สำนักปฏิบัติธรรมป่ามงคลธรรม - ศิษย์หลวงปู่สด

สำนักปฏิบัติธรรมป่ามงคลธรรม - ศิษย์หลวงปู่สด ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักปฏิบัติธรรมป่ามงคลธรรม - ศิษย์หลวงปู่สด, องค์กรศาสนา, 63 หมู่17 บ้านอุดมทรัพย์พัฒนา ต. ลาดบัวขาว อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา, Amphoe Sikhiu.

26/10/2020
 #พระภิกษุองค์ครองผ้ากฐิน จะต้องเป็นผู้รู้ธรรม ๘ ประการ คือ         ๑) รู้จักบุพพกรณ์(บุพพกิจ)         ๒) รู้จักถอนไตรจี...
10/11/2018

#พระภิกษุองค์ครองผ้ากฐิน จะต้องเป็นผู้รู้ธรรม ๘ ประการ คือ
๑) รู้จักบุพพกรณ์(บุพพกิจ)
๒) รู้จักถอนไตรจีวร
๓) รู้จักอธิษฐานไตรจีวร
๔) รู้จักกรานกฐิน
๕) รู้จักมาติกา
๖) รู้จักปลิโพธ กังวลเป็นเหตุยังไม่เดาะกฐิน
๗) รู้จักการเดาะกฐิน
๘) รู้จักอานิสงส์กฐิน แล้วจึงกรานกฐิน
หากภิกษุองค์ครองไม่รู้ธรรม ๘ ประการ อานิสงส์ก็น้อยลงตามลำดับ หรือไม่ควรเป็นผู้รับผ้า (เป็นเรื่องของสงฆ์ที่จะต้องรู้และศึกษาวิธีในการกรานกฐิน) เมื่อเป็นผ้าสำเร็จรูปแล้ว ภิกษุองค์ครองต้องประกาศให้สงฆ์ทราบเพื่ออนุโมทนา เมื่อสงฆ์อนุโมทนาแล้ว จะได้รับอานิสงส์กฐิน ๕ ประการ ขยายยาวออกไปถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ (ปกติพระภิกษุได้รับอานิสงส์พรรษา มีกำหนด ๑ เดือน แม้จะไม่ได้กรานกฐิน)

#ผ้าที่ควรทำเป็นผ้ากฐินมี ๕ ชนิด คือ

ผ้าใหม่
ผ้าเทียมใหม่
ผ้าเก่า
ผ้าบังสุกุล
ผ้าตกตามร้าน
องค์แห่งพระภิกษุผู้ควรกรานกฐินมี ๘ คือ

รู้จักบุพกรณ์
รู้จักถอนไตรจีวร
รู้จักอธิษฐานไตรจีวร
รู้จักการกราน
รู้จักมาติกา
รู้จักปลิโพธกังวล
รู้จักการเดาะกฐิน
รู้จักอานิสงส์กฐิน
บุพกรณ์มี ๗ คือ

ซักผ้า
กะผ้า
ตัดผ้า
เนาหรือด้นผ้าที่ตัดแล้ว
เย็บเป็นจีวร
ย้อมจีวรที่เย็บแล้ว
ทำกัปปะ คือ พินทุ (หรือเครื่องหมายบนผ้า)
หลักสำหรับพิจารณาในการเดาะกฐิน
ความสิ้นอานิสงส์ของกฐิน เชื่อว่า การเดาะกฐินนั้น ๆ จะเดาะหรือไม่ ข้อนี้มีปลิโพธ ๒ มาติกา ๘ เป็นหลักพิจารณาดังนี้ คือ

ปลิโพธ มี ๒ อย่าง คือ

อาวาสปลิโพธ คือ ยังมีความกังวล อาลัย ผูกใจจะอยู่ในอาวาสนั้นอยู่
จีวรปลิโพธ คือ ยังมีความกังวลอาลัย ผูกใจในการที่จะทำจีวรนั้นอยู่
ปลิโพธทั้ง ๒ อย่างนี้ ถ้ายังมีอยู่แม้แต่อย่างใดอย่างหนึ่งกฐินก็ยังไม่เดาะ ถ้าขาดทั้งหมดก็เดาะ

มาติกา คือ หัวข้อเพื่อให้รู้จักการเดาะกฐิน มี ๘ คือ ไม้สะดึง หรือ แม่แบบหรือกฐินนั้นก็รื้อเก็บไว้ใช้ในการทำผ้าเช่นนั้นในปีต่อๆ ไป การรื้อแบบไม้นี้เรียกว่า เดาะ ฉะนั้น คำว่า กฐินเดาะ หรือ เดาะกฐิน จึงหมายถึงการรื้อไม้แม่แบบเพื่อเก็บไว้ใช้ในโอกาสหน้า จึงมีมาติกา ๘ ดังนี้

