาวพุทธเราที่จะเข้าใจ ความรู้ความเห็นที่ปฏิบัตินั้น จะยึดหมายเอาอะไรเป็นสาระสำคัญ ฉนั้น เราควรจะรู้กาย รู้วาจา รู้จิตของเรานี้ว่า กาย วาจา จิต ของเราเป็นสิ่งที่ได้มาด้วยบุญกุศล

นักปราชญ์ผู้เป็นอริยชนเคยกล่าวไว้ว่า ร่างกายนี้เป็นสิ่งที่ได้มาด้วยบุญ ได้มาแล้วควรจะทนุถนอม รักษา เพราะเป็นสิ่งที่ได้มาโดยยาก " กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ " การได้มาซึ่งความเป็นมนุษย์นี่แสนยาก ต้องบำเพ็ญคุณธรรมคือมีศีล ๕ บริสุทธิ์บริบูรณ์ มีกรรมบท ๑๐ บริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงจะมาบังเกิดเป็นมนุษย์ที่บริบูรณ์ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ อันนี้ถ้าเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว เป็มนุษย์สมบูรณ์แบบ เรียกว่าเป็นมนุษย์ร้อยเปอร์เซนต์ . . . "

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ( พระราชสังวรญาณ )

วัดป่าสาละวัน จ.นครราชสีมา

ที่อยู่

Amphoe Song Dao
47190

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดโชติการาม อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์