เดาะกฐินด้วยกำหนดหลีกไปด้วยคิดจะไม่กลับ
เดาะกฐินด้วยทำจีวรเสร็จแล้ว
เดาะกฐินด้วยสันนิษฐานว่า จะไม่ทำผ้าจีวร
เดาะกฐินด้วยผ้าหาย หรือเสีย
เดาะกฐินด้วยได้ยินข่าวว่าเลิกอานิสงส์กฐิน
เดาะกฐินด้วยสิ้นหวังจากการได้ผ้า
เดาะกฐินด้วยล่วงพ้นเขตหรือเวลา
เดาะกฐินด้วยพร้อมภิกษุทั้งหลาย
อานิสงส์ของพระภิกษุเมื่อได้กรานกฐินมี ๕ คือ

เที่ยวไปไม่ต้องบอกลาตามสิขาบทที่ ๖ แห่งอเจลวรรค ปาจิตติยภัณฑ์
จาริกไปไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ
ฉันคณะโภชน์ได้ (นั่งล้อมวงฉันได้)
เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้น เป็นของได้แก่พวกเธอ (ทั้งยังได้โอกาสขยายเขตจีวรกาลไปอีก ๔ เดือน)
คำอธิษฐานผ้ากฐิน ว่าดังนี้

ผ้าสังฆาฏิ อิมาย สงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถรามิ
ผ้าอุตตราสงฆ์ อิมินา อุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถรามิ
ผ้าอันตรวาสก อิมินา อนฺตรวาสเกน กฐินํ อตฺถรามิ

๐ สัจธรรมสามข้อของพระพุทธเจ้า๑. ไม่มีสิ่งใดหายไปในจักรวาล๐ สัจธรรมข้อแรกคือ ไม่มีสิ่งใดหายไปในจักรวาล สสารเปลี่ยนเป็นพลั...
06/11/2018

๐ สัจธรรมสามข้อของพระพุทธเจ้า
๑. ไม่มีสิ่งใดหายไปในจักรวาล
๐ สัจธรรมข้อแรกคือ ไม่มีสิ่งใดหายไปในจักรวาล สสารเปลี่ยนเป็นพลังงาน พลังงานเปลี่ยนเป็นสสาร ใบไม้แห้งเปลี่ยนเป็นดิน เมล็ดพันธุ์งอกเป็นต้นใหม่ แสงอาทิตย์แตกตัวเป็นรังสี เราเกิดจากพ่อแม่ เด็กๆเกิดจากเรา
เราก็เหมือนพืชพันธุ์ เหมือนต้นไม้ เหมือนคนอื่นๆ เหมือนฝนที่ตกลงมา เราประกอบขึ้นด้วยสิ่งเหล่านี้ที่อยู่รอบตัวเรา เราไม่ต่างจากสิ่งอื่นๆ ถ้าเราทำลายสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ก็เท่ากับเราทำลายตัวเอง ถ้าเราหลอกลวงคนอื่น ก็เท่ากับเราก็หลอกลวงตัวเอง ความเข้าใจในความจริงข้อนี้ พระพุทธเจ้าและศิษย์ของพระพุทธองค์จึงไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
๒. ทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยน..
๐ สัจธรรมข้อสองของพระพุทธเจ้าคือ ทุกสิ่งแปรเปลี่ยนตลอดเวลา ชีวิตก็เหมือนสายน้ำ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางครั้งไหลเชื่องช้า บางครั้งรวดเร็ว บางที่ราบเรียบ บางที่เจอสิ่งกีดขวาง เมื่อเราคิดว่าชีวิตราบรื่นปลอดภัยดี บางสิ่งก็เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคืด
๓. กฎของเหตุและปัจจัย (กฎปฏิจจสมุปบาท)
๐ สัจธรรมข้อที่สามของพระพุทธเจ้าคือ ความแปรเปลี่ยนเกิดจากเหตุปัจจัย เหมือนกับกฏของเหตุและผลที่พบในตำราวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ วิทยาศาสตร์และพุทธศาสนาจึงมีความคล้ายกัน
กฎของเหตุและปัจจัยเป็นที่รู้กันว่าคือกรรม ความคิดและการกระทำเป็นตัวกำหนดชีวิตว่าจะเป็นแบบไหน ทุกขณะเราสร้างกรรมด้วยคำพูด และความคิด ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ เราก็ไม่ต้องกลัวกรรม มันกลายเป็นเพื่อนเรา มันสอนเราให้สร้างอนาคตที่ดี
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
" หว่านเมล็ดพันธุ์อะไรไว้
ก็จะได้ผลอย่างนั้น
คนทำดีก็จะได้รับผลดี
คนทำชั่วก็จะได้รับผลชั่ว
ผู้ที่ปลูกเมล็ดพันธุ์ที่ดี
ก็จะมีความสุขกับการเก็บเกี่ยวผลจากความดี " ~ ธรรมบท
THE THREE UNIVERSAL TRUTHS
1. Nothing is lost in the Cosmos
The first truth is that nothing is lost in the Cosmos. Matter turns into energy, energy turns into matter. A dead leaf turns into soil. A seed sprouts and becomes a new plant. Old solar arrangements decompose and turn into cosmic rays. We are born of our parents, our children are born of us.
We are the same as plants, as trees, as other people, as the rain that falls. We consist of that which is around us, we are the same as everything. If we destruct something around us, we destroy ourselves. If we cheat another, we cheat ourselves. Interpreting this truth, the Buddha and his adherents never killed any animal.
2. Everything Changes
The second universal truth of the Buddha is that everything is continuously changing. Life is like a river flowing on and on, ever changing. Sometimes it flows slowly and sometimes swiftly. It is smooth and gentle in some places, but later on it snags and rocks crop up out of nowhere. As soon as we think we are safe, something unexpected happens.
3. Law of Cause and Effect
The third universal truth explained by the Buddha is that there is continuous changes due to the law of cause and effect. This is the same law of cause and effect found in every modern science textbook. In this way, science and Buddhism are alike.
The law of cause and effect is known as karma. . Our thoughts and actions determine the kind of life we can have. Every moment we create new karma by what we say, do, and think. If we understand this, we do not need to fear karma. It becomes our friend. It teaches us to create a bright future.
The Buddha said,
"The kind of seed sown
will produce that kind of fruit.
Those who do good will reap good results.
Those who do evil will reap evil results.
If you carefully plant a good seed,
You will joyfully gather good fruit." - ~ Dhammapada
~ From Devine law, Faith & Philosophy of Buddhism, By V. S. Bhaskar

01/11/2018

- สัตว์โลกลงกันโดยธาตุ
- สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว
ย่อมคบค้ากับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว
- สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี
ย่อมคบค้ากับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี.

🕯 ศึกษาเนื้อความในพระไตรปิฎกดังนี้

๖. สตาปารัทธสูตร

[๓๖๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี

ณ ที่นั้นแล
พระผู้มีพระภาคตรัส เรียกภิกษุทั้งหลาย ...
แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ฯ

[๓๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย คูถกับคูถย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ มูตรกับมูตรย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ เขฬะกับเขฬะย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ บุพโพกับบุพโพย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ โลหิตกับโลหิตย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นแล ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคต กาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว

[๓๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ฯ

[๓๗๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย น้ำนมสดกับน้ำนมสดย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำมันกับน้ำมันย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ เนยใสกับเนยใสย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำผึ้งกับน้ำผึ้งย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ น้ำอ้อยกับน้ำอ้อยย่อมเข้ากันได้ ร่วมกันได้ แม้ฉันใด สัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นแล ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล ... แม้ในอนาคตกาล ... แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ฯ

[๓๗๒] พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ฯ

กิเลสเพียงดังหมู่ไม้ในป่า
เกิดขึ้นเพราะการคบค้าสมาคม
ย่อมขาดเพราะไม่คบค้าสมาคม

คนเกาะท่อนไม้เล็กๆ
พึงจมลงในห้วงมหรรณพฉันใด
แม้สาธุชนก็ย่อมจมลงเพราะอาศัยคนเกียจคร้านฉันนั้น

เพราะฉะนั้น
พึงเว้นคนเกียจคร้าน มีความเพียรเลวนั้นเสีย
พึงอยู่ร่วมกับบัณฑิตผู้สงัด ผู้เป็นอริยะ ผู้มีใจสูง ผู้เพ่งพินิจ ผู้ปรารภความเพียร เป็นนิตย์ ฯ

จบ สูตรที่ ๖

ที่มา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘
สังยุตตนิกาย นิทานวรรค

______________
เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า
ขอบพระคุณภาพประกอบธรรมะ
______________
⏺ มีการปรับเว้นวรรคเพื่อให้เหมาะสมกับโพสต์.

โลกธรรม ๘_____________โลกวิปัตติสูตร[๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกธรรม ๘ ประการนี้แล ย่อมหมุนไปตามโลก และโลกย่อมหมุนไปตามโลก...
28/10/2018

โลกธรรม ๘
_____________

โลกวิปัตติสูตร

[๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกธรรม ๘ ประการนี้แล ย่อมหมุนไปตามโลก และโลกย่อมหมุนไปตามโลกธรรม ๘ ประการ

๘ ประการเป็นไฉน คือ
ลาภ ๑
ความเสื่อมลาภ ๑
ยศ ๑
ความเสื่อมยศ ๑
นินทา ๑
สรรเสริญ ๑
สุข ๑
ทุกข์ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกธรรม ๘ ประการนี้แล ย่อมหมุนไปตามโลก และโลกย่อมหมุนไปตามโลกธรรม ๘ ประการนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภก็ดี ความเสื่อมลาภก็ดี ยศก็ดี ความเสื่อมยศก็ดี นินทาก็ดี สรรเสริญก็ดี
สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมเกิดขึ้นแม้แก่อริยสาวกผู้ได้สดับ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนี้จะมีอะไรแปลกกัน มีอะไรผิดกัน มีอะไรเป็นข้อแตกต่างกัน ระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลาย มีพระผู้มีพระภาคเป็นมูล มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ มีพระผู้มีพระภาคเป็นที่พึ่งอาศัย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอเนื้อความแห่งภาษิตนี้แจ่มแจ้งกะพระผู้มีพระภาคเถิด ภิกษุทั้งหลายได้สดับต่อพระผู้มีพระภาคแล้ว จักทรงจำไว้ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว

ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เขาไม่ตระหนักชัด ไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า ลาภนี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็แต่ว่าลาภนั้นเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ความเสื่อมลาภ ... ยศ ... ความเสื่อมยศ ... นินทา ... สรรเสริญ ... สุข ... ทุกข์ ย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เขาไม่ตระหนักชัด ไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า ทุกข์นี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็แต่ว่า ทุกข์นั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา แม้ลาภย่อมครอบงำจิตของเขาได้ แม้ความเสื่อมลาภ ... แม้ยศ ... แม้ความเสื่อมยศ ... แม้นินทา ... แม้สรรเสริญ ... แม้สุข ... แม้ทุกข์
ย่อมครอบงำจิตของเขาได้ เขาย่อมยินดีลาภที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมยินร้ายในความเสื่อมลาภ ย่อมยินดียศที่เกิดขึ้น ย่อมยินร้ายในความเสื่อมยศ ย่อมยินดีสรรเสริญ
ที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมยินร้ายในนินทา ย่อมยินดีสุขที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมยินร้ายในทุกข์
เขาประกอบด้วยความยินดียินร้ายอย่างนี้ ย่อมไม่พ้นไปจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เรากล่าวว่า ไม่พ้นไปจากทุกข์ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภย่อมเกิดแก่อริยสาวกผู้ได้สดับ อริยสาวกนั้นย่อมตระหนักชัด ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า ลาภเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็แต่ว่า ลาภนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ความเสื่อมลาภ ... ยศ ... ความเสื่อมยศ ... นินทา ... สรรเสริญ ... สุข ... ทุกข์ย่อมเกิดขึ้นแก่อริยสาวกผู้ได้สดับ อริยสาวกนั้นย่อมตระหนักชัด ทราบชัดตามความจริงว่า ทุกข์นี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็แต่ว่า ทุกข์นั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา แม้ลาภย่อมครอบงำจิตของท่านไม่ได้ แม้ความเสื่อมลาภ ... แม้ยศ ... แม้ความเสื่อมยศ ... แม้นินทา ... แม้สรรเสริญ ... แม้สุข ... แม้ทุกข์ย่อมครอบงำจิต
ของท่านไม่ได้ ท่านย่อมไม่ยินดีลาภที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ยินร้ายในความเสื่อมลาภ ไม่ยินดียศที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ยินร้ายในความเสื่อมยศ ไม่ยินดีความสรรเสริญที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ยินร้ายในนินทา ไม่ยินดีสุขที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ยินร้ายในทุกข์ ท่านละความยินดียินร้ายได้แล้วเด็ดขาดอย่างนี้ ย่อมพ้นไปจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมพ้นไปจากทุกข์

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นความแปลกกัน ผิดกัน แตกต่างกัน ระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ฯ

ธรรมในหมู่มนุษย์เหล่านี้ คือ
ลาภ ๑
ความเสื่อมลาภ ๑
ยศ ๑
ความเสื่อมยศ ๑
นินทา ๑
สรรเสริญ ๑
สุข ๑
ทุกข์ ๑
เป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่แน่นอน มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา แต่ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ มีสติ ทราบธรรมเหล่านั้นแล้ว พิจารณาเห็นว่า มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ธรรมอันน่าปรารถนา ย่อมย่ำยีจิตของท่านไม่ได้ ท่านย่อมไม่ยินร้ายต่ออนิฏฐารมณ์ ท่านขจัดความยินดีและยินร้ายเสียได้จนไม่เหลืออยู่ อนึ่ง ท่านทราบทางนิพพานอันปราศจากธุลี ไม่มีความเศร้าโศก เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งภพ ย่อมทราบได้อย่างถูกต้อง ฯ

จบสูตรที่ ๖

ที่มา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับสยามรัฐ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕
อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
หน้า ๑๒๓-๑๒๕

_____________________
#อมตวัชรวจีหลวงป๋า

" บาตรกับจีวร นี่แหล่ะ มูลนิธิที่พระพุทธเจ้าตั้งไว้ให้เรา กินไม่หมดหรอก! ":: พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) ::
26/10/2018

" บาตรกับจีวร นี่แหล่ะ มูลนิธิที่พระพุทธเจ้าตั้งไว้ให้เรา กินไม่หมดหรอก! "
:: พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) ::

วันนี้วันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
24/10/2018

วันนี้วันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑

ผู้คนมากมาย ต่างมุ่งหน้าไปวัด ซึ่งจุดมุ่งหมายของแต่ละคน ก็แตกต่างกันบางคนไปไหว้สิ่งศักสิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ...
21/10/2018

ผู้คนมากมาย ต่างมุ่งหน้าไปวัด ซึ่ง
จุดมุ่งหมายของแต่ละคน ก็แตกต่างกัน
บางคนไปไหว้สิ่งศักสิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคล
แก่ตัวเอง พึงระลึก ถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ให้จิตสงบ มีปัญญา เพื่อให้ได้ถึง พระนิพพาน
บางคน เดินทางมาไกลแสนไกล ข้ามจังหวัด
ข้ามประเทศ มาเพื่อ ไหว้สิ่งศักสิทธิ์ ที่เค้ากล่าว
ปากต่อปากว่าดีกัน ขอแล้วได้ ขอแล้วสมหวัง
ดังความปรารถนา เมื่อขอแล้วไม่ได้ดั่งที่หวังไว้
ก็กล่าวโทษ ว่าไม่ศักสิทธิ์ เสียเวลามา สิ่งศักสิทธิ์
ไม่มีจริง หลอกลวงประชาชน
แต่เขาหารู้ไม่ว่า การจะอธิฐานอะไร จำเป็นอย่างยิ่ง
ต้องมีบุญเป็นทุนเดิม การอธิษฐานถึงจะสัมฤทธิ์ผล
ซึ่งจะมากจะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับบุญของผู้นั้นที่สั่งสมมา
ทุกอย่างมีเหตุและผลในตัวของมัน
อย่าโทษฟ้า โทษดิน โทษเทวดา โทษสิ่งศักสิทธิ์
แต่จงหันกลับมาดูตนเอง........
#วาทะธรรมคำสอนหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ♤

- การสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อีกหนึ่งบุญใหญ่กุศลใหญ่ที่หลวงตาพาญาติโยมกระทำในชาตินี้.  ...
21/10/2018

- การสร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อีกหนึ่งบุญใหญ่กุศลใหญ่ที่หลวงตาพาญาติโยมกระทำในชาตินี้.

ในส่วนของการศึกษาสัมมาปฏิบัติเป็นเรื่องใหญ่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงว่า การสร้างโบสถ์วิหารการเปรียญหรือถาวรวัตถุ แม้นั้นก็เป็นมหานิสงส์อยู่แล้วล่ะ แต่ที่จะรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้ ก็คือการศึกษาสัมมาปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน เนี่ย โยมจงเข้าใจ แม้แต่พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ ท่านเข้าใจแล้ว ท่านได้เรียนมาแล้ว แต่อาจจะลืม ตรงนี้ก็เรียกว่ารื้อฟื้นกันหน่อยหนึ่ง ว่าการศึกษาสัมมาปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะดำรงไว้ซึ่งศาสนธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปให้ตลอดรอดฝั่งครบ ๕,๐๐๐ ปี

แต่ถึงอย่างไรนั้น เป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่ที่วัดเราทำ ที่หลวงป๋าทำ นำญาติโยมมาทำเนี่ย มีน้อยก็ถวายน้อย มีมากก็ถวายมาก ตายไปแล้วเอาติดตัวไปไม่ได้ เอาได้แต่บุญกับบาปไป นี่ที่จะพูดทั้งหมดที่จะว่าตรงนี้ เพราะฉะนั้นใครมีจิตศรัทธาบริจาค มาร่วมเป็นค่าใช้จ่ายอุดหนุนค้ำจุนการให้การศึกษาอบรมเผยแผ่ ซึ่งเป็นการให้ธรรมเป็นทาน มีอานิสงส์สูงที่สุด "สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ" การให้ธรรมเป็นทาน เลิศหรือเรียกว่าชนะการให้ทานใดๆ

แต่ แม้นั้น หลวงป๋ายังนึกอีก คนเรานี่จะมีสภาวะส่วนตัว ส่วนครอบครัว ส่วนสังคม ที่จะปลีกตัวมาศึกษาสัมมาปฏิบัติได้นั้น ต้องเป็นผู้มีบุญอย่างมาก ต้องสะสมบุญ ทานกุศลทั้งอามิสทานและธรรมทานและสูงสุดถึงอภัยทาน และก็ทั้งศีลกุศล ภาวนากุศล ให้เป็นบุญ เป็นบารมี เป็นอุปปบารมี ปรมัตถบารมี เต็มส่วนในภพชาติใด จึงจะมีอานุภาพให้ศึกษาสัมมาปฏิบัติพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้า ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ ก็เลยนำโยมทำอีกอย่างหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งคืออะไร ? ที่มีบุญใหญ่กุศลใหญ่

#สร้างพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วก็ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์และตั้งมั่นนี้ ได้รับเมตตาจากเทพยดา-พรหม ตรงนี้ขอบอกว่าเป็นข้อสันนิษฐาน เทพยดาและพรหมผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ มีทั้งที่เป็นพระอริยบุคคล แต่ไม่ได้เป็นพระภิกษุนะ เป็นพระอริยบุคคล เช่นพรหมสุทธาวาส ลงมา พรหมสุทธาวาสนั่นเป็นที่สถิตอยู่เป็นที่อุบัติขึ้น ของผู้ที่ศึกษาสัมมาปฏิบัติบรรลุคุณธรรมในขั้นพระอนาคามีบุคคล เป็นพระอริยบุคคล และเป็นผู้ที่เจริญฌานสมาบัติถึงปัญจมฌานก่อนแตกลายทำลายขันธ์ในภพชาติเดิม

ปัญจมฌานเนี่ย ใครปฏิบัติเข้าถึงรู้เห็นและเป็นแล้ว ไม่เสื่อมจากฌานนั้นตลอดเวลาแม้เมื่อตายลง มีผลให้ไปอุบัติในชั้นสุทธาวาส ๕ ชั้น พรหมสูงสุดของพรหมโลก เป็นพรหมบริสุทธิ์ชั้นอนาคามีบุคคล ในชั้นเหล่านี้ลงมา ท่านก็คงมีพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันคือพระพุทธโคดม และองค์แต่อดีต สะสมเอาไว้ นี่คือข้อสันนิษฐานนะ ก็ลงมาถึงเทพยดา ไปจนถึงนาคพิภพแน่ะ ก็มีพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในครอบครอง สำหรับพรหมและเทพยดาบางตน และก็อาจจะมีหลายตน ท่านก็มีเมตตา เข้าใจว่านำมาถวาย เป็นข้อสันนิษฐาน เพราะมีปรากฏขึ้นเองที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม มีทั้งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และถอยหลังสืบต่อไปถึงพระพุทธเจ้าองค์ต้นๆหลายองค์

เพราะฉะนั้น เราสร้างถาวรวัตถุ คือพระมหาเจดีย์สมเด็จฯเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุนั้น โยมทั้งหลายที่ได้ยินได้ฟังอย่านึกว่าธรรมดานะ เพราะในคัมภีร์ยังไม่เคยเห็น ว่ายุคใดสมัยใด มีพระบรมสารีริกธาตุ ในส่วนสำคัญด้วย ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลายพระองค์ เสด็จปรากฏขึ้นเองที่วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม หรืออย่างวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนี้ ยังไม่เคยเห็นในคัมภีร์ใด แต่ความจริงได้บังเกิดมี เป็นที่ประจักษ์แก่ศิษยานุศิษย์บางท่าน ที่อยู่ใกล้ชิดของหลวงป๋า ได้รู้ได้เห็น ดังนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้น พระมหาเจดีย์สมเด็จฯที่จะสร้างนี้ เป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่นับประมาณไม่ได้ เป็นทั้งทานกุศล นำไปสู่ศีลกุศล ภาวนากุศล เป็นการสร้างพระในใจตน ถ้าใครช่วยบอกบุญนี้ไปก็เป็นการช่วยสร้างพระในใจผู้อื่น นี่แหละ เป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่คุณโยม เรียกว่า โอกาสที่จะได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญกุศล ในการให้การศึกษาอบรมในการศึกษาพระปริยัติธรรม และศึกษาอบรมพระปฏิบัติสัทธรรม ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ถึงธรรมกาย ถึงพระนิพพานของพระพุทธเจ้า ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) ท่านปฏิบัติได้ผลดีแล้วสอน อย่างนี้ แล้วก็สืบต่อๆมาจนถึงปัจจุบันอย่างนี้เนี่ย โอกาสอย่างนี้มีน้อยมาก เกิดมาแต่ละภพและชาติ นับภพนับชาติไม่ถ้วน หลายภพหลายชาติที่ว่างจากพระพุทธศาสนา ที่มี..อย่างในปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ในประเทศไทย ผู้ที่เห็นคุณค่า ก็เป็นผู้ที่มีบุญบารมี

ก็ขอเชิญชวนให้มาศึกษาสัมมาปฏิบัติ แล้วก็ขอเชิญชวนผู้ที่มีจิตศรัทธา มาร่วมทำนุบำรุงอุปถัมภ์ การให้การศึกษาอบรมการเผยแผ่ธรรมะ ของวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามแห่งนี้ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

และก็มาร่วมสร้างพระมหาเจดีย์ ชื่อว่าพระมหาเจดีย์สมเด็จฯ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งองค์ปัจจุบันและอดีตถอยหลังไปหลายพระองค์ ก็ขอเป็นข้อสันนิษฐาน ว่าพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งองค์ปัจจุบันและองค์ก่อนๆถอยหลังไป จนถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต้นๆ ที่เราจะประดิษฐาน จึงเป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่ เกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน กว่าจะพบโอกาสอย่างนี้ น้อยนักท่านทั้งหลาย ถ้ามีผู้ปฏิบัติได้ถึงธรรมกายถึงพระนิพพานของพระพุทธเจ้า อาตมาพูดเท่านี้ก็จะเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่แม้นั้น ถ้าปฏิบัติยังไม่ได้ถึงหรือยังไม่ได้ปฏิบัติ ก็คงพอเข้าใจ แต่ขอให้ถือเป็นข้อสมมติฐานไว้ก่อน เพราะว่าหลวงป๋าผู้พูดนี้ไม่ใช่พระอรหันต์ ก็ได้แต่เป็นผู้ที่ตั้งใจศึกษาสัมมาปฏิบัติ.

_________________
#อานิสงค์ในการสร้างพุทธเจดีย์
#ส่งผลไปถึงสำเร็จมรรค_ผล_นิพพาน

มหากัสสปเถราปทานที่ ๕ (๓)

ว่าด้วยผลแห่งการสร้างพุทธเจดีย์

[๕] ในกาลเมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระเชฏฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้เป็นนาถะของโลก นิพพานแล้ว ชนทั้งหลายทำการบูชาพระศาสดา หมู่ชนมีจิตร่าเริง เบิกบาน บันเทิง เมื่อเขาเหล่านั้นเกิดความสังเวช ปีติย่อมเกิด แก่เรา เราประชุมญาติและมิตรแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า พระมหาวีรเจ้าปรินิพพานแล้ว เชิญเรามาทำการบูชากันเถิด พวกเขารับคำว่าสาธุแล้ว ทำความร่าเริงให้เกิดแก่เราอย่างยิ่งว่า พวกเราจักทำทานก่อสร้างบุญ ในพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก เราได้สร้างเจดีย์อันมีค่าทำอย่างเรียบร้อย สูงร้อยศอก สร้างปราสาทร้อยห้าสิบศอก สูงจรดท้องฟ้า ครั้นสร้างเจดีย์อันมีค่างดงามด้วยระเบียบอันดีไว้ที่นั้นแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใสบูชาเจดีย์อันอุดม ปราสาทย่อมรุ่งเรือง ดังกองไฟโพลงอยู่ในอากาศ เช่น พระยารังกำลังดอกบาน ย่อมสว่างจ้าทั่วสี่ทิศเหมือนสายฟ้าในอากาศ เรายังจิตให้เลื่อมใสในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึกถึงกรรมเก่าแล้ว ได้เข้าถึงไตรทศ เราอยู่บนยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมานของเราสูงตระหง่าน สูงสุดเจ็ดชั้น กูฏาคาร (ปราสาท) พันหนึ่ง สำเร็จด้วยทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ด้วยเดชของตน ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จด้วยแก้วมณีมีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้นก็โชติช่วงด้วยรัศมีทั่วสี่ทิศโดยรอบกูฏาคาร อันบังเกิดขึ้นด้วยบุญกรรม อันบุญกรรมนิรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วยแก้วมณีโชติช่วงทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบ โอภาสแห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้น เป็นสิ่งไพบูลย์ เราย่อมครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน มีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต ในหกหมื่นกัลป์ ในภัทรกัลป์นี้ เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น ๓๓ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีในกรรมของตน สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้น ปราสาทของเราสว่างไสวดังสายฟ้า ด้านยาว ๒๔ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์ พระนครชื่อรัมมกะ มีกำแพงและค่ายมั่นคงด้านยาว ๕๐๐ โยชน์ ด้านกว้าง ๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือนเทพนครของชาวไตรทศ เข็ม ๒๕ เล่มเขาใส่ไว้ในกล่องเข็ม ย่อมกระทบกันและกัน เบียดเสียดกันเป็นนิจ ฉันใด แม้นครของเราก็ฉันนั้น เกลื่อนด้วยช้างม้าและรถ คับคั่งด้วยหมู่มนุษย์ น่ารื่นรมย์ เป็นนครอุดม เรากินและดื่มอยู่ในนครนั้น แล้วไปเกิดเป็นเทวดาอีกในภพที่สุด กุศลสมบัติได้มีแล้วแก่เรา เราสมภพในสกุลพราหมณ์ สั่งสมรัตนะมาก ละเงินประมาณ ๘๐ โกฏิเสียแล้วออกบวช คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.

ทราบว่า ท่านพระมหากัสสปเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

จบมหากัสสปเถราปทาน.

พระไตรปิฎกฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
__________________
วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
ตั้งอยู่ที่ ริมถนนสายบางแพ-ดำเนินสะดวก
กม.ที่ 14 อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว
ท่านสามารถไปขึ้นรถ บขส.ปอ.2 สาย 78 (กรุงเทพ-ดำเนินสะดวก) ที่สถานีขนส่งสายใต้ ถึงและผ่านหน้าวัดหลวงพ่อสดฯ (ก่อนถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวก) ตรงกม.ที่ 14

ในทุกๆวันอาทิตย์ จะมีรถรับ-ส่ง ฟรี สำหรับผู้ประสงค์จะไปปฏิบัติธรรม หรือไปทำบุญที่วัด สามารถขึ้นรถได้ที่หน้าวัดสระเกศ (วัดภูเขาทอง) รถออกเวลา 07.00 น. รับกลับเวลา 14.30 น.
และที่วัดก็มีอาหารมื้อเที่ยงบริการฟรีแก่สาธุชนที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดด้วย

(สาธุชนผู้ร่วมบุญตั้งแต่ 100 บาท ขึ้นไป ทางวัดมีพระของขวัญมอบให้ เพื่อไว้ตรึกระลึกถึงบุญนี้ที่ท่านได้กระทำ เมื่อร่วมบุญแล้วกรุณาเก็บหลักฐานการร่วมบุญนี้ไว้ เพื่อนำไปรับพระของขวัญได้ที่ศาลาประชาสัมพันธ์ของวัดได้)

หรือติดต่อประชาสัมพันธ์วัดหลวงพ่อสดฯ
tel...
090-595-5162
090-595-5164

Line ประชาสัมพันธ์วัดหลวงพ่อสดฯ
ID :: info.wat06

พระมหาพร้อมไพบูลย์ สุเมธโส
tel.. 086-306-0920
_________________
เพจอมตวัชรวจีหลวงป๋า.

23 ตุลาคม 2561 เวลา 19.00 น. ขอเชิญประชาชนพร้อมใจกันจุดเทียนที่ท้องสนามหลวงหรือหน้าบ้าน เพื่อน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 5
20/10/2018

23 ตุลาคม 2561 เวลา 19.00 น. ขอเชิญประชาชนพร้อมใจกันจุดเทียนที่ท้องสนามหลวงหรือหน้าบ้าน เพื่อน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 5

ที่อยู่

63 หมู่17 บ้านอุดมทรัพย์พัฒนา ต. ลาดบัวขาว อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา
Amphoe Sikhiu
30340

เบอร์โทรศัพท์

0871614571

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักปฏิบัติธรรมป่ามงคลธรรม - ศิษย์หลวงปู่สดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์